ค้นหา :

ผลการค้นหา "อาหารกลางวัน"

แชร์ออฟเดอะเดย์
04 ก.ค. 62

แฉคลิปอาหารกลางวันเด็ก ต้มจืดฟักวิญญาณไก่ ส่อทุจริตเอกชนรับเหมา 9 ร.ร. แต่ ผอ.เป็นแพะถูกสั่งย้าย

กรณีมีการแพร่คลิปอาหารกลางวันนักเรียน ร.ร.เทศบาลวัดมเหยงคณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่เด็กได้กินต้มฟักวิญญาณไก่ ทำให้ถูกวิจารณ์และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุกจริตเงินโครงการอาหารกลางวันนักเรียนหรือไม่   จนทาง สพฐ.ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุจริตโครงการอาหารกลางวันนักเรียน และมีมติให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวออกจากราชการ   ต่อมานายครรชิต มนูญผล รองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า เรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนสังกัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช มีคณะกรรมตรวจสอบทุกวันอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องปริมาณอาหาร ความสะอาดและถูกสุขลักษณะ ซึ่งก็ตรงตามสัญญาว่าจ้างที่ทางเทศบาลฯ ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาอาหารกลางวันนักเรียน   อย่างไรก็ตามคลิปที่มีการเผยแพร่น่าจะเกิดจากความพลั้งมือของเจ้าหน้าที่เวรตักอาหารในแต่ละวัน ที่อาจจะตักอาหารกลางวันให้นักเรียนห้องแรกๆ หนักมือไป ปริมาณอาหารจึงลดลง ทำให้นักเรียนห้องหลังๆ ได้กับข้าวน้อยกว่าปกติ เบื้องต้นตนได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เวร รวมทั้งครูที่ดูแลอาหารกลางวันในแต่ละวัน ให้ตักอาหารให้กับนักเรียนแต่ละคนในปริมาณที่เหมาะสมและเท่าๆ กัน    ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปนั้น ตนได้มีคำสั่ง ผ.อ.โรงเรียนชั่วคราว เพื่อให้ทางคณะกรรมการฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงคลิปที่เกิดขึ้น และให้รายงานผลการสอบให้ทราบภายใน 7 วัน   หลังเกิดเรื่องครูในโรงเรียนหลายคน ให้ข้อมูลว่ารู้สึกสงสารผู้อำนวยการโรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียว ปกติเป็นคนตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ ไม่เคยทุจริตในหน้าที่การงาน แต่ต้องรับกรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่อีกแค่ 3 เดือนก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว   ก่อนหน้านี้เทศบาลฯ มีนโยบายให้โรงเรียนในสังกัดทั้ง 9 โรงเรียน ส่งรายละเอียดเรื่องงบประมาณอาหารกลางวันของนักเรียนในโรงเรียน มารวบรวมที่เทศบาลฯ เพื่อต้องการประมูลอาหารกลางวันนักเรียนรวมกันครั้งเดียวทั้ง 9 โรงเรียน   แต่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนคนปัจจุบันไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเกรงว่านักเรียนอาจได้รับอาหารไม่เพียงพอ หากมีผู้รับเหมาเอกชนดำเนินการเพียงรายเดียว รับผิดชอบอาหารกลางวันนักเรียนทั้ง 9 โรงเรียน หลังจากนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนก็ถูกกดดันเรื่อยมาจนสุดท้ายผู้อำนวยการโรงเรียน ต้องยินยอมตามที่ทางเทศบาลฯ ต้องการ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้น   ทั้งนี้จากคลิปดังกล่าวที่ออกมา เกิดจากกรที่คุณครูจึงถ่ายคลิปดังกล่าวเป็นหลักฐานเพื่อให้ ผอ.เป็นข้อมูลหลักฐานในการเสนอปัญหากับผู้บริหารเทศบาลฯ แต่เรื่องกลับกลายเป็นว่า ผอ.ถูกสั่งย้ายเสียเอง   จึงอยากเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ แต่งตั้งคณะกรรมการลงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน โดยเฉพาะกระบวนการให้เอกชนเพียงรายเดียว จัดทำประกอบอาหารให้โรงเรียนสังกัดเทศบาลฯได้ถึง 9 โรงเรียน มีเหตุผลอย่างไร โปร่งใสและเป็นธรรมหรือไม่ หรือมีใครได้ผลประโยชน์จากเรื่องนี้บ้าง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/9T3Us2RfmWg  

