ค้นหา :

ผลการค้นหา "รถฉุกเฉิน"

สังคม-อาชญากรรม
06 ธ.ค. 61

ตาวัย 72 ขอโทษขับเก๋งขวางรถพยาบาล แจงไม่เจตนา ไม่รู้จะเบี่ยงทางไหน เผยหูตึงข้างขวาได้ยินไม่ชัด

จากกรณีที่มีผู้โพสต์คลิปรถเก๋งสีขาวไม่ยอมหลบรถฉุกเฉินลงในโลกโซเชียล โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เวลาประมาณ 17.40 น. รถโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพาได้นำคนป่วยฉุกเฉินจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลับบูรพาไปที่ รพ.ชลบุรี ซึ่งคนป่วยมีอาการป่วยเกี่ยวกับหัวใจมีอาการจุกแน่นกลางหน้าอกซึ่งอยู่ในภาวะฉุกเฉินต้องทำการบอลลูนหัวใจอย่างเร่งด่วน ซึ่งได้มีการนำคนป่วยขึ้นรถเพื่อไปรพ.ชลบุรี   แต่ในเส้นทางการจราจรหนาแน่นทำให้รถฉุกเฉินจะต้องหลบเลี่ยงเพื่อให้ถึง รพ.ให้เร็วที่สุด แต่มีรถเก๋งคันหนึ่งไม่ยอมหลบให้รถฉุกเฉิน ถึงแม้รถฉุกเฉินจะเปิดทั้งไฟและเสียงทำให้รถฉุกเฉินไปต่อไม่ได้ ซึ่งในรถมีลูกของคนป่วยรู้สึกร้อนใจเพราะกลัวพ่อจะเป็นอะไรไป จึงลงจากรถฉุกเฉินและพยายามไปบอกกับรถเก๋งคันดังกล่าวให้ช่วยหลบให้หน่อย เพราะในรถฉุกเฉินมีคนป่วยอาการหนัก   แต่รถคันดังกล่าวก็ไม่ยอมหลบแต่อย่างใด จนกระทั่งรถฉุกเฉินต้องพยายามขยับและหาช่องทางหลบรถเก๋งคันดังกล่าวเพื่อไปให้ถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งมีผู้ที่จอดอยู่ใกล้ได้เห็นเหตุการณ์จึงได้มีการถ่ายคลิปวีดีโอและนำไปลงในเฟซบุ๊กถามถึงความมีน้ำใจซึ่งมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก   ต่อมาเจ้าของรถคันสีขาวได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า "จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิป ดิฉันอยากจะชี้แจงดังนี้ ก่อนอื่นต้องกราบขออภัยทุกท่าน ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางดิฉันเป็นเจ้าของรถจริง และขณะที่เกิดเหตุ ดิฉันยังอยู่ที่ทำงานพร้อมเพื่อนๆ และหัวหน้างาน และได้สอบถามทางบ้าน ซึ่งเวลาดังกล่าวคุณพ่อได้ขับรถออกไปทำธุระจริง ซึ่งคุณพ่อเป็นคนขับและท่านก็อายุเยอะ 70 กว่าๆ แล้ว จากที่ได้ดูคลิปแล้วดิฉันก็เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพ่อก็ชี้แจงว่าไม่มีเจตนาที่จะกีดขวางรถพยาบาลแน่นอน   ท่านพยายามจะหลบหลีกแต่ด้วยอายุเยอะการตัดสินใจอาจจะล่าช้า หรือดูงกๆ เงิ่นๆ และคุณพ่อบอกว่า ณ ช่องทางตรงนั้นถ้าเดินรถไป กลัวว่าจะไม่พ้น ณ สายตาทีท่านมองอยู่ตรงจุดนั้น จึงทำให้เกิดภาพอย่างทีเห็นชึ่งท่านก็เสียใจกับเหตุการณ์ทีเกิดขึนเข้าใจที่เพื่อนๆ พี่น้องจะมองว่าเป็นคนแล้งน้ำใจ แต่ขอยืนยันค่ะว่าครอบครัวเราไม่ใช่คนแบบนั้นและถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ครอบครัวเราพร้อมที่หลบหลีกเสมอ และตระหนักถึงความสำคัญตรงจุดนี้อยู่แล้ว ดิฉันจึงขอน้อมรับในความคิดเห็นและขออภัยจากใจจริงด้วยค่ะข้อความทั้งหมดดิฉันขอยืนยันด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ และน้อมรับผิดมา ณ ตรงนี้" ซึ่งโพสต์ดังกล่าว ก็ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่อง   ทั้งนี้จากการสอบถามนาย เสกศักดิ์ กระแสสิน อายุ 39 ปีคนขับรถฉุกเฉินบอกว่าตนเองเป็นคนขับรถก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่เป็นช่วงที่ญาติของผู้ป่วยที่ไปด้วย เห็นพ่อป่วยฉุกเฉินจึงตัดสินใจลงไปขอความเห็นใจช่วยขยับรถ ซึ่งทางญาติของผู้ป่วยไม่ขอให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ส่วนเจ้าของรถเก๋งสีขาวออกมายอมรับและบอกว่าพ่อ อายุ 70 ปีเป็นคนขับ ทางคนขับรถฉุกเฉินให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เห็นเป็นผู้ชายรูปร่างใหญ่เป็นคนขับ ซึ่งหลังจากที่ญาติผู้ป่วยขึ้นรถก็พยายามหาช่องทางหลบเลื่องเพื่อไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด และทันเวลา ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยด้วยดี   ล่าสุดนายประวิทย์ บุญธานีปกรณ์ อายุ 72 ปี คุณตาที่ขับรถในวันเกิดเหตุ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ได้ไปทำธุระที่ตลาดหนองมน ตนเห็นว่ารถพยาบาลขับตามหลังมาเสียหวอดังมาก ตนอยู่ตรงกลางช่องซ้ายก็มีรถ ขวาก็มีรถ ตนไม่รู้ว่าจะหลบซ้ายหรือขวาดี จะแซกกลางเข้าไปก็กลัวว่าจะเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นเดี๋ยวก็จะเกิดอุบัติเหตุ อีกอย่างหูตนก็ตึง 1 ข้าง และไม่รู้ด้วยว่ามีพยาบาลลงมาเรียกอยู่ข้างรถ แต่ถึงอย่างไรต้องขอโทษสังคมด้วย ตนไม่มีเจตนาที่จะกีดขวางรถพยาบาลแต่อย่างใด   ด้านนางชลัยรัตน์ เงสันเที๊ยะ อายุ 60 ปี ภรรยาคุณตาประวิทย์ ได้เผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาหาที่บ้านพร้อมนำหมายเรียกมาให้ไปพบพนักงานสอบสวน พร้อมเสียค่าปรับ 500 บาท ในวันนี้ (6 ธ.ค.) ในข้อหาผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 76 ซึ่งกำหนดไว้ว่า เมื่อคนเดินเท้าหรือผู้ขับขี่ เห็นรถฉุกเฉินในขณะปฏิบัติหน้าที่ใช้ไฟสัญญาณแสงวับวาบหรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน ต้องหยุดและหลบให้ชิดขอบทางด้านซ้าย หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท โดยได้ขอโทษพร้อมวอนสังคมหยุดเถอะอย่าต่อว่าลูกสาวเลย เพราะเขาไม่รู้เรื่อง   ขณะที่นายสุริยา โปร่งน้ำใจ ผอ.โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา ได้บอกถึงอาการคนป่วยว่า คนป่วยมีอาการจุกแน่นกลางหน้าอกซึ่งจะต้องได้รับการบอลลูนหัวใจด่วนซึ่งถือว่าคนป่วยอยู่ในอาการวิกฤตมีโอกาสหัวใจหยุดเต้นได้ จึงต้องถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเพื่อทำการรักษา โดยผู้ป่วยถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลาพอถึงโรงพยาบาลก็รีบส่งตัวเข้าทำการบอลลูนหัวใจทันที ล่าสุดคนป่วยปลอดภัยแล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/aGZULGzxqB4  

