ค้นหา :

ผลการค้นหา "ค่าเช่าบ้าน"

ข่าวภูมิภาค
19 พ.ย. 62

สาวอ้างได้รับสิทธิ์จัดงานสะพานข้ามแม่น้ำแคว รับจองแผงร้านค้า ก่อนเชิดเงินล่องหน พ่อค้า-แม่ค้าหอบหลักฐานแห่แจ้งความกว่า 60 ราย

วานนี้ ( 18 พ.ย.) นายสมชาย นางสุนันทา ราชสิงโห สองสามีภรรยา ชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี อาชีพขายก๋วยเตี๋ยวและอาหารจานเดียว นำพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดอ่างทอง และอีกหลายแห่ง จำนวน 60 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ “แม่เพชร” ในข้อหาช่อโกง   เนื่องจากก่อนหน้านี้ แม่เพชร ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในวงการ โดยอ้างว่าได้รับสิทธิ์จากจังหวัดกาญจนบุรี ให้บริหารพื้นที่ร้านค้า สวนสนุกและเวทีคอนเสิร์ต ในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว และงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2562 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พ.ย.-2 ธ.ค.62 รวม 10 วัน โดยหากพ่อค้าแม่ค้ารายใดต้องการเช่าล็อคเพื่อขายของขอให้นำเงินมามัดจำล็อค ละ 10,000 บาท โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะเพื่อรับเงินมัดจำอยู่ที่บริเวณศาลเจ้าแม่กาหลง ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรี เริ่มเก็บค่ามัดจำตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.-20 ต.ค.     เมื่อบรรดาพ่อค้าแม่ค้าทราบข่าว จึงทยอยนำเงินมามัดจำ แม่ค้าบางรายขอเช่าจำนวน 5 ล็อคบ้าง 7 ล็อคบ้าง 10 ล็อคบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาปรากฏว่า แม่เพชร ไม่ได้รับสิทธิ์จากจังหวัดกาญจนบุรี ให้บริหารพื้นที่ร้านค้า สวนสนุกและเวทีคอนเสิร์ต แต่อย่างใด ทำให้ทุกคนต้องสูญเสียเงินรวมกันกว่า1,200,000 บาท   โดยระหว่างนั้นนายกรวงศ์ วินิจ อายุ 61 ปี นางสุจินดา วินิจ 55 ปี และนางสาวภัทรานิษฐ์ วินิจ 30 ปี สามพ่อแม่ลูกได้มารอกลุ่มแม่ค้าอยู่แล้ว โดยทั้ง 3คน เป็นเจ้าหน้าที่ที่ แม่เพชร จ้างมาให้ตั้งโต๊ะเก็บเงินค่ามัดจำให้ ซึ่งทั้ง 3 พ่อแม่ลูกได้นำตรายาง รวมทั้งบิลรับเงิน และภาพถ่ายของ แม่เพชร ที่มารับเงินสด รวมทั้งนำเอกสารสลิปการโอนเงินผ่านธนาคารให้กับแม่เพชร มามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ซึ่งการเดินทางมาพบกลุ่มผู้เสียหาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ   หลักจากพนักงานสอบสวน ลงบันทึกประจำวันแล้วเสร็จ คณะทั้งหมดได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่บริเวณชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีนางพรพิมล สงวนแก้ว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ได้ให้ผู้เสียหายแต่ละคนให้ปากคำอย่างละเอียด  