 18,246
การเมืองเข้มข้น
12 มิ.ย. 62

รัฐบาลยัน ไม่มีคำสั่งยกเลิกอาหารกลาง ร.ร.ประถม มุ่งพัฒนาให้ดีขึ้น

วันที่ 12 มิ.ย. 62 พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข่าวรัฐบาลมีคำสั่งยกเลิกโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ มีผลนับตั้งแต่ 30 มิ.ย. เป็นต้นไป ว่า    รัฐบาลขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่าทุกอย่างยังคงดำเนินการตามปกติ เพราะเป็นโครงการที่มีความสำคัญและจำเป็นต้องมี ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยตั้งใจจะปรับปรุงโครงการอาหารกลางวันและโครงการนมโรงเรียนให้ดีขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพัฒนาการเด็กให้เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็งแรง    โดย นายกฯ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้หลงเชื่อข่าวโคมลอย พร้อมทั้งได้รับรายงานจากกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนทั่วประเทศส่งเสริมและสร้างเครือข่าย เพื่อสนับสนุนอาหารเช้าให้กับนักเรียนที่ขาดแคลน หรือนักเรียนที่ไม่ได้กินอาหารเช้ามา เพื่อให้ทุกคนเรียนหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ขอบคุณภาพ รัฐบาลไทย

 1,232
แชร์ออฟเดอะเดย์
12 พ.ย. 61

ไม่ได้เรียนอินเตอร์แต่กินแบบไฮโซ! พ่อแม่กดไลค์ กับข้าวถาดหลุมศูนย์เด็กเล็กสตูล ดูดีน่ากินสุดๆ!

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก kannika bunrod ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเด็กนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลา ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล ได้โพสต์ภาพอาหารกลางวันเด็กในถาดหลุม เป็นภาพอาหารที่ชวนรับประทานในเมนูหลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่ พร้อมระบุว่า "แค่เห็นอาหารที่ลูกกินที่โรงเรียนแล้วก็รู้สึกดีที่คิดไม่ผิดให้ลูกมาเรียนที่นี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลา กินดีกว่าอยู่ที่บ้านอีก" ทำให้มีการแชร์และชื่นชมในโลกออนไลน์จำนวนมาก จากการลงพื้นที่ของผู้สื่อข่าวไปที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บ้านท่าแลหลา ม.2 ต.กำแพง อ.ละงู จ.สตูล มีเด็กประมาณ 65 คน อายุระหว่าง2 ขวบครึ่งถึง 5 ขวบ มีครูดูแล 4 คน โดยครูผู้ดูแลบอกว่าที่ผู้ปกครองนักเรียนโพสต์ทางเฟซบุ๊กนั้น เป็นความจริง แต่รูปที่ถ่ายกับปริมาณอาหารนั้นแตกต่างกัน รูปที่ถ่ายเป็นรูปที่ทางศูนย์ถ่ายส่งให้ในไลน์กลุ่มอาหารกลางวันของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.กำแพง ซึ่งมีทั้งหมด 6 ศูนย์ เพื่อแจ้งผู้บริหาร อบต.กำแพงและผู้ตรวจสอบอาหารกลางวันเด็ก ซึ่งอยู่ในไลน์ด้วย โดยแต่ละศูนย์จะต้องแจ้งว่ามีแต่ละวันมีอาหารอะไรให้เด็กรับประทานบ้าง โดยอาหารที่เด็กรับประทานจะเหมือนกับรูปที่ส่งไลน์ แต่ปริมาณจะน้อยกว่าเพราะเด็กแต่ละคนกินไม่เหมือนกันบางคนกินน้อยบางคนกินมาก แต่ทุกคนสามารถขอเติมได้จนกว่าจะอิ่ม โดยทางคุณครูจะตักให้ เด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะจะรู้ว่าคนไหนกินมากกินน้อย สำหรับอาหารวันที่ผู้สื่อข่าวลงไปดู เป็นข้าวคลุกกะปิ ไก่หวาน น้ำซุป มีกล้วยหอมเป็นผลไม้ โดยครูผู้ดูแลบอกว่าที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านท่าแลหลาดูเหมือนกินดีกว่าที่อื่น ความจริงแล้วงบอาหารกลางวันก็เท่ากับที่อื่นคือหัวละ 20 บาท แต่ที่ดูเหมือนดีกว่าคือ พื้นที่เราติดทะเลบางมื้อคนจะเห็นว่าเป็นหมึกไข่ หมึกยัดไส้ ซึ่งอาหารทะเลสดๆเราหาซื้อได้ในราคากันเอง บางครั้งผู้ปกครองนำมาขาย จึงสามารถทำได้เราเน้นอาหารตามหลักโภชนาการ คือเมนูอาหารกับข้าว 2 อย่าง ผลไม้ และอาหารว่าง เมนูจะเตรียมไว้ 1 สัปดาห์เช่น สัปดาห์ที่ผ่านมา วันจันทร์จะเป็นไข่พะโล้กับผัดผักรวม สาลี่ อาหารว่าง ตะโก้กับน้ำเต้าหู้ / วันอังคาร ต้มกะทิกุ้งกับหอยตลับผัด แอปเปิ้ลแดง อาหารว่างคุ้กกี้โอวัลติน / วันพุธ แกงจืดปลาหมึกยัดไส้ ปลาจิงจังทอด องุ่น อาหารว่างเป็นขนมชั้น น้ำเต้าหู้ ฯลฯ ซึ่งงบที่ได้ต่อหัว 20 บาทเท่ากันแต่ที่อาหารดูอุดมสมบุรณ์เราอยู่ใกล้ทรัพยากรหรือแหล่งผลิตมากกว่า แต่ที่ศูนย์จะเน้นเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยของเด็ก รวมทั้งพัฒนาการเด็กเป็นหลัก ดีใจที่ผู้ปกครองให้ความไว้ใจส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่ และผู้ปกครองดีใจที่ทุกวันเด็กที่มาเรียนได้รับประทานอาหารที่มีคุณภาพ

