ค้นหา :

ผลการค้นหา "ยาอี"

ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 62

แม่ช็อก! ลูกสาว ม.3 ถูกออกหมายเรียก มีพัสดุยาอี 4,600 เม็ดส่งมาจากเบลเยี่ยม

แม่พาลูกสาว ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังมีหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกสองแม่ลูกเข้าให้การ เนื่องจากพบพัสดุซึ่งข้างในบรรจุยาอีจำนวน 4,600 เม็ด ระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม แต่พัสดุไม่มีผู้มารับ     กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบข้างในกล่องพัสดุมียาอี จำนวน 4,600 เม็ดอยู่ภายในกล่อง จึงได้ออกหมายเรียก น.ส.เก๋ ซึ่งเป็นผู้ถูกระบุชื่อในชื่อผู้รับ และแม่ของ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)มาให้การตามหมายในฐานะพยาน โดยกล่องพัสดุดังกล่าวส่งไปยังห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ       ซึ่ง 2 แม่ลูกยืนยันว่า ไม่เคยออกนอกพื้นที่และไม่เคยไป จ.สมุทรปราการแต่อย่างใด และปกติก็ทำสวนทำไร่อยู่ในหมู่บ้านที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นทุกวัน จึงเกิดความกังวลใจว่าจะต้องได้รับโทษ จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และเดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าควรทำอย่างไร       โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ในการประสานข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในเบื้องต้น ทราบว่า เจ้าหน้าที่มีการออกหมายเรียก น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ที่มีชื่อตรงกับผู้รับพัสดุ ในส่วนของค่าเดินทางต่างๆ กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 จะออกค่าใช้จ่ายให้     ด้าน น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวได้เล่นโซเชียลกับเพื่อน มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อจริงของตัวเอง มีไลน์ไว้คุยกับเพื่อนๆ แต่ไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติ และไม่เคยสิ่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือขายสินค้าออนไลน์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็กลัว แต่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่เคยไปพักหรือเที่ยวที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยไปกรุงเทพ ไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัด และยินดีที่จะเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำตามความเป็นจริง   ด้านมารดา น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) กล่าวว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสมุทรปราการเลย ช่วงที่รับหมายเรียก ตกใจ กังวลใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านให้คำปรึกษา และหาทางออกช่วยกัน กำนัน และนายกเทศบาลตำบลม่วงหวานก็มาให้การช่วยเหลือ โดยจะจัดหารถตู้ให้ตนและลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม     ซึ่งหลังได้รับคำปรึกษาจากยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ทำให้แม่คลายความวิตกกังวลไปมากและไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างคือความจริง และให้ข้อมูลตามความจริง ทั้งชีวิตแม่และลูก รวมถึงสามี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงพร้อมที่จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าลูกสาวไม่รู้จักกับคนส่งพัสดุและไม่เคยรับพัสดุจากใครไม่ว่าคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนชื่อนามสกุลมาพ้องกับชื่อของลูกสาวก็ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E_PNWq6zKVQ

