ค้นหา :

ผลการค้นหา "หอภาพยนตร์แห่งชาติ"

ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

ไฟไหม้อาคารเก็บฟิล์มเก่าหอภาพยนตร์ เสียหายวอด ประเมินค่าไม่ได้

นครปฐม-เกิดเหตุเพลิงไห้มที่อาคารตู้คอนเทรนเนอร์ดัดแปลงและเป็นที่เก็บฟิล์มเก่าของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)หมู่ที่ 3 ตำบลศาลายา ถนนพุทธมณฑลสาย5 ใก้ลมหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา   ที่เกิดเหตุ พบเปลวไฟเริ่มลุกไหม้บนอาคารชั้น 2 ซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลงซ้อนกันเป็น 2 ชั้น รวม 8 ตู้ ไฟได้ไหม้ลุกลามชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้เก็บฟิล์มเก่าและตรวจเช็คฟิล์มเก่า ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 มูลค่าการก่อสร้างในตอนนั้นหนึ่งล้านบาทและได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และอยู่ห่างจากตัวอาคารหอภาพยนต์ประมาณ200เมตร แต่ที่เกิดเหตุอยู่ในอาณาบริเวณของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) หรือพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลศาลายาได้ใช้น้ำฉีดดับเพลิงไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงต้องเรียกรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียงรวม 7 คัน มาร่วมใช้น้ำฉีดสกัดดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบ   จากการตรวจสอบ เพลิงเผาพลาญในชั้นที่ 2 เสียหายทั้งหมดรวม 4 ตู้ ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บฟิล์มเก่าและตรวจเช็คฟิล์มเก่าที่ประเมินค่าไม่ได้เสียหายทั้งหมด ส่วนชั้นล่างเป็นออฟฟิศถูกน้ำที่ใช้ดับเพลิงไหลเข้าไปได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยปกติแล้วในวันเวลาราชการจะมีเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในเวลาราชการ 08.30น.-16.30 น. และหลังจากนั้นจะมี รปภ.คอยตรวจความเรียบร้อยพลัดละ 3 คน   ขณะเกิดเหตุรปภ.ที่เข้าเวรตรวจผ่านจุดเกิดเหตุ พบเห็นมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากอาคารตู้คอนเทรนเนอร์ชั้น 2 จำนวนมาก จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ แต่อาคารดังกล่าวเก็บฟิล์มเก่าไว้จำนวนมากจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี   นายอุดม สุขวงค์ อดีตผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาหอภาพยนตร์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้บริหารระบุว่า ฟิล์มที่ถูกเพลิงไห้มหมดในครั้งนี้ไม่อาจประเมินค่าได้เลย เนื่องจากเป็นฟิล์มเก่าที่จัดเก็บออกมาจากหอภาพยนตร์และเป็นฟิล์มเก่าที่รับบริจาคมาเพื่อเก็บกู้มาใช้ใหม่ ซึ่งไม่อาจหาใหม่มาทดแทนได้อีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u48mhiXa5Qw

