ค้นหา :

ผลการค้นหา "ละเมิดสิทธิ"

ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

ทนายความโดนคุก หลังพกปืนขึ้นศาลเกาะสมุย โวยด่านักข่าวถ่ายภาพ ขู่ฟ้องละเมิดสิทธิ

ศาลจังหวัดเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งจำคุกทนายความ หลังพกอาวุธปืนพกสั้น แบบลูกโม่ ขนาด .357 ยี่ห้อ สมิท แอลด์เวสสัน ใส่ในกระเป๋านำเข้าไปยังศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำจุดทางเข้าตรวจค้น และตำรวจศาลได้ควบคุมตัวเอาไว้ได้   โดยศาลได้ตั้งสำนวนละเมิดอำนาจศาล ศาลพิพากษา จำคุกมีกำหนด 2 เดือน ซึ่งทนายความผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนการพกอาวุธปืนนั้นส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป   ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกันที่ สภ.บ่อผุด ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปทำประวัติ พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม เมื่อเห็นกองทัพนักข่าว ก็เกิดอารมณ์หัวร้อน สบถใส่ผู้สื่อข่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมเอะอะโวยวาย เสียงดังในโรงพัก พร้อมขู่ฟ้องผู้สื่อข่าว ทุกสำนักในข้อหาละเมิดสิทธิ์ ที่บันทึกภาพตน  ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามอธิบายว่า มีอะไรจะพูดหรือไม่ รวมถึงสาเหตุที่พกอาวุธปืนเข้าไปในศาลจังหวัดเกาะสมุย แต่ทนายคนดังกล่าว กลับหัวร้อนโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ   ต่อมาตำรวจนำตัวทนายคนดังกล่าวไปตรวจค้นรถกระบะ ที่จอดอยู่ในบริเวณศาลจังหวัดเกาะสมุย จากการตรวจค้น พบมีดสปาร์ต้าแบบหัวตัด ยาวประมาณ 40 ซม.1 ด้าม และมีดปอกผลไม้อีก 1 ด้าม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UjuH4aiCoCA

 1,430
อาชญากรรม
19 พ.ย. 62

ทนายความโดนคุก หลังพกปืนขึ้นศาลเกาะสมุย โวยด่านักข่าวถ่ายภาพ ขู่ฟ้องละเมิดสิทธิ

ศาลจังหวัดเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งจำคุกทนายความ หลังพกอาวุธปืนพกสั้น แบบลูกโม่ ขนาด .357 ยี่ห้อ สมิท แอลด์เวสสัน ใส่ในกระเป๋านำเข้าไปยังศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ประจำจุดทางเข้าตรวจค้น และตำรวจศาลได้ควบคุมตัวเอาไว้ได้   โดยศาลได้ตั้งสำนวนละเมิดอำนาจศาล ศาลพิพากษา จำคุกมีกำหนด 2 เดือน ซึ่งทนายความผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกเป็นเวลา 1 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วนการพกอาวุธปืนนั้นส่งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป   ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกันที่ สภ.บ่อผุด ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปทำประวัติ พร้อมสอบปากคำเพิ่มเติม เมื่อเห็นกองทัพนักข่าว ก็เกิดอารมณ์หัวร้อน สบถใส่ผู้สื่อข่าวด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมเอะอะโวยวาย เสียงดังในโรงพัก พร้อมขู่ฟ้องผู้สื่อข่าว ทุกสำนักในข้อหาละเมิดสิทธิ์ ที่บันทึกภาพตน  ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามอธิบายว่า มีอะไรจะพูดหรือไม่ รวมถึงสาเหตุที่พกอาวุธปืนเข้าไปในศาลจังหวัดเกาะสมุย แต่ทนายคนดังกล่าว กลับหัวร้อนโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ   ต่อมาตำรวจนำตัวทนายคนดังกล่าวไปตรวจค้นรถกระบะ ที่จอดอยู่ในบริเวณศาลจังหวัดเกาะสมุย จากการตรวจค้น พบมีดสปาร์ต้าแบบหัวตัด ยาวประมาณ 40 ซม.1 ด้าม และมีดปอกผลไม้อีก 1 ด้าม ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง และแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/UjuH4aiCoCA

