ค้นหา :

ผลการค้นหา "ผออ้อย"

สังคม-อาชญากรรม
06 ม.ค. 61

อัยการสั่งฟ้อง 'ผู้กองเหน่ง' ฆ่า 'ผอ.อ้อย' แล้ว - พ่อเชื่อลูกไม่ตายฟรี ร้องลงโทษประหาร

ความคืบหน้าคดี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 38 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ หายตัวไปนานกว่า 3 เดือน โดยญาติได้ออกตามหาจนกระทั่งพบโครงกระดูก เสื้อผ้า นาฬิกา ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ในป่าพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ล่าสุดอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ได้นำสำนวน 4 แฟ้ม จำนวนกว่า 2,000 หน้า ส่งฟ้องต่อศาลแล้ว   โดยคำฟ้องพนักงานอัยการได้แจ้งข้อกล่าวหา ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาที่ 1 ในฐานความผิด คือ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย, ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตายในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป, ร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร, ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันเอาไปเสียหรือยึดไว้ซึ่งบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นซึ่งประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, ร่วมกันปลอมและใช้หรืออ้างเอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น 
   ทั้งนี้การส่งฟ้องครั้งนี้ยังไม่ได้มีการเบิกตัวผู้กองเหน่ง ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์มาที่ศาลแต่อย่างใด แต่คาดว่าจะนำตัวมาที่ศาลในวันที่ 8 ม.ค.นี้ โดยพนักงานอัยการ จ.กันทรลักษ์ จะมีการคัดค้านการประกันตัว   ด้านพ่อของผอ.อ้อย บอกว่ารู้สึกดีใจที่อัยการส่งฟ้องเสียที เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมว่าลูกสาวจะไม่ตายฟรี ลั่นอยากให้ศาลตัดสินประหารชีวิต             ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/OyyHMNdOZMk

 12,143
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ย. 60

ครอบครัว ผอ.อ้อย ร่ำไห้รับศพกลับบ้านเกิด ลั่นไม่เผาจนกว่าคดีจะสิ้นสุด

เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ครอบครัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางมารับกระดูกของ ผอ.อ้อย ที่ สภ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เพื่อนำกลับภูมิลำเนาไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล หลังส่งกระดูกไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อย จริง        จากนั้นทางครอบครัวได้นำศพไปทำพิธีเชิญดวงวิญญาณตามความเชื่อ บริเวณเนิน 500 บ้านโนนสูง ซึ่งเป็นจุดที่พบศพ โดยจะจัดพิธีสวดอภิธรรมศพเป็นเวลา 3 คืน และเผาหลอก แต่จะเก็บศพของ ผอ.อ้อย ไว้จนกว่าคดีสิ้นสุด    ด้านนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย เปิดใจว่าเห็นศพของลูกสาวถูกห่อด้วยผ้าขาวก็รู้สึกเจ็บปวดมาก ลูกสาวคนนี้ตนรักมากที่สุดเพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว จึงอยากขอความเป็นธรรมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากตอนนี้หลักฐานชี้ชัดว่าใครเป็นคนทำ จึงอยากให้ฆาตกรตายตกไปตามกัน                   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/miUZtWBz_M0

 17,213
ข่าวภูมิภาค
31 ต.ค. 60

หิ้วตัว 'ผู้กองเหน่ง' เข้าเรือนจำ พ่อ 'ผอ.อ้อย' ยันไม่เผาศพ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 กับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ในความผิดเกี่ยวกับปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดยกำหนดวงเงินประกัน 600,000 บาท จนต่อมาได้มีการพบโครงกระดูกและวัตถุพยานต่างๆที่คาดว่าจะเป็น ผอ.อ้อยนั้น   ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้ขอฝากขังและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังความตายหรือพฤติการณ์แห่งการตายและหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมทั้งยื่นคำร้องคัดค้านการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว   โดยศาลจังหวัดกันทรลักษ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเกรงว่าจะหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังเพิ่มเติมในข้อหาดังกล่าว และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีอัตราโทษร้ายแรง เกรงว่าจะหลบหนี จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ ได้ควบคุมตัว ร.อ.ศุภชัย ไปขึ้นรถผู้ต้องขังของเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อนำตัวผู้กองเหน่งไปคุมขังไว้ โดยผู้กองเหน่งสวมเสื้อยืดลายพรางของทหาร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดกันทรลักษ์เดินหิ้วปีกไปขึ้นรถของเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์   ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย มาร่วมรับฟังการพิจารณาของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจดีใจที่ได้รับความยุติธรรมในครั้งนี้ สมกับความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยของตนและครอบครัว ญาติพี่น้องทุกคนที่พากันออกเดินลุยป่าเพื่อค้นหาร่างของลูกสาว จนกระทั่งพบศพถูกทิ้งอยู่ในป่าทางขึ้นเนิน 500 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี อย่างน่าเวทนา ซึ่งตนขอประกาศตรงนี้ว่า ตนจะยังไม่เผาศพลูกสาว เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการทำลายพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยจะนำศพมาเก็บไว้ เมื่อคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว และผู้กองเหน่งได้รับโทษตามกฎหมายที่บัญญัติไว้สูงสุด ตนจึงจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MYKMve1Tg-E  

