ค้นหา :

ผลการค้นหา "อัยการสูงสุด"

สังคม-อาชญากรรม
13 ส.ค. 62

ผบ.ตร.โอนคดีระเบิดป่วนกรุงให้กองปราบรวมเป็นคดีเดียว เชิญอัยการร่วมสอบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เซ็นคำสั่งโอนสำนวนสอบสวนคดีระเบิด 17 จุดป่วนกรุง และ 1 จุดใน จ.นนทบุรี ไปให้กองปราบปรามทำสำนวนรวมเป็นคดีเดียว เชื่อเป็นขบวนการใหญ่แก๊งเดียวกัน พร้อมประสานอัยการสูงสุด (อสส.) ส่งคนมาเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน   เนื่องจากพบข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุผู้บงการเรียกประชุมวางแผนกับชุดจู่โจม ในเขตแดนของประเทศมาเลเซียติดชายแดนไทยพื้นที่ จ.นราธิวาส ก่อนคนร้ายใช้ช่องทางธรรมชาติลักลอบเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อก่อเหตุ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RmsQeDKYJQg

 625
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

พ่อนรต. โดนร่มไม่กางเสียชีวิตปี 57 ร้องคดีไม่คืบ แจงหากอัยการสูงสุด ไม่มีประเด็นสงสัย จะส่งฟ้องใน 2 เดือน

