ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฤดูหนาว"

สังคม-อาชญากรรม
20 ต.ค. 62

กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือน 5 โรค 3 ภัยสุขภาพ ที่ควรระวังในช่วงฤดูหนาว

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค   วันที่ 20 ต.ค. 62 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ทำให้เชื้อโรคบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าในฤดูกาลอื่น    กรมควบคุมโรค จึงได้ออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1. โรคติดต่อ ได้แก่ โรคหัด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส โรคมือ เท้า ปาก 2. ภัยสุขภาพ ได้แก่ การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ และการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด   โรคหัด จะมีอาการคล้ายไข้หวัด หลังมีไข้ 3-4 วัน จะเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น 1-2 วัน ไข้จะเริ่มลดลง และผื่นจะจางหายไปประมาณ 2 สัปดาห์ โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน    โรคไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว โรคนี้ป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง หากมีอาการดังกล่าว แนะนำให้หยุดเรียนหรือหยุดงานทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา    โรคปอดอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ หายใจลำบาก หนาวสั่น อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ โรคนี้ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด ล้างมือบ่อย ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หากสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที    โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส จะมีอาการไข้ อาเจียน อุจจาระร่วงอย่างรุนแรง ทำให้เสียน้ำมาก สำหรับการรักษา จะรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง และให้เกลือแร่ทดแทน โรคนี้ป้องกันโดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด และหมั่นล้างมือบ่อยๆ    โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ป่วยจะมีแผลหรือตุ่มในช่องปาก กระพุ้งแก้ม หรือมีผื่นแดงบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า สำหรับการรักษาจะรักษาตามอาการป่วย ผู้ปกครองและครูจะต้องสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก ถ้าพบว่าเด็กมีอาการดังกล่าว ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติทันที   นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ภัยสุขภาพที่ควรระมัดระวังในช่วงฤดูหนาว ได้แก่    1.การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว มักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว วิธีการป้องกันตนเองจากภัยหนาว คือ 1. ไม่ดื่มสุราและเสพของมึนเมา 2. รักษาร่างกายให้อบอุ่น 3. ดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็กอย่างใกล้ชิด 4.จัดหาเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มกันหนาวและที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม และ 5.สังเกตอาการผู้ป่วยหลังกินยารักษาโรคบางชนิดที่มีผลต่อร่างกายในภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำลง    2. การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ ในช่วงนี้ประชาชนมักเดินทางไปพักผ่อนตามรีสอร์ท หรือบ้านพักต่างๆ ซึ่งอาจมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สแทนระบบไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจได้รับอันตรายจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากจะมีอาการวิงเวียน มึนงง หน้ามืด หมดสติ คำแนะนำคือ ให้ตรวจสอบเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย มีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ติดป้ายเตือน และบอกวิธีใช้งาน หากในขณะอาบน้ำแล้วได้กลิ่นแก๊ส ควรรีบออกจากห้องน้ำทันที    3.การเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด การเดินทางในช่วงนี้อาจเจอหมอกลงจัดและทัศนะวิสัยที่ไม่ดี เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนมีดังนี้ 1.ตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง หากทัศนะวิสัยไม่ดี หมอกลงจัด ไม่ควรเดินทาง 2.พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับทางไกล 3.ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยและพร้อมใช้งาน และ 4.ปฏิบัติตามกฎจราจร คาดเข็มขัด และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง   ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนให้ระวังโรคและภัยสุขภาพไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง พร้อมสังการหน่วยงานในสังกัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422  