 272
สังคม-อาชญากรรม
02 เม.ย. 62

ทนายวัดย่านตลิ่งชัน ล็อคกุญแจขังพ่อแม่ลูก หลังค้างค่าเช่าบ้านนับ 10 เดือน

ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน รับแจ้งเหตุคนถูกขังอยู่ในบ้านเช่าในชุมชนวัดชัยพฤกษ์มาลาราชวรวิหาร ย่านตลิ่งชัน จึงรุดเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮาส์สองชั้น ด้านล่างเปิดเป็นร้านถ่ายรูป พบประตูเหล็กหน้าบ้านถูกล่ามโซ่และล็อคกุญแจไว้จากด้านนอก   โดยภายในบ้านมีครอบครัวหนึ่งอาศัยกันอยู่ 4 คน พ่อแม่ลูก ถูกขังอยู่ภายในบ้านออกไม่ได้ ทราบภายหลังว่าผู้ที่ล็อคกุญแจนั้น เป็นทนายความประจำวัดชัยพฤกษ์มาลาราชวรวิหาร เหตุเพราะครอบครัวดังกล่าวค้างค่าเช่าบ้านหลายเดือน จึงได้นำตัวทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำที่ สน.ตลิ่งชัน   นายเกรียงไกร ฤทธิ์เจริญ ทนายความประจำวัดชัยพฤกษ์ฯ เล่าว่า ครอบครัวนี้เช่าบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดเดือนละ 5,000 บาท แต่ปัจจุบันค้างค่าเช่ามา 10 เดือนแล้ว ที่ผ่านมาได้มีการทวงถามมาตลอด แต่ก็ได้รับการปฏิเสธและขอผลัดผ่อนเรื่อยมา กระทั่งล่าสุดได้ทำสัญญาร่วมกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า จะชำระค่าเช่าส่วนหนึ่ง จำนวน 40,000 บาท ภายในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา โดยในสัญญาระบุชัดเจนว่าหากไม่ชำระตามเวลาที่กำหนด ทางวัดจะนำกุญแจมาล็อคบ้านทันที แต่เมื่อครบกำหนดตามสัญญาก็ยังไม่ได้รับค่าเช่า   เช้าวานนี้ (1 เม.ย.) ตนจึงได้เข้ามาทวงค่าเช่าอีกครั้ง แต่ทางผู้เช่าก็ยังไม่ชำระโดยอ้างว่าไม่มีเงิน ตนจึงนำโซ่และกุญแจมาล็อคบ้านทันที ซึ่งก่อนล็อคตนได้เรียกให้ครอบครัวนี้ออกมาจากบ้านแล้วแต่ไม่มีใครยอมออกมา ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุแต่อย่างใด   ด้านนายปัณณวิชญ์ อินทร์สุวรรณ์ ผู้เช่าบ้านหลังดังกล่าว เล่าว่า ตนได้เช่าบ้านหลังนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา กระทั่งปีก่อนตนพาอดีตภรรยาและลูกติดของอดีตภรรยาอีก 2 คนมาอยู่ด้วย จึงทำให้มีภาระเพิ่มขึ้น ทั้งเศรษฐกิจฝืดเคือง รายรับไม่ค่อยมี ตนจึงไม่มีเงินชำระค่าเช่าบ้าน   ตนยอมรับว่าค้างค่าเช่าบ้านหลายเดือนจริง แต่การที่ทางวัดล็อคกุญแจขังตนและครอบครัวแบบนี้เป็นการกระทำที่ค่อนข้างเกินกว่าเหตุ ซึ่งขณะที่ทนายความของวัดมาทวงค่าเช่านั้น มีลูกค้ากำลังรอรับรูปอยู่ภายในร้านด้วย ซึ่งตนได้ขอเจรจาแล้วแต่ทนายความไม่ยอมฟัง   หลังจากตนและครอบครัวถูกขังอยู่ในบ้านประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ตนจึงโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ พอตำรวจมาถึงได้แจ้งว่า การกระทำของทนายความเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยว สามารถเป็นคดีอาญาได้ จากนั้นจึงได้เชิญตัวทั้งสองฝ่ายไปสอบปากคำที่สน.ตลิ่งชัน   ร.ต.อ ไชยวัฒน์ นามจันดา รองสารวัตรสอบสวน สน.ตลิ่งชัน เผยว่า เบื้องต้นทั้งสองฝ่ายได้เจรจาไกล่เกลี่ยกันแล้ว โดยทางทนายของวัดยื่นข้อเสนอว่า ให้ผู้เช่าอยู่ต่อได้อีกหนึ่งเดือน แต่ต้องจ่ายค่าเช่าของเดือนนี้ 5,000 บาท พร้อมค่าเช่าที่ค้างอีก 40,000 บาท รวมเป็น 45,000 บาท ภายในสิ้นเดือนนี้ หากไม่ชำระตามสัญญาก็จะต้องย้ายออกทันที โดยทางนายปัณณวิชญ์ก็ยินยอมตามนั้น และไม่ติดใจเอาความกรณีถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AhpJue27bYQ

