ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทรวงดีอี"

เศรษฐกิจ
10 ต.ค. 62

ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ

จากกรณีที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาระบุนโยบายให้ร้านค้าและร้านกาแฟต่าง ๆ ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wi-Fi ภายในร้าน ให้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลการจราจรทางอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทะเบียนใช้ Wi-Fi ของร้านเป็นเวลา 90 วัน เพื่อป้องกันเมื่อมีเหตุอะไรแล้วเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องขอข้อมูลดังกล่าว โดยอาศัยความตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย   จากกรณีดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการร้านกาแฟหลายแห่ง แสดงความคิดเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยรายที่เห็นด้วยระบุว่า หากมีการเก็บข้อมูลถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศเราเป็นประเทศท่องเที่ยวจะส่งผลต่อความมั่นคงแต่ หากเป็นการผลักภาระให้กับผู้ประกอบการมองว่าเป็นเรื่องแย่   หากคิดที่จะดำเนินการ เพื่อป้องกันความปลอดภัยก็ควรสนับสนุนธุรกิจร้านค้าต่างๆ ด้วย รัฐอย่ามุ่งหวังเพียงต้องการเก็บข้อมูลจากภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ควรช่วยโปรโมทร้านเพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยการจัดให้ร้านนั้น ๆ ลงทะเบียนอย่างถูกต้องเหมือนกันทั้งประเทศ ต้องบูรณาการร่วมกัน ทั้งนี้มองว่าการเก็บข้อมูลจากการใช้บริการอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า   ขณะที่บางรายแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าเป็นการสร้างภาระ เพราะขายของที่รายเพียงคนเดียว การไปสอบถามรายละเอียดของลูกค้าเกี่ยวกับการลงทะเบียน เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของลูกค้า   นอกจากปัญหาความยุ่งยากการเก็บข้อมูลแล้ว การทำให้ลูกค้าเกิดความไม่สบายใจ ย่อมส่งผลต่อการกลับมาใช้บริการของร้านอย่างแน่นอน ซึ่งอาจทำให้จำนวนลูกค้าลดลง ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทางร้านเห็นว่าไม่ควรสร้างความยุ่งยากในการให้บริหาร เพราะส่วนตัวถ้าแค่ขอให้บริการไวไฟเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และมีใครมาขอข้อมูล หรือตรวจสอบการใช้บริการก็ไม่สบายใจ และไม่อยากเปิดเผยข้อมูลของตนเองเช่นกัน   ล่าสุด นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงในเรื่องดังกล่าวว่า ดิจิทัลคือเหรียญสองด้าน มีทั้งฝั่งดีและร้าย จากข่าวที่ผมแถลงเมื่อวาน อาจมีการนำเสนอคลาดเคลื่อนในบางประเด็น จนประชาชนเกิดความสับสน โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ให้บริการ free wifi แก่ลูกค้า ซึ่งตามปกติแล้ว คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้มาใช้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น ใช้งานตามปกติ หรือใช้ในเรื่องที่ไม่ดี   หลายๆ ท่านคงพอทราบว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 26 นี้ประกาศใช้มานานแล้ว ซึ่งการเก็บ log file หรือข้อมูลของผู้ใช้ เพื่อสามารถตรวจสอบย้อนหลังกลับไปได้ 90 วัน เป็นการขอความร่วมมือ เพื่อผลประโยชน์ของทางร้านค้าเอง เพราะเมื่อเกิดเหตุกระทำผิดขึ้นมา แล้วตรวจสอบย้อนกลับไปจนเจอ IP address ของร้านค้า จะได้ทราบว่าใครคือผู้ใช้จริง ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้กระทำผิดได้   ในทางเทคนิคแล้ว ตอนนี้ทั้ง ISP และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายต่างๆ จะมีการเก็บ log ผู้ใช้งานไว้อยู่แล้ว ทางผู้ประกอบการเองสามารถแจ้งไปเพื่อให้ดำเนินการขอข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งผมเองก็ยินดีรับฟังข้อเสนอต่างๆ เกี่ยวกับมาตรการนี้ สังคมดิจิทัล เราต้องช่วยกันดูแลครับ"   ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีการประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แล้วซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยหลักแล้วกฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ผู้ที่ให้บริการดำเนินการเก็บข้อมูล ไม่ใช่ผู้ใช้บริการ   สำหรับประชาชนทั่วไปก็สามารถใช้บริการหรือดำเนินการต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหรือตื่นตระหนก โดยภาครัฐให้ผู้บริการทำการเก็บข้อมูลก็เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองในคดีต่างๆ ทุกประเภท เช่น คดีความมั่นคง คดีฉ้อโกง หลอกลวง หมิ่นประมาท หรือเกี่ยวกับความผิดทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในการติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด ป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ถือได้ว่าเกิดประโยชน์แก่สาธารณะ   ที่ผ่านมาในคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ คดีฉ้อโกงประชาชน หรือคดีที่มีมูลค่าความเสียหายมากและผู้เสียหายจำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์สืบสวนสอบสวนจนสามารถนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย   จากการใช้ข้อมูลในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อีกทั้งยังถือเป็นหลักสากลที่นานาประเทศก็ดำเนินการในลักษณะคล้ายกับประเทศเรา ที่กฎหมายบังคับเช่นนี้ก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองรักษาความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งในปัจจุบันการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือบนโลก Social Media นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GVnUMjLhfkk

