ค้นหา :

ผลการค้นหา "สาดน้ำกรด"

สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ย. 61

สบส.ชี้ รพ.พระราม 2 ผิด 5 กระทง ปมไม่รับสาวโดนสาดน้ำกรด เตรียมส่งฟันอาญา

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส.แถลงถึงมติคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้มายื่นหนังสือร้องเรียนโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าปฏิเสธการรักษาและมีบริการทางการแพทย์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจนทำให้หญิงอายุ 38 ปีซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต   จากที่พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมข้อมูลขณะเกิดเหตุทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพกล้องวงจรปิดและสอบถามปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เสนอต่อคณะอนุกรรมการการพิจารณาเรื่องร้องเรียนซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสำนักงานอัยการสูงสุด และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน หลังทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง   มีมติให้ส่งเรื่องจากคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีดำเนินการเปรียบเทียบปรับในความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาในความผิดที่มีอัตราโทษเกิน 1 ปีขึ้นไปในความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ. ศ. 2541 ใน 5 กรณีที่เข้าข่ายการกระทำผิด คือ   1.พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้กำหนดประเมินวินิจฉัยอาการและให้การรักษาเบื้องต้นผู้ป่วยโดยไม่ได้รับความเห็นจากแพทย์ เข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 34 (1)และ(2) ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ   2.ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งหมายความว่าต้องผ่านการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ แต่ไม่ได้ควบคุมให้ขั้นตอนเกิดขึ้น จึงเข้าข่ายกระทำผิดตามมาตรา 34 (2) ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่ง 2 กรณีนี้ ต้องแจ้งความกล่าวโทษแก่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล เนื่องจากมีอัตราโทษจำคุก   3.ไม่ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ป่วยฉุกเฉิน และตรวจคัดแยกความฉุกเฉินตามมาตรฐาน เข้าข่ายความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขและพระราชบัญญัติสถานพยาบาลตามมาตรา 35 (3)และ(4)ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคณะอนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล   4.ไม่ได้ดูไม่ได้ดูแลให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษา เข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไม่ควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ป่วยจนพ้นจากขีดอันตราย ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 36 โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล   และ 5.การส่งต่อผู้ป่วยที่ไม่ได้มาตรฐาน เข้าข่ายกระทำผิด ตามมาตรา 36 วรรค 3 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยผู้ต้องรับโทษคือผู้ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล    สุดท้ายคณะกรรมการมีมติรวมให้แจ้งความร้องทุกข์ทั้งหมด ทั้งคดีที่ต้องเปรียบเทียบปรับและจำคุก โดยวันนี้ (21 พ.ย.) ทางกองกฎหมายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันจะส่งเรื่องต่อสภาการพยาบาลพิจารณาจริยธรรมของพยาบาลวิชาชีพที่ได้ให้การดูแลรักษาผู้ป่วย โดยไม่รายงานต่อแพทย์เวรต่อไป   นอกจากนี้จะมีการส่งหนังสือถึงสถานพยาบาลทุกแห่ง ห้ามปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉิน หากส่งต่อต้องใช้รถพยาบาล อุปกรณ์พร้อมเท่านั้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PsdpQYj92YA

 1,003
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ย. 61

เผาศพสาวถูกสาดน้ำกรด ลูกสาวรำหน้าศพแม่ก่อนเป็นลม สบส.ฟัน รพ.พระราม 2 สั่งปิดตึกแล้ว

ขอนแก่น-ญาติจัดพิธีฌาปนกิจศพนางสาวช่อลัดดา ทาระวัน อายุ 38 ปี ซึ่งถูกนายคำตัน สามีสาดน้ำกรดใส่หน้าได้รับบาดเจ็บสาหัส จนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากหึงหวงผู้ตาย   ในงานมีน้องเตเต้ ลูกสาวของผู้ตาย ได้สวมใส่ชุดไทยรำหน้าศพ ส่งดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ไปสู่สุขคติบนสวรรค์ตามความเชื่อ ซึ่งตลอดการรำหน้าศพของน้องเตเต้ได้ทำการรำทั้งน้ำตาจนจบเพลง ก่อนที่จะเป็นลมหมดสติกลางงาน ญาติๆ จึงช่วยกันอุ้มน้องเตเต้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนฟื้นและรีบเดินทางกลับบ้านทันที   ด้าน นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเรียกร้องกรณีโรงพยาบาลพระราม 2  ซึ่งมีการส่งสาวที่ถูกน้ำกรดสาดไปรักษาอีกโรงพยาบาลจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตว่า ขณะนี้ความผิดของโรงพยาบาลพระราม 2  มีความชัดเจนมากขึ้น ที่เห็นชัดๆ และมีการสั่งปิดไปเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คือ   1.กรณีที่โรงพยาบาลนำเอาที่จอดรถมาปรับปรุงดัดแปลงเป็นอาคารผู้ป่วยนอก โดยไม่ขออนุญาต จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541   2.มีการสั่งลงโทษปรับในฐานทำความผิด พ.ร.บ.สถานพยาบาล แต่เป็นฐานความผิดที่ไม่ร้ายแรงจึงดำเนินการปรับไปเรียบร้อยแล้ว   3.สบส.ได้สั่งให้โรงพยาบาลดังกล่าวทำการปรับปรุงโรงพยาบาล ในส่วนที่ไม่ตรงมาตรฐาน พ.ร.บ.สถานพยาบาล โดยได้ให้ระยะเวลาในการปรับปรุง 15 วัน หากยังไม่ดำเนินการ จะทำการเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งหากโดนเพิกถอนใบอนุญาตจะส่งผลให้โรงพยาบาลถูกปิด แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่ากับการสั่งปิดโรงพยาบาลเลย   4.ประเด็นที่ถือเป็นความผิดร้ายแรงใน พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อทำการพิจารณาความผิดในวันที่ 19 พฤศจิกายน ทั้งนี้ สำหรับคดีของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดจนเสียชีวิตนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป   นพ.สัญชัย ชาสมบัติ รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)  กล่าวถึงกรณีสาวถูกน้ำกรดสาด เกิดปัญหาระหว่างการส่งตัวไปรักษาอีกโรงพยาบาล จนเสียชีวิต และเกิดคำถามว่า จากระบบส่งต่อเช่นนี้ถือว่า รพ.ต้นทางมีความผิดหรือไม่ ว่าตนไม่มีข้อมูลจาก รพ.    แต่จากนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุตามข่าวว่า เมื่อมีการดูดสารน้ำจากปอดพบในปริมาณถึง 2 ลิตร ถือว่ามีภาวะปอดบวมเฉียบพลัน ซึ่งเป็นระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน   ดังนั้น กรณีนี้ถือว่าเข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินแน่นอน เพราะเกิดปัจจุบันทันด่วน การถูกสารพิษก็ถือว่าทันด่วน แต่ฉุกเฉินสีแดง สีเขียว หรือสีเหลือง หากสีแดงก็ต้องวิกฤต ซึ่งกรณีนี้เป็นการรบกวนระบบทางเดินหายใจ ถือว่าเข้าข่ายวิกฤต สรุปคือ กรณีนี้เป็นฉุกเฉินวิกฤตนั่นเอง ส่วนจะเอาผิดตามกฎหมาย จะขึ้นอยู่กับ พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ   ซึ่งขณะนี้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) อยู่ระหว่างการสอบสวนและลงโทษต่อไป ส่วนแพทย์หรือพยาบาลหากพบว่าเกี่ยวข้องมีความผิดด้วยนั้น ก็จะต้องส่งเรื่องต่อไปยังสภาวิชาชีพนั้นๆ เช่น แพทยสภา หรือสภาการพยาบาลต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PKNonoYh088

 7,264
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

เผาศพสาวถูกสาดน้ำกรดดับ ลูกสาวรำส่งวิญญาณแม่ทั้งน้ำตา ก่อนเป็นลมหลังฌาปนกิจ

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ความคืบหน้าวันนี้ เมื่อเวลา 15.00 น. ที่วัดแสงธรรมรังสี บ้านแสงอรุณ หมู่ 9 ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีฌาปนกิจ น.ส.ช่อลัดดา บรรยากาศภายในวัดแสงธรรมรังสี มีญาติๆ ของผู้ตายพร้อมเพื่อนบ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมพิธีกันกว่า 200 คน โดยทุกคนต่างอยู่ในความเศร้าโศก   โดยก่อนจะเริ่มพิธีการวางดอกไม้จันทน์และฌาปนกิจ น้องเตเต้ลูกสาวของผู้เสียชีวิตวัย 12 ปี ได้สวมใส่ชุดไทยรำหน้าศพ หรือรำเชิญพระขวัญ ส่งดวงวิญญาณของผู้เป็นแม่ไปสู่สุขคติบนสวรรค์ตามความเชื่อ ซึ่งตลอดการรำหน้าศพของน้องเตเต้ได้ทำการรำทั้งน้ำตาจนจบเพลง    ด้านน้องเตเต้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนรำหน้าศพ ว่า อยากจะบอกแม่เป็นครั้งสุดท้ายกับแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนเองจะเป็นคนดีและตั้งใจเรียน ไม่เกเร ขอโทษที่เคยทำให้แม่เสียใจ รักแม่มากๆ   สำหรับตลอดช่วงพิธีการวางดอกไม้จันทน์ ญาติๆ ของน.ส.ช่อลัดดา ต่างกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ก่อนที่พระสงฆ์จะทำการสวดเพื่อฌาปนกิจศพนางสาวช่อลัดดาตามกำหนดการ ซึ่งหลังจากที่เพลิงได้ลุกไหม้น้องเตเต้ ลูกสาวของนางสาวช่อลัดดาผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการเสียใจร้องไห้ตลอดเวลา เกิดเป็นลมขึ้นกลางงาน ญาติๆ จึงช่วยกันอุ้มน้องเตเต้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนฟื้นและรีบเดินทางกลับบ้านทันที  

