ค้นหา :

ผลการค้นหา "พายุโซนร้อน"

ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 62

อุตุฯ เตือนรับมือพายุโซนร้อน 'แมตโม' ฝนถล่ม 48 จังหวัด คืนนี้

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพายุโซนร้อนแมตโม ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามคืนนี้ ส่งอิทธิพลต่อจังหวัดภาคตะวันออกและภาคอีสานตอนล่าง ฝนตกหนักตั้งแต่วันนี้ถึง 2 พฤศจิกายน   วันที่ 30 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีฝนเล็กน้อยกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่   อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ (30 ตุลาคม 2562) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “แมตโม” มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 74 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในวันนี้ และจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศกัมพูชาในระยะต่อไป   ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด   ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนเล็กน้อยกับมีอากาศเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 31 ต.ค.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี โดยอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.   ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส   ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.  

 77
แชร์ออฟเดอะเดย์
03 ก.ย. 62

มือลั่น! อุตุฯ ไลฟ์แถลงพายุโซนร้อน 'คาจิกิ' เผลอกดเอฟเฟกต์ ทำชาวเน็ตฮาลั่น

กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ไม่แพ้สถานการณ์น้ำท่วมเลยทีเดียว เมื่อเพจ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ทำการไลฟ์แถลงเรื่อง พายุโซนร้อนคาจิกิ ซึ่งในระหว่างที่ ดร.ภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กำลังแถลงอยู่นั้น ได้เกิดความผิดพลาดขึ้นเล็กน้อย    เนื่องเจ้าหน้าที่เผลอไปกดเอฟเฟกต์หน้ากาก จนทำให้มีภาพของท่านอธิบดีในเวอร์ชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจะใส่หมวก ใส่แว่นเป็นเจ้าพ่อ สวมเหรียญทอง มีเคราคล้ายพ่อมดแห่งแฮร์รี่พอตเตอร์ ทำให้หลายคนที่กำลังดูไลฟ์อยู่ถึงกับ งง ไปตามๆ กัน    ก่อนที่ในเวลาต่อมา แอดมินได้เข้ามาชี้แจงในคอมเมนต์ระบุว่า "ต้องขออภัยด้วยนะคะไม่ได้ตั้งใจค่ะมือไปโดนปุ่ม effect ค่ะ"   แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คลิปดังกล่าวกลับได้รับความสนใจ เป็นที่พูดถึง และกลายเป็นไวรัลที่ถูกแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากในโลกออนไลน์ ซึ่งหลายคนก็ต่างแสดงความคิดเห็นว่า เป็นการรายงานที่น่ารักดี พร้อมกับเป็นกำลังใจ ให้เจ้าหน้าที่กันอย่างล้นหลาม      ขอบคุณ : เพจ กรมอุตุนิยมวิทยา 

 12,357
ข่าวภูมิภาค
03 ก.ย. 62

มาแล้ว!! อุตุฯ เตือนพายุ 'คาจิกิ' สำแดงฤทธิ์จนถึง 4 ก.ย. นี้ - อีสานเสี่ยงอ่วมซ้ำ

วันที่ 3 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนพายุ ฉบับที่ 8 เผย พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” มีศูนย์กลางห่างประมาณ 80 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของเมืองเซกอง ประเทศลาวตอนใต้ หรือที่ ละติจูด 15.9 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศใต้ค่อนทางตะวันตก อย่างช้าๆ    ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้    สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนาม และประเทศลาว ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย    คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้   ในวันที่ 3 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก   ภาคเหนือ : จังหวัดแพร่ น่าน พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัยกำแพงเพชร และเพชรบูรณ์    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี   ภาคกลาง : จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี   ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา   ในวันที่ 4 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนัก    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี   ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด   ภาคใต้ : จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต   สำหรับ ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุพายุระดับ 3 (โซนร้อน) “คาจิกิ” มีศูนย์กลางห่างประมาณ 80 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของเมืองเซกอง ประเทศลาวตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทย มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร   ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง   จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง              ประกาศ ณ วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.      ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'พายุคาจิกิ' กำลังมา! เตือน 'อีสาน-ตะวันออก' ฝนตกหนักถึงหนักมาก 3-4 ก.ย.นี้   

 11,724
ต่างประเทศ
16 ส.ค. 62

พายุกรอซาถล่มภาคใต้ญี่ปุ่น ฝนตกหนัก ต้องยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน

พายุไต้ฝุ่นกรอซาถล่มทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้ลดกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน พัดเข้าฝั่งเกาะชิโกกุ ถือเป็นพายุโซนร้อนลูกที่ 3 ที่พัดถล่มญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อจากพายุโซนร้อนนารีและซานฟรานซิสโก   ทำให้เกิดพายุถล่มภาคใต้ของประเทศ ต้องยกเลิกกว่า 7 ร้อยเที่ยวบิน ท่ามกลางฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม  

 1,026
ข่าวภูมิภาค
05 ม.ค. 62

เกาะติดสถานการณ์หลัง 'พายุปาบึก' พัดถล่มสุราษฎร์ฯ - บริษัทราชาเฟอร์รี่เปิดให้บริการปกติ

สุราษฎร์ธานี-เช้านี้ (5 ธ.ค.) บริษัทท่าเรือราชาเฟอร์รี่ เปิดให้บริการตามปกติ เที่ยวแรก 10.00 น.   ขณะที่รายงานสด สถานการณ์ที่ ต.ชลคราม อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี คลี่คลายแล้ว ชาวบ้านแห่สำรวจบ้านเรือนตัวเอง หลังพายุปาบึกพัดผ่านไป ล่าสุดฝนหยุดตกแล้ว มีแดดออก แต่ยังมีน้ำท่วมขัง ชาวบ้านคลายความกังวลใจบ้างแล้ว ผู้ว่าฯเผยเตรียมให้เดินเรือปกติ นอกจากนี้ สถานการณ์ที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ มีฝนตกลงมา แต่สถานการณ์ยังปกติ        ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sG3wSRKgCkM

 836
ข่าวภูมิภาค
05 ม.ค. 62

ไล่เลียงเหตุการณ์ 'พายุปาบึก' พัดถล่มอ่วม - เปิดคลิปยายเกาะขาโต๊ะ ร่ำไห้ยกมือไหว้ขอไม่อพยพ บอกห่วงบ้าน

ไล่เลียงสถานการณ์ตั้งแต่ พายุปาบึก ขึ้นฝั่งที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช จนกระทั่งไปที่ จ.สุราษฎร์ธานี และนายกฯได้แถลงการณ์ห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ก่อนที่พายุจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน และเคลื่อนลงทะเลอันดามัน   ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุพายุพัดถล่ม มีภาพของยายคนหนึ่งที่แหลมตะลุมพุก ที่เกาะขาโต๊ะแน่น ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่ขอไม่อพยพ เพราะเป็นห่วงบ้าน ร้องไห้บอก "ยายไหว้ ยายไม่ไป" แม้เจ้าหน้าที่จะเกลี้ยกล่อม บอกเหตุผลก็ไม่ไป สุดท้ายยายก็อยู่ที่บ้านกับหลานชาย เพียง 2 คน ทั้งคืน    นอกจากนี้ ยังมีเหตุต้นไม้ เสาไฟฟ้า เสาไฟส่องสว่าง ล้มขวางถนนหลายจุด ไฟดับทั้งเมือง และประตูเหล็กต้านล้มไม่อยู่ถูกแรงลมพัดพัง          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Euu_etQhiBQ

 2,606
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

พายุปาบึกพ่นพิษ! ชี้ทั่วไทยเจอฝนแน่ กทม.โดนด้วย เตือน 9 จว. รับมือฝนถล่มหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 5 มกราคม 256 บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้    สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (5 ม.ค. 62) ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 14-21 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-13 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็น โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 26-28 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง  บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช  อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 24-28 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 40-60 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 3-5 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 5 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง  บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 24-25 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 25-27 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 5 มกราคม 2562 เวลา 05:00 น.

 47,912
สังคม-อาชญากรรม
05 ม.ค. 62

องคมนตรี ร่วมติดตามแผนช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่ประสบภัยพายุ 'ปาบึก'