 25,687
ข่าวต่างประเทศ
19 ก.ค. 61

พ่อแม่อินเดียใจสลาย ลูกน้อยวัย 2 เดือนเสียชีวิตสลด หลังติดในรถฉุกเฉิน ประตูเปิดไม่ออก 2 ชม.

เกิดเหตุสลดในอินเดีย เมื่อมีเด็กทารกวัย 2 เดือนเสียชีวิต เพราะประตูรถฉุกเฉินนาน 2 ชั่วโมง ขณะที่พ่อแม่นำตัวไปผ่าตัดโรคหัวใจในต่างเมือง จึงได้นั่งรถไฟไปก่อนที่จะเรียกรถพยาบาล นำเด็กนอนเบาะสำหรับเด็กบริเวณหลังรถ ซึ่งแยกส่วนจากที่พ่อแม่นั่ง ก่อนมาจอดหน้าโรงพยาบาล   ปรากฏเกิดเหตุประตูรถฉุกเฉินขัดข้อง ทาง จนท.พยายามเปิดอยู่นานไม่สำเร็จ ท่ามกลางความกระวนกระวายของพ่อแม่ จนพยายามทุบกระจกเพื่อช่วยลูก แต่กลับถูก จนท.ห้ามปราม เพราะอ้างว่าเป็นทรัพย์สินราชการ   จนเวลาผ่านไป 2 ชม.จึงเปิดประตูออกมาได้ ก็พบว่าเด็กนอนแน่นิ่งเสียชีวิตแล้ว หลังเกิดเหตุทางรถฉุกเฉินได้ปัดความรับผิดชอบ บอกว่าใช้เวลาเดินทางมารับเพียง 5 นาทีที่ถูกเรียกให้ไปรับ แต่ก็พบว่าเด็กนอนไม่ขยับเขยื้อนตั้งแต่ไปรับ จึงอ้างว่าเด็กอาจเสียชีวิตตั้งแต่อยู่บนรถไฟ  

 8,918
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 พ.ค. 61

คลิปรถกู้ชีพชุมพร บรรทุกหญิงชราป่วยโรคหัวใจหวิดตกถนน หลังรถ crv ไม่ให้ทาง ซ้ำยังพยายามขับเบียด

ชุมพร-เจ้าหน้าที่กู้ชีพอำเภอสวี โพสต์คลิปวีดีโอจากกล้องหน้ารถ เพื่อขอความกรุณาให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเมื่อเห็นรถกู้ภัยกู้ชีพแล้วชิดซ้ายเพื่อเปิดทางให้ได้นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล   หลังเกิดเหตุไปรับผู้ป่วยเป็นหญิงชราวัย 79 ปี ที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลวิสัยใต้ อ.สวี ซึ่งมีประวัติเป็นโรคหัวใจและเกิดวิงเวียนศีรษะเฉียบพลัน จึงพร้อมด้วยอาสาฯทั้งหมด 4 ราย เร่งเดินทางไปรับผู้ป่วยนำส่งโรงพยาบาลสวีโดยมีญาติของผู้ป่วยติดตามมาด้วย   ขณะที่กำลังเร่งนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยใช้ถนนสายเอเชีย 41 ขาล่องใต้เข้าเขตตำบลครนได้มีรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีบรอน แล่นเลนขวาสุด ทางกู้ชีพพยายามบีบแตรและเปิดเสียงไซเรนซึ่งไล่ตามระยะทางกว่า 4 กม. แต่เมื่อพยายามหาจังหวะค่อยๆแซงซ้าย รถซีอาร์วีคันดังกล่าวก็เหมือนจะขับเปลี่ยนลงเลนซ้าย ทำให้ต้องขับอยู่เลนขวาตลอดและพยายามขอทาง   ในบางช่วงเหมือนรถซีอาร์วีให้ทาง และทำท่าจะลงเลนซ้าย แต่เมื่อกู้ชีพเร่งเครื่องจะแซงรถซีอาร์วีกลับเข้ามาเบียดอย่างเห็นได้ชัดเจนตามในคลิปหน้ารถที่บันทึกไว้ จังหวะนั้นดีที่ไม่พยายามแซง ไม่เช่นนั้นคงจะเสียหลักตกลงข้างทางไปแล้วและคงจะเกิดความสูญเสียอีกไม่น้อย ซึ่งกว่าจะแซงมาได้ก็เสียเวลาอยู่มากซึ่งตนเองก็เป็นห่วงเกรงว่าผู้ป่วยโรคหัวใจรายนี้และญาติจะเกิดอันตรายได้ จึงอยากฝากให้ผู้ขับขี่มีจิตสำนึกและแบ่งปันเส้นทางเพื่อรถกู้ชีพ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Hrgi1UVvZMk    

 9,999
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 เม.ย. 61

แชร์สนั่นคลิปเก๋งขาวไม่หลบรถฉุกเฉิน ผู้โพสต์เล่าเหตุการณ์เผยล่าสุดผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