 11,318
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 60

'ผู้กองเหน่ง' คอตกถูกหิ้วปีกเข้าเรือนจำกันทรลักษ์หลังศาลอนุญาตฝากขัง ด้านพ่อ 'ผอ.อ้อย' ยันไม่เผาศพ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

      จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยื่นคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 1 กับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาเกี่ยวกับคดีการหายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ในความผิดเกี่ยวกับปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม พ.ร.บ.ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังและอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดยกำหนดวงเงินประกัน 600,000 บาท จนต่อมาได้มีการพบโครงกระดูกและวัตถุพยานต่างๆที่คาดว่าจะเป็น ผอ.อ้อยนั้น        ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้ขอฝากขังและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับ ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหา โดยกล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังความตายหรือพฤติการณ์แห่งการตายและหน่วงเหนี่ยวกักขังหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมทั้งยื่นคำร้องคัดค้านการอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว        โดยศาลจังหวัดกันทรลักษ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และเกรงว่าจะหลบหนี ศาลจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังเพิ่มเติมในข้อหาดังกล่าว และมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ และมีอัตราโทษร้ายแรง เกรงว่าจะหลบหนี จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ ได้ควบคุมตัว ร.อ.ศุภชัย ไปขึ้นรถผู้ต้องขังของเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์ เพื่อนำตัวผู้กองเหน่งไปคุมขังไว้ โดยผู้กองเหน่งสวมเสื้อยืดลายพรางของทหาร มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลจังหวัดกันทรลักษ์เดินหิ้วปีกไปขึ้นรถของเรือนจำอำเภอกันทรลักษ์        ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ได้มีญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย มาร่วมรับฟังการพิจารณาของศาลจังหวัดกันทรลักษ์ในครั้งนี้ด้วย ซึ่งนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 62 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจดีใจที่ได้รับความยุติธรรมในครั้งนี้ สมกับความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยของตนและครอบครัว ญาติพี่น้องทุกคนที่พากันออกเดินลุยป่าเพื่อค้นหาร่างของลูกสาว จนกระทั่งพบศพถูกทิ้งอยู่ในป่าทางขึ้นเนิน 500 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี อย่างน่าเวทนา ซึ่งตนขอประกาศตรงนี้ว่า ตนจะยังไม่เผาศพลูกสาว เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการทำลายพยานหลักฐานที่มีอยู่ โดยจะนำศพมาเก็บไว้ เมื่อคดีนี้ถึงที่สุดแล้ว และผู้กองเหน่งได้รับโทษตามกฎหมายที่บัญญัติไว้สูงสุด ตนจึงจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพต่อไป  

 17,725
สังคม-อาชญากรรม
30 ต.ค. 60

พ่อแม่ 'ผอ.อ้อย' เตรียมค้นหาชิ้นส่วน-เสื้อสีกากีเพิ่ม พร้อมยื่นค้านประกัน 'ผู้กองเหน่ง'

ศรีสะเกษ-ญาติจัดทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่แม้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ แต่ว่าเมื่อค้นพบศพของ ผอ.อ้อยแล้วและเตรียมนำกลับมาประกอบพิธีที่บ้าน จึงต้องทำบุญขึ้นบ้านใหม่ให้เป็นไปตามประเพณีโบราณ   สำหรับชิ้นส่วนของ ผอ.อ้อยนั้น ขณะนี้ยังขาดกระดูกสันหลัง ท่อนแขนซ้าย และเสื้อสีกากีที่ยังหาไม่พบ ซึ่งทางญาติจะพากันไปค้นหาบริเวณที่พบศพ เพื่อที่จะได้นำชิ้นส่วนร่างของ ผอ.อ้อยมาประกอบให้ครบเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลต่อไป   ด้านตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พนักงานสอบสวนคดีนี้ ได้นัดหมายให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาคดีนี้ ไปรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ทั้งนี้เนื่องจากว่าผลการตรวจดีเอ็นเอจากสถาบันนิติเวชได้แจ้งผลการตรวจมาให้พนักงานสอบสวนได้รับทราบแล้ว ซึ่งคาดว่าเป็นข้อหาเกี่ยวกับการฆาตกรรม ผอ.อ้อย และจากนั้น ผู้กองเหน่ง จะต้องไปรายงานตัวที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ เนื่องจากครบรอบการฝากขังครั้งที่ 1 แล้ว โดยพ่อแม่ของ ผอ.อ้อยจะไปยื่นเรื่องขอคัดค้านการประกันตัวผู้กองเหน่ง ในวันเดียวกันนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-HfkZaAP-Vg  