 67,167
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 61

เทศบาลคลองหลวงแจงปม อาหารกลางวัน-เครื่องนอนศูนย์เด็กเล็ก ยันจ่ายงบช้าเพราะเบิกซ้ำซ้อน

เทศบาลคลองหลวง จ.ปทุมธานี ออกโรงแจงปมอาหารกลางวันศูนย์เด็กเล็ก และอุปกรณ์เครื่องนอน หลังพบผู้ปกครองร้องเรียน  ผอ.คลังยันจ่ายงบช้า หวั่นผิดกฎหมายเพราะเบิกซ้ำซ้อน ด้านผู้ปกครองย้อนถาม ถ้ามีงบเสริมทำไมต้องมาเก็บเพิ่ม   จากกรณีปมปัญหาการทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในหลายจังหวัด ซึ่งรายล่าสุดมีการร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปทุมธานี เรื่องโครงการอาหารกลางวันและชุดเครื่องนอนเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดเทศบาลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  โดยมีการแชร์ภาพอาหารกลางวันที่มีปริมาณน้อยและที่เด็กเล็กไม่มีที่นอนต้องนอนกับพื้น   ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปศูนย์เด็กเล็กวัดกล้าชอุ่ม จังหวัดปทุมธานี โดยตัวแทนครูยืนยันว่าภาพข่าวที่ปรากฎเรื่องอาหารกลางวัน ไม่ใช่ที่ศูนย์แห่งนี้ แต่เป็นที่อื่น ส่วนเรื่องที่นอนนั้น มีเด็กบางคนยังไม่มีที่นอนเพราะเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่นาน ก็มีนอนพื้นบ้าง ตอนนี้ทางต้นสักงัดกำลังจัดหา แต่รองบประมาณจากผู้บริหาร   เรื่องนี้นายนพพร ฤกษ์สังเกต รองนายกเทศมนตรีคลองหลวงชี้แจงว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะเกิดจากการจ่ายงบประมาณล่าช้า เพราะทางกองคลังและหน่วยที่เกี่ยวข้องไม่จ่ายงบประมาณ ตามที่ตั้งขอไปจำนวน 2 ล้านบาท ซึ่งงบส่วนนี้นำมาซื้ออุปกรณ์การเรียน ชุดไทย ชุดพละ อื่นๆที่นอกเหนือจากงบสนับสนุนของรัฐบาล ส่วนการเก็บเงินจากผู้ปกครองรายละ 1,200-1,500 บาทต่อปีการศึกษา ซึ่งผู้ปกครองทุกคนเข้าใจดี แต่เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจาการจ่ายงบล่าช้า ที่มีปัญหาระหว่างผู้บริหาร จนส่งผลกระทบกับเด็ก   ด้านนางสิริธัมม์ ธัมมรีวานนท์ ผู้อำนวยการคลัง เทศบาลคลองหลวง ยืนยันไม่ได้จ่ายงบล่าช้า แต่งบที่ขอเบิกมาเป็นงบซ้ำซ้อน จำนวน 2 ล้านบาท แยกเป็นชุดนักเรียน เอี๊ยม ที่นอนและอุปกรณ์ของเด็กเล็ก กระเป๋าหนังสือ หนังสือแบบเรียน และอุปกรณ์การเรียน รวมทั้งสิ้น 1,971,600 บาท งบประมาณนี้มาใช้กับเด็กนักเรียนจำนวน 406 คน     ซึ่งทางเทศบาลมองว่างบนี้เป็นการเบิกซ้ำซ้อนเพราะมีเงินสนับสนุนของรัฐบาล แล้วมีการเก็บเงินจากผู้ปกครอง แล้วมาเบิกงบส่วนน้ำอีก จึงเกรงว่าจะไม่ถูกต้องตามกฎหมายจึงชะลอเรื่องไว้ และจะเข้าปรึกษากรมการปกครองและต้นสังกัดพิจารณาก่อน