ค้นหา :

ผลการค้นหา "โชเฟอร์แท็กซี่"

สังคม
24 ม.ค. 63

ห้าวไม่เลิก! แท็กซี่หัวร้อนเจ้าเก่า โชว์กร่างปาดหน้าเก๋งชี้นิ้วด่า-เตะประตูรถ

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatenipat Rock เป็นเหตุการณ์ที่นายทวีศักดิ์ บุรุษานนท์ คนขับแท็กซี่หัวร้อน ตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ท้าต่อยอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจ เข้าห้าม เหตุการณ์เกิดที่สนามหลวงเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา   ต่อมานายทวีศักดิ์ได้มาออกรายการโหนกระแสแต่เช้าโดยเจ้าตัวยอมรับว่าตนออกใจร้อน ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งขอโทษคู่กรณีและสังคมเพื่อขอโอกาสให้ตนได้กลับตัว และรับปากว่าจะปรับปรุงตัว   ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Kantitat Roongruangphol” ได้โพสต์เหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งถูกคนขับแท็กซี่ลงมาชี้หน้าด่า พร้อมทั้งถ่ายคลิปและใช้เท้าเตะไปที่ประตูรถเพื่อระบายอารมณ์    คนขับแท็กซี่คนดังกล่าว เป็นคนเดียวกับที่เคยเป็นข่าว หลังไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับชายคนหนึ่งที่สนามหลวง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 12 ต.ค.62 และถูกข่นส่งเรียกตัวมาทราบชื่อคือ นายทวีศักดิ์ บุรุษานนท์ จากนั้นได้เปรียบเทียบปรับ 3,000 บาท และพักใบอนุญาต 1 เดือน

 3,696
ข่าวโซเชียล
16 ม.ค. 63

เตือนภัย! แท็กซี่ใจทราม ชวนสาวคุยเรื่องเพศ ก่อนสำเร็จความใคร่

เรื่องเตือนภัยโดยเฉพาะผู้หญิงที่ต้องขึ้นรถแท็กซี่ในช่วงกลางคืน มีผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่ง เป็นหญิงสาวโพสต์ ข้อความและคลิปวีดีโอ ที่เธอระบุว่า แท็กซี่พยายามช่วยตัวเองขณะขับรถ และยังชวนคุยเรื่องลามก อนาจาร ถึงขั้นชวนไปมีเพศสัมพันธ์     ผู้เสียหายน้องเดียร์เล่าว่า วันเกิดเหตุเพิ่งเลิกงานกำลังจะกลับบ้านโดยต่อรถแท็กซี่จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางนา พอขึ้นรถไปสักพักคนขับแท็กซี่เริ่มชวนคุย และชมว่าสวยหน้าตาคล้ายแฟนเก่า ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ เพราะปกติแท็กซี่จะไม่คุยกับผู้โดยสารในลักษณะนี้ และแท็กซี่ก็ถามต่อว่า มีแฟนหรือยังเธอจึงตอบว่ามีสามีแล้วค่ะเพราะต้องการสื่อให้รู้ว่าเธอมีครอบครัวแล้วไม่ใช่สาวโสด     แต่แท็กซี่ยังพยายามชวนคุยเรื่องอนาจาร ลามก ระหว่างทางเห็นคนขับแท็กซี่ใช้มือล้วงเข้าไปในกางเกง คล้ายกำลังช่วยตัวเอง อีกทั้งคนขับแท็กซี่ก็พยายามชวนคุยเรื่องลามกต่ออีก และที่สำคัญคนขับได้ปรับกระจกหน้าส่องมาที่ตน     น้องเดียร์ บอกอีกว่าตลอดทางคนขับยังพยายามจะจอดรถในที่เปลี่ยวหลายครั้ง  ทำทีถามว่าบ้านเลี้ยวซอยไหน และก่อนที่เธอจะลงจากรถคนขับยังขอเบอร์โทรศัพท์เพื่อขอนัดเจอและต้องการมีอะไรด้วย     ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมเธอ ถึงไม่ยอมลงจากรถ ในเมื่อรู้ว่าตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอตอบว่า อยากจะลงแต่ประตูล็อคอัตโนมัติต้องเปิดจากคนขับเท่านั้นจึงพยายามพูดคุยและถ่ายคลิปไว้     น้องเดียร์กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุผลที่นำเรื่องมาโพสต์ ที่ต้องโดยสารรถแท็กซี่กลับบ้านในช่วงกลางคืน พร้อมฝากบอกไปยังคนขับแท็กซี่ว่าขอให้ปรับปรุงตัวใหม่อย่าทำแบบนี้กับผู้โดยสารคนอื่นอีก     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/UEE4FaeRIlY