 1,430
ต่างประเทศ
18 พ.ย. 62

วิจารณ์ บริษัทญี่ปุ่นห้ามผู้หญิงใส่แว่นตอนทำงาน แต่ไม่ห้ามผู้ชาย

Adam's Story กับ อ.อดัม แบรดชอว์...เรื่องของแว่นตากลายเป็นประเด็นถกเถียงในปัจจุบัน เมื่อมีธุรกิจห้างร้านต่างๆในประเทศญี่ปุ่นเริ่มออกนโยบายห้ามผู้หญิงใส่แว่นขณะทำงาน ต้องใส่คอนแทคเลนส์เท่านั้น   โดยให้เหตุผลว่าไม่เหมาะสมกับชุดทำงาน เช่น ชุดกิโมโน และไม่มีการดึงดูดใจลูกค้าในงานขายบางอย่าง เช่น พนักงานขายเครื่องสำอาง และผู้ให้บริการในร้านอาหาร พนักงานต้อนรับในโรงแรม เป็นต้น   แต่ในโลกโซเชียลมีการวิจารณ์ว่าเป็นนโยบายที่ไม่เป็นธรรม เพราะไม่มีการบังคับใช้กับพนักงานชาย โดยบางบริษัทอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยของพนักงานหญิงเอง และผู้หญิงที่ใส่แว่นมีความเป็นผู้หญิงน้อยลง                               ศัพท์ข่าวเช้านี้ glasses (n.) แว่น อ่านว่า กแลสิซ/กลาสิซ   He's wearing glasses. เขากำลังใส่แว่นอยู่   glass (n.) แก้ว อ่านว่า แกลส/กลาส   Can I get a glass of water, please?  ขอน้ำ 1 แก้วได้ไหมครับ   appropriate (adj.) เหมาะสม อ่านว่า อะโพร่เผรียท inappropriate (adj.) ไม่เหมาะสม อ่านว่า อิหนะโพร่เผรียท   (ให้ขึ้นสองคำพร้อมกัน)   Your outfit is inappropriate. You should change. ชุดของคุณไม่เหมาะสม คุณควรจะเปลี่ยน   suitable (adj.) เหมาะสม อ่านว่า ซู่เถอะเบิล   This show is suitable for families. รายการนี้เหมาะสำหรับครอบครัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gTrEowJefDs

 1,819
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ต.ค. 62

ตัดเงินเดือน-สอบวินัย จนท.ไปรษณีย์ไทย ทักแชทไลน์คุกคาม นศ.สาว

จากกรณีนักศึกษาสาวติดต่อรับพัสดุ ถูกเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์แอบใช้เบอร์โทรศัพท์แอดไลน์ ส่งข้อความแชทมาคุยคุกคามละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อ้าง “เห็นขาวอวบสวยอยากคุยด้วย” หลังเรื่องถึงสำนักงานใหญ่เจ้าตัวโทรขอโทษให้ลบโพสต์ทวิตเตอร์ระบุไม่ใช่คำพูดที่เสียหาย  สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้บริการ   ล่าสุด บริษัท ไปรษณีไทย จำกัด ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า หลังจากทราบเหตุการณ์ดังกล่าวก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานกับไปรษณีย์ภาษีเจริญ ซึ่งเป็นต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ฯคนดังกล่าวเป็นการเร่งด่วน โดยเบื้องต้นไปรษณีย์ไทยได้ลงโทษตัดเงินเดือนแล้วและจะตั้งกรรมการสอบวินัยโดยเร็ว ซึ่งไปรษณีย์ไทยได้ติดต่อไปยังผู้ใช้บริการเพื่อขออภัยต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   สำหรับกรณีดังกล่าวมีผู้ตั้งข้อเสนอแนะให้ไปรษณีย์ไทย ยกเลิกการแสดงบัตรประชาชนก่อนฝากส่งสิ่งของเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล ไปรษณีย์ไทยขอชี้แจงว่าปรษณีย์ไทยยังคงต้องขอความร่วมมือ ผู้ใช้บริการในการแสดงบัตรประชาชนก่อนฝากส่งสิ่งของทุกครั้ง ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 4 และฉบับที่ 5 (พ.ศ.2558) เกี่ยวกับมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ และจะกำชับเจ้าหน้าที่ฯ ทุกคนทำงานอย่างรัดกุมและรอบรอบรอบมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล   หากผู้ใช้บริการได้รับความไม่สะดวกในการใช้บริการของไปรษณีย์ไทย สามารถแจ้งรายละเอียดได้ผ่านช่องทาง THP Contact Center 1554 หรือ www.Thailandpost.co.th          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/VjAoGhzUQ50

