ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าโบกปูน"

อาชญากรรม
02 พ.ย. 62

ทำแผนฯ ละเอียด! 'เอ็ม' ฆ่าเศรษฐีนีโบกปูนยัดตู้เย็น

ตร.คุมตัว "เอ็ม"ทำแผนฆ่าโหดเศรษฐินีตั้งแต่เช้าตรู่ที่บ้านเกิดเหตุของผู้ตาย ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอดูหน้าจำนวนมาก ก่อนเตรียมนำตัวส่งฝากขังศาลทันที   ช่วงเช้าตรู่วันนี้ (2พ.ย.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่และตำรวจภูธรจอมทอง คุมตัวนายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือ เอ็ม อายุ 39 ปี ชาวจังหวัดลำปาง ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านางสาววรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี เศรษฐินีนักปฏิบัติธรรมลูกศิษย์วัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเลขที่ 90/3 หมู่ 3 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตายและเป็นจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่จำนวนมากที่มาเฝ้าดูและต่างพากันสาปแช่งนายวิฑูรย์ และมีเสียงโห่ด้วยความไม่พอใจในช่วงที่นำตัวผู้ต้องหาขึ้น และลงรถเท่านั้น แต่เจ้าหน้าตำรวจมีการคุ้มกันไว้อย่างดีตลอดช่วงทำแผนจึงทำให้ไม่มีเหตุารณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น   สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้นายวิฑูรย์ แสดงขั้นตอนการลงมือก่อเหตุอย่างละเอียดตามคำรับสารภาพที่ว่าลงมือช่วงเช้าวันที่ 11 ต.ค.62 โดยทำทีไปเคาะบ้านเรียกผู้ตาย จนกระทั่งผู้ตายเปิดประตูแง้มออกมาดูด้วยความที่เห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยกัน จากนั้นจึงสบโอกาสลงมือทำร้าย พร้อมมัดมือเท้า บังคับเอาบัตรเอทีเอ็มและรหัส ซึ่งเมื่อได้แล้วจึงนำไปทดลองกดเงินว่าได้หรือไม่ เมื่อได้แล้วจึงย้อนกลับมาลงมือฆ่าผู้ตาย    ก่อนที่วันที่ 13 ต.ค.62 จะย้อนกลับมาจัดการอำพรางศพ ด้วยการยัดศพลงไปในตู้เย็นที่เสียบปลั๊กไว้ และโรยปูนซีเมนต์ทับ แล้วจึงหลบหนี โดยหลังจากนั้นได้นำบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปตระเวนกดเงินสด ได้ไปรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.7 ล้านบาท   เจ้าหน้าที่ได้นำตัวทำแผนโดยละเอียดทุกขั้นตอนของการก่อเหตุในบ้านหลังดังกล่าว แต่มีช่วงหนึ่งที่นายวิฑูรย์เองขอกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อกราบขอขมาจุดที่สังหาร และจุดที่ยัดศพของผู้ตายในตู้เย็นด้วย   ทั้งนี้ นอกจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านของผู้ตายแล้ว ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัด เพื่อดำเนินคดีต่อทันที โดยไม่ทำแผนตามจุดต่างๆ ทั้งร้านที่ไปซื้ออุปกรณ์มาใช้อำพรางศพ และตู้เอทีเอ็มที่ไปกดเงินสด เนื่องจากมีพยานและหลักฐานพร้อมไว้หมดแล้ว รวมทั้งเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับผู้ต้องหาด้วย

 948
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

เปิดปากคำพยาน-เก็บหลักฐาน บ้านเศรษฐีนีหลังถูกฆ่าโบกปูน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ภายในอาคารพาณิชย์ เลขที่ 90/3 บ้านหลวง หมู่ 3 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในซอยหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง   หลังจากเมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพนางสาววรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี ซึ่งมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง และเป็นเจ้าของอาคารพานิชย์ที่เกิดเหตุ ศพถูกฆาตกรรมยัดใส่ตู้เย็น 2 ประตู วางนอนกับพื้นในห้องครัว ลักษณะที่พบคือ ศพสวมใส่เสื้อผ้า ถูกมัดมือไขว้หลัง มัดเท้า มัดศีรษะด้วยเทปกาวพลาสติก มีถุงพลาสติกคลุมศีรษะนอนคว่ำหน้าขดตัวอยู่ในตู้เย็น ปิดทับด้วยผงปูนซีเมนต์อีกทีหนึ่ง   ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เทศบาลตำบลจอมทองเผยว่า เมื่อ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าจากบ้านที่เกิดเหตุ จึงเข้าไปตรวจสอบและสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของแม่ชีจากช่างผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อโทรไปก็ปรากฏว่ามีผู้ชายรับสายและอ้างว่าเป็นหลานของแม่ชี โดยชายคนดังกล่าวบอกว่าตอนนี้อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนแม่ชีเดินทางไปต่างประเทศ จึงได้แจ้งไปว่าบ้านของแม่ชีมีกลิ่นเหม็นเน่าและนัดชายคนดังกล่าวให้มาเปิดบ้าน   จนกระทั่งวันที่ 19 ตุลาคม ตนพยายามติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ของแม่ชีอีกครั้ง แต่ก็มีการปิดโทรศัพท์และหนีหายไป ส่วนทางพี่ชายของนางสาววรรณีก็ไม่สามารถติดต่อน้องสาวตนเองได้เช่นกัน จึงได้เดินทางมาหาที่บ้านหลังดังกล่าว และพบศพที่คาดว่าจะเป็นน้องสาวตนเองที่ถูกฆาตกรรม   ด้านนางสาวพิกุล ลุนละวัน หมอนวดแผนโบราณเจ้าประจำของผู้ตายเปิดเผยว่า ได้พบกับแม่ชีวรรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา  แม่ชีเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการนวดกับตนเป็นประจำ หลังจากนวดเสร็จก็มักจะนั่งพูดคุยกัน บางครั้งแม่ชีก็จะมากับผู้หญิงอีกคน ซึ่งเป็นชาวขอนแก่น ทั้งยังบอกอีกว่าแม่ชีเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และบางครั้งในขณะที่ใช้บริการนวดก็จะมีคนโทรศัพท์เข้ามาเพื่อเสนอขายที่ดินให้   ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จอมทองเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นคนค่อนข้างระมัดระวังตัว สังเกตจากประตูและกุญแจบ้านของผู้ตายที่ค่อนข้างแน่นหนา และล่าสุด จากการตรวจสอบก็พบว่าบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายมีคนกดเงินสดออกมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท และบัตรถูกอายัดเมื่อวานนี้    