 49,555
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

เตรียมเผาศพสาวถูกสาดน้ำกรดดับบ่ายนี้ แม่ ลั่น ไม่ให้อภัยผู้ก่อเหตุ ขอให้ประหารเท่านั้น

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ความคืบหน้าวันนี้ ที่ ม.9 บ.แสงอรุณ ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น บรรยากาศการจัดงานศพ น.ส.ช่อลัดดา อายุ 38 ปี ยังคงเป็นไปด้วยความเสร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติๆ และเพื่อนบ้านที่เดินทางมาร่วมเคารพศพผู้ตาย พร้อมทั้งหน่วยงานจากทางราชการต่างๆ เดินทางเข้ามาเคารพศพและยื่นมือเข้าให้การช่วยเหลือตามระเบียบของราชการ โดยมีนางทองอาจ อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต และ ลูกสาวของผู้เสียชีวิตอายุ 12 ปี พร้อมญาติคอยให้การต้อนรับแขกที่เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจ   นางทองอาจ อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (14 พ.ย.) ทางครอบครัวจะทำการเคลื่อนศพไปที่ศาลาพักศพของวัดแสงธรรมรังสี ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจตามกำหนดการประมาณ 15.00 น. ซึ่งถึงตอนนี้ยังคงรู้สึกเสียใจของการจากไปของลูกสาว ซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัว โดยในส่วนคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย ไม่ขอให้อภัยผู้ก่อเหตุและต้องการให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุด้วยการประหารชีวิตสถานเดียว ขอให้ได้รับกรรมตามสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นรับไม่ได้ ตัวของนายคำตันผู้ก่อเหตุมีการเตรียมการมาอย่างดีเพื่อจะฆ่าลูกสาว    นับจากนี้ไปขอตัดขาดกับนายคำตัน ไม่ต้องการให้มาเจอไม่ต้องการให้เข้ามาขอขมาศพหรือครอบครัวทั้งสิ้น ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีถึงที่สุดด้วยการประหารชีวิต และในส่วนของลูกสาวผู้เสียชีวิตก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่ จ.ขอนแก่น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการเรื่องย้ายสถานที่เรียนหนังสือ พร้อมทั้งญาติๆ จะเดินทางกลับไปขนย้ายข้าวของที่ กทม.มาขอนแก่นทั้งหมด นอกจากนี้ในส่วนของโรงพยาบาลที่ปฏิเสธการรักษานั้น ทางครอบครัวได้มอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการ เดินหน้าสู้เต็มที่      

 1,959
สังคม-อาชญากรรม
14 พ.ย. 61

สธ.สอบเหตุสาวถูกราดน้ำกรดดับ ชี้ รพ.พระราม 2 เข้าข่ายมีความผิด

ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีโรงพยาบาลพระราม 2 ไม่รับรักษาผู้ป่วยถูกสาดน้ำกรด จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต โดยมีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นผู้ดำเนินการนำญาติผู้ตายเข้าฟ้องร้อง   ล่าสุด นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ไปสอบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดบางเรื่องที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เพราะต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง    คาดว่าน่าจะภายในสัปดาห์นี้ ก่อนสรุปผลส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้น คือโทษทั้งจำ และปรับ ส่วนใหญ่เป็นการลงโทษผู้ประกอบการฐานไม่กำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรฐาน   ส่วนเรื่องของมาตรฐานสถานพยาบาลนั้นเป็นอีกเรื่อง ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดลงไปสอบสวนอยู่ว่าสถานพยาบาลเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ โดยจะดูทั้งเรื่องของเครื่องมือ เรื่องการส่งต่อ ต่างๆ เหล่านี้ทำเป็นมาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ทาง สบส.จะต้องมีการสั่งให้โรงพยาบาลแห่งนั้นทำการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่กำหนด   ส่วนเรื่องปฐมพยาบาลเบื้องต้นนั้น หากดูจากกล้องวงจรปิดก็จะเห็นว่า มีการทำแผลจริง เพราะตอนผู้ป่วยออกจากห้องฉุกเฉินมีการพันผ้าพันแผลออกมาด้วย ส่วนเรื่องสัญญาณชีพ ความดันต่างๆ นั้น เนื่องจากไม่ปรากฏในกล้องวงจรปิด ก็คงต้องดูผลการบันทึกของโรงพยาบาลร่วมด้วย แต่ที่แน่ชัดคือ การดูกล้องวงจรปิดนั้น เพื่อดูเรื่องของการส่งต่อว่า ตอนขามามีสภาพเป็นอย่างไร และก่อนออกไปมีสภาพอย่างไร  เช่น ผู้ป่วยเดินมาตามที่กล่าวอ้างจริงหรือไม่ แล้วตอนกลับเป็นอย่างไรเดินกลับเองขึ้นแท็กซี่เองหรือไม่   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์ผ่านเพจโดยระบุ “ปิดบัญชีโรงพยาบาลพระราม 2” พร้อมเผยถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งได้เล่าถึงนาทีโชเฟอร์แท็กซี่ไปเจอนางช่อลัดดา ผู้ตาย และนำส่งโรงพยาบาลบางมด แต่เห็นอาการไม่ดีจึงอยากไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้ที่สุด จึงเดินทางไปรพ.พระราม 2 แต่เมื่อไปถึงกลับไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านหน้า พร้อมยืนยันว่าไม่มีหมอ   จากการตรวจสอบไม่มีประสานไปยังรพ.บางมด แถมขณะนั้นมีรถพยาบาลจอดอยู่ 2 คันก็ไม่ได้ไปส่ง โดยเจ้าหน้าที่เวรเปลยอมรับไม่มีหมออยู่ในที่เกิดเหตุ มีเพียงพยาบาลทำแผล ส่วนผลชันสูตรเบื้องต้นจากรพ.ศิริราช ระบุว่าระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ตรงกับรพ.บางมด ซึ่งจะดำเนินการแจ้งความคดีอาญากับผู้บริหาร ที่ปรึกษา และหมอ รพ.พระราม 2 เพราะไม่มีแพทย์ตลอดเวลาทำการของโรงพยาบาล ทำให้ผู้บาดเจ็บไม่ได้รับการช่วยเหลือรักษาและปฏิเสธการรักษาด้วย เข้าข่ายเป็นการกระทำประมาทจนทำให้มีผู้เสียชีวิต   ส่วนในวันนี้ (14 พ.ย.) เวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือต่อผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน และเขตบางบอน เพื่อให้ตรวจสอบอาคารของรพ.พระราม 2 และอาคารในเครือ ว่าก่อสร้างอาคารตรงตามแบบหรือไม่   ขณะที่บรรยากาศงานศพของผู้ตายที่ จ.ขอนแก่น เป็นไปอย่างโศกเศร้า น้องเตเต้ อายุ 12 ปี ลูกสาวของผู้ตาย กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าจะย้ายกับมาอยู่กับยายที่ขอนแก่น จากนี้ไปคงต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ด้วยการนำความรู้ความสามารถที่เรียนมาจากครูอ้วน-มณีนุช เสมรสุต เดินตามความฝันและเลี้ยงดูครอบครัวโดยเฉพาะคุณยายต่อไปอย่างเต็มความสามารถในวันที่ไม่มีแม่อีกต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0fqdsOlQezs

 5,181
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

คุมตัวสามีราดน้ำกรดเมียทำแผน รับทำเพราะหึง อ้างผู้ตายคบซ้อน ญาติกรีดร้องลั่น "ทำไมฆ่าหลานกู"

