ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทหารเกณฑ์"

ข่าวภูมิภาค
18 ก.พ. 63

รวบหนุ่มทหารเกณฑ์ แชทลวงทั้งเด็กทั้งหญิง-ชาย ส่งภาพโป๊ ก่อนแบล็คเมล์รีดเงิน-บังคับมีเซ็กส์

ตำรวจภูธรภาค 5 เชียงใหม่ รวบหนุ่มทหารเกณฑ์วัย 22 ปี ลวงทั้งเด็กชายและเด็กสาว ส่งภาพโป๊ ก่อนแบล็คเมล์ขู่เอาเงินพร้อมบังคับมีเซ็กส์   โดยพฤติการณ์ของหนุ่มรายดังกล่าว เมื่อปี 2559-2562 จะใช้แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊กและบีทอล์ค สร้างโปร์ไฟล์ปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดีในการหาเหยื่อเพื่อหลอกแลกรูปภาพโป๊เปลือย เมื่อได้รูปภาพจากเหยื่อแล้ว จะให้เหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมขึ้นมา ใช้ชื่อว่า นา’เดียร์’นิน่า’   เมื่อเหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อแล้ว ผู้ต้องหาก็จะทำการข่มขู่เหยื่อให้ส่งรูปภาพและวิดีโอโป๊เปลือยมาให้อีกผ่านไลน์ หากไม่ทำตามจะโพสต์ประจานรูปภาพที่ได้มาก่อนหน้านั้น หลังจากนั้น ผู้ต้องหาจะใช้เฟซบุ๊กจริงของตนเองและบัญชีไลน์จริงของตน ติดต่อกับเหยื่อ เพื่อสอบถามว่า รูปภาพที่ส่งให้เหยื่อดูนั้นใช่รูปภาพของเหยื่อหรือไม่   จากนั้นก็จะอาสาเป็นตัวกลาง ระหว่างเหยื่อกับบัญชีไลน์ปลอมเพื่อจะให้ลบรูปภาพโป๊เปลือยของเหยื่อ โดยนายกันตินันท์ ได้บอกกับเหยื่อว่า เงื่อนไขในการลบรูปภาพโป๊เปลือย คือ ให้ส่งรูปภาพ หรือวิดีโอโป๊เปลือยของเหยื่อชุดใหม่มาให้ หรือให้มามีเพศสัมพันธ์กับตนเองหรือบุคคลอื่น หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง   ซึ่งเบื้องต้นนายกิตตินันท์รับสารภาพว่า เคยโดนหญิงสาวหลอกให้ส่งรูปโป๊เปลือยไปให้ และถูกแบล็กเมล์ว่าให้ส่งเงินมาไม่งั้นจะเผยแพร่รูของตน สุดท้ายจึงต้องยอมโอนเงิน รู้สึกโกรธแค้นเลยเอาวิธีนี้มาใช้บ้าง ด้วยการเอาภาพเด็กผู้หญิงน่ารักมาเป็นโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ไอจี แอพฯหาคู่ ประกาศหาเด็กหนุ่มๆ อายุน้อยเพื่อเป็นแฟน   เมื่อมีคนหลงกลก็ทักทายชวนคุยแบบตีสนิท ก่อนจะขอรูปตอนโป๊เปลือย พอหนุ่มๆหลงกลส่งมาให้ก็จะแบล็กเมล์ทันที เรียกค่าปิดปากครั้งละ 700 บาทขึ้นไป หากเด็กไม่มีเงินก็ให้มาเจอเพื่อขืนใจทางทวารหนัก ทำอย่างนี้มา 2 ปี มีเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ 57 ราย ในพื้นที่หลายจังหวัด มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กชาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B0fpLKwwgdY

 325
สังคม
18 ก.พ. 63

รวบหนุ่มทหารเกณฑ์ แชทลวงทั้งเด็กทั้งหญิง-ชาย ส่งภาพโป๊ ก่อนแบล็คเมล์รีดเงิน-บังคับมีเซ็กส์

