ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผลสอบ"

สังคม-อาชญากรรม
04 พ.ค. 61

รมว.พม.เผยผลสอบ 'อดีตปลัด-รองปลัดกระทรวง พม.' ปมทุจริตเงินคนจน ชี้ผิดวินัยร้ายแรง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผลสอบ พม. ประเดิมฟันวินัย ทุจริตศูนย์ไร้ที่พึ่งขอนแก่น เสนอให้ออกจากราชการ 2 ราย   พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เผยผลสอบ อดีตปลัด-รองปลัดกระทรวง พม. พร้อมข้าราชการ รวม 11 คน ผิดวินัยร้ายแรง กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง โดยให้เวลา 15 วัน แก้ข้อกล่าวหา ก่อนพิจารณาโทษทั้งวินัยและอาญา คาดรู้ผลสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้

 3,974
ข่าวภูมิภาค
02 เม.ย. 61

เปิดใจ 'ครูติ๊ก' ให้ นร.ได้ที่ 1 ยกชั้น หาความเก่งเฉพาะด้าน สร้างกำลังใจให้เด็ก

สกลนคร-โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของคุณครูชินกร พิมพิลา หรือครูติ๊ก ครูโรงเรียนบ้านนาสีนวล ต.หนองแปน อ.เจริญศิลป์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สกลนคร เขต 2 ( สพป.สกลนคร เขต 2 ) ที่สร้างความฮือฮาด้วยหารให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ลำดับการสอบที่ 1 ยกชั้น 17 คน   จากการสอบถามไปยังคุณครูชินกร พิมพิลา ถึงแนวคิดในการตัดสินใจให้นักเรียนสอบได้ที่ 1 ยกชั้น ได้รับคำตอบว่า นักเรียนเหล่านั้นมีความพิเศษเฉพาะด้าน ทุกคนมีความแตกต่างกัน จนกระทั่งปิดเทอมก็มีการตัดสินผลการเรียน ซึ่งก็มีเกรดธรรมดาเรียนเหมือนกันกับที่อื่น มีการสอบโอเน็ตเหมือนกัน การสอบทุกครั้งจะมีการจัดลำดับที่ ทีนี้เรามอบไปที่เด็กอยู่รั้งท้ายเพื่อน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6 ก็ยังรั้งท้าย ก็มีความคิดว่า น่าจะสร้างแรงบันดาลใจ หรือการเสริมแรงเชิงบวกให้กับเขา จึงคิดวิธีการนี้ออกมา และให้ที่ 1 ทุกคน   ซึ่งคำว่าที่ 1 ต้องมีความเก่งเฉพาะด้าน เช่น หาปลาเก่ง ร้องเพลงเก่ง นวดเท้าเก่ง สร้างเครื่องบินเก่งที่สุด ซึ่งตนมีความเชื่อว่า คนที่อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนหนังสือไม่ได้ คนเหล่านั้นสมองของเขายังไม่ฟักตัวจุดๆนั้นออกมา แต่ในขณะเดียวกันเขากลับมีความเด่นด้านอื่น เราต้องรอเวลา อย่าเพิ่งไปบีบบังคับเขา แต่เรามีวิธีการคือการสอนเสริมให้มีพัฒนาการเพิ่มขึ้น   คุณครูชินกร ยังกล่าวต่อว่า วันปิดภาคเรียนก็ถ่ายภาพร่วมกับนักเรียนแล้วแชร์ออกไป ไม่ได้คิดอะไรเพราะเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ตนทำอยู่แล้ว วันต่อมาเป็นวันประกาศผล ตนก็ทำใส่ซองไว้ให้ข้างในเป็นผลการเรียน เมื่อนักเรียนเปิดดูก็งง ทำไมตนเองถึงสอบได้ที่ 1 และผู้ปกครองก็ยิ้มเพราะบุตรหลานเป็นคนเรียนเก่ง เช่นเดียวกับคนที่เคยสอบได้รั้งท้าย วันนี้เขาได้เห็นผลการเรียนแล้วเขาก็ดีใจ เขาอาจจะไม่เก่งอย่างอื่น แต่เขาเก่งช่างไม้ เพราะไปประกวดด้านช่างไม้ก็ชนะเลิศมา   สิ่งที่ตนโพสต์ลงไปนั้น โอเน็ตก็ไม่ได้ตอบโจทย์ว่าเท่าไร แต่ตนไม่ได้ต่อต้านโอเน็ต แต่การจัดลำดับนั้นไม่ได้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจของเด็ก ซึ่งเป็นการบั่นทอนความกระตือรือร้นของเด็ก คล้ายๆการสร้างกำแพงให้กับเด็ก ยกตัวอย่างคนที่สอนเพื่อน ก็อาจจะมาเป็นครูเหมือนกับที่ตนเคยสอนเพื่อน แล้วกลับมาเป็นครูที่หมู่บ้านของตน ตามสโลแกนที่ว่าฮักบ้านเกิด อยากให้เด็กๆมีความฝัน นอกจากตนแล้วยังมีครูที่ทำแบบตนมาก่อน แต่สังคมยังไม่รับรู้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qlKTZBNP4q4    

 29,761
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ผลสอบ ผอ.สามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ ชี้ผิดวินัยร้ายแรง ส่อโดนไล่ออก