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จนนำญาติแบกโรงศพไปเรียกร้องที๋โรงพยาบาลพระราม 2 จนเกิดมีปากเสียงอย่างดุเดือด ต่อมาตำรวจ สน.ท่าข้าม สามารถจับกุมผู้ต้องหาขณะหลบหนีที่ จ.นครสวรรค์ นั้น   ต่อมา พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. ได้เดินทางมายัง สน.ท่าข้าม เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งทำการสอบสวนนายคำตัน อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นนายคำตัน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า "ผมขอโทษ ที่ทำไปเพราะความหึงหวง  โดยน้ำกรดซื้อมาจากเพื่อนเมื่อ 2 วันก่อน"   จากการสอบสวนทราบว่า นายคำตันมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ได้คบหากับผู้ตายมากว่า 7 ปี ซึ่งผู้ตายมีอาชีพเป็นพนักงานที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางแค โดยทั้งคู่ต่างมีลูกติด 1 คน พักอยู่ร่วมกันในห้องพักที่เช่าในซอยบางขุนเทียนชายทะเล 6 ย่านแสมดำ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเมื่อเดือน เม.ย. พบว่าฝ่ายหญิงได้แอบไปคบหากับชายอื่นอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนขับรถรับจ้างซูบารุ ย่านบางแค   ส่วนอีกคนเป็นพนักงานในห้างสรรพสินค้า ย่านบางแค จึงทำให้ช่วงหลังเกิดการทะเลาะกันบ่อยเรื่อยมา บางครั้งถึงขั้นรุนแรง จนก่อนเกิดเหตุ 2 วัน ได้ซื้อน้ำกรดจากเพื่อนที่ขับแท็กซี่ด้วยกันใส่ในขวดเหล้า ก่อนจะเอามาแอบไว้ในห้องพัก จากนั้นเกิดมีปากเสียงเรื่องความหึงหวง   ทำให้ช่วงเช้ามืดวันเกิดเหตุจึงตัดสินใจเทน้ำกรดใส่แก้วกาแฟซึ่งมีขนาดเท่ากับ 1 กระป๋องน้ำอัดลม ก่อนจะนำมาเทสาดเข้าที่ใบหน้าของภรรยา แล้วหลบหนีโดยเอาแก้วกาแฟไปทิ้งลงข้างล่างห้องพัก ก่อนจะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมได้   จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่น้ำกรดที่ใส่ในแบตเตอรี่ แต่เป็นน้ำกรดบัดกรีที่ใช้ในงานเชื่อมโลหะ ส่วนปริมาณที่โดนจะทำให้เสียชีวิตหรือไม่นั้นต้องให้แพทย์เป็นผู้ตรวจสอบ ส่วนเรื่องการดำเนินการกับโรงพยาบาลพระราม 2 ที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรร ได้แจ้งความดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 มาตรา 36 เหตุไม่รับการรักษาผู้ตายก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   นอกจากนี้ เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้มีคนอื่น ที่ทำงานก็มีแต่ผู้หญิง แต่ฝ่ายชายชอบระแวง โทรมาเช็คแบบต้องเฟซไทม์ให้เห็นหน้าตลอด   ซึ่งทุกเช้านายคำตัน มักชอบชงกาแฟให้ผู้เสียชีวตดื่ม น่าสงสัยว่าอาจจะทั้งสาดและอาจผสมกาแฟให้ดื่มด้วย   จากนั้น เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม คุมตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขังเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีญาติของผู้เสียชีวิตกรีดร้องอย่างดังว่า "ทำไมถึงฆ่าหลานกู มึงตายยยย..." โดยมีลูกสาวผู้ตายกอดญาติคนดังกล่าวและพูดว่า "บ่เป็นหยั๋ง" จนญาติต้องเข้ามาช่วยปลอบว่าเขารับกรรมของเขาแล้ว   ต่อมาได้คุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด ซึ่งเกิดขึ้นภายในห้องพักที่เช่าในซอยบางขุนเทียนชายทะเล 6 โดยจุดแรกเป็นจุดที่ผู้ต้องหาเทน้ำกรดจากขวดใส่ถ้วยกาแฟบริเวรหน้าห้องน้ำ / จุดที่ 2 เป็นบริเวณที่นอนซึ่งเอาน้ำกรดราดไปที่ผู้ตายขณะกำลังนอนหลับ / จุดที่ 3 เป็นบริเวณบันไดระหว่างชั้น 1 กับ ชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาปาแก้วกาแฟทิ้งลงไป   โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ท่ามกลางความรักษาปลอดภัยของตำรวจที่กั้นไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าบริเวณที่พัก  และในวันนี้ (13 พ.ย.) เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลธนบุรีฝากขังเป็นผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/g3xB7MtXcoo

 3,535
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

โชเฟอร์แท็กซี่ยันสาวถูกน้ำกรดสาด อาการหนัก ไม่ได้ตายคาแท็กซี่ หมอแจงคนไข้ขอย้ายเอง 'อัจฉริยะ' ยื่นฟ้อง รพ.พระราม 2

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปีถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา   ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จนนำญาติแบกโรงศพไปเรียกร้องที่โรงพยาบาลพระราม 2 จนเกิดมีปากเสียงอย่างดุเดือด   ล่าสุดนายสงัด ดัชชุยาวัตร อายุ 37 ปี คนขับรถแท็กซี่ที่รับผู้ตายและลูกสาวจากโรงพยาบาลพระราม 2 ไปส่งที่โรงพยาบาลบางมด ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม โดยเปิดเผยว่า หลังจากขับรถผ่านด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 ได้มีเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลโบกรถและแจ้งว่าให้ไปส่งต่อผู้ป่วยโดนน้ำร้อนลวกที่โรงพยาบาลบางมด โดยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นและประสานกับโรงพยาบาลปลายทางไว้แล้ว   เมื่อขับรถเข้าไปในโรงพยาบาล ก็เห็นมีเจ้าหน้าที่เข็นรถเข็นมาที่ประตูด้านหลัง เมื่อเปิดประตูออกก็เห็นว่าคนป่วยมีผ้าพันแผลเต็มไปหมดทั้งแขน และใบหน้าเว้นลูกตา ตอนนั้นผู้ป่วยลุกจากรถเข็นก่อนทรุดตัวลง ทำให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยยกขึ้นรถ โดยระหว่างทางใช้เวลาประมาณ 10 นาที   ลูกสาวผู้ป่วยพยายามเรียกแม่ตลอด แต่ผู้ป่วยไม่ได้ตอบอะไร จนถึงโรงพยาบาลบางมดก็มีเจ้าหน้าที่ลากเปลเข้ามา พร้อมถามผู้ป่วยว่าไหวหรือไม่ เจ้าตัวตอบกลับไปว่า “ไม่ไหว” พนักงานจึงเข้ามาช่วยอุ้มออกจากรถ ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังยกแขนได้ ก่อนหามขึ้นเปลเข้าไปในโรงพยาบาล จากนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งตำรวจประสานมาก็รู้สึกตกใจ และพร้อมเข้ามาให้ปากคำในฐานะพยาน   ด้านแพทย์โรงพยาบาลพระราม 2 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ขณะที่คนไข้เข้ามาขอรับการรักษาทางโรงพยาบาล โดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลในห้องฉุกเฉิน ได้ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการตรวจวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ รวมถึงออกซิเจนในเลือด ซึ่งผลการตรวจพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และมีสติสัมปชัญญะดี แต่คนไข้มีอาการแสบร้อนที่บาดแผล เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการพันแผล   จากนั้นประสานไปยังนายแพทย์พีระ คณานุวัฒน์ เนื่องจากเป็นแพทย์ด้านศัลยกรรม ที่มีอำนาจในการตัดสินใจให้คนไข้แอดมิด แต่เมื่อแจ้งสิทธิให้กับผู้ป่วยและแจ้งว่า แพทย์ให้ความเห็นต้องแอดมิด คนไข้กลับปฏิเสธการรักษา พร้อมขอไปรับการรักษาตามประกันสังคม อีกโรงพยาบาลหนึ่ง โดยประสงค์ที่จะเดินทางไปด้วยตนเอง   อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธคนไข้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ลงนามยืนยันว่า คนไข้ปฏิเสธการรักษา มีเพียงการติดต่อประสานงานไปยัง รพ.บางมดเท่านั้น และการพูดคุยกับคนไข้และพยาบาลผู้รักษาเท่านั้น รวมถึงมีหลักฐานที่เป็นเวชระเบียน ทั้งรายชื่อแพทย์ รายชื่อพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ในวันที่คนไข้เข้ามารับการรักษา และกล้องวงจรปิดเส้นทางเดินที่คนไข้เข้ามารับการรักษา ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว   ส่วนลักษณะอาการที่เกิดขึ้นกับ คนไข้รายนี้ เป็นแผลผิวหนังไหม้ระดับ 1 หรือ ปฐมภูมิ มีรอยแดง ยังไม่มีการกัดกร่อน และไม่มีแผลตามลำตัว ส่วนเหตุการเสียชีวิตนั้น ตนเองไม่ทราบแน่ชัด เพราะแผลระดับ 1 ไม่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากแผล   แต่ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการในระดับ 2 และ3 ซึ่งจะหนักกว่าที่เข้ามารับการรักษา มีสิทธิที่จะเสียชีวิตได้จากการขาดน้ำ เกลือแร่ ซึ่งใช้เวลาหลายชั่วโมง และการติดเชื้อในกระแสเลือด จะต้องใช้ระยะเวลา 3-4 วัน ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าโรงพยาบาลให้การรักษาเต็มที่ และไม่ได้ปฏิเสธ   ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อมบุตรสาวและครอบครัวของผู้ตาย ได้มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกแพทยสภา, นายกสภาการพยาบาล เพื่อเอาผิดกับ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 รวมถึงแพทย์ และ พยาบาลที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากติดใจโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธรักษา   โดยจะฟ้องร้องทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท และหากเป็นไปได้เห็นว่าโรงพยาบาลแห่งควรถูกปิดไม่ควรที่จะเปิดให้บริการต่อไป   ด้าน นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเร่งตรวจสอบและสรุปผลให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีนี้ หากเป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์ต้องแจ้งสิทธิการรักษากับญาติเกี่ยวกับแนวทางให้บริการว่าจะให้ญาติ รักษาที่โรงพยาบาลแรก หรือโรงพยาบาลประกันสังคม   โดยหากวินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการในภาวะวิกฤต ทุกโรงพยาบาลก็สามารถให้การรักษาได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ทางญาติก็จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่สน.ท่าข้าม ก่อนจะเดินทางไปรับศพผู้ตาย เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่จ.ขอนแก่น ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/atR9Elk0iuQ