วานนี้ (4 ม.ค.) นายพลากร สุวรรณรัฐ พร้อมด้วย พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา และพลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ติดตามสถานการณ์และรับฟังรายงานการช่วยเหลือประชาชนในระดับพื้นที่เหตุกรณีพายุปาบึก โดยมี พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้ง จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์   นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี บอกว่าการเดินทางมาวันนี้ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมน้อมนำพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแผนป้องกัน แผนเผชิญเหตุ และแผนฟื้นฟู เมื่อประชาชนประสบภัยพิบัติทุกรูปแบบ ทั้งนี้จากการพยากรณ์ของหลายหน่วยงาน ว่า พายุลูกนี้ น่าจะมีความรุนแรงไม่แพ้พายุแฮเรียตที่พัดถล่มแหลมตะลุมพุก จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2505 และ ต่อมาเป็นพายุเกย์ ที่สร้างความเสียหาย ดังนั้นจึงมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจผู้รับผิดชอบทั้งหมด อีกทั้งย้ำ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมให้การสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในการมอบถุงพระราชทาน และถุงกู้ภัยฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในขณะนี้ทุกศูนย์ ทุกภาค มีสิ่งของพร้อมสนับสนุนการดูแลประชาชน   ขณะที่ พลเอกอนุพงษ์ ย้ำว่าการหารือครั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการ ปภ.จังหวัด ได้ประเมินว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร โดยนโยบายในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในขณะนี้คือไม่ใช่แค่แจ้งเตือนเท่านั้น แต่เมื่อถึงการตัดสินใจที่จะต้องดำเนินการ เช่น การห้ามเรือออกทะเล และ เตรียมอพยพคนกรณีดินถล่ม จะต้องรับข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ และสั่งงานให้ประชาชนได้รับทราบทันที พร้อมย้ำทุกหน่วยงานในพื้นที่ต้องบูรณาการงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลโดยละเอียดแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NPv4xqHxbmw

 551
ข่าวภูมิภาค
05 ม.ค. 62

'พายุปาบึก' อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน เคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว เตือน 9 จ. ฝนตกหนัก-ลมแรง

กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศพายุปาบึก (PABUK) ฉบับที่ 22    พายุโซนร้อน ปาบึก (PABUK) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) และมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา หรือที่ละติจูด 8.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง   และเมื่อเวลา 09.00 น. ได้เคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยทะเลมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน   ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม 2562 เวลา 09.00 น.          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/P4l8uGqx8LE

 1,182
สังคม-อาชญากรรม
03 ม.ค. 62

เขื่อนปราณบุรีเร่งระบายน้ำแล้ว พร้อมแจ้งเตือน 3 อำเภอ อพยพประชาชน

(3 ม.ค.62) เมื่อเวลา 09.00 น. นายกิตติพงษ์ สุขภาคกุล นายอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ นายไพโรจน์ คำทอน ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี ได้มีการหารือวางแผนการระบายน้ำออกจากเขื่อนปราณบุรี ก่อนที่จะแจ้งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และหน่วงงานต่างๆรวมถึง นายอำเภอกุยบุรี นายอำเภอสามร้อยยอด และนายอำเภอปราณบุรี โดยระบุว่า ตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาพายุโซนร้อนปาบึกบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านไปแหลมญวนและเคลื่อนลงอ่าวไทยในวันที่ 3 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ ทำให้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีผลกระทบในช่วง 4-5 มกราคม ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นั้น    ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำปราณบุรี มีปริมาณน้ำ 353.232 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 90.34% เพื่อให้ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ในเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ จึงได้ระบายน้ำลงแม่น้ำปราณบุรีผ่านอาคารระบายน้ำสปริงเวย์ เพิ่มระดับระบายน้ำทุก 3 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 3-6 มกราคม ระบายน้ำอัตรา 35 -120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และทยอยปล่อยระบายเพิ่มทุก 3 ชม.อีก 5.0 ลบม. อาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีเพิ่มขึ้น 1.30 – 4.50 เมตรโดยประมาณ ในห้วงระหว่างวันที่ 3 ถึงวันที่ 6 มกราคม ปริมาณน้ำที่จะระบายดังกล่าวอาจมีผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่บ้านเขาน้อยล่าง บ้านตลองอ้อม และบ้านท่าลาดกระดาน เขตอำเภอปราณบุรี ที่เป็นเป็นที่ลุ่มต่ำ ตลอดจนสิ่งของเครื่องใช้ที่ตั้งอยู่ต่ำกว่าตลิ่งจนเกิดความเสียหายได้ โดยนายอำเภอปราณบุรี ได้ฝากขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำปราณบุรีได้ทราบ เพื่อจะได้เคลื่อนย้ายสิ่งของออกไป และหากมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น 

 4,632
สังคม-อาชญากรรม
02 ม.ค. 62

มท.1 สั่ง ปภ.เตรียมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก 3-5 ม.ค. นี้

