ค้นหา :

ผลการค้นหา "สีกา"

ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

ชาวบ้านขับไล่ เจ้าอาวาสวัดดังสงขลา กกสีกาพม่าคากุฏิ-บริหารวัดไม่โปร่งใส

สงขลา-ชาวบ้านกว่า 500 คน ใน ต.พะวง อ.เมือง รวมตัวกันหน้ากุฎิเจ้าอาวาส เพื่อกดดันและขับไล่ให้ พระมหาเอกชัย ชุติมนุโต เจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย ออกจากวัดโดยทันที หลังชาวบ้านได้สังเกตุเห็นมีผู้หญิงอยู่ในกุฎิพระในยามวิกาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม   อีกทั้งที่ผ่านมาชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงการบริหารเงินวัดที่ไม่โปร่งใสโดยไม่มีคณะกรรมการวัดคอยกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ   ซึ่งหลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้บุกเข้าไปตรวจสอบที่กุฏิเจ้าอาวาส พบว่าภายในกุฏิซึ่งอยู่ด้านหลังวัด พบผู้หญิงสัญชาติพม่า จำนวน 5 คน อยู่ในกุฎิ และพบพระสงฆ์สัญชาติพม่าจำนวน 2 รูป ซึ่งอยู่กุฎิติดกัน หลังจากที่เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดได้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถถามถึงสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในวัดนี้ได้เนื่องจากพูดจากันไม่รู้เรื่อง   หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่วัด ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกกลุ่มได้เข้าไปนำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสซึ่งนั่งสวดมนต์ อยู่ในศาลาการเปรียญ พร้อมกับตะโกนขับไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเจ้าอาวาสเข้าไปนั่งในรถเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน   ต่อมาเจ้าคณะตำบลพะวง พร้อมด้วยตำรวจ ได้เดินทางมาหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว โดยได้นำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาส พร้อมกับผู้หญิงสัญชาติพม่า และพระสงฆ์สัญชาติพม่า อีก 2 รูป ขึ้นรถตำรวจออกจากวัด ทันทีและยอมลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย และจะทำการย้ายวัดไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจและแยกย้ายกับกลับบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xtt-u6Pt3T8

