ค้นหา :

ผลการค้นหา "เสียขีวิต"

สังคม-อาชญากรรม
26 มี.ค. 61

สลด! พ่อสามีโหด น้อยใจลูกชายไม่พาไปเที่ยว ยิงลูกสะใภ้ดับคาที่ ก่อนยิงตัวตาย

ร้อยเวรสอบสวน สน.นิมิตรใหม่ เข้าตรวจสอบเหตุยิงกัน มีผู้เสียชีวิต 2 รายในที่เกิดเหตุ ภายในหมู่บ้านหรู ถ.หทัยราษฎร์์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพจึงเข้าตรวจสอบ   ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต คือ นางปนัดดา อรัญทอง อายุ 26 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในบริเวณบ้านสภาพศพคว่ำหน้า จมกองเลือด นอกจากนี้ ยังพบศพของ  นายจำรัส อริยวงศ์อายุ 64 ปี เป็นผู้ก่อเหตุนอนเสียชีวิต หลังกำแพงบ้าน และมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายพรชัย อริยวงศ์ อายุ 30 ปี ลูกชายผู้ก่อเหตุ และด.ช.ธนสาร อริยวงศ์ อายุ 1 ขวบ 3 เดือน หลานผู้ก่อเหตุ ทั้งสองนำส่ง รพ.เสรีรักษ์   จากการสอบสวน ทราบว่า นายจำรัส ผู้ก่อเหตุไม่ลงรอยกับลูกสะไภ้ และชอบบ่นน้อยใจ ที่คนในบ้านไม่คอยใส่ใจพาไปเที่ยวบ้าง โดยก่อนหน้านี้ ผู้ตายและผู้บาดเจ็บ ได้พากันไปเที่ยวที่สวนสยาม โดยไม่พานายจำรัสไปด้วยหลังกลับมา นายจำรัสได้ข่มขู่ฝ่ายหญิง ว่าจะยิงให้ตาย นางสาวปนัดดา จึงพาลูกชายหนีกลับไปอยู่นายประยุทธ อรัญทอง พ่อตนเองที่ย่านเคหะร่มเกล้า และเล่าเรื่องที่ถูกข่มขู่ให้ฟัง   โดยนายประยุทธ ได้แต่ปลอบใจและกล่าวว่าคงไม่เกิดเหตุแบบนั้น แต่เมื่อนางสาวปนัดดากลับมาบ้านที่เกิดเหตุ ก็ถูกผู้ตายใช้ปืนยิงขณะอุ้มลูกชาย ส่วนนายพรชัยเห็นเหตุการณ์ได้เข้าช่วย จนถูกยิงด้วยจากนั้นนายพรชัย จึงได้ขับรถยนต์พาลูกชายไปหาหมอ ส่วนนายจำรัสเห็นตำรวจมาล้อมบ้านและกล่อมให้เข้ามอบตัว ได้ปีนรั้วออกทางด้านหลัง และใช้ปีนกระบอกเดียวกันยิงตัวตายเสียชีวิตเพื่อหนีความผิด    