 29,575
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 60

แม่ 'ผอ.อ้อย' ไม่แปลกใจผลดีเอ็นเอชี้ชัดหัวกะโหลกที่พบเป็นลูกสาวจริง - 'ผู้กองเหน่ง' จ่อโดนแจ้งเพิ่มอีก2ข้อหา

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวอย่างลึกลับไปเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 60 และทางครอบครัวได้ออกค้นหามานานกว่า 3 เดือน ซึ่งล่าสุดได้ไปพบกระดูกกะโหลก, เศษเสื้อผ้า, นาฬิกา และหลักฐานอื่นๆ จำนวนหนึ่ง ที่คาดว่าจะเป็นผอ.อ้อย อยู่บริเวณเนิน 500 ห่างจากฐานอนุพงษ์ บ้านโนนสูง ต.โคมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดปฏิบัติการทหารที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต หรือรอยต่อระหว่างไทย-ลาว-กัมพูชา เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดผลการตรวจดีเอ็นเอจากกะโหลกและกระดูกต้นขา พบว่าตรงกันกับผอ.อ้อย ซึ่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เตรียมส่งรายงานผลพิสูจน์ดีเอ็นเอให้พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีทราบในวันที่ 28 ต.ค.นี้   ด้านนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ไม่รู้สึกแปลกใจหรือตื่นเต้นดีใจที่ผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอศพที่พบมีดีเอ็นเอตรงกันกับดีเอ็นเอของผอ.อ้อย เนื่องจากครอบครัว ญาติพี่น้องทุกคนมั่นใจว่า กะโหลกที่พบกลางป่า เป็นศพของผอ.อ้อยอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ครอบครัวจะนำชิ้นส่วนกระดูกและกะโหลกผอ.อ้อยมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัยอ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านพี่สาวของผอ.อ้อย โดยเป็นบ้านที่ลูกสาวเคยจัดพิธีแต่งงานกับสามี และอาศัยอยู่มาตลอดหลังย้ายจากเชียงใหม่ โดยจะตั้งศพบำเพ็ญกุศล จำนวน 3 วัน ก่อนจะนำไปฌาปนกิจ ส่วนเรื่องคดีความตนมั่นใจว่าหลักฐานน่าจะมัดตัวผู้ต้องหาดิ้นไม่หลุด พร้อมวอนขอให้ทุกฝ่ายดำเนินคดีอย่างยุติธรรม   ทั้งนี้มีรายงานระบุว่า พนักงานสอบสวนได้นำตัว ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหาร หรือ ผู้กองเหน่ง  สังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาในคดีนี้ ไปฝากขังผลัดที่ 1 ที่ศาล จ.กันทรลักษ์ ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา และจะครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 2 ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ โดยหลังจากทราบผลการตรวจดีเอ็นเอแล้วทางพนักงานสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและข้อหาซ่อนเร้นอำพรางศพเพิ่มเติม จากเดิมที่ถูกแจ้งข้อหาไปแล้วจำนวน 8 ข้อหา           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/KF1uqrb8kS8  

 130,528
สังคม-อาชญากรรม
25 ต.ค. 60

เจอเพิ่มกระโปรงสีกากี-ชุดชั้นใน-กระดูก สามีมั่นใจเป็น 'ผอ.อ้อย' ทบ.สั่งพักราชการ 'ผู้กองเหน่ง'