 18,005
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
13 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 พ.ย.61 จับ อ.สาวฉ้อโกง-โอ๊ต ปราโมทย์ยันไม่ได้พูดหมด passion-ส่อเลื่อนเลือกตั้ง-ปตท.กำไรอื้อ

-อุตุฯเตือนภาคใต้ฝนตกหนักอีกถึง 18 พ.ย. เริ่มจากใต้ตอนล่าง ให้ระวังน้ำป่าไหลหลากจากฝนตกหนักสะสม   -ร้องกองปราบแจ้งจับ อ.สาว หัวหน้าภาควิชาภาษาอังกฤษ ม.กรุงเทพ หลอกลงทุนทำธุรกิจ พานักเรียน นักศึกษาไปซัมเมอร์แคมป์ที่อังกฤษโดยใช้ความเป็นอาจารย์น่าเชื่อถือ เหยื่อหลงเชื่อ 30 ราย เสียหายร่วม 40 ล้าน เหยื่อเข้าแจ้งข้อหาฉ้อโกง (แจ้งจับ อ.สาว ม.กรุงเทพ หลอกลงทุน-ทัศนศึกษาตปท. เหยื่อถูกตุ๋นกว่า 30 ราย เสียหาย 40 ล้าน)   -ป.ป.ช.จ่อขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สิน 60 วัน จากเดิมมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เวลากรรมการสภามหาวิทยาลัยลาออก และให้มหาวิทยาลัยหาคนมาทดแทน ยันสมเด็จพระสังฆราชไม่ต้องยื่น เพราะเป็น ปธ.สงฆ์ที่โปรดเกล้าโดยพระมหากษัตริย์ (ป.ป.ช.ขยายเวลายื่นบัญชีทรัพย์สิน 60 วัน ยันพระสังฆราชไม่ต้องยื่น)   -อนาคตการเลือกตั้งยังไม่แน่นอน หลัง กกต.ออกมายืนยันใหม่ว่า 24 ก.พ.62 ยังไม่ใช่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง แต่เป็นเดดไลน์ให้ กกต.พร้อมจัดที่จะพิจารณาตามกรอบ กม.ระหว่างวันที่ 24 ก.พ.- 9 พ.ค.62 นายกฯยืนยันกับผู้นำประเทศต่างๆ ว่าไทยเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ซึ่งผู้นำแต่ละประเทศบอกขอให้โชคดีกับการเลือกตั้ง (กกต.แจงล่าสุด 24 ก.พ.อาจไม่ใช่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง)   ด้านไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่มีปัญหาหาก 24 ก.พ.จะยังไม่ได้เลือกตั้ง ส่วนวราวุธ ศิลปอาชา ไม่แปลกใจหากเลื่อนวันออกไป เพราะคงจัดไม่ทัน แต่รอได้หากเลื่อนออกไป 1-2 เดือน ขณะที่สุทิน คลังแสง มีแผนเลื่อนการเลือกตั้งอยู่แล้ว เลยใช้พรรคในเครือข่ายร้องขอให้เลื่อนออกไป เช่นเดียวกับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ชี้ กตต.เอื้อประโยชน์ให้พรรคใหม่ (กกต.แจงล่าสุด 24 ก.พ.อาจไม่ใช่วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง)   -ป.ป.ช.ระบุพบผู้กระทำผิดเพิ่มเติมคดีจีทูจีล็อต 2 เสนอมีมติไต่สวนเพิ่ม ยังไม่เผยชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องว่าใช่มักษิณและเครือญาติหรือไม่ ยัน ป.ป.ช.ทำตามหน้าที่และหลักฐานไม่ใช่ว่าทำใกล้เลือกตั้ง (ทนาย 'ยิ่งลักษณ์' แขวะ ป.ป.ช.ขยันเป็นพิเศษ สอบข้าวจีทูจีล็อต 2 ช่วงใกล้เลือกตั้ง)   -2 กลุ่มทุน BTS และ CP จับมือพันธมิตรยื่นซองประมูลรถไฟไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-ระยอง วงเงิน 240,000 ล้านบาท ชี้กลุ่มใดให้รัฐอุดหนุนต่ำสุดจะชนะการประมูล เชื่อลงนามสัญญาได้ไม่เกิน ม.ค.62 (ซีพี-บีทีเอส จับมือพันธมิตร ยื่นซองชิงประมูลสร้าง รฟฟ.ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน)   -ธปท.คลอดเกณฑ์กำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย มีผล 1 เม.ย.62 เปิดช่องสัญญาแรก ผ่อน 3 ปีขึ้นไป หากผ่อนไม่ถึง 3 ปี ต้องดาวน์ 20% เพื่อสกัดดีมานด์เทียม ฟองสบู่อสังหา (แบงก์ชาติ เคาะเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ มีผล 1 เม.ย. 62)   -ปตท.กำไรสุทธิสะสม 9 เดือน ทะลุ 1 แสนล้านบาท รายได้การขายมากกว่า 1.77 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มปิโตรเลียม ปิโตรเคมี ราคาเฉ,ยเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ   -ก.ยุติธรรม เปิดรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต เปิดทางให้กลุ่ม LGBT มีสถานะครอบครัวตาม กม. เตรียมเสนอ ครม.เดือนนี้ หวังบังคับใช้ต้นปีหน้า สมาคมฟ้าสีรุ้งเก็บสถิติชายไทยเข้าเกณฑ์ทหาร พบเฉพาะคนแปลงเพศแล้ว 1 ล้านคน ด้าน NGO อ้างมีกลุ่มคนหลากหลายทางเพศสูงถึง 6 ล้านคน   -กรมป่าไม้สั่งรื้อ 24 รีสอร์ทรุกป่าดอยอ่างขาง เชียงใหม่ ก่อนสิ้นเดือน ด้านรองผู้ว่าฯระยองตรวจสอบ 13 แพรีสอร์ทเกาะเสม็ดบุกรุก ปล่อยอึ-น้ำเสียลงทะเล สั่งรื้อทันที 30 วัน   -คุมตัวสามีสาดน้ำกรดภรรยาดับไปทำแผน 3 จุด ญาติผู้ตายโกรธแค้นกรีดร้องลั่น ผู้ต้องหาสารภาพทำไปเพราะความหึงหวง อ้างคนตายคบซ้อนชายอื่นอีก 2 คน บอกซื้อน้ำกรดมาจากเพื่อน ตร.แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นส่งศาลฝากขัง ค้านประกันตัวด้านอัจฉริยะยื่นร้องปิด รพ.พระราม2 เอาผิดหมอ สธ.สั่งสอบ รพ.พระราม 2 เรียกดูกล้องวงจรปิด ส่วน รพ.ตั้งโต๊ะแถลง ผู้ตายประสงค์ไปรักษาที่ รพ.บางมดเองตามสิทธิ ประเมินอาการแล้วอาการไม่รุนแรง ยังมีสติดี จึงปล่อยให้นั่งแท็กซี่ไป (คุมตัวสามีราดน้ำกรดเมียทำแผน รับทำเพราะหึง อ้างผู้ตายคบซ้อน ญาติกรีดร้องลั่น "ทำไมฆ่าหลานกู" //โชเฟอร์แท็กซี่ยันสาวถูกน้ำกรดสาด อาการหนัก ไม่ได้ตายคาแท็กซี่ หมอแจงคนไข้ขอย้ายเอง 'อัจฉริยะ' ยื่นฟ้อง รพ.พระราม 2 )   -หมอพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในพ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง คาดสูดดมก๊าซจนขาดอากาศหายใจ ล่าสุดทั้ง 3 อาการปลอดภัย พ่อเผยได้กลิ่นเหมือนควันท่อไอเสีย แต่ยังฝืนขับต่อไปอีกเป็น ชม. จนไม่ไหวต้องจอดข้างทาง ตร.ตรวจรถเบื้องต้นแต่ไม่พบรอยรั่ว ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญตรวจอีกครั้ง (หมอพบก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ในตัวพ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง คนขับเผยได้กลิ่นควันท่อไอเสียแต่ฝืนขับเป็น ชม.)   -โอ๊ต ปราโมทย์ เปิดใจปมเลิกแฟนสาว บอกตัวเองไม่ใช่คนดี แต่ก็ไม่ได้ใจร้ายไปบอกผู้หญิงที่คบมาเป็น 10 ปี ยันไม่ได้พูดคำว่าหมด passion ชี้การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ขอโทษที่ทำให้แฟนๆผิดหวัง แต่อย่าลามด่าถึงครอบครัว ยันเลิกกันโดยไม่มีมือที่ 3   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W985qbRxv9U