 7,062
สังคม
25 ต.ค. 62

แม่ช็อก! ลูกสาว ม.3 ถูกออกหมายเรียก มีพัสดุยาอี 4,600 เม็ดส่งมาจากเบลเยี่ยม

แม่พาลูกสาว ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น หลังมีหมายเรียกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียกสองแม่ลูกเข้าให้การ เนื่องจากพบพัสดุซึ่งข้างในบรรจุยาอีจำนวน 4,600 เม็ด ระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ส่งมาจากประเทศเบลเยี่ยม แต่พัสดุไม่มีผู้มารับ     กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบข้างในกล่องพัสดุมียาอี จำนวน 4,600 เม็ดอยู่ภายในกล่อง จึงได้ออกหมายเรียก น.ส.เก๋ ซึ่งเป็นผู้ถูกระบุชื่อในชื่อผู้รับ และแม่ของ น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)มาให้การตามหมายในฐานะพยาน โดยกล่องพัสดุดังกล่าวส่งไปยังห้องเช่าแห่งหนึ่ง ใน จ.สมุทรปราการ       ซึ่ง 2 แม่ลูกยืนยันว่า ไม่เคยออกนอกพื้นที่และไม่เคยไป จ.สมุทรปราการแต่อย่างใด และปกติก็ทำสวนทำไร่อยู่ในหมู่บ้านที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่นทุกวัน จึงเกิดความกังวลใจว่าจะต้องได้รับโทษ จึงได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และเดินทางมาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ว่าควรทำอย่างไร       โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่และยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ในการประสานข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ในเบื้องต้น ทราบว่า เจ้าหน้าที่มีการออกหมายเรียก น.ส.เก๋ (นามสมมุติ)ไปสอบปากคำในฐานะพยาน ที่มีชื่อตรงกับผู้รับพัสดุ ในส่วนของค่าเดินทางต่างๆ กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 4 จะออกค่าใช้จ่ายให้     ด้าน น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวได้เล่นโซเชียลกับเพื่อน มีเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อจริงของตัวเอง มีไลน์ไว้คุยกับเพื่อนๆ แต่ไม่เคยคุยกับชาวต่างชาติ และไม่เคยสิ่งซื้อสินค้าออนไลน์ หรือขายสินค้าออนไลน์ กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็กลัว แต่ตัวเองไม่ได้ทำ และไม่เคยไปพักหรือเที่ยวที่จังหวัดสมุทรปราการ ไม่เคยไปกรุงเทพ ไม่เคยไปเที่ยวต่างจังหวัด และยินดีที่จะเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้ปากคำตามความเป็นจริง   ด้านมารดา น.ส.เก๋ (นามสมมุติ) กล่าวว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยไปกรุงเทพฯ หรือจังหวัดสมุทรปราการเลย ช่วงที่รับหมายเรียก ตกใจ กังวลใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านให้คำปรึกษา และหาทางออกช่วยกัน กำนัน และนายกเทศบาลตำบลม่วงหวานก็มาให้การช่วยเหลือ โดยจะจัดหารถตู้ให้ตนและลูกสาวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม     ซึ่งหลังได้รับคำปรึกษาจากยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น ทำให้แม่คลายความวิตกกังวลไปมากและไม่กลัวแล้ว ทุกอย่างคือความจริง และให้ข้อมูลตามความจริง ทั้งชีวิตแม่และลูก รวมถึงสามี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงพร้อมที่จะให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าลูกสาวไม่รู้จักกับคนส่งพัสดุและไม่เคยรับพัสดุจากใครไม่ว่าคนไทยหรือคนต่างชาติ แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า อาจจะมีคนชื่อนามสกุลมาพ้องกับชื่อของลูกสาวก็ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/E_PNWq6zKVQ

 7,062
สังคม-อาชญากรรม
14 มิ.ย. 62

ศาลสั่งประหาร 'อ้อแอ้' ลอบขนยาอีลายการ์ตูนขายในไทย สารภาพเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดี ดำอย.1883/61 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด10 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ ปะติตัง อายุ 26 ปี ชาว จ.หนองคาย, น.ส.วรารัตน์ หรือ แอ๋ม จันทมาส อายุ 26 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี ชาวจ.นนทบุรี เป็นจำเลยที่ 1- 3 ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 และ พ.ร.บ.มาตรการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534   สืบเนื่องจากกรณีระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค.2561 จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันซื้อยาอีของกลางจำนวน 5,731 เม็ด ซึ่งเป็นยาอีรูปแบบใหม่ลายการ์ตูน โดยเดินจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อลักลอบนำมาจำหน่ายและถูกจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ   โดยศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 3 มาจากเรือนจำ โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานประกอบคำรับสารภาพจำเลยที่ 1 ที่ให้การรับสารภาพทั้งชั้นสอบสวนเเละชั้นศาล พิพากษาประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ฐานนำเข้ายาอีเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร เเต่จำเลยรับสารภาพศาลลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2,3 พยานหลักฐานที่นำสืบยังมีข้อสงสัย ยกประโยชน์ความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pZc7e8iUYVs

 5,297
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 62

รวบ 'ภาคิน' เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง ขายยาอีซุก กกน.พร้อมแฟนใหม่ หลังถูกจับยังเช็คอินบนโรงพัก

