ค้นหา :

ผลการค้นหา "เครือข่ายค้ายาเสพติด"

สังคม-อาชญากรรม
06 ส.ค. 62

ทลายเครือข่ายค้ายาเจอยาบ้าล้านเม็ด พบเพิ่งพ้นโทษ-พ่อยังถูกขังในเรือนจำ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญจำนวน 8 คดี โดยมีคดีที่น่าสนใจคือ จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน คือ นายกิตติพงศ์ สุขใย /นายวัชรพล ฤกษ์โสภา และ นายสุรวุฒิ บางไพร พร้อมยาบ้าจำนวน 1,000,000 เม็ด/เคตามีน 1,000 กรัม / รถบรรทุก 6 ล้อ / รถยนต์ และโทรศัพท์ 4 เครื่อง     โดยก่อนเกิดเหตุตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า มีกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดเป็นกลุ่มที่เคยถูกจับกุมและเพิ่งโทษคดียาเสพติดออกมา ที่ยังมีพฤติการณ์เคลื่อนไหวด้านยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยตำรวจสืบทราบว่ากลุ่มคนดังกล่าวจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือสู่พื้นที่ชั้นใน และกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมกระจายไปยังแหล่งชุมชน    ตำรวจได้ติดตามรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่งที่สืบทราบว่าเป็นรถคันที่นำยาเสพติดไปส่งมอบในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา มาพบว่าจอดอยู่ในบ้านพักแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง โดยมีรถบรรทุก 6 ล้อ จอดอยู่ในบ้าน   ตำรวจจึงเฝ้าดูพฤติการณ์จนพบว่ามีรถยนต์อีกคันขับเข้ามาก่อนผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้เดินมาที่รถบรรทุกพร้อมช่วยกันเปิดแผ่นพื้นท้ายรถบรรทุก และได้หยิบสิ่งของเป็นก้อนๆ ใส่กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ด้วยท่าทีรีบร้อน ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมพบว่าเป็นยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องลับส่วนท้ายรถบรรทุก จำนวน 543 มัด ประมาณ 1 ล้านเม็ด โดยการสืบสวนยังพบว่าบ้านพักที่ตำรวจเข้าจับกุมเป็นบ้านพ่อผู้ต้องหา ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำคดียาเสพติด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kqGY7kR58p4

 2,688
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
06 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ส.ค.62 ย้ายผอ.ไข่พะโล้บูด-ทิ้งเด็กในชักโครกห้างดัง-อนาคตใหม่แจ้งความปารีณา

