ค้นหา :

ผลการค้นหา "พลทหาร"

สังคม-อาชญากรรม
21 ต.ค. 62

กองทัพอากาศสั่งสอบข้อเท็จจริง - สั่งย้ายพลทหารเลี้ยงนกกลับต้นสังกัด

จากกรณีพลทหารหนุ่ม โพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจ เข้ากองทัพไปรับใช้ชาติ แต่ถูกนายใช้ไปเลี้ยงนกแก้ว ทั้งที่เลี้ยงนกไม่เป็น นกตายก็ต้องชดใช้ โดนยึดเงินเบี้ยเลี้ยง แถมยังถูกดูถูกเหยียดหยาม พูดด่าทอหยาบคาย เหยียดศาสนา จนเจ้าตัวทนไม่ไหวโพสต์ตัดพ้อ   ล่าสุดมีรายงานว่า พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าววว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าผู้โพสต์คลิปเป็นทหารจริง โดยเป็นทหารสังกัดกองบริการ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (กรก.อย.)   ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่นาน   ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางหน่วยงานต้นสังกัดรายงานผลการตรวจสอบเข้ามาก่อน และทราบมาว่าได้มีการสั่งการให้พลทหารที่โพสต์คลิปเลี้ยงนกกลับมายังต้นสังกัดแล้ว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  ttps://youtu.be/32SgFoTGcCI

 2,118
สังคม
21 ต.ค. 62

กองทัพอากาศสั่งสอบข้อเท็จจริง - สั่งย้ายพลทหารเลี้ยงนกกลับต้นสังกัด

จากกรณีพลทหารหนุ่ม โพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจ เข้ากองทัพไปรับใช้ชาติ แต่ถูกนายใช้ไปเลี้ยงนกแก้ว ทั้งที่เลี้ยงนกไม่เป็น นกตายก็ต้องชดใช้ โดนยึดเงินเบี้ยเลี้ยง แถมยังถูกดูถูกเหยียดหยาม พูดด่าทอหยาบคาย เหยียดศาสนา จนเจ้าตัวทนไม่ไหวโพสต์ตัดพ้อ   ล่าสุดมีรายงานว่า พล.อ.ท.พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย รองเสนาธิการทหารอากาศ ในฐานะโฆษกกองทัพอากาศ กล่าววว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าผู้โพสต์คลิปเป็นทหารจริง โดยเป็นทหารสังกัดกองบริการ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (กรก.อย.)   ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบไม่นาน   ทั้งนี้ ต้องรอให้ทางหน่วยงานต้นสังกัดรายงานผลการตรวจสอบเข้ามาก่อน และทราบมาว่าได้มีการสั่งการให้พลทหารที่โพสต์คลิปเลี้ยงนกกลับมายังต้นสังกัดแล้ว            ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  ttps://youtu.be/32SgFoTGcCI

 2,118
ข่าวโซเชียล
20 ต.ค. 62

พลทหารโพสต์ระบาย เข้ากองทัพรับใช้ชาติกลับโดนส่งไปรับใช้นาย ต้องเลี้ยงนก ถูกยึดเบี้ยเลี้ยง

โลกโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวของพลทหารรายหนึ่ง หลังเจ้าตัวมาโพสต์ระบายความอัดอั้นตันใจ เข้ากองทัพรับใช้ชาติกลับถูกส่งไปเป็นคนรับใช้นาย ต้องเลี้ยงนก และโดนยึดเบี้ยเลี้ยง พูดมากกว่านี้ไม่ได้เพราะกลัวโดนเด้ง โดนนายสั่งขัง เกินจะแบกรับไหวแล้ว        ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/Ttt5pN-Cx4g  

 11,053
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,766
อาชญากรรม
30 ก.ย. 62

เพื่อนรักบุกแทงว่าที่พลทหาร ตัดขั้วหัวใจทะลุหลัง ไม่หนำใจขี่ จยย.เหยียบศพซ้ำ

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งเกิดเหตุแทงกันตายที่บ้านพัก ซอย1 ถนนลพบุรีราเมศวร์ ชุมชนบางมวง หมู่4 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ พบถูกแทงคือ นายอับดุลเล๊าะ สันบวชบู อายุ 21 ปี ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล   โดยถูกแทงด้วยมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าหน้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจจนทะลุหลัง ในที่เกิดเหตุพบมีดดาบเปื้อนเลือดที่ใช้แทงตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายชื่อเล่นว่าเมธ หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุ นายอับดุลเล๊าะ กำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนอนภายในบ้าน ได้มีนายเมธ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้านและเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับมีดดาบ และจ้วงแทงนายอับดุลเล๊าะ เข้าที่หน้าอกซ้ายจนทะลุ และยังลากร่างออกมานอกบ้าน   ขณะที่แม่ของผู้ตายที่อยู่ในบ้านพยายามออกมาช่วยลูกชาย แต่ก็ถูกผลักจนล้มลงจนแขนขวาถลอก จากนั้นนายเมธ ได้ขับรถจักรยานยนต์มาเหยียบร่างของนายอับดุลเล๊าะ ซ้ำอีกครั้งก่อนที่จะหลบหนีไป      แม่ของนายอับดุลเล๊าะ บอกว่าทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อรักกันมาก่อนและนายเมธ ได้ไปมาหาสู่และกินข้าวที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ระยะหลังทั้งสองคนมีเรื่องหมางใจกันแต่ไม่ทราบว่าเรื่องใด โดยเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมาเคยชกต่อยกันมาแล้วครั้งหนึ่ง กระทั่งนายเมธ บุกมาแทงลูกชายถึงในบ้าน   สำหรับ นายอับดุลเล๊าะ ผู้เสียชีวิตเป็นว่าที่ทหารเกณฑ์หลังที่ได้สมัครเป็นทหารเกณฑ์และกำลังจะเข้ารายตัวผลัด 2 ในวันที่1 พฤศจิกายนนี้แต่ก็มาถูกแทงตายก่อน ส่วนนายเมธ ทราบว่าเป็นชาวชุมชนสะพานดำ ต.คลองแห ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุมตัว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/x36BrWbNDQw