 1,268
สังคม
30 ก.ย. 62

ไฟไหม้อาคารเก็บฟิล์มเก่าหอภาพยนตร์ เสียหายวอด ประเมินค่าไม่ได้

นครปฐม-เกิดเหตุเพลิงไห้มที่อาคารตู้คอนเทรนเนอร์ดัดแปลงและเป็นที่เก็บฟิล์มเก่าของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)หมู่ที่ 3 ตำบลศาลายา ถนนพุทธมณฑลสาย5 ใก้ลมหาวิทยาลัยราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา   ที่เกิดเหตุ พบเปลวไฟเริ่มลุกไหม้บนอาคารชั้น 2 ซึ่งเป็นตู้คอนเทนเนอร์ดัดแปลงซ้อนกันเป็น 2 ชั้น รวม 8 ตู้ ไฟได้ไหม้ลุกลามชั้นที่ 2 ซึ่งเป็นห้องที่ใช้เก็บฟิล์มเก่าและตรวจเช็คฟิล์มเก่า ซึ่งได้เปิดใช้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2553 มูลค่าการก่อสร้างในตอนนั้นหนึ่งล้านบาทและได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และอยู่ห่างจากตัวอาคารหอภาพยนต์ประมาณ200เมตร แต่ที่เกิดเหตุอยู่ในอาณาบริเวณของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) หรือพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย   เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลศาลายาได้ใช้น้ำฉีดดับเพลิงไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากฟิล์มภาพยนตร์เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้เพลิงโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง จึงต้องเรียกรถดับเพลิงพื้นที่ใกล้เคียงรวม 7 คัน มาร่วมใช้น้ำฉีดสกัดดับเพลิง โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบ   จากการตรวจสอบ เพลิงเผาพลาญในชั้นที่ 2 เสียหายทั้งหมดรวม 4 ตู้ ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บฟิล์มเก่าและตรวจเช็คฟิล์มเก่าที่ประเมินค่าไม่ได้เสียหายทั้งหมด ส่วนชั้นล่างเป็นออฟฟิศถูกน้ำที่ใช้ดับเพลิงไหลเข้าไปได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยปกติแล้วในวันเวลาราชการจะมีเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในเวลาราชการ 08.30น.-16.30 น. และหลังจากนั้นจะมี รปภ.คอยตรวจความเรียบร้อยพลัดละ 3 คน   ขณะเกิดเหตุรปภ.ที่เข้าเวรตรวจผ่านจุดเกิดเหตุ พบเห็นมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากอาคารตู้คอนเทรนเนอร์ชั้น 2 จำนวนมาก จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาช่วยเหลือ แต่อาคารดังกล่าวเก็บฟิล์มเก่าไว้จำนวนมากจึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี   นายอุดม สุขวงค์ อดีตผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาหอภาพยนตร์ พร้อมด้วยกลุ่มผู้บริหารระบุว่า ฟิล์มที่ถูกเพลิงไห้มหมดในครั้งนี้ไม่อาจประเมินค่าได้เลย เนื่องจากเป็นฟิล์มเก่าที่จัดเก็บออกมาจากหอภาพยนตร์และเป็นฟิล์มเก่าที่รับบริจาคมาเพื่อเก็บกู้มาใช้ใหม่ ซึ่งไม่อาจหาใหม่มาทดแทนได้อีก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/u48mhiXa5Qw

 1,268
พระราชสำนัก
06 ต.ค. 60

หอภาพยนตร์เผยวีดิโอฟิล์มประวัติศาสตร์ ภาพพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 6 อายุกว่า 91 ปี!