พ่อของ นรต.โยโย่ ที่เสียชีวิตระหว่างการฝึกกระโดดร่มเเล้วเสียชีวิตที่ จังหวัดเพชรบุรี ถือป้ายประท้วงการปฏิบัติหน้าที่อัยการสูงสุด หลังยังสำนวนคดีมาถึงตั้งแต่ต้นปี 61 แต่ยังไม่มีความเห็นสั่งฟ้อง ด้านรองโฆษก แจง สำนวนอยู่ที่สำนักงานชี้ขาดแล้ว คาดใช้เวลาอีกไม่นาน  ล่าสุดเผย หลังพูดคุยหากอัยการสูงสุดไม่มีประเด็นสงสัยสามารถส่งฟ้องได้ใน 2 เดือน มีรายงานว่า ขณะนี้ มีความเห็นสั่งฟ้องจำเลยแล้วบางส่วน ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานชี้ขาด    นายสาธร พุทธชัยยงค์ พ่อของ นรต.ชยากร พุทธชัยยงค์ หรือ โยโย่ ที่ฝึกกระโดดร่มเเล้วไม่กาง เสียชีวิตที่ จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี 2557 เดินทางมาถือป้ายประท้วงการปฏิบัติหน้าที่อัยการสูงสุด ที่สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมยื่นหนังสือร้องความเป็นธรรม กับนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด หลังคดีอาญา อยู่ในชั้นอัยการสูงสุดมานานกว่าปีครึ่ง และไม่มีความคืบหน้า ขณะที่คดีแพ่ง ชั้นอุทธรณ์ได้ตัดสินไปแล้ว    โดยนายสาทร อ้างว่า สาเหตุที่ทำให้กระบวนการล่าช้า เพราะมีผู้ถูกกล่าวหาบางคนพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในชั้นอัยการ พร้อมระบุว่า คดีนี้เดิม ตำรวจมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหา 11 ราย แต่ตนเองพบว่า มีผู้ถูกกล่าวหา 1 คน พยายามแทรกแซง ทำให้ในชั้นอัยการจังหวัดเพชรบุรี และอัยการภาค 7 สั่งไม่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาคนนั้น และต่อมาคดีถูกส่งมาที่อัยการสูงสุด ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 จนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่งแล้ว แต่อัยการสูงสุดก็ยังไม่มีความเห็นว่าสั่งฟ้องหรือไม่ อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าว ยังมีการโทรศัพท์ไปหาพลตำรวจตรี สมเกียรติ แสงสินศร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อขอให้ช่วยเหลือ แต่ทางรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวกับตนว่าไม่ตอบสนองคำขอ นั่นทำให้ตนเองยิ่งรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก ทั้งที่คดีแพ่ง ในชั้นอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาไปแล้ว แต่ทางอาญากลับยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ    ทั้งนี้ผู้ร้องยังกล่าว ตนเองพร้อมเปิดข้อมูล และหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ที่พยามแทรกแซงกระบวนการ และจะให้การร้องเรียนครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ในเรื่องนี้นายโกศลวัฒน์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงว่า สาเหตุที่คดีนี้ล่าช้า เนื่องจาก เป็นคดีที่มีคำร้องขอความเป็นธรรมเยอะ ทั้งจากผู้ร้อง และผู้ถูกกล่าวหา ประกอบกับตำรวจ และอัยการยังมีความเห็นแย้งกันในบางประเด็น ล่าสุด สำนวนคดีอยู่ในสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ซึ่งการพิจารณาว่าสั่งฟ้องหรือไม่นั้น ทางสำนักงานจะต้องพิจารณาไปตามสำดับ โดยปกติกรอบระยะเวลาของคดีที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ ก็จะใช้ระยะเวลาประมาณ ปีกว่า จึงอยากขอให้บิดาใจเย็น และอาจเป็นไปได้ว่าใกล้มีความเห็นชี้ขาดแล้ว ยืนยันว่า อัยการจะไม่ปล่อยให้คดีหมดอายุความแน่นอน    ส่วนกรณีที่นายสาธร กล่าวว่า มีผู้ถูกกล่าวว่า พยายามแทรกแซง ยืนยันว่าการทำงานของอัยการสูงสุดทุกขั้นตอน จะมีการลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งหลังจากนี้ จะนำหนังสือคำร้องของนายสาธร มอบให้ผู้บัญชาการตรวจสอบรายละเอียดคำร้อง ส่วนจะมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับอัยการที่มีส่วนในกระบวนการแทรกแซงหรือไม่นั้น ให้รอผลพิจารณาของผู้บัญชาการ    ทั้งนี้ภายหลังจากการพูดคุยระหว่างนายสาธร พุทธชัยยงค์ บิดาของ นรต.นรากร พุทธชัยยงค์ หรือ โยโย่ กับ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นานกว่า 1 ชั่วโมง นายสาธร เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับรองโฆษกอัยการสูงสุดระบุว่า หากหลังจากนี้สำนวนคดีไม่มีประเด็นใดเป็นที่น่าสงสัย ก็จะสามารถส่งฟ้องได้ภายในระยะเวลา 2 เดือน แต่หากอัยการสูงสุด มีประเด็นสงสัยเพิ่มเติม ก็ต้องทำการส่งกลับไปสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาออกไปอีก    นายสาธร ยังกล่าวด้วยว่า จากการพูดคุย ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และอาจจะพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 นั้น ทางรองโฆษกได้ให้ความรู้ทางกฎหมายด้วยความปรารถนาดีว่า อาจเข้าข่ายการหมิ่นประมาท และขอให้ตนระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์ด้วย ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา ตนบอกกับโยโย่เสมอว่า ตนกับลูกชายรักกันมาก โยโย่เคยบอกว่า สามารถตายแทนพ่อได้ วันนี้อยากบอกลูกชายว่าไม่ต้องห่วง และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อลูก และพร้อมยอมตาย ทุกวันนี้ตนมองท้องฟ้าไม่ได้ มองที่สูงไม่ได้ รู้สึกหวาดกลัว และนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับลูกชายทุกครั้ง ยิ่งเมื่อได้เห็นตำรวจรุ่นใหม่หรือรุ่นราวคราวเดียวกันกับลูกชาย ก็จะคิดถึงลูก 