 7,643
อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

เปิดปากคำพยาน-เก็บหลักฐาน บ้านเศรษฐีนีหลังถูกฆ่าโบกปูน

เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบเก็บหลักฐานเพิ่มเติม ภายในอาคารพาณิชย์ เลขที่ 90/3 บ้านหลวง หมู่ 3 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในซอยหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง   หลังจากเมื่อวานนี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพนางสาววรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี ซึ่งมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง และเป็นเจ้าของอาคารพานิชย์ที่เกิดเหตุ ศพถูกฆาตกรรมยัดใส่ตู้เย็น 2 ประตู วางนอนกับพื้นในห้องครัว ลักษณะที่พบคือ ศพสวมใส่เสื้อผ้า ถูกมัดมือไขว้หลัง มัดเท้า มัดศีรษะด้วยเทปกาวพลาสติก มีถุงพลาสติกคลุมศีรษะนอนคว่ำหน้าขดตัวอยู่ในตู้เย็น ปิดทับด้วยผงปูนซีเมนต์อีกทีหนึ่ง   ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เทศบาลตำบลจอมทองเผยว่า เมื่อ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าจากบ้านที่เกิดเหตุ จึงเข้าไปตรวจสอบและสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของแม่ชีจากช่างผู้รับเหมาก่อสร้าง เมื่อโทรไปก็ปรากฏว่ามีผู้ชายรับสายและอ้างว่าเป็นหลานของแม่ชี โดยชายคนดังกล่าวบอกว่าตอนนี้อยู่จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนแม่ชีเดินทางไปต่างประเทศ จึงได้แจ้งไปว่าบ้านของแม่ชีมีกลิ่นเหม็นเน่าและนัดชายคนดังกล่าวให้มาเปิดบ้าน   จนกระทั่งวันที่ 19 ตุลาคม ตนพยายามติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ของแม่ชีอีกครั้ง แต่ก็มีการปิดโทรศัพท์และหนีหายไป ส่วนทางพี่ชายของนางสาววรรณีก็ไม่สามารถติดต่อน้องสาวตนเองได้เช่นกัน จึงได้เดินทางมาหาที่บ้านหลังดังกล่าว และพบศพที่คาดว่าจะเป็นน้องสาวตนเองที่ถูกฆาตกรรม   ด้านนางสาวพิกุล ลุนละวัน หมอนวดแผนโบราณเจ้าประจำของผู้ตายเปิดเผยว่า ได้พบกับแม่ชีวรรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา  แม่ชีเป็นลูกค้าที่มาใช้บริการนวดกับตนเป็นประจำ หลังจากนวดเสร็จก็มักจะนั่งพูดคุยกัน บางครั้งแม่ชีก็จะมากับผู้หญิงอีกคน ซึ่งเป็นชาวขอนแก่น ทั้งยังบอกอีกว่าแม่ชีเป็นคนค่อนข้างเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และบางครั้งในขณะที่ใช้บริการนวดก็จะมีคนโทรศัพท์เข้ามาเพื่อเสนอขายที่ดินให้   ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จอมทองเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นคนค่อนข้างระมัดระวังตัว สังเกตจากประตูและกุญแจบ้านของผู้ตายที่ค่อนข้างแน่นหนา และล่าสุด จากการตรวจสอบก็พบว่าบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายมีคนกดเงินสดออกมาตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ประมาณ 1 ล้าน 2 แสนบาท และบัตรถูกอายัดเมื่อวานนี้    

 7,643
สังคม-อาชญากรรม
01 ส.ค. 62

จำคุกตลอดชีวิต 2 มืออุ้มฆ่าสาวทอม - คุก 15 ปี อดีต ตร.บงการ ยกฟ้องสาวคนสนิท

ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี กับพวก   จำเลยในฐาน ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ต่อชีวิต ร่างกายของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น หน่วงเหนี่ยวกักขัง และฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน   จากคดีอุ้มฆ่าสาวทอม น.ส.สุภัคสรณ์ หรือ หญิง พลไธสง อายุ 28 ปี จากอพาร์ตเมนต์ ซอยเพชรเกษม 114 พื้นที่ สน.หนองค้างพลู ไปฆ่าฝังดินที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ขุดพบแล้วศพสาวทอมเหยื่อแก๊งตร. ถูกอุ้มฆ่าฝังดินกลางรีสอร์ทร้างกาญจนบุรี  ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส่งศพสาวทอมถูกอุ้มฆ่าชันสูตร ผงะ แม่ตาแข็งตะโกนลั่น "ใครฆ่ากู ฆ่ากูทำไม" เชื่อเป็นวิญญาณลูกสาว       โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ มีความสอดคล้องต้องกัน คำกล่าวอ้างของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่าถูกข่มขู่และนำชี้ที่เกิดเหตุตามคำสั่งของตำรวจนั้น เลื่อนลอยไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ จึงพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง   ส่วนพันตำรวจเอกอำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 5 นั้น จากการนำสืบเชื่อได้ว่ามีเจตนาเพื่อสั่งสอนผู้ตายให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ที่ตนเองมีความสัมพันธ์เท่านั้น จึงพิพากษาให้มีความผิดฐานใช้ จ้างวาน กระทำการหน่วงเหนี่ยว กักขัง ข่มขืนใจ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย   ส่วนจำเลยที่ 3 พยานโจทก์มีเพียงการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับพันตำรวจเอกอำนวย และยังพบข้อความผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ ในเชิงหึงหวง ผู้ตายจึงเชื่อว่ายังมีความรักความห่วงใยกับผู้ตายอยู่พิพากษายกฟ้อง   รวมแล้วศาลพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 ประหารชีวิต / ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 15 ปี และจำเลยที่ 5 จำนวน 15 ปี / แต่จำเลยที่ 1,2 และที่ 5 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงลดโทษให้เหลือ 1 ใน 3 โดยสั่งจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 และ 2 ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 10 ปี ทั้งนี้ศาลยังให้จำเลยทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน 2,790,000 บาทแก่พ่อแม่ผู้ตาย   ด้านพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ระบุว่า พอใจกับคำพิพากษาส่วนหนึ่ง แต่ก็อย่กจะเรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษ ผู้กระทำความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NkVstsxGj5M