-คุมตัวผู้ต้องสงสัยระเบิดป่วนกรุงได้เพิ่มอีก 1 ราย เตรียมออกหมายจับอีก 2 วางระเบิดศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ได้ภาพผู้ต้องสงสัยครบทุกจุดแล้ว คาดมีผู้ก่อเหตุกว่า 15 คน   ตร.เชิญ 2 นศ.ม.ดังสอบสวนเชื่อมโยง จยย.ที่ผู้ต้องหาใช้หน้าสำนักปลัดกลาโหม แต่ทั้ง 2 ปฏิเสธเกี่ยวข้อง อ้างให้เพื่อนยืมไปใช้ ไม่คิดว่าจะก่อเหตุ ผช.ผบ.ตร.เผยเร็วๆนี้จะมีข่าวดี ด้าน ผบ.ตร.ระบุผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่วางระเบิด 7 จ.ภาคใต้ แต่เลือกใช้คนหน้าใหม่ก่อเหตุ ด้านแม่ 2 ผู้ต้องหาเข้าเยี่ยมลูกชาย สบายใจลูกปลอดภัยขออย่าทำร้ายร่างกายกัน เตรียมออกหมายจับ 2 ผู้ต้องหาบึ้มศูนย์ราชการ เชื่อเป็นกลุ่มเดิมจากภาคใต้ แต่เลือกใช้คนหน้าใหม่ก่อเหตุ   -นายกฯประณามคนร้ายวางระเบิดป่วนเมือง ชั่วร้าย ใจดำ ทำประเทศวุ่นวาย ยันรัฐบาลไม่ทำเพื่อดิสเครดิตตัวเอง นายกฯประณามมือวางระเบิดป่วนกรุง ชั่วร้าย-ใจดำ ลั่นรัฐบาลไม่ทำเพื่อดิสเครดิตตัวเอง     -อนาคตใหม่จ่อแจ้งความหมิ่นประมาท เอ๋ ปารีณา ฐานแพร่ข่าวปลอม ตัดต่อภาพช่อ พรรณิการ์-ธนาธร ให้สังคมเข้าใจผิดว่าอนาคตใหม่เกี่ยวกับเหตุระเบิดป่วนกรุง ช่อบอกไม่ได้ต้องการให้ปารีณาติดคุก แต่สังคมต้องรับรู้ว่านั่นคือความเท็จ ด้านเอ๋โพสต์จะไปแจ้งความกลับช่อ หาว่าใส่ร้าย แจ้งความเท็จ ชี้ผู้ที่ใกล้คุกใกล้ตะรางคือพวกชังชาติ ไม่ใช่ตน 'ปารีณา' ไม่สะท้าน! จ่อแจ้งความกลับ 'ช่อ-อนาคตใหม่' ลั่นถ้าไม่ได้ทำอย่ากินปูนร้อนท้อง ปมระเบิดป่วนกรุง     -นายกฯยันนำครม.ถวายสัตย์ครอบคลุมตามรัฐธรรมนูญทุกประการแล้ว เป็นไปตามพระปฐมบรมราชโองการ ที่รับสั่งให้ทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ขอให้จบเรื่องนี้ อย่าให้บานปลาย จะดีหรือไม่ดีขอให้รอเลือกตั้งครั้งหน้า   -ฝ่ายค้านเตรียมยื่นกระทู้ถามและอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯในปมถวายสัตย์ ลั่นยังจบไม่ได้ถ้ายังไม่กระจ่าง แก้ไขให้ถูกต้อง นายกฯไม่ควรปล่อยให้ ปชช.กังขา สุทิน คลังแสงบอก ฝ่ายค้านก็อยากให้เรื่องนี้จบเหมือนกันโดยเร็ว แต่ต้องจบแบบไม่ฝากมรดกแบบผิดๆกับสังคม นายกฯลั่นจบดีกว่า ขออย่าให้บานปลาย ปมถวายสัตย์ฯ   -ปิยบุตรยันฝ่ายค้านไม่ได้คิดว่าปมถวายสัตย์เป็นเรื่องหยุมหยิม หรือเป็นเรื่องที่จะล้มรัฐบาลได้ แต่มีเจตนาแก้ไขให้ถูกต้องตาม รธน.บรรทัดฐานจะได้เกิดขึ้น กำลังศึกษาว่าต้องยื่นให้ศาลวินิจฉัยหรือไม่ เสรีพิศุทธ์โพสต์ ครม.จะแถลงนโยบายและปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ต้องกลับไปถวายสัตย์ปฏิญาณให้ถูกต้องก่อน การตัดทอนข้อความถือเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรง นายกฯและครม.ต้องขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้อง   ด้านเสรี ส.ว.บอกว่ากระบวนการสมบูรณ์ตามที่ รธน.กำหนดแล้ว ครม.สามารถทำหน้าที่ได้การที่ฝ่ายค้านหยิบมาเป็นประเด็นก็เพื่อผลทางการเมือง หากยังติดใจก็ต้องให้ศาล รธน.วินิจฉัย แต่ไม่รู้ศาลจะรับหรือไม่ ด้านศรีสุวรรณยื่นให้ศาลวินิจฉัยแล้ว ฝ่ายค้านจ่อยื่นกระทู้ถาม-อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ปมถวายสัตย์ฯไม่ครบ     -เฉลิมชัย รมว.