 6,244
สังคม-อาชญากรรม
09 ต.ค. 62

ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ

ศาลให้ประกันตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงร่วม บก.ปอท. ยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองและไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ   ระบุ ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหา พบมีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ยืนยันการจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริงมีบุคคลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงแค่ไหนนั้น ต้องรอผลการสืบสวนก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nQlPcfVBSlQ

 1,791
สังคม
09 ต.ค. 62

ศาลให้ประกันตัว 'กาณฑ์' 1 แสน กำชับห้ามโพสต์ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ปัดมีใบสั่งการเมืองให้จับ

ศาลให้ประกันตัวนายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง 1 แสนบาท หลังถูกฝากขังปมโพสต์เฟซบุ๊กประวัติศาสตร์ต่างประเทศ เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกำชับห้ามโพสต์ข้อความลักษณะนี้อีก   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แถลงร่วม บก.ปอท. ยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองและไม่เลือกปฏิบัติ ถือเป็นคดีตัวอย่าง จะโพสต์อะไรลงออนไลน์ต้องรอบคอบ   ระบุ ได้ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของผู้ต้องหา พบมีการโพสต์ข้อความหลายครั้งและต่อเนื่อง ทำให้สังคมเกิดความแตกแยก ยืนยันการจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้มีการตั้งเป้าจับกุมใครเป็นพิเศษถึงแม้มีประวัติฝักใฝ่การเมือง แต่จะดูการโพสต์เนื้อหาว่าเข้าข่ายความผิดหรือไม่ หากพบใครเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับรูปแบบใดจะดำเนินการทั้งหมด และคาดว่าจะมีผู้กระทำผิดเพิ่มเติม   ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จับครั้งนี้ไม่ใช่การปราม แต่เป็นการจับจริงมีบุคคลเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ประมาณ 5 คน ส่วนจะมีความเชื่อมโยงแค่ไหนนั้น ต้องรอผลการสืบสวนก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nQlPcfVBSlQ