 3,170
ข่าวดีประเทศไทย
15 ม.ค. 63

แท็กซี่หนุ่มน้ำใจงาม เก็บกระเป๋า-ทรัพย์สิน 1.5 ล้าน คืนนักธุรกิจสาวไทยในญี่ปุ่น

แท็กซี่พลเมืองดี นายวิทูร จูงพันธ์ โชเฟอร์แท็กซี่ สีเขียว-เหลือง 1 มข 2890 กรุงเทพมหานคร เก็บเงินสดที่เป็นธนบัตรสกุลเงิน ญี่ปุ่น 5,000,000 เยน พร้อมเงินบาทไทย 23,440 บาท และทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่ารวมแล้วกว่า 1,500,000 บาท   ซึ่งเป็นของนางธนิสรา อัตฤทธิ์ รองผู้จัดการ บริษัท คะชิมะโกะ บิวดิ้ง จำกัด บริษัทในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้เช่าสำนักงานและให้เช่าที่จอดรถ และมีธุรกิจร้านอาหารไทย ในอำเภอโทโยตะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากลืมไว้บนรถแท็กซี่ ขณะใช้บริการจาก สนามบินดอนเมือง ไปที่หมู่บ้าน มัณฑนา โครงการแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ม.ค.   โดยนางธนิสรา อัตฤทธิ์ อายุ 47 ปี เจ้าของกระเป๋าเล่าว่า ได้เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น ลงเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง มารู้ตัวว่าลืมหยิบกระเป๋า 1 ใบ ที่มีเงินญี่ปุ่น และเงินไทยไว้บนรถแท็กซี่ ตอนประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ซึ่งเงินสดทั้งหมดเป็นเงินที่เตรียมมาจัดการเรื่องบ้าน รวมถึงเตรียมมาใช้จ่ายในการแข่งขัน ซีเนียร์ กอล์ฟ ไทย-ญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของกลุ่มนักธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2563 ภายหลังจากที่ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้ก็ภาวนาขอให้ได้เงินสดและทรัพย์สินมีค่าคืน และเชื่อว่าแท็กซี่หนุ่ม คันที่ตนใช้บริการ จิตใจดี เพราะได้พูดคุยกันมาตลอดระหว่างนั่งรถจากสนามบินจนถึงบ้าน   เมื่อทราบว่าสามารถติดต่อแท็กซี่และแท็กซี่หนุ่มนำมาคืน ก็รู้สึกดีใจมาก และขอขอบคุณที่นำกระเป๋ามาคืนเพราะเป็นเงินที่มีความจำเป็นต้องใช้ในสิ่งที่เตรียมไว้ นอกจากนี้ยังได้มอบเงินจำนวน 2.3 หมื่นบาท เพื่อเป็นรางวัลและเป็นสินน้ำใจให้กับแท็กซี่พลเมืองดีรายนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0yIv-Hs30o8

 1,275
สังคม
15 ม.ค. 63

แท็กซี่หนุ่มน้ำใจงาม เก็บกระเป๋า-ทรัพย์สิน 1.5 ล้าน คืนนักธุรกิจสาวไทยในญี่ปุ่น

แท็กซี่พลเมืองดี นายวิทูร จูงพันธ์ โชเฟอร์แท็กซี่ สีเขียว-เหลือง 1 มข 2890 กรุงเทพมหานคร เก็บเงินสดที่เป็นธนบัตรสกุลเงิน ญี่ปุ่น 5,000,000 เยน พร้อมเงินบาทไทย 23,440 บาท และทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่ารวมแล้วกว่า 1,500,000 บาท   ซึ่งเป็นของนางธนิสรา อัตฤทธิ์ รองผู้จัดการ บริษัท คะชิมะโกะ บิวดิ้ง จำกัด บริษัทในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้เช่าสำนักงานและให้เช่าที่จอดรถ และมีธุรกิจร้านอาหารไทย ในอำเภอโทโยตะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากลืมไว้บนรถแท็กซี่ ขณะใช้บริการจาก สนามบินดอนเมือง ไปที่หมู่บ้าน มัณฑนา โครงการแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 ม.ค.   โดยนางธนิสรา อัตฤทธิ์ อายุ 47 ปี เจ้าของกระเป๋าเล่าว่า ได้เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น ลงเครื่องบินที่สนามบินดอนเมือง มารู้ตัวว่าลืมหยิบกระเป๋า 1 ใบ ที่มีเงินญี่ปุ่น และเงินไทยไว้บนรถแท็กซี่ ตอนประมาณเกือบ 2 ทุ่ม ซึ่งเงินสดทั้งหมดเป็นเงินที่เตรียมมาจัดการเรื่องบ้าน รวมถึงเตรียมมาใช้จ่ายในการแข่งขัน ซีเนียร์ กอล์ฟ ไทย-ญี่ปุ่น เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของกลุ่มนักธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มกราคม 2563 ภายหลังจากที่ทราบว่าลืมกระเป๋าไว้ก็ภาวนาขอให้ได้เงินสดและทรัพย์สินมีค่าคืน และเชื่อว่าแท็กซี่หนุ่ม คันที่ตนใช้บริการ จิตใจดี เพราะได้พูดคุยกันมาตลอดระหว่างนั่งรถจากสนามบินจนถึงบ้าน   เมื่อทราบว่าสามารถติดต่อแท็กซี่และแท็กซี่หนุ่มนำมาคืน ก็รู้สึกดีใจมาก และขอขอบคุณที่นำกระเป๋ามาคืนเพราะเป็นเงินที่มีความจำเป็นต้องใช้ในสิ่งที่เตรียมไว้ นอกจากนี้ยังได้มอบเงินจำนวน 2.3 หมื่นบาท เพื่อเป็นรางวัลและเป็นสินน้ำใจให้กับแท็กซี่พลเมืองดีรายนี้ด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/0yIv-Hs30o8