 2,628
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

‘อัจฉริยะ’ ร้อง กระทรวงสาธารณสุข เอาผิดแพทย์ รพ.พระราม 2 ปฏิเสธรักษาสาวถูกสาดน้ำกรด

วันนี้ (12 พ.ย.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พร้อม น้องเต บุตรสาวและครอบครัวของนางสาวช่อลัดดา หญิงที่ถูกสามีสาดน้ำกรดจนเสียชีวิต เพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เนื่องจากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันถ่วงที เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, นายกแพทยสภา, นายกสภาการพยาบาลเพื่อเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 รวมถึงแพทย์ และ พยาบาลที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในขณะเกิดเหตุ เนื่องจากติดใจโรงพยาบาล ที่ปฏิเสธรักษานางสาวช่อลัดดา และบอกให้นางช่อลัดดา ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลอื่นแทน   นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ต้องเอาผิดกับบุคคลดังกล่าว เพราะส่วนตัวมองว่าผู้บริหารโรงพยาบาล, แพทย์ และ พยาบาล ไม่มีคุณธรรม, จริยธรรม เนื่องจากไม่ได้มีการประเมินอาการของคนไข้ก่อนแต่กลับดูจากสิทธิประกันสังคม ทั้งที่ตามกฎของกระทรวงสาธารณะสุขแล้ว ทางโรงพยาบาลสามารถที่จะรับตัวคนไข้ไว้รักษากรณีฉุกเฉินได้ ประกอบกับการให้พยาบาลวินิจฉัยโรคนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ และที่ผ่านมามีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่มีมาตรฐาน    เบื้องต้น ยืนยันว่าข้อมูลที่โรงพยาบาลชี้แจง ไม่ตรงกับที่ทางญาติเปิดเผย ซึ่งทางตนเองจะฟ้องร้องทางโรงพยาบาลเพื่อเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท และหากเป็นไปได้ ตนเองยืนยันว่าโรงพยาบาลแห่งควรถูกปิดไม่ควรที่จะเปิดให้บริการต่อไป   ด้าน นพ.ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะเร่งตรวจสอบและสรุปผลให้ได้โดยเร็วที่สุด สำหรับกรณีนี้ หากเป็นกรณีฉุกเฉิน แพทย์ต้องแจ้งสิทธิการรักษากับญาติเกี่ยวกับแนวทางให้บริการว่าจะให้ญาติ รักษาที่โรงพยาบาลแรก หรือโรงพยาบาลประกันสังคม โดยหากวินิจฉัยพบว่าผู้ป่วยมีอาการในภาวะวิกฤติ ทุกโรงพยาบาลก็สามารถให้การรักษาได้   อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ทางญาติก็จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าของคดีที่ สน.ท่าข้าม ก่อนจะเดินทางไปรับศพ นางสาวช่อลัดดา เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่จ.ขอนแก่น ต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา        

 3,221
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

สามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ เปิดปากสารภาพหวังแค่ทำให้เสียโฉม หลังถูกตีตัวออกห่าง

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สถานีนครบาลท่าข้าม สามารถจับกุมนายคำตัน สิงห์นาท ผู้ต้องหาซึ่งก่อเหตุใช้น้ำกรดสาดภรรยา จนเสียชีวิตก่อนที่จะหลบหนีไปกบดาน ใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และถูกนำตัวมายังสถานีตำรวจนครบาลท่าข้าม เพื่อทำการสอบสวนตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา   โดยนายคำตัน เปิดปากรับสารภาพสาเหตุที่ใช้น้ำกรดสาดภรรยาวัย 38 ปี จนเสียชีวิต เนื่องจากเกิดอาการหึงหวงที่ภรรยาทำการตีตัวออกห่าง โดยได้ซื้อน้ำกรดเพียงเพื่อสาดเพื่อให้เสียโฉมเท่านั้น ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุจนทำให้ภรรยาเสียชีวิต ก่อนที่จะหลบหนีไปกบดานบ้านเพื่อนที่จังหวัดนครสวรรค์   ขณะนี้พนักงานสอบสวน ได้เร่งทำการสอบปากคำคาดว่าจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงบ่ายวันนี้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา      

