ค้นหา :

ผลการค้นหา "หัวร้อน"

แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ต.ค. 62

ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา   เรื่องนี้แตกเป็นสองมุมเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายทวีศักดิ์ คนขับแท็กซี่ ชายในคลิป ได้ไปที่สำนักงาน CCTV ของกทม. เพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยนายทวีศักดิ์ยืนยันว่า คลิปที่แชร์กันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่จะมีคลิปนี้ ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน โดยเริ่มจากรถตนชนกับรถอีกคันหนึ่งและพยายามโบกมือขอทาง   แต่รถสิบล้อของคู่กรณีไม่ยอมจอดให้ทาง จึงด่าทอกัน จากนั้นชายคนขับก็มาพร้อมกับลูกน้อง ข้ามฝั่งมาหาเรื่องตน และรุมล็อคตัวและต่อยจนตัวเองสู้และหลุดมาได้ จากนั้นก็เป็นไปตามคลิป ยอมรับตนมีอารมณ์หัวร้อน โกรธมาก เพราะถูกทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนในคลิปที่ด่าคำว่าไอ้ลาว ตนก็ขอโทษ ไม่มีเจตนาจะด่าชาวลาวแต่ที่พูดเพราะโกรธที่ถูกทำร้ายและชายชาวลาวก็จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตลอด ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ทั้งไหล่ซ้าย เอว และต้นคอ     ทางด้านนายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจ ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายแท็กซี่ก่อน แต่เขาหาเรื่องตลอดตั้งแต่ชูนิ้วกลางตอนโบกรถ จากนั้นก็เรียกพวกตนไปเคลียร์ ตนก็ไปกับลูกน้อง แต่แท็กซี่กลับด่าทอและพุ่งเข้าต่อย ตนตัวใหญ่กว่า จึงล็อคตัวให้เขาหยุด และแยกกันไป แต่ไม่จบ แท็กซี่คนนี้ไปเรียกพวกมา และมาท้าตีท้าต่อย ด่าหยาบคายตามในคลิป   เรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องออกมาโกหกหรือให้ร้าย ใครว่ากันไปตามหลักฐาน ตนทำธุรกิจไม่เอาเรื่องแบบนี้มาเสี่ยงให้เกิดผลกระทบแน่นอน ส่วนบาดแผลที่แท็กซี่โชว์ ก็เกิดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ถ้าหากตนจะต่อยก็ทำได้ แต่ไม่ทำ ทุกอย่างตามหลักฐานก็ไปเจอกันที่ศาล เพราะตนไม่ยอมความแน่ ค่าเสียหายที่เรียกไป 5 แสน ก็เป็นไปตามความเสียหาย     สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นสองมุม ชาวเน็ตต่างพากันวิพากวิจารณ์การกระทำที่เกิดขึ้น และยังมีขุดประวัติของแท็กซี่คนนี้ โดยมีการแชร์ภาพเหตุการณ์เกิดอุบัติกับแท็กซี่รายนี้ และถูกด่าทอหยายคายและท้าตีท้าต่อยลักษณะคล้ายกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hw86kQBldUE

 7,230
ข่าวโซเชียล
16 ต.ค. 62

ดราม่า แท็กซี่หัวร้อนต่อยหนุ่มนักธุรกิจกลางสนามหลวง อ้างถูกต่อยก่อนจึงเกิดอารมณ์ ขอโทษชาวลาวที่พาดพิง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์คนขับแท็กซี่รายหนึ่ง ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา   เรื่องนี้แตกเป็นสองมุมเพราะต่างฝ่ายต่างยืนยันไม่ได้เป็นคนเริ่มหาเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวสอบถาม นายทวีศักดิ์ คนขับแท็กซี่ ชายในคลิป ได้ไปที่สำนักงาน CCTV ของกทม. เพื่อขอหลักฐานกล้องวงจรปิด โดยนายทวีศักดิ์ยืนยันว่า คลิปที่แชร์กันเป็นเหตุการณ์ที่ 2 ซึ่งเหตุการณ์ก่อนที่จะมีคลิปนี้ ตนเป็นผู้ถูกกระทำก่อน โดยเริ่มจากรถตนชนกับรถอีกคันหนึ่งและพยายามโบกมือขอทาง   แต่รถสิบล้อของคู่กรณีไม่ยอมจอดให้ทาง จึงด่าทอกัน จากนั้นชายคนขับก็มาพร้อมกับลูกน้อง ข้ามฝั่งมาหาเรื่องตน และรุมล็อคตัวและต่อยจนตัวเองสู้และหลุดมาได้ จากนั้นก็เป็นไปตามคลิป ยอมรับตนมีอารมณ์หัวร้อน โกรธมาก เพราะถูกทำร้ายร่างกายก่อน ส่วนในคลิปที่ด่าคำว่าไอ้ลาว ตนก็ขอโทษ ไม่มีเจตนาจะด่าชาวลาวแต่ที่พูดเพราะโกรธที่ถูกทำร้ายและชายชาวลาวก็จะพุ่งเข้ามาทำร้ายตลอด ตนได้รับบาดเจ็บมีรอยฟกช้ำ ทั้งไหล่ซ้าย เอว และต้นคอ     ทางด้านนายเจตนิพัทธิ์ วิกรมจิรสิทธิ์ อายุ 40 ปี เจ้าของธุรกิจ ผู้ถ่ายคลิปยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำร้ายร่างกายแท็กซี่ก่อน แต่เขาหาเรื่องตลอดตั้งแต่ชูนิ้วกลางตอนโบกรถ จากนั้นก็เรียกพวกตนไปเคลียร์ ตนก็ไปกับลูกน้อง แต่แท็กซี่กลับด่าทอและพุ่งเข้าต่อย ตนตัวใหญ่กว่า จึงล็อคตัวให้เขาหยุด และแยกกันไป แต่ไม่จบ แท็กซี่คนนี้ไปเรียกพวกมา และมาท้าตีท้าต่อย ด่าหยาบคายตามในคลิป   เรื่องนี้ตนไม่จำเป็นต้องออกมาโกหกหรือให้ร้าย ใครว่ากันไปตามหลักฐาน ตนทำธุรกิจไม่เอาเรื่องแบบนี้มาเสี่ยงให้เกิดผลกระทบแน่นอน ส่วนบาดแผลที่แท็กซี่โชว์ ก็เกิดจากการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ถ้าหากตนจะต่อยก็ทำได้ แต่ไม่ทำ ทุกอย่างตามหลักฐานก็ไปเจอกันที่ศาล เพราะตนไม่ยอมความแน่ ค่าเสียหายที่เรียกไป 5 แสน ก็เป็นไปตามความเสียหาย     สำหรับเรื่องนี้ก็เป็นสองมุม ชาวเน็ตต่างพากันวิพากวิจารณ์การกระทำที่เกิดขึ้น และยังมีขุดประวัติของแท็กซี่คนนี้ โดยมีการแชร์ภาพเหตุการณ์เกิดอุบัติกับแท็กซี่รายนี้ และถูกด่าทอหยายคายและท้าตีท้าต่อยลักษณะคล้ายกันกับเหตุการณ์นี้มาแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hw86kQBldUE