เพราะหากอนุมัติไปแล้วพบว่าเป็นงบที่ไม่ถูกต้อง คนที่จะถูกดำเนินคดีก็คือคนอนุมัติ ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ทางเทศบาลก็พิจรณางบประมาณไปให้แล้ว ขึ้นอยู่กัศูนย์บริหารจัดการเด็กเล็กแต่ละศูนย์บริหารจัดการ   เรื่องที่เกิดขึ้นฝ่ายกองคลังเป็นข้าราชการ กับรองนายกเทศมนตรี คือนักการเมือง ซึ่งไม่ใช่การบริหารงานผิดพลาดล่าช้า แต่เป็นการตรวจสอบความถูกต้อง   เรื่องการเก็บเงินเพิ่มกับผู้ปกครองนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามกับคุณกอล์ฟ ผู้ปกครองเล่าว่า ถูกเรียกเก็บเงิน 1,500 บาท ครูบอกว่าเป็นเงินซื้ออุปกรณ์การเรียน ที่นอกเหนือจากงบรัฐสนับสนุน แต่ก็แปลกใจว่า ศูนย์เด็กเล้กที่อื่นไม่มีการเก็บแบบนี้ แต่ก็ได้รับอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และเครื่องนอน เหมือนกัน ส่วนเรื่องอาหารกลางวัน ไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกกินอย่างไรเพราะต้องทำงาน อยากขอให้จนท.ที่เกี่ยข้องเรื่องนี้ทำอะไรคิดถึงเด็กบ้าง   ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ศูนย์เด็กเล็ก ซอยคุณพระ เป็นอีกแห่งในสังกัดเทศบาลคลองหลวง หลังพบว่าภาพอาหารกลางวันเด็กที่มีปริมาณน้อย เป็นภาพที่ศูนย์แห่งนี้ แต่คุณครูในศูนย์ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่าไม่ใช่ที่ศูนย์นี้   ทางผู้สื่อข่าวสอบถามผู้ปกครองเด็กที่เรียนในศูนย์นี้ โดยคุณตาน้องสแตมป์ เปิดภาพอาหารกลางวันให้ผู้สื่อข่าวดู เล่าว่าบางวันเมนูเป็นไข่พะโล้ มีหมูชิ้นเล็กๆชิ้น ผลไม้1ชิ้น บางวัน ก็เป็นข้าวกับกุนเชียงชิ้นเล็กๆ และแอปเปิ้ล 2 ชิ้น ซึ่งอาหารที่ให้เด็กจะตักให้ทีละน้อยก่อนแต่หากไม่อิ่มก็เพิ่มได้ ภาพอาหารกลางวันที่แชร์ก็คล้ายๆกับสถานที่ที่ศูนย์แห่งนี้   ส่วนเงินที่ทางศูนย์เก็บเพิ่มจำนวน 1,200 บาท ทางผู้ปกครองก็เต็มใจจ่ายเพราะนำไปซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมการเรียนที่นอกเหนือจากงบของรัฐบาล แต่ไม่เคยรู้ว่ามีงบของเทศบาลเพิ่มมาอีก ซึ่งหากมีงบมาสนับสนุนแล้ว ทำไมต้องมาเก็บกับผู้ปกครองเพิ่ม แล้วงบประมาณเกือบ2ล้านมันเยอะมากกับเด็ก 406 คน    เรื่องนี้ก็ต้องรอตรวจสอบว่าแท้จริงแล้วเป็นการเบิกงบซ้ำซ้อนและเกินความจำเป็นหรือไม่และที่สำคัญ ปัญหานี้เด็กได้รับผลกระทบโดยตรง จาการบริหารจัดการของผู้ใหญ่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mpvrH3PqkSc

 3,734
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 61

เด็ก ร.ร.จุฬาภรณราชวิทยาลัย ร้องเรียนเจอแมลงวัน-แมลงสาบปะปนในอาหาร ต้องซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากินแทน

ลพบุรี-จนท.ลงพื้นที่โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัยเพื่อตรวจสอบ หลังจากที่มีผู้ปกครองนักเรียน รวมถึงนักเรียนบางกลุ่มได้ร้องเรียนว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนไม่มีคุณภาพ และมีแมลงวัน แมลงสาบ และอื่นๆปะปนมาด้วยแทบทุกมื้อ ทำให้นักเรียนต้องหาอาหารด้วยการซื้อจากสหกรณ์โรงเรียน ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊ก อื่นๆมารับประทานแทน   โดยจากการเดินสำรวจยังพบว่ากลุ่มนักเรียนนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกระป๋อง และโจ๊ก บริเวณม้านั่งหินอ่อน หลังจากนั้นได้เดินตรวจโรงอาหารพบว่ามีแมลงวันมากจริงและเข้ามาสู่โรงอาหาร จากการเปิดเข้าเปิดออกของนักเรียนจึงเตรียมแก้ไขด้วยการทำโครงเชื่อมต่อระหว่างโรงครัวและโรงอาหารเพื่อปิดไม่ให้แมลงวันเข้ามาได้   ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอาหารของโรงเรียนว่ามีคุณภาพหรือไม่นั้น ได้มอบหมายให้ทางเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 5 นำเจ้าหน้าที่นิติกรลงตรวจบัญชีการเงินของโรงเรียนจุฬาภรณ์ย้อนหลัง และลงพื้นที่ตรวจแหล่งซื้อวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร และสรุปผลเสนอให้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานภายใน7-15วัน เพื่อจะได้ทราบข้อมูลว่ามีการทุจริตหรือไม่   สำหรับเงินค่าอาหารกลางวันของนักเรียนโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ในแต่ละเทอมจะได้งบจัดสรรอยู่ที่คนละ 12,000 บาทต่อคน ต่อเทอม ซึ่งแต่ละวันนักเรียนจะมีค่าอาหารวันละประมาณ 100 บาทต่อคน ต่ออาหาร 3 มื้อ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W9TFwxkKyww

 3,432
ข่าวภูมิภาค
13 มิ.ย. 61

สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เซ่นปมฉาวทุจริตอาหารกลางวัน

สุราษฎร์ธานี-ผจว.และศึกษาธิการจังหวัด เห็นชอบให้ ผอ.ร.ร.บ้านท่าใหม่ ที่มีการทุจริตโครงการอาหารกลางวัน ต้องให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา ออกจากราชการไว้ก่อน ตามความเห็นของ สพฐ.เขต 2 พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการโดยเร็วที่สุด   โดยเบื้องต้นพบว่าการซื้อของในโครงการอาหารกลางวันน่าจะไม่ครบตามจำนวนที่ระบุตามรายการเบิกจ่ายเงิน แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าในแต่ละวันเงินหายไปจำนวนเท่าไร โดยขอรวบรวมเอกสารให้แน่นหนาและครอบคลุมมากขึ้นก่อนจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการส่วนกลางพิจารณาตามลำดับ   ขณะที่ จ.พิจิตร มีการออกหนังสือคำสั่ง ขอตัวช่วยราชการ ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน หลังพบมีความผิดปกติมีการจัดซื้อสินค้า เพื่อมาประกอบอาหารกลางวัน ให้กับเด็กนักเรียน มีน้ำหนักไม่ครบตามจำนวน ตามใบสั่งซื้อของโรงเรียน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร กำชับให้เร่งทำรายงานชี้แจง แต่กลับนิ่งเฉย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lxs9JZGdbkE

 2,258
สังคม-อาชญากรรม
11 มิ.ย. 61

สาวไส้ ผอ.ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา เจอทุจริตอีก 5 โครงการ ลอบขายน้ำอัดลมให้เด็ก

ความคืบหน้าปมทุจริตอาหารกลางวันเด็กโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ที่ ผอ.ให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา   ล่าสุดทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฏร์ธานีเขต 2 ได้สืบสวนหาข้อเท็จจริง ส่งเอกสาร 600 หน้าให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแล้ว ซึ่งจะเร่งพิจารณาตรวจสอบและหารือผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะมีความเห็นสั่งการภายในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาขั้นตอนเกี่ยวกับนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ต่อไป   รายงานข่าวแจ้งว่า การสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนของผู้ปกครองพบมีมูลการทุจริต จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่   1.โครงการตั้งเสาไฟฟ้าในโรงเรียน จำนวน 8 ต้น แต่มีจริง 6 ต้น   2.โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตในโรงเรียน มีการเบิกงบประมาณซ้ำซ้อนและนำเงินจากการจัดงานการกุศลไปด้วย รวมเกือบ 3 แสนบาท   3.โครงการอาหารกลางวันที่เป็นปัญหาจัดอาหารไม่มีคุณภาพและมีการทุจริตจัดซื้อวัสดุ   4.การขายผลผลิตปาล์มน้ำมันไม่นำเงินรายได้เข้าโรงเรียน   5.การจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งห้ามไว้ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นความผิดวินัยร้ายแรงทั้งสิ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3_52mbim1fs