 4,288
แชร์ออฟเดอะเดย์
09 ส.ค. 61

หลวงพ่อผวา! สีกาบุกขึ้นกุฏิขอเงินยามวิกาล วงจรปิดช่วยไม่ให้เป็นจำเลยสังคม

โลกออนไลน์ได้แชร์คลิปวิดิโอซึ่งเป็นภาพวงจรปิด แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของหญิงสาวคนหนึ่งที่บุกขึ้นมาบนกุฏิพระในยามวิกาล และเคาะประตูกุฏิแต่ไม่ใครกล้าเปิดออกมา ก่อนที่จะเดินกลับออกไป พร้อมมีข้อความระบุว่า   “เมื่อสีกาบุกกุฏิพระกลางดึก… ทำยังไงละโยม ??? เมื่อเวลาประมาณ 3 ทุ่ม วันที่ 7 ส.ค. มีผู้หญิงไม่ทราบชื่อได้เข้ามาในวัด และตระเวนไปตามกุฏิพระภิกษุ โดยมีการบุกขึ้นไปที่กุฏิที่มีพระภิกษุพักอาศัยอยู่ โดยเขาสังเกตจากที่มีการเปิดไฟ ในคลิปเป็นการบุกขึ้นมาบนกุฏินกพิราบ วัดราชาธิวาสวิหาร(คณะใต้) แต่ไม่พบพระภิกษุพบแต่ศิษย์วัดที่พักอยู่ชั้น 2 และศิษย์วัดไม่ยอมเปิดประตูให้เข้าไป   พฤติกรรมจากที่สอบถามพระรูปอื่นๆ ทราบว่าเมื่อเจอพระจะรีบพาตัวเองให้เข้าไปในกุฏิให้ได้ แล้วแจ้งว่ามีญาติเสียชีวิต ต้องการเงินเดินทางกลับบ้าน ขอเงินจากพระที่สนทนาด้วย ดังนั้นขอให้แต่ละวัดลองหาวิธีป้องกันตัวจากพฤติกรรมเช่นนี้ เพราะถ้ามีภาพถ่ายหรือคลิปอะไรหลุดไป พระภิกษุจะตกเป็นจำเลยของสังคมอย่างง่ายดาย   ป.ล. โชคดีที่คืนนี้กลับมาถึงกุฏิดึกมากเพราะการจราจรเมืองหลวงติดขัด มาพบเพียงหลักฐานจากกล้องวงจรปิด และคำบอกเล่าจากศิษย์วัด”   จากการสอบถามพระครูปลัดกวีวัฒน์ ผู้โพสต์ ทราบว่า เมื่อช่วงเช้าได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.สามเสน โดยหญิงคนดังกล่าวมีพฤติการณ์ คือ เดินเข้ามาภายในกุฏิพระยามวิกาล และเดินขึ้นไปด้านบนกุฏิ ชั้น 3 เคาะประตูเรียก แต่ไม่มีใครอยู่ จึงเดินลงมาชั้น 2 เคาะประตูห้องเรียกก็มีเพียงเด็กวัดพักอยู่เท่านั้น แต่ไม่ได้เปิดประตูให้เข้ามา ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้พูดคุยขอเงิน โดยอ้างว่าบิดาเสียชีวิต และไม่มีใครช่วยเหลือ อยากจะมาหาเงินกลับบ้านเพื่อไปงานศพบิดาเมื่อไม่ได้ก็ออกไปจากกุฏิตามที่กล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้   ทั้งนี้ ตนเคยได้ยินข่าวในลักษณะแบบนี้ จึงแจ้งให้พระรูปอื่นได้รับทราบ ก็ต้องตกใจเมื่อได้ข้อมูลว่าไม่ใช่เฉพาะกุฏิของตนที่ถูกบุกรุก แต่พระเกือบทุกรูปเจอเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน และเข้ามาในยามวิกาลเช่นกันด้วย   ด้าน พระธรรมกิตติเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสราชาธิวาสวิหาร เจ้าคณะภาค 16-17-18 ธรรมยุทธ และ ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนา เปิดเผยว่า จากการสอบลูกศิษย์ทราบว่า ผู้หญิงคนนี้เคยมาที่วัดนี้ 3 ครั้ง ส่วนใหญ่มาตอนกลางวัน ลักษณะแต่งตัวดี พูดจาไพเราะ ไม่มีท่าทีของคนวิกลจริตหรือมึนเมาแต่อย่างใด โดยจะพูดขอเงินกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เนื่องจากมีญาติเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีใครให้เงิน กระทั่งล่าสุดหญิงคนดังกล่าวได้ทำพฤติกรรมเดิมแต่เข้ามาในยามวิกาล ซึ่งไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง   สำหรับวัดนี้เมื่อถึงเวลา 22.00 น. ประตูใหญ่หน้าวัดจะปิด ส่วนภายในวัด จะไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์ที่หญิงสาวเข้ามาขอเงินในยามวิกาลนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก หลังจากนี้ต้องให้ลูกศิษย์วัดคอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hsMt-Aj9Zzg

 3,535
ข่าวภูมิภาค
27 มี.ค. 61

เจ้าอาวาสรับแล้วเสพเมถุนจริง ยอมลาสิกขา สีกาไม่เอาความเพราะมีใจรักด้วย

ศรีสะเกษ-จากกรณีที่ นางลี (นามสมมติ) ได้เข้าร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้านว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ล่วงละเมิดทางเพศจนทำให้ตั้งท้องและถูกบังคับให้ไปทำแท้ง ซึ่งทางเจ้าอาวาสวัดได้ปฏิเสธ อ้างว่าเพราะสีกาไปขอเงิน 5,000 บาทแล้วไม่ให้ จึงถูกใส่ร้ายป้ายสี ก่อนย้ายไปอยู่วัดอื่นตามคำขอของชาวบ้าน   ล่าสุด จนท.และพระผู้ใหญ่ได้ตั้งโต๊ะเพื่อเจรจาหาข้อยุติในเรื่องนี้ตามกฎหมาย โดยทางเจ้าอาวาสได้สารภาพว่าได้ยเสพเมถุนกับนางลีจริง และยินยอมลาสิกขาบท   ทั้งนี้นางลี ซึ่งเป็นผู้กล่าวหาเจ้าอาวาสวัดในครั้งนี้ ไม่ได้เรียกร้องเงินทองหรือว่าทรัพย์สินใดๆ จากเจ้าอาวาสวัดแต่อย่างใด โดยนางลี ได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่า การที่ได้ร้องทุกข์เรื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากว่านางลี มีใจรักเจ้าอาวาสวัดมาก ซึ่งหลังจากเจ้าอาวาสสึกไปแล้วจะมาเอานางลี เป็นภรรยาหรือไม่ก็ตาม นางลีก็ยังคงรักทิดสมานอย่างไม่เสื่อมคลาย และไม่ติดใจเอาความในเรื่องนี้แต่อย่างใด   ด้านตำรวจกล่าวว่า กรณีการล่วงละเมิดทางเพศเรื่องนี้ จากการสอบสวนแล้วพบว่า นางลี บรรลุนิติภาวะแล้ว และเป็นการสมยอมกัน อีกทั้งนางลีไม่ติดใจเอาความกัน ดังนั้น จึงไม่ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับอดีตเจ้าอาวาส แต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mouPNyp8Bro  