 1,275
ข่าวภูมิภาค
09 ม.ค. 63

โชเฟอร์แท็กซี่โต้ลุงถูกทิ้ง บอกวนรถเอาของมาคืน ยันไม่มีเงิน 3 พันในซอง

สมุทรสาคร-จากเหตุการณ์ที่นายบุญทัน โสดา อายุ 57 ปี จะขึ้นรถแท็กซี่ และได้นำเอกสารโดยภายในซองมีเงินจำนวน 3,000 บาท ไว้ในรถ จากนั้นแท็กซี่ก็ขับออกไปโดยทิ้งนายบุญทันไว้ข้างทาง ตลาดเมืองใหม่มหาชัย ส่วนทรัพย์สินติดไปกับรถ   ต่อมานายณรงค์ ด้วงปั้น อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว บอกว่าในวันดังกล่าวชายผู้โดยสารใส่หูฟังโทรศัพท์ และถามตนว่าไปเซ็นทรัลไหม ตนบอกว่าไป แล้วก็วางเอกสาร จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงประตูปิดแต่ไม่ได้มองไปข้างหลัง จึงนึกว่าขึ้นรถแล้ว ก่อนขับไปเรื่อยจนถึงห้างเซ็นทรัลพระราม2 จากนั้นจะขอเก็บเงิน 130 บาท แต่พอหันไปมีแต่เอกสารคนไม่มี   จึงขับรถมาที่จุดเดิมเพื่อจะวนรถมาตามหา แต่ไม่พบ จึงโทรหาพี่ชายที่เป็นตำรวจที่ป้อมมหาชัยเมืองใหม่ แต่พี่ชายบอกว่าออกตรวจให้เอาไปฝากไว้ที่ร้านขายเหล็กข้างป้อม เมื่อตนฝากเอกสารแล้วก็กลับบ้านไป   จากนั้นเมื่อตนทราบเรื่องว่ามีข่าวออกมา จึงต้องชี้แจงว่า อีกฝ่ายพูดไม่เป็นความจริง ตนได้ยินเสียงปิดประตูก็ออกรถ คือสัญชาติญาณของคนขับ และนึกว่าขึ้นรถแล้วตนจึงขับออกมา ซึ่งเอกสารที่ตนพบนั้นดูแล้วเป็นเอกสารสำคัญเพราะเป็นหนังสือมอบอำนาจ จึงรีบเอากลับมาคืน   การให้ข่าวของเงินหาย 3,000 บาท นั้นยืนยันว่าไม่มีในซองเอกสาร เพราะตนไม่เคยคิดเอาของๆใคร ขับรถมา 20 ปีแล้วไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย ไม่มีเจตนาทั้งสิ้น ซึ่งขณะนี้เป็นเรื่องขึ้นมาแล้วตนต้องขอโทษที บางทีไม่ทันสังเกตผู้โดยสาร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3aLjHiw1U6k

 1,253
สังคม
09 ม.ค. 63

โชเฟอร์แท็กซี่โต้ลุงถูกทิ้ง บอกวนรถเอาของมาคืน ยันไม่มีเงิน 3 พันในซอง

สมุทรสาคร-จากเหตุการณ์ที่นายบุญทัน โสดา อายุ 57 ปี จะขึ้นรถแท็กซี่ และได้นำเอกสารโดยภายในซองมีเงินจำนวน 3,000 บาท ไว้ในรถ จากนั้นแท็กซี่ก็ขับออกไปโดยทิ้งนายบุญทันไว้ข้างทาง ตลาดเมืองใหม่มหาชัย ส่วนทรัพย์สินติดไปกับรถ   ต่อมานายณรงค์ ด้วงปั้น อายุ 46 ปี คนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าว บอกว่าในวันดังกล่าวชายผู้โดยสารใส่หูฟังโทรศัพท์ และถามตนว่าไปเซ็นทรัลไหม ตนบอกว่าไป แล้วก็วางเอกสาร จากนั้นตนก็ได้ยินเสียงประตูปิดแต่ไม่ได้มองไปข้างหลัง จึงนึกว่าขึ้นรถแล้ว ก่อนขับไปเรื่อยจนถึงห้างเซ็นทรัลพระราม2 จากนั้นจะขอเก็บเงิน 130 บาท แต่พอหันไปมีแต่เอกสารคนไม่มี   จึงขับรถมาที่จุดเดิมเพื่อจะวนรถมาตามหา แต่ไม่พบ จึงโทรหาพี่ชายที่เป็นตำรวจที่ป้อมมหาชัยเมืองใหม่ แต่พี่ชายบอกว่าออกตรวจให้เอาไปฝากไว้ที่ร้านขายเหล็กข้างป้อม เมื่อตนฝากเอกสารแล้วก็กลับบ้านไป   จากนั้นเมื่อตนทราบเรื่องว่ามีข่าวออกมา จึงต้องชี้แจงว่า อีกฝ่ายพูดไม่เป็นความจริง ตนได้ยินเสียงปิดประตูก็ออกรถ คือสัญชาติญาณของคนขับ และนึกว่าขึ้นรถแล้วตนจึงขับออกมา ซึ่งเอกสารที่ตนพบนั้นดูแล้วเป็นเอกสารสำคัญเพราะเป็นหนังสือมอบอำนาจ จึงรีบเอากลับมาคืน   การให้ข่าวของเงินหาย 3,000 บาท นั้นยืนยันว่าไม่มีในซองเอกสาร เพราะตนไม่เคยคิดเอาของๆใคร ขับรถมา 20 ปีแล้วไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย ไม่มีเจตนาทั้งสิ้น ซึ่งขณะนี้เป็นเรื่องขึ้นมาแล้วตนต้องขอโทษที บางทีไม่ทันสังเกตผู้โดยสาร   ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/3aLjHiw1U6k