 10,409
สังคม-อาชญากรรม
12 พ.ย. 61

รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา

จากกรณีเกิดเหตุภรรยาอายุ 38 ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาดเนื่องจากหึงหวง จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม   ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา ก่อนที่ครอบครัวจะไปร้องเรียนกับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนั้น   ล่าสุด ตร.สน.ท่าข้าม เข้าจับกุมนายคำตัน สิงหนาท อายุ 50 ปี ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นสามีของผู้ตายได้แล้ว หลังหลบหนีไปพักอาศัยอยู่กับเพื่อนใน อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ และได้คุมตัวกลับมาสอบปากคำที่ สน.ท่าข้าม โดยในวันนี้ เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. จะเดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเองต่อไป   ขณะที่ในส่วนประเด็นโรงพยาบาล นายอัจฉริยะ พร้อมด้วยลูกสาวและญาติผู้ตาย ได้นำโลงศพหญิงอายุ 38 มาตั้งที่ด้านหน้าโรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งทางอาญาและทางแพ่ง   รวมทั้งทราบว่าในขณะเกิดเหตุไม่มีแพทย์มาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่าไม่มีมาตรฐานการทำงาน และไร้มนุษยธรรมอย่างสิ้นเชิง และเตรียมจะไปร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้พิจารณาปิดโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นการชั่วคราวด้วย   ขณะที่ลูกสาวผู้ตาย วัย 12 ปี เปิดเผยว่า ขณะนั้นเป็นช่วงเช้าประมาณตี 5 ตนรู้สึกแสบที่บริเวณข้อเท้าจึงตื่นขึ้นมา ก็เห็นแม่วิ่งเข้าวิ่งออกจากในบ้าน ตอนนั้นด้วยความตกใจจึงถามแม่ว่าเป็นอะไร แต่แม่ไม่ตอบบอกแต่ให้พาไปหาหมอ ตนจึงรีบพาออกไปตอนนั้นแม่บอกแค่ว่า โดนสามีซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของตนเอาน้ำร้อนมาสาด จึงโทรศัพท์ไปหายาย ก่อนรีบเรียกแท็กซี่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลบางมด แต่พอขับออกไปคนขับแท็กซี่บอกว่าไปโรงพยาบาลพระราม 2 ก่อนเพราะใกล้ที่สุด ตนและแม่ก็เห็นด้วย   พอมาถึงหน้าโรงพยาบาล แม่ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนตึกและตะโกนเรียกหมอ ตนจึงรีบวิ่งตามแม่ไปก็พบพยาบาลก่อนนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทั้งคู่เพื่อทำแผล ตอนนั้นตนสังเกตที่ใบหน้าแม่เปื่อยยุ่ยก่อนจะออกไปรอหน้าห้อง ก่อนที่จะมีพยาบาลมาคุยแจ้งว่าบัตรทองของแม่อยู่ที่โรงพยาบาลบางมด และถามว่าพาแม่นั่งแท็กซี่ไปรักษาที่บางมดได้ไหม และให้เงินมา 40 บาท พยาบาลจึงอุ้มแม่ขึ้นรถเข็นและแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เรียกรถแท็กซี่ให้ ตอนนั้นตนได้ยินพยาบาลถามแม่ว่าเดินไหวหรือเปล่า ซึ่งแม่ก็ส่ายหัวบอกว่าไม่ไหว พอแท็กซี่มาก็เห็นแม่เดินขึ้นแต่ตนเห็นแม่ทรุดเข่าลงเดินไม่ไหวแล้ว ก่อนจะมีเจ้าหน้าที่เข้าช่วยอุ้มแม่ขึ้นรถแท็กซี่ไป   พอถึงโรงพยาบาลบางมด เจ้าหน้าที่จึงรีบอุ้มแม่ขึ้นเตียงเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งตอนนั้นตนก็รอหน้าห้องฉุกเฉินก่อนจะเข้าไปทำแผลอีกครั้ง ตอนนั้นพยาบาลเรียกชื่อแม่หลายรอบ บอกว่าถ้าได้ยินให้พยักหน้า แต่ตนไม่เห็นว่าแม่จะตอบสนองอะไร ตอนนั้นตนทำใจไม่ได้จึงออกไปรอหน้าห้อง ก่อนจะมีพยาบาลออกบอกตลอดว่าจะปั้มหัวใจให้แม่ ก่อนที่รอบสุดท้ายจะเดินมาบอกว่าแม่เสียชีวิตแล้ว   ทั้งนี้ตัวแทนของทางโรงพยาบาลพระราม 2 เชิญนายอัจฉริยะ และญาติผู้ตายขึ้นไปพูดคุยกับทางผู้บริหารคือ น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาล และ พ.ญ.วัลลภา ไชยมโนวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความตึงเครียด   โดยฝ่ายญาติผู้ตายได้สอบถามสาเหตุที่ไม่รับรักษา ทั้งที่ผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินจากการถูกน้ำกรดสาดที่ใบหน้าและโดนกรอกน้ำกรด ส่วนทางโรงพยาบาลก็ได้พยายามชี้แจงว่า ขณะนั้นอาการผู้ป่วยยังไม่วิกฤต จนญาติผู้ตายได้ขอให้เปิดวงจรปิดเพื่อยืนยันข้อสงสัยในเรื่องอาการคนป่วย และเรื่องแพทย์มีประจำอยู่หรือไม่   แต่ทางโรงพยาบาลปฏิเสธโดยบอกว่าทางตำรวจมาตรวจสอบแล้วไม่มีข้อสงสัยอะไร นอกจากนั้นทางญาติผู้ตายได้ขอให้โรงพยาบาลนำพยาบาลที่อยู่ในวันนั้นมาพูดกับเด็ก เพื่อยืนยันเหตุการณ์จริงไม่เช่นนั้นคนอื่นจะคิดว่าเด็กโกหก แต่ทางโรงพยาบาลก็ไม่ตอบรับ   ทาง น.พ.พีระ ชี้แจงว่าผู้ป่วยเข้ามาด้านหลังห้องฉุกเฉิน ขณะที่อีกครั้งได้พูดว่าผู้ป่วยลงรถแท็กซี่จากด้านหน้าโรงพยาบาล ก่อนจะวิ่งขึ้นมางลาดมายังหน้าห้องฉุกเฉิน จนทำให้ญาติผู้ป่วยส่งเสียงโวยว่าพูดไม่ตรงกัน จน น.พ.พีระ บอกให้ฟังให้จบ ทำให้ทางญาติเดือดจนนายอัจฉริยะชี้หน้าถามว่าเป็นหมอภาษาอะไร พูดไม่อยู่กับล่องกับลอย และโต้เถียงกันอย่างดุเดือด   จากนั้น น.พ.พีระ ได้หันมาทางสื่อพร้อมอธิบายว่า หากเดินมาจากหน้าโรงพยาบาลมาทางลาดจะมาเจอด้านหน้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งปกติช่วงกลางคืนถ้าไม่มีผู้ป่วยจะปิดล็อคไว้เพื่อความปลอดภัย แต่หากเจ้าหน้าที่ข้างในพบว่ามีผู้ป่วยก็จะกดปุ่มเพื่อเปิด ซึ่งคาดว่าวันนั้นเมื่อผู้ป่วยวิ่งมาด้านหน้าแล้วประตูไม่เปิด จึงเข้ามาทางโรงพยาบาลด้วยประตูด้านขวาก่อนทะลุเข้าไปยังห้องฉุกเฉินทางด้านหลัง ซึ่งก็เป็นตามที่ตนบอกไว้ตั้งแต่แรก   ขณะที่ลูกสาวผู้ตายวัย 12 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่มีปากเสียงกันทั้ง 2 ฝ่ายบ เด็กได้ก้มหน้าลงก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พร้อมพูดว่า "หนูกลัว" จากนั้นทางญาติและนายอัจฉริยะได้เดินออกจากห้องประชุมไป การพูดคุยเป็นอันสิ้นสุด   ด้าน น.พ.พีระ คณานุวัฒน์ ที่ปรึกษาของโรงพยาบาลพระราม 2 เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า คนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 10 กว่านาที โดยเมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ป่วยเข้ามายังห้องฉุกเฉิน พบว่าใบหน้ามีคราบสีขาวซึ่งผู้ป่วยบอกว่าเป็นยาสีฟัน เพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อน โดยสาเหตุเพราะถูกสามีเอาน้ำร้อนลาด   ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกให้ล้างเอาคราบออกก่อน เพื่อจะได้ประเมินได้ว่าเป็นแผลลักษณะไหน จากนั้นคนไข้จึงเดินไปที่อ่างน้ำและล้างหน้าด้วยตนเองก่อนมานอนที่เตียง ตอนนั้นพยาบาลห้องฉุกเฉินเห็นเป็นรอยแดง ประเมินว่าเป็นรอยแผลไหม้จากการถูกสารเคมีระดับ 1 ไม่ถึงพุพอง และไม่มีแผลกัดกร่อน และมีตาข้างหนึ่งลืมไม่ขึ้น คาดว่าน่าจะถูกน้ำกรด   ส่วนกรอกปากหรือเปล่าไม่ทราบเพราะผู้ป่วยไมได้แจ้ง และเมื่อวัดความดันอยู่ที่ 130/80 ชีพจร 80 ครั้งต่อนาที หายใจ 20 ครั้งต่อนาที ซึ่งพบว่าทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ปกติ ดังนั้นผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต ส่วนอาการแสบร้อนก็ได้ล้างด้วยน้ำเปล่าก่อนพันผ้าให้   จากนั้นจึงรายงานตนในฐานะแพทย์ที่ปรึกษานอกเวลา ซึ่งเป็นระเบียบของโรงพยาบาล เพราะแพทย์เวรห้องฉุกเฉินไปเข้าห้องน้ำ ตนจึงแจ้งให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเพื่อให้รักษาตามอาการ เพราะอาการปวดจากแผลไหม้ระดับ 1 จะปวดอยู่ 2-3 วัน ซึ่งถ้าหายปวดก็กลับบ้านได้ โดยที่ตัวแผลไม่ต้องรับการรักษาอะไร   น.พ.พีระ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าคนป่วยมีสิทธิ์ประกันสังคมที่โรงพยาบาลบางมด จึงได้สอบถามเพราะหากรักษาที๋โรงพยาบาลแห่งนี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง เพราะไม่เข้าเกณฑ์ UCEP หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินรักษาฟรี 72 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยประสงค์จะไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ประกันสังคม   ซึ่งตอนนั้นทางโรงพยาบาลก็แจ้งว่าหากรอรถโรงพยาบาลปลายทางมารับตามสิทธิ์อาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง จึงแนะนำให้ไปรถแท็กซี่เพื่อความรวดเร็ว ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังพูดคุยและเดินได้ตามปกติ อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อนบ้าง และได้มีการตรวจสอบภาพวงจรปิดแล้ว รวมทั้งตำรวจก็ได้มาตรวจสอบซึ่งก็ยืนยันว่า ผู้ป่วยไม่ได้มีการทรุดลงกับพื้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่าหากผู้ป่วยมีอาการฉุกเฉินคงไม่ปล่อยออกไปแน่นอน   น.พ.พีระ  กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะจะฟ้องร้องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตนก็พร้อม เพื่อจะได้พิสูจน์ว่าโรงพยาบาลได้ให้การช่วยเหลือตามมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกฟ้องร้องและไปต่อสู้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นจนถึงฎีกา ทางโรงพยาบาลก็ต่อสู้และยังไม่เคยแพ้ นอกจากนี้ตนก็เตรียมให้ทางฝ่ายกฎหมายของโรงพยาบาลฟ้องร้องนายอัจฉริยะฐานหมิ่นประมาทด้วย ซึ่งน่าเสียดายที่วันนี้จะเป็นการพูดคุยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกับทางญาติผู้ตาย แต่กลับถูกจับผิดในทุกจุดที่ตนพูดจนไม่ได้อะไร   ขณะที่นายอัจฉริยะ บอกว่า  วันนี้ (12 พ.ย.) ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะนำครอบครัวผู้ตายไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อดำเนินคดีกับผู้บริหารโรงพยาบาลพระราม 2 เหตุปฏิเสธรักษาจนผู้ป่วยเสียชีวิต และทำหนังสือถึงแพทยสภา และสภาการพยาบาล   นอกจากนี้จะทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ให้ตรวจสอบว่าอาคารของโรงพยาบาก่อสร้างตามแบบก่อสร้างหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการบำบัดน้ำเสีย สุดท้ายจะมีการร้องต่ออธิบดีกรมสรรพพากร ในการตรวจภาษีย้อนหลังว่าโรงพยาบาลแห่งนี้มีการเสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/iIwVou2lwjU

 9,583
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
12 พ.ย. 61

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 12 พ.ย.61 จับสามีสาดน้ำกรดเมีย-พ่อแม่ลูกสลบคารถ-จตุพรบอกเลือกตั้งไม่มีจริง