ศรีสะเกษ - จากกรณีที่พ่อแม่ ญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ได้ออกค้นหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ที่หายตัวไปนานกว่า 3 เดือน ซึ่งล่าสุด พ่อแม่ และอา ได้พบศพของ ผอ.อ้อย ถูกทิ้งอยู่ที่บริเวณข้างทางขึ้นสู่เนิน 500 ห่างจากฐานอนุพงศ์ ประมาณ 400 เมตร เขตบ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บชิ้นส่วนของศพ เพื่อนำส่งไปตรวจพิสูจน์   ล่าสุดทาง จนท.ได้ร่วมกันออกตรวจค้นรอบบริเวณที่พบศพของ ผอ.อ้อย เพื่อหาหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติม ซึ่งการค้นหาหลักฐานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากว่าบริเวณนี้มีกับระเบิดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนลงไปในพื้นที่ที่มีการค้นหา เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกระทบต่อพยานหลักฐานที่กำลังค้นหาอยู่   พบว่าห่างจากจุดที่พบหัวกะโหลกของ ผอ.อ้อยเป็นเนินลาดลงไปประมาณ 70 เมตร ได้ตรวจพบกระโปรงผู้หญิงสีน้ำตาล คาดว่าเป็นกระโปรงของเครื่องแบบข้าราชการถูกทิ้งอยู่บนพื้น มีคราบเศษดินและใบไม้ปกคลุมอยู่ และใกล้กัน เจ้าหน้าที่ได้พบสเตย์สีดำ ซึ่งเป็นชุดชั้นในของผู้หญิงถูกทิ้งอยู่ และบริเวณใกล้กัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกระดูกบริเวณสะโพก จำนวน 2 ชิ้น ซึ่งได้มีการทำเครื่องหมายเอาไว้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ และเก็บไปตรวจพิสูจน์ต่อไป   ด้านสามีของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า กระโปรงสีกากีและสเตย์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้น ตนมั่นใจว่าเป็นกระโปรงและสเตย์ของ ผอ.อ้อย อย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจากว่า กระโปรงมีขนาดรอบเอวเล็กเท่ากับรูปร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งจากการที่ได้ค้นพบชิ้นส่วนร่างของ ผอ.อ้อยทั้งหมดนี้ ตนมั่นใจว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ได้มาร่วมตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตนก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งและมั่นใจว่า ศาลสถิตยุติธรรมคงจะให้ความเป็นธรรมกับตนและญาติพี่น้องในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยหลักฐานทั้งหมดและพยานแวดล้อมชี้ชัดแล้วว่า นายทหารยศร้อยเอกเป็นฆาตกรฆ่า ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุและมีความเชี่ยวชาญคดีอาชญากรรม เปิดเผยว่า ร่างของ ผอ.อ้อย คาดว่าถูกคนร้ายฆ่าด้วยการใช้เข็มขัดสีกากีรัดคอจากบริเวณด้านหลัง โดยสังเกตจากเข็มขัดจะยังยึดติดอยู่กับเส้นผม และมีเศษกระดูกบริเวณคอติดอยู่กับเส้นผม ประมาณ 3 ชิ้น โดยมีเข็มขัดสีกากีติดอยู่ จากนั้น คนร้ายได้นำเอาศพมาทิ้งไว้ โดยการถอดเสื้อผ้าออก เพื่อเป็นการอำพรางศพ ทั้งนี้เนื่องจากว่าหากมีเสื้อผ้าติดอยู่กับศพ จะสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นศพของใคร   อีกทั้ง ลักษณะของศพไม่ได้ถูกเผาหรือฝัง เป็นการนำเอามาวางทิ้งไว้ให้เน่าสลายไปตามธรรมชาติ และมีการนำเอาเศษใบไม้มาปกคลุมอำพรางสายตาคนทั่วไปเอาไว้ และคาดว่าศพอาจจะถูกสัตว์ป่ากัดแทะกินเป็นอาหาร ทำให้ศพเหลือแต่กระดูก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังทำการตรวจสอบว่า กระโปรงที่พบนั้น ผอ.อ้อยซื้อมาจากร้านไหนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้เบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คืบหน้าไปมากแล้ว   ด้านพลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ สภ.น้ำยืน เก็บหลักฐานทั้งหมด ส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ ฝ่ายนิติเวช โดยคาดใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน และให้ฝ่ายนิติเวชรีบรายงานผลการตรวจผลดีเอ็นเอให้ทราบทันที   ขณะที่ความคืบหน้าการดำเนินการทางวินัยทหารกับ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา 8 ข้อหาเกี่ยวพันกับคดีการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย ทางหน่วยต้นสังกัดคือกองพันหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 (ร.6 พัน.2) ได้ทำหนังสือขึ้นมาตามลำดับชั้นผ่านทางกองทัพภาคที่ 2 กองทัพบก เสนอไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อขออนุมัติพักราชการ ร.อ.ศุภชัยแล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา   เนื่องจากเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนทางคดีอาญา และเป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งที่ผ่านมากองทัพได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน ทั้งเรื่องการค้นหาศพมาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบเนื่องจากร.อ.ศุภชัย ปฎิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตามจุดที่พบศพนั้นไม่ได้อยู่ในค่ายทหาร แต่อยู่ฝั่งชายแดนด้านช่องบก ห่างจากฐานทหารอนุพงษ์เข้ามาบริเวณพื้นที่เนิน 500 ถือเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปท่องเที่ยวได้ ไม่ใช่อยู่ในอาณาบริเวณฐานทหาร และที่ผ่านมาเคยมีการไปค้นหลายจุด เช่น บริเวณช่องอานม้าแต่ก็ไม่พบ ถือว่ากองทัพภาคที่ 2 ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jTcCikct-1I    

