ค้นหา :

ผลการค้นหา "หัวร้อน"

สังคม-อาชญากรรม
30 พ.ย. 62

รู้ตัวแล้ว!! หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์หัวร้อนยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 63 โดนลูกหลงหวิดดับ พบเป็นทหารยศ 'สิบโท'

จากกรณีเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและยิงลงพื้นหัวกระสุนได้กระเด็นไปเฉียวคางและหัวไหล่ของนายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรง และได้ยินเสียงปืนจึงจอดรถรอดูสถานการณ์อยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   วานนี้ (29 พ.ย.) หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านอาหารมาหล่า ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่เกิดแหตุ    เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าสอบถามยังร้านที่เกิดเหตุ โดยนางพรนัชชา เจิ้น อายุ 40 ปี เจ้าร้านอาหารดังกล่าว ได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมานั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนตั้งแต่ประมาณบ่าย 3 โมงของวันที่ 28 พ.ย.จนกระทั่งมืดเพื่อนเห็นว่าผู้ก่อเหตุเมาจึงได้ไล่ให้ผู้ก่อเหตุกลับบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมกลับ เพื่อนจึงได้กลับไปก่อน เหลือเพียงผู้ก่อเหตุนั่งดื่มอยู่คนเดียว ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจหาว่าเพื่อนทิ้ง จึงได้ออกมาที่หน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัดและกลับเข้ามานั่งดื่มต่อในร้านอีก โดยได้นำปืนมาวางบนโต๊ะ และพูดคุยกับเจ้าของร้านว่าสนใจจะซื้อปืนหรือเปล่า   หลังจากที่ผู้ก่อเหตุนั่งดื่มต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุได้หยิบบุหรี่ออกมาจะสูบในร้าน ตนจึงบอกว่าสูบไม่ได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจได้เดินออกมาหน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัดก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรงห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยขี่รถย้อนศรออกมาทางถนนสุขุมวิท ก่อนที่มาก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณปากซอยดังกล่าว   โดยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดของร้านใกล้เคียงบันทึกภาพเอาไว้ได้ในขณะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าที่หน้าร้านอาหารดังกล่าว     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วเป็นทหารยศสิบโท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่เป็นที่เปิดเผย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/AYsuZp2iw_M

 917
สังคม
30 พ.ย. 62

รู้ตัวแล้ว!! หนุ่มซิ่งบิ๊กไบค์หัวร้อนยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 63 โดนลูกหลงหวิดดับ พบเป็นทหารยศ 'สิบโท'

จากกรณีเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าและยิงลงพื้นหัวกระสุนได้กระเด็นไปเฉียวคางและหัวไหล่ของนายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรง และได้ยินเสียงปืนจึงจอดรถรอดูสถานการณ์อยู่ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 10 เมตรจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากทางเข้าซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   วานนี้ (29 พ.ย.) หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังออกสืบสวนหาข่าว จนกระทั่งทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อนที่ร้านอาหารมาหล่า ซึ่งตั้งอยู่ในซอยที่เกิดแหตุ    เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าสอบถามยังร้านที่เกิดเหตุ โดยนางพรนัชชา เจิ้น อายุ 40 ปี เจ้าร้านอาหารดังกล่าว ได้เล่าว่า ผู้ก่อเหตุมานั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนตั้งแต่ประมาณบ่าย 3 โมงของวันที่ 28 พ.ย.จนกระทั่งมืดเพื่อนเห็นว่าผู้ก่อเหตุเมาจึงได้ไล่ให้ผู้ก่อเหตุกลับบ้าน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมกลับ เพื่อนจึงได้กลับไปก่อน เหลือเพียงผู้ก่อเหตุนั่งดื่มอยู่คนเดียว ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจหาว่าเพื่อนทิ้ง จึงได้ออกมาที่หน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัดและกลับเข้ามานั่งดื่มต่อในร้านอีก โดยได้นำปืนมาวางบนโต๊ะ และพูดคุยกับเจ้าของร้านว่าสนใจจะซื้อปืนหรือเปล่า   หลังจากที่ผู้ก่อเหตุนั่งดื่มต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ก่อเหตุได้หยิบบุหรี่ออกมาจะสูบในร้าน ตนจึงบอกว่าสูบไม่ได้ ทำให้ผู้ก่อเหตุไม่พอใจได้เดินออกมาหน้าร้านก่อนชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าอีก 1 นัดก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนออกมาทางปากซอยวัดด่านสำโรงห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร โดยขี่รถย้อนศรออกมาทางถนนสุขุมวิท ก่อนที่มาก่อเหตุอีกครั้งที่บริเวณปากซอยดังกล่าว   โดยพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุมีกล้องวงจรปิดของร้านใกล้เคียงบันทึกภาพเอาไว้ได้ในขณะที่ผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงขึ้นฟ้าที่หน้าร้านอาหารดังกล่าว     ล่าสุดเจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วเป็นทหารยศสิบโท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมและแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ยังไม่เป็นที่เปิดเผย     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/AYsuZp2iw_M

 917
สังคม-อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

บิ๊กไบค์เมาหัวร้อน ขี่ย้อนศร-ยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 65 โดนลูกหลงเจ็บ

สมุทรปราการ-มีเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ พบผู้บาดเจ็บเป็นชายคือ นายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี มีแผลถูกกระสุนปืนถากที่ปลายคางและหัวไหล่ มีเลือดไหล ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.สมุทรปราการ   สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า พบเห็นผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบขี่ จยย.บิ๊กไบค์ สีแดง ไม่ติดป้ายทะเบียน มีอาการมึนเมา ขี่ย้อนศรออกมาจากซอยวัดด่านสำโรงและมาติดรถที่เลี้ยวเข้าซอยอยู่พักใหญ่   แต่ด้วยขี่ย้อนศรมาต้องรอให้รถที่วิ่งมาถูกต้องตามเส้นทางเข้าซอยก่อน เป็นเหตุให้คนขี่ไม่พอใจจึงเบิ้ลเครื่องแรงๆแล้วชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัด และยิงลงที่พื้นอีก 1 นัด ก่อนจะขี่รถออกไป กระสุนที่ขึ้นฟ้าไม่เป็นไร แต่กระสุนที่พุ่งลงพื้นมันกระเด็นไปโดนคางและหัวไหล่ของลุงที่กำลังขี่ จยย.อยู่ใกล้เคียง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรายนี้ และมีพยานยืนยันหลายปากว่าผุ้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0jx57PFP6DQ