 1,253
สังคม
03 ม.ค. 63

เตะผ่าหมาก โชเฟอร์แท็กซี่ไม่ยอมกดมิเตอร์ ขอเหมาจ่ายจากผู้โดยสาร

-จากกรณีกล้องวงจรปิดจับภาพวินาที ชายหนุ่มลักษณะคล้ายคนเมาสุราอย่างหนัก ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ร่างกระเด็นตกกระแทกพื้นได้รับบาดเจ็บหนัก โดยพบว่าชายคนดังกล่าว คือ นายสุพัฒน์ เพิ่มพูน อายุ 41 ปี ได้รับบาดเจ็บมีแผลฉีกขาดที่ศีรษะ เจ้าหน้าที่จึงรีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา   ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิด พรบ.จราจรทางบก ตามมาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท ขอให้ศาลมีคำสั่งพักใบอนุญาตถึง 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาต   -จากกรณี โชเฟอร์แท็กซี่รายนี้ไม่กดมิเตอร์ โดยขอเหมาจ่ายจากผู้โดยสาร 400 แต่ผู้โดยสารปฏิเสธจึงมีอารมณ์ทั้งสองฝ่าย ดังนั้นกรมการขนส่งทางบกจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและถ้าผิดหรือไม่ผิด? ก็สมควรแถลงผลการตรวจสอบด้วย เพื่อให้ความรู้ปชช.   -จากกรณี จยย.ฝ่าไฟแดง และผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย โดยรถ จยย.พุ่งเข้าชนรถกระบะจังๆ เบื้องต้นทราบว่าผู้ขับขี่คนดังกล่าวอยู่ในอาการบาดเจ็บสาหัส  

 540
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่วูบหมดสติ รถเสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางถนน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่เสียหลักปีนเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติ ที่บริเวณถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 5 ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ต.เทพารักษ์ อ.เมือง   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า สีเหลือง ปีนขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนน ที่เบาะนั่งข้างคนขับพบผู้หมดสติเป็นชายนายวสิษฐ์ ชูกิจ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว นั่งหมดสติฟุบอยู่กับพวงมาลัย เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้ จึงตัดสินใจใช้เครื่องยิงกระจกจนแตก จึงเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือนายวสิษฐ์ ออกมาได้ในสภาพที่ยังหมดสติ รีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังมีพบรถกระบะมิตซูบิชิ สีเทา จอดอยู่ในสภาพโดยมีรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีแดง ชนจนด้านท้ายถูกชนจนยุบ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านได้พบเห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับมาทางด้านเลนซ้าย ก่อนที่ไหลออกมาทางด้านเลนขวาและปีนขึ้นไปชนต้นไม้ที่อยู่เกาะกลางถนน ส่วนรถยนต์กระบะคันซึ่งขับมาทางด้านเลนขวา ถูกแท็กซี่คันดังกล่าวออกมาตัดหน้ากะทันหันจึงได้เหยียบเบรก จนรถหยุดก่อนที่ถูกรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังมาชนเข้าที่บริเวณด้านท้ายอย่างแรง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างว่างที่โชเฟอร์แท็กซี่กำลังขับรถมา ซึ่งอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่และเกิดวูบหมดสติกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักไหลข้ามมาจากเลนซ้ายออกมาทางเลนขวา ก่อนพุ่งขึ้นไปชนต้นไม่เกาะกลางถนน กระบะที่ขับตามมาจึงเบรกอย่างกระชัดชิด จึงถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังมาอีกทีชนท้ายเข้าอย่างแรง อย่างไรตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/L5UvcUQIcrM

 973
สังคม
27 ธ.ค. 62

โชเฟอร์แท็กซี่วูบหมดสติ รถเสียหลักปีนขึ้นเกาะกลางถนน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่เสียหลักปีนเกาะกลางถนน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหมดสติ ที่บริเวณถนนเทพารักษ์ หลักกิโลเมตรที่ 5 ขาออกมุ่งหน้าบางพลี ต.เทพารักษ์ อ.เมือง   ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์แท็กซี่ โตโยต้า สีเหลือง ปีนขึ้นไปอยู่บนเกาะกลางถนน ที่เบาะนั่งข้างคนขับพบผู้หมดสติเป็นชายนายวสิษฐ์ ชูกิจ อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว นั่งหมดสติฟุบอยู่กับพวงมาลัย เจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลือ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถออกได้ จึงตัดสินใจใช้เครื่องยิงกระจกจนแตก จึงเปิดประตูเข้าไปช่วยเหลือนายวสิษฐ์ ออกมาได้ในสภาพที่ยังหมดสติ รีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังมีพบรถกระบะมิตซูบิชิ สีเทา จอดอยู่ในสภาพโดยมีรถยนต์เก๋งโตโยต้า สีแดง ชนจนด้านท้ายถูกชนจนยุบ   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาวบ้านได้พบเห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับมาทางด้านเลนซ้าย ก่อนที่ไหลออกมาทางด้านเลนขวาและปีนขึ้นไปชนต้นไม้ที่อยู่เกาะกลางถนน ส่วนรถยนต์กระบะคันซึ่งขับมาทางด้านเลนขวา ถูกแท็กซี่คันดังกล่าวออกมาตัดหน้ากะทันหันจึงได้เหยียบเบรก จนรถหยุดก่อนที่ถูกรถยนต์เก๋งที่ขับตามหลังมาชนเข้าที่บริเวณด้านท้ายอย่างแรง   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ระหว่างว่างที่โชเฟอร์แท็กซี่กำลังขับรถมา ซึ่งอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่และเกิดวูบหมดสติกะทันหัน ทำให้รถเสียหลักไหลข้ามมาจากเลนซ้ายออกมาทางเลนขวา ก่อนพุ่งขึ้นไปชนต้นไม่เกาะกลางถนน กระบะที่ขับตามมาจึงเบรกอย่างกระชัดชิด จึงถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังมาอีกทีชนท้ายเข้าอย่างแรง อย่างไรตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :  https://youtu.be/L5UvcUQIcrM