-ชาวบ้านบางสะพานน้อยและเด็ก 21 คนติดค้างบนภูเขา 3 วัน สภาพหิวโซ จนท.ขี่เจ็ทสกีไปรับทีละคน ทั้งหมดปลอดภัยใช้เวลารวม 7 ชม. บางสะพานน้ำลดแล้ว ชุมพรยังท่วมสูงเสียหายหนัก 120 ล้าน ชี้น้ำท่วมหนัก 3 จังหวัดภาคใต้เสียชีวิต 3 ราย (ภาคเหนือยังมีฝนฟ้าคะนอง แต่อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนลดลง)   -จับแล้วสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่ภรรยาเสียชีวิต หนีไปอยู่กับเพื่อนที่นครสวรรค์ ตร.เตรียมแถลงข่าวบ่ายนี้ ครอบครัวแห่โลงศพประท้วงหน้า รพ.พระราม2 ปมปฏิเสธการรักษา ปล่อยให้นั่งแท็กซี่ไปรักษา รพ.ที่มีประกันสังคม จนทนไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด รพ.แจงไม่เข้าข่ายฉุกเฉิน ดูแผลแล้วไม่สาหัส บอกถ้าจะรักษาต้องเสียส่วนต่าง ผู้ป่วยเลยขอย้ายเอง อัจฉริยะพาญาติเข้าเจรจากับหมอ เดือดถึงขั้นชี้หน้าตบโต๊ะ (รวบสามีหึงโหดสาดน้ำกรดใส่เมียดับ ครอบครัวแห่โลงศพสาวถูกสาดน้ำกรดร้อง รพ.หลังปัดรักษาจนตาย อัจฉริยะปะทะเดือดกลางวงเจรจา)   -อุบัติเหตุสยองที่สุพรรณบุรี เสี่ยเจ้าของร้านทองขับเก๋งออดี้ป้ายแดง พุ่งชนรถพ่วง ก่อนที่พ่วงของรถบรรทุกจะกระเด็นไปทับกระบะที่ขับผ่านมาพอดีจนหลังคาเปิด ทำให้คนในรถกระบะตาย 5 ศพ คนขับรถพ่วงยืนรอ จนท.เล่าเหตุการณ์ (เสี่ยร้านทองขับเก๋งป้ายแดง ชนรถพ่วงกระเด็นใส่กระบะ ดับสยอง 5 ศพ เจ็บ 1 )   -จตุพร จี้ กกต.และคสช.บอกความจริงให้ ปชช.ว่าเลือกตั้ง 24 ก.พ.ไม่มีจริง  จะถูกเลื่อนออกไป 100% เพราะยังมีพรรคการเมืองรอจดทะเบียนกับ กตต. เชื่อว่าอีกไม่กี่วัน กกต.จะออกมายอมรับว่าไม่ทัน ขอให้ ปชช.อดทน วิษณุชี้หากไม่ทันก็เป็นอำนาจของ กกต.ไม่ใช่ คสช. แต่เลขา กกต.ยืนยันว่า พร้อมจัดเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่นอน ตอนนี้เร่งพิจารณาจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่อีกเพียง 12 พรรคเท่านั้น (กกต.โต้ 'จตุพร' ยันจดทะเบียนพรรคทัน ได้เลือกตั้ง 24 ก.พ.62 แน่)   -วิษณุบอกนายกฯต้องวางตัวเป็นกลาง หากถูกพรรคการเมืองเสนอชื่อให้เป็นนายกฯอีกครั้ง ไม่สามารถพูดโน้มน้าวให้พูดเลือกพรรคนั้นๆได้ แม้จะอยู่นอกเวลาราชการก็ตาม เพราะถือเป็น จนท.ของรัฐ และไม่สามารถขึ้นเวทีปราศรัยกับพรรคการเมืองได้ แม้จะเดินสายลงพื้นที่ในฐานะนายกฯได้ก็ตาม ทำได้เพียงพูดเชิญชวนให้คนมาเลือกตั้ง   -พรรคพลังประชารัฐเตรียมเปิดรับสมัครสมาชิกพรรควันแรก 13 พ.ย.61 สี่ รมต.จะมาประเดิมสมัคร ก่อนไปประชุม ครม. สนธิรัตน์บอกมีคนสนใจจะลง ส.ส.ให้ พปชร.จำนวนมาก จนเกิดปัญหาทับซ้อนกันหลักร้อยเขต ทางพรรคต้องใช้วิธีทำโพล เพื่อดูคะแนนนิยมแต่ละคน   -พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่เลือกกรรมการบริหารพรรค 41 คน อภิสิทธิ์นั่งหัวหน้าพรรคตามผลการหยั่งเสียง หมอวรงค์-อลงกรณ์ขอถอนตัวหลังมีคนเสนอชื่อ เลือกจุติเป็นเลขาพรรค อภิรักษ์เป็น ปธ.สรรหาผู้รับสมัคร ส.ส. อภิสิทธิ์บอกการหยั่งเสียงแค่ปีนภูเขา แต่การไปถึงยอดเขาคือต้องชนะเลือกตั้ง และเป็นแกนนำรบ. (ที่ประชุม ปชป.เลือก 'อภิสิทธิ์' เป็นหัวหน้าอีกสมัย เตรียมเปิดตัวสมาชิกพรรคคนรุ่นใหม่)   -สุดารัตน์ลงพื้นที่ห้างแพลทตินั่ม ประตูน้ำ ชวน ปชช.สมัครสมาชิกพรรค เผย ปชช.สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ยอดขายตก บอกการที่สมาชิกพรรคนย้ายไปพรรคไทยรักษาชาติเป็นเรื่องธรรมดา เป็นสิทธิของแต่ละคน ('คุณหญิงหน่อย' ควง 'น้องจินนี่' ลูกสาวลงพื้นที่ประตูน้ำ โลกออนไลน์แซวสังกัดพรรคเพื่อเธอ)   -คลังเลื่อนคืนภาษี VAT ผ่านบัตรคนจนออกไปอีก 1 เดือน ไปเริ่ม ธ.ค. เพราะยังวางระบบคอมพิวเตอร์ยังไม่เสร็จ (คลังเลื่อนคืนภาษี vat ผ่านบัตรคนจน เริ่ม ธ.ค. เหตุวางระบบคอมฯยังไม่เสร็จ )   -กรมศิลปากรสั่งขูดทองทิ้ง โบสถ์สีทองวัดไลย์ จ.ลพบุรี เพราะชาวบ้านทาสีกันเองโดยไม่ได้ขออนุญาต ซ้ำยังเป็นสีน้ำมัน ทำให้อากาศถ่ายเทไม่ได้ ส่งผลเสียต่อโบราณวัตถุ พอเกิดความชื้นก็จะลอกต้องทาใหม่ ผิดหลักการบูรณะ แฉคนที่มาทาสีทองเป็นกลุ่มคนมีหน้ามีตาในลพบุรี เป็นอดีต ส.ส.วัดกับชาวบ้านเลยเกรงใจ นายช่างศิลปากรเคยไปแจ้งความแล้ว แต่คนกลุ่มนี้ยังไม่หยุดทา กรมศิลป์เร่งสำรวจวัดทั้งจังหวัด สั่งระงับการทาแล้ว (กรมศิลป์สั่งขูดสีทองโบสถ์วัดไลย์ ลพบุรี แฉอดีต ส.ส.พาพวกมาทา ชาวบ้านเกรงใจห้ามไม่ได้ )   -3 ชีวิต พ่อแม่ลูก สลบคารถบนทางด่วนบูรพาวิถี หลังขับรถไปเที่ยวบางแสน ระหว่างทางได้กลิ่นเหม็นเหมือนท่อไอเสีย จนเวียนหัวขับต่อไม่ได้ ต้องจอดข้างทาง หมดสติทั้งคัน จนท.เคาะกระจกเรียกจนพ่อรู้สึกตัวเปิดกระจกรถ พบลูกสลบ ส่วนเมียนอนน้ำลายฟูมปาก ส่งรพ.รอดตายหวุดหวิด ตร.ตั้งประเด็นจากท่อไอเสียรั่ว ควันเลยเข้าภายในรถ (พ่อแม่ลูกสลบคาเก๋ง บนทางด่วน ชักเกร็ง-น้ำลายฟูมปาก คาดควันจากท่อไอเสียเข้ารถ )   -แค้นสาวตีจาก ยิงหัวหนุ่มติวเตอร์ที่มาติดพันแฟนเก่า ก่อนนำศพยัดใต้รถแท็กซี่ย่านประชาชื่น ทำท่าทางเหมือนซ่อมรถ พยานเห็นผิดสังเกต นอนท่าเดียวผิดปกติ ผู้ต้องหาซิ่งกระบะหนี แล้วเกิดรถชน ตร.นำกำลังบุกจับทันควัน ผู้ต้องหาสารภาพวางแผนก่อเหตุเพราะความหึงหวง ด้านฝ่ายหญิงบอกแฟนเก่าเคยอาฆาตไว้ ถ่ามีแฟนใหม่จะฆ่าให้ตาย   -เปิดใช้แล้ว สะพานเข้าอาคารผู้โดยสารสนามบินดอนเมือง ขยับแนวทางขึ้นสะพานไม่ให้ขวางช่องทางหลัก ช่วยลดปัญหารถติดบน ถ.วิภาวดี (เปิดใช้สะพานเข้าสนามบินดอนเมือง แก้ปัญหารถติด ถ.วิภาวดี)   -แหลม ศรีสะเกษ แชมป์โลก เข้าพิธีวิวาห์น้องจ๊ะจ๋าหวานชื่น หอบเงิน 3 ล้าน ทองคำ 20 บาท จัดงานที่บ้านเจ้าสาว จ.ชุมพร บอกตื่นเต้นกว่าขึ้นชกมวย หลังแต่งแรงไม่ตกแน่นอน จะขยันฟิตซ้อมกว่าเดิม ขอมีลูก 3 คนหญิงก็ได้ชายก็ดี ('แหลม ศรีสะเกษ' หอบสินสอด 3 ล้าน-ทอง 20 บาทแต่ง 'น้องจ๊ะจ๋า' ลั่นแต่งแล้วแรงดี ขอมีลูก 3 คน)   -วงการนักเขียนสูญเสีย คัทลียา นุดล เจ้าของคอลัมน์ คัทลียาจ๊ะจ๋า ในหน้าสตรี นสพ.ไทยรัฐ หลังล้มป่วย 8 ปีจากโรคอัลไซเมอร์และเบาหวาน รวมอายุ 67 ปี ญาติจัดพิธีทางคริสต์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/q0uxK9OLp50