 3,956
อาชญากรรม
29 พ.ย. 62

บิ๊กไบค์เมาหัวร้อน ขี่ย้อนศร-ยิงปืนขึ้นฟ้า ลุงวัย 65 โดนลูกหลงเจ็บ

สมุทรปราการ-มีเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยวัดด่านสำโรง ต.สำโรงเหนือ พบผู้บาดเจ็บเป็นชายคือ นายชนะโชค วรรัตนวิวิช อายุ 65 ปี มีแผลถูกกระสุนปืนถากที่ปลายคางและหัวไหล่ มีเลือดไหล ต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.สมุทรปราการ   สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า พบเห็นผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบขี่ จยย.บิ๊กไบค์ สีแดง ไม่ติดป้ายทะเบียน มีอาการมึนเมา ขี่ย้อนศรออกมาจากซอยวัดด่านสำโรงและมาติดรถที่เลี้ยวเข้าซอยอยู่พักใหญ่   แต่ด้วยขี่ย้อนศรมาต้องรอให้รถที่วิ่งมาถูกต้องตามเส้นทางเข้าซอยก่อน เป็นเหตุให้คนขี่ไม่พอใจจึงเบิ้ลเครื่องแรงๆแล้วชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 3 นัด และยิงลงที่พื้นอีก 1 นัด ก่อนจะขี่รถออกไป กระสุนที่ขึ้นฟ้าไม่เป็นไร แต่กระสุนที่พุ่งลงพื้นมันกระเด็นไปโดนคางและหัวไหล่ของลุงที่กำลังขี่ จยย.อยู่ใกล้เคียง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุรายนี้ และมีพยานยืนยันหลายปากว่าผุ้ก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0jx57PFP6DQ