 5,766
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

พลทหารเมาเหล้า ทะเลาะแย่งมีดกับแม่ยาย พลาดถูกเสียบตัดขั้วหัวใจดับ

สมุทรสาคร-เกิดเหตุแทงกันตายที่หอพักอยู่เจริญ ภายในห้องเช่า ม.3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย นอนหงายจมกองเลือด ทราบชื่อต่อมาคือ พลทหารสุวัฒน์ นาคทองอินทร์ อายุ 23 ปี เป็นพลทหารสังกัดกองพันทหารช่างที่ 9 กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี      จากการชันสูตรศพเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงเข้าใต้ราวนมด้านซ้ายตัดขั้วหัวใจ 1 แผล นอกจากนี้ยังพบมีดทำครัวปลายแหลม ความยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด ตกอยู่ 1 เล่ม อีกทั้งยังมีรอยเท้าเปื้อนเลือดเดินออกไปด้วย ส่วนผู้ก่อเหตุทราบต่อมาคือนางสาวอันธิกา ปานดำ อายุ 39 ปี เป็นแม่ยายของผู้เสียชีวิต ซึ่งพักอาศัยอยู่ห้องใกล้ๆ กัน และไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่เกิดอาการเป็นลม ช็อค นอนนิ่ง ตาลอย   พ่อตาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า พลทหารสุวัฒน์ เป็นสามีของลูกสาววัย 17 ปี โดยทั้งคู่เพิ่งจะมีลูกอ่อนคลอดมาได้ราวๆ 3 เดือน และได้เช่าห้องพักอยู่ห้องใกล้ๆ กัน เพราะตนกับภรรยาเป็นห่วงลูกสาว เวลาที่พลหารสุวัฒน์ ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่     ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุนั้น พลทหารสุวัฒน์ ได้นั่งกินเหล้ากับพวกเพื่อนๆ บริเวณข้างห้องเช่าตั้งแต่ช่วงเย็น ต่อมาก็กลับมาที่ห้องพัก ซึ่งขณะนั้นตนเองและภรรยาก็อยู่ที่ห้องของลูกสาวด้วยเพราะมาดู มาเล่นกับหลาน โดยพลทหารสุวัฒน์ ได้เข้ามาชวนลูกสาวของตนให้ไปกินข้าวด้วยกัน แต่ลูกสาวบอกไม่กิน เพราะกินน้ำเต้าหู้อิ่มแล้ว ตนจึงบอกว่าถ้าจะกินก็กินไปคนเดียว ทำให้ลูกเขยไม่พอใจ จึงนั่งกินเบียร์ต่ออีกในห้อง   ซึ่งตนเองในฐานะพ่อตาก็ถามไปว่าจะยังกินอีกเหรอ ทำให้ลูกเขยไม่พอใจอีกก็เลยเกิดมีปากเสียงกัน แล้วตนก็ทนไม่ไหว จึงออกปากไล่ให้ออกไปเพราะหลานยังเล็กมาก ซึ่งก็เชื่อได้ว่าคำพูดนั้นเองที่ทำให้ลูกเขยโกรธ ลุกขึ้นไปคว้ามีดทำครัวปลายแหลม มาหนีบไว้ข้างลำตัวใต้รักแร้ แล้วบอกว่าวันนี้ต้องมีคนตายไปข้างหนึ่ง ซึ่งพอภรรยาของตนกับลูกสาว เห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปแย่งจะเอามีดออกมา เพราะกลัวว่าลูกเขยจะทำร้ายตน แต่ในช่วงชุลมุนยื้อแย่งกันไปมานั่นเอง ลูกเขยก็เกิดพลาดมีดที่เขาหยิบเอามาเองกับมือนั้น เกิดเสียบเข้าใต้ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจตายคาที่     ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ โดยจะได้ส่งศพไปยังสถาบันนิติเวช เพื่อตรวจบาดแผลที่แน่ชัด และร่องรอยของการทำร้ายร่างกายอื่นๆ ว่ามีด้วยหรือไม่ พร้อมกันนี้ก็จะได้เชิญตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อที่จะหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yyq7wl2i74M