วันที่ 2 ม.ค. 61 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการรับมือพายุโซนร้อนปาบึกที่จะเคลื่อนผ่านภาคใต้ ในช่วงวันที่ 3-5 ม.ค.นี้ ว่า    จากที่มีการประเมิน ผลจากพายุจะทำให้คลื่นสูงประมาณ 5 เมตร จึงได้มีการเตรียมความพร้อมสั่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. รับมือ โดยในเบื้องต้นมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยทั้งหน่วยงานรับมือและเรื่องของไฟฟ้า    ส่วนในพื้นที่ ประชาชนและท้องที่สามารถช่วยกันป้องกันในเบื้องต้นได้เช่นดูแผ่นป้ายตามเสาไฟ พร้อมกับระบุว่า หากมีฝนตกหนักอาจเกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมในด้านการระบายน้ำด้วย   ทั้งนี้ ยืนยันว่าระบบเตือนภัยไม่มีปัญหา และย้ำว่าไทยมีทั้งระบบและบุคลากรที่ดีมาก โดยเฉพาะในระดับอาเซียน ซึ่งสาธารณภัยที่จะเกิดขึ้นจะรุนแรงหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับธรรมชาติ    

 1,062
ข่าวภูมิภาค
02 ม.ค. 62

จับตา 'พายุโซนร้อนปาบึก' ถล่มใต้ 3-5 ม.ค.62 หวั่นซ้ำรอยแหลมตะลุมพุก เมื่อปี 2505

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุ 'ปาบึก (PABUK)' ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 02 มกราคม 2562   เมื่อเวลา 4.00 น. ของวันนี้ (2 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง   คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้   ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล   ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2562   ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวพยากรณ์อากาศ และประกาศเตือนภัยได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา https://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ประกาศ ณ วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 2 มกราคม 2562 เวลา 11.00 น. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา   ทั้งนี้จะมีการจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะพายุได้ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและเคลื่อนตัวเข้ามียังอ่าวไทยตอนล่าง ทั้งนี้ภาคใต้ไม่เคยเจอพายุโซนร้อนมานานแล้ว จะเจอก็แค่พายุดีเปรสชัน หรือหย่อมความกดอากาศต่ำเท่านั้น   โดยล่าสุดที่เจอคือเมื่อปี 2505 คือ พายุโซนร้อนแฮเรียส ที่สร้างความเสียหายให้กับแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช ทั้งแหลม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fBFgle5w8OY

 40,067
ข่าวภูมิภาค
24 พ.ย. 61

อุตุฯเผย ภาคเหนือ-อีสาน-กลาง อุณหภูมิลดลงอากาศเย็น ภาคใต้มีฝนบางแห่ง

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ มีฝนบางแห่ง   อนึ่ง พายุโซนร้อน อุซางิ (Usagi) บริเวณด้านตะวันออกของชายฝั่งประเทศเวียดนาม มีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามประมาณ 400 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามในวันที่ 25-27 พ.ย. 61 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง    ขณะที่เช้านี้ อากาศยอดดอยที่ภาคเหนืออุณหภูมิยังลดต่ำ ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิ 5 องศา          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lLp6nvvBamo

 1,183
ต่างประเทศ
16 ก.ย. 61

เฮอร์ริเคน 'ฟลอเรนซ์' อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนแล้ว - ชาวเน็ตวิจารณ์นักข่าวเล่นใหญ่ยืนเซต้านลมแรง

เฮอร์ริเคน "ฟลอเรนซ์" อ่อนกำลังกลายเป็นพายุโซนร้อนแล้ว หลังพัดถล่มรัฐนอร์ธแคโรไลนาของสหรัฐฯ จนเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมสูงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย   ขณะที่ในโซเชียลฯ แห่วิจารณ์ กรณีนักข่าวเล่นใหญ่ต้องรายงานข่าวท่ามกลางลมพายุกรรโชกแรง ด้านสถานีได้ออกมาชี้แจงว่าจุดที่นักข่าวยืนรายงานหญ้าเปียก และเกาะติดสถานการณ์มาทั้งวันจึงทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าแม้จะเป็นลมเบาๆ พัดก็ตาม      

 1,864
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 61

อุตุฯ เตือนเตรียมรับมือพายุ ‘บารีจัต-มังคุด’ ส่งผลกระทบทั่วไทยมีฝนตกหนัก ช่วง 13-18 ก.ย.

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “บารีจัต” (BARIJAT)"  ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 11 กันยายน 2561             พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็น พายุโซนร้อน “บารีจัต” (BARIJAT) แล้ว และเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (11 ก.ย. 61) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.9 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุด           ใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร            สำหรับ พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของ           ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม           สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย            จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง           ประกาศ ณ วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.           กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.      พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดอุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร  อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ และชัยนาท  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.   ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่  บริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร   ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร   กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ  อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส  ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  

 35,856

Top