 3,956
สังคม
08 พ.ย. 62

ปะทะคารม! ปาเจโร่คันเดิม เพิ่มเติมคือหัวร้อน

ปาเจโร่หัวร้อนในตำนานเผชิญหน้าพยานซีวิค - คนขับ HRV ลั่นไม่ผิด! มีปัญหากับคนไม่ดี! โวอยากออกโหนกระแสนานแล้ว   จากกรณีปาเจโรในตำนาน ก่อนหน้านนี้ 2 เดือนก่อนเคยมีปัญหากับรถเก๋ง HRV คดียังไม่จบ ล่าสุดมีเหตุใหม่อีกแล้วกับรถซีวิค   ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์มีการออกมาแฉพฤติกรรมปาเจโร่ หัวร้อนคันนี้อีกครั้ง เมื่อมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ออกมาว่าปาเจโร่คันนี้ไปมีปัญหากับรถซีวิคคันหนึ่งบนท้องถนน    ล่าสุดวันที่ 8 พ.ย.  ได้เปิดใจสัมภาษณ์ คุณจักษ์ เจ้าของรถ HRV ที่เกิดเหตุเมื่อ 2 เดือนก่อน มาพร้อม คุณเอก-คุณฟลุ๊ค ผู้เห็นเหตุการณ์รถซีวิค  รวมทั้ง "คุณยอด" ปาเจโรหัวร้อนในตำนาน   ยอด : "ผมอยากออกรายการพี่มานานแล้วครับ"   อย่าทำอะไรผมนะ? ยอด : "ไม่ทำครับ พี่เป็นคนดีหรือเปล่าครับ คนดีไม่มีปัญหาครับ ผมมีปัญหากับคนไม่ดีครับ"   ล่าสุดคุณมีเรื่องกับรถซีวิค? ยอด : "ใช่ครับ ซึ่งผมไม่ได้อยากเดินเข้าไปหาเรื่อง ผมลงจากตลาดพลูมุ่งหน้าบางแค ผมขับช่องทางที่ 2 คู่กรณีอยู่ช่อง 1 ผมขับเร็วตามปกติ ตามกันมาเรื่อยๆ รถคู่กรณีผมจะพุุ่งหัวออกมา ผมบีบแตรปริ๊นเดียว รถซีวิคหยุด จากนั้น 5 นาที ผมเห็นรถคันนั้นตามมาและบีบแตรยาวมาก ผมก็งงบีบผมทำไม สักพักผมจอด ก็บีบไม่หยุด ก็ไม่เป็นไร จังหวะผมขยับ ซีวิคตีมาช่อง 3 ผมเห็นซีวิคหยิบวัสดุสีดำออกมาจากกระเป๋า ผมไม่รู้อะไร จากเจตนาบีบแตรค้างไม่ต่ำกว่า 5 นาที เจตนาไม่ปกติแล้ว ตอนนั้นเขาตีคู่มา อยู่ข้างขวาผมแล้ว"   คุณคิดว่าปืนหรือเปล่า? ยอด : "ผมก็คิดอย่างนั้น ผมไม่อยากมีเรื่องมีราว บีบแตรขนาดนั้นไม่ใช่คนปกติทำแล้ว ผมหักซ้ายออกแล้วหลังผมก็เลยไปเบียดหน้าเขา"   คุณหนี? ยอด : "ผมไม่หนี เลยมาผมชิดซ้าย แล้วลงมาคุยเลยให้เรียกประกัน ไม่ได้ลงมาหาเรื่อง ลงมาคุย ให้เรียกประกัน น่าจะมีผู้ประสงค์ดี ถ่ายคลิป คิดว่าผมหนี"   คุณเบรกให้เขาชนหรือเปล่า? ยอด : "ไม่ครับ ผมลงไปคุยกับเขาให้เขาเรียกประกัน แต่เขาไม่เรียก งั้นก็ให้ไปสน. ผมก็ไปของผม ผมแจ้งประกันแล้ว เขาก็บีบแตรไม่หยุดเลย ทั้งที่ตกลงแล้วว่าเจอกันที่สน. บีบแตรไล่ผม ไม่รู้บีบทำไม"   เปิดคลิป คุณโบกมือทำไม? ยอด : "ก็บอกให้ไปเจอกันที่สน. ไง บ๊ายบายไง ผมบอกให้เรียกประกันแล้วเจอสน. เอาคลิปยาวมากว่านี้สิ นี่เขาตัดมา"   เขาประสงค์กลั่นแกล้งคุณ? ยอด : "ก็ดูสิ พยานมาบานเลย"   พยานเป็นยังไง เอาชัดๆ อย่าไปกลัว? เอก : "พี่ซีวิคเขาบีบแตรยาวก่อนเหมือนที่พี่เขาว่า ก็คิดว่าเขาคงมีเรื่องมาก่อน สักพักก็เห็นเขาบีบแตรยาวอีก ก็ดูสักพักนึง สักพักนึงพี่ปาเจโร่ออกขวาเขาขับรถชนซีวิคเลย คือเบียดออกขวา"   คุณไปชนเขาเหรอ? ยอด : "ผมเบียดออกไง ผมจะเบียดออกขวาได้ยังไง ตรงนี้ชนหนึ่งครั้ง ตรงแยกเขาตัดหน้าผมอีกครั้งนึง"   คุณเห็นกี่ครั้ง? เอก : "สองครั้งเลย"   ยอด : "คุณพูดให้ครบสิครับ เหตุการณ์เกิดอะไร ไม่ใช่มาไล่ทีละข้อๆ"   เอก : "เขาชนปุ๊บ เขาก็ออกไปประมาณ 400 เมตรที่มีรูปที่ถ่าย เขาจอดรถ แต่ผมไม่รู้เขาคุยอะไรกัน หลังจากนั้นเขาก็ขับรถออกไปอีก"   ใช้คำว่าหนีได้มั้ย? เอก : "ก็น่าจะได้เพราะเขาไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียนมา"   ชนครั้งที่สองยังไง? เอก : "เขาก็ไล่ตามคลิป ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงแยกบางแค ติดไฟแดงข้างหน้า พี่ปาเจโรไปถึงก่อน จอดปุ๊บ พี่ซีวิคมาทีหลัง เขาก็ไปปาดหน้า เพื่อให้หยุด หลังจากนั้นเขาก็จอดคู่กัน ตอนนี้ยังไม่ได้ชน แต่ไปชนกันตอนไฟเขียว พี่ปาเจโรก็เบียดชนอีกที ตั้งใจมั้ยผมไม่รู้ ไม่รู้เจตนา"   ยอด : "คำว่าเบียดคือผมพุ่งไปหาเขา รถอยู่ในเลนผม จะไปเบียดเขาได้ยังไง นี่เลนผม ดูดีๆ"   ทำไมหัวเบี่ยง? ยอด : "มันอยู่เลนผม ดูล้อหน้าซ้ายซีวิคเบียดมาหรือเปล่า ล้ำเส้นแล้ว ผิดกฎจราจรแล้ว ผมอยู่ในเลน จะขับชิดขวาหรือซ้ายก็สิทธิ์ของผม แต่ไม่ใชขับรถเบียดเข้ามาในเลน"   ตร.ว่าไง? ยอด : "ตร.ก็บอกว่าขับรถโดยประมาท ตร.ก็ปรับทั้งคู่ ผมอยากให้เรื่องจบง่าย ก็เลยยอมดีกว่า แต่พอผมไปยอมงี้ คู่กรณีถามว่าผมจะจ่ายเท่าไหร่ พอไปถึงสน. ผมโทรหาประกันก่อนเลย ประกันผมไปรออยู่สน.แล้ว ผมมีประกันจะกลัวอะไร ผมจ่ายเงินครบ เขาต้องคุ้มครองผมสิ น้องประกันรู้ใจดูแลผมดีมาก ไม่เกิน 1 นาทีประกันขับรถมาหาผม ผมก็ชี้แจงกับตร.ว่าผมไม่ได้หนี ถ้าหนีประกันจะไม่มาที่นั่น"   พี่เสื้อเขียวเห็นมั้ย? ฟลุ๊ค : "เห็นตั้งแต่บีทีเอชบางหว้า แต่เห็นตอนเขาเกี่ยวกับซีวิคแล้ว ผมจอดชะลอดูแป๊บนึง คิดว่าเขาเคลียร์กันได้ ก็ขับเลยไป สักพักเขาก็ขับแซงกันมา และบีบแบตรลากยาว ผมมาเห็นอีกทีแยกท่าเกษตร"   เจตนาเขา คุณคิดว่าเขาตั้งใจชนมั้ย? ฟลุ๊ค : "แยกท่าเกษตร ถนนมี 4 เลน ฝั่งเลี้ยวเข้าซอยท่าเกษตร ซึ่งเลน 1 มีรถอยู่แล้ว รถปาเจโรจอดเลน 2 ซีวิค เลน 3 รถซีวิค เลน 4 ว่าง ถามหน่อยว่าพี่อยู่เลน 2 แล้วขับมาเลน 3 เบียดเขาตกเข้าซอยท่าเกษตร คิดว่าชนมั้ย"   ยอด : "ผมอยู่ในเลน 2 ไม่ได้หักนอกเลนผมด้วย"   ฟลุ๊ค : "ข้างหน้าพี่มีรถจอดอยู่นะครับ"   ยอด : "แต่ระหว่างช่องทาง รถผมกับคันหน้า ดันมีรถแทงเข้ามา แล้วมีวัสดุสีดำในมือ ไม่ได้คิดไปเอง ใครจะอยากมีปัญหา  จังหวะไฟเขียว เขาแหย่หน้ามาชนผม ผมจะไปขวาเพื่ออะไร"   เขาไปขวาหรือเปล่า? เอก : "ตรงนั้นมีกล้อง ถ้าดูกล้องมันแน่นอน"   ยอด : "คุณถ่ายก็บอกเค้าให้หมดสิ ไม่ใช่มาอธิบายทีละรูปๆ"   เอก : "จอดแช่เกือบสิบนาที ทำไมไม่ลงมา"   ยอด : "ผมลงไปคุยครั้งแรก เขาไม่คุย"   เอก : "เขาก็ลงมาแล้วนี่"   จักษ์ : "เคส HRV เขาบีบแตรหลังผมกี่นาที ลองถามเขา"   ยอด : "มันคนละเรื่อง อันนั้นคุณเป็นคนผิดนะครับ"   เขาเปรียบเทียบพฤติกรรม? ยอด : "ฟังดีๆ นะตี่นะ พี่ลงไปคุยกับเขาตอนแรก เขาไม่คุย ปากไม่ต้องสั่น ใจเย็นๆ มีน้ำมั้ย ทานน้ำก่อน ผมจะบอกว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะคุยกับผมเลย ผมลงไปคุยกับเขา เขาวิ่งหนีแล้ววนรอบเลยแล้วตะโกนว่าผมชนแล้วหนี"   ต่อสายหาคนขับรถซีวิค "คุณเอ" กรณีที่เกิดขึ้น เขาบอกคุณเจตนาบีบแตรกลั่นแกล้งเขา ยั่วโมโหให้เขาขาดสติ และเบี่ยงรถไปชนเขา? เอ : "ถ้าผมเล่าจะเป็นสองเวอร์ชั่นซึ่งไม่ตรงกัน ผมขออ้างอิงคำบันทึกคำให้การประจำวัน ลงไว้ที่สน.ภาษีเจริญอ ขออ่านตามนี้เลยนะ รถยนต์หมายเลข..ปาเจโร ขับเข้ามาเบียดออกจากช่องทางของตน ทำให้ท้ายรถยนต์ไปชนหน้ารถยนต์คู่กรณี ซึ่งก็คือผม ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยประมาทของผู้ต้องหา ได้แจ้งผิดและข้อกล่าวให้ผู้ต้องหาทราบ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ต้องหาได้ทำการบันทึกระงับที่ชั้นสน. ส่วนข้อเสียหายต่างๆ จะมีการเรียกร้องอีกทีหนึ่ง ถ้าทั้งสองฝ่ายให้การต่างจากนี้จะเป็นการให้การเท็จ และไม่ตรงกับสำนวน คู่กรณีก็ต้องทราบนะครับว่าท่านได้บอกแล้วว่าเป็นการขับโดยประมาทของท่าน ผมยืนตามนี้ครับ"   เขาชนเราเอง? เอ : "อันนี้ชัดเจน ลงบันทึกประจำวันแล้วว่าขับเบียดออกมาโดยประมาทของผู้ต้องหา เป็นการเซ็นทั้งสองฝ่ายและเซ็นต่อหน้าตร. ชั้นสอบสวนด้วยครับ ผมยืนตามนี้"   ดำเนินการให้ถึงที่สุด? เอ : "เรื่องนี้กรณีเกี่ยวชนกันตรงบางหว้า เขาบอกว่าเขาประมาท หลังจากนั้นมีการขับติดตามไปเพราะผมเห็นรถปาเจโรไม่ติดทะเบียน การติดตามไปประมาณ 5 กิโลจนถึงแยกบางแค แล้วมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่ารถปาเจโรเบียดชนผมออกมาเลย และเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ขอบคุณคุณเอก และผู้เกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือผม"   คุณบอกถูกคู่กรณีคุณถ่มน้ำลายใส่หน้าจริงมั้ย? เอ : "ผมเขียนในนั้นจริง แต่เป็นการสื่อสารภายใน ผมไม่ขอพูดถึง มีร้อยเวรอยู่ แต่ไม่เอาอันนี้เป็นประเด็นนี้ใดๆ ขอแจ้งอีกนิดนึงนะครับ รถปาเจโรเช็กมาแล้วยังไม่ได้ต่อทะเบียนภาษีตั้งแต่ม.ค. 62 สองเพิ่งพ้นมาเมื่อเช้า ผมโทรเช็กพรบ. รถคันนี้ยังไม่ได้มีข้อมูลแจ้งไปที่สำนักงานประกันภัยว่าได้มีการทำพรบ.ภาคบังคับ ตั้งแต่ 29 ม.ค. 62 ลืมต่อภาษีเป็นปีเลยเหรอ"   ต่อพรบ.มั้ย? ยอด : "ต่อแน่นอน แต่ไม่ทราบว่าต่อเมื่อไหร่ แต่ต่อแน่นอน เดี๋ยวหาหลักฐานมาให้ ไม่ต้องกลัวนะครับ ห่วงเรื่องคุณดีกว่า ไม่ต้องมาห่วงเรื่องผม ถ้าผมไม่ต่อ ผมยินดีเสียค่าปรับขั้นสูงสุดของกฎหมายเลย คุณน่าจะห่วงตัวคุณก่อนนะ การที่คุณมาเจอผม แล้วคุณถามว่าจะชดใช้เท่าไหร่โดยไม่เรียกประกัน มันเจตนากรรโชกทรัพย์นะผมว่า  ทั้งที่มีประกัน"   เอ : "ผมเรียนตั้งแต่ต้นแล้วนะ ว่าจากการค้นพรก. เช้าวันนี้ ผมแจ้งทะเบียนรถไป ทะเบียนนี้ สีนี้ ปาเจโรนี้ ยังไม่มีข้อมูลแจ้งทางพรบ.ภาคบังคับ เขาอาจจะมีหรือไม่แจ้ง ผมไม่ได้สรุปแบบนี้นะ ส่วนเขาทำมาหรือไม่ทำมา ก็ต้องไปพิสูจน์มา"   ตอนนี้คนด่าคุณทั้งประเทศ ไม่รู้สึกเหรอ? ยอด : "ชินแล้ว จะรู้สึกเพราะอะไรครับพี่"   เหมือนพฤติกรรมซ้ำๆ คุณไม่ยอมรับว่าคุณผิด? ยอด : "ผมผิดผมยอมรับสิพี่ วินาทีแรกผมไปนั่งที่สน. ผมแจ้งร้อยเวรว่าผมชนจริง รับผิดชอบทั้งหมด ผมเป็นคนยอมรับผิด ผมบอกว่าผมชนจริง"   แต่พฤติกรรมที่คุณระงับอารมณ์ไม่ได้? ยอด : "บอกเลยไม่ใช่ผม ผมลงไปบอกให้เขาเรียกประกัน ไม่ได้ด่าเขา ไม่มีคำด่าไหนออกจากปากผมเลย แต่คู่กรณีเจอผมที่สน."   แถตัวแตกหรือเปล่า? จักษ์ : "(หัวเราะ)"   ยอด : "เรื่องคุณ คุณจะเอายังไง ว่ามา ไม่ต้องมากลืนน้ำลาย เอาน้ำมา"   จักษ์ : "แล้วแต่ทางเขา เขาเป็นฝั่งไม่อยากจะจบ ผมไม่อยากจะยุ่ง อยากจะตัดขาด ทำบุญกรวดน้ำไปให้ ไม่อยากเจออีกแล้ว แต่เขาจะฟ้องผม"   ยอด : "มันไม่จบเพราะน้องบอกว่าพ่อเป็นตร. เป็นตร. มันใหญ่นักเหรอ"   จักษ์ : "ผมไม่ได้พูด พี่ตร.เป็นคนพูด"   ยอด : "ผมได้ยินเลยในห้อง น้องเขาเป็นคนพูดเอง พี่บอกว่าแถ เพราะพี่ไม่เคยเจอคนจริงแบบนี้ไง ผิดก็ยอมรับว่าผิด"    