 3,626
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

พลทหารร้องกองปราบ เอาผิดครูฝึกลงโทษโหด จนต้องหนีออกจากค่าย กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายเอ (นามสมมติ) พลทหารอากาศ อายุ 21 ปี และครอบครัว เข้าร้องความเป็นธรรมหลังพลทหาร ถูกครูฝึกทหารทำโทษจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   นายเอ กล่าวว่า ได้สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัดดังกล่าวและเข้ารับการฝึกอยู่ภายในค่ายมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มครูฝึกได้เรียกเข้าไปพบ เพราะจับได้ว่าตนฝ่าฝืนกฎระเบียบของค่ายฝึกแอบใช้โทรศัพท์มือถือนอกเหนือเวลาที่ทางค่ายกำหนด เมื่อไปถึงครูฝึกได้ทำโทษด้วยการตบหน้า ใช้ไม้ไผ่ฟาดตามร่างกาย รวมถึงใช้กำลังทำร้ายร่างกายทั้ง กระทืบ ชกต่อย ทุบตี นานร่วม 20 นาที ก่อนจะปล่อยตัวไปเข้าฝึกอบรมที่ฐานอื่นๆ ตามปกติ   ต่อมาช่วงเที่ยงของวันเดียวกันครูฝึกกลุ่มเดิมได้เรียกขึ้นไปพบอีกครั้ง เมื่อไปถึงให้ตนนั่งลงแล้วใช้มือกดหัวคว่ำหน้ากระแทกลงไปกับจานข้าวที่วางไว้ ก่อนจะนำแกลลอนน้ำมาวางบนหัวแล้วเทน้ำใส่ รวมถึงนำฝาหม้อมาโขกหัว ระหว่างที่ถูกทำโทษนั้นกลุ่มครูฝึกได้มีการนำมีดมาขู่ด้วยการทำท่าเหมือนจะแทงที่หน้าอก ก่อนจะวางมีดลงแล้วหันมาใช้กำลังทำร้ายร่างกายแทน รวมถูกทำร้ายทั้งสิ้น 6 ครั้ง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น   ขณะที่ตนเองถูกทำร้ายร่างกายนั้น เพื่อนๆ ทหารเกณฑ์คนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์หมด เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าช่วยเหลือ นอกจากนี้ในช่วง 5 ทุ่มของวันเดียวกัน ครูฝึกยังได้เรียกเข้าไปพบอีกครั้ง พร้อมกับพูดจาข่มขู่ “ถ้าหากหนีตายแน่” แต่เพราะด้วยความหวาดกลัวว่า หากอยู่ต่อคงจะถูกทำร้ายร่างกายต่ออีกแน่ จึงตัดสินใจหนีออกจากค่ายมาเพื่อรักษาชีวิต   ทั้งนี้ จากเรื่องราวดังกล่าวยอมรับว่ามีส่วนผิด ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎระเบียบของค่ายฝึกจริง แต่ไม่คิดว่าจะทำร้ายร่างกายกันถึงขนาดนี้ เพราะตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับครูฝึกมาก่อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในส่วนของครูฝึกที่ทำร้ายร่างกายนั้น จำได้ว่ามีประมาณ 3 คน แบ่งเป็น จ่าเวร 1 คน และผู้ช่วยจ่าเวรอีก 2 คน   ทั้งนี้หลังจากที่ผู้เสียหายหนีออกมา ได้มีทหารไปเฝ้าดักรอที่บริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย พร้อมกับบอกคนในบ้านว่าหากพบเจอให้รีบพาตัวผู้เสียหายกลับเข้ากรม รวมถึงเมื่อช่วงเช้าก่อนที่จะมากองปราบ ยังมีรถทหารขับมาจอดอยู่แถวๆ บริเวณหน้าบ้านอีกด้วย   ทำให้พลทหารอยู่ในอาการหวาดกลัว ส่วนของสภาพร่างกายนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถเดินหรือนั่งได้เหมือนคนปกติ ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นเบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย   ด้านพ่อของนายเอ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเรื่องขึ้น ทุกวันนี้ต้องมานั่งเป็นกังวลและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เพราะเขายังเด็ก ถ้าหากในวันนั้นลูกไม่หนีมาไม่รู้เหมือนกันว่าลูกจะได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ ก่อนรวบรวมเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   ล่าสุดกองทัพอากาศมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหากพบว่าเป็นการกระทำความผิดที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการก็จะสั่งให้มีการพิจารณาบทลงโทษตามระเบียบที่กำหนดทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CM37FhTqg-Y

 2,171
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ

พลทหารเกณฑ์วัย 21 ปี เปิดเผยว่า สมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง ได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา โดนผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่าแอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบไปที่หน้า 3-4 ครั้ง และเตะ   จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ขนาดความยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมาเพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎ   ก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึกก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะ   จากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า “ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่” แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีกกลัวโดน ทำร้ายซ้ำ      ด้านพ่อของพลทหารกล่าวว่า ยอมรับลูกของตนทำผิดจริง แต่ไม่ควรทำโทษกัน รุนแรงขนาดนี้กะเอาให้ตาย เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ทหารในค่ายไม่มีใครทราบเรื่อง นอกจากครูฝึกกับผู้ช่วยครูฝึกเท่านั้น ตนภูมิใจที่ลูกชายสมัครเป็นทหารแต่ผิดหวังที่โดนทำร้าย  ถ้ากลับเข้าไปในค่ายทำตามหน้าที่ของตนเอง แล้วเกิดอันตรายก็ไม่อยากให้กลับไปอีก หากลูกของตนเป็นอะไรไปใครจะ รับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้  ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ขณะที่ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า จากการที่ได้คุยกับพลทหารเกณฑ์คนดังกล่าว พบว่าภายใน 1 วัน ถูกทำร้ายร่างกาย 6 ครั้ง  ตั้งแต่เช้ายันเย็น มีบาดแผลฟกช้ำที่ก้นทั้ง 2 ข้าง แผลถลอกที่แผ่นหลัง แก้ม 2 ข้างบวม ใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 7 วัน   โดย 09.30 น. ของวันนี้ (9 ก.ค.) จะพาครอบครัวพลทหารเกณฑ์รายนี้  เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม  ทั้งนี้กองทัพอากาศต้องชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นและให้การคุ้มครองพลทหารคนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eP8oq8dV9SE