 2,749
กีฬา
04 ต.ค. 62

นักวิ่งโวยกล้อง block cam จับภาพโคลสอัพตอนออกสตาร์ท ละเมิดความเป็นส่วนตัว

การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก 2019 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ มีประเด็นคนดูน้อยและมุมกล้องแบบใหม่ในการจับภาพที่เรียกว่า Block Cam เป็นกล้องขนาดเล็กที่นำมาติดกับล็อกสตาร์ท คอยถ่ายเจาะภาพโคลสอัพมุมเสยของนักวิ่งที่ออกสตาร์ท เป็นมุมกล้องที่ทำให้คนดูได้เห็นนักกีฬาอย่างใกล้ชิด สร้างอารมณ์ร่วมให้คนดู   แต่เกิดปัญหาเมื่อนักกรีฑาหญิง 2 คนของเยอะมันออกมาระบุว่าอึดอัด และไม่ชอบการติดตั้งกล้องดังกล่าว ดูเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวของนักกีฬา สุดท้ายต้องเปลี่ยนให้กล้องมาโคลสอัพที่หน้าเพียงอย่างเดียว และลบภาพทิ้งวันต่อวัน พื่อไม่ให้มีภาพหลุดออกมาทีหลัง  

 7,627
การเมือง
18 เม.ย. 62

อัยการโพสต์วิเคราะห์ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติฉบับใหม่หลังประกาศใช้ เสี่ยงละเมิดสิทธิเสรีภาพ

ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวให้ความเห็นข้อสังเกตต่อการบังคับใช้ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติฉบับใหม่ ระบุว่า   ตามที่ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2562 และให้ยกเลิก พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2528 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิม นั้น ผมมีข้อสังเกตที่เป็นความเห็นทางวิชาการเป็นการส่วนตัว ในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการประกาศและบังคับใช้ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ดังนี้   1. การให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติมีอำนาจใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสาร โดยเป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติกำหนดโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้ผ่านกระบวนการในการกลั่นกรองและตรวจสอบการใช้อำนาจจากองค์กรอื่นในลักษณะที่เป็นสากล เช่น จากองค์กรศาล แต่เป็นการใช้อำนาจในลักษณะที่เป็นการเสนอ และตรวจสอบควบคุม ภายในหน่วยงานเดียวกันเอง ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยตรงนี้ จะสุ่มเสี่ยงต่อการใช้อำนาจที่ไม่สุจริตและไม่ชอบธรรม และการใช้อำนาจเกินสมควรแก่เหตุ อันเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองหรือไม่   2. การที่ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 6 วรรคสาม บัญญัติให้ความคุ้มครองการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสาร ที่กระทำไปตามอำนาจหน้าที่โดยสุจริตตามสมควรแก่เหตุ และเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงหรือการป้องกันภัยสาธารณะ ให้ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้จะมีข้อดีในการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต แต่ก็อาจจะเป็นเหรียญสองด้าน โดยอีกด้านอาจจะเป็นการอ้างและใช้ประโยชน์จากบทบัญญัติกฎหมายในการคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริตชอบธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐได้   3. การใช้อำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติในการได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารดังกล่าว จะเป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ที่บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมหรือไม่   4. การใช้อำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติในการได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารตามกฎหมายนี้จะเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองหรือไม่ โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม บัญญัติให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญสามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทางศาลได้ และรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 บัญญัติให้บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ศาลมีคำวินิจฉัยว่า การกระทำนั้นขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญได้   5. การใช้อำนาจหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติในการได้มาซึ่งข้อมูลหรือเอกสารตามกฎหมายนี้ อาจจะนำไปสู่ (1) การขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (พรป.วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ) พ.ศ. 2561 มาตรา 41 และมาตรา 7 (1)   (2) การยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยบุคคลผู้ถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญคุ้มครอง เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่า มีการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติฉบับใหม่นี้ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ตาม พรป.วิ.ศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 46 และมาตรา 48 ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/p60zfiyQSFM