 8,657
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 61

แฉอีก ร.ร.ขนมจีนคลุกน้ำปลา ขายขนมปังให้เด็ก หาเงินเป็นค่าอาหารครู - สร้างโรงเลี้ยงไก่ แต่เด็กไม่ได้กินไข่สักฟอง

จากกรณีทุจริตอาหารกลางวัน ให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลา ล่าสุดทางเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์แฉต่อเนื่อง เป็นภาพขนมปั้งปิ้งโรยน้ำตาลชิ้นละ 5 บาท  โดยระบุว่า   "ถามความเห็น ขายแผ่นละ 5 บาท มันโอไหม   ขนมของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของตำนาน #ขนมจีนคลุกน้ำปลา ผอ.ให้ครูขายให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานีบอกว่าทำขายเด็กเพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้ครู และเพื่อให้เด็กได้กินขนมที่มีประโยชน์   #อาหารกลางวันเด็ก #โรงเรียนบ้านท่าใหม่ #สุราษฏร์ธานี #ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน #กัดไม่ปล่อย 61-06-002   นอกจากนี้ยังมีกรณีโครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน แต่เด็กไม่เคยได้กินไข่สักฟอง ส่อเค้าทุจริตอีก   "ผอ. กินไก่   โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ได้ของบประมาณทำโครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เพื่อเป็นอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน มีการสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ 200 ตัว แต่ปรากฎว่า เด็กไม่ได้กินไข่ซักฟอง ผอ.เอาไปขายหมด เงินก็ไม่เข้าโรงเรียน ตอนหลังเหลือไก่ 62 ตัว ผอ.ก็เอาไก่ไปขาย แต่เงินก็ไม่รู้หายไปไหนอีก ปัจจุบันเหลือแต่โรงเรือนร้างสภาพผุพัง   หลังประเด็นขนมจีนคลุกน้ำปลากลายเป็นเรื่องฉาว ผอ.เอาเงิน 18,000 บาท มาให้เข้าบัญชีโรงเรียน แต่ไม่มีครูกล้ารับ เงินก้อนนี้ไปอยู่ในมือ “ครูแมว” ซึ่งเป็นหลาน และเป็นมือเป็นไม้ขายขนม ขายน้ำในโรงเรียน ให้กับ ผอ.   #ผอ_กินไก่ #โครงการไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวัน #ขนมจีนคลุกน้ำปลา #สพป_สุราษฎร์ธานี #โรงเรียนบ้านท่าใหม่ #สุราษฏร์ธานี #ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน #กัดไม่ปล่อย 61-06-002 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jJBE6I46e8w

 19,682
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
07 มิ.ย. 61

เปิดสูตรอาหารกลางวันเด็กสไตล์ 'ชูวิทย์' งบ 20 บาท/คน ไม่ต้องกินขนมจีนคลุกน้ำปลา

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามประเด็นฉาวทุจริตงบประมาณค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในหลายพื้นที่ จากจุดเร่มต้นที่เริ่มการแฉให้เด็กกินขนมจีนคลุกน้ำปลาที่ จ.สุราษฎร์ธานี         ก่อนลามมาพบในโรงเรียนอีกหลายจังหวัด ทั้งผัดมาม่าที่อ่างทอง ต้มข่าไก่ติดก้นหลุม จ.ลพบุรี ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหาร และส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายและสมองของเด็ก   ทั้งนี้ชูวิทย์ขอเสนอสูตรอาหารกลางวันสไตล์ชูวิทย์ งบ 20 บาท/คน ได้แก่ แกงจืดผักกาดเต้าหู้หมูสับ 4.67 บาท ข้าว 2.40 บาท ไก่ทอดกระเทียม 4.95 บาท ขนม 3 บาท รวมต้นทุน 15.02 บาท/คน เหลือ 4.98 บาท เป็นค่าแรง ค่าแก๊ส ฯลฯ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RO1962SACPk    