 1,318
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 62

คุมตัวผู้ต้องสงสัย ฆ่ายัดถังโบกปูน เจ้าตัวปฏิเสธขอให้การในชั้นศาล ตร.ยันมีหลักฐานแน่นเอาผิด

ตำรวจกองปราบปราม ควบคุมตัวนายประยูร แก้วพยศ หรือจุ๊บ ผู้ต้องสงสัยรายสำคัญในคดีฆ่านายอัญฌา หนูปทุม หรือขิก ที่พบเป็นศพถูกฆ่าโบกปูนฝังดินด้านหลังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางเขน เมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา จนมาพบว่าถูกฆ่าโปกปูนฝังดินเมื่อวันที่ 26 มีนาคม และก่อนหน้านี้ นายจุ๊บก็เป็นคนไปแจ้งความว่านายขิกหายตัวไป   เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ตร.กองปราบนำตัวนายจุ๊บมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขนซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ภายหลังจากนายจุ๊บ ประสาน ขอเข้ามอบตัวที่บ้านเกิดในพื้นที่พัทลุงเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา   โดยทันทีที่นายจุ๊บมาถึง ตำรวจคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำที่ห้องโดยมี พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม เดินทางเข้าสอบปากคำด้วยตัวเอง โดยนายจุ๊บยังคงให้การปฏิเสธ และไม่ขอให้การใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดี   พล.ต.ต.จิรภพ กล่าวว่า เบื้องต้นแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ ตร.มีหลักฐานแน่นหนาทั้งทางนิติวิทยาศาตร์ และพยานบุคคล ยืนยันการก่อเหตุ ตั้งแต่ ก่อนเกิดเหตุ จนถึงวินาทีฆ่าและการอำพรางศพ   เบื้องต้นแจ้งขอหา ฆ่าผู้อื่นตายและซ่อนเร้นอำพรางศพ และคัดค้านการประกันตัว โดยจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจ.มีนบุรี วันที่ 30 มี.ค นี้ สำหรับคดีนี้ตร.เชื่อว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุ อีกแน่นอน ซึ่งจะสอบปากคำ และหากมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะออกหมายจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย   สำหรับ ปมการฆาตกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากเรื่องชู้สาว จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมบอกว่าผู้ต้องสงสัยกับผู้ตาย ทะเลาะเบาะแว้งกันเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยทำงานในร้าน   เนื่องจากผู้ต้องสงสัยรู้ว่าอดีตแฟนมาคบหาพูดคุยกับผู้ตาย ทำให้ผู้ต้องสงสัยร่วมมือกับพวก ใช้ท่อนเหล็กทุบตีไปที่ศีรษะ ก่อนใช้สายไฟรัดไปที่คอจนเสียขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจของแพทย์ที่มีร่องรอยบริเวณกระโหลกขวาและรอยรัดที่คอ ซึ่งหลังจากนั้นจึงใช้ถังน้ำมันยัดศพลงไปพร้อมโบกปูนปิดทับก่อนจะขุดดินฝังศพ พร้อมใช้คนงานพม่าในร้านอาหารคนหนึ่งช่วยเหลือในการฝังอำพรางศพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ODT341LRS1o

 1,494
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 62

ตร.เร่งรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับมือฆ่าหนุ่มยัดถังโบกปูน

กรณีพบศพนายอัชฌา หนูปทุม หรือขิก ถูกฆ่าโบกปูนใส่ในถังน้ำมัน ฝังดินอยู่หลังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์    ล่าสุด(28 มี.ค. 62) นางสาวอรอุมา หนูปทุม น้องสาวนายอัชฌา ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจกองปราบปราม หลังจากที่เมื่อคืนนี้ นางสาวอรอุมา ได้เดินทางมาจากจังหวัดสงขลา มาให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวผู้ตาย ก่อนจะไปแจ้งความ และแสดงตัวเป็นญาติผู้ตายที่ สน.บางเขนด้านพันตำรวจเอกอำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับการ สน.บางเขน กล่าวว่า วันนี้ตำรวจได้เชิญตัวพนักงานก่อสร้างของร้านอาหาร จุดที่ฝังศพ ที่อ้างว่าถูกใช้ให้ช่วยยกถังน้ำมันไปฝัง มาสอบปากคำในฐานะพยาน รวมถึงพนักงานบางราย เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดประกอบสำนวน เตรียมขอศาลออกหมายจับในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพทั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างตำรวจ สน.บางเขน เจ้าของพื้นที่ และตำรวจกองปราบปราม ที่ทำการสืบสวน แลกเปลี่ยนข้อมูลทั้งสืบสวนและสอบสวนกันอยู่ตลอด ขอให้ฝ่ายผู้เสียหายมั่นใจ จะได้รับความยุติธรรมแน่นอน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ปัดเอี่ยวคดีฆ่าโบกปูน ตร.จ่อออกหมายจับมือฆ่า คาดปมชอบสาวคนเดียวกัน

 1,579
ข่าวภูมิภาค
28 มี.ค. 62

เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ปัดเอี่ยวคดีฆ่าโบกปูน ตร.จ่อออกหมายจับมือฆ่า คาดปมชอบสาวคนเดียวกัน