 7,230
บันเทิง
10 ต.ค. 62

'ต้นหอม' ไม่ทน! โพสต์เดือดประณาม ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงกลางถนน 2 เคสซ้อน

จากเหตุกระทบกระทั่งบนท้องถนน ที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทย ล่าสุดมี 2 กรณี เริ่มจากชายวัย 40ปี ที่ขับมอเตอร์ไซค์หัวร้อน โดนผู้หญิงขับรถเก๋งกระพริบไฟใส่เพื่อขอทาง แต่กลับโมโหจอดมอเตอร์ไซค์ขวางหน้า แล้วลงมาเคลียร์ ฝ่ายหญิงขอโทษแล้วยังไม่ฟัง รัวหมัดต้อยเข้าที่หน้าเต็มๆ  แถมยังโชว์พฤติกรรมสุดเอือมหยิบประแจมาทุบรถคู่กรณีเสียหาย   รวมไปถึงเหตุการณ์ที่ จ.ภูเก็ต ขี่รถจักรยานยนต์จะชนผู้หญิง จนมีปากเสียงกันก่อนที่ฝ่ายชายจะวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงล้มลงนั่งกับพื้น และคว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ แถมพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย    จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง ทำเอา ดีเจต้นหอม ศกุนตลา  ทนไม่ไหว ต้องออกมาโพสต์บนแฟนเพจส่วนตัว แบบเดือดสุดๆ ระบุว่า    “วันนี้ในแฟนเพจขอเปิดประเด็นเรื่องความรุนแรงอย่างไร้อารยธรรมกันหน่อยนะ มันเหมือนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ข่าววันก่อนหนุ่มหัวร้อนต่อยน้องผู้หญิง (ทั้งที่ขอโทษแล้ว) ยังไม่ทันซา ข่าวที่ภูเก็ต (เห็นผ่านๆ นะยังไม่ได้ดูคลิปเอาตรงๆ ไม่กล้าดูเพราะเคสนี้มีเด็ก) มาอีกแล้ว ถีบได้กระทั่งเด็ก ตำรวจที่ภูเก็ตเอาไงดีอ่ะ เมืองแห่งการท่องเที่ยวซะด้วย นักท่องเที่ยวที่ภูเก็ตเยอะมาก ภาพเหล่านี้ถูกเผยแพร่ไปฟ้องถึงความป่าเถื่อนในสังคมของคนที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย”   พร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาว่า  “วันนี้เราต้องใช้ชีวิตประจำวันกันยังใงอ่ะคะ ถ้าคนในบ้านเราไม่เคารพกฎหมาย ปกป้องผู้บริสุทธิ์มากกว่านี้หน่อยสิคะ ทุกคดีล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นกลางเมือง…ขออนุญาตเป็นกำลังใจให้น้องผู้หญิงละกันที่โดนชก เพราะคนด่าอิมอไซค์เยอะละ ให้น้องหายผวาไวๆ นะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ และเป็นกำลังใจให้ทุกคนในสังคมนะคะ เห้อ…สู้กันต่อไปมึง!!! ทุกสิ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป!!!"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JagJD_ad7-c

 1,251
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

หนุ่มหัวร้อนชกสาว-ทุบกระจกยอมขอโทษ คู่กรณีแนะพารักษาอาการทางจิต

พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงการจับกุม นายเบิร์ด ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินโดยการทุบรถยนต์ ของหญิงผู้เสียหาย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนเป็นคลิปที่มีการแชร์กันอย่างมากในสื่อออนไลน์   ล่าสุดนายเบิร์ดได้มาพบผู้เสียหาย พร้อมขอโทษในสิ่งที่ทำไป ซึ่งผู้เสียหายสาวได้ให้อภัย แต่ยังขอยืนยันจะให้ดำเนินการทางคดีต่อไป พร้อมขอให้ทางครอบครัวของผู้ก่อเหตุพาไปรักษาตัวเพราะจากการฟังคำขอโทษและการตอบคำถามสื่อมวลชนก็เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีอาการป่วยทางจิต                    ด้านตำรวจระบุ จะไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และคดีนี้เป็นเพียงคดีลหุโทษ ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วยหรือไม่ คงต้องรอการยืนยันจากทางแพทย์หรือตรวจสอบเอกสารการรักษาตัวอีกครั้ง ซึ่งต่อจากนี้จะประสานครอบครัวให้เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต   จากการสอบถามญาตินายเบิร์ด ทราบว่าเมื่อ 4-5 ปี เคยถูกรุมทำร้ายร่างกาย จนมีอาการผิดปกติทางจิต มักจะพูดจาวกวน เคยรักษาอาการที่ร.พ.พระมงกุฎ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเคยเข้ารับการรักษาจริงหรือไม่   สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่ก่อนเกิดเหตุนายเบิร์ด ได้เดินทางไปหาพี่สาวเพื่อขอเงิน เพราะตัวนายเบิร์ด ไม่ได้ทำงานอะไร และมีเพียงพี่สาวที่จะค่อยส่งเงินให้ใช้จ่ายต่างๆ  แต่ในช่วงก่อเหตุ พี่สาวไม่อยู่จึงไม่ได้เงินตามที่ตั้งใจ อาจทำให้เกิดความไม่พอใจ และพอมาเจอกับผู้เสียหายจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นภายหลังการแถลงข่าว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนนำตัวส่งฟ้องต่อศาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LTLWrb5AqcE

 1,604
สังคม
10 ต.ค. 62

หนุ่มหัวร้อนชกสาว-ทุบกระจกยอมขอโทษ คู่กรณีแนะพารักษาอาการทางจิต

พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงการจับกุม นายเบิร์ด ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายและทำลายทรัพย์สินโดยการทุบรถยนต์ ของหญิงผู้เสียหาย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนเป็นคลิปที่มีการแชร์กันอย่างมากในสื่อออนไลน์   ล่าสุดนายเบิร์ดได้มาพบผู้เสียหาย พร้อมขอโทษในสิ่งที่ทำไป ซึ่งผู้เสียหายสาวได้ให้อภัย แต่ยังขอยืนยันจะให้ดำเนินการทางคดีต่อไป พร้อมขอให้ทางครอบครัวของผู้ก่อเหตุพาไปรักษาตัวเพราะจากการฟังคำขอโทษและการตอบคำถามสื่อมวลชนก็เชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมีอาการป่วยทางจิต                    ด้านตำรวจระบุ จะไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เพราะผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และคดีนี้เป็นเพียงคดีลหุโทษ ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาเป็นผู้ป่วยหรือไม่ คงต้องรอการยืนยันจากทางแพทย์หรือตรวจสอบเอกสารการรักษาตัวอีกครั้ง ซึ่งต่อจากนี้จะประสานครอบครัวให้เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต   จากการสอบถามญาตินายเบิร์ด ทราบว่าเมื่อ 4-5 ปี เคยถูกรุมทำร้ายร่างกาย จนมีอาการผิดปกติทางจิต มักจะพูดจาวกวน เคยรักษาอาการที่ร.พ.พระมงกุฎ ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ว่าเคยเข้ารับการรักษาจริงหรือไม่   สำหรับสาเหตุการก่อเหตุในครั้งนี้น่าจะมาจากการที่ก่อนเกิดเหตุนายเบิร์ด ได้เดินทางไปหาพี่สาวเพื่อขอเงิน เพราะตัวนายเบิร์ด ไม่ได้ทำงานอะไร และมีเพียงพี่สาวที่จะค่อยส่งเงินให้ใช้จ่ายต่างๆ  แต่ในช่วงก่อเหตุ พี่สาวไม่อยู่จึงไม่ได้เงินตามที่ตั้งใจ อาจทำให้เกิดความไม่พอใจ และพอมาเจอกับผู้เสียหายจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นภายหลังการแถลงข่าว พนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำเพิ่มเติมก่อนนำตัวส่งฟ้องต่อศาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LTLWrb5AqcE