 8,396
ข่าวสีสัน
28 พ.ค. 62

พลทหารแกล้งเป็นลมแดด ก่อนเซอร์ไพรส์ขอแฟนสาวแต่งงาน กลางงานวันเยี่ยมทหารใหม่

ขอนแก่น-ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชชัย จังหวัดขอนแก่น ได้จัดพิธีวันเยี่ยมญาติทหารใหม่ ที่ได้เข้ารับการฝึกมาแล้ว 2 สัปดาห์ ที่จะให้ญาติของทหารเข้าเยี่ยมชมการฝึกทหารและพบปะลูกหลานอย่างใกล้ชิด โดยมีพันโทสัญญา โยธานันต์ ผบ.ร.8 พัน.3 เป็นประธานในพิธี   ซึ่งในกิจกรรมดังกล่าว พลทหารกิตติศักดิ์ โคตรลาคำ อายุ 21 ปี นั้นได้ทำการขออนุญาตครูฝึกให้ช่วยทำเซอร์ไพรส์แฟนสาวด้วยการขอแต่งงาน เนื่องจากตนเองและแฟนสาวนั้นได้คบหาดูใจกันมานานถึง 4 ปี และได้มีแผนจะแต่งงานกัน แต่ตนเองได้อาสามาเป็นทหารเสียก่อน จึงอยากจะขอแต่งงานแฟนสาวในวันเยี่ยมญาติ โดยครูฝึกและเพื่อนทหารก็ตกลงใจช่วยเหลือ ในการจัดเซอร์ไพรส์ช่วย พลทหารกิตติศักดิ์   และเมื่อถึงเวลากำหนดให้ญาติเข้าชมการฝึกของบุตรหลานหลังรับการฝึกมา 2 เป็นเวลาอาทิตย์นั้น ครูฝึกก็ได้มีคำสั่งลงโทษ ตามแผนที่เตรียมกันไว้ เมื่อลงโทษไปได้สักพัก พลทหารกิตติศักดิ์ ก็ได้ล้มลงแกล้งทำเป็นลมแดดตามที่ได้วางแผนกันไว้   ต่อมานางสาวกัลยา ทองคำโม อายุ 17 ปี แฟนสาวได้วิ่งเข้ามาดูด้วยความตกใจ จนกระทังได้ปลดกระดุมชุดทหารของพลทหารกิตติศักดิ์ ก็ได้พบข้อความสุดซึ่งกลางหน้าอก คือคำว่า แต่งงานกันนะ ซึ่งก็ทำให้แฟนสาวยิ้มและเข้าโผกอด ท่ามกลางเสียงปรบจากเพื่อนๆทหารใหม่ ก็ทำให้ญาติทุกคนที่มาร่วมงานยิ้มดีใจกับทั้งสองคน   ด้านพันโทสัญญา โยธานันต์ ผบ.ร.8 พัน.3 เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเยี่ยมญาติของทหารใหม่นั้นจัดขึ้นทุกปี ซึ่งเป็นกิจกรรมให้ทหารใหม่และผู้ปกครองได้พบปะหน้ากันหลังจากออกมาอยู่ค่ายทหารแล้ว 2 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจและมั่นใจกับการที่บุตรหลานเข้ามาฝึกตลอดระยะเวลาที่ประจำการ   ส่วนในการที่พลทหารกิตติศักดิ์ ได้ขอครูฝึกให้ช่วยขอแฟนแต่งงานกัน วัตถุประสงค์ที่แท้จริงคืออยากสร้างขวัญกำลังใจให้กับพลทหารทุกนาย ไม่วิตกกังวลเรื่องทางบ้านและมีสมาธิกับการฝึกอย่างแข็งขัน ซึ่งไม่เฉพาะการขอแต่งงานเท่านั้น ทางค่ายสีหราชเดโชชัย ยังมีการนำทการใหม่ที่มีเรื่องวิตกกังวลที่บ้านกลับไปเยี่ยมบ้านเพื่อสร้างขวัญกำลังก่อนจะกลับเข้าค่ายเพื่อตั้งใจฝึกและเป็นทหารที่ดีอยู่ในระเบียบวินัยต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AQhTlqFZB5g

 9,021
ปากท้องร้องทุกข์
24 พ.ค. 62

พ่อแม่ไม่เชื่อ ลูกพลทหารตกตึกตายในค่าย หลังเพื่อนบอกไม่ตรงกัน 'ไฟช็อต-ตกตึก' กองทัพสั่งสอบด่วน

