ค้นหา :

ผลการค้นหา "ชัยยะสยบไพรี"

สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 61

ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 'กระเทาะเปลือกถั่ว' ทลาย 3 เครือข่ายค้ายาดัง 'มันส์ทุกเม็ด-แฝดนรกคิสเนอร์-จูน บ่อดิน'

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศีรวรขาน รองผบ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวาชัย ผู้ช่วยผบ.ตร.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส.ปฏิบัติการชัยยะ สยบไพรี 61/7 MDS : Mission Dark Social 'กระเทาะเปลือกถั่ว' เพื่อดำเนินการกวาดล้าง ปราบปราม จับกุม และทำลายเส้นทางการเงินของนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ รวมทั้งกลุ่มเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังให้หมดสิ้น กำหนดการปฏิบัติการหเวงวันที่ 12 กรกฎาคม-31 สิงหาคม 2561   โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 15 หน่วยงาน จำนวน 1,533 นาย มีผลการจับกุม 206 คดี ผู้ต้องหา 243 ราย ตรวจยคดของกลาง ยาบ้า 16,253,076 เม็ด ไอซ์ 467 กิโลกรัม กัญชา 499 กิโลกรัม กระท่อม 1,230 กิโลกรัม เฮโรอีน 800 กรัม อาวุธปืน 16 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 177 นัด วัตถุระเบิด 1 ลูก ตรวจยึดทรัพย์สินรถยนต์ 52 คัน รถจักรยานยนต์ 10 คัน บ้านพร้อมที่ดิน 22 หลัง โฉนดที่ดิน 15 แปลง ทองรูปพรรณ เงินสด และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่าทั้งหมด 338,851,343 บาท โดยมีเครือข่ายสำคัญ 3 เครือข่ายได้แก่   1.เครือข่ายมันส์ทุกเม็ด ทำการค้ายาเสพติดโดยใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้า ในลักษณะเป็นการขายตรง โดยจะให้ลูกค้าสมัครเข้ามาเพื่อรับยาเสพติดไปจำหน่ายก่อน แล้วให้ทำการชำระค่ายาเสพติดผ่านบัญชีธนาคาร กรณีลูกค้าไม่ชำระค่ายาเสพติด ก็จะส่งบุคคลในเครือข่ายไปทวงหนี้และทำร้ายแล้วถ่ายเป็นคลิปวีดีโอ และโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเพื่อข่มขู่กลุ่มลูกค้าที่ค้างค่ายาเสพติดให้เกิดความหวาดกลัว จนทำให้กลุ่มเครือข่ายสามารถขยายฐานลูกค้ายาเสพติดได้อย่างรวดเร็ว   มีนายปัณณวิชญ์ ประทุม ชื่อเล่น หนุ่ม ชื่อในวงการยาเสพติด ชื่อโก๋ หรือ แก่ ใช้ชื่อเฟซบุ๊ก ก.โก๋ มันทุกเม็ด ชาวพิจิตร เป็นหัวหน้าขบวนการ และมีหน้าที่ควบคุมการขายยาเสพติดในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ต่อมานายปัณณวิชญ์ ประทุม ได้ดำเนินการค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมมือกับผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.พิษณุโลก จนกลายเป็นกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ เป็นที่รู้จักของนักค้ารายย่อย,นักเสพยาเสพติด,นักเที่ยวกลางคืน ทั่วทั้งพื้นที่ในชื่อกลุ่มมันทุกเม็ด   ต่อมานายปัณณวิชญ์ ประทุม ทราบว่าตนเองและเพื่อนมีหมายจับคดียาเสพติด จึงได้ชักชวนกลุ่มเพื่อนที่ทำการค้ายาเสพติดหลบหนีไปอยู่ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ โดยรับยาเสพติดมาจาก เครือข่ายของนายวีระ หมื่นจะดา และยังทำการค้ายาเสพติดผ่านทางเฟซบุ๊กอย่างต่อเนื่อง   2.เครือข่ายแฝดนรกคิสเนอร์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง รวม 60 เป้าหมาย สามารถจับกุมนายพงศกร นายภูวิศ นายวิทย์ถะมน , น.ส.ศิริลักษณ์ ได้ตามหมายจับ สำหรับนายศุภชัย หรือมิก ถึงแก่ความตายไปก่อนหน้านี้ ส่วนนายชัยวุฒิ หรือแม๊ก และนายธงชัย หลบหนี   ซึ่งจากการสืบสวนติดตามเชื่อว่า หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านตรงข้ามอ.แม่สาย จ.เชียงราย ของไทย ต่อมาพนักงานสอบสวน ชุดวิเคราะห์ข้อมูลฯ และฝ่ายสืบสวน บก.ปส.2 ยังคงดำรงการสืบสวนและขยายผลทราบว่ากลุ่มเครือข่ายนี้ใช้วิธีให้นอมินีเปิดบัญชีแทน และใช้บุคคลในเครือข่ายตีสนิท บุคคลใกล้ชิดทั้งสิ้น มีการอำพรางใส่ชื่อคนอื่นเพื่อปิดบังกรรมสิทธิ์ เจ้าของ ที่แท้จริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายธงชัยหรือธง ผณินทร พร้อมพวกทั้งหมด 8 ราย   3.เครือข่าย จูน บ่อ ดิน ซึ่งเป็นเป้าหมายในแผนการปฏิบัติการ POISON TREE หรือแผนปฏิบัติการต้นไม้พิษ ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะโครงข่ายการโอนเงินที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 บก.ปส.4 มีการจับกุม น.ส.ดิสรัตน์ หรือดรีม โชคกิจ (ผู้ต้องหาที่ 1) และน.ส.พัทธมนหรือนุ๊ก ดีอ้น (ผู้ต้องหาที่ 2) พร้อมของกลางยาบ้า ประมาณ 120,000 เม็ด และได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยตรวจสอบความเชื่อมโยงทางบัญชีเงิน จนนำมาซึ่งการออกแผนปฏิบัติการในครั้งนี้   นอกจากนี้ยังมีผลการจับกุมของทางบก.ปส.3 จำนวน 2 คดีได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 7 ราย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ 32 กิโลกรัม รถยนต์ 5 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง โดยจะนำส่งบช.ปส.ดำเนินการต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CUh4uqmb6Lk