เกษตรฯเสนอ ครม.ใช้งบ 1.7 หมื่นล้าน ประกันราคาสินค้าเกษตร เตรียมหารือพาณิชย์กำหนดนโยบาย คาดข้าวได้ 1หมื่นบาท/ตัน ปาล์มน้ำมัน4บาท/กก. ยางพารา 60-65 บาท/กก. ก.เกษตรฯ ชง ครม.ใช้งบ 1.7 หมื่นล้าน ประกันราคาสินค้าเกษตร คาดข้าวตันละ 1 หมื่น    -ห้องน้ำหญิงห้างดังท่อตัน รื้อชักโครกเจอศพเด็กทารกชายวัย 5 เดือนติดในคอห่าน แม่บ้านเผยปั๊มท่อแล้วยังตัน ใช้ไม้เขี่ยเจออวัยวะมนุษย์ รื้ออกมาเจอศพเด็ก คาดแม่เด็กคลอดจากที่อื่น นำมาทิ้งในชักโครกก่อนห้างปิด ประสานดูกล้องวงจรปิดหาตัวแม่ ผงะ รื้อชักโครกห้องน้ำห้าง เจอศพเด็ก 5 เดือน เร่งแกะรอยแม่หิ้วมาทิ้งก่อนห้างปิด      -9 ปีที่รอคอย แม่แพรวานัดเหยื่อชดใช้เงินตามคำพิพากษา ออกแคชเชียร์เช็ค 41,755,050.79 บาท เตรียมวางศาลแพ่งวันนี้ (6 ส.ค.) รมว.ยุติธรรมระบุได้รับรายงานแล้ว เมื่อวางเงินที่ศาลก็ไม่จำเป็นต้องบังคับคดี ครอบครัว 'แพรวา' รวบรวมเงิน ออกแคชเชียร์เช็ค 41 ล้าน ชดใช้เงินเหยื่อ นัดวางศาลแพ่ง 6 ส.ค.     -นร.หญิง ม.5 ถูกหมัดแมวกัด แพ้หนักติดเชื้อในกระแสเลือดเสียชีวิต ยายเล่าที่บ้านมีแมว 7 ตัว หลานถูกหมัดแมวกัด แพ้เป็นผื่นขึ้นทั้งตัว ต้องจับแมวไปปล่อย สุดท้ายอาการทรุดหนักเสียชีวิต แต่แม่เชื่อลูกตายเพราะโรคประจำตัว SLE ขอรอผลตรวจชิ้นเนื้ออีก 2 สัปดาห์รู้ผล แม่ นร.หญิง ม.5 ปัดข่าวลูกเสียชีวิตจากหมัดแมวกัด แจงลูกป่วยโรคพุ่มพวง รอตรวจผลชิ้นเนื้อ 2 อาทิตย์      -บุกจับเครือข่ายยาเสพติดนักโทษในเรือนจำคาบ้านหรู ได้ของกลางยาบ้าล้านเม็ดซุกท้ายรถ 6 ล้อ ยาเคอีกพันกรัม มีคลิปนาทีบุกจับได้ผู้ต้องหา 3 คน เพิ่งพ้นโทษออกมา บ้านหรูเป็นของพ่อที่ยังติดคุกอยู่ในคดียาเช่นกัน ทลายเครือข่ายค้ายาเจอยาบ้าล้านเม็ด พบเพิ่งพ้นโทษ-พ่อยังถูกขังในเรือนจำ   -อนุทินควงหมอเลี๊ยบถกบอร์ด สปสช.นัดแรก เล็งปรับเวลาคนไข้รอพบหมอ รพ.รัฐ ต้องไม่เกิน 1 ชม.ได้พบแพทย์ 10-15 นาที ไม่ต้องรอคิวรับยาแต่กลับไปเบิกยาที่ร้านขายยาแถวบ้านได้ รพ.จ่ายค่ายาให้ร้านขายยา เตรียมเชื่อมต่อระบบกับร้านขายยากว่า 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ลดความแออัดใน รพ. 'อนุทิน' เชิญ 'หมอเลี๊ยบ' ถกบอร์ด สปสช. จ่อลดความแออัด รพ.รัฐ ให้ไปรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน   -สั่งย้าย ผอ.ปมไข่พะโล้บูด พร้อมตั้งกรรมการสอบ ผอ.โต้มีคนจัดฉากใส่ร้าย จากความขัดแย้งส่วนตัว ท้าพิสูจน์ความจริง ปัดทุจริตงบอาหารกลางวัน แม่ครัวบอกไข่บูดแล้วผอ.สั่งให้ล้างให้เด็กกินจริง กลุ่มผู้ปกครองและนร.ฮือถือป้ายขับไล่ ผอ.ถ้าไม่ชี้แจงจะให้ลูกหลานลาออก สั่งย้าย ผอ.ปมไข่พะโล้บูด โอดถูกจัดฉากใส่ร้าย เพราะขัดแย้งส่วนตัว เด็ก-ผู้ปกครองฮือถือป้ายขับไล่            -ณวัฒน์แจ้งจับนักเลงคีย์บอร์ด หมิ่นประมาทโพสต์ด่าไลฟ์สดว่าเวทีมิสแกรนด์ ทั้งคู่ยอมรับเป็นแฟนนางงามเวทีอื่น ไม่พอใจผลการตัดสิน สุดท้ายไกล่เกลี่ยจบด้วยดี ต้องโพสต์ขอโทษเวทีมิสแกรนด์และโกโก้ 30 วัน ห้ามทำอีกแทนการจำคุก โกโก้ร่ำไห้เจอแรงกดดันถาโถม 'ณวัฒน์-โกโก้' เจรจาเกรียนคีย์บอร์ด โพสต์ด่าเวทีมิสแกรนด์ ขอจบดราม่า 'ลูกเกด'       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lwXlslgj8Lo