 26,216
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

พบกระโปรงสีกากี - สเตย์ ที่จุดพบศพ สามียันเป็นของ ผอ.อ้อย คาดถูกฆ่ารัดคอ

ศรีสะเกษ - คืบหน้า ผอ.อ้อย พบกระโปรงสีกากี สเตย์ และกระดูกสะโพก สามียืนยันเป็นกระโปรงและชุดชั้นในของ ผอ.อ้อย แน่นอน   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พ่อแม่ ญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ได้ออกค้นหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย ที่หายตัวไปนานกว่า 3 เดือน ซึ่งล่าสุด พ่อแม่ และอา ได้พบศพของ ผอ.อ้อย ถูกทิ้งอยู่ที่บริเวณข้างทางขึ้นสู่เนิน 500 ห่างจากฐานอนุพงศ์ ประมาณ 400 เมตร เขตบ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บชิ้นส่วนของศพ เพื่อนำส่งไปตรวจพิสูจน์ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น   ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 24 ต.ค.60 พ.ต.อ.ชยากร เทศะบำรุง ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สังวร วันทะวี สารวัตรสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ไปร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำยืน และเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกันออกตรวจค้นรอบบริเวณที่พบศพของ ผอ.อ้อย เพื่อหาหลักฐานประกอบคดีเพิ่มเติม ซึ่งการค้นหาหลักฐานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากว่าบริเวณนี้มีกับระเบิดหลงเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนลงไปในพื้นที่ที่มีการค้นหา เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกระทบต่อพยานหลักฐานที่กำลังค้นหาอยู่   พ.ต.ท.สังวร วันทะวี สารวัตรสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า จากการที่ตนและคณะได้ตรวจค้นรอบบริเวณอย่างละเอียดแล้ว พบว่า ห่างจากจุดที่พบหัวกะโหลกของ ผอ.อ้อยเป็นเนินลาดลงไปประมาณ 70 เมตร ได้ตรวจพบกระโปรงผู้หญิงสีน้ำตาล คาดว่าเป็นกระโปรงของเครื่องแบบข้าราชการถูกทิ้งอยู่บนพื้น มีคราบเศษดินและใบไม้ปกคลุมอยู่ และใกล้กัน เจ้าหน้าที่ได้พบสเตย์สีดำ ซึ่งเป็นชุดชั้นในของผู้หญิงถูกทิ้งอยู่ และบริเวณใกล้กัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกระดูกบริเวณสะโพก จำนวน 2 ชิ้น ซึ่งได้มีการทำเครื่องหมายเอาไว้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาทำการตรวจสอบ และเก็บไปตรวจพิสูจน์ต่อไป   ทางด้าน นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า กระโปรงสีกากีและสเตย์ที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้น ตนมั่นใจว่าเป็นกระโปรงและสเตย์ของ ผอ.อ้อย ภรรยาสาวของตนอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจากว่า กระโปรงมีขนาดรอบเอวเล็กเท่ากับรูปร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งจากการที่ได้ค้นพบชิ้นส่วนร่างของ ผอ.อ้อยทั้งหมดนี้ ตนมั่นใจว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน ตนขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ได้มาร่วมตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งตนก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งและมั่นใจว่า ศาลสถิตยุติธรรมคงจะให้ความเป็นธรรมกับตนและญาติพี่น้องในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยหลักฐานทั้งหมดและพยานแวดล้อมชี้ชัดแล้วว่า นายทหารยศร้อยเอกเป็นฆาตกรฆ่า ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน   ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุและมีความเชี่ยวชาญคดีอาชญากรรม เปิดเผยว่า ร่างของ ผอ.อ้อย คาดว่าถูกคนร้ายฆ่าด้วยการใช้เข็มขัดสีกากีรัดคอจากบริเวณด้านหลัง โดยสังเกตจากเข็มขัดจะยังยึดติดอยู่กับเส้นผม และมีเศษกระดูกบริเวณคอติดอยู่กับเส้นผม ประมาณ 3 ชิ้น โดยมีเข็มขัดสีกากีติดอยู่ จากนั้น คนร้ายได้นำเอาศพมาทิ้งไว้ โดยการถอดเสื้อผ้าออก เพื่อเป็นการอำพรางศพ ทั้งนี้เนื่องจากว่าหากมีเสื้อผ้าติดอยู่กับศพ จะสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นศพของใคร อีกทั้ง ลักษณะของศพไม่ได้ถูกเผาหรือฝัง เป็นการนำเอามาวางทิ้งไว้ให้เน่าสลายไปตามธรรมชาติ และมีการนำเอาเศษใบไม้มาปกคลุมอำพรางสายตาคนทั่วไปเอาไว้ และคาดว่าศพอาจจะถูกสัตว์ป่ากัดแทะกินเป็นอาหาร ทำให้ศพเหลือแต่กระดูก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนกำลังทำการตรวจสอบว่า กระโปรงที่พบนั้น ผอ.อ้อยซื้อมาจากร้านไหนอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้เบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คืบหน้าไปมากแล้ว     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 75,406
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

ญาติมั่นใจชิ้นส่วนหัวกะโหลก-นาฬิกา-เข็มขัด เป็นของ 'ผอ.อ้อย' เร่งเก็บชิ้นส่วนพิสูจน์ dna