 1,018
สังคม-อาชญากรรม
18 ส.ค. 61

สหภาพนักศึกษา บุกศธ. จี้ยกเลิกกฏหมายคุมนักเรียน ชี้ความหมายกำกวมเสี่ยงละเมิดสิทธิ

กลุ่มสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศ (สนท.) นำโดยนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ประธานสหภาพนักเรียนฯ พร้อมคณะเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก เรื่องข้อเรียกร้องของสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษา ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ผ่านนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.        สืบเนื่องจาก มติครม.เมื่อวันที่ 14 ส.ค. อนุมัติหลักการ ร่างกฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตามข้อเสนอของศธ. มีสาระสำคัญต่างจากกฎกระทรวงฉบับก่อนหน้า 3 ประการ ดังนี้   1.ห้ามการรวมกลุ่ม มั่วสุม อันน่าจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน   2.ห้ามกระทำเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวอันไม่เหมาะสม จากเดิมที่ห้ามเฉพาะการแสดงพฤติกรรมทางชู้สาวซึ่งไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ   3.ห้ามกระทำเกี่ยวกับการออกนอกสถานที่พัก เพื่อเที่ยวเตร่หรือรวมกลุ่มอันเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น จากเดิมห้ามเฉพาะเวลากลางคืน   โดยเล็งเห็นว่าร่างกฎกระทรวงดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการศึกษาเรียนรู้ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เนื่องจากมีข้อบัญญัติซึ่งรุกล้ำความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่ง อีกทั้งมีเนื้อความหมายกำกวมสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นเครื่องมือปิดกั้นสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพทางการแสดงออกของนักเรียน นิสิต นักศึกษา   ทาง สนท.จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและ ศธ.ยกเลิกร่างกฎกระทรวงฉบับดังกล่าว และให้ความสำคัญกับสิทธิ เสรีภาพ และความเป็นเจ้าของชีวิตของตนในตัวนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งนี้ โปรดตระหนักว่านักเรียน นิสิต นักศึกษาคือผู้ที่จำต้องแบกรับผลจากการดำเนินกิจการทั้งปวงของรัฐบาลและ ศธ.                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/mLxDWcVwTzo  

 1,000
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 60

'น้องเกี่ยวก้อย' ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน "ใครที่มาปิดปาก มัดมือมัดเท้าน้อง น้องจะเรียกร้อง"

มื่อวันที่ 15 ธันวาคม เพจ ปรองดองเป็นของประชาชน ซึ่งเป็นช่องทางเผยแพร่ข้อมูลกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้เผยแพร่ภาพ “น้องเกี่ยวก้อย” มาสคอตที่เป็นตัวแทน และสัญลักษณ์แห่งความปรองดองถูกปิดปากมัดมือ ซึ่งมีข้อความระบุว่า “น้องเกี่ยวก้อย ขอเป็นอีกหนึ่งเสียง “ต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน การละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน” ใครที่มาปิดปาก มัดมือมัดเท้าน้อง น้องจะเรียกร้อง เพราะ “สิทธิเสรีภาพของประชาชน คือ สิ่งสูงสุดที่ประชาชนควรได้รับภายใต้กรอบกฎหมายเดียวกัน”     

 12,736

Top