โซเชียลแห่แชร์คลิปรถเก๋งสีขาวไม่หลีกทางหลบให้รถฉุกเฉิน ขณะนำตัวผู้ป่วยจากโรงพยาบาลแก่งคอย ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลสระบุรี ผู้โพสต์คลิปเผยทั้งที่รถคันดังกล่าวมีจังหวะออกซ้ายก็ไม่ทำ ล่าสุดผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว      ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vMpAauyG51c  

 20,426
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 เม.ย. 61

ผู้ป่วยคลิปเก๋งไม่หลบรถฉุกเฉินเสียชีวิตแล้ว ญาติผู้ตายอโหสิให้ ด้าน สพฉ. แจงชายในรถเป็น จนท.ในหน่วยงานจริง

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Kenzaa Standby ได้โพสต์คลิปรถฉุกเฉินคันหนึ่งได้เปิดสัญญาณไซเรนเพื่อขอทาง ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่นำตัวผู้ป่วยอาการหนักส่งไปยังโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางในช่องเลนขวาได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อซูซูกิ สวิฟต์ สีแดง ขับโดยไม่ยอมหลบให้ทาง และขับแช่อยู่เลนขวาตลาดเวลา จนกระทั่งเมื่อรถฉุกเฉินได้ขับตามไปได้สักระยะ ก็ได้ขับเบี่ยงแซงทางด้านซ้ายของรถยนต์เก๋งสีแดงคันดังกล่าว   ซึ่งขณะที่กำลังแซงนั้นพบว่า คนในรถยนต์เก๋งสีแดงได้ลดกระจกฝั่งซ้ายด้านข้างคนขับลง และคนที่นั่งข้างคนขับได้หันมามองด้วยสายตาแบบไม่เป็นมิตร ล่าสุดผู้ป่วยที่อยู่ภายในรถพยาบาลได้เสียชีวิตลงแล้ว ทำให้คลิปภาพดังกล่าวถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลกันอย่างกว้างขวาง   ด้านลูกสาวของผู้เสียชีวิต พ่อมีอาการสมองขาดออกซิเจน หากรักษาก็ทำได้แค่กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทางครอบครัวจึงตัดสินใจนำตัวพ่อจาก กทม.ส่งกลับมารักษาที่โรงพยาบาลครบุรี โคราช ซึ่งเป็นบ้านเกิด เพื่อหวังให้บรรดาญาติพี่น้องทั้งหมดได้มาดูใจกันกับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก็ถือว่ายังดีที่พ่อยังได้กลับมาสิ้นใจที่โรงพยาบาลภูมิลำเนาบ้านเกิด โดยในขณะช่วงเกิดเหตุมีแม่และน้องชายของตนนั่งไปในรถฉุกเฉินไปด้วย   ทั้งนี้ทางครอบครัวไม่ติดใจเอาความอะไรกับคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว และขออโหสิกรรมให้ เพราะอยากให้พ่อจากไปอย่างเป็นสุข แต่ก็อยากฝากบอกว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ ควรที่จะมีน้ำใจมากกว่านี้ เพราะรถฉุกเฉินที่ต้องเปิดไซเรน และสัญญาณไฟขอทางนั้นมีผู้ป่วยอยู่ในรถ ส่วนใหญ่ต้องเร่งส่งตัวไปทำการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะมีชีวิตเป็นเดิมพัน   ด้านคนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว ระบุว่า ที่ไม่ขับเบี่ยงซ้าย เพราะเปิดไซเรนแล้ว หากรถเบี่ยงออกอาจกระทบต่อตัวผู้ป่วย จึงชี้ว่ารถคันหน้าควรเป็นฝ่ายที่เบี่ยงออก   ทั้งนี้ในโลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความของชายที่นั่งในรถเก๋ง โดยอ้างว่า เป็นบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉิน ที่ต้องเปิดกระจกเพื่อต้องการส่งสัญญาณให้รถฉุกเฉินวิ่งออกซ้าย ส่วนคนขับเป็นแฟนของเขา ซึ่งเป็นผู้หญิง ทั้งนี้ยังไม่สะดวกจะให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม   ขณะที่ ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ระบุชายในรถเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานจริง แต่ไม่ใช่คนขับ คนขับคือแฟนสาวที่รู้สึกตกใจที่มีรถมาขับจี้และไม่ชำนาญการขับ ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ทำการว่ากล่าวตักเตือนแล้ว และจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป   อย่างไรก็ตามทาง สพฉ.ได้แนะนำแนวทางการหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินในสากล ดังนี้   1.ผู้ขับขี่ควรตั้งสติเมื่อเห็นสัญญาณไฟและได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน   2.พยายามมองกระจกหลังเพื่อกะระยะของรถพยาบาลที่วิ่งมา   3.เมื่อพิจารณาปริมาณรถทั้งซ้ายและขวาที่อยู่ใกล้แล้วพบว่าไม่มีอันตรายและเราสามารถเบี่ยงชิดซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถและเบี่ยงซ้ายเพื่อหลีกทางให้รถพยาบาลทันที   4.หากไม่สามารถหลีกทางได้ด้วยเพราะสภาพรถที่หนาแน่นและมีอันตราย ก็ให้หยุดชะลอรถให้นิ่งเพื่อให้รถพยาบาลฉุกเฉินหาทางวิ่งผ่านเราไปให้ได้   5.เมื่อรถพยาบาลฉุกเฉินวิ่งผ่านไปแล้วห้ามขับตามเด็ดขาด   6.กรณีรถติดและรถพยาบาลฉุกเฉินอยู่ด้านหลังพอดีให้พิจารณาว่าควรชิดซ้ายหรือชิดขวาดี ถ้าไม่มีใครหลีกทางให้ให้ผู้ขับขี่เลือกว่าจะหลบทางไหนและเปิดไฟเลี้ยว เพื่อให้สัญญาณให้รถพยาบาลฉุกเฉิน ได้แซงผ่านไปได้สะดวก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Lq3nc5PudYE  