 1,604
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

จับแล้ว! หนุ่มชกหน้าสาว-ทุบกระจกรถ อ้างโมโหถูกขับจี้ ฉุนอยากเคลียร์แต่อีกฝ่ายเอาแต่ขอโทษ

กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ ชายหัวร้อนขี่รถจักรยานยนต์ขวางหน้ารถยนต์ของหญิงสาวภายในซอยลาดกระบัง 54 โดยสวมหมวกกันน็อกเต็มใบเดินเข้ามาเคาะกระจกเรียกฝ่ายหญิงออกมาคุย ก่อนจะชกหน้าและใช้ประแจทุบกระจกรถแตก ใช้เท้าถีบกระจกมองข้าง เนื่องจากไม่พอใจโดนกระพริบไฟใส่ทั้งที่ฝ่ายหญิงยกมือไหว้ขอโทษ   ล่าสุด (8 ต.ค.) ชุดสืบสวน สน.จรเข้น้อย เจอตัวผู้ก่อเหตุแล้วทราบชื่อนายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือเบิร์ด อายุ 33 ปี ลูกชายอดีตนายตำรวจ สน.ลาดกระบัง ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวได้ที่บ้านเอื้ออาทร 2 ย่านลาดกระบัง พร้อมของกลางเป็นหมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบ ประแจปากตาย เบอร์ 23  และรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาลดำ ทะเบียน ฬษก 203 กรุงเทพมหานคร   จากการจับกุมชุดสืบสวนแกะรอยจากภาพกล้องหน้ารถของพลเมืองดี ซึ่งบันทึกภาพทะเบียนรถชัดเจน กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุหนีไปกบดานห้องพักดังกล่าวและได้เบาะแสเพิ่มเติมจากญาติซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และช่วยพูดเกลี่ยกล่อมให้ออกจากห้องแต่นายฉัตรชัย ไม่ยอมออกมา มีการใส่กุญแจล็อคห้องแน่นหนา 2-3 ชั้น จึงใช้คีมตัดแม่กุญแจออก พบนายฉัตรชัย นอนอยู่ในห้องและพบรถมอเตอร์ไซค์ที่นายฉัตรชัย ขับนำเข้าไปจอดในห้องด้วย   จากนั้นก็เชิญตัวมาที่ สน.จรเข้น้อย เพื่อสอบปากคำ โดยนายฉัตรชัย ก็ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ด้านญาติอ้างว่านายฉัตรชัย มีอาการป่วยทางจิต ตรวจสอบพบประวัติการรักษาที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อหา ได้แก่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาทำให้เสียทรัพย์   นายฉัตรชัย ให้การอ้างว่า วันเกิดเหตุขับขี่รถ จยย. ไปทิ้งขยะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คู่กรณีขับรถยนต์จี้ตูด ตนสงสัยว่าทำไมต้องขับตามระยะประชั้นชิดไม่ยอมขับไปสักที เลยระแวงเข้าใจว่าจะมีคนมาทำร้าย ไม่แน่ใจว่าเขาตบไฟใส่รึป่าว ยืนยันไม่ได้ขับรถเลนกลางหรือขวางทางแต่อย่างใด ตอนนั้นไม่รู้ว่าคู่กรณีคือผู้หญิง จึงตัดสินใจจอดรถขวางต้องการที่จะเจรจา โดยเดินไปเคาะกระจกจะสอบถามว่าขับรถตามมาทำไม มีอะไรหรือเปล่า?   ตนโมโหที่คู่กรณีหันไปคุยกับเพื่อนสาวที่นั่งมาด้วยไม่ยอมลงมาพูดคุย ได้แต่ขอโทษอย่างเดียว แค่อยากจะถามว่าต้องการจะให้รับผิดชอบอะไรไหม แต่คู่กรณีไม่ตอบอะไรประกอบกับตนถูกกระจกรถหนีบมือด้วย อารมณ์ตอนนั้นอยากจะสั่งสอนจึงชกไปที่ใบหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ก่อนเดินไปที่รถ จยย. หยิบประแจที่อยู่ในกระเป๋าซึ่งนำติดตัวมาด้วยมาฟาดกระจกมองข้าง และใช้เท้าถีบกระจกมองข้าง 1 ครั้ง อย่างแรง และใช้ประแจทุบไปที่กระจกรถฝั่งคนขับ 3 ครั้ง จนแตกเพื่อระบายอารมณ์   หลังเกิดเหตุได้แวะไปกินข้าว จากนั้นวกกลับมาดูที่เกิดเหตุเพื่อดูรถคู่กรณี เก็บเศษกระจกไม่ได้ตั้งใจจะทำลายหลักฐาน ไม่งั้นคงทิ้งประแจไปแล้ว สำหรับประแจพกติดตัวไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว ยินดีชดใช้ค่าเสียหายแต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่ได้หนีเพิ่งทราบข่าว ยอมรับสิ่งที่ทำไปนั้นรุนแรงสำหรับผู้หญิง แต่วทำไปเพราะอารมณ์โกรธ   ขณะที่นางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 28 ปี เผยว่า ไม่ขอไกล่เกลี่ยใด ๆ และไม่ยกโทษให้ พร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดเพราะก่อเหตุรุนแรงเกินไป ถ้าเจอตัวชายคนดังกล่าวก็อยากจะถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เราไม่รู้จักกัน ตอนนี้ยังรู้สึกหวาดกลัว ระแวง เพราะต้องขับรถผ่านเส้นทางนั้นเป็นประจำหวั่นไม่ปลอดภัย เช่นเดียวกับเพื่อนสาวที่นั่งรถไปด้วยกันยังตกใจไม่หาย   ส่วนรถของตนที่ถูกทุบกระจกจนแตกและโดนถีบกระจกมองข้างหลุดเสียหาย ต้องนำเทปกาวมาพันแปะเอาไว้ชั่วคราว ขณะนี้ได้นำรถส่งศูนย์ซ่อมแล้ว ยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ อยากให้ผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Et0JBznHS1E

 2,427
สังคม
09 ต.ค. 62

จับแล้ว! หนุ่มชกหน้าสาว-ทุบกระจกรถ อ้างโมโหถูกขับจี้ ฉุนอยากเคลียร์แต่อีกฝ่ายเอาแต่ขอโทษ

กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์ ชายหัวร้อนขี่รถจักรยานยนต์ขวางหน้ารถยนต์ของหญิงสาวภายในซอยลาดกระบัง 54 โดยสวมหมวกกันน็อกเต็มใบเดินเข้ามาเคาะกระจกเรียกฝ่ายหญิงออกมาคุย ก่อนจะชกหน้าและใช้ประแจทุบกระจกรถแตก ใช้เท้าถีบกระจกมองข้าง เนื่องจากไม่พอใจโดนกระพริบไฟใส่ทั้งที่ฝ่ายหญิงยกมือไหว้ขอโทษ   ล่าสุด (8 ต.ค.) ชุดสืบสวน สน.จรเข้น้อย เจอตัวผู้ก่อเหตุแล้วทราบชื่อนายฉัตรชัย ปรุงสุข หรือเบิร์ด อายุ 33 ปี ลูกชายอดีตนายตำรวจ สน.ลาดกระบัง ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ไปควบคุมตัวได้ที่บ้านเอื้ออาทร 2 ย่านลาดกระบัง พร้อมของกลางเป็นหมวกกันน็อกสีขาวเต็มใบ ประแจปากตาย เบอร์ 23  และรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีน้ำตาลดำ ทะเบียน ฬษก 203 กรุงเทพมหานคร   จากการจับกุมชุดสืบสวนแกะรอยจากภาพกล้องหน้ารถของพลเมืองดี ซึ่งบันทึกภาพทะเบียนรถชัดเจน กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุหนีไปกบดานห้องพักดังกล่าวและได้เบาะแสเพิ่มเติมจากญาติซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และช่วยพูดเกลี่ยกล่อมให้ออกจากห้องแต่นายฉัตรชัย ไม่ยอมออกมา มีการใส่กุญแจล็อคห้องแน่นหนา 2-3 ชั้น จึงใช้คีมตัดแม่กุญแจออก พบนายฉัตรชัย นอนอยู่ในห้องและพบรถมอเตอร์ไซค์ที่นายฉัตรชัย ขับนำเข้าไปจอดในห้องด้วย   จากนั้นก็เชิญตัวมาที่ สน.จรเข้น้อย เพื่อสอบปากคำ โดยนายฉัตรชัย ก็ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ด้านญาติอ้างว่านายฉัตรชัย มีอาการป่วยทางจิต ตรวจสอบพบประวัติการรักษาที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 2 ข้อหา ได้แก่ทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาทำให้เสียทรัพย์   นายฉัตรชัย ให้การอ้างว่า วันเกิดเหตุขับขี่รถ จยย. ไปทิ้งขยะที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง คู่กรณีขับรถยนต์จี้ตูด ตนสงสัยว่าทำไมต้องขับตามระยะประชั้นชิดไม่ยอมขับไปสักที เลยระแวงเข้าใจว่าจะมีคนมาทำร้าย ไม่แน่ใจว่าเขาตบไฟใส่รึป่าว ยืนยันไม่ได้ขับรถเลนกลางหรือขวางทางแต่อย่างใด ตอนนั้นไม่รู้ว่าคู่กรณีคือผู้หญิง จึงตัดสินใจจอดรถขวางต้องการที่จะเจรจา โดยเดินไปเคาะกระจกจะสอบถามว่าขับรถตามมาทำไม มีอะไรหรือเปล่า?   ตนโมโหที่คู่กรณีหันไปคุยกับเพื่อนสาวที่นั่งมาด้วยไม่ยอมลงมาพูดคุย ได้แต่ขอโทษอย่างเดียว แค่อยากจะถามว่าต้องการจะให้รับผิดชอบอะไรไหม แต่คู่กรณีไม่ตอบอะไรประกอบกับตนถูกกระจกรถหนีบมือด้วย อารมณ์ตอนนั้นอยากจะสั่งสอนจึงชกไปที่ใบหน้าผู้เสียหาย 1 ครั้ง ก่อนเดินไปที่รถ จยย. หยิบประแจที่อยู่ในกระเป๋าซึ่งนำติดตัวมาด้วยมาฟาดกระจกมองข้าง และใช้เท้าถีบกระจกมองข้าง 1 ครั้ง อย่างแรง และใช้ประแจทุบไปที่กระจกรถฝั่งคนขับ 3 ครั้ง จนแตกเพื่อระบายอารมณ์   หลังเกิดเหตุได้แวะไปกินข้าว จากนั้นวกกลับมาดูที่เกิดเหตุเพื่อดูรถคู่กรณี เก็บเศษกระจกไม่ได้ตั้งใจจะทำลายหลักฐาน ไม่งั้นคงทิ้งประแจไปแล้ว สำหรับประแจพกติดตัวไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว ยินดีชดใช้ค่าเสียหายแต่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันไม่ได้หนีเพิ่งทราบข่าว ยอมรับสิ่งที่ทำไปนั้นรุนแรงสำหรับผู้หญิง แต่วทำไปเพราะอารมณ์โกรธ   ขณะที่นางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย อายุ 28 ปี เผยว่า ไม่ขอไกล่เกลี่ยใด ๆ และไม่ยกโทษให้ พร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดเพราะก่อเหตุรุนแรงเกินไป ถ้าเจอตัวชายคนดังกล่าวก็อยากจะถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ เราไม่รู้จักกัน ตอนนี้ยังรู้สึกหวาดกลัว ระแวง เพราะต้องขับรถผ่านเส้นทางนั้นเป็นประจำหวั่นไม่ปลอดภัย เช่นเดียวกับเพื่อนสาวที่นั่งรถไปด้วยกันยังตกใจไม่หาย   ส่วนรถของตนที่ถูกทุบกระจกจนแตกและโดนถีบกระจกมองข้างหลุดเสียหาย ต้องนำเทปกาวมาพันแปะเอาไว้ชั่วคราว ขณะนี้ได้นำรถส่งศูนย์ซ่อมแล้ว ยังประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้ อยากให้ผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Et0JBznHS1E

 2,427
ข่าวภูมิภาค
09 ต.ค. 62

รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน

ภูเก็ต-ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ตังตัง ไกรปราบ‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที เป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง ซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย   จากนั้นยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับชุลมุน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   ด้าน น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่ เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุขับ จยย.แบบช้าๆ อยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนน ตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้าย ทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆ หน่อยจนมีปากเสียงกัน ขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต   เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้งตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็น   ด้านตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เผยว่า ทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยช่วงเย็นพนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DolmoUhmM8

 53,171
สังคม
09 ต.ค. 62

รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน

ภูเก็ต-ผู้ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ตังตัง ไกรปราบ‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที เป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง ซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย   จากนั้นยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับชุลมุน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   ด้าน น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า ขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่ เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุขับ จยย.แบบช้าๆ อยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนน ตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้าย ทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆ หน่อยจนมีปากเสียงกัน ขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต   เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต โดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้งตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็น   ด้านตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เผยว่า ทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยช่วงเย็นพนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2DolmoUhmM8

 53,171
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
09 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 9 ต.ค.62 ช้างป่าดิ่งน้ำตกเหวนรกตาย11-จัดระเบียบร้านค้าปล่อยฟรี wifi -ปิดฉากชีวิตรักมีมี่