 10,147
สังคม
20 ต.ค. 62

กรมควบคุมโรค ออกประกาศเตือน 5 โรค 3 ภัยสุขภาพ ที่ควรระวังในช่วงฤดูหนาว

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค   วันที่ 20 ต.ค. 62 นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว ทำให้เชื้อโรคบางชนิดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าในฤดูกาลอื่น    กรมควบคุมโรค จึงได้ออกประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่เกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2562 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งโรคและภัยสุขภาพที่มีแนวโน้มจะพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ 1. โรคติดต่อ ได้แก่ โรคหัด โรคปอดอักเสบ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส โรคมือ เท้า ปาก 2. ภัยสุขภาพ ได้แก่ การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ และการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด   โรคหัด จะมีอาการคล้ายไข้หวัด หลังมีไข้ 3-4 วัน จะเริ่มมีผื่นนูนแดงขึ้น 1-2 วัน ไข้จะเริ่มลดลง และผื่นจะจางหายไปประมาณ 2 สัปดาห์ โรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน    โรคไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก ปวดเมื่อยตามตัว โรคนี้ป้องกันได้โดยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง หากมีอาการดังกล่าว แนะนำให้หยุดเรียนหรือหยุดงานทันที และรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา    โรคปอดอักเสบ ผู้ป่วยจะมีไข้ หายใจลำบาก หนาวสั่น อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ โรคนี้ป้องกันโดยหลีกเลี่ยงอยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัด ล้างมือบ่อย ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หากสงสัยว่ามีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที    โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันจากเชื้อไวรัส จะมีอาการไข้ อาเจียน อุจจาระร่วงอย่างรุนแรง ทำให้เสียน้ำมาก สำหรับการรักษา จะรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้อาเจียน ยาแก้ปวดท้อง และให้เกลือแร่ทดแทน โรคนี้ป้องกันโดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ดื่มน้ำสะอาด และหมั่นล้างมือบ่อยๆ    โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ป่วยจะมีแผลหรือตุ่มในช่องปาก กระพุ้งแก้ม หรือมีผื่นแดงบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า สำหรับการรักษาจะรักษาตามอาการป่วย ผู้ปกครองและครูจะต้องสังเกตอาการผิดปกติของเด็ก ถ้าพบว่าเด็กมีอาการดังกล่าว ให้แยกเด็กป่วยออกจากเด็กปกติทันที   นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ภัยสุขภาพที่ควรระมัดระวังในช่วงฤดูหนาว ได้แก่    1.การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว มักเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว วิธีการป้องกันตนเองจากภัยหนาว คือ 1. ไม่ดื่มสุราและเสพของมึนเมา 2. รักษาร่างกายให้อบอุ่น 3. ดูแลผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว เด็กเล็กอย่างใกล้ชิด 4.จัดหาเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มกันหนาวและที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม และ 5.สังเกตอาการผู้ป่วยหลังกินยารักษาโรคบางชนิดที่มีผลต่อร่างกายในภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำลง    2. การสูดดมก๊าซพิษและขาดอากาศหายใจจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบก๊าซ ในช่วงนี้ประชาชนมักเดินทางไปพักผ่อนตามรีสอร์ท หรือบ้านพักต่างๆ ซึ่งอาจมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สแทนระบบไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจได้รับอันตรายจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ หากสูดดมเข้าไปในปริมาณมากจะมีอาการวิงเวียน มึนงง หน้ามืด หมดสติ คำแนะนำคือ ให้ตรวจสอบเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย มีการติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ติดป้ายเตือน และบอกวิธีใช้งาน หากในขณะอาบน้ำแล้วได้กลิ่นแก๊ส ควรรีบออกจากห้องน้ำทันที    3.การเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงอากาศหนาวและหมอกจัด การเดินทางในช่วงนี้อาจเจอหมอกลงจัดและทัศนะวิสัยที่ไม่ดี เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนมีดังนี้ 1.ตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง หากทัศนะวิสัยไม่ดี หมอกลงจัด ไม่ควรเดินทาง 2.พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับทางไกล 3.ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยและพร้อมใช้งาน และ 4.ปฏิบัติตามกฎจราจร คาดเข็มขัด และสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง   ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้จัดทำประกาศแจ้งเตือนให้ระวังโรคและภัยสุขภาพไปยังหน่วยงานในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่ง และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง พร้อมสังการหน่วยงานในสังกัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อควบคุม ป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ รวมถึงสื่อสารและประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อลดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตของประชาชนให้ได้มากที่สุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422  

