ค้นหา :

ผลการค้นหา "ปริญญา"

สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 61

'บูม' พร้อม 'ธนสิทธิ์' พี่ชาย เข้ารับทราบข้อหาฉ้อโกง เตรียมออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ถ้า 'ปริญญา' ไม่มาตามกำหนด

นายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูมบิตคอยน์ ผู้ต้องหาร่วมกันฟอกเงิน คดีฉ้อโกงเงินบิตคอยน์จาก นายเออาร์นี โมตาวา ซาริมา ชาวฟินแลนด์ และนายธนสิทธิ์ จารวิจิต พี่ชายเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง   วันนี้ (29 ส.ค. 61) โดยบูมพร้อมทนายความเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่เวลา 8.30 น. ก่อนเวลานัดหมายถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงกันประจันหน้ากับสื่อมวลชนที่จะมาเฝ้าติดตามคดีนี้ โดยบูมระบุเพียงสั้นๆ ถึงกรณีที่นายปริญญา จารวิจิต พี่ชายคนโต ที่จะต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ ว่า ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด และไม่ได้ติดต่อกันเลย อย่างไรก็ตามขณะนี้บูมและพี่ชายอยู่ระหว่างให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน    สำหรับนายบูม มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในฐานะ เป็นผู้รู้เห็นการเจรจาซื้อขายหุ้นระหว่างนายปริญญา จารวิจิต พี่ชาย กับพวก รวมทั้งเป็นคนเปิดบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับบิตคอยล์จากนายเออาร์นี ผู้เสียหาย ซึ่งนายบูมปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าวของพี่ชาย แต่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามยืนยันว่ามีพยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเพิ่มเติมกับนายบูมได้   สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งหมด 5 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงในวันนี้ (29 ส.ค. 61) แต่เมื่อวานนี้นายชาคริส อาห์มัด ผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เอ็กเปย์ จำกัด รวมถึงนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นายหน้าค้าหุ้น ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาล่วงหน้าไปแล้วเมื่อเย็นวานนี้ จึงยังเหลือนายปริญญา ที่จะต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ โดยหากไม่มาพบพนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาออกหมายเรียก ครั้งที่ 2 ไปตามกระบวนการของกฎหมาย ข่าวที่เกี่ยวข้อง พ่อแม่ 'บูม' ให้ปากคำคดีบิทคอยน์ อ้างรับโอนจากลูกคนโต 'ประสิทธิ์' ขอไกล่เกลี่ยผู้เสียหาย

 836
ต่างประเทศ
08 พ.ค. 61

ดราม่า! นศ.ผิวสีถูกดึงลงจากเวทีหลังเต้นตอนรับปริญญาที่สหรัฐฯ ชาวเน็ตจวกเลือกปฏิบัติ

สำนักข่าว metro เผยแพร่ภาพเหตุการณ์เรียกเสียงฮือฮา ขณะเหล่าบัณฑิตของมหาวิทยาลัยฟลอริดาถูกดึงตัวลงจากเวทีระหว่างการรับมอบปริญญาบัตรเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาหลังพวกเขากระโดดโลดเต้นแสดงความดีใจที่สำเร็จการศึกษา      คลิปวิดีโอหลายคลิปได้ถูกโพสต์ในโซเชียลมีเดีย จับภาพของบัณฑิตหลายคนถูกเจ้าหน้าที่ดึงตัวออกไปโดยเฉพาะนักศึกษาผิวสี ทำให้ความคิดเห็นส่วนใหญ่กล่าวโจมตีมหาวิทยาลัยว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ส่วนบัณฑิตที่ถูกดึงตัวออกไปก็มองว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องน่าอับอาย เพราะการเต้นรำถือเป็นการแสดงออกถึงความสุข แต่พวกตนกลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไปจากบัณฑิตผิวขาว     ด้านอธิการบดีมหาวิทยาลัยฟลอริดาได้ออกมาขอโทษผ่านทวิตเตอร์ในเช้าวันอาทิตย์ โดยยืนยันว่าไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่เป็นการจัดระเบียบให้พิธีการจบตามกำหนดเวลา ทั้งยังให้คำมั่นว่าจะทำทุกอย่างเพื่อให้เหล่าบัณฑิตเชื่อว่าทางมหาวิทยาลัยรู้สึกภาคภูมิใจและร่วมเฉลิมฉลองกับการสำเร็จการศึกษาของพวกเขาเช่นเดียวกัน                 