 622
การเมืองเข้มข้น
28 ก.พ. 62

'ธนาธร' ไม่กังวลคดีวิจารณ์ คสช. อัยการนัดฟังคำสั่ง 26 มี.ค. แม่ห่วงโผล่เซอร์ไพรส์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าพบอัยการสูงสุด รับทราบข้อกล่าวหา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการไลฟ์สดวิจารณ์ข่าวพลังดูดของ คสช. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2561   นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ การพิจารณาคดีต้องรอบคอบ จึงให้รองอธิบดีเป็นหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาสำนวนคาดว่าพร้อมนัดฟังคำสั่งวันที่ 26 มี.ค.นี้ว่า จะสั่งคดีหรือไม่   ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กระแสข่าวที่นายธนาธรจะถูกนำตัวไปฝากขังนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุที่จะต้องฝากขังคือกรณีผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งกระบวนการต้องทำภายใน 6 เดือนตั้งแต่มีการปล่อยชั่วคราว แต่คดีนี้เลยเงื่อนไขระยะเวลามาแล้ว และไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็จะไม่กลับไปสู่การฝากขังอีก   ขณะที่นายธนาธรกล่าวว่า พนักงานอัยการนัดมารับฟังความคืบหน้าคดีในวันที่ 26 มี.ค. ทางอัยการเข้าใจเป็นอย่างดีไม่ได้เรียกพวกเรามารายงานตัวระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมการเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องชาวอนาคตใหม่ไม่ต้องกังวล แม้ความคืบหน้าทางคดีจะปรากฏหลังเลือกตั้ง แต่ไม่กังวล เพราะเชื่ออัยการจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใส และมืออาชีพ   อย่างไรก็ตามตนจะยื่นขอความเป็นธรรมให้อัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนพยานเพิ่มเติมเพิ่ม 2 ปาก ซึ่งจากที่พูดคุยในชั้นสอบสวนเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะเร่งรัดคดีในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ส่วนเจตนาจะเป็นอย่างไรให้ประชาชนตัดสิน   ทั้งนี้นอกจากจะมีผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรค มามอบดอกกุหลาบสีส้มให้เป็นกำลังใจแก่นายธนาธรแล้ว ยังมีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร มาให้กำลังใจลูกชาย ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sGTz7GZAPdk

 984
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
28 ก.พ. 62

'ธนาธร' ไม่กังวลคดีวิจารณ์ คสช. อัยการนัดฟังคำสั่ง 26 มี.ค. แม่ห่วงโผล่เซอร์ไพรส์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าพบอัยการสูงสุด รับทราบข้อกล่าวหา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการไลฟ์สดวิจารณ์ข่าวพลังดูดของ คสช. เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2561   นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักคดีอาญา กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ การพิจารณาคดีต้องรอบคอบ จึงให้รองอธิบดีเป็นหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาสำนวนคาดว่าพร้อมนัดฟังคำสั่งวันที่ 26 มี.ค.นี้ว่า จะสั่งคดีหรือไม่   ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กระแสข่าวที่นายธนาธรจะถูกนำตัวไปฝากขังนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะเหตุที่จะต้องฝากขังคือกรณีผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งกระบวนการต้องทำภายใน 6 เดือนตั้งแต่มีการปล่อยชั่วคราว แต่คดีนี้เลยเงื่อนไขระยะเวลามาแล้ว และไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็จะไม่กลับไปสู่การฝากขังอีก   ขณะที่นายธนาธรกล่าวว่า พนักงานอัยการนัดมารับฟังความคืบหน้าคดีในวันที่ 26 มี.ค. ทางอัยการเข้าใจเป็นอย่างดีไม่ได้เรียกพวกเรามารายงานตัวระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมการเลือกตั้ง ขอให้พี่น้องชาวอนาคตใหม่ไม่ต้องกังวล แม้ความคืบหน้าทางคดีจะปรากฏหลังเลือกตั้ง แต่ไม่กังวล เพราะเชื่ออัยการจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม สุจริต โปร่งใส และมืออาชีพ   อย่างไรก็ตามตนจะยื่นขอความเป็นธรรมให้อัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนพยานเพิ่มเติมเพิ่ม 2 ปาก ซึ่งจากที่พูดคุยในชั้นสอบสวนเห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะเร่งรัดคดีในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ส่วนเจตนาจะเป็นอย่างไรให้ประชาชนตัดสิน   ทั้งนี้นอกจากจะมีผู้สนับสนุนและสมาชิกพรรค มามอบดอกกุหลาบสีส้มให้เป็นกำลังใจแก่นายธนาธรแล้ว ยังมีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร มาให้กำลังใจลูกชาย ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sGTz7GZAPdk