 1,791
การเมือง
08 ส.ค. 62

'ช่อ' ถาม 'พุทธิพงษ์' กลางสภา ปมข่าวปลอมระเบิด 'ปารีณา' ร่วมแชร์ด้วย

น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ยื่นกระทู้สดถามนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ถึงมาตรการต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลที่มีผลกระทบนักการเมืองและประชาชน   จากเหตุระเบิด กทม.หลายจุด ทำให้มีผู้หยิบยกมาเป็นประเด็นการเมืองป้ายสีฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่รัฐบาลควรมีมาตรการป้องกันข่าวลวง ข่าวเฟกนิวส์ กระทรวงดีอีมีมาตรการควบคุมข่าวบิดเบือนใส่ร้ายบุคคลอื่นอย่างไร บางคนที่เผยแพร่ข้อมูลเป็น ส.ส.พลังประชารัฐ   ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอี ชี้แจงว่าการเผยแพร่ข้อมูลช่วงเกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ กทม. มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม กระทรวงได้ดำเนินการกับผู้ปล่อยข่าวปลอมไปแล้ว 4 ราย ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลักการการบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์คือต้องเป็นเรื่องกระทบต่อสังคมโดยรวม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะไม่ต้องการให้ฟ้องร้องเรื่องส่วนบุคคล   เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่าง ส.ส. 2 พรรคทราบว่า น.ส.พรรณิการ์ได้ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบในวงกว้าง และกระทรวงดีอีไม่มีอำนาจใช้กฎหมายเพื่อลิดรอนสิทธิของบุคคลใด การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ต้องใช้อย่างเคร่งครัดตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่ใช้เพื่อรังแกหรือปกป้องใคร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q6NqbUPjO7w

 1,464
การเมือง
02 ส.ค. 62

'พุทธิพงษ์' ห่วงโซเชียลบิดเบือนขยายผลเหตุระเบิด หวั่นกระทบสังคม

'พุทธิพงษ์' ระบุมีการใช้โซเชียล บิดเบือน - ขยายผลระเบิด หวั่นกระทบสังคมโดยรวม    วันที่ 2 ส.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงการขยายความเหตุระเบิดทางโซเชียลมีเดีย ว่า ส่วนใหญ่จะเกินความจริงและสร้างความตระหนก ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าข่าวไม่ได้กรองหรือข่าวตัดต่อไม่ได้มีพื้นฐานจากความเป็นจริง มีความบิดเบือนเกินจริง    ในส่วนความมั่นคงทำงานเต็มที่ ถ้ามีในการแก้ปัญหาบรรเทา เรื่องข่าวกรองให้ลดลงได้ ประชาชนก็จะได้ประโยชน์มาก การเอาไปสร้างความเสียหาย และขยายความก็จะน้อยลง และขณะนี้ก็พบว่ามีการขยายความเอาไปต่อยอดอยู่มาก มีการเอาไปพูดเชื่อมโยงที่มาที่ไป โดยที่ยังไม่มีการพูดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ แต่บางทีก็เขียนเกินจริงและเป็นความคิดเป็นความคิดส่วนตัว ซึ่งต้องยอมรับว่าสิ่งเหล่านี้กระทบต่อสังคมโดยรวม              อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : - 'บิ๊กป้อม' เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ เหตุระเบิดป่วนกรุง 5 จุด เชื่อหวังสร้างสถานการณ์  - รองผบ.ตร. เผย ยังไม่ชี้เป็นเหตุป่วนเมือง เร่งประชุมทีมเฉพาะกิจ - นายกฯ สั่งเร่งสอบระเบิด เพิ่มความปลอดภัย ทำเนียบฯ-สถานที่สำคัญ - 'บิ๊กป้อม' ตั้ง ผบ. ตร. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ เหตุป่วนเมือง ยังไม่โยงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ - อย่าเชื่อข่าวแชร์! กอ.รมน.ยันยังไม่ได้ประกาศ 'พื้นที่ควบคุมพิเศษ'        

 1,132
การเมือง
12 ก.ค. 62

'พุทธิพงษ์' เผย ครม.ใหม่ เตรียมเข้าถวายสัตย์ สัปดาห์หน้า

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กำหนดการหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ครม.ใหม่นั้น ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบแจ้งให้ ครม. เตรียมความพร้อมไว้แล้ว คาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่วันที่แน่นอนต้องรอยืนยันก่อน   ซึ่งการประชุม ครม.นัดแรก นายกรัฐมนตรีมีความประสงค์ว่าจะให้เร็วที่สุดหลังเข้าไปถวายสัตย์ปฏิญาณตน สำหรับการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา คาดว่าจะมีขึ้นระหว่าวันที่ 23-25 กรกฎาคมนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4xzaNdCRe9w  