ราชบุรี-ตำรวจ สภ.โพธาราม จ.ราชบุรี จับนายสหรัฐ หรือภาคิน จุมเจิม อายุ 20 ปี อดีตเจ้าบ่าวที่หนีงานแต่ง จนกลายเป็นข่าวดังเมื่อปี 2561 โดยจับกุมได้ขณะยาเสพติดมาจำหน่ายให้ลูกค้า ภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนสายโพธาราม-บ้านเลือก จากการตรวจค้นพบยาอี จำนวน 25 เม็ด บรรจุในถุงพาสสติกใส ซุกซ่อนอยู่ในกางเกงชั้นใน และอาวุธปืน รีวอลเวอร์ ขนาด.38 พร้อมกับกระสุน 6 นัด   นอกจากนี้ ได้ทำการตรวจค้นผู้ที่ร่วมมาในรถด้วย คือ น.ส.กนกพร เกตุหนู อายุ 21 ปี พบยาเคน้ำหนัก 3.2 กรัม บรรจุในถุงพาสติกซุกอยู่ในยกทรง และยังค้นพบโพยหวยใต้ดินจากนายอธิบดี  ชานาง อายุ 23 ปี และ น.ส.สิริลักษณ์ ชินชู อายุ 23 ปี ที่ร่วมนั่งมาด้วย จึงควบคุมตัวทั้งหมดเอาไว้   โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายสหรัฐ หรือภาคิน มียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น   จากการสอบสวนนายภาคินสารภาพว่า หลังจากที่เป็นข่าวใหญ่เรื่องหนีงานแต่ง ตนก็ได้มาเปลี่ยนชื่อใหม่ จากภาคิน เป็น สหรัฐ ต่อมาได้พบรักกับแฟนสาวคนใหม่ คือ น.ส.สิริลักษณ์ ชินชู อายุ 23 ปี โดยคบกันได้ประมาณ 3 เดือน และได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านแฟนสาวคนใหม่ ช่วงกลางคืนตนเองพร้อมแฟนสาวจะชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวตามสถานบันเทิง ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี   ส่วนยาอีที่ถูกจับกุมได้ ตนเองจะพกติดตัวเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับบรรดากลุ่มวัยรุ่น ที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง ซึ่งตนซื้อมาในราคาเม็ดละ 380 บาท แล้วนำมาขายเม็ดละ 500 บาท กระทั่งก่อนถูกจับกุม ตนเองได้ไปเที่ยวพื้นที่ อ.บ้านโป่ง และนำยาอีไปส่งให้ลูกค้าอีก จนสถานบันเทิงเลิก จึงได้ขับรถยนต์กระบะ ซึ่งเป็นรถยนต์ของแม่ของแฟนสาว ขับมาจอดที่ปั๊มดังกล่าว เพื่อรอส่งยาอีให้กับลูกค้าวัยรุ่นที่สั่งไว้ แต่ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ดังกล่าว   นอกจากนี้ยังพบว่าเฟซบุ๊กของนายภาคิน ได้โพสต์ข้อความก่อนที่จะถูกนำตัวไปสอบสวนและฝากขัง ได้โพสต์ข้อความว่า “ฝากดูแลทางบ้านผมด้วยน่ะคับ” และเช็คอินโรงพักโพธาราม พร้อมข้อความว่า “ใครเพื่อนผมขอให้มา8โมง ไม่พูดเยอะ”   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qY7gpS-Fh2Q

 7,473
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ย. 60

ผบ.เรือนจำพิเศษมีนฯ เผย 'เอมี่' นอนคุกคืนแรก เครียด กังวลเรื่องคดี ชี้ 'แฟนหนุ่ม' เคยติดคุกมาก่อนข้อหาค้ายาเสพติด