 984
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 61

อัยการเลื่อนสั่งคดี 'เมจิกสกิน' 12 ก.ค. นี้

นายยงยุทธ สิทธิธัญกิจ อธิบดีสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร นายพรชัย บุญถนอม อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 นางสาวณภัสนันท์ กุลจิราธราสิริ อัยการประจำกอง สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 และ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้าการสั่งคดีผู้ต้องหาในเครือเมจิกสกิน    ซึ่งพนักงานสอบสวน สรุปสำนวน มีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท เมจิกสกิน จำกัด นายกร พวงสน นางวรรณภา พวงสน น.ส.ตรีชฎา หรือส้ม บริษัท ฮานิวโคเรีย จำกัด และนางสาวปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 พรบ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558โดยผู้ต้องหาที่ 1-4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือข้อมูลที่เป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางปลอม รับจ้างผลิตเครื่องสำอาง.   นายพรชัย บุญถนอม อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร 2 กล่าวว่า ในการสรุปความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาต้องมี พยานหลักฐานที่ครบถ้วนสมบูรณ์พอที่จะมีความเห็นสั่งคดีได้ไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งคดีนี้มีการกล่าวหา เครื่องสำอางว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน พนักงานสอบสวน ได้ ส่งเครื่องสำอางไปตรวจ ทางนิติวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการหาสารพิษในส่วนผสมของเครื่องสำอาง แต่ไม่ตรวจหา สารประกอบ และสรรพคุณ ที่ชี้ให้อัยการเห็นว่าเครื่องสำอางดังกล่าวนั้น มีการอวดอ้างเกินจริง อย่างไรก็ตามจึงสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมในประเด็นนี้เพราะเป็นสาระสำคัญทางคดี.    และในส่วนของนายกร และนางวรรณภา พวงสน 2 สามีภรรยา จะครบกำหนด ฝากขัง ผัดที่ 4 ในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย.) เมื่อการสั่งคดียังไม่แล้วเสร็จ อัยการจึงต้องทำหนังสือแจ้งไปยังศาล เพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปก่อน และนัดให้มาฟังคำสั่ง ทางคดี ในวันที่ 12 ก.ค. ส่วน นางสาวตรีชฎา และ นางสาวปาจรีย์ ได้รับการประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน หลังจาก พนักงานอัยการ มีความเห็นทางคดีจะนัดให้ทั้งหมดมาฟังคำสั่ง ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 1,816
สังคม-อาชญากรรม
10 เม.ย. 61

'ศรีวราห์' ส่งสำนวนแย้งคดี 'เปรมชัย' ให้อัยการสูงสุด

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งสำนวนที่มีความแย้ง หลังพนักงานอัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องใน 3 ข้อหาในคดีนายเปรมชัย กรรณสูตร ให้กับอัยการสูงสุดแล้ว / คาดทันฝากขังผัดสุดท้าย   พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน คดีนายเปรมชัย กรรณสูตร นำสำนวนความเห็นแย้ง มาส่งมอบให้กับอัยการสูงสุด หลังพนักงานอัยการภาค 7 ได้มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องใน 3 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ 2. ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาติและร่วมกันนำเครื่องมือล่าสัตว์เข้าป่าโดยไม่ได้รับอนุญาติ 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาติและร่วมกันล่าสัวต์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ    โดยมีนายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้รับมอบ โดยกล่าวว่า จะนำสำนวนดังกล่าวไปพิจารณาก่อนที่จะมีการเสนอให้กับอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดอีกครั้ง ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อรูปคดีและไม่ส่งผลกระทบต่อคดีทางแพ่ง ยืนยันจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายและทันก่อนฝากขังนายเปรมชัยผัดสุดท้าย   ขณะที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวยืนยันว่าความเห็นแย้งมีเหตุผลเพียงพอ ที่จะพิจารณาให้มีความเห็นสั่งฟ้องเนื่องจากการนำอาวุธปืนเข้าไปในอุทยานผิดกฎระเบียบที่ห้ามไม่ให้บุคคลใดนำอาวุธเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งการขออนุญาติเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ นายเปรมชัย ไม่ปรากฎว่าขออนุญาติเข้าเขตอุทยานฯแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุคดีพยายามล่า มองว่าในเมื่อมีการร่วมกันล่าสัตว์ป่าและมีการแบ่งหน้าที่กันทำก็น่าจะเข้าข่ายข้อหาร่วมกันพยายามล่าและร่วมกันทารุณกรรมสัตว์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 2,590
การเมืองเข้มข้น
26 มี.ค. 61