ความคืบหน้าคดีพบศพนายอัชฌา หรือขิก หนูปทุม อายุ 38 ปี ชาวจ.พัทลุง ถูกฆ่าโบกปูนใส่ในถังน้ำมัน ถูกฝังดินอยู่หลังร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านเกษตรนวมินทร์ โดยตำรวจคาดว่านายประยูน หรือจุ๊บ แก้วพยศ อายุ 48 ปี ผู้ดูแลร้านค้าวัสดุก่อสร้าง และเป็นญาติของนายอัชฌาน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับการเสียชีวิต   ต่อมา น.ส.อรอุมา หนูปทุม น้องสาวผู้ตาย เดินทางมาจากจ.สงขลา มายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ปากคำพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม โดย น.ส.อรอุมา เล่าย้อนกลับไปตั้งตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านว่า ตนพยายามติดต่อไปหานายพี่ชาย แต่ติดต่อไม่ได้ จึงผิดสังเกต เพราะพี่ชายจะโทรศัพท์มาหาลูกชายทุกวัน กระทั่งตนพยายามติดต่อไปยังนายประยูน ญาติที่พาพี่ชายมาทำงานด้วย แต่ได้คำตอบว่าพี่ชายยุ่ง จึงไม่สามารถรับโทรศัพท์ จึงเอะใจ และขอร้องให้นายประยูนแจ้งความกับตำรวจ ในวันที่ 10 มีนาคม   ทั้งนี้ยอมรับว่าตั้งแต่พี่ชายหายไป ก็สงสัยว่านายประยูนอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากไม่มีคนรู้จักที่กรุงเทพ และไม่มีนิสัยก้าวร้าวอันธพาล จึงมั่นใจว่าไม่ได้ขัดแย้งกับใคร แต่พี่ชายเคยเล่าให้ฟังว่าชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งตนเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของพี่ชาย ประกอบกับคนใกล้ชิดเคยมาพูดให้ฟังว่าผู้หญิงคนดังกล่าว เป็นคนเดียวกันกับที่นายประยูนชอบอีกด้วย จึงคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุนี้ที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้น   ขณะที่พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม ระบุมั่นใจหลักฐานที่มีสามารถขอศาลออกหมายจับนายประยูนและลูกน้องที่ร้านวัสดุก่อสร้างอีก 1 คน ที่ช่วยก่อเหตุได้ ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยเจตนา และซ่อนเร้นอำพรางศพ ขณะเดียวกันชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวทั้งคู่ เชื่อยังหลบหนีอยู่ในประเทศ แต่ก็ได้ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตม. ป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ   ส่วนจุดที่ก่อเหตุฆาตกรรมคาดว่าเกิดขึ้นภายในร้านวัสดุก่อสร้าง ก่อนนำศพไปฝังอำพรางที่ลานดินหลังร้านอาหารที่ห่างออกไปเพียง 1 กิโลเมตร ส่วนในประเด็นที่มีพยานแวดล้อมให้ข้อมูลว่า วันที่ 10 มีนาคม เจ้าของร้านอาหารที่เป็นจุดฝังศพเข้ามาขอดูจากกล้องวงจรปิด แต่พยานคนดังกล่าวไม่ได้เปิดให้ดู ซึ่งประเด็นนี้พล.ต.ต.จิรภพ ระบุว่าจะนำไปเป็นข้อมูลตรวจสอบอีกครั้ง   ทีมข่าวได้เดินทางมายังร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 500 เมตร และนายอัชชา ได้เป็นคนงานในตำแหน่งช่างซ่อมรถ และได้พบกับหนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน พร้อมเผยว่าคนตายเป็นลูกจ้างของทางร้านซึ่งมาทำงานได้หนึ่งถึงสองเดือน ตนเองไม่รู้ข้อมูลเนื่องจากดูแลอยู่เพียงหน้าร้าน แต่จะมีหัวหน้าที่คุมคนงานเป็นคนคอยดูแลเนื่องจากคนงานมีเป็นจำนวนมาก   ในระหว่างที่มีการพูดคุยอยู่นั้นได้มีชายอายุประมาณ 40 ปี โดยอ้างตัวว่าเป็นหนึ่งในเจ้าของร้านได้ออกมาพูดคุยพร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากตนเองมีกระแสข่าวพาดพิงถึงการเสียชีวิตของลูกจ้างรายนี้   พร้อมยืนยันว่าในช่วงที่นายอัชชาหายตัว ตนเองได้เดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาและเพิ่งเดินทางกลับมาจนมาทราบข่าว ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการเสียชีวิตของลูกจ้างรายนี้ ก่อนที่จะเชิญทีมข่าวออกจากร้าน ซึ่งหลังจากทีมข่าวได้เข้าพูดคุยได้ไม่นานทางร้านวัสดุก่อสร้างได้ทำการปิดร้านโดยให้คนงานเดินทางกลับทันที   ด้านพลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบมีผู้ที่เกี่ยวข้อง 2 คน คือนายประยูน แก้วพยศ คือเป็นผู้ดูแลร้าน และเป็นผู้ชักชวนพาผู้ตายมาทำงานที่ร้าน ส่วนอีกคนหนึ่งคือลูกจ้างในร้าน ซึ่งหายตัวไปจากร้าน ส่วนมูลเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งสมมติฐานไว้เป็นเรื่องชู้สาว   จากการสืบสวน พบว่านายอัชฌา คบหากับหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นเสมียนที่ในร้าน ที่นายประยูน หรือผู้ดูแลร้านเคยมีความสัมพันธ์ ขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบพยานไปแล้ว 6 ปาก ในจำนวนนี้มีพยาน 2 ปาก เป็นเพื่อนผู้เสียชีวิต และอีก 4 ปากเป็นผู้ยกถัง แต่อ้างว่าไม่รู้ ว่าในถังมีร่างผู้เสียชีวิต   ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิด ยืนยันได้ว่าก่อนเสียชีวิต ผู้ตายทำงานอยู่ในร้าน และจากการสอบพยาน พบว่าผู้ดูแลร้านมีอุปกรณ์ในการขุดดิน สำหรับการตรวจสอบสภาพศพ ขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่ามีรอยถูกทำร้ายในลักษณะใด รอยืนยันจากแพทย์อีกครั้ง เบื้องต้นตำรวจกองปราบแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าและอำพรางศพ จำนวน 2 คน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากต้องรอญาติมาแจ้งความดำเนินคดีก่อน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/dQvH4WFlqFs