            โลกออนไลน์ได้ชื่นชมภาพประวัติศาสตร์แห่งพระราชพิธีอีกครั้ง เมื่อหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่ภาพยนตร์เงียบการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2468 ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งภาพยนตร์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 7 ประจำปี 2560 ด้วยคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ สังคม และศิลปะ ในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย 4 ตุลาคม 2560               โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นผลงานการบันทึกโดย "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 ไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วน โดยเริ่มจาก                 1. ภาพวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2468 เวลา 17.28 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ราชกิจจานุเบกษาบรรยายพิธีไว้ว่า    "เวลานั้นโหรลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ดนตรี ทรงสาวเชือกรอกยกนพปฏลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศขึ้นที่พร้อมบริบูรณ์"                 2. ภาพบรรพชิตจีนประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลกงเต๊กหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อนึ่ง รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับงานกงเต๊กของพระองค์เองไว้ว่า    "ในการทำบุญ ๗ วัน เมื่อไว้พระศพก็ดี และในงานพระเมรุก็ดี ขอให้จัดทำพิธีกงเต๊ก ถ้าไม่มีใครศรัทธาทำให้ข้าพเจ้า ขอให้ทายาทของข้าพเจ้าหาพรตอานัมนิกาย จีนนิกาย มาทำให้ข้าพเจ้า"                 3. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาเช้า เป็นการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นเกรินบันไดนาค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินขึ้นเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และพระยาวงศาภรณ์ภูษิตเชิญพระโกศขึ้นประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ณ พลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก่อนจะแห่ริ้วกระบวนสู่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 6 ในเรื่องนี้มีว่า    "ในการแห่พระบรมศพ ตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปถึงวัดพระเชตุพน ให้ใช้พระยานมาศตามประเพณี จากวัดพระเชตุพนไปพระเมรุ ขอให้จัดแต่งรถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพ เพราะข้าพเจ้าเป็นทหาร อยากจะใคร่เดินทางระยะสุดท้ายนี้อย่างทหาร"             อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการใช้รถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพตามพระบรมราชโองการว่า "ไม่มีธรรมเนียม" จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระมหาพิชัยราชรถแทนราชรถปืนใหญ่ และไปใช้เกรินประดิษฐานล้อเกวียนปืนใหญ่เชิญพระโกศพระบรมศพในช่วงเวียนพระบรมโกศรอบพระเมรุมาศสามรอบแทน                 4. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชยาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งประทับพระวอสีวิกากาญจน์ พร้อมกระบวนราบมายังบริเวณพระราชพิธี                   5. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และคณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ                   6. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 18.30 น. บรรดาข้าราชการ คณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ขึ้นสู่พระเมรุมาศเพื่อถวายพระเพลิง                   7. ภาพวันที่ 25 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 07.30 น. หลังถวายพระเพลิงเรียบร้อย และรัชกาลที่ 7 สรงพระบรมอัฐิแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการที่เป็นราชสกุลและราชินิกุลเดินสามหาบ 3 สำรับ 9 หาบเวียนโดยอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ                    8. ภาพการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระที่นั่งราเชนทรยาน ตั้งกระบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อแห่อัญเชิญจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลในเวลา 09.05 น. วันที่ 25 มีนาคม 2468               อนึ่ง ข้อมูลจากเว็บไซต์มูลนิธิหนังไทย ระบุว่า "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว" ซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพยนตร์ดังกล่าว ก่อตั้งโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นหน่วยงานผลิตภาพยนตร์ที่มีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อมแห่งเดียวของสยามในขณะนั้น มีอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ที่สั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา           กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ประเภทข่าวสารของรัฐบาล เพื่อเผยแพร่กิจการต่างๆ ของรัฐ เป็นเครื่องมือทำประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล และเป็นเครื่องมือให้ความรู้และอบรมราษฎรในเรื่องต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐ นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการในลักษณะธุรกิจ รับจ้างถ่ายทำภาพยนตร์ต่าง ๆ แก่เอกชนทั่วไป กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 มีการจัดตั้งกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ทำให้กิจการของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวถดถอยลงและในที่สุดก็ถูกยุบไป           (*หมายเหตุ : วันที่ในรายงานชิ้นนี้ นับปี พ.ศ. แบบเก่าโดยอาศัยวันที่ 1 เมษายนเป็นวันปีใหม่ หากนับแบบปัจจุบันจะเป็น พ.ศ.2469) ขอบคุณภาพ วิดีโอ และข้อมูลจาก : - หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) https://www.youtube.com/watch?v=ccwuphWlor8 - ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 43 หน้า 209-233 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/209.PDF - วชิราวุธวิทยาลัย http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_08.htm

 41,936
พินิจประเพณี
06 ต.ค. 60

หอภาพยนตร์เผยวีดิโอฟิล์มประวัติศาสตร์ ภาพพระราชพิธีถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 6 อายุกว่า 91 ปี!