 10,147
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาวแล้ว หลังอุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว - เตือนภาคใต้เจอฝนตกชุก

จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวประจำปี 2562 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2562   ทำให้พื้นที่ภาคเหนือและอีสานในหลายจังหวัดมีอุณหภูมิต่ำลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุณหภูมิต่ำสุด 8.9 องศาเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันมากขึ้น   บนยอดดอย จ.ลำปาง อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15 องศา มีทะเลหมอกที่สวยงาม ขณะที่พื้นราบประมาณ 22 องศา   ส่วนที่ภูกระดึงและภูเรือ จ.เลย อุณหภูมิ 15 องศา ขณะที่ จ.สุรินทร์ มีหมอกปกคลุมในหลายพื้นที่ในแถบชายแดนไทย-กัมพูชา   ด้านพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย   สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2JALEUtDcVY

 1,104
สังคม
18 ต.ค. 62

เหนือ-อีสาน เริ่มหนาวแล้ว หลังอุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว - เตือนภาคใต้เจอฝนตกชุก

จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวประจำปี 2562 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ต.ค.2562   ทำให้พื้นที่ภาคเหนือและอีสานในหลายจังหวัดมีอุณหภูมิต่ำลง อาทิ ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ อุณหภูมิต่ำสุด 8.9 องศาเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันมากขึ้น   บนยอดดอย จ.ลำปาง อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15 องศา มีทะเลหมอกที่สวยงาม ขณะที่พื้นราบประมาณ 22 องศา   ส่วนที่ภูกระดึงและภูเรือ จ.เลย อุณหภูมิ 15 องศา ขณะที่ จ.สุรินทร์ มีหมอกปกคลุมในหลายพื้นที่ในแถบชายแดนไทย-กัมพูชา   ด้านพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย   สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2JALEUtDcVY

 1,104
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ไทยเข้าสู่ฤดูหนาวกลางเดือน ต.ค.62 เหนือ-อีสานหนาวกว่าปีก่อน ลุ้น กทม.แตะ 15 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศคาดหมายลักษณะอากาศฤดูหนาวของประเทศไทย ในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2562 ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้คาดว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน ฤดูหนาวจะเริ่มต้นในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม  2562 ซึ่งจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563   อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 20–21 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส) และจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 21.9 องศาเซลเซียส) ส่าหรับอุณหภูมิต่่าที่สุด 7-8 องศาเซลเซียส จะอยู่บริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดของกรุงเทพมหานคร 15-17 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดส่วนใหญ่จะเริ่มครึ่งหลังของเดือนธันวาคม 2562 ถึงปลายเดือนมกราคม 2563 สำหรับยอดดอยและยอดภู รวมทั้งบริเวณเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมักมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง   ส่วนบริเวณภาคใต้จะมีอากาศเย็น บางแห่งในบางวันส่วนมากตอนบนของภาค และยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นทางฝั่งตะวันออกของภาคตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมกับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่งซึ่งจะท่าให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีก่าลังแรงเป็นระยะๆ บางช่วงมีคลื่นสูง 2-4 เมตรส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fn8TAvF4NLU