 25,776
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ก.ย. 60

ผอ.อนุบาลขอนแก่น เพิ่มผู้ประกอบการอีก 1 เจ้า แก้ปัญหาอาหารกลางวันบูด

จากกรณี เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์เรื่องราว อาหารกลางวันของเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาล ใน จ.ขอนแก่น ที่บูดเสียติดต่อกันสองวัน ทำให้นักเรียนหลายคนมีอาการท้องเสีย จนกลุ่มผู้ปกครองต้องเข้าร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ทหาร ให้ช่วยเข้ามาตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าวโดยเร่งด่วย   ล่าสุดวานนี้(14 ก.ย.) โรงเรียนที่เกิดเหตุ คือ โรงเรียนอนุบาลขอนแก่น มีการประชุม ร่วมกับ ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น รวมทั้ง ผู้ประกอบการ ที่รับผิดชอบเรื่องอาหารของโรงเรียน   โดนนายอภิชาต นาเลาห์ ผอ.โรงเรียน ได้กล่าวขอโทษผู้ปกครองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยทางโรงเรียนได้แก้ปัญหาโดยการเพิ่มผู้ประกอบการ จาก 1 ราย เป็น 2 ราย เพื่อแก้ปัญหาทำอาหารไม่ทันเวลาอาหารเที่ยง และลดภาระจากผู้ประกอบการรายแรก ที่ต้องรับผิดชอบอาหารจำนวนมากๆ เชื่อว่าจะทำให้ดูแลเรื่องคุณภาพอาหาร และความสะอาดได้ดีกว่าเดิม หากยังพบปัญหาขึ้นอีกในอนาคต ทางโรงเรียนจะยกเลิกสัญญากับผู้ประกอบการทันที และหาผู้ประกอบการรายอื่นมาทำอาหารแทน   ด้าน นางพิมพ์ณัฐยา จันทวฤทธิ์ ผู้ประกอบการ ที่รับผิดชอบทำอาหารกลางวันให้ทางโรงเรียน ก็กล่าวขอโทษต่อผู้ปกครอง บอกว่าเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถตอบกับที่ประชุมได้ว่าอาหารบูดเกิดจากสาเหตุใดกันแน่   ในขณะที่ นางสุภลักษณ์ เมฆินทร์อนุกูล ประธานผู้ปกครอง ร.ร.อนุบาลขอนแก่น ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ตนเชื่อว่าสาเหตุที่อาหารบูด ไม่ได้คุณภาพ น่าจะเป็นเพราะแม่ครัวรีบปรุงอาหารให้ทันเวลา ซึ่งอาหารก็มีปริมาณมาก ไม่สามารถปรุงอาหารให้สุกได้ทั้งหมด สังเกตจากเนื้อไก่ในต้มยำบางชิ้นก็ยังไม่สุก ยังมีเลือดแดง ๆ อยู่ที่ชิ้นไก่ ประกอบกับภาชนะใส่อาหารก็ไม่แห้งสนิท บางอันมีคราบอาหารเก่าติดอยู่จำนวนมาก   นางสุภลักษณ์ ยังกล่าวทั้งน้ำตาอีกว่า ตนมีลูกเพียงคนเดียว หากลูกของตนเป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ รวมทั้งเวลาเกิดเหตุการณ์แต่ละครั้ง โทรมาแจ้งกับทางโรงเรียนก็ไม่มีการแก้ไขอะไร ทางผู้ปกครองจึงยื่นข้อเสนอต่อทางโรงเรียนทั้งหมด 5 ข้อ ได้แก่   1. ขอทราบเมนูอาหารในแต่ละวัน 2. ขออนุญาตให้ผู้ปกครองสุ่มตรวจอาหารทุกสัปดาห์ สับดาห์ละ 1-2 ครั้ง 3.ขอให้ทางโรงเรียนช่วยเหลือเยียวยา ในเรื่องค่ารักษาพยาบาล นักเรียนที่ป่วยจากเหตุการณ์นี้ 4. ขอให้โรงเรียนจัดทำโรงครัวที่เก็บภาชนะ จัดจุดล้างจานให้ดี ให้สะอาด ขอให้เข้มงวดเรื่องการทำความสะอาดภาชนะ ไม่ให้มีคราบอาหารติดอยู่อีก 5 .ช่วยกวดขันเรื่องความสะอาดของห้องน้ำ เพราะเด็กบางคนไม่กล้าเข้าห้องน้ำทำให้เด็กท้องผูกกลับบ้านประจำ   ซึ่งข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนี้ นายอภิชาต ผู้อำนวยการโรงเรียน ก็รับปากว่าจะดำเนินการให้ตามที่ขอ และจะไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำขึ้นอีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vHCAcmlVTSk  

 5,445
แชร์ออฟเดอะเดย์
14 ก.ย. 60

เพจดังแฉ ร.ร.อนุบาลในขอนแก่น ทำอาหารกลางวันบูด 2 วันติด เด็กท้องเสียหลายราย ผู้ปกครองร้อง คสช. ตรวจสอบ