 973
สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

เพื่อนร่วมอาชีพแฉ 'แท็กซี่ใจบุญรับส่งผู้ป่วยฟรี' เป็นจอมลวงโลก เจ้าตัวไลฟ์โต้กลับ ทั้งน้ำตา!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'วิเศษ บางวิเศษ' โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับนายสุวรรณฉัตร หรือเดี่ยว พรหมชาติ แท็กซี่ใจบุญที่โด่งดังจากการรับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี โดยอ้างว่าเป็นคนลวงโลก ในอดีตเคยรับส่งผู้ป่วยติดเตียง แต่เรียกเก็บเงินราคาแพง ทั้งเคยทิ้งผู้โดยสารลงกลางทางขณะฝนตกหนัก เพื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อรายการหนึ่ง         นายวิเศษ บางวิเศษ อาชีพขับรถแท็กซี่ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า รู้จักกับนายเดี่ยวเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน โดยนายเดี่ยวมาเข้าร่วมกลุ่มแท็กซี่จิตอาสาที่ตนเป็นประธานอยู่ ซึ่งกลุ่มของตนจะรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในที่ต่างๆ จากนั้นเขาก็เริ่มติดสติ๊กเกอร์รอบรถว่ารับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี         แต่ในเวลาดังกล่าว นายเดี่ยวกลับเรียกเก็บเงินจากลูกค้าหลายราย เช่น ผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่ง ชื่อป้าฝน ได้ติดต่อใช้บริการกับนายเดี่ยวรับส่งจากจ.กาญจบุรี เพื่อมาหาหมอที่กรุงเทพฯ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจนต้องยืมเงินจากญาติมาจ่ายให้  แต่มีครั้งหนึ่งที่นัดรับส่งป้าฝนแต่เมื่อถึงเวลากลับบอกว่าไม่ว่าง ให้แท็กซี่คันอื่น ชื่อนายวรชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของตนไปรับส่งแทน เนื่องจากมีลูกค้าอีกรายที่ติดต่อให้นายเดี่ยว ไปส่งที่จังหวัดอุบลราชธานีในราคา 7,000 บาท ซึ่งนายวรชัยเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เคยไปรับส่งป้าฝนและผู้ป่วยรายอื่นแทนนายเดี่ยวมาแล้วหลายครั้ง  และนายเดี่ยวเรียกเก็บเงินทุกครั้ง         นอกจากนี้ นางนก ผู้ดูแลป้าฝน ซึ่งคอยติดตามป้าฝนตลอด ก็เคยถูกนายเดี่ยวขอให้ร่วมบริจาคเงินทำบุญ 10,000 บาท อ้างว่า ค่าใช้จ่ายไม่พอ         อีกทั้งยังเคยโดนนายเดี่ยวปล่อยทิ้งลงกลางทางระหว่างฝนตก เพราะมีนัดไปให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งนางนกเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดที่นายวิเศษพูดเป็นความจริง   ที่ตนต้องออกมาแฉนายเดียว ไม่ใช่เพราะอยากเด่นดังหรืออิจฉาเขา แต่เพราะตนเพิ่งมาทราบเรื่องว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่สร้างภาพไว้ หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง เขากลับดูถูกดูแคลนเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ถึงขั้นบล็อกเฟซบุ๊กพวกตน สาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นเพราะครั้งที่ตนเคยทำบุญเลี้ยงเด็กพิการซ้ำซ้อนซึ่งขณะนั้นตนเป็นแม่งานกล่าวเปิดงาน จู่ๆ เขาก็ไม่พอใจและมาด่าว่าตนว่าทำไมไม่ให้เขาพูดแนะนำตัวบนเวที          แต่เรื่องราวทั้งหมดที่ตนออกมาพูดเป็นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ ตนเชื่อว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบเดิม เพราะมีคนร่วมบริจาคเงินให้ไม่ขาดสาย ส่วนเรื่องที่ปัจจุบันเขาทำความดีมากมาย ตนก็ชื่นชม แต่เพียงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าในอดีตเขาเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เขายังไม่ดัง ย่อมมีค่าใช้จ่ายมากมายในอาชีพนี้ หากเขาจะรับส่งฟรีอย่างที่เขาสร้างภาพ เขาจะอยู่ได้อย่างไร         หากเขาจะฟ้องร้องตนนก็ยินดี เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำของเขาในอดีต อย่างไรก็ตาม อยากฝากบอกเขาว่า อย่าใช้คำว่า “ปิดทองหลังพระ” หรือ “คนดีศรีสังคม” เพราะไม่ใช่ตัวเขา และอย่าดูถูกเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันอย่างที่เขาทำอยู่         ด้านป้าฝน ผู้ป่วยติดเตียงที่เคยใช้บริการกับนายเดี่ยว ยืนยันว่า เคยใช้บริการเขาประมาณ 4-5 ครั้ง ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจริงทุกครั้งตั้งแต่ครั้งแรก โดยเขาเป็นคนบอกราคาเอง ส่วนตัวก็คิดว่าแพงเกินไป แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักใคร แล้วต้องไปหาหมอเป็นประจำ จึงจำใจต้องใช้บริการเขา แต่ครั้งสุดท้ายกลับถูกเขาบอกว่าไม่ว่าง ทั้งที่นัดกันดิบดี ตั้งแต่นั้นตนจึงเลิกใช้บริการเขา และมาใช้บริการกับแท็กซี่คันอื่นในราคา 3,500 บาท ส่วนเรื่องที่เขาจะไปแจ้งความตนไม่ทราบ และไม่อยากจะโจมตีเขา เพราะตนเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่อยากทำบาปทำกรรม แต่ทุกสิ่งที่พูดล้วนเป็นความจริง         ต่อมา นายเดี่ยว ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ถึงนายวิเศษทั้งน้ำตาว่า ตนเคยรู้จักและสนิทสนม เคารพนายวิเศษเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยความที่นายวิเศษยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ถึงขั้นเอาสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับการเมืองมาติดรอบรถ ซึ่งตนไม่เห็นด้วย ประกอบกับเขาไม่มีความจริงใจ จึงได้เลิกคบและบล็อกเฟซบุ๊กไปในที่สุด เมื่อก่อนตนรับส่งลูกค้าต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่มีค่าใช้จ่าย ตนก็ต้องเก็บเงินบ้าง แต่หากรับส่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตนส่งฟรีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตนไม่รับส่งต่างจังหวัด รับเพียงในกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น        ส่วนเรื่องของป้าฝนตนได้ไปรับส่งจริง แต่ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงิน ซึ่งป้าฝนได้ยินดีจ่ายให้ตนเอง 1,200 บาท เพราะเขามีกำลังจ่าย และขณะนั้นตนก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งค่างวดรถ ค่าแก๊ส และอื่นๆ ตนจึงรับไว้ เรื่องที่ตนนัดกับป้าฝนไว้ ตนได้บอกว่าไม่ว่างจริง เพราะมีผู้ป่วยจิตเวทรายหนึ่งที่ไว้ใจตนเท่านั้นประสงค์จะให้ตนไปส่งที่จังหวัดอุบบราชธานีในราคา 7,000 บาท ตนจึงต้องให้นายวรชัยไปรับส่งป้าฝนแทน ส่วนเรื่องนางนก ตนยืนยันว่าไม่เคยปล่อยเขาลงกลางทางแน่นอน   ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายวิเศษ ถึงออกมาให้ร้ายตนแบบนี้ หากตนทำดังที่ว่าจริง เหตุใดเรื่องเกิดมา 5-6 ปีแล้ว ถึงเพึ่งมาพูดตอนนี้ ซึ่งตนได้โทรไปถามเขาว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะตนจึงวางสายไป           อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ใช่คนลวงโลกอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง 24 ปีที่ผ่านมาตนช่วยเหลือคนมาตลอด ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ต้องการอะไร ซึ่งตนอดทนอดกลั้นมาหลายวันแล้ว แต่ทนไม่ไหวจนต้องออกมาตอบโต้ ซึ่งตนมั่นใจว่าพวกเขารวมหัวกันแกล้งตน โดยตนจะไปแจ้งความที่กองปราบฯในวันนี้เพื่อเอาผิดกับนายวิเศษ นายวรชัย และนางนกที่พูดเท็จ ทำลายชื่อเสียงทำให้ตนเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UQ2iZWCRH8E