 1,086
การเมือง
03 มี.ค. 62

กระทรวงดีอี ชี้แจงความเข้าใจผิดต่อ 'พ.ร.บ.ไซเบอร์' - bsa ชื่นชมรัฐบาลไทย บอก พ.ร.บ.นี้ดีมาก

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ออกคำชี้แจง เผยความเข้าใจผิดต่อ ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 8 ข้อ   ขณะที่ นายจาเรด แร็กแลนด์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านนโยบาย กลุ่มพันธมิตรซอฟต์แวร์ (BSA) ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ นี้ บอก พ.ร.บ.นี้ดีมาก แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า ขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลของภาคเอกชน รวมไปถึงส่วนอื่น ๆ ที่จะทำให้มีความั่นใจมากยิ่งขึ้น ในการที่จะเข้ามาใช้งานซอฟต์แวร์ในประเทศไทย     ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/vs7oAVx_gVc

 1,119
สังคม-อาชญากรรม
02 มี.ค. 62

กระทรวงดีอี ยัน พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ละเมิดสิทธิ ปชช. - ธนาธร ชี้ ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป

ประเด็นที่กำลังเป็นที่วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ คือ พ.ร.บ.ไซเบอร์ หลัง สนช. ผ่านร่างออกมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดย ปชช. เป็นกังวลว่าจะไปกระทบสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ สามารถตรวจค้นอสังหาริมทรัพย์ ตรวจค้นคอมพิวเตอร์ และระบบต่างๆโดยไม่ต้องขออำนาจศาลนั้น    แต่จริงๆในตัวกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดเจนว่า ต้องเป็นภัยในระดับที่วิกฤต ถึงจะสามารถทำแบบนี้ได้    โดยเมื่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และรัฐบาลนี้ไม่เคยทำผิดกฎหมาย ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง และสั่งให้มีการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ว่าไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด   ก่อนที่ นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรฐษกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยภายหลังร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และร่างพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ว่า พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ จะช่วยสร้างความพร้อมให้กับประเทศในการรับมือความเสี่ยงและภัยคุกคามทางไซเบอร์ยุคใหม่    โดยยืนยันพ.ร.บ.ดังกล่าว จะไม่ถูกใช้ในการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน หรือ ใช้อำนาจรัฐโดยพลการ รวมถึงไม่ได้มีหน้าที่ในการกำกับใช้งานโซเชียลมีเดียของประชาชน หรือ เข้าดูข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลของประชาชนเหมือนเช่นกระแสที่ออกมาในโลกโซเชียลขณะนี้    แต่ในทางกลับกันจะสามารถป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที เพราะปัจจุบันเกิดปัญหาการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้น อาทิ ไวรัส มัลแวร์ และการโจมตีระบบจากอาชญากรคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ   ทั้งนี้ ในกฎหมายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้ระบุประเภทภัยคุกคามทางไซเบอร์ไว้ 3 ระดับ ประกอบด้วย ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง และภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับวิกฤติ ซึ่งกระทรวงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาตามระบบที่มีอย่างมีประสิทธิภาพ   ขณะที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับไม่ร้ายแรง และภัยในระดับร้ายแรง ทางสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ จะให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา โดยในการเข้าไปในสถานที่หรือเข้าไปตรวจค้น เจ้าหน้าที่จะต้องขอหมายศาล    แต่ในภัยระดับวิกฤติต้องเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่บริการที่สำคัญถูกโจมตีจนล่มไม่สามารถให้บริการได้เป็นวงกว้าง หรือมีประชาชนเสียชีวิตและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ จึงให้ใช้อำนาจตามกฎหมายด้านความมั่นคง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาจต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วนพร้อมกับแจ้งศาลโดยเร็ว    แต่ทางด้านการเมือง นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในยุครัฐประหารมักจะมีการออกกฎหมายแบบนี้ คือประทบกับสิทธิเสรีภาพ และจะยึดเป็นคาถา คือความมั่นคง อ้างเพื่อออกกฎหมาย เช่นเดียวกับกฎหมายอีกหลายฉบับที่พยายามจะเสนอ แต่ถูกคัดค้านต่อต้านจนต้องยุติไป    ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี บอกว่า พ.ร.บ.ให้อำนาจกับรัฐบาลมากเกินไป เริ่มจากเรื่องความมั่นคง นิยามความมั่นคง ใน พ.ร.บ.ฉบับนี้กว้างมาก อาจจะทำให้เกิดการตีความไม่เหมาะสม ตีความว่าความมั่นคงของผู้มีอำนาจกับความมั่นคงของรัฐเป็นเรื่องเดียวกัน    ซึ่ง พ.ร.บ.ไซเบอร์ ไม่ใช่จะมีเป้าประสงค์ที่จะปกป้องระบบไอทีที่สำคัญของประเทศ แต่จริงๆแล้ว พ.ร.บ.ไซเบอร์ ของประเทศไทยร่างขึ้น มาเพื่อปกป้องความมั่นคง ซึ่งอาจจะถูกตีความถึงความมั่นคงของผู้มีอำนาจ   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/30QfHC7IWbw  