-สลดช้างป่าเขาใหญ่ดิ่งน้ำตกเหวนรกตายเพิ่มอีก 5 ตัว รวมช้างตายทั้งหมด 11 ตัว หลังใช้โดรนบินสำรวจ พบซากช้างที่น้ำตกชั้น4-5 กระจัดกระจายตามร่องลำธาร ส่วนซากช้าง 6 ตัวเดิมอยู่ที่น้ำตกชั้น 1-3 ชี้เป็นโขลงเดียวกัน ส่วนช้างแม่ลูกที่รอดตายมีชาวบ้านเห็นมากินผลไม้ในที่ราบแล้ว ถือเป็นการสูญเสียช้างป่ามากที่สุดในรอบ 27 ปี หลังจากปี 35 ที่พบช้างป่าตกน้ำตกเหวนรกตายพร้อมกัน 8 ตัว ส่วนการกู้ซากยากลำบากเพราะหน้าผาสูง กระแสน้ำเชี่ยว ต้องขึงตาข่ายดักปลายน้ำ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เศร้า! ช้างป่าดิ่งน้ำตกเหวนรกเพิ่มอีก 5 ตัวรวม 11 ตัว สูญเสียช้างป่ามากสุดในรอบ 27 ปี คาดต้องกู้ซากเป็นเดือน      -พ่อโร่แจ้งความลูกสาวหายตัวไร้ร่องรอยนาน 3 เดือน คาดถูกลูกเขยฆ่าฝังดินที่สวนลำไย จ.ตาก หลังหลานสาวฝันเห็นร่างถูกฝังในไร่ ชาวบ้านสงสารลงขันออกค่าเดินทางให้ญาติๆ 50 คนนั่งกระบะ 7 คันจากกำแพงเพชรมาถึงที่ ได้กลิ่นเน่ากลางไร่ ขุดลงไปเจอแค่ฟันกับเส้นผม ขุดลึก 1 ม.ไม่เจอศพ พ่อเผยลูกสาวถูกสามีทุบตีประจำ โทรหาหลานสาวระบายอยู่ไม่ไหวแล้ว จากนั้นหายตัวปริศนา เชื่อศพถูกย้ายไปซ่อน ขณะที่ลูกเขยหนีไปแล้ว   -BBC ไทยเปิดบันทึกข้อมูลเอกสารทางการออสเตรเลีย ยืนยันธรรมนัสเคยถูกศาลแขวงดาวนิ่ง ในนครซิดนีย์ พิพากษาจำคุก 4 ปี ก่อนให้เนรเทศฐานมีส่วนรู้เห็นการนำเข้าเฮโรอีน 3.2 กก.ไปออสเตรเลีย บันทึกศาลระบุธรรมนัสสารภาพเมื่อปี 36 ด้านธรรมนัสบอก BBC ไทยยันไม่เคยรับสารภาพ หรือยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ แต่ด้วยความเยาว์วัยอ่อนประสบการณ์ ไม่มีเงินต่อสู้คดี จึงเจรจากับอัยการและศาล โดยไม่มีการรับสารภาพเลย กำลังให้ กต.ติดต่อขอคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์จากศาลซิดนีย์ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : บีบีซีไทยขุดเอกสาร 'ธรรมนัส' เคยติดคุกที่ออสเตรเลีย เจ้าตัวโต้ไม่เคยรับสารภาพ      -รัฐบาลมั่นใจ พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 มูลค่า 3.2 ล้านล้านบาทผ่านฉลุย หลังวิษณุยัน รมต.ที่เป็น ส.ส.สามารถลงมติได้ เพราะ รธน.ฉบับปัจจุบัน ส.ส.เป็นรมต.ในเวลาเดียวกันได้ ไม่ห้ามลงมติในเรื่องที่มีส่วนได้เสีย ยอมรับหาก พรบ.งบไม่ผ่านสภา รัฐบาลต้องลาออกหรือยุบสภาตามประเพณีที่สืบต่อกันมา เพราะเท่ากับเสียงข้างมากไม่ไว้ใจรัฐบาล ไม่ยอมให้รัฐบาลทำงาน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจง รธน.ปี 60 ให้ รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้    -ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เชื่อมั่น พ.ร.บ.งบประมาณจะผ่านสภาเรียบร้อย แม้จะมีคนเป็นห่วงเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาล แต่เมื่อ ส.ส.ที่เป็น รมต.ลงมติได้ เสียงรัฐบาลจึงมีเพียงพอ ไม่มีอะไรต้องกังวลใจ ด้านพิเชษฐ สถิรชวาล ที่ประกาศเป็นฝ่ายค้านอิสระได้ปรากฏตัวทำเนียบรัฐบาล เข้าพบทีมงานบิ๊กป้อม ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'วิษณุ' แจง รธน.ปี 60 ให้ รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้    -ศาลให้ประกันกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก พุทธิพงษ์ยันไม่มีการกลั่นแกล้ง ไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ ตรวจสอบย้อนหลังพบกาณฑ์โพสต์หลายครั้ง ทำสังคมแตกแยก บิ๊กป้อมบอกจับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริง มี 5 คนเอี่ยวโจมตีสถาบัน รอผลสอบเชื่อมโยง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ   -จัดระเบียบร้านค้าปล่อยพรี wifi พุทธิพงษ์ รมว.ดิจิทัลกางกม.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขอความร่วมมืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ร้านที่ให้ใช้ฟรี wifi เก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ไว้ 90 วัน ให้ตร.ตรวจสอบย้อนหลัง กรณีมีคนใช้สัญญาณ wifi ทำผิดกฎหมาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คาเฟ่-ร้านค้างานเข้า ดีอีสั่งจัดระเบียบ ต้องเก็บข้อมูลปล่อยฟรีไวไฟ 90 วัน ถ้าเรียกตรวจไม่เจอ มีโทษ    -ลงทะเบียนชิมช้อปใช้รอบเก็บตก 1,482 คน ใช้เวลาแค่ 2 นาทีก็เต็มแล้ว คลังเตือนคนได้รับสิทธิ์แต่ยังไม่ใช้เงิน 1 พันบาท ต้องใช้ด่วนภายใน 14 วัน ไม่เช่นนั้นจะโดนตัดเงินคืนไปให้คนอื่น ล็อตแรกครบ 14 วันในวันพรุ่งนี้ ธนกรระบุชิมช้อปใช้ไม่เอื้อนายทุน พบเงินเข้าห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เพียง 19.78% เท่านั้น ที่เหลือเข้าร้านค้าชุมชน ธงฟ้า ส่วนเฟส 2 ได้ข้อสรุปสัปดาห์นี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ไม่แจกแล้ว 1 พัน! ชิมช้อปใช้ เฟส 2 เน้นให้คนควักเงินมาใช้ ได้เงินคืนจูงใจ กระจายจังหวัดเล็กๆ    -เศรษฐกิจน่าห่วง ศูนย์วิจัยไทยพาณิชย์หั่น GDP ปีนี้โต 2.8% จากเดิม 3% จากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ ทำให้การบริโภคชะลอตัว เงินบาทแข็งค่ากระทบส่งออก สินเชื่อไร้หลักประกัน สินเชื่อ บัตรเครดิตโตไปพร้อมกับหนี้เสียบ้านรถยนต์ที่พุ่ง อาจทำให้ธนาคารเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ คนว่างงานกว่า 4 แสนปีหน้าแรงงานจบใหม่อีก 5 แสนคน หากตลาดแรงงานยังซึม เสี่ยงตกงานสูง   -สวนสัตว์เชียงใหม่และผู้เชี่ยวชาญจากจีน สรุปสาเหตุการตายแพนด้าช่วงช่วง มาจากหัวใจล้มเหลว อวัยวะภายในขาดออกซิเจนตาย ไม่พบบาดแผลภายนอก ฝ่ายไทยอาจต้องจ่ายค่าชดเชยให้จีนตามข้อตกลง หากแพนด้าตายจากการเลี้ยงดูไม่ดีไทยต้องจ่าย 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากตายตามธรรมชาติและเลี้ยงดูอย่างดีก็อาจไม่ต้องจ่าย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผลชันสูตร 'แพนด้าช่วงช่วง' หัวใจล้มเหลว เปิดสัญญาถ้าตายผิดธรรมชาติ ไทยต้องจ่ายค่าปรับให้จีน      -ด่ายับ หนุ่มภูเก็ตจอด จยย.ถีบไหล่หญิงสาวที่ขี่ จยย.พร้อมลูก รถล้มคว่ำ คว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ เหยื่อแจ้งความเล่าฝ่ายชายขี่ช้าคร่อมกลางถนน หวั่นถูกชนเลยตะโกนให้ขี่ดีๆ จนมีปากเสียงถูกทำร้าย ตร.รู้ตัวเรียกสอบหนุ่มหัวร้อนแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รู้ตัวแล้ว หนุ่มภูเก็ตหัวร้อนโดดถีบสาวพร้อมลูก ตก จยย. ก่อนคว้าเก้าอี้ฟาดซ้ำ ปมทะเลาะกันบนถนน    -เสี่ยท็อป เสี่ยกำมะลออัดคลิปตอบครั้งแรก ยันไม่ได้หนี แต่มีงานต้องทำ ขอโทษที่อัดคลิปด่านักข่าวตอแหล ไม่ได้ตั้งใจ โทรศัพท์ถูกแฮก ตอบแชทไลน์นักข่าวยันเรื่องที่เกิดขึ้นมีเหตุผล เตรียมแถลงทั้งหมด ข่าวมั่วเกาะกระแสหากินกัน ฝ่ายกม.ขอให้ไม่ตอบโต้ ข่าวบิดเบือนเสียชื่อประเทศไทย ด้านเตยเพื่อนเจ้าสาววอนเสี่ยกลับมาใช้หนี้ก่อนแถลง ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยติดต่อกลับมาใช้หนี้สักบาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสี่ยท็อป' อัดคลิปเปิดใจปัดหนี แค่ไปทำงานฮ่องกง ยันกลับไทยอาทิตย์หน้า อ้างโดนแฮกปล่อยคลิปด่านักข่าว     -จับแล้ว หนุ่มหมวกกันน็อกชกสาว ทุบกระจกรถ ยอมรับทำไปเพราะฟิวส์ขาด เผยโดนขับรถจี้ท้าย เลยจอดลงไปเคลียร์เคาะกระจกถาม คู่กรณีไม่คุยด้วยเลยของขึ้นชกสั่งสอน ไม่รู้เป็นผู้หญิง ไม่หายแค้นคว้าประแจทุบกระจกรถซ้ำ ยินดีชดใช้ค่าเสียหาย ผู้เสียหายเสียงแข็งไม่ยกโทษให้ ไม่ไกล่เกลี่ย ขอดำเนินคดีถึงที่สุด ตร.แจ้ง 2 ข้อหาพบประวัติเคยรักษาอาการทางจิต ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว! หนุ่มชกหน้าสาว-ทุบกระจกรถ อ้างโมโหถูกขับจี้ ฉุนอยากเคลียร์แต่อีกฝ่ายเอาแต่ขอโทษ   -กรรมาธิการควบคุมสารเคมีทางเกษตร จี้รัฐบาลแบน 3 สารพิษ คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต ทันที อนุทินยันไม่ได้ยกเลิก 3 สารเพื่ออุ้มกลุ่มทุนใหม่ ให้ ก.เกษตรฯหาสารมาใช้ทดแทน การันตีสารทดแทนไร้พิษ ผ่านการตรวจ อย.แล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จี้แบน 3 สารอันตรายทันที ไม่ต้องรอ 1 ธ.ค. 'อนุทิน' มั่นใจมีสารทดแทนพาราควอต เกษตรกรไม่เจ็บป่วยอีก    -ปิดฉากชีวิตรัก มีมี่หนุ่มหน้าปาน กับน้องบี สาวหน้าสวย หลังฝ่ายหญิงโพสต์รูปคู่หนุ่มใหม่ ยอมรับเลิกมีมี่แล้ว หลังอยู่กินร่วมปี อ้างมีปัญหาฝ่ายชายขี้เมา เข้ากับคนที่บ้านไม่ได้ ด้านมีมี่กลับบ้านที่สุรินทร์ เก็บตัวเงียบ เศร้าหนักกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'มีมี่' เศร้ากลับบ้านเกิด เผยปมเลิก 'น้องบี' ทะเลาะเรื่องกระต่าย ฝ่ายหญิงโพสต์ภาพคู่หนุ่มใหม่      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aZwLdh4QCsM