 2,872
สังคม-อาชญากรรม
06 ต.ค. 61

รวบมือสาดน้ำกรดสาวสุราษฎร์ฯ พบรับจ้างจากอดีตสามีเหยื่อ เจ้าตัวยังปฏิเสธไม่รู้เรื่อง

ตำรวจกองปราบ รวบผู้ต้องหารับจ้างอดีตสามีสาดน้ำกรด ใส่เมียตัวเอง แค้นตีตัวออกห่าง ต้องการให้เสียโฉมจะได้ไม่มีคนรักใหม่     ตำรวจกองกำกับการ 4 กองปราบปราม นำกำลังเข้าจับกุม นายธนดล ทวีสุข ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา     สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ค.60 นายธนดล รับจ้างจากนาย มานิตย์ แซ่เอี้ยะ อดีตสามีของ นางสาวศศิธร บุญญะพรรดี ให้ไปก่อเหตุใช้น้ำกรดสาดใส่ใบหน้านางสาวศศิธร บริเวณทางเข้าหมู่บ้านอยู่เจริญ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี     โดยขณะเกิดเหตุ นายธนดล ทำทีขี่จยย.มาถามทางกับนางสาวศศิธร พอทีเผลอก็เอาน้ำกรดสาดเข้าใส่ใบหน้า ได้รับบาดเจ็บสาหัส ดิ้นทุรนทุราย จากนั้นนายธนดลก็หลบหนีแยกย้ายไปคนละทิศคนละทางกับนายมานิตย์ผู้จ้างวาน      ด้าน พันตำรวจเอกแมน เม่นแย้ม ผู้กำกับการกอง 4 กองปราบปราม กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีการกระทำความรุนแรงในครอบครัว สามีผู้บาดเจ็บเป็นคนอารมณ์ร้อนและหึงหวง ตอนที่อยู่กับภรรยาก็ทุบตีเป็นประจำ พอมีลูก ก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมทำรุนแรงกับภรรยาตัวเอง จนภรรยาทนไม่ไหวขอเลิก แต่ฝ่ายสามีไม่ยอมเอาลูกมาไว้กับตัวเอง เพื่อให้ภรรยากลับมา พอภรรยากลับมาจะเอาลูกไปอยู่ด้วยและขอตัดขาดจากสามี ทำให้สามีโกรธหนัก และขู่ว่าหากหน้าเสียโฉมยังจะมีใครรักอีกไหม      ขณะที่นายธนดล ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ก่อเหตุ ตามหมายจับและไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่เคยไป จ.สุราษฎร์ธานี แต่เห็นบาดแผลนางสาวศศิธรแล้ว รู้สึกสงสาร คงทรมานมาก   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน แม้ว่าผู้ต้องหาจะปฏิเสธ แต่ตร.มีหลักฐานการก่อเหตุทั้งมือถือที่คอยรับงานจากสามีผู้บาดเจ็บ และหลักฐานเชื่อมโยงต่างๆ ทั้งนี้ทาง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานีจะมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/KA7ycmlj-FU  

 8,490
สังคม-อาชญากรรม
20 ส.ค. 61

รู้ตัวแล้ว! มือสาดน้ำกรดสาวร้านแว่น มุ่งเป้าปมชู้สาว คาดได้ตัวเร็วๆนี้

ชลบุรี คืบหน้าเหตุคนร้ายสาวบุกสาดน้ำกรดใส่สาวขายแว่นตา วัย 31 ปี เจ็บสาหัส ล่าสุดตำรวจรู้ตัวแล้ว คาดได้ตัวเร็วๆนี้    จากกรณีที่ หญิง อายุ 31 ปี คนขายแว่นตา ภายในเทสโก้ โลตัส บ่อวิน ชั้น 2 จ.ชลบุรี ได้ถูกคนร้ายเป็นหญิง อายุประมาณ 35 - 40 ปี แต่งกายปกปิดมิดชิด เดินเข้ามาสาดน้ำกรด ใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งน้ำกรดยังกระเด็นไปถูก สาวอายุ 23 ปี คนเดินเที่ยว โดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา    ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปติดตามความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว ที่ สภ.บ่อวิน ต.เขาคันทรง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชัยธนันท์ จิรปิยเศรษฐ์ ผกก.สภ.บ่อวิน เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นทราบว่า กรดที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุคือ กรดซัลฟิวริค ซึ่งเป็นกรดที่ใช้ในกระบวนการยางพารา ซึ่งในระแวก ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ไม่มีขาย ในขณะที่คนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่รู้ตัวหมดแล้วเป็นหญิง จำนวน 2 คน วางแผนและแบ่งหน้าที่กันมาเป็นอย่างดี ซึ่งใช้เวลาเดินวนไปวนมาก่อนจะก่อเหตุประมาณ 30 นาที อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลกับสื่อได้ เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะหลบหนี ซึ่งคาดว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามจับกุมได้ในเร็วๆนี้    ในขณะที่ หญิงผู้ได้รับบาดเจ็บ ยังอยู่ในห้องปลอดเชื้อ ของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา อาการค่อยข้างสาหัส และยังไม่สามารถให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ซึ่งต้องรอให้อาการทุเลาลงก่อน คาดว่าประมาณ 2-3 วันนี้ น่าจะให้การได้แล้ว พ.ต.อ.ชัยธนันท์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทราบว่า เป็นเรื่องชู้สาว แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ก็ยังคงไม่ตัดประเด็นอื่นออก คงต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินงานอีกสักพัก คาดอีกไม่กี่วันนี้ต้องจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ และในส่วนของข้อหาตอนนี้เจ้าหน้าที่ ตั้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไว้ก่อน ซึ่งก็ต้องรอดูผลตรวจจากผู้ได้รับบาดเจ็บมาประกอบว่าหนักแค่ไหน และเจ้าหน้าที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 2,899
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 เม.ย. 61

สาวโอดรถเพิ่งออกรถได้ 5 วัน ถูกมือดีขี่ จยย. สาดน้ำกรดใส่จนสีด่างรอบคัน ยันไม่เคยบาดหมางกับใคร

ภาพวงจรปิดจับภาพคนร้ายขี่ จยย.นำน้ำกรดมาสาดใส่รถที่จอดไว้ ก่อนขี่หนีไปอย่างรวดเร็ว   ด้านเจ้าของรถ ระบุนำรถเก๋งไปจอดที่บ้านพักย่านร่มเกล้า ยันไม่ได้จอดขวางใคร หรือเฉี่ยวชนกับใครทั้งนั้น และชีวิตส่วนตัวก็ไม่มีศัตรูที่ไหน ในช่วงกลางดึกเพื่อนบ้านมาเคาะห้อง ให้ลงไปดูรถ พบว่าโดนสาดทั่วคัน ตอนแรกคิดว่าเป็นน้ำมันเบรค แต่เมื่อแตะแล้วรู้สึกแสบที่ผิวหนัง ทั้งที่เพิ่งซื้อรถมาได้แค่ 5 วัน เป็นรถมาจากน้ำพักน้ำแรง จึงไม่รู้ว่าคนที่ทำต้องการอะไร ทั้งนี้ได้นำหลักฐานไปแจ้งความ ให้ ตร.เร่งหาเบาะแสติดตามหาตัวผู้ที่ทำมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HFt34H-KQII    

 8,151

Top