 11,689
สังคม
10 ต.ค. 62

ไทยเข้าสู่ฤดูหนาวกลางเดือน ต.ค.62 เหนือ-อีสานหนาวกว่าปีก่อน ลุ้น กทม.แตะ 15 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศคาดหมายลักษณะอากาศฤดูหนาวของประเทศไทย ในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2562 ถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยฤดูหนาวของประเทศไทยปีนี้คาดว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน ฤดูหนาวจะเริ่มต้นในช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคม  2562 ซึ่งจะใกล้เคียงค่าเฉลี่ยปกติ และจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563   อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบน 20–21 องศาเซลเซียส ซึ่งจะสูงกว่าค่าปกติประมาณ 1 องศาเซลเซียส (ค่าปกติ 19.9 องศาเซลเซียส) และจะมีอากาศหนาวเย็นกว่าปีที่ผ่านมา (อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยปีที่ผ่านมา 21.9 องศาเซลเซียส) ส่าหรับอุณหภูมิต่่าที่สุด 7-8 องศาเซลเซียส จะอยู่บริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดของกรุงเทพมหานคร 15-17 องศาเซลเซียส ช่วงเวลาที่จะมีอากาศหนาวเย็นที่สุดส่วนใหญ่จะเริ่มครึ่งหลังของเดือนธันวาคม 2562 ถึงปลายเดือนมกราคม 2563 สำหรับยอดดอยและยอดภู รวมทั้งบริเวณเทือกเขาจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมักมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง   ส่วนบริเวณภาคใต้จะมีอากาศเย็น บางแห่งในบางวันส่วนมากตอนบนของภาค และยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นทางฝั่งตะวันออกของภาคตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมกับจะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และหนักมากบางแห่งซึ่งจะท่าให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก รวมทั้งน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยจะมีก่าลังแรงเป็นระยะๆ บางช่วงมีคลื่นสูง 2-4 เมตรส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fn8TAvF4NLU

 11,689
สังคม-อาชญากรรม
15 ธ.ค. 61

กรมอุตุฯ เผยทั่วไทยอุณหภูมิลดลง 1-3 องศา กทม. เย็นด้วย เตือน '11 จว.ใต้' ฝนถล่ม 60%

กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 15 ธันวาคม 2561พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคเหนือกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย    สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดอกจากฝั่งจนถึงวันที่ 17 ธ.ค.นี้    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 25-31 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-11 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย  อุณหภูมิต่ำสุด 14-20 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย  อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย  อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี  ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส  ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร  ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย  อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 15 ธันวาคม 2561 เวลา 11:00 น.

 1,937
ข่าวภูมิภาค
14 ธ.ค. 61

ซากุระเมืองไทยมาแล้ว! พญาเสือโคร่งเบ่งบานกลางหมอกหนาต้อนรับนักท่องเที่ยว

ดอกพญาเสือโคร่ง ที่โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ บานชมพูสะพรั่ง ท่ามกลางหมอกหนาและสายฝน อวดโฉมนักท่องเที่ยวที่ไม่หวั่นสภาพอากาศพากันเข้าชมต่อเนื่อง   วันนี้(14 ธ.ค.61) รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า แม้ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้จะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั่วพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งที่เป็นช่วงฤดูหนาว อย่างไรก็ตามบรรยากาศการท่องเที่ยวที่โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ตามพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ(ดอยอินทนนท์) บ้านขุนกลาง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวพากันเข้าเที่ยวชมความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่กำลังเบ่งบานดอกสีชมพูอยู่ทั่วพื้นที่ของโครงการ ท่ามกลางหมอกหนาและสายฝนที่โปรยปราย ซึ่งในพื้นที่โครงการทั้งรอบบึงน้ำและแนวเขามีต้นนางพญาเสือโคร่งเรียงรายอยู่ทั่วหลายร้อยต้น เวลานี้กำลังเริ่มทยอยออกดอกและเบ่งบาน คาดว่าน่าจะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนมกราคม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการท้าลมหนาวและชมธรรมชาติที่สวยงาม   สำหรับดอกนางพญาเสือโคร่งหรือดอกซากุระเมืองไทย เป็นพืชดอกในสกุล Prunus พบทั่วไปบนดอยสูง เช่น ภูลมโล จังหวัดเลย, ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย, ดอยเวียงแหง ขุนช่างเคี่ยน ขุนแม่ยะ จังหวัดเชียงใหม่, ขุนสถาน ดอยวาว ดอยภูคา และมณีพฤกษ์ จังหวัดน่าน โดยเป็นดอกไม้ประจำอำเภอเวียงแหง นางพญาเสือโคร่ง เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร ใบ เป็นชนิดใบเดี่ยว ลักษณะรูปรีแบบไข่ หรือไข่กลับ ออกสลับกัน ใบมีความกว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 5 -12 เซนติเมตร ปลายใบเรียวแหลม โคนใบกลมหรือสอบแคบ ขอบจักปลายก้านใบมีต่อม 2-4 ต่อม หูใบแตกแขนงคล้ายเขากวาง ใบร่วงง่าย ดอก สีขาว ชมพู หรือแดง ออกเป็นช่อกระจุกใกล้ปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 0.7-2 เซนติเมตร ขอบริ้วประดับจักไม่เป็นระเบียบ กลีบเลี้ยงติดกันเป็นรูปกรวย กลีบดอกมี 5 กลีบ เมื่อบานขนาดโตเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ซึ่งคนไทยมักจะนิยมเรียกว่า"ซากุระเมืองไทย" เพราะมีลักษณะคล้ายซากุระ 