 2,869
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
28 ส.ค. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 28 ส.ค.61 พิสูจน์คดีเกาะเต่า-ปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี-ซีอีโอนกแอร์ลาออก-แก๊งโจรอุ้มหมา

-คดีแหม่มสาวอ้างโดนข่มขืนที่เกาะเต่า ผบ.ตร.สั่งบิ๊กโจ๊กลงพื้นที่วันนี้ พิสูจน์ความจริง ข่มขืนจริงหรือไม่-ปม ตร.ไม่รับแจ้งความ ชี้หาก นทท.สาวกุเรื่องจะถูกขึ้นแบล็คลิสต์ไม่ให้เข้าประเทศ เจ้าของที่พักบอก วางยาข่มขืนลักทรัพย์ แต่ไม่รีบแจ้งความเพราะจะไปฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน ผบ.ตร.ขอเวลา 7 วันสอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง   -พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำทีมปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 'กะเทาะเปลือกถั่ว' ลุยค้นเครือข่ายยาทั่วประเทศ 141 จุด ทลาย 3 เครือข่ายใหญ่ มันส์ทุกเม็ด-แฝดคิสเนอร์-จูน บ่อดิน ยึดของกลางและทรัพย์สินได้ 2,400 ล้านบาท เปิดร้านขายยางรถยนต์บังหน้า ด้าน น้องชายกานต์ อดีตเมียเสก โดนด้วยรับแค่เสพ ด้านพี่สาวโพสต์ยันผิดว่าไปตามผิด   -คสช.ประชุมพิจารณาคลายล็อควันนี้ คาดคลายให้ 6 ประเด็นส่วนใหญ่เป็นงานธุรการ แต่ยังไม่ให้หาเสียง ประวิตรชี้เห็นความชัดเจนเดือน ก.ย. สุเทพ เทือกสุบรรณ รอผลพิจารณา เข้าใจ คสช.อยากให้ประเทศสงบ   -ประวิตร ตอบปมนโยบายเพื่อไทยหาเสียงเลือกตั้ง วางแผนยกเลิกโครงการเรือดำน้ำ/เกณฑ์ทหาร ตอกกลับว่ารอให้ได้เป็นก่อนค่อยมาดูกัน   -อภิสิทธิ์มองสื่อมวลชนกับนักการเมืองกระทบกระทั่งกันได้เป็นเรื่องปกติ เพราะนักข่าวสายการเมืองตั้งคำถามตามอารมณ์ความรู้สึก กระแสสังคม ทำให้คนตอบอึดอัดบ้าง ชี้ประยุทธ์ไม่ได้มีเจตนาต่อว่านักข่าว แต่คนเป็นผู้นำต้องระมัดระวังคำพูด   -สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ปัดข่าว รมว.พาณิชย์-อุตสาหกรรม เตรียมลาออกไปลงเลือกตั้ง ชี้เป็นข่าวไม่มีมูล ทั้ง 2 ยังทำงานสำคัญอยู่ ไม่ได้ลาออก   -ปิยะ ยอดมณี ลาออกจาก CEO และทุกตำแหน่งจากสายการบินนกแอร์ หลังทำงานได้ 11 เดือนแทนพาที สารสิน นกแอร์ตั้งประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการแทน   -ธปท.