 1,094
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างปัดเกี่ยวคดีฆ่าโบกปูนฝังดิน

วันที่ 27 มี.ค.62 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่พบศพนายอัชฌา หนูปทุม หรือ นายขิก ชาวจังหวัดพัทลุง ถูกฆ่ายัดถังน้ำมัน 200 ลิตร ถูกฝั่งบริเวณด้านหลังร้านอาหารที่อยู่ระหว่างสร้างใหม่ ริมถนนเทพรักษ์ พื้นที่ สน.บางเขน    โดยได้พูดคุยกับเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ที่นายอัชฌา มาเป็นลูกจ้างในร้านก่อนที่จะหายตัวไป โดยทางเจ้าของร้าน ยอมรับว่า ผู้ตายเพิ่งมาทำงานได้ 1-2 เดือน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตนั้น จะต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 5,119
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

ฆ่ายัดถังโบกปูนฝังดิน คาดฝีมือญาติห่างๆที่แจ้งหาย ให้น้ำหนักปมชู้สาว

ตร.สน.บางเขน รับแจ้งจากฝ่ายสืบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม พบมีศพถูกฝั่งบริเวณด้านหลังร้านอาหารที่อยู่ระหว่างสร้างใหม่แห่งหนึ่ง ริมถนนเทพรักษ์ ในเขตพื้นที่ สน.บางเขน หลังจากที่ฝ่ายสืบสวนสามารถยืนยันได้ว่ามีศพผู้เสียชีวิตถูกอำพรางฝั่งในดินในจุดดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ผ่านมา   โดยการตรวจสอบของตำรวจ ได้ใช้รถแบคโฮ เข้าขุดดินบริเวณด้านหลังร้าน ที่พบว่าเป็นบึงขนาดใหญ่และป่ากก ซึ่งมีเศษหินและปูนจำนวนมาก และเมื่อรถแบคโฮขุดลงไปประมาณ 3-4 เมตร พบถังน้ำมัน 200 ลิตร ถูกฝังอยู่ จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนพบศพถูกยัดอยู่ภายในถัง และมีการโบกปูนปิดทับไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้อุปกรณ์เจาะปูนเพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาตรวจชันสูตร   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ครอบครัวของนายอัชฌา หนูปทุม หรือ นายขิก ชาวจังหวัดพัทลุง ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าให้ช่วยสืบสวนกรณีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของนายอัชฌา ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม   ซึ่งก่อนหน้านี้นายประยูน แก้วพยศ หรือจุ๊บ ผู้ดูแลร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นญาติห่างๆที่ได้ชักชวนมาทำงานที่ร้านใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้เข้าแจ้งความว่านายขิก หายตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม แต่ผ่านไปหลายวันไม่มีความคืบหน้า ครอบครัวของนายอัชฌา จึงเกรงว่าจะถูกฆาตกรรม จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราบเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ จนมาพบเป็นศพถูกฆาตกรรมอำพรางดังกล่าว   ด้านพันตำรวจเอกธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ1 กองบังคับการปราบปราม ระบุว่าหลังรับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ สืบสวนหาเบาะแสนายอัชฌา ก่อนทราบว่า เข้ามาทำงานเป็นช่างซ่อมรถที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ และหลังหายตัวไป โดยพบพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่านายอัชฌา ยังอยู่ในพื้นที่ คือข้อมูลของการใช้สัญญาณโทรศัพท์   ประกอบกับตำรวจยังได้เบาะแสจากพยานแวดล้อม และพบความผิดปกติ ที่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของบางอย่างจากบุคคลหนึ่ง มาฝังบริเวณดังกล่าว รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านวัสดุก่อสร้าง พบว่ามีการบันทึกภาพนายขิกได้ขณะเข้าไปในร้าน แต่ไม่พบว่ามีภาพที่นายขิกเดินทางออกจากร้าน จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบทั้งร้านค้าวัสดุก่อสร้างและจุดเกิดเหตุจนพบศพ   เบื้องต้นตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัย คือ นายจุ๊บ ผู้ดูแลร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่หายตัวไปหลังเข้าแจ้งความคนหาย ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุขณะนี้มีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องชู้สาว แต่จะมีเรื่องอื่นหรือไม่ต้องรอการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม เเพทย์นิติเวชรพ.ภูมิพล ระบุว่าผลการตรวจชันสูตรศพเบื้องต้น ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือนายอัชฌา เนื่องจากพบบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในกระเป๋ากางเกง และพบร่องรอยถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคม 2 แห่งที่ศีรษะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ซึ่งเบื้องต้นให้น้ำหนักปมชู้สาว  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qls-jn66YdI

 5,425
สรุปข่าว
27 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 มี.ค.62 เพื่อไทยชิงแถลงตั้งรัฐบาล-แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯ-กกต.ไม่นับบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์