 2,902
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

บุกจับเครือข่าย ‘พีอาร์เงินล้าน’ ใช้พริตตี้กระจายยาเสพติดให้ นทท. เงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้าน

วันนี้ (14 พ.ย.) ตำรวจปราบปรามยาเสพติดสนธิกำลังร่วม เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และกรมสรรพากร เข้าตรวจค้นภายในห้องพัก คอนโดมิเนียมหรู ย่านวุฒากาศ และจับกุมตัวนายสันติภาพ อำพันเพ็ญโรจน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาสมคบและสนับสนุนค้ายาเสพติด ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องพักดังกล่าว   จากการตรวจค้น พบของกลางยาเสพติดไอซ์จำนวนหนึ่งโดยผู้ต้องหารายดังกล่าว เป็นหนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดของนายประสงค์ มณีจิตต์ หรือ จ๊ะ ที่มีการกระจายยาเสพติดในพื้นที่ตามสถานบันเทิงในจังหวัดชลบุรี อาศัยพีอาร์ พริตตี้สาวสวย ในสถานบันเทิงทำหน้าที่ติดต่อลูกค้า กระจายยาเสพติด รวมถึงทำธุรกรรมทางการเงินจากการสอบปากคำเบื้องต้นนายสันติภาพ รับสารภาพว่ารับยามาจากนายประสงค์ ก่อนนำมาเก็บไว้ที่ห้องที่เช่าไว้นี้ นานกว่า 5 เดือนแล้ว โดยจะรับยามาครั้งละ 1-2 กระสอบ ภายในแต่ละกระสอบจะบรรจุยาไอซ์ 40-50 กิโลกรัม   พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการขยายผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ากว่า 294,000 เม็ด ไอซ์กว่า 3 กิโลกรัม เคตามีนกว่า 4 กิโลกรัม และยาอี 4,680 เม็ด เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีพฤติการณ์นำยาเสพติด ชนิดไอซ์ ยาเคจากกรุงเทพมหานคร ไปจำหน่ายให้กับผู้ซื้อรายย่อยในพื้นที่พัทยา และพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 2 โดยเครือข่ายพีอาร์เงินล้าน ตำรวจขอศาลออกหมายจับทั้งหมด 9 คน สามารถจับกุมตัวได้ 4 คน และยังหลบหนีอีก 5 คนในรอบปีที่ผ่านมา    ตรวจสอบพบเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 500 ล้าน คาดว่าวันนี้จะสามารถยึดทรัพย์สินเพิ่มได้อีกสำหรับปฎิบัติการในครั้งนี้ เป็นการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 25 เป้าหมาย แบ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร22 เป้าหมาย และพื้นที่ตำรวจภูธรภาค1 อีก 3 เป้าหมาย สามารถยึดทรัพย์สิน ทั้งรถยนต์ เงินสด คอนโดมีเนียม. รวมกว่า 25 ล้านบาท   นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 ยังสามารถจับกุมนายอนันต์ ฉิมมิ พร้อมพวกรวม4 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,792,000เม็ด  ไอซ์ 10 กิโล  เคตามีน 1 กิโล ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้โดยสารลักษณะนำเที่ยว ที่ถูกดัดแปลงเบาะให้สามารถซุกซ่อนยาเสพติดได้ ทั้ง 3 คัน โดยทางตำรวจได้ติดตามพฤติกรรม ทราบว่าเครือข่ายยาเสพติดจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อรถต้องสงสัยทั้ง 3 คันผ่านบริเวณด่านตรวจยานพาหนะพยุหคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและจับกุมโดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าจะลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ภาคกลาง ปริมณฑล และภาคใต้      