 87,168
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 มี.ค. 61

หนังคนละม้วน! สีกาอ้างเจ้าอาวาสเสพเมถุนจนท้อง-บังคับทำแท้ง ด้านพระแจงไม่ให้เงินกินเหล้า เลยสร้างเรื่องมาใส่ร้าย

ศรีสะเกษ-สีกาโวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังกันทรลักษ์กระทำชำเราจนตั้งท้อง แถมไล่ให้ไปทำแท้ง ขณะที่ชาวบ้านไล่ตะเพิดเจ้าอาวาสออกจากวัด เหตุเชื่อว่าเป็นจริงทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง ด้านเจ้าอาวาสโต้ลั่นปฏิเสธไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาเหตุเพราะสีกาไปขอเงิน 5,000 บาทแล้วไม่ให้ จึงถูกใส่ร้ายป้ายสี เตรียมดำเนินการตามกฎหมายหากไม่หยุด   โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ ถูกผู้หญิงร้องเรียนกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้มีท้อง แต่ว่าเจ้าอาวาสวัดดังกลับให้ไปทำแท้ง   ด้านผู้ใหญ่บ้านระบุ ได้รับโทรศัพท์จากนางลี (นามสมมติ) ซึ่งเป็นภรรยาของช่างวาดภาพตามผนังโบสถ์และศาลาวัด ได้ร้องเรียนกับตนว่า ถูกเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศหลายครั้ง จนทำให้ตั้งท้อง และต่อมาเจ้าอาวาสได้ให้ไปทำแท้ง แต่ไม่ทำ จึงได้มาร้องทุกข์กับผู้ใหญ่บ้าน ทางชาวบ้านจึงมาร่วมชุมนุมประมาณ 50 คน พร้อมทั้งได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ มาร่วมรับทราบด้วย   โดยตนได้ให้นางลี เล่าพฤติกรรม เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ชาวบ้านได้รับทราบ โดยได้นิมนต์เจ้าอาวาสวัดมานั่งฟังด้วย ซึ่งนางลีได้เล่าพฤติการณ์ที่โดนเจ้าอาวาสวัดล่วงละเมิดทางเพศตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในรถ ในโบสถ์ ในกุฎิพระ ซึ่งตนและผู้นำหมู่บ้าน รวมทั้งชาวบ้านทุกคนได้พากันรับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น   ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ตนได้สอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาสวัดแล้ว ท่านได้ปฏิเสธว่าไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหาและท่านไม่ได้พูดอะไรอีก ขณะเดียวกัน ทางด้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 ได้ทำบันทึกข้อตกลงขึ้นมา เพื่อให้เจ้าอาวาสวัดได้ลงนามรับทราบว่า ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ไม่ต้องการให้เจ้าอาวาสอยู่ในวัดนี้อีกต่อไป เนื่องจากเห็นว่าทำให้ชื่อเสียงของวัดมัวหมอง อีกทั้งชาวบ้านส่วนมากพากันเสื่อมศรัทธาในตัวเจ้าอาวาส   อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็นผู้นำหมู่บ้าน ยังไม่ปักใจเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะทำผิดจริง เนื่องจากว่าเป็นเพียงคำบอกเล่าของฝ่ายหญิงและไม่มีพยานหลักฐานที่จะเชื่อได้ว่าเจ้าอาวาสได้เสพเมถุนกับนางลีจริง ขณะที่ทางพนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ ก็ได้แจ้งให้ตนทราบว่าหากมีการเสพเมถุนจริงตามที่นางลีกล่าวอ้าง อีกทั้งนางลีก็มีความยินยอม ทางกฎหมายไม่สามารถจะเอาผิดได้ เพราะว่าเป็นความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย หากแต่เป็นเรื่องทางวินัยของสงฆ์ที่จะต้องดำเนินการต่อไป และเจ้าอาวาสวัดได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยยินยอมย้ายออกไปจากวัดไปอยู่ที่อื่น เพื่อเห็นแก่ความสงบ ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 23 มี.ค.61 ที่ผ่านมา   ทางด้าน เจ้าอาวาสวัดที่ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า ไม่เคยมีพฤติกรรมตามที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาแต่อย่างใด ซึ่งความเป็นจริงนั้นอาตมาได้ให้ความเมตตานางลีกับบุตรชายอายุประมาณ 3 ขวบ ที่มากินอยู่ที่วัดเป็นประจำ ทั้งให้เงินไว้ใช้สอยเล็กน้อย รวมทั้งให้ขนมแก่ลูกของนางลี เนื่องจากว่าสามีของนางลีได้ทิ้งไปมีภรรยาใหม่ แต่ตนไม่ใช่ว่าให้เงินนางลีเฉยๆ แต่ให้ช่วยทำงานวัดด้วย   ต่อมาตนเห็นว่านางลีมีพฤติกรรมชอบดื่มสุราและมักนำเอาเงินที่ตนให้ไปซื้อสุรามาดื่มกินอย่างเมามายอยู่เป็นประจำ อีกทั้งมีพฤติกรรมในการไปคบกับผู้ชายหลายๆ คน เงินที่ให้ก็เอาไปซื้อเหล้าเลี้ยงผู้ชาย ต่อมาแม่ของนางลีได้โทรศัพท์มาบอกว่า ไม่ควรจะให้เงินนางลี เพราะว่าแม่ป่วยอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ นางลีก็ไม่เคยไปสนใจดูแล ส่วนการที่นางลีบอกว่าตั้งท้อง และให้ไปทำแท้งนั้น แม่ของนางลีแจ้งว่า นางลีทำหมันแล้ว จะท้องได้อย่างไร ส่วนที่อาเจียนออกมานั้น เนื่องจากว่านางลีเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ไม่ใช่เกิดจากการอาเจียนเพราะแพ้ท้องแต่อย่างไร   เมื่อได้ทราบความจริงจากแม่ของนางลีแล้ว ปรากฏว่าต่อมา นางลีได้มาขอเงินอาตมาภาพ จำนวน 5,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพระตามบ้านนอก ซึ่งนางลีบอกว่า จะนำเอาเงินเป็นค่าเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แต่อาตมาภาพบอกว่าไม่มีเงินให้ นางลีจึงขู่ว่าหากไม่ให้เงิน จะสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีขึ้นมา อาตมาไม่ได้ทำผิดอยู่แล้ว จึงไม่กลัวและไม่คิดว่าจะมีการใส่ร้ายป้ายสีอาตมาภาพและเพื่อให้วัดสงบและไม่ให้ชาวบ้านแตกแยก เนื่องจากว่าชาวบ้านที่ศรัทธาก็มีอยู่จำนวนมากแล้วนั้น อาตมาภาพจึงได้ยอมออกจากวัด มาพักจำวัดอยู่ที่ วัดหนองตึก ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ทั้งนี้ได้ปรึกษาทนายความ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามก็พร้อมที่จะให้อภัยทานกับทุกคนอยู่แล้ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pLDJq3dO27U  