 109,587
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ต.ค. 60

ปรบมือให้! 3 หนุ่มบิ๊กไบค์ขี่รถนำ ช่วยเปิดทางรถฉุกเฉิน รีบนำผู้ป่วยส่ง รพ.

แชร์คลิปวีดีโอจากผู้ใช้ facebook ชื่อ Chartkla Ao Sarika Uta (ชาติกล้า โอ๋ สาริกา อุทา) เป็นภาพจากหน้ารถฉุกเฉิน ที่กำลังรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล โดยมีกลุ่มคนขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ทั้งหมด 3 คัน ช่วยกันขับนำทาง ช่วยเปิดทางให้รถฉุกเฉินขับผ่านไปได้ เนื่องจากตอนเกิดเหตุ การจราจรหนาแน่นมาก จนสามารถนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา   คลิปดังกล่าวได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจากโพสต์ไปเพียง 24 ชั่วโมง ก็มีคนกดเข้ามาดูมากกว่า 4 แสนครั้ง พร้อมมีการคอมเม้นท์ชื่นชม จิตอาสาของชายขี่บิ๊กไบค์ทั้ง 3 คนอีกด้วย   โดย นายชาติกล้า อุทา เป็นอาสากู้ชีพสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งเป็นผู้โพสต์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว จ.นครนายก ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนกำลังขับรถฉุกเฉิน นำผู้ป่วยไปส่งโรงพยาบาล ตอนนั้นผู้ป่วยอาการน่าเป็นห่วง ใบหน้าซีกขวาบวมทั้งหน้า ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด โดยใช้เส้นทางถนนสาย 3049 นครนายก แต่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว ทำให้การจราจรหนาแน่น รถฉุกเฉินผ่านไปได้ยากลำบาก แม้จะเปิดสัญญานไฟไซเรนแล้วก็ตาม   แต่จู่ๆก็มีมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ 3 คัน ขับมาตรงหน้ารถฉุกเฉิน แล้วพยายามขับนำหน้ารถ พร้อมกับบอกรถคันอื่นๆให้ช่วยเปิดทางให้ ไปตลอดทาง จนกระทั่งพ้นช่วงที่รถติด มาถึง 4 แยกไฟแดง รถฉุกเฉินจึงสามารถเลี้ยวไปทางโรงพยาบาลได้ ก่อนที่กลุ่มบิ๊กไบค์จะแยกไปอีกทาง ซึ่งตัวนายชาติกล้า คนขับรถฉุกเฉิน ก็ได้กล่าวขอบคุณกลุ่มบิ๊กไบค์ผ่านลำโพงหน้ารถด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนก็ไม่ทราบว่า คนขี่บิ๊กไบค์ทั้ง 3 คนเป็นใคร แต่รู้สึกขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ และอยากให้คนในสังคมมีน้ำใจต่อกันแบบนี้มากๆ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zA1-3xoqAZg  

 11,031

Top