การสอบสวนวินัยร้ายแรง จากกรณีมีคลิปกล่าวอ้างว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยรับเงินแปะเจี๊ยะ 4 แสนบาท จากผู้ปกครอง ล่าสุดคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง ได้สรุปผลสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงเบื้องต้นนายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย พร้อมรองผู้อำนวยการ และผู้เกี่ยวข้องอีก 1 คน   โดยในส่วนของนายวิโรฒ ผู้อำนวยการโรงเรียน คณะกรรมการพิจารณาว่ามีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะมีการรับเงิน แต่ไม่นำเข้าคลัง ซึ่งไม่ใช่แค่กรณีที่เปิดเผยในคลิปรายเดียว รวมประมาณ 7-8 ล้านบาท   ส่วนรองผู้อำนวยการและผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 2 รายนั้น จะเกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือไม่ ต้องให้ทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงสรุปผลอีกครั้งหนึ่ง   อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ได้เชิญทั้ง 3 ราย มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งหากมีข้อโต้แย้ง คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไปทำสำนวนใหม่ แต่ถ้าไม่มีข้อโต้แย้ง ภายใน 15 วัน คณะกรรมการก็จะสรุปผลทันที ก่อนเสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร พิจารณา โดยคาดว่าน่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์นี้   ขณะที่ นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเบื้องต้นทราบว่าผู้อำนวยการโรงเรียนมีมูลความผิดวินัยร้ายแรง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมการพิจารณาจนสิ้นสุดเสียก่อน ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษสูงสุดถึงขั้นไล่ออกหรือปลดออก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/A2c_uTgu6ns    

 7,717
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 60

ผลสอบ 'น้องเมย' ชี้ไม่พบโรคประจำตัว แต่มีอาการผิดปกติก่อนเสียชีวิต 'แม่' ขอเดิมพันชีวิต ทวงถามระบบเกียรติศักดิ์

พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ได้สรุปรายงานส่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้วตอน 18.00 น.เมื่อวาน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยผลสอบได้ เพราะต้องให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพิจารณาก่อนว่า จะให้แถลงต่อสาธารณชน หรือ แจ้งผลสอบกับครอบครัวตัญกาญจน์อย่างเดียว   สำหรับกระบวนการตรวจสอบนั้น พล.อ.อ.ชวรัตน์ ยืนยันว่า เริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ดูใหม่ในทุกพยาน ตั้งแต่เหตุการณ์การธำรงวินัยเดือนสิงหาคม และ วันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่ นตท.ภคพงศ์เสียชีวิต โดยไม่ได้นำผลสอบของโรงเรียนเตรียมทหารมาประกอบการพิจารณาใดๆ ทั้งสิ้น   ซึ่งในรายงานสรุปไม่พบโรคประจำตัว แต่เพื่อนสนิทของ นตท.ภคพงศ์ให้การว่า นตท.ภคพงศ์มีอากาศลักษณะที่ไม่ปกติซ้ำๆ หลายครั้งก่อนวันที่ 17 ตุลาคม การธำรงวินัยเมื่อเดือนสิงหาคมไม่น่าจะเชื่อมโยงมาถึงการเสียชีวิตในวันที่ 17 ตุลาคม   ในวันที่เสียชีวิตไม่มีการทำร้ายร่างกาย นตท.ภคพงศ์ ส่วนที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์บอกว่า มีรอยฟกช้ำตามร่างกายนั้น เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำข้อมูลไปเทียบกับทางโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพราะแพทย์ของโรงพยาบาลที่ผ่าชันสูตรแจ้งว่า ตอนผ่าเพื่อยกอวัยวะภายในออกมา พบรอยฟกช้ำแห่งเดียวที่ชายโครงข้างซ้ายเท่านั้น   แต่ผลการตรวจสอบทั้งหมดของคณะกรรมการ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสั่งการมาก่อน   ในเวลาต่อมา แม่ของน้องเมย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ “#ระบบเกียรติศักดิ์ ลูกโดนทำโทษในระบบเกียรติศักดิ์ “ด้วยชีวิตของชายชาติทหาร” ทั้งที่ไม่ผิดลูกก็ยอม แม่ให้อภัย~ลูกอภัย~ทุกคนอภัย และอโหสิกรรม ด้วยเดิมพันธ์ชีวิต และครั้งนี้เหมาะกับเวลาแล้ว #ขอทวงถามระบบเกียรติศักดิ์ กับท่านบ้าง ขอให้ท่านตอบครอบครัวเรา และพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mJX-Nm_w-Fk

 84,820
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 60

มท.1 เผยผลสอบ "2 ผู้ว่าฯ" ปมจัดงานพระราชพิธีฯยังไม่แล้วเสร็จ ขอให้ครบกำหนด 7 วันจึงทราบผล

 รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เผยผลสอบ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีประชาชนไม่ได้รับความสะดวกงานพระราชพิธีฯ ยังไม่แล้วเสร็จ ระบุขอให้รอครบกำหนด 7 วันได้ข้อสรุป     รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย เผยผลสอบ 2 ผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีประชาชนไม่ได้รับความสะดวกงานพระราชพิธีฯ ยังไม่แล้วเสร็จ ระบุขอให้รอครบกำหนด 7 วันได้ข้อสรุป   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าผลการสอบสวนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และ นนทบุรี เกี่ยวกับการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ว่า ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จซึ่งต้องรอให้ครบตามกำหนด 7 วัน ทั้งนี้ตนเองไม่อยากจะสื่อสารหรือชี้แจงอะไรเพิ่มเติม เพราะพูดไปก็จะถูกนำไปสื่อสารบิดเบือนจนเกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจึงต้องรอผลการสอบสวนที่เป็นข้อเท็จจริง    อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นตนเองไม่คาดคิดว่าจะเป็นปัญหาที่บานปลาย เพราะที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมงานต่างๆ ก็ได้มีการย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการให้ความสำคัญกับการบริการประชาชนเป็นหลัก    ข่าวที่เกี่ยวข้อง   </iframe</div>

 16,416

Top