 4,337
ข่าวภูมิภาค
01 ธ.ค. 61

เคยกินไหม? ชาวเชียงใหม่ทำ 'แกงกระด้าง' อาหารท้องถิ่น ที่ขายช่วงฤดูหนาวเท่านั้น

หลังจากหลายพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อากาศที่หนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง อุณหภูมิบนยอดดอยยังติดลบทำให้เจ้าของร้านก่องข้าวพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสเพิ่มเมนูเอาใจลูกค้า “แกงกระด้าง” เดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นอาหารท้องถิ่นและเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่จะทำรับประทานกันในช่วงฤดูหนาวเท่านั้นเนื่องต้องทำแกงทิ้งไว้ 1 คืนรุ่งเช้ามาอากาศที่หนาวเย็นจะทำให้น้ำแกงแข็งตัวหรือคนเหนือเรียกว่า แก๋งกระด้าง     นายเสกสรร อินทรชัย อายุ 54 ปีและ นางอรพรรณ์ แสนคำ อายุ 53 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของร้านก่องข้าว ตั้งอยู่ในตำบล ฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เร่งทำ แกงกระด้าง เพื่อขายให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อไว้ หลังอากาศที่เริ่มหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องทางร้านจึงได้เพิ่มเมนูแกงกระด้าง เดลิเวอรี่ เพื่อเอาใจลูกค้า ที่ชื่นชอบอาหารพื้นบ้านและที่สำคัญต้องรับประทานในฤดูหนาวเท่านั้นถึงจะได้บรรยากาศรับประทานอาหารพื้นบ้านสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น รับประทานแกงกระด้างที่มีรสชาดนุ่มลิ้น เคี้ยวกรุ๊ปกรับด้วยขาหมู รับรองฟินแน่นอน   ส่วนขั้นตอนการทำแกงกระด้างนั้นขั้นตอนแแรก ตั้งน้ำให้เดือด นำรากผักชี กระเทียมและเม็ดพริกไทยใส่ลงไปก่อนหลังจากนั้นนำขาหมูลงไปต้มประมาณ 30 นาที เมื่อขาหมูสุกแล้วตักขึ้นมาทิ้งไว้ให้หายร้อนสักพักก่อนจะนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาคั่วกับพริกแกงที่ตำไว้คั่วจนมีกลิ่นหอมกระทั่งได้ที่แล้วจึงเทน้ำที่ต้มขาหมูลงไปในหม้อก่อนจะใส่ผงวุ้นลงไป หลังจากนั้นก็จะนำแกงมาเทใส่ถาดที่เตรียมไว้ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แกงก่อจะเริ่มแข็งตัว ก่อนจะนำผักชีมาโรยหน้าเพื่อให้เพิ่มความหอมและเพื่อให้ดูน่ารับประทาน หลังจากนั้นก็จะนำมีดมาตัดแบ่งเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม   นายเสกสรร เจ้าของร้านก่องข้าว บอกว่า ก่อนหน้านี้ ทางร้านได้จำหน่ายอาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิด ทั้งแอ็ปปลา 4.0 และไส้อั่ว เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ และทางเฟซบุ๊ก โดยมีการส่งแบบเดลิเวอรี่ซึ่งก็มีลูกค้าทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และต่างจังหวัดสั่งกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสายดังนั้นเพื่อเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าและสร้างความแตกต่างประกอบกับต้องการอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านเอาไว้จึงได้พูดคุยกับภรรยาว่าน่าจะทำแกงกระด้าง หรือ แกงแบบก้อนขึ้นมา เพื่อให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้รับประทาน โดยแกงกระด้างนั้นถือว่าเป็นอาหารพื้นบ้านและภูมิปัญญาของชาวบ้านในภาคเหนือ เนื่องจากสมัยโบราณแต่ละบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีตู้เย็น เมื่อทำแกงค้างคืนไว้ ในช่วงฤดูหนาว รุ่งเช้าอีกวัน แกงในหม้อก็จะแข็งตัวเป็นก้อน จึงเป็นชื่อเรียกขานกันมาว่าแกง    ซึ่งปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักอาหารชนิดแล้ว เพื่อไม่ให้อาหารพื้นบ้านเลือนหายจึงนำกลับมาทำขายโดยเฉพาะฤดูหนาวปีนี้อากาศเริ่มหนาวเย็นกว่าทุกปีที่ผ่านมา เขาจึงทำแกงกระด้างขาย แต่ด้วยปัญหาสภาพอากาศและอุณหภูมิที่ไม่เหมือนสมัยโบราณเขาจึงประยุกต์ด้วยการใช้ผงวุ้นมาผสมเพื่อให้แกงแข็งตัวไวขึ้น โดยวันนี้ทางร้านก่องข้าวได้ทำทั้งแกงกระด้างแบบดั้งเดิมสีขาวขุ่น และแกงกระด้างแบบเผ็ดรสชาดจัดจ้านเพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อไปรับประทาน  