 8,436
สังคม-อาชญากรรม
08 ต.ค. 62

ชายหัวร้อนอีกราย! กระโดดถีบสาวพร้อมลูกน้อย ร่วง จยย. ฉุนถูกเตือนให้ขับรถดีดี ชาวเน็ตแห่จวกยับ

วันนี้ (8 ต.ค. 62) ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า “ตังตัง ไกรปราบ”‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที ลงในกลุ่ม “เหตุด่วนเหตุร้าย ร่วมด้วยช่วยกัน ภูเก็ต”พร้อมข้อความระบุว่า “ผู้ชายคนนี้ขับรถจะชนน้องผู้หญิง แล้วน้องผู้หญิงบอกขับรถยังงัยจะชนแล้วน่ะ แล้วก็มีปากเสียงกัน แต่ผู้ชายขับรถตามมาทำร้าย มันไม่น่าทำถึงขนาดนี้น่ะ รถมีเด็กด้วย เหตุเกิดแถว สี่แยกนรหัส ทางไปสะพานร่วม เกาะสิเหร่ อ.เมืองภูเก็ต น้องผู้หญิงแจ้งความแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ ตำรวจไม่จับผู้ต้องหาล่ะ เชิญผู้ต้องหามาโรงพักแล้วก็ปล่อยตัวไปมันคืออะไร งง! ฝั่งน้องผู้หญิง ทำไม่ตำรวจไม่จับ นี่มันข้อหาทำร้ายร่างกายเลยน่ะ แต่น้องผู้หญิงเขาก็ป้องกันตัวเองเลยไม่เจ็บเยอะ กล้องวงจรปิดจากร้านมอไซค์ก็ชัดเจนอยู่แล้ว นี่และเมืองไทย”   ทั้งนี้ ในคลิปดังกล่าวเป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงรายหนึ่งซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย จากนั้นชายคนดังกล่าวยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับอย่างพัลวัน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   อย่างไรก็ตามผู้สื่ข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปีผู้เสียหาย เล่าว่าเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.00 น.ตนขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุจับ จยย.แบบช้าๆอยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนนตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้ายทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆหน่อยจนมีปากเสียงกันขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต    เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ตโดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้ตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็นวันนี้   ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าหลังเกิดเหตุตำรวจสายตรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองภูเก็ตซึ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยเมื่อวานนี้พนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายโดยเย็นวันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไรตามที่มีการโจมตีในโซเชียล ทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนของกฏหมายขอให้เข้าใจการทำงานของตำรวจด้วย       ชมคลิป  