 1,169
สังคม
26 ธ.ค. 62

เพื่อนร่วมอาชีพแฉ 'แท็กซี่ใจบุญรับส่งผู้ป่วยฟรี' เป็นจอมลวงโลก เจ้าตัวไลฟ์โต้กลับ ทั้งน้ำตา!

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'วิเศษ บางวิเศษ' โพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับนายสุวรรณฉัตร หรือเดี่ยว พรหมชาติ แท็กซี่ใจบุญที่โด่งดังจากการรับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี โดยอ้างว่าเป็นคนลวงโลก ในอดีตเคยรับส่งผู้ป่วยติดเตียง แต่เรียกเก็บเงินราคาแพง ทั้งเคยทิ้งผู้โดยสารลงกลางทางขณะฝนตกหนัก เพื่อไปให้สัมภาษณ์กับสื่อรายการหนึ่ง         นายวิเศษ บางวิเศษ อาชีพขับรถแท็กซี่ เจ้าของโพสต์ เล่าว่า รู้จักกับนายเดี่ยวเมื่อประมาณ 5-6 ปีก่อน โดยนายเดี่ยวมาเข้าร่วมกลุ่มแท็กซี่จิตอาสาที่ตนเป็นประธานอยู่ ซึ่งกลุ่มของตนจะรับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในที่ต่างๆ จากนั้นเขาก็เริ่มติดสติ๊กเกอร์รอบรถว่ารับส่งผู้ป่วยติดเตียง พระ และคนแก่ฟรี         แต่ในเวลาดังกล่าว นายเดี่ยวกลับเรียกเก็บเงินจากลูกค้าหลายราย เช่น ผู้ป่วยติดเตียงรายหนึ่ง ชื่อป้าฝน ได้ติดต่อใช้บริการกับนายเดี่ยวรับส่งจากจ.กาญจบุรี เพื่อมาหาหมอที่กรุงเทพฯ แต่ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจนต้องยืมเงินจากญาติมาจ่ายให้  แต่มีครั้งหนึ่งที่นัดรับส่งป้าฝนแต่เมื่อถึงเวลากลับบอกว่าไม่ว่าง ให้แท็กซี่คันอื่น ชื่อนายวรชัย ซึ่งเป็นเพื่อนของตนไปรับส่งแทน เนื่องจากมีลูกค้าอีกรายที่ติดต่อให้นายเดี่ยว ไปส่งที่จังหวัดอุบลราชธานีในราคา 7,000 บาท ซึ่งนายวรชัยเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เคยไปรับส่งป้าฝนและผู้ป่วยรายอื่นแทนนายเดี่ยวมาแล้วหลายครั้ง  และนายเดี่ยวเรียกเก็บเงินทุกครั้ง         นอกจากนี้ นางนก ผู้ดูแลป้าฝน ซึ่งคอยติดตามป้าฝนตลอด ก็เคยถูกนายเดี่ยวขอให้ร่วมบริจาคเงินทำบุญ 10,000 บาท อ้างว่า ค่าใช้จ่ายไม่พอ         อีกทั้งยังเคยโดนนายเดี่ยวปล่อยทิ้งลงกลางทางระหว่างฝนตก เพราะมีนัดไปให้สัมภาษณ์กับสื่อแห่งหนึ่ง ซึ่งนางนกเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องราวทั้งหมดที่นายวิเศษพูดเป็นความจริง   ที่ตนต้องออกมาแฉนายเดียว ไม่ใช่เพราะอยากเด่นดังหรืออิจฉาเขา แต่เพราะตนเพิ่งมาทราบเรื่องว่าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่สร้างภาพไว้ หลังจากที่เขาเริ่มมีชื่อเสียง เขากลับดูถูกดูแคลนเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นๆ ถึงขั้นบล็อกเฟซบุ๊กพวกตน สาเหตุคาดว่าน่าจะเป็นเพราะครั้งที่ตนเคยทำบุญเลี้ยงเด็กพิการซ้ำซ้อนซึ่งขณะนั้นตนเป็นแม่งานกล่าวเปิดงาน จู่ๆ เขาก็ไม่พอใจและมาด่าว่าตนว่าทำไมไม่ให้เขาพูดแนะนำตัวบนเวที          แต่เรื่องราวทั้งหมดที่ตนออกมาพูดเป็นเรื่องราวในอดีตเมื่อ 5-6 ปีก่อน ซึ่งขณะนี้ ตนเชื่อว่าเขาคงไม่ได้ทำแบบเดิม เพราะมีคนร่วมบริจาคเงินให้ไม่ขาดสาย ส่วนเรื่องที่ปัจจุบันเขาทำความดีมากมาย ตนก็ชื่นชม แต่เพียงอยากให้สังคมได้รับรู้ว่าในอดีตเขาเป็นอย่างไร เพราะตอนที่เขายังไม่ดัง ย่อมมีค่าใช้จ่ายมากมายในอาชีพนี้ หากเขาจะรับส่งฟรีอย่างที่เขาสร้างภาพ เขาจะอยู่ได้อย่างไร         หากเขาจะฟ้องร้องตนนก็ยินดี เพราะมีพยานหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำของเขาในอดีต อย่างไรก็ตาม อยากฝากบอกเขาว่า อย่าใช้คำว่า “ปิดทองหลังพระ” หรือ “คนดีศรีสังคม” เพราะไม่ใช่ตัวเขา และอย่าดูถูกเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันอย่างที่เขาทำอยู่         ด้านป้าฝน ผู้ป่วยติดเตียงที่เคยใช้บริการกับนายเดี่ยว ยืนยันว่า เคยใช้บริการเขาประมาณ 4-5 ครั้ง ถูกเรียกเก็บเงิน 4,000 บาทจริงทุกครั้งตั้งแต่ครั้งแรก โดยเขาเป็นคนบอกราคาเอง ส่วนตัวก็คิดว่าแพงเกินไป แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักใคร แล้วต้องไปหาหมอเป็นประจำ จึงจำใจต้องใช้บริการเขา แต่ครั้งสุดท้ายกลับถูกเขาบอกว่าไม่ว่าง ทั้งที่นัดกันดิบดี ตั้งแต่นั้นตนจึงเลิกใช้บริการเขา และมาใช้บริการกับแท็กซี่คันอื่นในราคา 3,500 บาท ส่วนเรื่องที่เขาจะไปแจ้งความตนไม่ทราบ และไม่อยากจะโจมตีเขา เพราะตนเป็นคนพิการอยู่แล้ว ไม่อยากทำบาปทำกรรม แต่ทุกสิ่งที่พูดล้วนเป็นความจริง         ต่อมา นายเดี่ยว ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ตอบโต้ถึงนายวิเศษทั้งน้ำตาว่า ตนเคยรู้จักและสนิทสนม เคารพนายวิเศษเป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แต่ด้วยความที่นายวิเศษยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง ถึงขั้นเอาสติ๊กเกอร์เกี่ยวกับการเมืองมาติดรอบรถ ซึ่งตนไม่เห็นด้วย ประกอบกับเขาไม่มีความจริงใจ จึงได้เลิกคบและบล็อกเฟซบุ๊กไปในที่สุด เมื่อก่อนตนรับส่งลูกค้าต่างจังหวัดบ้างเป็นครั้งคราว แต่ด้วยความที่มีค่าใช้จ่าย ตนก็ต้องเก็บเงินบ้าง แต่หากรับส่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ตนส่งฟรีอยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันตนไม่รับส่งต่างจังหวัด รับเพียงในกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น        ส่วนเรื่องของป้าฝนตนได้ไปรับส่งจริง แต่ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงิน ซึ่งป้าฝนได้ยินดีจ่ายให้ตนเอง 1,200 บาท เพราะเขามีกำลังจ่าย และขณะนั้นตนก็มีค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งค่างวดรถ ค่าแก๊ส และอื่นๆ ตนจึงรับไว้ เรื่องที่ตนนัดกับป้าฝนไว้ ตนได้บอกว่าไม่ว่างจริง เพราะมีผู้ป่วยจิตเวทรายหนึ่งที่ไว้ใจตนเท่านั้นประสงค์จะให้ตนไปส่งที่จังหวัดอุบบราชธานีในราคา 7,000 บาท ตนจึงต้องให้นายวรชัยไปรับส่งป้าฝนแทน ส่วนเรื่องนางนก ตนยืนยันว่าไม่เคยปล่อยเขาลงกลางทางแน่นอน   ตนไม่เข้าใจว่าทำไมนายวิเศษ ถึงออกมาให้ร้ายตนแบบนี้ หากตนทำดังที่ว่าจริง เหตุใดเรื่องเกิดมา 5-6 ปีแล้ว ถึงเพึ่งมาพูดตอนนี้ ซึ่งตนได้โทรไปถามเขาว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ด้วยความที่ไม่อยากทะเลาะตนจึงวางสายไป           อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าไม่ใช่คนลวงโลกอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง 24 ปีที่ผ่านมาตนช่วยเหลือคนมาตลอด ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ต้องการอะไร ซึ่งตนอดทนอดกลั้นมาหลายวันแล้ว แต่ทนไม่ไหวจนต้องออกมาตอบโต้ ซึ่งตนมั่นใจว่าพวกเขารวมหัวกันแกล้งตน โดยตนจะไปแจ้งความที่กองปราบฯในวันนี้เพื่อเอาผิดกับนายวิเศษ นายวรชัย และนางนกที่พูดเท็จ ทำลายชื่อเสียงทำให้ตนเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UQ2iZWCRH8E