 51,603
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 61

เผยผลพิสูจน์ ด.ช. 2 ขวบ กินขนมอาลัวติดคอ พบเลือดออกในสมอง คาดถูกทำร้าย

จากกรณีเมื่อวันที่ 11 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ว่ามีเด็กชายวัย 2 ขวบเศษ กินขนม “อาลัว” แล้วติดคอมารักษาตัวที่ รพ.กบินทร์บุรี และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นตามที่พ่อเลี้ยงให้การว่าเด็กได้กินขอขนม “อาลัว”ประชาชนยังให้ความสนใจ ของการเสียชีวิตของหนูน้อย ล่าสุดผลพิสูจน์ออกมาว่าเด็กมีเลือดออกในสมอง คาดว่าน่าจะถูกทำร้ายร่างกายก่อนยัดขนม  ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดได้ส่งศพเด็กชายวัย 2 ขวบให้แพทย์โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรชันสูตร ซึ่งผลชันสูตรออกมาว่ามีเลือดออกในสมอง และตามลำตัวมีบาดแผลหลายแห่ง รวมทั้งขาข้างขวาที่หักก่อนหน้านั้นมีรอยเขียวซ้ำเหมือนถูกเตะ ส่วนที่ว่าขนมติดคอนั้นต้องรอเอกสารยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง ส่วนศพทางญาติของแม่เด็กได้รับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดปทุมธานี     ด้าน พ.ต.ท. อเนก อุ่นจันทร์ รอง.ผกก.(สอบสวน) สภ.กบินทร์บุรี กล่าวว่า เบื้องต้น ได้รับรายงานว่า ผลชันสูตรจากแพทย์พบว่าเด็กมีเลือดในออกในสมอง น่าจะเกิดจากได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และตามร่างกายมีร่องรอยเหมือนการถูกทำร้ายหลายแห่ง ส่วนที่พ่อเลี้ยงนั้นต้องรอเอกสารยืนยันจากแพทย์อีกครั้งใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ จึงจะรู้ผล    ส่วนด้านการสอบสวนจะได้เรียกพยานใกล้ชิดมาสอบเพิ่มเติม ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์โดยแม่เด็กอ้างว่าได้ปล่อยให้เด็กอยู่กับสามีใหม่ตามลำพัง ส่วนตนนั้นอยู่นอกบ้านออกไปช่วยน้าทำงาน จนกระทั่งนายนิสสรณ์ ซึ่งเป็นสามีใหม่  วิ่งมาบอกว่าขนมติดคอลูกตนจึงวิ่งกลับมาดู ก่อนที่จะนำส่ง รพ.   เบื้องต้นจะให้ชุดสืบสวนออกหาข่าว และจะเรียกตัวแม่เด็กรวมทั้งตัวพ่อเลี้ยงมาสอบสวนเพิ่มเติม ถ้าพบหลักฐานว่าทั้ง 2 คนร่วมกันทำร้าย เด็กชายวัย 2 ขวบเศษ โดยอ้างว่าเด็กกินขนมติดคอเพื่ออำพรางคดี จะได้แจ้งข้อกล่าวหาเพื่อนำตัว 2 ผัวเมียมาดำเนินคดีต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 10,303
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 60

ดร.นพ.นิพนธ์ วอนคนไทย ตรวขสุขภาพควบคู่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทุกปี หลังจาก 'โจ บอยสเก๊าท์' เสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตาย

เมธีวิจัย สกว. ระบุต้นเหตุ โจ บอยสเก๊าท์ หัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิต เกิดจากหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหดตัวและเลือดไม่ไปเลี้ยงร่างกาย วอนคนไทยตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทุกปีควบคู่การตรวจร่างกายปกติ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงผู้ป่วยความดันสูง เบาหวาน ไขมัน รวมทั้งนักกีฬาภาวะเครียด   ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร.นพ.นิพนธ์ ฉัตรทิพากร เมธีวิจัยอาวุโส สกว. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ และหัวหน้าภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยกรณีการเสียชีวิตของนายธนัท ฉิมท้วม หรือ 'โจ บอยสเก๊าท์' หัวใจวายขณะเล่นคอนเสิร์ตเมื่อคืนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา    กรณีของโจคาดว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว โดยภาวะที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่ได้ยินกันบ่อยคือ ไฟฟ้าดูด ฟ้าผ่า รวมถึงโรคต่าง ๆ ที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต คือ หัวใจขาดเลือด ซึ่งจะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย แม้ผู้ป่วยอาจจะไม่เสียชีวิตทันทีในขณะนั้น แต่จะทำให้เกิดสภาวะความผิดปกติของไฟฟ้าในหัวใจห้องล่าง เป็นเหตุให้เกิดการรวนของการนำไฟฟ้าในหัวใจ และหัวใจเต้นผิดจังหวะ   การสังเกตอาการในเบื้องต้น คือ ผู้ป่วยจะเจ็บหน้าอกแล้วล้มฟุบ เนื่องจากทันทีที่กล้ามเนื้อหัวใจหดตัวจะทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนออกไปเลี้ยงร่างกายได้ โดยอวัยวะที่ขาดเลือดไปเลี้ยงได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุด คือ สมอง เมื่อเลือดไม่ไหลเวียนไปที่สมองก็จะทำให้หมดสติ หากปล่อยไว้ไม่รักษาให้ทันท่วงทีก็จะเสียชีวิตในที่สุด    ทั้งนี้วิธีการรักษาที่ดีสุดและเป็นวิธีเดียว คือ การใช้ไฟฟ้าแรงสูงเข้าไปกระตุ้นการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติด้วยเครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ถ้าไม่มีเครื่องมือดังกล่าวก็จะต้องทำ CPR เพื่อพยุงเวลาในการช่วยชีวิตผู้ป่วยให้นานที่สุด เพื่อให้หัวใจบีบเลือดออกไปเลี้ยงร่างกาย     สำหรับข้อสังเกตเบื้องต้นคือ ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนกับถูกรถบรรทุกทับ โดยผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงมากที่สุด คือ กลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง จึงต้องตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอและรับประทานยาต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ส่วนผู้ไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากโรคดังกล่าว แต่ร่างกายอาจมีทางนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติที่พบบ่อย คือ กลุ่มนักกีฬา หรือผู้มีภาวะเครียด กดดัน พักผ่อนน้อย ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของหัวใจมีความผิดปกติ    ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงดังที่กล่าวมาจึงควรตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจอย่างน้อยปีละครั้ง ควบคู่กับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้มีอายุตั้งแต่ 35-40 ปีขึ้นไป แม้แต่คนที่มีภาวะอ้วนตั้งแต่เด็กก็อาจเกิดอันตรายจากโรคหัวใจวายเฉียบพลันได้เช่นกัน ทั้งนี้อยากขอให้คนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันมากขึ้น รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 1,624
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 60

ประธานสภา อบต.โป่งตาลอง ปากช่อง ออกไปส่องไฟไล่ช้างป่ากลางดึก ถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต

               ผู้สื่อข่าว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านเทพนิมิตร หมู่ 12 ต.โปงตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่ามีชาวบ้านเสียชีวิตจากการถูกช้างป่าทำร้าย นำตัวส่งโรงพยาบาลปากช่องนานา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นพื้นที่ไร่อ้อย เจ้าของไร่คือ นายบุญเรือง อนุรักษา อายุ 63 ปี ดำรงตำแหน่งประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งตาลอง           โดยขณะเกิดเหตุ เวลาประมาณ เวลา 01.00 น. นายบุญเรือง พร้อมลูกน้อง ออกไปส่องไฟไล่ช้างที่เข้ามาในพื้นที่ไร่ของตัวเอง หลังได้ยินเสียงช้างป่าหลงเขามาในไร่อ้อย ปรากฎว่าช้างป่า 1 ตัว เดินมุ่งตรงมาหานายบุญเรืองมาตามแสงไฟ เมื่อลูกน้องที่ไปด้วยกันหนีได้ทัน แต่นายบุญเรือง  อุนุรักษา ที่เดินตามลูกน้องมา เกิดอาการตกใจจึงเดินหลบไม่พ้น ช้างป่าจึงได้พุ่งเข้าชน ทำให้นายบุญเรือง  อุนุรักษา เสียชีวิตทันที จากการวินิจฉัยของแพทย์เบื้องต้น ผู้เสียชีวิตกระดูกซี่โครงหัก มีรอยช้ำที่บริเวณคอ ทำให้เลือดออกที่จมูกและปาก ปอดฉีก และเลือดออกที่ช่องท้อง เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล   ภาพ - ปัญญา ลีฬกาญจนากุล    

 2,703

Top