 4,706
การเมือง
06 เม.ย. 61

'สมคิด' ปัดข่าวลือตั้งพรรค หนุน 'ประยุทธ์' บริหารประเทศต่อ - 'ปริญญา' เตือนอย่าเสี่ยงนั่งนายกฯ คนนอก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสข่าวกำลังรวบรวมสมาชิกเพื่อตั้งพรรคว่า ถามว่าเคยได้ยินคำพูดว่าจะตั้งพรรคจากตนหรือไม่ ส่วนอดีตนักการเมืองที่มาพบ ตนต้องขอบคุณที่ยังคิดถึงกัน เขารู้จักเราก็แวะมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น ส่วนอนาคตเป็นเรื่องอนาคต ให้ดูไปก่อน และตอนนี้อายุ 65 ปีแล้ว ขอเวลาดูละครบุพเพสันนิวาสดีกว่า รับอยู่การเมืองมา 15 ปี บางครั้งไม่ใช่อยู่ที่สนใจหรือไม่สนใจ ทุกคนต้องสนใจการเมืองอยู่แล้วเพราะเป็นหน้าที่ แต่ต้องเป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ให้ทุกฝ่ายมาร่วมกันทำให้บ้านเมืองดีขึ้น และช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ รัฐบาลได้วางอะไรไว้เยอะ จึงอยากให้รัฐบาลใหม่มีโอกาสสานต่อให้ดี สิ่งใดไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร อันไหนที่เห็นด้วยก็ทำให้ดี เพราะไม่อยากให้ภาพที่พอเริ่มต้นแล้วมาทะเลาะกัน     รองนายกฯ กล่าวอีกว่า ตนอายุมากแล้ว เอาเป็นว่าตนสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นรัฐมนตรีต่อ เพราะคนเรามีอายุขัย จึงต้องเชิญชวนคนรุ่นใหม่มาร่วมกัน ถ้าชอบพล.อ.ประยุทธ์ ก็สนับสนุน ถ้าไม่ชอบจะพรรคไหนอื่นก็ไม่ว่าอะไร และนายกฯไม่เคยพูดอะไรสักอย่าง จึงขอให้เริ่มต้นให้ดีเพราะจะเลือกตั้งแล้ว ตั้งหลักใหม่และมองไปข้างหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์ ถ้าสื่อสนับสนุนคนดีก็ถูกต้อง ตนก็เช่นเดียวกันที่สนับสนุนคนดีมีคุณธรรมและคิดว่าพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนดี และสนับสนุนให้ดูแลประเทศ     ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ครั้งที่ 3 ที่ราชอาณาจักรกัมพูชา ถึงกรณีดังกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “พักก่อน”         ด้าน นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในวงเสวนาการเมือง ประเด็นอนาคตการเมืองไทยและนายกรัฐมนตรีคนนอกของอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 โดยช่วงหนึ่งได้กล่าวเตือน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าหากกลับมาเป็นนายกรัฐตรีนอก เสี่ยงมีขัดแย้งสูง แนะวางตัวเป็นกลางเพื่อจัดการเลือกตั้งเท่านั้น พร้อมยกตัวอย่าง พล.อ.สุจินดา คราประยูร ในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535                  ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/gL985viNq10

 3,275
การเมือง
12 ธ.ค. 60

'ปริญญา-วาสนา' อดีตกกต. อธิบดีราชทัณฑ์พักการลงโทษ หลังติดคุก 1ปีครึ่ง พร้อมผู้ต้องขัง 283 ราย

  ปริญญา-วาสนา อดีตกกต.ได้พักโทษพ้นเรือนจำ เหลือโทษ 5 เดือน พร้อมผู้ต้องขัง283 ราย ต้องรายตัวคุมประพฤติตามเงื่อนไข   เมื่อเวลา 09.00น .วันที่ 12 ธันวาคม พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ได้มีการประชุมคณะกรรมการพักการลงโทษ ประจำปีงบประมาณ 2561 ครั้งที่ 3/2561 โดยมี นายวิทยา สุริยะวงค์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุม ณ กรมราชทัณฑ์ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีคณะกรรมการ พักการลงโทษจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมสุขภาพจิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานยุติธรรม และสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมพิจารณา ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้พัก   การลงโทษนักโทษเด็ดขาด จำนวน 283 ราย รวมทั้ง น.ช.ปริญญา นาคฉัตรีย์ อายุ 76 ปี และ น.ช.วาสนา เพิ่มลาภ อายุ 76 ปี อดีต กกต. ที่ต้องโทษคดีกระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใดหรือกระทำการหรือละเว้นกระทำการโดยทุจริตหรือประพฤติ มิชอบในการปฎิบัติหน้าที่ กำหนดโทษจำคุก 2 ปี ซึ่งทั้งคู่ได้ต้องโทษจำคุกมาแล้ว 1 ปี 6 เดือน 13 วัน โดยทั้ง 2 ราย ต้องปฏิบัติตนตามเงื่อนไขการคุมประพฤติของสำนักงานคุมประพฤติ ตามโทษจำคุกที่เหลือ เป็นเวลา 5 เดือน 22 วัน   พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อไปว่า ในปีงบประมาณ 2560 ที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังที่ขอรับ การพักการลงโทษทั้งหมด 4,506 รายจากทั่วประเทศ และได้รับการอนุมัติการพักการลงโทษ เป็นจำนวน 2,636 ราย คิดเป็นร้อยละ 57.98 จากผู้ขอรับพักการลงโทษทั้งหมด การพักการลงโทษ ถือเป็นการปลดปล่อยออกไปก่อนครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาศาลภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติที่กำหนดการพักการลงโทษมิใช่สิทธิของผู้ต้องขัง แต่เป็นประโยชน์ที่ทางราชการให้แก่นักโทษเด็ดขาดที่มีความประพฤติดีมีความก้าวหน้าทางการศึกษาทำงานเกิดผลดีแก่เรือนจำหรือทำความชอบแก่ทางราชการเป็นพิเศษ การพักการลงโทษจึงถือเป็นการให้โอกาสผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดีจะสามารถกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมได้ก่อนกำหนดต้องโทษ   ขอบคุณข้อมูลจากมติชนออนไลน์  

 11,934

Top