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ภาพภายในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ใน จ.ขอนแก่น เป็นภาพเด็กนักเรียน ถือถาดหลุมรอกินอาหารกลางวัน แต่ภาพอื่นๆแสดงให้เห็นว่า ข้าวสวย รวมทั้งกับข้าวซึ่งเป็นต้มยำไก่ อยู่ในสภาพที่น่าสงสัยว่าจะเน่าเสียแล้ว ต้มยำมีฟองขึ้น รวมทั้งข้าวก็มีสีเปลี่ยนไป โดยในเพจเขียนข้อความระบุว่า    “เด็กนักเรียน รร.อนุบาลแห่งหนึ่งในขอนแก่น กำลังนั่งดูอาหารว่าง เนื่องจากอาหารบูดมาสองวันแล้ว ต้มยำไก่ฟองฟอดและข้าวเน่า เหม็นบูด ครูต้องห้ามนักเรียนไม่ให้กิน ไม่งั้นมีหวังท้องเสียยกห้องแน่ๆ รร.ขนาดใหญ่ มีนักเรียนเกือบสี่พันคน ถ้าเกิดปัญหาขึ้น โรงพยาบาลจะพอรับเด็กมั้ย ใครจะรับผิดชอบ”   ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้(13 ก.ย.) ผู้สื่อข่าว จ.ขอนแก่น รายงานว่า ตัวแทนคณะผู้ปกครองโรงเรียนดังกล่าว ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียน ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน คสช.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า ทางโรงเรียนทำอาหารกลางวัน ให้กับเด็กโดยที่ไม่ถูกสุขลักษณะ นานหลายสัปดาห์ จนทำให้นักเรียนมีอาการท้องเสีย ต้องลาหยุดอย่างต่อเนื่อง โดยมี เจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น,กลุ่มงานส่งเสริมอาหารปลอดภัย เทศบาลนครขอนแก่น และ อัยการทหาร มทบ.23 เข้ารับเรื่องและดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง   นางสุภลักษณ์ เมฆินทร์อนุกูล ตัวแทนคณะผู้ปกครอง เปิดเผยว่า  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ( 11 ก.ย.) บุตรชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 กลับบ้านมาเล่าให้ฟังว่า อาหารกลางวันของโรงเรียน ซึ่งเป็นข้าวสวยกับไข่พะโล้ บูด เน่าเสีย กินไม่ได้ ตนจึงสอบถามไปยังผู้ปกครองคนอื่นๆ ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็บอกว่าทราบเรื่องจากบุตรหลานเหมือนกัน พร้อมยังบอกว่านักเรียนหลายคนต้องลาหยุด เพราะมีอาการปวดท้อง, ท้องเสีย จากการรับประทานอาหารกลางวันของโรงเรียน   จนกระทั่งวันอังคารที่ผ่านมา ผู้ปกครองตัดสินใจไปถามกับทางโรงเรียน ตอนที่ไปถึงเป็นช่วงที่นักเรียนกำลังจะรับประทานอาหารกลางวันพอดี เมนูเป็นต้มยำไก่ กับข้าวสวย ซึ่งก็พบว่า ต้มยำไก่บูด มีฟองลอยขึ้นมาจำนวนมาก ข้าวสวยในหม้อก็บูด ผู้ปกครองจึงไปขอพบผู้บริหาร   ทางรองผู้อำนวยการ ก็บอกว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน โดยการให้แม่ครัวทำข้าวไข่เจียวมาให้เด็กรับประทานแทน เฉพาะชั้น ป.5 และ ป.6 ส่วนระดับชั้นอื่นๆ ทางผู้ปกครองไม่ทราบว่าโรงเรียนจัดการอย่างไร  แต่หลังจากเกิดเหตุ ผู้ปกครองก็รวมกลุ่มกันเข้าร้องต่อเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบแก้ไขปัญหา ผู้ปกครองยืนยันว่าไม่ต้องการจะเอาผิดกับทางโรงเรียน แต่ต้องการให้แก้ไขเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน   ด้านพันโท โรมรัน สารสมัคร รองหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน มทบ.23 เปิดเผยว่า ทราบว่าอาหารกลางวันของโรงเรียนดังกล่าว มีการเปิดประมูลให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการ ทำอาหารสกลางวันส่งให้ทางโรงเรียน ซึ่งหลังได้รับการร้องเรียน ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหาร, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด, เทศบาลนครขอนแก่น และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสุขอนามัยของโรงเรียน ทั้งเรื่องการปรุงอาหาร, จุดวางภาชนะสำหรับการรับประทานอาหาร, ร้านค้าต่างๆในโรงเรียน, ห้องน้ำ รวมทั้งห้องเรียน โดยจะมีการลงพื้นที่ในวันนี้(14 ก.ย.)   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/n1WH3CP5s-Q    

 16,318

Top