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายสมภพ สังคุตแก้ว ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวน.ส.อาเมเรีย หรือเอมี่ จาคอป อายุ 28 ปี นักแสดง และอดีตมิสทีนไทยแลนด์ ปี 2006  และนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ อายุ 40 ปีแฟนหนุ่ม พร้อมยาไอซ์ 70 กรัม ยาอี 16 เม็ด หลังศาลจังหวัดมีนบุรี อนุญาตให้ฝากขังผัดแรก 12 วัน ว่า หลังจากที่เรือนจำได้รับตัวน.ส.อาเมเรีย และนายปุณยวัจน์ มาควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีนั้น ได้ทำการตรวจสุขภาพร่างกาย และจัดทำประวัติผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นไปตามระเบียบของเรือนจำ ในส่วนของน.ส.อาเมเรียนั้น พบว่าไม่มีโรคประจำตัวอะไร โดยทางเรือนจำได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์เข้าไปพูดคุย ทราบว่าน.ส.อาเมเรียมีอาการเครียด เหมือนผู้ต้องขังเข้าใหม่ปกติ แต่มีความกังวลมากในเรื่องของคดีความ   นายสมภพ กล่าวต่อว่า โดยทางเรือนจำได้ส่งตัวน.ส.อาเมเรียไปควบคุมไว้ยังแดนหญิง โดยไม่ให้อยู่ปะปนกับผู้ต้องขังชั้นเด็ดขาด ซึ่งทางเรือนจำมีการจัดโซนให้กับผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการสอบสวนอยู่แล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่เรือนจำคอยดูแลอยู่ ทั้งนี้ มื้อเช้าของวันนี้ทางเรือนจำได้ทำข้าวต้มให้กับผู้ต้องขังทั้งหมดกิน ซึ่งน.ส.อาเมเรียก็รับประทานเหมือนกับผู้ต้องขังทั่วไป และยังไม่ได้ร้องขออะไรจากทางเรือนจำเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องการติดต่อขอเข้าเยี่ยมนั้น สามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ   นายสมภาพ กล่าวอีกว่า สำหรับนายปุณยวัจน์นั้น จากการตรวจสุขภาพร่างกายพบว่ามีสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ก็มีอาการเครียดอยู่เหมือนกัน โดยส่งตัวนายปุณยวัจน์ไปควบคุมตัวไว้ยังแดนแรกรับ ส่วนกรณีที่นายปุณยวัจน์กลัวว่าจะถูกคู่อริที่อยู่ในเรือนจำทำร้ายร่างกายนั้น เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ทางเรือนจำมีขั้นตอนการปฏิบัติกับผู้ต้องขังเข้าใหม่และคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดอยู่แล้ว โดยให้อยู่แยกกับผู้ต้องขังชั้นเด็ดขาด    ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัตินายปุณยวัจน์ของทางเรือนจำ พบว่าเคยถูกส่งตัวมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษมีนบุรีแล้วก่อนหน้านี้ และน่าจะเป็นข้อหาเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดด้วย อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายปุณยวัจน์กลัวคู่อรินั้น คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะผู้ต้องขังกลุ่มนั้นอยู่ในแดนอื่นซึ่งเป็นแดนของผู้ต้องเด็ดขาด หรือบางรายก็อาจจะพ้นโทษออกจากเรือนจำไปแล้ว   ที่มาจาก ข่าวสด ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 12,752
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 60

ตร.รวบนักแสดงสาว ‘เอมี่ อาเมเรีย’คาบ้านพัก ขณะเสพไอซ์กับแฟนหนุ่ม อ้างเพื่อนชวนเสพ

รวบนางสาว เอ็มมี่ เอมิเลีย อดีตมิสทีนไทยแลนด์ 2006 พร้อมเพื่อนชายในบ้านพักย่านสายไหม พบไอซ์ 70 กรัม และยาอี เจ้าตัวสารภาพทั้งน้ำตา เสพยาจริงนานกว่า 1 ปี เพราะเครียด โดยมีเพื่อนแนะนำ   โดยนางสาวเอมิเลีย จาคอป หรือ เอมมี่ อายุ 28 ปี นักแสดงและอดีตมิสทีนไทยแลนด์ปี 2006 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการ สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือ 191 จับกุมพร้อมกับนายปุณยวัจน์ หิรัณย์เตชะ อายุ 40 ปี เพื่อนชายอีก 1 คน ขณะกำลังเสพยาเสพติดในบ้านถนนสุขาภิบาล 5 ย่านสายไหม โดยมีพลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มาแถลง    จากการตรวจสอบพบ ไอซ์จำนวน 70 กรัม และยาอีอีก 16 เม็ด พร้อมกับเครื่องชั่ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย    ด้านนักแสดงสาว ร้องไห้ และเครียด พร้อมยอมรับว่าตนเองเสพยาเสพติดจริง มานานกว่า 1 ปี เนื่องจากมีอาการเครียด โดยมีเพื่อนเป็นคนแนะนำ และไม่ได้ซื้อยาเสพติดด้วยตนเองแต่ซื้อต่อจากเพื่อน  ขณะที่คำให้การในเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองระบุว่าซื้อยาไอซ์ มาจากเพื่อนในราคาขีดละ 40,000 บาท และนำไปแบ่งขายต่อกรัมละ 800 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปยังสถานีตำรวจนครบาลสายไหม  ทั้งนี้นางสาวเอ็มมี่ เคยเป็นอดีตนางแบบ และอดีตนางเอกละครธิดาวานร หลังจากการชนะการประกวดมิสทีนไทยแลนด์ปี 2006       ขอบคุณภาพจาก ig: amy_amelia_jacobs_cambodia

 214,633

Top