เตรียมหารือธนาคารพาณิชย์ ให้โอนเงินฟรีค่าธรรมเนียมผ่านพร้อมเพย์ จาก 5 พันบาท เป็น 7 แสนบาท รองรับการทำธุรกรรมขนาดใหญ่   -นายกฯเป็นประธานกดปุ่มสร้างรถไฟฟ้าโมโนเรล สายสีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง และสายสีชมพูแคลาย-มีนบุรี   -กระทรวงคลังเลื่อนปรับขึ้นภาษีบุหรี่ไปอีก 2 ปี ระบุตลาดบุหรี่ไทยขายได้น้อยลง คนหันไปซื้อบุหรี่ต่างประเทศ การยาสูบแนะให้เกษตรกรชาวไร่ใบยาสูบปลูกพืชอื่นทดแทนพืชอื่นเช่น กัญชงและกัญชา เพื่อใช้ในการแพทย์ อาหารเสริม หลัง ครม.มีมติเปิดช่อง   -ไล่ล่า 2 สามีภรรยา แก๊งโจรอุ้มหมา ใช้หมาบังหน้าตีสนิทร้านค้าทำทีซื้อของ ตระเวนลักทรัพย์ ทำมาหลายพื้นที่ใน กทม.และปริมณฑล ต่อเนื่องมาตั้งบแต่ปี 46 ยึดได้ของกลางเพียบ แต่ 2 โจรแสบไหวตัวหนีหาย   -พ่อค้าน้ำข้าวหมากร้องกรมสรรพสามิต ถูกจับกุมในงาน OTOP ต่อหน้าคนจำนวนมาก โดนเรียกค่าปรับ 5 หมื่นบาท พ่อค้ายันมีใบประกอบการเป็นสินค้า OTOP และเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ทนายอัจฉริยะพาร้องความเป็นธรรม จับตาการทำหน้าที่สรรพสามิตบุรีรัมย์   -ทัพนักกีฬาบริดจ์ คว้าเหรียญเงินให้ทีมชาติไทย หลังแพ้ทีมชาติจีนในรอบชิงฯ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช สร้างสถิติเป็นนักกีฬาไทยที่อายุมากที่สุดในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งนี้ที่ได้เหรียญรางวัล ในวัย 74 ปี   -เนวิน ชิดชอบ วิเคราะห์ผลงานทีมชาติไทยที่ตกรอบเอเชียนเกมส์ ตั้งข้อสงสัยนักเตะบางคนไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวหลักของสโมสร แต่กลับได้ติดทีมชาติ มองอาจมีขบวนการเอเย่นต์เสนอนักเตะเพื่อให้ได้ติดทีมชาติ แต่ไม่เลือกนักเตะตามผลงาน ชี้ผลงานย่ำแย่ไม่ได้ผิดที่นักบอล แต่เป็นที่ผู้ใหญ่ ด้านสมาคมเตรียมปลดโค้ชโย่งสัปดาห์หน้า   -ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ แมนยูฯฟอร์มบู่ พ่ายสปอร์ส 0-3 ทำให้แมนยูพ่าย 2 นัดติดต่อกัน ขณะที่สเปอร์สชนะ 3 นัดรวด ขึ้นรองจ่าฝูง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/t_qt1E0-Kqs

 3,262
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 61

ตำรวจ ปส. บุกจับเครือข่ายยาเสพติด ‘มันส์ทุกเม็ด’