ศรีสะเกษ-กรณีที่นายลือชานนท์ นันทบุตร อายุ 22 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์ และจะได้รับการปลดประจำการในอีก 4 เดือนข้างหน้า ได้เกิดเหตุพลัดตกตึกบริเวณช่องทางหนีไฟจากดาดฟ้าชั้น 7 ลงมาเสียชีวิตบริเวณระเบียงชั้น 4 ภายในอาคารกองพันทหารสารวัตร สำนักกองบัญชาการกองทัพไทย เขตบางซื่อ ซึ่งพบศพเมื่อวันที่ 21 พ.ค.2562 นั้น   โดยที่บ้านพัก ครอบครัวได้ประกอบพิธีศพอย่างโศกเศร้า เพราะว่าผู้ตายเป็นที่รักของครอบครัวญาติพี่น้องมาก เป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ เป็นเด็กเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส.จากวิทยาลัยเทคนิค ศรีสะเกษ และได้สมัครเข้ารับราชการทหารโดยหวังว่าจะสอบเข้ารับราชการทหารเมื่อมีโอกาส   นายคำแพง นันทบุตร อายุ 48 ปี พ่อของพลทหารลือชานนท์ กล่าวว่า ตนได้ไปรับศพของลูกชายกลับมาถึงบ้านเมื่อช่วงเช้า โดยตนรับศพมาจาก รพ.ตำรวจ ทั้งนี้ตนได้ไปตรวจสอบที่บริเวณที่เกิดเหตุพบว่า บริเวณระเบียงชั้น 3 ของอาคารหลังหนึ่งภายในค่ายทหารมีรอยเลือดกองอยู่และมีการนำเอาเศษดินมาโรยกลบรอยเลือดเอาไว้ ได้สอบถามจากเพื่อนทหารของลูกชายได้รับคำตอบไม่ตรงกัน บางคนบอกว่าลูกชายของตนโดนไฟช็อตเสียชีวิต บางคนก็บอกว่าตกตึกเสียชีวิต   ซึ่งจากการที่ตนได้ตรวจดูร่างกายลูกชายของตนแล้วไม่พบร่องรอยของการถูกไฟช็อตแต่อย่างใด ทำให้ตนสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายเป็นอย่างมาก ตนมั่นใจว่าลูกชายของตนจะต้องโดนฆ่าแล้วมีการอำพรางศพว่า เสียชีวิตเพราะไฟช็อตและตกตึก เป็นไปไม่ได้ที่ลูกชายของตนจะเสียชีวิตเพราะสาเหตุที่ได้รับทราบมา ตนจึงขอวอนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้โปรดสั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัวด้วย เนื่องจากว่า ครอบครัวของตนมีลูกเพียงคนเดียว   ทั้งนี้ต้นสังกัดแจ้งให้ทราบว่า พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนทหาร 20 นาย พักอยู่ชั้น 5 อาคารดังกล่าว เป็นอาคารเก่าเตรียมรื้อถอน พลทหารลือชานนท์ และเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ชอบปีนระเบียงบันไดหนีไฟขึ้นไปนอนบนชั้น 6 ที่ถูกปิดล็อกไว้ ปีนเข้าทางระเบียงหน้าต่าง เพื่อเปิดแอร์นอน เพราะชั้น 5 เป็นห้องพัดลมอากาศร้อนอบอ้าว ต่อมาค่ำวันที่ 17 พ.ค.พลทหารลือชานนท์ ได้เงียบหายไปแบบไม่มีใครทราบ กระทั่งมาพบเป็นศพขึ้นอืดบตรงระเบียงชั้น 4 ข้างบันไดหนีไฟ สภาพศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น ใส่รองเท้าแตะข้างเดียว ส่วนรองเท้าอีกข้างพบว่าวางอยู่ที่ระเบียงชั้น 6 ลักษณะการนอนเสียชีวิตคล้ายกับจับวาง ไม่น่าเกิดจากอุบัติเหตุพลัดตกตึก   ผลชันสูตรของ รพ.ตำรวจ ระบุว่ากระดูกสันหลังส่วนอกท่อนที่ 3 หักเคลื่อน จากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก พ่อจึงเกิดข้อพิรุธว่าสาเหตุการเสียชีวิตอาจไม่ใช่อุบัติเหตุพลัดตกตึก เพราะช่องทางหนีไฟเป็นช่องแคบประมาณ 60X60 ซม. และมีราวบันไดเหล็กตรงยาวลงไป ถ้าเกิดพลัดตกจากชั้น 7 จริง เชื่อว่าแขนขาต้องหักและมีแผลมากกว่านี้ อีกทั้งท่านอนเสียชีวิตยังเป็นแบบนอนราบกับพื้น คเชื่อว่าลูกชายอาจถูกทำร้ายอำพรางคดีมากกว่า แต่คงทำอะไรไม่ได้   และข้องใจว่าเมื่อลูกชายหายไป ทำไมหัวหน้าต้นสังกัดจึงไม่ติดตามหา หรือไม่แจ้งญาติให้ทราบ แต่กลับปล่อยให้เสียชีวิตจนศพขึ้นอืดนานหลายวัน   ด้านนางรัตนาภรณ์ จันทโคตร อายุ 47 ปี แม่ของพลทหารลือชานนท์ ร่ำไห้กล่าวด้วยน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายของตนไปห้ามไม่ให้เพื่อนทหารด้วยกันดื่มเหล้าในค่ายทหาร ทำให้กลุ่มเพื่อนทหารด้วยกันโกรธแค้นมาก และได้เอาเหล้ามากรอกปากลูกชายของตนจนทำให้เลือดไหลออกมาจากปาก   อีกทั้งมีเรื่องกับนายทหารคนหนึ่งและโดนทำร้าย จากนั้นถูกนำตัวเข้าไปขังในห้องขัง ทำให้ลูกตัดพ้อว่าอยากกลับบ้าน แต่ตนก็ได้แต่ปลอบใจ ไม่คิดเลยว่าการที่ให้ลูกชายไปสมัครเป็นทหาร เหมือนกับส่งให้ลูกชายของตนไปถูกฆ่าตาย ตนไม่เชื่อว่า ลูกชายของตนจะตายเพราะอุบัติเหตุ จึงร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายทหารระดับสูงทุกคนในกองทัพไทยด้วย   ด้านพลตรี กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงว่ามีการสั่งการเร่งด่วนให้มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงโดยละเอียด ด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อให้ความกระจ่างและเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต และได้เน้นย้ำให้หน่วยต้นสังกัดดูแลการจัดงานศพของผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด และอำนวยความสะดวกแก่ญาติในการดำเนินการตามขั้นตอนทางราชการต่อไป   ทั้งนี้ จากการสืบสวนพยานบุคคลที่พบผู้เสียชีวิตครั้งสุดท้ายทราบว่า พบเห็นผู้เสียชีวิตได้ขึ้นไปนั่งคุยโทรศัพท์บนชั้นดาดฟ้า แล้วจากนั้นก็ไม่พบเจอผู้เสียชีวิตอีกเลย ส่วนประเด็นเรื่องการเมาสุราแล้วเกิดเหตุทะเลาะวิวาท หรือการถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตตามที่สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน เพราะมีเพื่อนพลทหารในหน่วยยืนยันในเวลาที่เกิดเหตุสอดคล้องกัน ซึ่งทางตำรวจจะได้ทำการสอบสวนตามแนวทางต่อไป   ดังนั้นขอให้สังคมอย่าเพิ่งด่วนตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริงต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AF-Ol7169ws