-เพื่อไทยนัดแถลงจับมือ 6 พรรคเสียงเกินครึ่งตั้งรัฐบาล คาดประกอบด้วยเพื่อไทย 137 เสียง อนาคตใหม่ 87 เสรีรวมไทย 11 ประชาชาติ 6 เพื่อชาติ 5 เท่ากับมีเสียงรวม 246 เสียง ยังไม่รวมเศรษฐกิจใหม่ 6 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รวมกันแล้วได้ 251 ที่นั่ง   แม้ไม่มีรายงานว่ามิ่งขวัญจะไปร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เจ้าตัวได้โพสต์เฟซยืนยันเป็นคนรักษาคำพูดและจุดยืนทางการเมือง ยันพรรคเศรษฐกิจใหม่อยู่ฝั่งประชาธิปไตย และไม่สนับสนุนสืบทอดอำนาจ   ส่วนพรรคประชาชาติ แถลงข่าวยันจะอยู่เคียงข้างประชาธิปไตยและประชาชน ด้านเสรีพิศุทธิ์ แถลงจุดยืนอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย การจัดตั้งรัฐบาลควรให้พรรคที่ได้รับเลือกตั้งอันดับ 1 หากพรรคที่ 2-3 มาจัดตั้งถือว่าเสียมารยาท ควรเคารพกติกา   ภูมิธรรม เลขาพรรคเพื่อไทยบอกอยู่ในขั้นตอนคุยกับพรรคอื่น ยกเว้นพลังประชารัฐและรวมพลังประชาชาติไทย ที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. ส่วนภูมิใจไทยคุยแล้วอยู่ในทิศทางที่ดี ส่วนกระแสข่าวให้อนุทินเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยไม่ยึดติดและไม่มีเงื่อนไข เพราะต้องการให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ การจัดตั้งรัฐบาลต้องยึดหลักปัจจัยสำคัญ ต้องได้ 251 เสียงในสภา และได้เสียง 376 ในการเสนอชื่อนายกฯ หากไม่สามารถทำได้ทั้งคู่ อาจทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เชื่อ พปชร.ยังรวบรวมเสียงได้ไม่ถึง 251 เสียง เพราะถ้ารวมได้คงประกาศตั้งรัฐบาลไปแล้ว   -สนธิรัตน์มั่นใจพลังประชารัฐจะรวมเสียงได้ในเวลาไม่นาน ตอนนี้ประสานพูดคุยกับพรรคอื่นแล้ว แต่ขอสงวนชื่อไว้ก่อน โต้สุดารัตน์ เพราะรธน.ฉบับนี้แก้ปัญหาพวกมากลากไป ต้องเคารพทุกเสียงของปชช. ที่สำคัญพลังประชารัฐ ต่างจากพรรคอื่น เพราะได้ ส.ส.จากทุกภาค ดังนั้นเสียงที่ได้รับสะท้อนความต้องการของ ปชช. พรรคเคารพเจตนารมณ์ของ รธน.   ส่วนข้อเสนอที่เพื่อไทยเสนอให้อนุทินเป็นนายกฯ สนธิรัตน์บอกก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่พปชร.ไม่ใช้วิธีแบบนี้ เพราะตอนหาเสียงกับ ปชช.บอกจะเสนอบิ๊กตู่เป็นนายกฯเท่านั้น จะไม่เอาตำแหน่งนายกฯไปแลกกับใครเพื่อเป็นรัฐบาล เพราะต้องเคารพเสียง ปชช. ยอมรับว่ามีทิศทางที่เป็นบวก แต่เร็วเกินไปmจะบอกเรื่องโควต้า รมต.   -กกต.แถลงไม่นับคะแนนบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์ พร้อมแจงข่าวลือในโลกออนไลน์หลายประเด็น เช่น ปลด 2 กกต.สลับรถขนบัตร, แกะหีบนำบัตรมานั่งนับที่เพชรบูรณ์, ทหารชะโงกดูเพื่อนลงคะแนน ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งมากกว่าคนมาใช้สิทธิ์ ชี้เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ เลยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน มีข้อขัดข้องทางเทคนิค ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน บิ๊กโจ๊กช่วยยืนยันบอกมีแฮกเกอร์   -อนุทิน พรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กจากรูปตัวเอง เป็นรูปพริกจินดาแดงหลายเม็ด กลายเป็นปริศนา เจ้าตัวตอบฮอตแอนด์สไปซี่ ร้อนแรงและเผ็ดร้อน   ด้านสรอรรถ คณะกรรมการพรรคภูมิใจไทย บอกแนวโน้มไปทางพลังประชารัฐ เพราะพรรคไม่จำเป็นต้องมี ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 ถึงเป็นแกนนำ ที่ผ่านมารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำก็มีมาแล้ว แต่ยังย้ำว่าอนุทินพร้อมเป็นนายกฯ   -รัฐบาลสหราชอาณาจักรแถลงเรียกร้องไทยให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้ง อย่างรวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ และการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างเหมาะสม สะท้อนเสียง ปชช.ผู้ลงคะแนน   เช่นเดียวกับอียูแถลงหวังว่าจะมีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุด หวังว่าประเด็นความไม่โปร่งใสต่างๆจะได้รับการสอบสวนอย่างโปร่งใส การตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามเสียงของ ปชช.   -นายกฯประกาศคืนวันศุกร์ให้ ปชช.ยกเลิกจัดรายการคืนวันศุกร์ที่จัดต่อเนื่องมา 5 ปี ต่อไปจะเป็นรายการเสนอความคืบหน้าพระราชพิธีบรมราชาภิเษก นายกฯจะพูดอีกครั้งเพื่อขอบคุณครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ให้ฟังรัฐบาลใหม่ต่อไป   -นายกฯบอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจัดรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง วันนี้สบายใจมากขึ้น ยันไม่ได้ต้องการรักษาหรือสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างเป็นไปตาม รธน. เคารพเสียง ปชช.บ้าง อย่าทะเลาะกันอีก   -แมวดำวิ่งตัดหน้านายกฯที่ทำเนียบ ตรงจุดต้นอโศกน้ำก่อนวิ่งไปหลังศาลพระภูมิ สนธิรัตน์บอกแมวไม่ได้วิ่งตัดหน้า อยู่ห่างจากนายกฯพอสมควร มองว่าเป็นแมวที่กำลังวิ่งไล่จับหนู ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแมวกำลังจะจับหนูได้ ทำให้เชื่อมโยงว่านายอนุทินชื่อเล่นชื่อหนู   -ฆ่าลูกจ้างยัดถังน้ำมันโบกปูนทับฝังดิน ทิ้งในบึงน้ำท้องที่ สน.บางเขน หลังญาติแจ้งความคนหาย คาดถูกญาติห่างๆคนที่ชวนมาทำงานและทำทีไปแจ้งความคนหายเป็นมือฆ่า ให้น้ำหนักเรื่องชู้สาว   -ลุงเพื่อนบ้านวัย 60 ปี ข่มขืน ด.ญ.13 ให้เงิน 20 ปิดปาก แถมขู่ซ้ำจะจับแม่และลูกทำเมียแล้วฆ่าทิ้ง แม่เห็นคาตาออกมาจากห้องน้ำ เด็กสะบักสะบอม ตกลงค่าเสียหาย 1.5 แสน กลับถูกขู่ ตร.บอกถ้าออกหมายเรียกครบ 3 ครั้งยังไม่มาจะออกหมายจับ   -จับแล้วหนุ่มผิวสีชาวแอฟริกาใต้ ฆ่าชิงทรัพย์สาวไทยนักธุรกิจจิวเวอรี่ หมกโรงแรมย่านบางกะปิ จนมุมที่แคนาดา เตรียมประสานส่งตัวกลับดำเนินคดีในไทย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y98T4VEzQrU