 14,854
ข่าวภูมิภาค
28 พ.ย. 61

อุตุฯประกาศทั่วไทยเตรียมหนาว ยกเว้นภาคใต้ยังคงมีฝน

พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 28 พ.ย.61 ภาคเหนืออุณหภูมิลดลง 1-3 องศา ส่วนกรุงเทพฯ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศเย็น อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกเล็กน้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vsvijTDTgx0

 442
ข่าวภูมิภาค
08 พ.ย. 61

บินว่อน! นกกระยางขาวนับร้อย อพยพหาอาหารช่วงฤดูหนาว

พิจิตร-นกกระยางขาวหลายร้อยตัว อพยพหาแหล่งอาหารโดยเฉพาะแมลงและหนอนในแหล่งพื้นนาที่เกษตรกรเริ่มไถนาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าวโดยคุ้นเคยกับชาวนา ส่งผลดีลดจำนวนแมลงและหนอนซึ่งเป็นศัตรูตัวสำคัญของข้าว สร้างความสวยงามตามธรรมชาติ ในช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดูเข้าสู่ฤดูหนาว   (8 พ.ย.61)ที่บริเวณทุ่งนา ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร นกกระยางขาว ที่อพยพ จำนวนหลายร้อยตัว รวมตัวกันหาอาหารบริเวณพื้นนาข้าวที่เกษตรกรได้เริ่มลงมือไถนาเพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าว ต่างจับกลุ่มกันออกหาอาหารในพื้นที่นาข้าวเพื่อหากินแมลงและหนอน ซึ่งนกกระยาง พากันบินวนหาอาหารไม่ห่างจากชาวนากำลังไถที่กำลังปรับพื้นที่นา ลงมือนำเครื่องมือทางการเกษตรมาปรับพื้นที่เพื่อทำเตรียมนา สร้างความสวยงามตามธรรมชาติ ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่ฤดูหนาว และเป็นการหาชมได้ยาก ที่พบนกกระยาง ขาวจะอพยพมาอาศัยรวมตัวอยู่กันจำนวนมาก ทำให้ภาพที่ประชาชนผ่านไปมาเห็นเป็นภาพที่สวยงาม ตามธรรมชาติ และการพึ่งพากันของมนุษย์กับนก ที่ไม่ทำร้ายกัน    สำหรับ “นกกระยางขาว” จะชอบอาศัยอยู่ตามหนองน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง มีขายาว คอยาว ปากยาวแหลม ขนสีขาวทั้งตัว เวลาบินจะหดคออยู่บนไหล่ โบกพัดปีกไปเรื่อยจะไม่ร่อน มักบินเรียงกันเป็นแถวรูปตัววี ซึ่งนกกระยาง พบทั้งหมด 61 ชนิดทั่วโลก พบในประเทศไทย 20 ชนิด บางชนิด จัดอยู่ในสัตว์สงวน อีกด้วย       