 27,609
ข่าวภูมิภาค
18 เม.ย. 62

กองทัพปูนบำเหน็จ 5 ชั้นยศ 'สิบเอกพลนิกร' เสียชีวิตเหตุห้ามคนตีกันสงกรานต์

หนองคาย-พิธีฌาปนกิจศพสิบเอกพลนิกร ยศมาร (พลทหารพลนิกร ยศมาร) ที่วัดป่าบึงแก้ว บ้านดอนบก ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี ซึ่งกองทัพบกได้ปูนบำเหน็จ 5 ชั้นยศ หลังจากเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าเข้าระงับเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาท เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา   พลโทธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาค 2 ได้เป็นตัวแทนมอบให้กับครอบครัวสิบเอกพลนิกร ยศมาร ซึ่งก่อนหน้านี้ นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เป็นตัวแทนมอบเงินช่วยเหลือให้กับครอบครัวในเบื้องต้นแล้ว จากนั้น หลายหน่วยงานในจังหวัดหนองคาย ที่สิบเอกพลนิกรฯได้เคยร่วมปฏิบัติหน้าที่ ได้ร่วมมอบเงินสมทบช่วยเหลืออีกส่วนหนึ่งด้วย   สำหรับพิธีฌาปนกิจ ประชาชนในจังหวัดหนองคาย เข้าร่วมพิธีส่งดวงวิญญาณสิบเอกพลนิกร ยศมาร จำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า   สำหรับ สิบเอกพลนิกร ยศมาร ชื่อเล่น จ๊อบ อายุ 22 ปี ได้เข้าปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อย ในนามหน่วย ร้อย.รส.ป.3 พัน 13 จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 1 มี.ค.62 จนกระทั่งช่วงเที่ยงคืนวันที่ 14 เม.ย. 62 ได้ออกลาดตระเวนและระงับเหตุวัยรุ่นทะเลาะวิวาทร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ที่ศูนย์การค้าเอเชียพีค จนถูกนายนพดล ศิริ ใช้ขวดปากฉลามแทงใบหน้าและลำคอเสียชีวิต   ทั้งนี้ทางกองทัพจะเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือครอบครัวอย่างเต็มที่ และจะติดตามสิทธิ สวัสดิการให้ได้รับอย่างครบถ้วน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mo7R2fHTmjw