            โลกออนไลน์ได้ชื่นชมภาพประวัติศาสตร์แห่งพระราชพิธีอีกครั้ง เมื่อหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้เผยแพร่ภาพยนตร์เงียบการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2468 ผ่านทางเว็บไซต์ยูทูป ซึ่งภาพยนตร์นี้ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติครั้งที่ 7 ประจำปี 2560 ด้วยคุณค่า ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ สังคม และศิลปะ ในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย 4 ตุลาคม 2560               โดยภาพยนตร์ดังกล่าวเป็นผลงานการบันทึกโดย "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" หรือการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน ได้บันทึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 ไว้อย่างค่อนข้างครบถ้วน โดยเริ่มจาก                 1. ภาพวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2468 เวลา 17.28 น. พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ทรงประกอบพิธียกนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ราชกิจจานุเบกษาบรรยายพิธีไว้ว่า    "เวลานั้นโหรลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรสังข์ พิณพาทย์ดนตรี ทรงสาวเชือกรอกยกนพปฏลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศขึ้นที่พร้อมบริบูรณ์"                 2. ภาพบรรพชิตจีนประกอบพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลกงเต๊กหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อนึ่ง รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับงานกงเต๊กของพระองค์เองไว้ว่า    "ในการทำบุญ ๗ วัน เมื่อไว้พระศพก็ดี และในงานพระเมรุก็ดี ขอให้จัดทำพิธีกงเต๊ก ถ้าไม่มีใครศรัทธาทำให้ข้าพเจ้า ขอให้ทายาทของข้าพเจ้าหาพรตอานัมนิกาย จีนนิกาย มาทำให้ข้าพเจ้า"                 3. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาเช้า เป็นการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพจากพระยานมาศสามลำคานขึ้นเกรินบันไดนาค จากนั้นพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าพนักงานเลื่อนเกรินขึ้นเทียบพระมหาพิชัยราชรถ และพระยาวงศาภรณ์ภูษิตเชิญพระโกศขึ้นประดิษฐานบนบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ ณ พลับพลาหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ก่อนจะแห่ริ้วกระบวนสู่พระเมรุมาศท้องสนามหลวง ท่ามกลางประชาชนที่มาเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ ซึ่งพระบรมราชโองการของรัชกาลที่ 6 ในเรื่องนี้มีว่า    "ในการแห่พระบรมศพ ตั้งแต่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปถึงวัดพระเชตุพน ให้ใช้พระยานมาศตามประเพณี จากวัดพระเชตุพนไปพระเมรุ ขอให้จัดแต่งรถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพ เพราะข้าพเจ้าเป็นทหาร อยากจะใคร่เดินทางระยะสุดท้ายนี้อย่างทหาร"             อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงการใช้รถปืนใหญ่เป็นรถพระบรมศพตามพระบรมราชโองการว่า "ไม่มีธรรมเนียม" จึงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระมหาพิชัยราชรถแทนราชรถปืนใหญ่ และไปใช้เกรินประดิษฐานล้อเกวียนปืนใหญ่เชิญพระโกศพระบรมศพในช่วงเวียนพระบรมโกศรอบพระเมรุมาศสามรอบแทน                 4. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินประทับพระราชยาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ซึ่งประทับพระวอสีวิกากาญจน์ พร้อมกระบวนราบมายังบริเวณพระราชพิธี                   5. ภาพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง พร้อมบรรดาพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และคณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินขึ้นพระเมรุมาศ                   6. ภาพวันที่ 24 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 18.30 น. บรรดาข้าราชการ คณะอัครราชทูต ทูตานุทูต และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ขึ้นสู่พระเมรุมาศเพื่อถวายพระเพลิง                   7. ภาพวันที่ 25 มีนาคม 2468 เวลาประมาณ 07.30 น. หลังถวายพระเพลิงเรียบร้อย และรัชกาลที่ 7 สรงพระบรมอัฐิแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการที่เป็นราชสกุลและราชินิกุลเดินสามหาบ 3 สำรับ 9 หาบเวียนโดยอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ                    8. ภาพการอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิลงจากพระเมรุมาศไปยังพระที่นั่งทรงธรรม และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระที่นั่งราเชนทรยาน ตั้งกระบวนพระบรมราชอิสริยยศ เพื่อแห่อัญเชิญจากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวังเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลในเวลา 09.05 น. วันที่ 25 มีนาคม 2468               อนึ่ง ข้อมูลจากเว็บไซต์มูลนิธิหนังไทย ระบุว่า "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว" ซึ่งเป็นผู้บันทึกภาพยนตร์ดังกล่าว ก่อตั้งโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นหน่วยงานผลิตภาพยนตร์ที่มีอุปกรณ์และบุคลากรพร้อมแห่งเดียวของสยามในขณะนั้น มีอุปกรณ์สำคัญต่างๆ ที่สั่งนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา           กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ประเภทข่าวสารของรัฐบาล เพื่อเผยแพร่กิจการต่างๆ ของรัฐ เป็นเครื่องมือทำประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาล และเป็นเครื่องมือให้ความรู้และอบรมราษฎรในเรื่องต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐ นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการในลักษณะธุรกิจ รับจ้างถ่ายทำภาพยนตร์ต่าง ๆ แก่เอกชนทั่วไป กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 มีการจัดตั้งกรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน) ทำให้กิจการของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวถดถอยลงและในที่สุดก็ถูกยุบไป           (*หมายเหตุ : วันที่ในรายงานชิ้นนี้ นับปี พ.ศ. แบบเก่าโดยอาศัยวันที่ 1 เมษายนเป็นวันปีใหม่ หากนับแบบปัจจุบันจะเป็น พ.ศ.2469) ขอบคุณภาพ วิดีโอ และข้อมูลจาก : - หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) https://www.youtube.com/watch?v=ccwuphWlor8 - ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 43 หน้า 209-233 http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2469/D/209.PDF - วชิราวุธวิทยาลัย http://www.vajiravudh.ac.th/OVtoVC/OVtoVC_08.htm