ศรีสะเกษ-พ่อแม่และญาติของ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หรือ ผอ.อ้อย ได้ค้นพบศพของ ผอ.อ้อย อยู่ที่บริเวณห่างจากถนนทางขึ้นไปเนิน 500 ห่างจากฐานทหารพรานอนุพงศ์ บ้านโนนสูง ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี   โดยสภาพศพเหลือเพียงกะโหลกศีรษะ เส้นผมยาว เข็มขัดข้าราชการมัดอยู่ตรงเส้นผม และนาฬิกาข้อมือสายสีดำ ตกอยู่ใกล้กัน ทางญาติได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน เจ้าของคดีได้ทราบและแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ตร.เจ้าของพื้นที่ได้รับทราบ เพื่อดำเนินการตามกฏหมาย   โดยครอบครัวของ ผอ.อ้อย ยืนยันว่า ชิ้นส่วนมนุษย์ที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน โดยดูจากกะโหลกศีรษะ กราม เส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนาฬิกาข้อมือและเข็มขัด เป็นสิ่งของที่ ผอ.อ้อยใช้ประจำ อีกทั้งศีรษะของ ผอ.อ้อยจะเล็ก และบริเวณกรามจะเล็ก ฟันที่ติดอยู่กับกรามก็เป็นลักษณะฟันของ ผอ.อ้อยจริง ซึ่งพวกตนดีใจที่พบศพของ ผอ.อ้อย ซึ่งกำลังรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอาชิ้นส่วนศพของ ผอ.อ้อย ไปทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยจริงหรือไม่ อย่างไร แต่พวกตนยืนยันว่า ศพที่พบเป็นศพของ ผอ.อ้อยอย่างแน่นอน   แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า การที่พบศพ ผอ.อ้อยนี้ เป็นเพราะว่าตนได้บนบานขอให้ ผอ.อ้อยมาบอกว่าอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะได้นำศพกลับบ้าน จนกระทั่ง ผอ.อ้อยมาเข้าฝันเมื่อคืนนี้ ทำให้รู้จุดที่ซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อย ซึ่งหลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอแล้ว ตนจะได้นำศพของ ผอ.อ้อยมาประกอบพิธีทางศาสนา และจะบอกน้องใบเฟิร์นลูกสาวของ ผอ.อ้อยว่า แม่ไปสวรรค์แล้ว คงไม่ได้อยู่กับหลานอีกต่อไป ตนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและศาลสถิตยุติธรรมได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับฆาตกรโหดที่ฆ่า ผอ.อ้อย ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต เพื่อให้สาสมกับความโหดเหี้ยมกับฆาตกรรายนี้   ด้านแพทย์หญิงวิชุดา แจ่มพันธุ์ แพทย์ ร.พ.น้ำยืน กล่าวว่า จากการที่ได้ตรวจสอบดูแล้วพบว่า มีชิ้นส่วนของร่างมนุษย์ประกอบด้วย กะโหลกศีรษะ ฟันกราม กระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกสะบัก เส้นผม กระดูกไหปลาร้า กระดูกซี่โครง ซึ่งยังพบกระดูกไม่หมดทุกชิ้นส่วน จึงยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่า มีร่องรอยของการถูกทำร้ายที่ใดหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jhS-jymQn0M    

 65,621
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 60

เผยจุดพบศพ ผอ.อ้อย พบกะโหลก เส้นผม และนาฬิกา สามียันเป็นศพ ผอ.อ้อยแน่

    พ่อแม่และอาของ ผอ.อ้อย ติดตามไปจนพบศพของ ผอ.อ้อยหรือ น.ส.จุฑาภรณ์   อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา  อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษแล้ว  โดยพบศพที่บริเวณทางขึ้นเนิน 500 ใกล้กับฐานอนุพงศ์  บ้านโนนสูง ทต.โดมประดิษฐ์  อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี  จุดที่พบ พบกระโหลกศีรษะ ฟัน  เส้นผมลักษณะยาว  หัวเข็มขัดและสายเข็ดขัดข้าราชการ   นาฬิกาที่ ผอ.อ้อยสวมใส่ประจำ  ซึ่งนายวิทยา เกษแก้ว สามีของ ผอ.อ้อยยืนยันว่าเป็นศพของ ผอ.อ้อยจริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเข้าไปทำการตรวจสอบและนำเอาไปพิสูจน์ดีเอ็นเอ ต่อไป      

 193,237
สังคม-อาชญากรรม
23 ต.ค. 60

พบแล้ว ศพ ผอ. อ้อย ถูกเข็มขัดตรา อ.บ.ต. รัดคอ

    กรณีของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้รับการยืนยันจาก พ่อ ของ ผอ.อ้อย ยืนยันว่าพบศพ ผอ.อ้อยแล้วที่บริเวณใกล้กับฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ กองร้อยทหารพราน 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี สภาพศพถูกเข็มขัดรัดคอ หัวเข็มขัด มีเป็นตรา อ.บ.ต. ตอนนี้ทหารและตำรวจ กำลังเข้าไปจุดเกิดเหตุ พ่อยืนยันว่าเป็นศพของลูกสาวอย่างแน่นอน      