 5,195
ข่าวภูมิภาค
25 ต.ค. 60

ทำแผนอดีตรองเจ้าอาวาส สารภาพฆ่าโบกปูนชาวบ้าน เหตุโมโหทวงค่าไก่

อุดรธานี-ตร.นำตัวนายสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี อดีตพระภิกษุและเป็นรองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง บ้านหนองโสกดาว ต.โนนสูง อ.เมือง หลังจากจับกุมได้ขณะหนีไปบ้านญาติในพื้นที่พัทยา จ.ชลบุรี และนำตัวกลับมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพหลังก่อเหตุฆ่าและวางแผนโบกปูน นายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี โดยนายสงกรานต์ได้ร่วมกับอดีตสามเณรอีก 3 คนและฆ่าฝังศพและโบกปูนอำพรางศพเอาไว้   โดยนายสงกรานต์เล่าเหตุการณ์ว่า ผู้ตายเมาเหล้าเดินขึ้นมาบนกุฏิบอกขอค่าไก่ชนที่เอามาจำนวน 500 บาท แต่ตนไม่ยอมเพราะตนไม่ได้เอาจากนายวิชาญโดยตรง แต่มีชาวบ้านอีกคนนำมาขายให้ จึงเกิดทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนมีการชกต่อยกันขึ้น จนผู้ตายนอนสลบอยู่บริเวณทางลงบันไดกุฏิ ก่อนหยิบขวานฟันไปที่ใบหน้าและลำคอหลายครั้ง จนตายสนิท   ต่อมาได้เรียกสามเณรน้อยที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ด้วยลากศพไปฝังบริเวณลานวัดข้างเมรุ โดยใช้เวลาฝังกลางคืนประมาณ 5 ทุ่ม หลังจากฝังแล้วตื่นเช้าขึ้นมา จึงได้ว่าจ้างรถถมดินนำดินมากลับหลุมศพอีก 4 คันรถสิบล้อและจ้างให้รถโม่ปูนมาทับอีกชั้นหนึ่ง และบอกเจ้าอาวาสว่าจะทำกุฏิบริเวณนี้ ก่อนที่จะหลบหนีไปหาญาติที่พัทยาและถูกจับกุมได้ในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OB6nhSVxibQ  

 7,204
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

รวบแล้ว พระ-เณรฆ่าจามหัวโยมคาวงเหล้า ก่อนโบกปูนในลานวัด สารภาพฉุนโดนทวงเงินค่าไก่ชน

อุดรธานี-พบศพชายอายุ 44 ปี สภาพศพถูกฝังในลานดินของบริเวณวัด โดยมีร่องรอยถูกฝังแล้วนำปูนมาโบกปิดด้านบนของหลุมศพ เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดลงไปประมาณ 50 ซม.ก็พบร่างถูกห่อด้วยผ้าจีวรสีเหลืองสภาพศพเริ่มเน่าบริเวณศีรษะมีรอยช้ำคล้ายถูกของแข็งตีหลายแห่งและมีร่องรอยถูกฟันบริเวณลำคอด้วยจำนวน 1 แผลเจ้าหน้าที่จึงได้นำศพขึ้นมาตรวจสอบและชันสูตรศพ   ต่อมา ด.ช.เอ ซึ่งบวชเป็นสามเณรที่วัดบ้านโสกดาว ได้เปิดปากรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่า ร่วมกับพระอีก1 รูปและฆราวาสอีก 2 คน แต่ตอนนี้พระรูปดังกล่าวได้หลบหนีไปแล้ว ส่วนสาเหตุเบื้องต้น ด.ช.เอ.กล่าวว่าผู้ตายเมาสุราแล้วไปทวงถามเงินกับพระ ที่ติดค้างค่าไก่ชน แล้วเกิดทะเลาะกันมีปากเสียงและชกต่อยวิวาทกัน จนผู้ตายหมดสติ จากนั้นพระ ได้ใช้ขวานฟันที่คอหลายครั้ง จนนายวิชาญฯ ถึงแก่ความตาย จากนั้นพระได้ให้ฆราวาสและสามเณรช่วยกันนำศพไปขุดหลุมฝังดินกลบที่ท้ายวัด จากนั้นได้เทปูนลาดทับปิดก่อนหลบหนีไป   ในเวลาต่อมา ทางตำรวจได้จับกุมพระที่ก่อเหตุได้แล้ว โดยหลบหนีมากบดานกับญาติในพื้นที่เมืองพัทยา ทราบชื่อว่าพระสงกรานต์ ลงรถโดยสารบริเวณสุดเขตรับผิดชอบเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม เบื้องต้น ผู้ต้อง ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไว้ก่อนประสานตำรวจ จ.อุดรธานี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุมารับตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/wpcWxYQ_93I    