 902
เศรษฐกิจ
24 ต.ค. 61

กระทรวงดีอี ตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ระดมความเห็น พ.ร.บ.ไซเบอร์

ตามที่มีกระแสคัดค้านและไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นของร่าง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.... หรือร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์นั้น ขณะนี้กระทรวงดีอีกำลังดำเนินการทบทวนร่าง พ.ร.บ.ไซเบอร์ใหม่อีกครั้ง   ด้วยการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายคือ ภาครัฐ ภาคสังคม ภาคเอกชนมาระดมความคิดเห็นอีกครั้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายแล้ว จึงจะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตามลำดับขั้นตอนต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FOKFmosCD5A

 1,107
เศรษฐกิจ
16 ต.ค. 61

กระทรวงดีอีดัน กม.ไซเบอร์ ก่อนเลือกตั้ง วิจารณ์อำนาจล้น ยึดคอม-มือถือไม่ต้องใช้หมายศาล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตรียมผลักดันกฎหมายไซเบอร์ เข้า สนช.ให้ทันก่อนเดือน ต.ค. เพื่อใช้เป็นกฎหมายหลักคุมการใช้โซเชียลมีเดียช่วงการเลือกตั้ง   โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่ ครม.แต่งตั้งตามที่กระทรวงดีอี เสนอ 7 คน พิจารณาแล้วไม่เห็นด้วยในเนื้อหาภาพรวม เกรงจะมีปัญหาตามมา จึงเตรียมยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ในสัปดาห์นี้ เพื่อขอให้ทบทวนเนื้อหาหลายประเด็น   โดยประเด็นที่เป็นห่วง อาทิ คำนิยามภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลักการและสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นำมาจากกฎหมายไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของประเทศสิงคโปร์ มุ่งเน้นให้ความคุ้มครองระบบทางไซเบอร์ หรือ โครงสร้างทางไซเบอร์   แต่ร่างกฎหมายไซเบอร์ของไทย ขยายความคำว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมไปถึงเนื้อหา ข้อความที่โพสต์ หรือเผยแพร่ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์มือถือ ที่อาจมีสาระสำคัญกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต้องมุ่งเน้นคุ้มครองระบบทางไซเบอร์ หรือโครงสร้างทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์และตามหลักสากล   โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ระบุว่าเนื้อหากฎหมายฉบับนี้ ให้อำนาจเลขาธิการกปช.ล้นฟ้าเข้าตรวจสอบสถานที่ เข้าถึงทรัพย์สินสารสนเทศ ยึดคอมพิวเตอร์ ไอโฟน ไอแพด โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์ใดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ทุกประเภท โดยไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากศาล หรือกระบวนการยุติธรรม ปกติการตรวจค้น ยึดทรัพย์สิน ต้องมีหมายเรียก หรือหมายค้นจากศาล หรือหน่วยงานยุติธรรม จึงดำเนินการได้   ดังนั้นการให้อำนาจเลขาธิการ กปช. ล้นฟ้ามากเกินไป ย่อมขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญร่างกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจของเลขาธิการ กปช.และไม่มีมาตรการอุทธรณ์คำสั่งเลขาธิการ กปช. ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cvIjn54eCfY  