 2,730
ข่าวภูมิภาค
28 ส.ค. 61

ผบช.ภ.6 แถลงขยายผลเครือข่ายยาเสพติด ‘มันทุกเม็ด’ ยึดทรัพย์ 77 ล้าน ยาบ้า 3 แสนเม็ด

ผบช.ภ.6 แถลงผลระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายเครือข่ายมันทุกเม็ด ขบวนการค้ายาเสพติดผ่านเฟซบุ๊ก ยึดทรัพย์ 77.5 ล้านบาท จับผู้ต้องหา 26 ราย ตรวจยึดรถยนต์ 14 คัน ของกลางยาบ้า 3 แสนเม็ด   วันนี้ (28 ส.ค.) ที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 อ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวผลการระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย เครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญแก๊งมันทุกเม็ด   โดย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากกลุ่มขบวนการเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 มีการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายยาเสพติด เป็นการขายยาเสพติดผ่านโซเชียลมีเดียโดยมีการแบ่งหน้าที่กัน และมีลักษณะที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกระจายไปตามจังหวัดต่างๆ    ตำรวจภูธรภาค 6 ได้ดำเนินการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางยุทธศาสตร์ ในการทำลายเครือข่ายนี้ ซึ่งใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่าเครือข่ายมันทุกเม็ด โดยได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ทาง คือการทำลายเครือข่ายตามกระบวนการทางกฎหมายอาญา ด้วยวิธีการล่อซื้อจับกุม และการดำเนินการยึดทรัพย์ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน จนถึงขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 6 สามารถดำเนินการทำลายเครือข่ายมันทุกเม็ดได้ในระดับที่น่าพอใจ   ในด้านการทำลายการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยการติดตามการทำธุรกรรมทางการเงินของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด และขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหา อั้งยี่และฟอกเงิน ได้จัดชุดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 71 เป้าหมาย แบ่งเป็นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 56 หมาย และนอกเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 จำนวน 15 หมาย มีผลการดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 14 ราย ตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินต่างๆ รวมมูลค่า 77.5 ล้านบาท ตรวจยึดรถยนต์ 14 คัน ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 5 คัน    ในด้านการดำเนินคดีอาญา ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดโดยวิธีการล่อซื้อ จับกุมเครือข่ายผู้ต้องหา ได้ 12 คน ของกลางยาบ้า 328,900 เม็ด และยาไอซ์ 80 กรัม   ทั้งนี้ เครือข่ายนี้ มีนายปัณณวิชญ์ ประทุม ชาวจังหวัดพิจิตร หรือ ‘ก.โก๋ มันทุกเม็ด’ เป็นหัวหน้าขบวนการ ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่าเจ้าพ่อพิษณุโลก    โดยนายปัณณวิชญ์ เป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายศาลคดียาเสพติด ไปกบดานหลบหนีอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็กฝั่งประเทศพม่า ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความเปิดรับสมัครสมาชิกรับยาเสพติดไปจำหน่าย โดยไม่ต้องลงทุน เชิญชวนว่า เพียงแค่มีบัตรประชาชน ส่งข้อความมาก็สามารถรับยาเสพติดไปจำหน่ายได้ มีการจูงใจขยายเครือข่าย ให้เปอร์เซ็นต์สำหรับผู้แนะนำลูกค้า และเคยมีการโพสต์คลิปกระทืบสั่งสอนเครือข่ายที่รับงานไปแล้วเบี้ยว มีการข่มขู่หากรายได้แข็งข้อก็จะส่งมือปืนไปเก็บ เครือข่ายได้กระจายหาสมาชิกขายยาบ้าโดยใช้เฟซบุ๊กขยายเครือขายไปทั่วประเทศ ทั้งในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 6 ตำรวจภูธรภาค 3 ตํารวจภูธรภาค 4   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 'กระเทาะเปลือกถั่ว' ทลาย 3 เครือข่ายค้ายาดัง 'มันส์ทุกเม็ด-แฝดนรกคิสเนอร์-จูน บ่อดิน'  

