ค้นหา :

ผลการค้นหา "ล้าน"

เศรษฐกิจ
20 ต.ค. 60

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหมุนเงินเข้าเศรษฐกิจชุมชนแล้ว 1,700 ล้านบาท

ร้านค้าประชารัฐในเขตปริมณฑลยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว หลังประชาชนแห่ใช้สิทธิ์รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ขณะที่กระทรวงพาณิชย์มั่นใจติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็คทรอนิกส์ได้ครบ 18,000 ร้าน ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ระบุล่าสุดมีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบเศรษฐกิจชุมชนแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท   นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ร้านค้าชุมชนในซอยวัดด่าน ย่านสำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ โดยพบว่า ประชาชนทยอยมาใช้สิทธิ์รูดบัตรซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก ส่งผลให้ยอดขายของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นหลายเท่า ซึ่งจากการประเมินการจับจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศ ขณะนี้มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าระบบเศรษฐกิจชุมชนแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท และจากความร่วมมือของสมาคมธนาคารไทยที่ประสานให้ธนาคารที่เป็นสมาชิกทุกแห่ง เข้าร่วมดำเนินการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็คทรอนิกส์ หรือ EDC ในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจว่าภายในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถติดตั้งเครื่อง EDC ได้ครบ 18,000 ร้านตามเป้าหมาย ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาจำนวนร้านค้าที่รับบัตรสวัสดิการมีไม่เพียงพอได้ ส่วนปัญหาสัญญาณของเครื่อง EDC ที่ยังขัดข้องในบางพื้นที่ ก็ได้กำหนดจุดให้เข้าไปเพิ่มเครื่องส่งสัญญาณเพื่อแก้ปัญหาแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินการดำเนินโครงการในช่วง 1 เดือนแรก เพื่อรายงานให้รัฐบาลรับทราบ โดยจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงเงินภายในบัตรและเงื่อนไขการใช้ภายใน 3 เดือนนี้ ดังนั้น แนวคิดการโยกเงินค่าเดินทางมาเพิ่มเป็นค่าใช้จ่ายรูดซื้อสินค้าจึงเป็นเพียงข้อเสนอที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเท่านั้น    ด้านนายสุรัตน์ พิมพ์ไชยา เจ้าของร้านบุ๊กบิ๊ก ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกในชุมชนซอยวัดด่าน สำโรงเหนือ ระบุว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมานับจากวันแรกที่เริ่มรับบัตร 17 ตุลาคมนั้น ยอดขายเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากปกติที่ขายได้เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 บาท ก็เพิ่มขึ้นเป็นวันละ 10,000 - 20,000 บาท ซึ่งบัตรดังกล่าวทำให้ประชาชนหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าในชุมชนมากขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 70 คน ทำให้ทางร้านต้องสต็อคของเพิ่มขึ้น เนื่องจาก บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ได้ทุกชนิด และทุกตราสินค้า ยกเว้นในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งสุรา และสินค้าฟุ่มเฟือย โดยผู้มีรายได้น้อยเองก็พอใจโครงการดังกล่าว เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพได้ ส่วนปัญหาที่พบเป็นเรื่องของระบบอินเทอร์เน็ตที่ขัดข้องเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะช่วงที่มีผู้มาซื้อสินค้าจำนวนมาก   

 13,456
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

ศาลฯให้ประกันตัว 'สรยุทธ' ยื่นหลักทรัพย์ 5 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ รายงานตัวทุก 3 เดือน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 12 ก.ย.60 เวลา 16.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา  และกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา หลังจากที่เช้าวันนี้ (12 ก.ย.) ได้มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตฎีกาซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฎีกาและสำนวนคดีทั้งหมดส่งให้ศาลฎีกาแล้ว   โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท   ซึ่งคาดว่านายสรยุทธ จะเดินทางออกจากเรือนจำภายในคืนนี้ โดยสื่อมวลชนและทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ ต่างไปรอบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษในครั้งนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 64,889

Top