 6,441
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 62

ล่าข้ามจังหวัด พลทหารเมายาบ้าชิงปืน m16 จากค่าย จี้ชิงเก๋งอ้างพาแฟนสาวไปเที่ยว สุดท้ายถูกรวบในสวน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งไล่ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน โดยเป็นรถนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เกิดเหตุภายในซอยสุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และรถคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีมาเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 70 ต.บางครุ อ.พระประแดง โดยขับชนรถชาวบ้านได้รับความเสียอีกหลายคันเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะหลบหนีเข้ามาในโรงแรมแรมริมน้ำ โฮเทล หมู่ 14 ต.บางครุ   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ที่ไล่ติดตามมาทราบว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาชิ่งทรัพย์ของทางราชการ (อาวุธปืน) ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปฐม และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชื่อนายบรรณ์กรชัยวัฒ เพชรมงคลสุข อายุ 22 ปี และเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อนขับหลบหนีมา โดดมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนจับกุมได้ในสวนมะพร้าว   นอกจากนี้ยังพบแฟนสาวอายุ 16 ปี เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าต้นหวาย ริมคลองควาย ท้ายซอยประชาอุทิศ 69 ชุมชนดารีชัน แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ห่างจากโรงแรมริมน้ำโฮเทล ที่จอดรถทิ้งไว้ประมาณเกือบ 2 กิโลแต่ไม่พบอาวุธปืน M16 ที่นายบรรณ์กรชัยวัฒ นำติดตัวมาด้วยขณะหลบหนี   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์อาวุธปืนออกมาจากโรงเรียนการบินกำแพงแสนจริง และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจริงโดยเดินถือปืนกระบอกดังกล่าว เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายก่อนใช้ปืนจี้เอารถยนต์คันดังกล่าวมา ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะก่อเหตุชิงเอารถคันดังกล่าวมาแต่อย่างไร แต่ด้วยแรงกดดันที่ถูกเจ้านายในโรงเรียนการบินติดตามมาเพื่อที่จะเอาปืนคืน คิดว่าตนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีก็คงไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงเอารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมา   ตนกะว่าจะพาแฟนสาวมาเที่ยวให้มีความสุขเท่านั้น แต่ตนขับรถหลงเข้ามาในกรุงเทพและขับรถไปชนท้ายรถบัสก่อน แต่ด้วยตนเองมีปืนอยู่ในรถจึงตัดสินใจที่จะไม่ลงไปคุยกับคนขับรถบัส ประกอบกับมีตำรวจไล่ติดตามมา จึงตันสินใจขับหลบหนีมาและชนรถอีกหลายคัน เพราะไม่รู้เส้นทาง ก่อนที่จะขับเข้ามามาในซอยที่โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่   แต่ก็ถูกรถจักรยานยนต์รับจ้างไล่ติดตามมาตนจึงยิงปืนไป 3 นัดเพื่อขู่ไม่ให้มายุ่งกับตน เพราะตนไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงใคร ตนผ่านการฝึกมาถ้าจะยิงจริงๆ ตายแน่ๆ ตนจึงขอปฎิเสธในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนแรงจูงใจที่ตนต้องชิงปืน M16 กระบอกดังกล่าว ออกมาจากโรงเรียนการบินนั้น ตนมีเหตุผลส่วนตัว จะไม่ขอพูด และตนเองก็ยอมรับว่าตนเสพยาบ้ามาจริงโดยเสพมามากพอสมควร   ด้าน พล.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว คดีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาระเป็นสำคัญไม่ได้หวังประโยชน์ที่เป็นทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างไร แต่ว่าเกิดจากการหลอนจากการเสพยาเสพติดมากกว่า ไปชิงอาวุธปืนและไปชิงเอารถยนต์เอามาขับ   ปกติคนร้ายถ้ามีแผนอยู่ก็ต้องเอารถและอาวุธปืนหนีออกนอกเมือง แต่ในครั้งนี้คนร้ายผิดปกติหนีเข้ามาในเมือง เข้ามาในกรุงเทพมาในสมุทรปราการ ถือว่าน่าจะเกิดจากภาพหลอนขับรถไป แต่ตนเชื่อว่าคนร้ายขับรถยนต์ไม่ชำนาญมากกว่าจึงไปเฉี่ยวชนรถของชาวบ้านไปตั้งหลายคัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสองว่า มีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมทั้งขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองกลับไปดำเนินคดีต่อที่ ตำรวจภูธรภาค 7 จังหวัดนครปฐม ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8wmhjSs53jI

 3,586
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ม.ค. 62

ผบ.ทบ.สั่งลงโทษผู้สั่งการ-ลูกน้อง ปมมัดหมาตากแดด ให้ถ่ายรูปหมารายงานทุกสัปดาห์ แม่พลทหารอั้มแจง ลูกไม่ได้โดนลงโทษ

จากกรณีที่ พลทหารจักรพรรณ กลมแก้ว หรืออั้ม ได้ออกมาแจ้งเบาะแสให้กับ เพจ WATCHDOG THAILAND ถึงกรณีที่มีนายทหารระดับสูงท่านหนึ่ง สั่งให้ทารุณสุนัข 2 ตัว ด้วยการจับมัดมือ-ปากไปวางตากแดด ก่อนนำไปทิ้งภังขยะ หลังจากที่ไม่พอใจที่ถูกวิ่งไล่ในค่ายทหาร   ล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการต่อกรณีการจับสุนัขจรจัดในหน่วยทหารทรมานแล้ว เพราะเรื่องสุนัข เป็นเรื่องอ่อนไหวมาก สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเมตตาต่อสัตว์ ตนเองก็เป็นคนรักสุนัขเช่นกัน เข้าใจทุกฝ่าย กองทัพบกจึงได้ดำเนินการ ดังนี้   -ให้ปรับโอน พลทหารฯ ที่ถ่ายรูปสุนัข มาอยู่หน่วยที่ กทม. เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับ กำลังพลหน่วยเดิม และไม่มีโทษ ใดๆทั้งสิ้น   -ได้ลงโทษทางวินัย ผู้สั่งการ ฐานไม่กำกับดูแล และ ขาดคุณธรรม ไม่ลงในรายละเอียดหรือวิธีการปฏิบัติจนทำให้เกิดปัญหา   ได้ลงโทษ / ลงทัณฑ์ผู้ปฎิบัติ/ผู้รับคำสั่ง ซึ่งทำเกินกว่าเหตุ ถึงแม้ได้รับคำสั่งก็ตาม แต่ขาดซึ่งวิจารณญาณและเมตตาธรรม   -ให้นำสุนัขทั้ง 2 ตัว มาเลี้ยงและรักษาพยาบาล ให้อยู่ในความดูแลและรับผิดชอบของหน่วย โดยให้ส่งภาพรายงานมาทุกสัปดาห์   ด้านครอบครัวของพลทหารจักรพรรณ กลมแก้ว พลทหารที่ออกมาแจ้งเบาะแส ได้ออกมาชี้แขงหลังมีเพจดังเพจหนึ่งอ้างว่า พลทหารจักรพรรณ ถูกยึดโทรศัพท์ ถูกลงโทษอย่างสุดโหดหลังเกิดเรื่อง   ทั้งนี้ทางแม่ได้บอกว่า การที่ลูกชายได้โทรศัพท์เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าได้แจ้งข่าวเรื่องสุนัขไปยังเพจ WATCHDOG THAILAND เพียงเพื่อต้องการให้มีคนเอาสุนัขจรจัดเอาไปดูแล ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตอย่างนี้ และทางผู้บังคับบัญชาก็ได้ทราบว่าตนเองเป็นผู้แจ้งเรื่องไปด้วย โดยลูกชายก็วิตกว่าจะถูกทำโทษ ต่อมามีผู้หญิงคนนึงเข้ามาติดต่อจัดการ   แต่เมื่อทางบ้านได้เดินทางไปพบกับพลทหารจักรพรรณ ก็พบว่าลูกชายอยู่สบายดีไม่เป็นอะไร ยิ้มแย้มแจ่มใส อีกทั้ง ร่างกายปกติ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย ซึ่งลูกชายของตนเองเป็นคนที่มีนิสัยรักสัตว์และสงสารสัตว์อยู่แล้ว ก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ และขณะนี้ทราบว่าทางผู้บังคับบัญชาได้ย้ายพลทหารจักรพรรณ ไปอยู่ที่หน่วยทหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพแล้ว   ทั้งนี้ตนเองอยากจะขอโทษผู้บังคับบัญชาที่คาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องราวใหญ่โตแบบนี้ และขอบคุณที่ได้ให้การต้อนรับอย่างดีด้วย จึงขอฝห้ทางเพจดังกล่าวออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะข่าวออกมาอย่างนี้ก็ทำให้ได้รับกระทบทางชื่อเสียงหลายฝ่ายทั้งทหารและครอบครัวของตนเอง และไม่อยากให้เรื่องบานปลายกระทบต่อชื่อเสียงของหน่วยต้นสังกัดอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yk53gJqi-nw