 2,395
สังคม
08 พ.ย. 62

แฉอีก! พฤติกรรมปาเจโร่คันเดิม เพิ่มเติมคือหัวร้อนหนักขึ้น ด่ากราด-ขู่ทำร้ายพยาน

จากรณีเหตุการณ์บนท้องถนนทำให้หัวร้อนและกลายเป็นเรื่องราวตามมานั้น มีหลากหลายเรื่องราว โดยล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Fai Come ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนทางด่วน ซึ่งพบว่ากล้องได้บันทึกภาพตั้งแต่มีการตั้งใจปาดไปมาจนถึงนาทีชนไว้   โดยผู้โพสต์ระบุว่า “คนสมัยนี้น่ากลัวใจร้อน ขอเปลี่ยนเลนก็หาว่าตัดหน้า ขอโทษแล้วก็ไม่จบ สุดท้ายก็ตามมาแบกตัดหน้าและชนจนได้ แล้วมันก็หนี บุคคลอันตราย”   ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุเพิ่มเติมว่า “เจอกันที่โรงพักแล้ว บอกมีลูกอยู่ในรถจะเอาผิดเราให้ถึงที่สุด มีปืนปานนี้ยิงทิ้งแล้ว พูดจาแย่มากๆ ด่าทุกคำจนตำรวจต้องห้าม อยากถามหน่อยว่าถ้าคุณเป็นพ่อคนมีลูกมีเมียอยู่ในรถแต่อารมณ์การขับรถแย่ขนาดนี้ คุณยังมาโทษว่าเราขับรถชนทำให้ลูกคุณเจ็บ จริงหรอ   ล่าสุดวันที่เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ในโลกออนไลน์มีการออกมาแฉพฤติกรรมปาเจโร่ หัวร้อนคันนี้อีกครั้ง เมื่อมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ออกมาว่าปาเจโร่คันนี้ไปมีปัญหากับรถซีวิคคันหนึ่งบนท้องถนน    โดยมีการเกิดเหตุเชี่ยวชน 2 ครั้ง ซึ่งเริ่มจากบีทีเอสสถานีบางหว้า เส้นทางไปซีคอนบางแคร์ ซึ่งระหว่างนั้นต่างคนก็ต่างให้สัญญาณโดยการบีบแตรโต้ตอบกัน สุดท้ายคนขับปาเจโร่ที่อยู่อีกเลนหนึ่งด้านช้าย ได้ขับเบียเเข้ามาแล้วก็ชนเข้าไปที่รถยนต์ซีวิค ก่อนที่รถซีวิคจะพยายามบอกให้ปาเจโร่จอดแต่ไม่ยอม กระทั่งมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยดักหน้า-หลัง จากนั้นคนขับยอมลงมาจากรถและเกิดเรื่องทะเลาะซ้ำรอยเดิม   หลังเกิดเหตุได้เข้าไปเจราจากันที่ สภ.เพชรเกษม แต่ตกลงกันไม่ได้ โดยคนขับปาเจโร่ได้ด่าพยานที่เห็นเหตุการ ณ์ว่าถ้าหากใครขึ้นให้การกับทางรถซีวิคจะเข้าทำร้าย ซ้ำยังถ่มน้ำลายใส่รถซีวิคก่อนที่จะขับหนีไป   แต่อย่างไรก็ตามเจ้าตัวคนขับรถปาเจโร่เองได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้ขับหนีอย่างที่มีการพูดถึงในคลิป และยังมีการแจ้งประกันอีกด้วย 