 1,106
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 61

กรมอุตุฯ เผย 3 -7 พ.ย. ทั่วไทยอุณหภูมิสูงขึ้น 'เหนือ' ยังหนาว อ่าวไทยคลื่นสูง 2 ม.

กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นโดยทั่วไป โดยภาคเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในระยะนี้ ส่วนภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย    อนึ่ง ในช่วงวันที่ 3-6 พ.ย. 61 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนในบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย    สำหรับพายุโซนร้อน “ยวี่ถู่” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนใกล้กับทางตอนใต้ของไต้หวัน คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในวันนี้ โดยมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอีกเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและสลายตัวในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย. 61)   ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้   ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส  สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 4-13 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 15-20 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทางตอนบนของภาคอากาศหนาว ส่วนตอนล่างอากาศเย็น กับมีลมแรง  สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็นในตอนเช้า  อุณหภูมิต่ำสุด 17-22 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก อากาศเย็นในตอนเช้า  อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็นในตอนเช้า  อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ออกประกาศ : 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 11:00 น.

 1,953
ข่าวภูมิภาค
30 ต.ค. 61

หนาวมาแล้ว! อุตุฯเผย 30 ต.ค. - 3 พ.ย. ไทยตอนบนอุณหภูมิลด 5-7 องศา ใต้ยังมีฝนตกหนัก

ในช่วงวันที่ 30 ต.ค. - 3 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากว่า 2 เมตร   ส่วนในวันที่ 4 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตรข้อควรระวัง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KjnySLU9dA4

 1,036
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 61

อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นทางการ 27 ต.ค.61 - ภาคใต้ยังฝนตกหนักถึงหนักมาก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศ เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2561 ระบุว่า ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2561 โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง   ประกอบกับลมชั้นบนระดับล่างเปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมชั้นบนระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมทั้งปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป   นอกจากนี้กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฉบับที่ 7 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2561 เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมภาคใต้ตอนล่างและประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มจะปกคลุมภาคใต้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 แล้วเคลื่อนผ่านไปยังทะเลอันดามันในวันที่ 26 ตุลาคม 2561   ทำให้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2561 ภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   และในวันที่ 26 ตุลาคม 2561 จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล   ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OmxAjaIuMXI

 3,053
ต่างประเทศ
18 ม.ค. 61

สหรัฐฯเผชิญพายุฤดูหนาวระลอก 2 พัดถล่มทั่วเท็กซัส หิมะตกหนัก

เกิดพายุฤดูหนาวระลอก 2 พัดถล่มทั่วทั้งรัฐเท็กซัส ในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดหิมะตกหนักและฝนน้ำแข็ง ส่งผลกระทบการเดินทาง มีการประกาศยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน ธุรกิจร้านค้าเปิดให้บริการไม่ได้ โรงเรียนถูกสั่งปิด มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย     เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม Hundreds of flights have been cancelled. มีการยกเลิกหลายร้อยเที่ยวบิน cancel (v.) ยกเลิก อ่านว่า แค่นเสิ่ล Don't cancel on me! อย่ายกเลิกนัดของเรา

 5,482

Top