 9,217
เศรษฐกิจ
25 ม.ค. 62

คนกรุงอยู่ยาก! ค่าครองชีพพุ่ง อ่วมค่าอาหาร-เช่าบ้านแพงขึ้น ทะยานขึ้นอันดับ 2 อาเซียน

นัมเบโอ เว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านค่าครองชีพที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดเผยดัชนีค่าครองชีพทั่วโลก ปี 2562 โดยคำนวณจากค่าสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าอาหารในร้านอาหาร ค่าเช่าที่พักอาศัย และกำลังซื้อของประชากรในเมือง พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน อยู่ที่ 55.43 จุด รองจากสิงคโปร์ อยู่ที่ 69.79 จุด   โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าบ้านอยู่ที่ราว 2.1 หมื่นบาท/เดือน ส่วนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คน ไม่รวมค่าเช่าบ้าน อยู่ที่ 7.58 หมื่นบาท/เดือน   สำหรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดของคนกรุงเทพฯ ในปีนี้ คือค่าอาหารในร้านอาหาร คิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 80 บาท/มื้อ และค่าเช่าที่พักอาศัย โดยอพาร์ตเมนต์ 1 ห้องนอน ใจกลางเมือง มีค่าเช่าเฉลี่ยที่ 2.14 หมื่นบาท/เดือน   นอกจากนี้ ภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ยังติดอยู่ในเมือง 10 อันดับแรกที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน อยู่ที่ 48.85 จุด 45.30 จุด และ 43.42 จุด โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าบ้านใน 3 เมืองดังกล่าวอยู่ที่ 1.8 หมื่นบาท/เดือน 1.7 หมื่นบาท/เดือน และ 1.6 หมื่นบาท/เดือน ตามลำดับ   สำหรับเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกปีนี้คือ เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 131.37 จุด โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าที่พักอาศัย อยู่ที่ราว 4.94 หมื่นบาท/เดือน   ขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในเอเชียคือ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 88.45 จุด โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายบุคคล ไม่รวมค่าเช่าที่พักอาศัย อยู่ที่ราว 3.5 หมื่นบาท/เดือน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/fC-DFye9mao  

 27,073
การเมือง
21 พ.ย. 61

รัฐจัดหนักทุ่ม 1 แสนล้าน ช่วยคนจนส่งท้ายปี นายกฯยันช่วยเพราะเห็นใจ ไม่ใช่แจกเพื่อการเมือง

รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดหนักจัดใหญ่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทุ่มเงินงบประมาณกว่า 1 แสนล้านช่วยเหลือคนจน หรือผู้มีรายได้น้อย โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แถลงว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน 4 มาตรการ   1.บรรเทาภาระค่าน้ำค่าไฟ ตั้งแต่เดือน ธ.ค 61- ก.ย 62 (10 เดือน) ในอัตราค่าไฟ 230 ต่อครัวเรือนต่อเดือน และค่าน้ำ 100 ต่อครัวเรือนต่อเดือน สำหรับผู้ถือบัตรคนจน 8.2 ล้านครอบครัวใช้เงิน 27,060 ล้านบาท   2.สนับสนุนค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี 500 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียวในเดือน ธ.ค 61 ให้ผู้ถือบัตรคนจน 14.5 ล้านคน ใช้เงิน 7,250 ล้านบาท   3.ค่าเดินทางรักษาพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ อายุ 65 ปีขึ้นไป คนละ 1,000 บาทเพียงครั้งเดียวในเดือน ธ.ค. 61 จำนวน 3.5 ล้านคน ใช้เงิน 3,500 ล้านบาท   4.ช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค 61- ก.ย 62 10 เดือน สำหรับผู้สูงอายุที่เคยมีประวัติลงทะเบียนว่ามีการเช่าบ้านอยู่แล้ว จำนวน 2.3 แสนคน ใช้เงิน 920 ล้านบาท   รวมค่าใช้จ่ายในมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 38,730 ล้านบาท   ด้านอธิบดีกรมบัญชีกลาง นายสุทธิรัตน์ รัตนโชติ บอกด้วยว่า ครม. เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือข้าราชการเกษียณ ที่รับบำนาญแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ   1.ข้าราชการบำนาญสามารถนำบำเหน็จตกทอด 30 เท่าของเงินเดือน มาใช้เป็นบำเหน็จดำรงชีพได้เป็นครั้งที่ 3 ได้อีก 1 แสนบาท มีผู้ได้สิทธิ 6.59 แสนคน ใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท   2.เติมเงินข้าราชการบำนาญที่ได้บำเหน็จน้อยต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้เป็น 1 หมื่นบาท จำนวน 5.27 หมื่นคน ใช้เงิน 558 ล้านบาท   ขณะที่กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นายฉัตรชัย ศิริไล บอกว่า ครม. เห็นชอบให้ ธอส. จัดทำโครงการ “บ้านล้านหลัง” ภายใต้วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยแบ่งเป็น   1.วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัย 5 หมื่นล้านบาท ให้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีผู้กู้รายได้ไม่เกิน 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-5 คงที่ 3.00 % และกรณีผู้กู้รายได้เกิน 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 คงที่ 3.00 % โดยถ้ากู้เงิน 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรก เริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,800 บาท   2.วงเงินที่เหลืออีก 1 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ต้องมีบ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 40 % ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการ อัตราดอกเบี้ย MLR – 1.25% ต่อปี เฉพาะกรณีสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท   ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ยืนยันว่าออกมาตรการเพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เพราะเห็นใจ และจะทยอยเพิ่มให้อีกเรื่อยๆ รวมทั้งคนที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะถ้าให้ทีเดียว รัฐบาลตัองแบกรับภาระหนี้สิน แต่ขอสื่ออย่าเขียนว่า “แจกๆๆ เพื่อการเมือง”   เช่นเดียวกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ที่ออกโรงปฏิเสธว่ามติ ครม.เพิ่มเงินบัตรคนจนเมื่อวานนี้ ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะคิดมานานเพิ่งจะเสร็จในช่วงนี้พอดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Y5IEHc8uKAs

 14,394
เศรษฐกิจ
13 ก.ย. 60

ครม.ปรับค่าเช่าบ้านให้ ขรก.เพิ่ม 2,500-6,000 บาท/เดือน เพิ่มค่าตอบแทนครู ร.ร.เอกชนสอนเด็กพิการ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้เพิ่มค่าเช่าบ้านของสวัสดิการข้าราชการตามที่กระทรวงการคลังเสนอจะมีข้าราชการที่ได้ปรับค่าเช่าบ้านกว่า 2 ล้านราย จากอัตราค่าเช่า 800-4,000 บาทจะปรับเป็น 2,500-6,000 บาท หรือเพิ่มงบประมาณรัฐวงเงิน 1,500 ล้านบาท/ปี หรือใช้ประมาณ 4,500 ล้านบาท/ปี จากอัตราปกติใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท/ปี โดยจะมีผลหลังจากพระราชกฤษฎีกาออกมา นอกจากนี้เตรียมแผนระยะ 20 ปีเพื่อสร้างบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย   นอกจากนี้ยังได้อนุมัติหลักการเรื่องปรับค่าตอบแทนพิเศษครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน  ให้เท่ากับครูที่สอนนักเรียนพิการในโรงเรียนของรัฐ เพิ่มขึ้น 2,500 บาทต่อเดือน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OAbBooAWjD8  

 13,033

Top