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด รวบเครือข่ายยาเสพติด ‘มันส์ทุกเม็ด’ คาโรงงานจำหน่ายยางรถยนต์ย่านกระทุ่มแบน โดยเครือข่ายดังกล่าวใช้เฟซบุ๊ก ตีตลาดกลุ่มวัยรุ่นให้สมัครสมาชิกขายตรงยาเสพติด พบมีสมาชิกในเครือข่ายกว่า 9,000 คน 20,000 กว่าบัญชีเฟซบุ๊ก ขยายพื้นที่ครอบคลุมกว่า 30 จังหวัด   วันนี้ (27 ส.ค.) ชุดสยบไพรี ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมกำลังคอมมานโด กองปราบปรามฯ นำอาวุธครบมือ พร้อมหมายศาล บุกจับนายรุ่งโรจน์ จิรัฐิติกาลพันธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับฐานฟอกเงินเกี่ยวกับยาเสพติด และอั้งยี่ ภายในโรงงานจำหน่ายยางรถยนต์ล้อแม็กซ์ และ อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ตามปฎิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 ก่อนยึดทรัพย์ทั้งตัวโรงงานและทรัพย์สินที่อยู่ภายในโรงงานทั้งหมด    โดยก่อนหน้าได้เข้าตรวจค้นบ้านเดี่ยว ในหมู่บ้านหรู ย่านพุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นบ้านของนายรุ่งโรจน์ พบภรรยาของนายรุ่งโรจน์ อยู่ภายในบ้าน แต่ยังไม่มีหมายจับ แต่เจ้าหน้าพบความเชื่อมโยงของบัญชี จึงอายัดไปตรวจสอบก่อน    ขณะที่นายรุ่งโรจน์ อ้างว่า บริษัทแห่งนี้สร้างเสร็จได้เพียง 6 เดือน ได้เงินจากธุรกิจเพียง 2 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนที่ตำรวจพบมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ขอไปชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาล   ด้าน พลต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจสืบทราบว่า นายรุ่งโรจน์ ได้รับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดมันส์ทุกเม็ด เครือข่ายยาเสพติดสำคัญรายใหญ่ของประเทศ ก่อนนำมาเงินมาฟอกผ่านธุรกิจซื้อขายยางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ โดยมีเงินหมุนเวียนในบัญชีปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท    โดยเครือข่ายยาเสพติดมันส์ทุกเม็ด เป็นเครือข่ายยาเสพติดขนาดใหญ่ ที่มีลักลอบจำหน่ายยาเสพติดผ่านโซเชียลมีเดีย จากเครือข่ายยาเสพติดของ ‘หมื่นจะดา’ โดยตรง ซึ่งในช่วงระยะเวลา 1 ปี มีการขยายเครือข่ายไปกว่า 30 จังหวัด สมาชิกกว่า 9 พันคน และมีบัญชีผู้ใช้งานเฟสบุ๊คที่เกี่ยวข้องอีกหลายหมื่นบัญชี   ขณะที่ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า เครือข่ายยาเสพติดนี้ จะจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้วิธีการเดียวกันกับการทำธุรกิจขายตรง ที่มีโฆษณาหาลูกค้าผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก หรือ ไลน์ พร้อมมีแม่ข่ายกระจายตัวอยู่ตามจังหวัดต่างๆ จากนั้นหากต้องการเข้าร่วม ให้ส่งบัตรประชาชนพร้อมที่อยู่ปัจจุบันให้กับแม่ข่าย เพื่อรับยาเสพติดไปจำหน่ายก่อนชำระเงิน แต่หากไม่จ่ายเงิน จะมีชุดติดตามทวงหนี้ เข้าดำเนินการ ซึ่งบางครั้งจะมีการทำร้ายร่างกาย หรือที่เรียกว่าทวงหนี้โหดข้อมูลทางการสืบสวนของตำรวจ ยังพบด้วยว่า เงินจากการค้ายาเสพติดของเครือข่ายนี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกส่งคืนให้กับหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติดภาคเหนือ ส่วนที่สอง นำไปปล่อยกู้นอกระบบ ส่วนที่สาม ฟอกเงินผ่านธุรกิจจำหน่ายยางรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง ที่เข้าจับกุมในวันนี้ รวมทั้งที่จังหวัดพิษณุโลกอีก 2 แห่ง    ซึ่งโรงงานทั้งหมดที่ตำรวจเข้าจับกุม พบว่า จะมีการจำหน่ายยางในราคาต่ำกว่าท้องตลาดกว่าเท่าตัว เพื่อให้จำหน่ายสินค้าให้ได้จำนวนมาก สอดคล้องกับบัญชีเงินหมุนเวียนที่ผิดปกติสำหรับหัวหน้าแก๊งมันส์ทุกเม็ด หลังถูกตำรวจออกหมายจับ พบว่า ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน กับเครือข่าย หมื่นจะดา ซึ่งเป็นผู้ส่งยาเสพติดโดยตรงให้กับเครือข่ายนี้    นอกจากการจับกุมนายรุ่งโรจน์ ยังมีการเปิดปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/7 ตรวจค้นเป้าหมายทั่วประเทศ 26 จังหวัด รวมกว่า 141 เป้าหมาย โดยเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 25 - 27 ส.ค. 2561   