 20,920
ข่าวภูมิภาค
14 ก.ย. 60

เจ้าอาวาสวัดแจงในภาพที่สักยันต์ เป็นสาวประเภทสองไม่ใช่ผู้หญิง หลังโซเชี่ยลฯถกหนัก

     จากกรณีโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊กชื่อ "สำนักข่าวเจริญพวง" เป็นภาพพระภิกษุสักยันต์อย่างแนบชิดกับสีกา ซึ่งหลายฝ่ายสงสัยว่าการกระทำของพระรูปนี้ผิดพระวินัยหรือไม่ ต่อมาทราบว่าพระในรูปคือพระครูใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ นั้้น        ล่าสุด พระใบฎีกาเทียนชัย เปิดเผยว่า พระที่ปรากฎในภาพดังกล่าวนั้นเป็นตัวเองจริง ส่วนคนที่ได้ทำการสักยันต์ให้นั้นไม่ได้เป็นหญิงสาว แต่เป็นสาวประเภทสอง ที่ได้รับการผ่าตัดแปลงเพศแล้ว ดังนั้นก็เหมือนกับการสักยันต์ให้กับผู้ชายตามปกติ         ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เคยสักยันต์ให้กับผู้หญิงหรือสีกาแต่อย่างใด และหากสักยันต์ให้ผู้หญิงจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นความผิดร้ายแรงจนถึงขั้นต้องปาราชิก เพราะเป็นการทำให้กับผู้ที่มีจิตศรัทธา ที่ไม่ได้มีเรื่องของกามารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง         โดยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ตนไม่ได้เกิดความวิตกกังวลแต่อย่างใด และพร้อมที่จะไปชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลกับทางสำนักงานพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 7,329

Top