 2,131
ข่าวภูมิภาค
05 พ.ย. 62

แท็กซี่หัวร้อน รปภ.เปิดประตูช้า ยั๊วะลงรถรัวหมัดไม่ยั้ง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2562 เวลา 00.30 น  นายณรงค์เดช ภาพติ๊บ อายุ 59 ปี รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.จักรทอง คำมาลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับรถแท็กซี่ ที่มาทำร้ายร่างกายตนเอง พร้อมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้มาเป็นหลักฐาน   นายณรงค์เดช ผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ตนทำงานเป็น รปภ. ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมาเข้าเวรตั้งแต่เวลา 19.00 น ของวานนี้ที่ 4 พฤศจิกายน โดยมีหน้าที่แลกบัตรเข้าออกหมู่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ในขณะที่ตนทำหน้าที่ อยู่ที่บริเวณป้อมยาม ปากทางเข้าหมู่บ้าน ได้มีรถแท็กซี่สาธารณะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 4181 กรุงเทพมหานคร ได้ขับเข้า ตนจึง สอบถาม ว่าเข้ามารับคนในหมู่บ้านหรือเปล่า ทำให้ชายทั้งกล่าวไม่พอใจและได้ตะโกนต่อว่าตนหาว่าเปิดประตูช้า ซึ่งตนก็งง เนื่องจากตนจะต้องตรวจสอบรถที่เขาออกหมู่บ้านว่ามีสติ๊กเกอร์ ของหมู่บ้านหรือไม่ แต่คนขับรถแท็กซี่ดังกล่าว ได้ต่อว่าตนด้วยถ่อยคำที่รุนแรง โดยบอกว่าตนเป็นลูกบ้าน ให้สังเกตที่ไฟของแท็กซี่ ถ้าไม่ใช่ลูกบ้านคงไม่เปิดไฟ"ว่าง"เข้ามาในหมู่บ้าน ตนเองจึงพยายามอธิบาย ว่าทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบรถที่เข้าออกเพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน ทำให้คนขับแท็กซี่ดังกล่าวไม่พอใจและแสดงความเกี้ยวกราด เปิดประตูลงจากรถและเข้ามาทำร้ายตนด้วยการชกต่อยตนเข้าที่ใบหน้าตนหลายครั้ง ซึ่งตนก็พยายามป้องกันตัว จนกระทั่งมีพลเมืองดีที่ผ่านเข้ามาได้เข้ามาช่วยห้าม ชายดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถขับแท็กซี่หลบหนีไป ตนจึงได้แจ้งให้เพื่อน รปภ.มาเปลี่ยนเวร ก่อนที่เดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะทำหนังสือส่งตัวนายณรงค์เดช ผู้ถูกทำร้ายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบ่อ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในการติดตามตัวโชว์เฟอร์แท็กซี่หัวร้อนคนดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZPXzbbGSQeg

 2,340
สังคม
05 พ.ย. 62

แท็กซี่หัวร้อน รปภ.เปิดประตูช้า ยั๊วะลงรถรัวหมัดไม่ยั้ง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2562 เวลา 00.30 น  นายณรงค์เดช ภาพติ๊บ อายุ 59 ปี รปภ. หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.จักรทอง คำมาลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับรถแท็กซี่ ที่มาทำร้ายร่างกายตนเอง พร้อมทั้งนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้มาเป็นหลักฐาน   นายณรงค์เดช ผู้บาดเจ็บ ได้เล่าว่า ตนทำงานเป็น รปภ. ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใน ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ โดยมาเข้าเวรตั้งแต่เวลา 19.00 น ของวานนี้ที่ 4 พฤศจิกายน โดยมีหน้าที่แลกบัตรเข้าออกหมู่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ในขณะที่ตนทำหน้าที่ อยู่ที่บริเวณป้อมยาม ปากทางเข้าหมู่บ้าน ได้มีรถแท็กซี่สาธารณะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน มฎ 4181 กรุงเทพมหานคร ได้ขับเข้า ตนจึง สอบถาม ว่าเข้ามารับคนในหมู่บ้านหรือเปล่า ทำให้ชายทั้งกล่าวไม่พอใจและได้ตะโกนต่อว่าตนหาว่าเปิดประตูช้า ซึ่งตนก็งง เนื่องจากตนจะต้องตรวจสอบรถที่เขาออกหมู่บ้านว่ามีสติ๊กเกอร์ ของหมู่บ้านหรือไม่ แต่คนขับรถแท็กซี่ดังกล่าว ได้ต่อว่าตนด้วยถ่อยคำที่รุนแรง โดยบอกว่าตนเป็นลูกบ้าน ให้สังเกตที่ไฟของแท็กซี่ ถ้าไม่ใช่ลูกบ้านคงไม่เปิดไฟ"ว่าง"เข้ามาในหมู่บ้าน ตนเองจึงพยายามอธิบาย ว่าทำตามหน้าที่ในการตรวจสอบรถที่เข้าออกเพื่อความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน ทำให้คนขับแท็กซี่ดังกล่าวไม่พอใจและแสดงความเกี้ยวกราด เปิดประตูลงจากรถและเข้ามาทำร้ายตนด้วยการชกต่อยตนเข้าที่ใบหน้าตนหลายครั้ง ซึ่งตนก็พยายามป้องกันตัว จนกระทั่งมีพลเมืองดีที่ผ่านเข้ามาได้เข้ามาช่วยห้าม ชายดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถขับแท็กซี่หลบหนีไป ตนจึงได้แจ้งให้เพื่อน รปภ.มาเปลี่ยนเวร ก่อนที่เดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะทำหนังสือส่งตัวนายณรงค์เดช ผู้ถูกทำร้ายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบางบ่อ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในการติดตามตัวโชว์เฟอร์แท็กซี่หัวร้อนคนดังกล่าวมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZPXzbbGSQeg

 2,340
สังคม
24 ต.ค. 62

โซเชียลแฉ!! พฤติกรรมคู่กรณีหนุ่มแว่น จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-น้ำปริศนาขณะขับรถ แถมโพสต์โชว์

จากรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โต้ เจ็ทโด้ ได้โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความว่า ‘กลับรถไม่ดูรถ มาทางตรงเลยน่ะเสี่ย ลงมาด่ากุยับเลย ไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแล้ว’ โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 5 นาที โดยเป็นเหตุการณ์หลังจากที่รถกระบะได้ไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค บนถนนอักษะ    โดยชายเสื้อขาว ซึ่งเป็นเจ้าของรถซีวิค ได้เข้ามาต่อว่าคู่กรณีด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ในลักษณะดูถูกและเหยียดหยาม เช่น ด่าว่าขยะสังคม, มึงมีปัญญาซื้อรถกูไหม และโอ้อวดว่าตัวเองมีเงินล้าน อยู่บ้านหรู 5 ล้าน คนไทยชั้นต่ำทั้งประเทศ และระบุว่า คนขับรถกระบะแย่ทุกคัน ซึ่งผู้ถ่ายคลิปได้บอกกับชายเสื้อขาวว่าพี่ก็ไม่ควรมาดูถูกผมแบบนี้ และพยายามไกล่เกลี่ย ขณะที่หญิงสาวที่มากับชายเสื้อขาวได้พยายามห้ามแล้วแต่ไม่เป็นผล  ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป  ได้มีผู้เข้ามาชมคลิปแล้วกว่าหลายล้านครั้ง และมีผู้เข้ามาวิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก    กระทั่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (23 ต.ค.) ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล ได้เเชิญตัวหนุ่มแว่น ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า พร้อมกันนี้ทางครอบครัวได้นำยาระงับโรคซึมเศร้า มายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ควบคุมตนเองไม่ได้ และอยู่ระหว่างรักษาตัวทำให้อารมณ์ขึ้นลงไม่ปกติ ซึ่งทางครอบครัวหนุ่มแว่นเองก็ได้แสดงความขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ขณะที่หนุ่มแว่นเข้าพบตำรวจที่โรงพักนั้น ด้านนอกสถานียังพบว่า มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางไปที่โรงพักเพื่อดูหน้าหนุ่มหัวร้อน และตะโกนด่าทอครอบครัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดวันที่ 24 ต.ค. ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการขุดคุ้ยเฟซบุ๊ก กระบะคู่กรณีของหนุ่มแว่นคนดังกล่าว โดยเพจ ดอกจิก V.10 โพสต์ภาพซึ่งแคปจากเฟซบุ๊กของ กระบะคู่กรณีของหนุ่มแว่น ซึ่งปรากฏภาพ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ และเครื่องดื่มเป็นน้ำในขวดพลาสติก ที่ชาวเน็ตต่างคาดเดาว่าน้ำที่ถูกบรรจุในขวดมีลักษณะและสีคล้ายน้ำกระท่อม โดยเพจดังระบุข้อความเอาไว้ว่า     "โถ โถ โถ พี่เจ็ทโด้ คู่กรณีไอ้แว่น วันนี้กูไปส่องเฟซมึงมา เห็นคนชมกันเยอะ ตีกับคนบ้า ช่างใจเย็น อัดคลิปเด็ดๆ มาให้สังคมประจาน จนลืมไปว่า เหรียญมันมีสองด้าน ตัวมึงเองนี่เหี้ยยิ่งกว่า ไอเแว่นมันก็แค่คนจิตไม่ปกติ หัวร้อนแล้วเกรียน คุมอารมณ์ไม่ได้ สติแตกเป็นผีบ้า แม่มันเอง มันยังด่า คนปกติที่ไหนเขาทำกัน   แต่มึงนี่สิ ปกติแท้ๆ แต่ขับรถแดกเบียร์ แดกน้ำท่อม ขนของขนาดเกินมาตรฐานเป็นภัยต่อคนสัญจรไปมา ยิ่งขุดยิ่งเจอความแว้น เทียบดูเอาเอง คนเพี้ยนปากหมา กับคนปกติแต่ขับรถไปด้วย จิบน้ำท่อมไปด้วยแบบมึง อะไรภัยสังคมกว่ากัน"        ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  - พ่อจ่อส่ง 'หนุ่มแว่น' กลับนอก ยันบ้านไม่ได้รวยมาก รับลูกป่วยซึมเศร้า คุมอารมณ์ไม่ได้ คนฮือล้อมโรงพักขอดูหน้า - 'หนุ่มแว่น' ขอโทษพลั้งปากด่าแรง แม่แจงลูกอยู่ ตปท.นาน ไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย-ป่วยซึมเศร้า  

 59,835
ข่าวโซเชียล
24 ต.ค. 62

โซเชียลแฉ!! พฤติกรรมคู่กรณีหนุ่มแว่น จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-น้ำปริศนาขณะขับรถ แถมโพสต์โชว์

จากรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก โต้ เจ็ทโด้ ได้โพสต์คลิป พร้อมระบุข้อความว่า ‘กลับรถไม่ดูรถ มาทางตรงเลยน่ะเสี่ย ลงมาด่ากุยับเลย ไม่ตะบันหน้าให้ก็บุญแล้ว’ โดยคลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 5 นาที โดยเป็นเหตุการณ์หลังจากที่รถกระบะได้ไปเฉี่ยวชนกับรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค บนถนนอักษะ    โดยชายเสื้อขาว ซึ่งเป็นเจ้าของรถซีวิค ได้เข้ามาต่อว่าคู่กรณีด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ในลักษณะดูถูกและเหยียดหยาม เช่น ด่าว่าขยะสังคม, มึงมีปัญญาซื้อรถกูไหม และโอ้อวดว่าตัวเองมีเงินล้าน อยู่บ้านหรู 5 ล้าน คนไทยชั้นต่ำทั้งประเทศ และระบุว่า คนขับรถกระบะแย่ทุกคัน ซึ่งผู้ถ่ายคลิปได้บอกกับชายเสื้อขาวว่าพี่ก็ไม่ควรมาดูถูกผมแบบนี้ และพยายามไกล่เกลี่ย ขณะที่หญิงสาวที่มากับชายเสื้อขาวได้พยายามห้ามแล้วแต่ไม่เป็นผล  ซึ่งหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป  ได้มีผู้เข้ามาชมคลิปแล้วกว่าหลายล้านครั้ง และมีผู้เข้ามาวิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก    กระทั่งช่วงกลางดึกที่ผ่านมา (23 ต.ค.) ตำรวจ สภ.พุทธมณฑล ได้เเชิญตัวหนุ่มแว่น ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า พร้อมกันนี้ทางครอบครัวได้นำยาระงับโรคซึมเศร้า มายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ควบคุมตนเองไม่ได้ และอยู่ระหว่างรักษาตัวทำให้อารมณ์ขึ้นลงไม่ปกติ ซึ่งทางครอบครัวหนุ่มแว่นเองก็ได้แสดงความขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ขณะที่หนุ่มแว่นเข้าพบตำรวจที่โรงพักนั้น ด้านนอกสถานียังพบว่า มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางไปที่โรงพักเพื่อดูหน้าหนุ่มหัวร้อน และตะโกนด่าทอครอบครัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดวันที่ 24 ต.ค. ในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการขุดคุ้ยเฟซบุ๊ก กระบะคู่กรณีของหนุ่มแว่นคนดังกล่าว โดยเพจ ดอกจิก V.10 โพสต์ภาพซึ่งแคปจากเฟซบุ๊กของ กระบะคู่กรณีของหนุ่มแว่น ซึ่งปรากฏภาพ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์ และเครื่องดื่มเป็นน้ำในขวดพลาสติก ที่ชาวเน็ตต่างคาดเดาว่าน้ำที่ถูกบรรจุในขวดมีลักษณะและสีคล้ายน้ำกระท่อม โดยเพจดังระบุข้อความเอาไว้ว่า     "โถ โถ โถ พี่เจ็ทโด้ คู่กรณีไอ้แว่น วันนี้กูไปส่องเฟซมึงมา เห็นคนชมกันเยอะ ตีกับคนบ้า ช่างใจเย็น อัดคลิปเด็ดๆ มาให้สังคมประจาน จนลืมไปว่า เหรียญมันมีสองด้าน ตัวมึงเองนี่เหี้ยยิ่งกว่า ไอเแว่นมันก็แค่คนจิตไม่ปกติ หัวร้อนแล้วเกรียน คุมอารมณ์ไม่ได้ สติแตกเป็นผีบ้า แม่มันเอง มันยังด่า คนปกติที่ไหนเขาทำกัน   แต่มึงนี่สิ ปกติแท้ๆ แต่ขับรถแดกเบียร์ แดกน้ำท่อม ขนของขนาดเกินมาตรฐานเป็นภัยต่อคนสัญจรไปมา ยิ่งขุดยิ่งเจอความแว้น เทียบดูเอาเอง คนเพี้ยนปากหมา กับคนปกติแต่ขับรถไปด้วย จิบน้ำท่อมไปด้วยแบบมึง อะไรภัยสังคมกว่ากัน"        ข่าวที่เกี่ยวข้อง :  - พ่อจ่อส่ง 'หนุ่มแว่น' กลับนอก ยันบ้านไม่ได้รวยมาก รับลูกป่วยซึมเศร้า คุมอารมณ์ไม่ได้ คนฮือล้อมโรงพักขอดูหน้า - 'หนุ่มแว่น' ขอโทษพลั้งปากด่าแรง แม่แจงลูกอยู่ ตปท.นาน ไม่เข้าใจวัฒนธรรมไทย-ป่วยซึมเศร้า  