 20,296
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 61

'สมหมาย' นำทีมปฏิบัติการ 'ชัยยะสยบไพรี 61/7' ล้างบางเครือข่ายค้ายารายใหญ่

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ดีเดย์เปิดปฏิบัติการ ชัยยะสยบไพรี 61/7 ที่บ้านพักแห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งยังไม่ทราบว่าตรวจค้นพบอะไรบ้าง หลังมีการประชุมวางแผนและสืบสวนเก็บข้อมูล ลุยล้างเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ระดับประเทศ มอมเมาเยาวชน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายร้อยล้านบาท   มีการจัดหาตัวแทนค้ายาผ่านโลกโซเชียล มีโปรโมชั่นให้เครดิตนำยาไปขายก่อนจ่ายทีหลัง พบตัวการใหญ่หนีหมายจับออกไปตั้งฐานบัญชาการที่ประเทศเพื่อนบ้าน ประสานเครือข่ายในไทยหน้าฉากเปิดร้านขายรถมือสองและปล่อยเงินกู้ แต่เบื้องหลังใช้ฟอกเงินจากยาเสพติด ซึ่งทาง ตร.จะแถลงผลหลังการตรวจค้นต่อสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xmMyRSPvPKY

 3,280
สังคม-อาชญากรรม
07 มี.ค. 61

บุพเพสันนิวาสแรงไกลถึงแวดวงสีกากี! พล.ต.ท.สมหมาย หยอดมุก 'ออเจ้า' แถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี

ด้วยความแรงของละครบุพเพสันนิวาส ทางช่อง 3 ของแม่หญิงการะเกดและคุณพี่หมื่น ที่โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน ยังส่งผลให้ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) นำคำฮิตอย่างออเจ้า, 5 บาท มากล่าวกับผู้สื่อข่าว ขณะแถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/4 หลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายค้ายาเสพติดทั่วประเทศ 30 จุดอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/N196qRLspSM    

 17,653
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

ปส.เปิดปฏิบัติการ 'ชัยยะสยบไพรี 60/6' บุกจับ 'เอกอ้วน' พ่อค้ายาตัวการใหญ่

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังตำรวจพร้อมชุดสยบไพรีบุกจู่โจมจับนายจิรัฏฐ์ เพ็ญโสภณวิชญ์ หรือฉายาเอกอ้วน อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติด สามารถจับกุมได้ที่บ้านพักภายในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 43 จุด ตามปฎิบัติการ ชัยยะ สยบไพรี 60/6 ผลพวงของความโลภ หลังการสืบสวนของตำรวจทราบว่า 'เอกอ้วน' เป็นตัวการใหญ่ระดับสั่งการในเครือข่ายยาเสพติดทำหน้าที่รวบรวมออเดอร์ยาเสพติดจากภาคเหนือ   ขณะเข้าค้นตำรวจได้แสดงตัวและพยายามเข้าไปในบ้านแต่ไม่มีผู้ลงมาเปิดประตู ตำรวจจึงใช้อุปกรณ์งัดประตูเข้าไปจับนายจิรัฏฐ์หรือเอกอ้วน ได้ภายในห้องนอนบนชั้นสองของบ้าน พร้อมแสดงหมายจับข้อหาสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ โดยนายจิรัฏฐ์ ให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา   แต่จากการตรวจค้นภายในบ้านพักพบตู้เซฟ ภายในมีเงินสดกว่า 6 ล้านบาท สมุดบัญชีมีเงินหมุนเวียนกว่า 60 ล้านบาท / รถยนต์ 2 คัน ประกอบด้วยรถเบนซ์ ฮอนด้าซีวิค ทองคำแท่ง น้ำหนัก 20 บาท โฉนดที่ดิน 4 ฉบับ ทั้งในเขตตลิ่งชัน และต่างจังหวัด รวมทรัพย์สินต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท   พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการจับไอซ์ 400 กิโลกรัม โดยสืบสวนพบมีผู้สั่งการผ่านโทรศัพท์มือถือโดยใช้ซิมโทรศัพท์ที่ซื้อจากชายแดนลงทะเบียนโดยชาวต่างชาติประเทศเพื่อนบ้าน จึงสืบสวนจนพบว่าผู้ที่ใช้ซิมโทรศัพท์ดังกล่าวคือ เอกอ้วน   สำหรับเอกอ้วน ถูกจับเมื่อปี 2547 ในคดียาเสพติด แต่ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องจึงพ้นคดีเมื่อปี 2555 และยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยทำหน้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างยาเสพติดกับเงิน ทำหน้าที่สั่งยาจากจังหวัดเชียงราย เอามาพักที่กรุงเทพมหานคร ก่อนส่งยาเสพติดไปยังพื้นที่ภาคใต้ และเครือข่ายนี้คาดว่ามีเงินหมุนเวียนกว่าพันล้านบาท    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pf94uTX2IB0    

 6,666

Top