 1,021,956
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

พ่อรุดตรวจสอบทางลงช่องอานม้า หลังมีเบาะแสใหม่จุดฝังศพ 'ผอ.อ้อย'

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดี น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดพ่อ ผอ.อ้อย เผยจุดต้องสงสัยฝังศพลูกสาวอยู่ที่ทางลงจากช่องอานม้า เนื่องจากมีชาวบ้านพบเห็นรถเก๋งคล้ายกับรถของ ผอ. อ้อยเข้ามาจอดในบริเวณดังกล่าวข้างรถยนต์ปิคอัพนานกว่า 2 ชม. พร้อมประกาศให้เงิน 1 ล้านบาทแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแส    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XAiEh2k-5Kg  

 1,237
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

ญาติ ผอ.อ้อยฮือล้อม 'ผู้กองเหน่ง' โดนตั้งเพิ่ม 4 ข้อหา ก่อนศาลให้ประกันตัว

ศรีสะเกษ-คืบหน้าคดีการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานกว่า 3 เดือน   ล่าสุดมีการตั้งข้อหา ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เป็นผู้ต้องหาสำคัญของคดีนี้ โดยตั้งข้อหาเพิ่มอีก 4 ข้อหา จากเดิมที่มีอยู่ 4 ข้อหา ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงได้มีญาติพี่น้องถือป้ายเต็มหน้า สภ.กันทรลักษ์ ตะโกนลั่นเอา ผอ.อ้อยคืนมา ขณะที่ผู้กองเหน่งผู้ต้องหาต้องวิ่งแจ้นไปขึ้นรถปิคอัพที่พรรคพวกมาจอดรอเพื่อนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกันทรลักษ์   ขณะที่ทางญาติของ ผอ.อ้อย ขอคัดค้านการประกันตัวของผู้กองเหน่ง เพราะเกรงว่า ผู้กองเหน่งซึ่งเป็นนายทหารมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดีจะมายุ่งเหยิงคดีนี้ แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ พร้อมขอความเป็นธรรมถึงผู้ใหญ่ทุกท่านขอความเป็นธรรมในคดีนี้ด้วย เนื่องจากว่าทางบ้านแทบสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว หมดสิ้นเงินไปแล้วร่วม 1 ล้านบาท ส่วนเงินรางวัลในการตามหาตัว ผอ.อ้อย 1 ล้านบาท ยังคงตั้งไว้เช่นเดิม แต่ว่าไม่มีเบาะแสแจ้งเข้ามาแต่อย่างใด   ต่อมาศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ได้พิจารณาอนุญาตให้ประกันตัวผู้กองเหน่ง ด้วยหลักทรัพย์ จำนวน 600,000 บาทและตำแหน่งราชการของพ่อของผู้กองเหน่ง เนื่องจากเห็นว่า ผู้กองเหน่งมีอาชีพเป็นข้าราชการทหาร มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ซึ่งหลังจากศาลอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว ได้รีบแอบลงจากศาลขึ้นไปขึ้นรถหลบหนีญาติของ ผอ.อ้อยไปอย่างรวดเร็ว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Oj7L7-I631c    

 22,166
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 60

พ่อพบกระดูกปริศนา มั่นใจเป็นของมนุษย์ หลังบุกไปค้นเจอถูกเผาในค่ายทหารใกล้บ้านพัก ‘ผู้กองเหน่ง’ ส่งพิสูจน์ใช่ 'ผอ.อ้อย' หรือไม่