อัยการ นัด 15 แกนนำนปช.ส่งฟ้องคดีชุมนุมปี 52 ฐานความผิดยุยง-ปลุกปั่น

 อัยการสูงสุด นัด 15 แกนนำนปช. ส่งฟ้องต่อศาลอาญา รัชดาฯ คดีชุมนุมทางการเมือง ปี 2552 ฐานความผิด ยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย   ช่วงเช้าที่ศาลอาญา แกนนำกลุ่มนปช. อาทิ นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย เดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ ซึ่งได้นัดส่งฟ้อง คดีชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนปช. บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2552 ฐานความผิดยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116    สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 22 คน แต่อัยการส่งฟ้อง 15 คน เนื่องจากที่เหลือยังติดตามตัวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแกนนำนปช. เช่น นาย วีระ มุกสิกพงศ์ ,นายจตุพร พรหมพันธ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ , นายอดิศร เพียงเกตุ , นายแพทย์เหวง โตจิราการ , นายพายัพ ปั้นเกตุ และ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท    โดยนายแพทย์เหวง ยืนยันในความบริสุทธิ์ เพราะการชุมนุมที่เกิดขึ้นครั้งนั้นได้สั่งยุติเอง และส่งผู้ชุมนุมกลับบ้าน โดยไม่มีความรุนแรง หรือ ความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น ดังนั้นจึงพร้อมต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอยื่นประกันตัวทันที   อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าอัยการ ได้เลื่อนการส่งฟ้องเป็นช่วงบ่าย เนื่องจากเอกสารยังไม่เรียบร้อย  

 2,092
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ย. 60

องค์กรผู้หญิง ร้องอัยการสูงสุด ชี้ขาดสั่งฟ้องข้าราชการ-ตำรวจ คดีซื้อประเวณีเด็ก จ.แม่ฮ่องสอน หลังอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้อง

  เมื่อเวลา 10.00 น. นางทิชา ณ นคร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก และเยาวชนพร้อมเครือข่าย เข้ายื่นหนังสือถึง นายประยุทธ์ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการสูงสุด เพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยชี้ขาด สั่งฟ้องคดีข้าราชการ, ตำรวจ , ผู้มีชื่อเสียง ที่เข้าไปพัวพันซื้อประเวณีเด็กในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังล่าสุดทางอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว   โดยนางทิชา เผยจากการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวซึ่งผู้เสียหายเป็นเด็กและเยาวชน ระบุว่า มีข้าราชการในพื้นที่รวมถึงข้าราชการระดับสูงเป็นผู้ซื้อประเวณีจริง และเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้รับการเปิดเผยจากนายตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 ว่า อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ที่เข้าไปพัวพันกับคดีดังกล่าว และไม่ได้ให้เหตุผลกับการไม่สั่งฟ้อง ส่วนแม่เล้าและผู้จัดหาเด็ก ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดี    ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 5 กำลังทำความเห็นแย้งไปยังอัยการสูงสุดด้วยนอกจากนี้ รู้สึกกังวลในการใช้ดุลพินิจของอัยการ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันนี้จึงอยากให้อัยการสูงสุด พิจารณาทบทวนคำสั่งของพนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอให้มีคำสั่งชี้ขาดความเห็นแย้งให้ฟ้องคดีดังกล่าว เพื่อให้ความยุติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเห็นว่าการซื้อบริการทางเพศเด็กเป็นการกระทำความผิดกฏหมายอย่างร้ายแรง และละเมิดต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์    ขณะที่นางสาวสุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้อำนวยการมูนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม กล่าวว่า การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็กเท่ากับเป็นการละเมิดสิทธิเด็กและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญผลักดันในวาระแห่งชาติให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน จึงอยากวิงวอนให้อัยการสูงสุดพิจารณาทบทวนคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และมี คำสั่งชี้ขาดความเห็นแย้งให้ฟ้องคดีดังกล่าวด้วย- ภายหลังได้รับหนังสือดังกล่าวทางรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้นำเรื่องเข้าสู่สารบบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 3,684

Top