 3,061
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 61

ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 'กระเทาะเปลือกถั่ว' ทลาย 3 เครือข่ายค้ายาดัง 'มันส์ทุกเม็ด-แฝดนรกคิสเนอร์-จูน บ่อดิน'

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศีรวรขาน รองผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวาชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส.ปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/7 MDS : Mission Dark Social 'กระเทาะเปลือกถั่ว' เพื่อดำเนินการกวาดล้าง ปราบปราม จับกุม และทำลายเส้นทางการเงินของนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ รวมทั้งกลุ่มเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังให้หมดสิ้น กำหนดการปฏิบัติการหเวงวันที่ 12 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2561   โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 15 หน่วยงาน จำนวน 1,533 นาย มีผลการจับกุม 206 คดี ผู้ต้องหา 243 ราย ตรวจยคดของกลาง ยาบ้า 16,253,076 เม็ด ไอซ์ 467 กิโลกรัม กัญชา 499 กิโลกรัม กระท่อม 1,230 กิโลกรัม เฮโรอีน 800 กรัม อาวุธปืน 16 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 177 นัด วัตถุระเบิด 1 ลูก ตรวจยึดทรัพย์สินรถยนต์ 52 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 22 หลัง โฉนดที่ดิน 15 แปลง ทองรูปพรรณ เงินสด และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่าทั้งหมด 338,851,343 บาท โดยมีเครือข่ายสำคัญ 3 เครือข่ายได้แก่   1.เครือข่ายมันส์ทุกเม็ด ทำการค้ายาเสพติดโดยใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า ในลักษณะเป็นการขายตรง โดยจะให้ลูกค้าสมัครเข้ามาเพื่อรับยาเสพติดไปจำหน่ายก่อน แล้วให้ทำการชำระค่ายาเสพติดผ่านบัญชีธนาคาร กรณีลูกค้าไม่ชำระค่ายาเสพติด ก็จะส่งบุคคลในเครือข่ายไปทวงหนี้และทำร้ายแล้วถ่ายเป็นคลิปวีดีโอ และโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพื่อข่มขู่กลุ่มลูกค้าที่ค้างค่ายาเสพติดให้เกิดความหวาดกลัว จนทำให้กลุ่มเครือข่ายสามารถขยายฐานลูกค้ายาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว   มีนายปัณณวิชญ์ ประทุม ชื่อเล่น หนุ่ม ชื่อในวงการยาเสพติด ชื่อโก๋ หรือ แก่ ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ก.โก๋ มันทุกเม็ด ชาวพิจิตร เป็นหัวหน้าขบวนการ และมีหน้าที่ควบคุมการขายยาเสพติดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ต่อมานายปัณณวิชญ์ ประทุม ได้ดำเนินการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมมือกับผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จนกลายเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เป็นที่รู้จักของนักค้ารายย่อย,นักเสพยาเสพติด,นักเที่ยวกลางคืน ทั่วทั้งพื้นที่ในชื่อกลุ่มมันทุกเม็ด   ต่อมานายปัณณวิชญ์ ประทุม ทราบว่าตนเองและเพื่อนมีหมายจับคดียาเสพติด จึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนที่ทำการค้ายาเสพติดหลบหนีไปอยู่ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ โดยรับยาเสพติดมาจาก เครือข่ายของนายวีระ หมื่นจะดา และยังทำการค้ายาเสพติดผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง   2.เครือข่ายแฝดนรกคิสเนอร์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง รวม 60 เป้าหมาย สามารถจับกุมนายพงศกร นายภูวิศ นายวิทย์ถะมน , น.ส.ศิริลักษณ์ ได้ตามหมายจับ สำหรับนายศุภชัย หรือมิก ถึงแก่ความตายไปก่อนหน้านี้ ส่วนนายชัยวุฒิ หรือแม๊ก และนายธงชัย หลบหนี   ซึ่งจากการสืบสวนติดตามเชื่อว่า หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านตรงข้ามอ.แม่สาย จ.เชียงราย ของไทย ต่อมาพนักงานสอบสวน ชุดวิเคราะห์ข้อมูลฯ และฝ่ายสืบสวน บก.ปส.2 ยังคงดำรงการสืบสวนและขยายผลทราบว่ากลุ่มเครือข่ายนี้ใช้วิธีให้นอมินีเปิดบัญชีแทน และใช้บุคคลในเครือข่ายตีสนิท บุคคลใกล้ชิดทั้งสิ้น มีการอำพรางใส่ชื่อคนอื่นเพื่อปิดบังกรรมสิทธิ์ เจ้าของ ที่แท้จริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายธงชัยหรือธง ผณินทร พร้อมพวกทั้งหมด 8 ราย   3.เครือข่าย จูน บ่อ ดิน ซึ่งเป็นเป้าหมายในแผนการปฏิบัติการ POISON TREE หรือแผนปฏิบัติการต้นไม้พิษ ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะโครงข่ายการโอนเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 บก.ปส.4 มีการจับกุม น.ส.ดิสรัตน์ หรือดรีม โชคกิจ (ผู้ต้องหาที่ 1) และน.ส.พัทธมนหรือนุ๊ก ดีอ้น (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมของกลางยาบ้า ประมาณ 120,000 เม็ด และได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยตรวจสอบความเชื่อมโยงทางบัญชีเงิน จนนำมาซึ่งการออกแผนปฏิบัติการในครั้งนี้   นอกจากนี้ยังมีผลการจับกุมของทางบก.ปส.3 จำนวน 2 คดีได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 32 กิโลกรัม รถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง โดยจะนำส่งบช.ปส.ดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CUh4uqmb6Lk