ศรีสะเกษ-พ่อของ ผอ.อ้อย หรือ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนานหลายเดือน ได้พากันเดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี โดยไปยื่นหนังสือกับ ผบ.กรมทหารราบที่ 6 เพื่อขอเข้าไปค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย   เนื่องจากว่าผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาคดีนี้มีบ้านพักอยู่ในค่ายทหารแห่งนี้ แต่ปรากฏว่า ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ทหารไม่ยอมให้ญาติพี่น้องเข้าไปทั้งหมด จะให้เข้าไปเพียง 20 คนเท่านั้น ซึ่งตนและญาติก็ได้แย้งว่า นายทหารระดับสูงเคยบอกกับตนว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบพื้นที่ของทหาร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารอนุญาติให้ตนและญาติพี่น้องทั้งหมดเข้าไปภายในค่ายทหารแห่งนี้   เมื่อกระจายกำลังเข้าไปค้นหาบริเวณด้านหลังแฟลตทหาร ซึ่งเป็นแฟลตร้าง โดยได้ค้นหาตามท่อน้ำเสียและท่อส้วมพบว่า บริเวณด้านหลังแฟลตร้างนี้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณบ้านพักของผู้ต้องหารายนี้มากนัก ได้พบกองเถ้าถ่านกระดูกที่ถูกเผาโดยใช้กระดาษลักษณะคล้ายกับกระดาษสื่อสารวิทยุเป็นเชื้อเพลิง โดยกระดูกถูกเผาเป็นชิ้นๆ เห็นได้ชัดว่าเป็นกะโหลกศีรษะ แต่ฟันที่พบไม่มีรากฟัน ซึ่งคาดว่าจะถูกเผาหลายรอบจนเศษกระดูกไหม้เกรียม และห่างออกไปประมาณ 50 เมตร พบผ้าปูที่นอนเป็นสีขาวคล้ายกับของทหาร มุมผ้าปูที่นอนทั้ง 4 ด้าน ยังมีปมผูกอยู่ทั้ง 4 ด้าน และมีรอยคล้ายกับคราบเลือดติดอยู่   ทางญาติจึงได้ช่วยกันเก็บเอาเศษกระดูกทั้งหมดใส่ถุง นำเอาไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ แจ้งว่า ให้นำเอากระดูกทั้งหมดไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนของคดีนี้ นำส่งไปตรวจพิสูจน์หาดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นดีเอ็นเอของ ผอ.อ้อยหรือไม่ อย่างไร ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้นำเอากระดูกที่ค้นพบไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ย.60 ที่ผ่านมา   โดยพ่อ ผอ.อ้อยคาดว่ากระดูกที่พบทั้งหมดนี้อาจจะเป็นกระดูกมนุษย์ เนื่องจากเห็นได้ชัดเจนว่าบริเวณกะโหลกศีรษะและฟันเป็นของมนุษย์ชัดเจน อีกทั้งชิ้นส่วนต่าง ๆ มีลักษณะคล้ายกับกระดูกมนุษย์มาก จึงขอฝากไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าขอให้ทุกท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายในคดีนี้ด้วย ลูกใครใครก็รัก พวกตนและญาติพี่น้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อตามหา ผอ.อ้อย ลูกสาวสุดที่รักของตน ขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นใจและช่วยเหลือตนและญาติพี่น้องและให้ความเป็นธรรมกับพวกตนในคดีนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GXxsf52biMs    

 24,034
ข่าวภูมิภาค
01 ต.ค. 60

พ่อแม่ 'ผอ.อ้อย' บุกค่ายทหารขอค้นห้อง 'ผู้กองเหน่ง' รับหมดเงินไปแล้วกว่า 1 ล้านแต่จะไม่เลิกหา

ความคืบหน้าจากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำนั้น       ล่าสุดนายบุญเลิศ อุ่นอ่อน และ นางแหลม อุ่นอ่อน พ่อแม่ของ ผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติพี่น้อง ได้เดินทางมาขอเข้าพบ พ.อ.สุรชัย มีหอม ผบ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 เพื่อขอเข้าตรวจค้นหาร่องรอยหลักฐานการหายตัวไปของลูกสาว เนื่องจาก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เคยมาอาศัยอยู่ในค่ายแห่งนี้ ซึ่งก็ได้รับการอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบ โดยพ่อแม่ของ ผอ.อ้อย ใช้เวลาในการตรวจค้นประมาณ 35 นาทีจึงกลับออกมา    ด้านนายบุญเลิศระบุว่า ภายในห้องพักว่างเปล่าไม่มีสิ่งของใดๆ ภายในห้องเหลืออยู่ จากนั้นได้ไปตรวจค้นรอบบริเวณค่ายแต่ไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อย ตนต้องขอขอบคุณ พ.อ.สุรชัย และคณะนายทหารที่อำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสอบในครั้งนี้ ทำให้ตนและญาติพี่น้องหายคลางแคลงใจว่าอาจจะมีการซุกซ่อนร่างของ ผอ.อ้อยไว้ภายในค่ายทหารพรานแห่งนี้แล้ว     ทั้งนี้ตั้งแต่ตนได้ประกาศไปว่าจะให้รางวัล 1,000,000 บาท เมื่อพบ ผอ.อ้อย ที่ยังมีชีวิตอยู่ และรางวัล 500,000 บาท หากพบร่างของ ผอ.อ้อย ปรากฏว่ามีการแจ้งเบาะแสเข้ามาแล้วกว่า 3,000 ครั้ง ส่วนมากแล้วจะเป็นร่างทรงที่มาเข้าทรงแจ้งเบาะแส แต่ว่าไม่พบร่องรอยของ ผอ.อ้อยแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้ตนหมดเงินค่าใช้จ่ายในการตามหาลูกไปแล้วกว่า 1,000,000 บาท แต่ก็ยังไร้วี่แวว ตนยอมรับว่าท้อแต่ว่าจะไม่ยอมล้มเลิกการติดตามหาตัวลูกสาว                ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/zxlvNbWed2Q

 20,605

Top