 59,835
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ต.ค. 62

หนุ่มอ้วนหัวร้อน อาละวาดสุวรรณภูมิ ยอมรับผิดจริง เครียดปัญหาส่วนตัว เมาคุมสติไม่อยู่

จากกรณีคลิปที่มีชายรูปร่างอ้วนซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุรา ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว แคมรี่ ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ ใช้มือทุบทำรถกระบะสายตรวจของการท่าได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น   ต่อมาพ่อได้พาบุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่า บุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว และมานั่งดื่มสุราที่โรงแรมแห่งหนึ่ง   ซึ่งปกติลูกชายตนจะมีคนขับรถให้เสมอ แต่ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถได้กลับบ้านก่อนปล่อยให้ลูกของตนขับรถเองจนมากก่อเหตุดังกล่าว แต่การกระทำของลูกชายตน ซึ่งขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชายตามแบบฉบับของตน ต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย แสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริงและขณะเกิดเหตุก็อยู่ในอาการเมาสุรา   เบื้องต้น มีการแยกแจ้งความเป็น 2 ส่วน โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าแจ้งความในข้อหา บุกรุกยามวิกาล รวมทั้ง ละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ท่าอากาศยานฯ ขณะที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในส่วนของบริษัทผู้รับสัมปทาน จะแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหา ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามคลิปภาพที่ปรากฏต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-a44w4MdJ0

 3,252
ข่าวโซเชียล
24 ต.ค. 62

หนุ่มอ้วนหัวร้อน อาละวาดสุวรรณภูมิ ยอมรับผิดจริง เครียดปัญหาส่วนตัว เมาคุมสติไม่อยู่

จากกรณีคลิปที่มีชายรูปร่างอ้วนซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุรา ได้ขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า สีขาว แคมรี่ ผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ ใช้มือทุบทำรถกระบะสายตรวจของการท่าได้รับความเสียหาย ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น   ต่อมาพ่อได้พาบุตรชายที่ก่อเหตุเข้าพบ พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยผู้เป็นพ่อเปิดเผยว่า บุตรชายกระทำการผิดจริง เหตุเนื่องมาจากการดื่มสุราจนเมาคุมสติตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเครียดเรื่องงานและมีปัญหาส่วนตัว และมานั่งดื่มสุราที่โรงแรมแห่งหนึ่ง   ซึ่งปกติลูกชายตนจะมีคนขับรถให้เสมอ แต่ในวันที่เกิดเหตุคนขับรถได้กลับบ้านก่อนปล่อยให้ลูกของตนขับรถเองจนมากก่อเหตุดังกล่าว แต่การกระทำของลูกชายตน ซึ่งขณะที่ตนมารับตัวกลับไปตนก็ทำโทษบุตรชายตามแบบฉบับของตน ต่อหน้าสาธารณะชน เพื่อชี้ชัดเจตนาว่า ไม่ส่งเสริมให้บุตรชาย แสดงพฤติกรรมในทางที่ผิด ขณะที่ผู้ก่อเหตุก็ยอมรับว่า กระทำผิดจริงและขณะเกิดเหตุก็อยู่ในอาการเมาสุรา   เบื้องต้น มีการแยกแจ้งความเป็น 2 ส่วน โดยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าแจ้งความในข้อหา บุกรุกยามวิกาล รวมทั้ง ละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยของ ท่าอากาศยานฯ ขณะที่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในส่วนของบริษัทผู้รับสัมปทาน จะแจ้งความให้ดำเนินคดีในข้อหา ทำลายทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามคลิปภาพที่ปรากฏต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2-a44w4MdJ0

 3,252
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 62

เข้าพบตำรวจแล้ว! ชายร่างท้วมอาละวาด ยืนชี้หน้าโวยวายใส่ จนท.ในพื้นที่หวงห้ามสุวรรณภูมิ

ผู้ชายรูปร่างท้วม ขับรถเข้าไปในเขตพื้นที่หวงห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ยอมหยุดรับบัตร เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถ เพื่อจะขอตรวจสอบว่าเข้ามาได้อย่างไร ปรากฎว่าลงจากรถมา มีอาการเมา ทุบรถเจ้าหน้าที่ และโวยวายต่อเนื่อง   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งตำรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อตำรวจมาถึงก็มีชายสูงอายุขับรถมา ชายคนดังกล่าวขึ้นรถออกไป   ล่าสุด วันที่ 23 ต.ค. 62 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวที่ตะโกนด่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผู้กำกับการสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีพ่อเป็นผู้พามา ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยได้กล่าวขอโทษกับสังคมถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขอโทษมายังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำให้ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ทำลงไป   ด้านพ่อของชายคนดังกล่าวยอมรับว่า ลูกเป็นฝ่ายผิดที่ทำเรื่องไม่สมควร โดยวันนั้นตนกำลังนอนอยู่ที่บ้าน จู่ๆ ลูกชายคนเล็กได้นำโทรศัพท์มาให้คุยจึงทำให้ทราบว่า ลูกชายคนโต (คนที่อาละวาด) ไปทำเรื่องไว้ที่ลานจอดรถภายในสนามบินสุวรรณภูมิ   ส่วนจุดที่มีการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่การท่า ทุกคนในครอบครัวใช้เข้าออกเป็นประจำทุกวัน เพราะทางครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าและส่งออกสินค้า จึงต้องเดินทางมาตรวจเช็คและเซ็นเอกสารตามคลังสินค้าเป็นประจำ   ส่วนที่ผ่านมาลูกชายคนที่ก่อเหตุจะมีคนขับรถให้ จึงไม่เคยสังเกตุว่า ทุกครั้งที่ผ่านจุดตรงจจะต้องหยุดรับบัตร ก็เลยไม่ทราบว่าแม้จะเป็นสมาชิกเสียค่าธรรมเนียมค่าที่จอดรายปีแล้วก็ต้องรับบัตรด้วย วันที่เกิดเหตุ ลูกชายทะเลาะกับแฟน จึงมีการดื่มเบียร์จนมึนเมา ก่อนจะไล่คนขับรถกลับบ้าน จนลูกชายขับรถไปอาละวาดตามคลิปที่ปรากฎ   ยืนยันว่าไม่เคยเข้าข้างลูก และในวันนั้นก็ได้มีการชก, ตบ ลูกชายเพื่อให้มีสติ ก่อนพาตัวกลับบ้าน ก่อนที่จะพาตัวลูกชายมาพบตำรวจเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คลิปชายร่างท้วมโวยวาย-ทุบรถ จนท.ในพื้นที่หวงห้ามสุวรรณภูมิ ตะโกนถาม "การท่าฯ แล้วใหญ่เหรอ?"            