 1,779
เศรษฐกิจ
04 ต.ค. 61

กสทช.แจงไม่มีอำนาจเซ็นเซอร์ไลน์ทีวี ชี้เป็นหน้าที่กระทรวงดีอี

จากกรณีมีผู้ชมสอบถามมายัง กสทช.จำนวนมาก เกี่ยวกับการกำกับดูแลเนื้อหารายการต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ทีวี (Line TV) เนื่องจากมีบางรายการมีเนื้อหาไม่เหมาะสม แต่ไม่ถูกกำกับดูแล ไม่ถูกสั่งปรับ หรือห้ามออกอากาศ เหมือนกับรายการที่ผ่านทางทีวีดิจิทัล รวมถึงไม่ต้องทำตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการทีวี เช่นเดียวกับทีวีดิจิทัล ที่ต้องประมูลในราคาที่สูง และต้องถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดจาก กสทช. นับเป็นความได้เปรียบเสียเปรียบในการทำธุรกิจอย่างมาก   พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เผยถึงกรณีดังกล่าวว่า  กสทช.ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแลไลน์ทีวี รวมถึงเนื้อหารายการที่ผ่านมาทางไลน์ทีวีเลย เพราะ พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2560   รวมถึง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ไม่ได้ระบุไว้ที่จะให้เข้าไปกำกับดูแล ซึ่งที่ผ่านมา กสทช.ได้พยายามที่จะเข้าไปกำกับดูแล แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีฝ่ายไม่เห็นด้วยมาร้องเรียนภาครัฐ และบอร์ด กสทช.จึงมีมติให้ชะลอการร่างกฎระเบียบกำกับดูแลออกไปก่อน   ดังนั้นหน่วยงานที่จะกำกับดูแลไลน์ทีวีได้ ก็คือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผ่าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ฉบับเดียวเท่านั้น เนื่องจากอยู่บนมือถือ บนอินเตอร์เน็ต ไม่ได้ผ่านวิทยุและโทรทัศน์   ดังนั้น อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวนหรือแก้ไขกฎหมายทั้ง พ.ร.บ. กสทช. และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งต้องระดมความเห็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงด้วย เพราะเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8xFWNmIHW8M

 1,363
การเมือง
20 ต.ค. 60

กระทรวงดีอีไม่ทราบ เจ้าพ่อเฟซบุ๊กยกเลิกมาไทย ด้าน 'สมคิด' แจ้งลาป่วย

นายสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บอกว่า ไม่ทราบรายละเอียดเรื่องมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้บริหารเฟซบุ๊กยกเลิกเดินทางมาเมืองไทย เพื่อพบกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 30 ตุลาคม 2560 แต่เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงดีอีประชุมกำหนดหัวข้อที่จะพูดคุยแค่นั้น ในฐานะผู้ปฏิบัติ จึงไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าผู้บริหารเฟซบุ๊กจะเดินทางมาหรือไม่   อย่างไรก็ตาม เรื่องมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จะเดินทางมาไทยและพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ถูกเปิดเผยมาจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และนายกรัฐมนตรีที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้หลังประชุมคณะรัฐมนตรีวันอังคาร ที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีการระบุชัดเจนว่าจะทีการรพูดคุย เรื่อง การป้องกันอัชญากรรมกรรมไซเบอร์ทางคอมพิวเตอร์ และแลกเปลี่ยนประเด็นอื่นๆ ขณะที่นายสมคิด ไม่มาร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) โดยแจ้งลาป่วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/VBFi36oPAq8  

 7,354

Top