 18,061
ข่าวภูมิภาค
08 ต.ค. 62

ชายหัวร้อนอีกราย! กระโดดถีบสาวพร้อมลูกน้อย ร่วง จยย. ฉุนถูกเตือนให้ขับรถดีดี ชาวเน็ตแห่จวกยับ

วันนี้ (8 ต.ค. 62) ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊กว่า “ตังตัง ไกรปราบ”‎ ได้โพสต์วีดิโอคลิปความยาวประมาณ 0.19 นาที ลงในกลุ่ม “เหตุด่วนเหตุร้าย ร่วมด้วยช่วยกัน ภูเก็ต”พร้อมข้อความระบุว่า “ผู้ชายคนนี้ขับรถจะชนน้องผู้หญิง แล้วน้องผู้หญิงบอกขับรถยังงัยจะชนแล้วน่ะ แล้วก็มีปากเสียงกัน แต่ผู้ชายขับรถตามมาทำร้าย มันไม่น่าทำถึงขนาดนี้น่ะ รถมีเด็กด้วย เหตุเกิดแถว สี่แยกนรหัส ทางไปสะพานร่วม เกาะสิเหร่ อ.เมืองภูเก็ต น้องผู้หญิงแจ้งความแล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ ตำรวจไม่จับผู้ต้องหาล่ะ เชิญผู้ต้องหามาโรงพักแล้วก็ปล่อยตัวไปมันคืออะไร งง! ฝั่งน้องผู้หญิง ทำไม่ตำรวจไม่จับ นี่มันข้อหาทำร้ายร่างกายเลยน่ะ แต่น้องผู้หญิงเขาก็ป้องกันตัวเองเลยไม่เจ็บเยอะ กล้องวงจรปิดจากร้านมอไซค์ก็ชัดเจนอยู่แล้ว นี่และเมืองไทย”   ทั้งนี้ ในคลิปดังกล่าวเป็นภาพของชายคนหนึ่ง ซึ่งขับรถจยย.ตามประกบรถจยย.ของหญิงรายหนึ่งซึ่งมีเด็กเล็กนั่งอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะรีบจอดรถจยย.ของตนเองและวิ่งเข้าไปกระโดดถีบเข้าที่หัวไหล่ของหญิงคนดังกล่าว จนรถจยย.ล้มลงนั่งกับพื้นพร้อมกับเด็กเล็กที่นั่งมาด้วย จากนั้นชายคนดังกล่าวยังได้คว้าเก้าอี้พลาสติกเข้าฟาดซ้ำ จนหญิงในภาพต้องรีบคว้าเก้าอี้ไว้และใช้มือตอบโต้กลับอย่างพัลวัน แต่ชายคนดังกล่าวพยายามคว้าท่อนเหล็กที่วางอยู่ที่พื้นเพื่อใช้เป็นอาวุธทำร้าย แต่เคราะห์ดีที่หญิงคนดังกล่าวรีบคว้าไว้ทัน ซึ่งระหว่างนั้นเด็กน้อยที่นั่งมาด้วยได้ยืนร้องอยู่ที่ริมถนน ก่อนที่คลิปจะจบลง   อย่างไรก็ตามผู้สื่ข่าวได้ติดต่อไปยัง น.ส.ลัทธิตา คนคล่อง อายุ 29 ปีผู้เสียหาย เล่าว่าเมื่อวานนี้เวลาประมาณ 16.00 น.ตนขับรถมากจากบ้านแฟนพร้อมลูกสาวเพื่อไปบ้านแม่เมื่อมาถึงบริเวณตลาดโกรเซอร์รี่ พบผู้ก่อเหตุจับ จยย.แบบช้าๆอยู่บริเวณใกล้เส้นกลางถนนตนขับตามหลังขณะนั้นผู้ก่อเหตุหันมองด้านซ้ายทำให้ตนเกือบชนท้ายจนตนตกใจจึงตะโกนบอกให้ขับรถดีๆหน่อยจนมีปากเสียงกันขณะนั้นมีผู้ชายที่ตนรู้จักอยู่บริเวณนั้นเข้ามาถามว่ามีอะไรกัน ตนบอกไม่มีอะไรผู้ก่อเหตุจึงขับรถออกไปเพื่อเข้าบ้านแม่ที่ชุมขนสะพานร่วม 2 อ.เมืองภูเก็ต    เมื่อมาถึงสี่แยก นรหัส ถ.ศรีเสนา อ.เมือง ภูเก็ต พบกับผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุจึงหันมาถามตนว่ามีปัญหาอะไร จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้งและเกิดเหตุตามที่ปรากฏในคลิป หลังจากนั้นมีตำรวจเข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุและตนได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ตโดยร้อยเวรได้ให้ไปตรวจร่างกายขอใบรับรองแพทย์ที่โรงพยาบาลและนัดทั้ตนและคู่กรณีมาพบกันที่โรงพักอีกครั้งในวันพฤหัสบดี ที่ 9 ต.ค.นี้แต่ปรากฏว่าเมื่อมีคลิปเผยแพร่ทางโซเชียลตำรวจได้เรียกเข้าพบในช่วงเย็นวันนี้   ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ ทิพย์อาภากุล ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าหลังเกิดเหตุตำรวจสายตรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองภูเก็ตซึ่งทราบว่าผู้ก่อเหตุนายเอกชัย คงฉิมอายุ 35 ปี โดยเมื่อวานนี้พนักงานสอบสวนได้ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายเพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบคดี ซึ่งยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายโดยเย็นวันนี้พนักงานสอบสวนได้เรียกคู่กรณีมาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏยืนยันว่าตำรวจไม่ได้นิ่งเฉยหรือไม่ทำอะไรตามที่มีการโจมตีในโซเชียล ทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนของกฏหมายขอให้เข้าใจการทำงานของตำรวจด้วย       ชมคลิป  