 15,339
สังคม-อาชญากรรม
28 ก.ย. 60

ลุยป่าค้นหาสาวไทย อดีตภรรยาซีม่อน ล่าสุดยังไม่พบ ญาติคาดอาจถูกฆ่าหั่นศพโบกปูน

จากกรณีที่ทางครอบครัวได้ออกมาตามหา น.ส.นันทิยา แสงอุไร อดีตภรรยาของ นายซีมอน เบตัน ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าฝังโบกปูน หลังหายตัวไปอย่างลึกลับตั้งแต่ปี 2558 นั้น   วานนี้(27 ก.ย.) นางนภา ทิมเย็น แม่ และนางยุพาพัชร์ อธิคมสิริกุล น้องสาว ของ น.ส.นันทิยา พร้อมด้วย นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความชื่อดัง เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางกรวย เพื่อวางแผนในการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่ใกล้เคียงบริเวณหมู่บ้านที่นายซีมอน และ น.ส.นันทิยา เคยพักอาศัยอยู่ โดยจุดแรกที่เข้าค้นหาคือบริเวณป่ารกร้าง ที่เป็นสวนเก่า ติดกับหมู่บ้าน   เจ้าหน้าที่ได้นำกำลัง 40 นาย เดินทางเข้าไปในป่ารกร้าง ตรงบริเวณที่ติดกับหลังบ้าน เนื่องจากมีข้อสงสัยจากทางครอบครัวว่า นายซีมอน อาจอำพรางศพด้วยการโยนข้ามกำแพงที่สูงกว่า 4 เมตร ข้ามมา ซึ่งการเดินทางเข้าไป เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดหญ้าเพื่อเปิดทาง ซึ่งจากการค้นหานานกว่า 1 ชั่วโมงก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ หรือผิดสังเกตุ   ต่อมาทางครอบครัวและญาติ ได้ขอให้เจ้าหน้าที่ ช่วยขุดดินตรงบริเวณที่สงสัยว่า นายซีมอน อาจนำศพ น.ส.นันทิยา มาฝังไว้ ภายในป่ารกร้างดังกล่าว เนื่องจากทางครอบครัวมีลางสังหรณ์ว่าศพอาจถูกฝังอยู่บริเวณนี้ ซึ่งก่อนที่จะทำการขุด นางนภา ได้จุดธูปทำพิธีเผื่อขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้เปิดทาง ตามความเชื่อส่วนบุคคล   หลังจากการขุดค้นหานานกว่า 2 ชั่วโมง ปรากฎว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ มีเพียงกระสอบทรายที่ถูกนำมาทิ้งไว้ในบริเวณดังกล่าว ครอบครัวและญาติจึงตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่ยุติการค้นหา แต่ยังมีความสงสัยว่า น.ส.นันทิยา อาจถูกอำพรางศพด้วยการโบกปูนไว้ภายในบ้าน    โดย นางยุพาพัชร์ น้องสาว เปิดเผยว่า พอใจกับการค้นหาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางครอบครัวก็คายความสงสัยตรงจุดนี้ ส่วนจุดอื่นที่ยังสงสัยคือบริเวณสะพานข้ามคลอง ที่อาจจะนำศพไปถ่วงน้ำไว้ ขณะที่ลูกชายของนายซีมอน ตนคาดว่าเขาน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่สาวตน แต่ไม่ยอมบอก และโน๊ตบุ๊คที่ยังเป็นที่สงสัยว่าภายในอาจมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ที่จะทำให้รู้ว่าเกิดอะไรกับพี่สาวตน   ขณะที่ ทนายรณรงค์ บอกว่า ตอนนี้ยังมีจุดที่สงสัยอยู่อีกประมาณ 9 – 10 จุด คือบริเวณสะพานข้ามคลอง ซึ่งตนอยากจะให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นหา ตามสะพานต่างๆ ในรัศมี 5 กิโลเมตร จากบ้านนายซีมอน เนื่องจากช่วงที่ น.ส.นันทิยา หายตัวไป ตอนนั้นนายซีมอน ใช้ยานพาหนะ คือรถจักรยานยนต์ หากจะอำพรางศพไม่น่าจะขี่ไปได้ใกล้ อีกทั้งพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายซีมอน จะลงมือหั่นศพผู้เสียชีวิต แล้วนำไปโยนทิ้งน้ำ หรือไม่ก็โบกปูน   ซึ่งในวันนี้(28 ก.ย.) เจ้าหน้าที่จะจัดกำลังชุดดำน้ำเพื่อตรวจสอบ ตามจุดสะพานข้ามคลองต่างๆ บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงหมู่บ้านของนายซีมอน แต่ยังไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LFYK4EPRsYQ  

 1,573
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ย. 60

เร่งเปิดโน้ตบุ๊ก 'ซีมอน' ตั้งรหัสล็อก 2 ชั้น หาเบาะแสเมียคนไทยหายตัวลึกลับ คาดถูกฆ่าอำพราง-หนีคดียาเสพติด

ครอบครัวได้ตามหา น.ส.ออย สาวไทยซึ่งเป็นภรรยาของนายซีมอน มือฆ่าโบกปูนตำรวจอิสราเอล ที่ถูกจับกุมพร้อมนายเบน ลูกชาย   โดย น.ส.น้ำฝน หลานสาวของ น.ส.ออย ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญและมีความสนิทสนมกันกล่าวว่า เคยคุยแชทกับน้าสาว พบว่าเตรียมไปทำธุรกิจกับฝั่งลาว เมื่อปี 58 จากนั้นก็หายตัวปริศนา ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อสอบถามไปที่นายซีมอนก็อ้างถูกจับตัวดำเนินคดีที่ลาว จากนั้นนายซีมอนได้ย้ายบ้านหนี และมาทราบว่าถูกจับคดีฆ่าโบกปูนพร้อมกับลูกชาย เมื่อไปเยี่ยมนายเบน ซึ่งเคยเลี้ยงดูกันมา พบมีพฤติกรรมแปลกไป จากคนร่าเริงกลายเป็นคนไม่พูดไม่ตอบ จึงคาดว่านายเบนและนายซีมอน 2 พ่อลูกจะต้องทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ น.ส.ออย แต่ยังไม่ยอมปริปากบอก   ทั้งนี้ครอบครัวคาดว่า น.ส.ออย คงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว คาดอาจถูกฆาตกรรมอำพราง หรือหนีคดียาเสพติด เคยไปดูหมอดูทำนายว่าตัวขาดครึ่งท่อน สภาพเปียกปอน ด้านทนายจี้ตำรวจเปิดโน้ตบุ๊กของนายซีมอน ซึ่งมีรหัสล็อก 2 ชั้น คาดจะเป็นเบาะแสของ น.ส.ออยได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bZjOvUVY7tk  

 5,814

Top