 41,936
บันเทิง
04 ต.ค. 56

โหมโรง – บญชู – วัยอลวน ได้รับเลือกเป็นภ.มรดกชาติ

นายสุระ เตชะทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการประกาศรายชื่อ 25 ภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนภาพยนตร์มรดกของชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2556 ที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม   โดยปีนี้มีภาพยนตร์ที่ประกาศขึ้นทะเบียนทั้งหมด 25 เรื่อง ได้แก่   1.VISIT OF THE PRINCE OF SIAM หรือการมาเยือนของมกุฎราชกุมารแห่งสยาม (พ.ศ.2444) สร้างโดย Mitchell & Kenyon   2.ช้าง (Chang: A Drama of the Wilderness) (พ.ศ.2470) ผู้สร้าง Paramount Pictures   3.แหวนวิเศษ (พ.ศ.2472) กำกับโดยนายน้อย ศรศักดิ์ หรือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว   4.เสด็จทอดพระเนตรมอญรำผี ปากลัด 1 มีนาคม พ.ศ.2473 ถ่ายโดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว   5.พระราชพิธีโล้ชิงช้า (พ.ศ.2474) ถ่ายภาพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร   6.การรับเรือตอร์ปิโด (พ.ศ.2478) สร้างโดยกองทัพเรือ   7.รวมไทย พ.ศ.2484   8.ทรายมาเป็นแก้ว (พ.ศ.2493-2494) สร้างโดยพลเรือตรีชลี สินธุโสภณ   9.อาจารย์ศิลป์ พีระศรี (พ.ศ.2494)   10.กรุงเทพเมืองหลวงของเรา (พ.ศ.2500) โดยสำนักข่าวสารอเมริกัน   11.โฆษณาขี้ผึ้งบริบูรณ์บาล์ม ชุดหนูหล่อพ่อเขาพาไปดูหมี (พ.ศ.2505) โดยสำนักงานโฆษณาสรรพสิริ   12.หลุมศพที่ลือไซต์ (พ.ศ.2505) โดยบริษัท เอสโซ่ แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด     13.เพชรตัดเพชร (2509) โดยสหการภาพยนตร์ไทย   14.ผู้ชนะสิบทิศ (พ.ศ.2509-2510) โดยเจ้าพระยาภาพยนตร์   15.เขาชื่อกานต์ (พ.ศ.2516) โดยละโว้ภาพยนตร์     16.โนราขุนอุปถัมภ์นรากร (พ.ศ.2516) โดยวิทยาลัยครูสงขลา   17.วัยอลวน (พ.ศ.2519) โดยสุวรรณฟิล์ม 18.คนภูเขา (พ.ศ.2522) โดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่น   19.น้ำพุ (พ.ศ.2527) สร้างโดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่น 20.บุญชูผู้น่ารัก (2531) สร้างโดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่น 21.ปุกปุย (พ.ศ.2533) โดยไทเอ็นเตอร์เทนเม้นต์       22.เรื่อง 2499 อันธพาลครองเมือง (2540) โดยไทเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ 23.ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ.2543) โดยไฟว์สตาร์โปรดักชั่นร่วมกับฟิล์มบางกอก   24.โหมโรง (พ.ศ.2547) โดยสหมงคลฟิล์ม, พร้อมมิตรโปรดักชั่น, ภาพยนตร์หรรษาและกิมมิคฟิล์ม 25.มหา’ลัยเหมืองแร่ (พ.ศ.2548) โดยจีเอ็ม เอ็ม ไท หับ

 9,804

Top