 3,047
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 61

จับแม่ 2 ฝาแฝดคริสเนอร์ เครือข่ายค้ายารายใหญ่ กลางขบวนแห่นาคงานบวช

สระบุรี-ตำรวจชุดสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าจับกุมนางสมคิด อยู่เลิศ แม่ของนายชัยวุฒิ และนายศรายุทธ ธารีรักษ์ 2 พี่น้องฝาแฝดคริสเนอร์ เครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในจังหวัดสระบุรี และนายวัฒนา ทองโสม เครือข่ายค้ายาเสพติด   ขณะร่วมขบวนแห่นาคไปอุปสมบทที่วัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านหมอ หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาสมคบกันฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้รับโอนเงินจากผู้ต้องหาฝาแฝดทั้งสองคน และนำเงินที่ได้ไปซื้อทรัพย์สิน และอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก   เมื่อตรวจสอบประวัตินายวัฒนา พบมีหมายจับคดีค้ายาเสพติด 2 หมาย ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านหมอ และสถานีตำรวจภูธรพระพุทธบาท จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด   คดีนี้ ตำรวจขยายผลจากการเปิดปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/6 เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำลายเครือข่าย แก๊งแฝดทมิฬคริสเนอร์ เปิดเป็นร้านอาหารและรถยนต์บังหน้า โดยจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้ 4 คน ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่นายชัยวุฒิ แฝดพี่ หลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนนายศรายุทธ แฝดน้อง ถูกยิงเสียชีวิตไปก่อนหน้าเพียง 2 วัน  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8N0qLO8CtNA

 2,033
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 61

บุกทลายแก๊งแฝดทมิฬ นักค้ายารายใหญ่ยึดทรัพย์กว่า 100 ล้าน ถูกจับบ่อยจนสร้างเครือข่ายค้ายาจากในคุก

พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/6 ผลไม้พิษ ตอนแฝดทมิฬ หลังเข้าปฏิบัติการทั่วประเทศ รวม 80 จุด ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 20 คน ยาบ้า เกือบ1แสน 2หมื่นเม็ด / ปืน 3 กระบอก / กระสุน 237 นัด และสามารถยึดทรัพย์สินอาทิบ้านพร้อมที่ดิน / ทองรูปพรรณ และเงินสด รวมเกือบ 100 ล้านบาท   โดยได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายของนายศุภชัย ธารีรักษ์ หรือ ศราวุธ คิสเนอร์ หรือมิกและนายชัยวุฒิ คิสเนอร์ หรือ แม็ก 2 พี่น้องฝาแฝด ผู้ต้องหาในข้อหาสมคบและสนับสนุนกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หลังพบว่าทั้งคู่เป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยเป็นการขยายผลหลังจับผู้ต้องหาพร้อมยาบ้ากว่า 2 แสน 3 หมื่นเม็ด ในพื้นที่อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ปีที่แล้ว แล้วพบข้อความสั่งการของพี่น้องฝาแฝดทางเฟซบุ๊กที่ให้ผู้ต้องหาปฏิเสธข้อกล่าวหาและไม่ให้ความร่วมมือกับตำรวจ   โดยนายมิกซ์ ศราวุธ หรือศุภชัย แฝดผู้พี่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตไปเมื่อวันที่11มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่แม็ก ชัยวุฒิ แฝดผู้น้องหลบหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา   พลตำรวจโทสมหมาย ระบุว่าในเครือข่ายดังกล่าวสามารถคุมตัวนายพงศกร ศรีสรวง หรือ โต้ง ที่มีหน้าที่ทำธุรกรรมทางการเงินให้กับเครือข่ายยาเสพติดของพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ เบื้องต้นยังให้การภาคเสธว่าเป็นคนทำธุรกิจด้านการเงินเท่านั้น แต่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด   ตรวจสอบประวัติของนายศุภชัยและนายชัยวุฒิ เริ่มต้นมาจากการเป็นเด็กส่งยา ในช่วงปี 2553 - 2560 เคยถูกดำเนินคดีมาทั้งสิ้น 11 คดี เป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด พยายามฆ่า และครอบครองอาวุธ ทำให้เข้าออกคุกนับไม่ถ้วน จึงได้ไปเรียนวิชา รู้จักเครือข่ายจากนักโทษค้ายาในคุก สร้างเครือข่ายยาเสพติด   จนผันตัวเป็นผู้ค้ายารายใหญ่ในภาคกลางและภาคเหนือ เปิดร้านขายรถและบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างบังหน้า ขณะเดียวกันยังพบว่าพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ เคยวางแผนชิงตัวผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนในเครือข่าย ระหว่างนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำกลางจังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมาด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AjxwkVkxdwk

 59,486
สังคม-อาชญากรรม
26 ม.ค. 61

ตำรวจนครบาล รวบเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ กลางคอนโดหรูย่านสุขุมวิท

พล.ต.ท.ชาญเทพ  เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อม พ.ต.อ.ธีระชัย  ชำนาญหมอ รักษาราชการแทน ผู้กำกับ กองกำกับการสวัดิภาพเด็กเยาวชนและสตรีกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหาค้ายาเสพติด คือ นายบอม อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ ๑ นายตูน อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ชาวจังหวัดสมุทรปราการ  พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 20.487 กิโลกรัม ยาบ้า จำนวน 46,006 เม็ด  อาวุธปืนกลมือ สีดำ ยี่ห้อ Thomsonจำนวน ๑กระบอก  เครื่องกระสุนปืนขนาด.38 มม.จำนวน 50 นัด , เครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 11 นัด , เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม.จำนวน 99 นัด โดยเจ้าหน้าที่ เข้าทำการจับกุมที่ คอนโดหรู ในซอยสุขุมวิท 101/1 เขตบางนา กทม. เมื่อช่วงเย็นวานนี้   จากการสอบสวนพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ และจะนำของกลางมาพักไว้ในพื้นที่กทม.ก่อนส่งให้เอเย่นต์  โดยขณะจับกุม พบผู้ต้องหาทั้งสอง ซุกซ่อนยาเสพติดในกระเป๋าสะพายและภายในตู้เสื้อผ้าในห้องพัก ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหาเช่าไว้เพื่อทำการเก็บยาเสพติด    เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองสารภาพ ว่า รับยาเสพติดมาพักไว้ ก่อนจะส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของเครือข่ายยาเสพติด โดยได้ค่าจ้างเดือนละหลายแสนบาท ตำรวจจึงควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย และขยายผลเครือข่ายนี้ต่อไป    

 1,522

Top