 1,912
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ต.ค. 61

มีเงื่อนงำ! พลทหารผูกคอตายคาค่าย โพสต์บอกถูกใส่ร้ายหนีทหาร

โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลทหารรายหนึ่ง ที่โดนจับส่งไปอยู่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ทั้งๆที่ไม่ใช่ค่ายทหารที่ต้องประจำการหรือสังกัดอยู่ โดยพลทหารคนดังกล่าวติดอยู่ในค่ายที่ถูกส่งมาโดยไม่รู้สาเหตุ นานร่วม 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม สุดท้ายตัดสินใจคิดสั้น ผูกคอตายคาค่ายทหาร   ทั้งนี้มีข้อความที่พลทหารคนดังกล่าว ได้มีการโพสต์ว่า ถูกกลั่นแกล้งด้วยการนำไปทิ้งและกักตัวไว้ที่ค่ายที่ไม่ใช่ค่ายสังกัดเดิมเป็นเวลาหลายเดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ โดยบางโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า ทำอย่างนี้เท่ากับผมหนีทหาร!! #ทั้งๆที่ไม่หนีราชการทหาร จะยัดผมหนีเนี่ยนะ ทั้งหนีเที่ยวบ้าง มีอีกโพสต์ของพลทหารได้ระบุว่า #สุดท้ายกูก็โดนคนใส่ร้ายป้ายสี   นอกจากนี้มีเพื่อนของพลทหารคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ระบุว่า "กูขอโทษ…ที่กูไม่สามารถให้ความช่วยเหลือมึงได้ในวันนั้น ทั้งๆที่มึงได้เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากกูแล้ว แต่กูก็ช่วยมึงไว้ไม่ได้…เพราะกูแค่ พลทหาร ไม่มีอำนาจอะไรเลย   ถึงกูจะบอกให้นายกูช่วยแล้ว ก็ไม่มีใครเค้าฟังอยู่ดี พูดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว…ต่อให้กูเสียใจแค่ไหน #มึงก็ไม่รับรู้อะไรอีกแล้วตลอดกาล #มึงเป็นเพื่อนที่จริงใจกับกูที่สุด #เป็นเพื่อนที่กูรักที่สุด #หากชาติหน้ามีจริงขอให้กูกับมึงได้มารู้จักและเป็นเพื่อนกันไปให้นานกว่านี้ #หลับให้สะบายเพื่อนแดง" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lONkVVI7Tvs

 11,381
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ส.ค. 61

เพจดังเปิดเอกสารตารางทำงาน ‘พลทหาร’ ล้างส้วม-ล้างตู้เย็น-ซักปลอกหมอน!

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2561 เพจ CSI LA ได้เผยแพร่เอกสารที่ระบุว่าเป็นตารางทำงานของพลทหาร โดยแบ่งเป็นงานประจำวัน, งานประจำสัปดาห์ และงานประจำเดือน ซึ่งหน้าที่มีตั้งแต่ เปลี่ยนน้ำถวายน้ำสะอาดที่ศาลพระภูมิ, ทำความสะอาดถุงกอล์ฟ ไปจนถึงซักปลอกหมอนอิง เป็นต้น    โดยเพจ CSI LA ระบุข้อความไว้ด้วยว่า ‘ตารางทำงานของพลทหารรับใช้ที่มาจากภาษีประชาชน เเทนที่จะได้ถือปืนรับใชัชาติกลับได้ถือไม้กวาด 6:30 เปลี่ยนน้ำพระภูมิศาลตายาย ขัดรองเท้า ทำความสะอาดรถท่านรอง ทำความสะอาดถุงกอล์ฟ กวาดใบไม้ รดน้ำต้นไม้ ล้างส้วม ล้างจาน’   ภาพจากเพจ CSI LA

 8,658

Top