 7,536
สังคม
23 ต.ค. 62

เข้าพบตำรวจแล้ว! ชายร่างท้วมอาละวาด ยืนชี้หน้าโวยวายใส่ จนท.ในพื้นที่หวงห้ามสุวรรณภูมิ

ผู้ชายรูปร่างท้วม ขับรถเข้าไปในเขตพื้นที่หวงห้ามของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไม่ยอมหยุดรับบัตร เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดรถ เพื่อจะขอตรวจสอบว่าเข้ามาได้อย่างไร ปรากฎว่าลงจากรถมา มีอาการเมา ทุบรถเจ้าหน้าที่ และโวยวายต่อเนื่อง   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งตำรวจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อตำรวจมาถึงก็มีชายสูงอายุขับรถมา ชายคนดังกล่าวขึ้นรถออกไป   ล่าสุด วันที่ 23 ต.ค. 62 เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวที่ตะโกนด่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.พิจิตร อังศุภานิช ผู้กำกับการสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมีพ่อเป็นผู้พามา ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยได้กล่าวขอโทษกับสังคมถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขอโทษมายังเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำให้ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ได้ทำลงไป   ด้านพ่อของชายคนดังกล่าวยอมรับว่า ลูกเป็นฝ่ายผิดที่ทำเรื่องไม่สมควร โดยวันนั้นตนกำลังนอนอยู่ที่บ้าน จู่ๆ ลูกชายคนเล็กได้นำโทรศัพท์มาให้คุยจึงทำให้ทราบว่า ลูกชายคนโต (คนที่อาละวาด) ไปทำเรื่องไว้ที่ลานจอดรถภายในสนามบินสุวรรณภูมิ   ส่วนจุดที่มีการทะเลาะกับเจ้าหน้าที่การท่า ทุกคนในครอบครัวใช้เข้าออกเป็นประจำทุกวัน เพราะทางครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าและส่งออกสินค้า จึงต้องเดินทางมาตรวจเช็คและเซ็นเอกสารตามคลังสินค้าเป็นประจำ   ส่วนที่ผ่านมาลูกชายคนที่ก่อเหตุจะมีคนขับรถให้ จึงไม่เคยสังเกตุว่า ทุกครั้งที่ผ่านจุดตรงจจะต้องหยุดรับบัตร ก็เลยไม่ทราบว่าแม้จะเป็นสมาชิกเสียค่าธรรมเนียมค่าที่จอดรายปีแล้วก็ต้องรับบัตรด้วย วันที่เกิดเหตุ ลูกชายทะเลาะกับแฟน จึงมีการดื่มเบียร์จนมึนเมา ก่อนจะไล่คนขับรถกลับบ้าน จนลูกชายขับรถไปอาละวาดตามคลิปที่ปรากฎ   ยืนยันว่าไม่เคยเข้าข้างลูก และในวันนั้นก็ได้มีการชก, ตบ ลูกชายเพื่อให้มีสติ ก่อนพาตัวกลับบ้าน ก่อนที่จะพาตัวลูกชายมาพบตำรวจเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : คลิปชายร่างท้วมโวยวาย-ทุบรถ จนท.ในพื้นที่หวงห้ามสุวรรณภูมิ ตะโกนถาม "การท่าฯ แล้วใหญ่เหรอ?"            

 7,536
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา   เรื่องนี้แตกเป็นสองมุมเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายทวีศักดิ์ คนขับแท็กซี่ ชายในคลิป ได้ไปที่สำนักงาน CCTV ของกทม. เพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยนายทวีศักดิ์ยืนยันว่า คลิปที่แชร์กันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่จะมีคลิปนี้ ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน โดยเริ่มจากรถตนชนกับรถอีกคันหนึ่งและพยายามโบกมือขอทาง   แต่รถสิบล้อของคู่กรณีไม่ยอมจอดให้ทาง จึงด่าทอกัน จากนั้นชายคนขับก็มาพร้อมกับลูกน้อง ข้ามฝั่งมาหาเรื่องตน และรุมล็อคตัวและต่อยจนตัวเองสู้และหลุดมาได้ จากนั้นก็เป็นไปตามคลิป ยอมรับตนมีอารมณ์หัวร้อน โกรธมาก เพราะถูกทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนในคลิปที่ด่าคำว่าไอ้ลาว ตนก็ขอโทษ ไม่มีเจตนาจะด่าชาวลาวแต่ที่พูดเพราะโกรธที่ถูกทำร้ายและชายชาวลาวก็จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตลอด ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ทั้งไหล่ซ้าย เอว และต้นคอ     ทางด้านนายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจ ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายแท็กซี่ก่อน แต่เขาหาเรื่องตลอดตั้งแต่ชูนิ้วกลางตอนโบกรถ จากนั้นก็เรียกพวกตนไปเคลียร์ ตนก็ไปกับลูกน้อง แต่แท็กซี่กลับด่าทอและพุ่งเข้าต่อย ตนตัวใหญ่กว่า จึงล็อคตัวให้เขาหยุด และแยกกันไป แต่ไม่จบ แท็กซี่คนนี้ไปเรียกพวกมา และมาท้าตีท้าต่อย ด่าหยาบคายตามในคลิป   เรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องออกมาโกหกหรือให้ร้าย ใครว่ากันไปตามหลักฐาน ตนทำธุรกิจไม่เอาเรื่องแบบนี้มาเสี่ยงให้เกิดผลกระทบแน่นอน ส่วนบาดแผลที่แท็กซี่โชว์ ก็เกิดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ถ้าหากตนจะต่อยก็ทำได้ แต่ไม่ทำ ทุกอย่างตามหลักฐานก็ไปเจอกันที่ศาล เพราะตนไม่ยอมความแน่ ค่าเสียหายที่เรียกไป 5 แสน ก็เป็นไปตามความเสียหาย     สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นสองมุม ชาวเน็ตต่างพากันวิพากวิจารณ์การกระทำที่เกิดขึ้น และยังมีขุดประวัติของแท็กซี่คนนี้ โดยมีการแชร์ภาพเหตุการณ์เกิดอุบัติกับแท็กซี่รายนี้ และถูกด่าทอหยายคายและท้าตีท้าต่อยลักษณะคล้ายกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hw86kQBldUE

 7,915

Top