 1,169
แชร์ออฟเดอะเดย์
06 ธ.ค. 62

แท็กซี่เดือด ฉุนหนุ่มขับปาดหน้า ลั่น "มึงรอกูที่นี่ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" สุดท้ายหายจ้อย

เกิดกรณีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ทะเลาะกับวัยรุ่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าวัยรุ่นขับปาดหน้า ขอให้ไปเจรจากันที่โรงพัก สุดท้ายโชเฟอร์แท็กซี่เดือด ปล่อยประโยคเด็ด "มึงรอกูที่นี่แหละ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" ก่อนจะขับรถออกไป และไม่กลับมา ต่อมาหนุ่มวัยรุ่น บอกกับนักข่าว ยืนยันว่าไม่ขับปาดหน้า แต่ท่อรถอาจเสียงดัง ไม่รู้ว่าโชเฟอร์แท็กซี่เป็นอะไร นอกจากนี้ยังพบเสื้อกักตำรวจนครบาลอยู่ภายในรถ   ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก รับทราบเรื่อง และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqNaCJCQ_mw

 3,041
ข่าวโซเชียล
06 ธ.ค. 62

แท็กซี่เดือด ฉุนหนุ่มขับปาดหน้า ลั่น "มึงรอกูที่นี่ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" สุดท้ายหายจ้อย

เกิดกรณีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ทะเลาะกับวัยรุ่น โดยโชเฟอร์อ้างว่าวัยรุ่นขับปาดหน้า ขอให้ไปเจรจากันที่โรงพัก สุดท้ายโชเฟอร์แท็กซี่เดือด ปล่อยประโยคเด็ด "มึงรอกูที่นี่แหละ เดี๋ยวมึงรู้ว่ากูเป็นใคร" ก่อนจะขับรถออกไป และไม่กลับมา ต่อมาหนุ่มวัยรุ่น บอกกับนักข่าว ยืนยันว่าไม่ขับปาดหน้า แต่ท่อรถอาจเสียงดัง ไม่รู้ว่าโชเฟอร์แท็กซี่เป็นอะไร นอกจากนี้ยังพบเสื้อกักตำรวจนครบาลอยู่ภายในรถ   ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก รับทราบเรื่อง และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TqNaCJCQ_mw

 3,041
ข่าวโซเชียล
22 พ.ย. 62

เจออีกแล้ว! ผดส.แชร์คลิปเตือน โชเฟอร์แท็กซี่สายหลอน ขับโยกไปมา-พูดคนเดียวตลอดทาง

ผู้โดยสารโพสต์คลิปภาพเหตุการณ์ขณะเดินทางด้วยรถแท็กซี่คันหนึ่ง พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองเรียกรถจากย่านเพชรเกษม แต่ระหว่างทางสังเกตว่าคนขับรถมีอาการผิดปกติ พูดบ่นคนเดียว โยกตัวยุกยิก กดนั่นกดนี่ ทั้งเปิดไฟเลี้ยว ที่ปัดน้ำฝน กระทั่งการขับรถแบบอันตรายปาดไปมา 4 เลน เธอจึงนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปและเลขทะเบียนไว้เพื่อเตือนภัยและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่บุคคล รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น   ล่าสุด กรมขนส่งทางบก ระบุว่าทราบเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคนขับรถแท็กซี่ในคลิป

 655
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 พ.ย. 62

คลิปแฉแท็กซี่สีฟ้าหัวร้อน ขับปาดหน้าแล้วเบรคให้ชน ก่อนลงมาทุบรถ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Patchapol Ngamtarkulviroj โพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ เหตุการณ์ที่เจ้าของกล้องขับรถอยู่บนถนน ก่อนจะขึ้นสะพาน จู่ๆมีรถแท็กซี่สีฟ้า ขับเข้ามาปาดหน้า พร้อมกับเบรกเป็นระยะ ก่อนที่คนขับรถคันดังกล่าวจะเบี่ยงซ้ายออกไป แต่รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ยังตามมาปาดหน้าแล้วจอดรถขวาง   ก่อนที่คนขับจะเปิดประตูลงมา แล้วเดินมาที่รถคันดังกล่าวพร้อมกับด่าทอ และทุบกระจกรถ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดขอโทษแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันในรถแท็กซี่ก็มีผู้หญิงกับเด็กเดินลงมาจากรถแท็กซี่ มายืนอยู่ข้างถนน ก่อนที่จะมีผู้ใช้รถ ใช้ถนน เข้ามาห้ามปราม จนคนขับรถแท็กซี่หัวร้อนรายนี้จะขึ้นรถและขับออกไป   โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุเกิดเมื่อวันที่10/11/19 เวลา 13.30 น. แท็กซี่ทะเบียน ทส3066 หัวร้อนขับรถปาดหน้าแล้วเบรคให้ชนโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อนแล้วลงมาทุบกระจกรถด้านคนขับ โดยคุณพ่อพูดขอโทษตลอดเวลา ผมอยากดำเนินคดีกับแท็กซี่ให้ถึงที่สุดครับ ช่วยแชร์หน่อยนะครับ #ภัยสังคม #เฮียขับรถ #แท็กซี่หัวร้อน"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JABkncR0TwY

 8,910

Top