 18,061
ข่าวโซเชียล
07 ต.ค. 62

กลางถนน! ชายหัวร้อนชกหน้าผู้หญิง ทุบรถเสียหาย แม้ยกมือไหว้ขอโทษก็ไม่ยอม

วันที่ 7 ต.ค. 62 เพจเฟซบุ๊ก ที่นี่..บางพลี ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ที่มีความยาว 1.01 นาที เผยให้เห็นชายคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อคสีขาวแบบเต็มใบ เข้ามาเคาะกระจกรถที่มีหญิงสาวนั่งอยู่ 2 คน เมื่อฝ่ายหญิงลดกระจกลงแล้ว ได้พูดขึ้นมาก่อนว่า “หนูขอโทษค่ะพี่” ขณะที่ฝ่ายชายตอบกลับว่า “เดี๋ยว มึงขับตามหลังมาทำไม” ซึ่งฝ่ายหญิงก็ได้พูดขอโทษอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่าหนูมองไม่เห็น    ต่อมาฝ่ายชายได้บอกให้ฝ่ายหญิงลดกระจกลงอีก เมื่อฝ่ายหญิงลดกระจกลงแล้ว ได้ยกมือไหว้ขอโทษฝ่ายชายอีกครั้ง ก่อนที่ฝ่ายชายจะพูดว่า “อย่าเสือก ทีหลังมึงอย่าขับตามกูมาอีก” และชกเข้าไปที่ใบหน้าฝ่ายหญิง และได้เดินไปที่หน้ารถ ก่อนจะเดินกลับมาอีกครั้งและทำการทุบรถของฝ่ายหญิงหลายครั้ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของฝ่ายหญิง   โดยเพจ ที่นี่..บางพลี ได้ระบุข้อความประกอบคลิปไว้ด้วยว่า ‘ผู้หญิงเขาขอโทษแล้วยังจะทำร้ายเขาอีก.. ฝากเจ้าหน้าที่ตามล่าชายในคลิป ทำร้ายร่างกายโดยการชกหน้าผู้หญิงและยังทุบรถจนกระจกเสียหาย แถวซอยวัดศรีวารีน้อย ออกปากทางลาดกระบัง54 มันเป็นอะไรกันนักหนาหลายข่าวละ ยิ่งได้ยินคำพูดขอโทษยิ่งลงมือทำร้าย..   ขอบคุณคลิป-ภาพ เฟซบุ๊ก : ที่นี่..บางพลี    

 7,033
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

หนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดแทงอกแท็กซี่ ย่องมอบตัว อ้างโกรธโดนบีบแตร โดนข้อหาหนักพยายามฆ่า

จากกรณีหนุ่มจยย.หัวร้อน ควักมีดขู่ จ้วงแทงหน้าอกคนขับแท็กซี่ ล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.แสมดำ ทราบชื่อ คือ นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจยย. และชุดที่ใช้ในวันเกิดเหตุ   โดยผู้ต้องหาเผยเหตุการณ์ว่า ตนขับรถจยย.มาทางขวา เพื่อจะไปหาคุณพ่อที่ป่วยเป็นแผลติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ไปเจอกับแท็กซี่ซึ่งตนเข้าใจว่าจะไปทางขวา จังหวะทางแคบ แท็กซี่เบี่ยงมาเลน 1 ซึ่งขณะนั้นตนอยู่เลน 2 พอเห็นมีช่องว่างเลยแซงขึ้นมา แต่แท๊กซี่ได้บีบแตรใส่ ตนไม่เข้าใจว่าจะบีบเพื่ออะไร   ประกอบกับสภาพจิตใจเวลานั้นตนมีปัญหาทางครอบครัว เลยมีความโกรธมากที่ถูกแท็กซี่บีบแตรใส่ไม่มีเหตุผล จึงขับรถไปประกบฝั่งขวาแท็กซี่ ทุบกระจกให้จอด แต่แท็กซี่ไม่ยอมจอด เลยขับแซงขึ้นไปแล้วเบรก จนแท็กซี่ชน   “ผมโกรธมาก เดินไปเคาะกระจก พอแท็กซี่ลดกระจกลง ผมเลยใช้มีดแทงเข้าที่อกเลย แต่พอผมเห็นหน้าคนขับอายุเยอะ เลยยั้งมือทัน แล้วเปลี่ยนเป็นต่อยหน้าแทน โดยต่อยไปทั้งหมด 2 มัด ในรถ 1 มัด และหน้ารถ 1 มัด”   “จากนั้นได้คุยกัน แต่ผมยังไม่หายโกรธต่อยเขาไปอีก ปกติผมไม่ได้พกมีด แต่วันนั้นพ่อกับแม่เอาผลไม้มาฝากแล้วที่บ้านเป็นบ้านใหม่ ไม่มีเครื่องครัว เลยเอามีดจากบริษัทไป เหตุการณ์ครั้งนี้ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมอารมณ์ร้อนแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้” โดยหลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบนี้ยังช่วยกู้ภัยทำแผลจนส่งไปโรงพยาบาล   ด้านนายกิติพงษ์ มากจงดี คนขับรถแท็กซี่ เผยว่า ตนรู้สึกสบายใจ ซึ่งตนได้พบกับผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาก็กล่าวขอโทษแล้ว ตนก็ยกโทษให้ แต่คดีความก็ยังต้องดำเนินต่อไป ตามตัวกฎหมาย   ต่อมาพันตำรวจเอกอำนาจ หาญชนะ ผู้กำกับการสน.แสมดำ พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน และตัวผู้ต้องหาเข้าประชุมหารือ เห็นสมควรแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เห็นสมควรว่าควรเพิ่มข้อกล่าวอีก 1 ข้อหา เป็นพยายามฆ่า โดยพิจารณาจากอาวุธมีดที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ ทำให้ผู้ต้องหารายนี้มีการตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา ประกอบด้วย   ข้อหาขับ จยย. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / ขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น / พกพาอาวุธมีดไปในเขตเมืองและที่สาธารณะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อพยายามฆ่า โดยต่อไปเจ้าหน้าจะนำตัวไปขออำนาจศาลขังต่อไป เนื่องผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าพนักงานเอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่มีสิทธิในการขัง ซึ่งผู้ต้องหาสามารถขอประกันตัวได้ในชั้นศาล   อย่างไรก็ตาม ทางญาติของนายสิทธิชัย ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทัน ทำให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำตามกฎหมาย ซึ่งหากทางญาติหาหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็ยื่นขอศาลในภายหลังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R2DC_2WO0qc

 1,606
ต่างประเทศ
25 ก.ค. 62

แม่ลูกอ่อนหัวร้อน อุ้มลูกทะเลาะคู่กรณี สุดท้ายทำลูกร่วงพื้น หัวกระแทกดับ

เกิดเหตุสลดที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา มีคลิปหญิงแม่ลูกอ่อนวัย 26 ปีทะเลาะวิวาทกับเพื่อน ภายในลานจอดรถของร้านเสริมสวย โดยที่ลืมไปว่าตัวเองกำลังอุ้มลูกน้อยวัยเพียง 3 เดือนอยู่ในอ้อมแขน   ก่อนที่เรื่องบานปลาย แม่เผลอทำลูกตกพื้น จนทำให้ทารกน้อยหัวกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในที่สุด ทำให้แม่โดนตั้งข้อหาหนักทำทารุณกรรมเด็กและใช้ความรุนแรง รวมทั้งทะเลาะวิวาทในที่สาธารณะ  

 19,996

Top