ตำรวจภูธรภาค 5 เชียงใหม่ รวบหนุ่มทหารเกณฑ์วัย 22 ปี ลวงทั้งเด็กชายและเด็กสาว ส่งภาพโป๊ ก่อนแบล็คเมล์ขู่เอาเงินพร้อมบังคับมีเซ็กส์   โดยพฤติการณ์ของหนุ่มรายดังกล่าว เมื่อปี 2559-2562 จะใช้แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊กและบีทอล์ค สร้างโปร์ไฟล์ปลอมเป็นหญิงสาวหน้าตาดีในการหาเหยื่อเพื่อหลอกแลกรูปภาพโป๊เปลือย เมื่อได้รูปภาพจากเหยื่อแล้ว จะให้เหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมขึ้นมา ใช้ชื่อว่า นา’เดียร์’นิน่า’   เมื่อเหยื่อทำการเพิ่มผู้ติดต่อแล้ว ผู้ต้องหาก็จะทำการข่มขู่เหยื่อให้ส่งรูปภาพและวิดีโอโป๊เปลือยมาให้อีกผ่านไลน์ หากไม่ทำตามจะโพสต์ประจานรูปภาพที่ได้มาก่อนหน้านั้น หลังจากนั้น ผู้ต้องหาจะใช้เฟซบุ๊กจริงของตนเองและบัญชีไลน์จริงของตน ติดต่อกับเหยื่อ เพื่อสอบถามว่า รูปภาพที่ส่งให้เหยื่อดูนั้นใช่รูปภาพของเหยื่อหรือไม่   จากนั้นก็จะอาสาเป็นตัวกลาง ระหว่างเหยื่อกับบัญชีไลน์ปลอมเพื่อจะให้ลบรูปภาพโป๊เปลือยของเหยื่อ โดยนายกันตินันท์ ได้บอกกับเหยื่อว่า เงื่อนไขในการลบรูปภาพโป๊เปลือย คือ ให้ส่งรูปภาพ หรือวิดีโอโป๊เปลือยของเหยื่อชุดใหม่มาให้ หรือให้มามีเพศสัมพันธ์กับตนเองหรือบุคคลอื่น หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีของตนเอง   ซึ่งเบื้องต้นนายกิตตินันท์รับสารภาพว่า เคยโดนหญิงสาวหลอกให้ส่งรูปโป๊เปลือยไปให้ และถูกแบล็กเมล์ว่าให้ส่งเงินมาไม่งั้นจะเผยแพร่รูของตน สุดท้ายจึงต้องยอมโอนเงิน รู้สึกโกรธแค้นเลยเอาวิธีนี้มาใช้บ้าง ด้วยการเอาภาพเด็กผู้หญิงน่ารักมาเป็นโปรไฟล์ในเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ไอจี แอพฯหาคู่ ประกาศหาเด็กหนุ่มๆ อายุน้อยเพื่อเป็นแฟน   เมื่อมีคนหลงกลก็ทักทายชวนคุยแบบตีสนิท ก่อนจะขอรูปตอนโป๊เปลือย พอหนุ่มๆหลงกลส่งมาให้ก็จะแบล็กเมล์ทันที เรียกค่าปิดปากครั้งละ 700 บาทขึ้นไป หากเด็กไม่มีเงินก็ให้มาเจอเพื่อขืนใจทางทวารหนัก ทำอย่างนี้มา 2 ปี มีเหยื่อถูกล่วงละเมิดทางเพศ 57 ราย ในพื้นที่หลายจังหวัด มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กชาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B0fpLKwwgdY

 325
สังคม
06 ธ.ค. 62

รู้ตัวแล้ว! สาวโพสต์เหยียดทหารเกณฑ์ ที่แท้เป็นหลานผู้การไม่ใช่ลูก-อดีตเพื่อนออกโรงแฉป่วยจิต ชอบยุแยง

อดีตเพื่อนของสาวที่โพสต์เหยียดทหารเกณฑ์ว่าหน้าลาบ ออกมาแฉเป็นจิต นิสัยไม่ดี ชอบยุแยงให้เพื่อนทะเลาะและเกลียดกัน ด้านค่ายสุรนารีแจง เป็นภาพเก่าเมื่อปีก่อน ส่วนสาวคนนี้รักษาอาการทางจิตอยู่   จากกรณีที่โลกโซเชียล มีการแชร์โพสต์ของสาวรายหนึ่ง ซึ่งถ่ายภาพชายที่มีลักษณะคล้ายทหารเกณฑ์ มารับใช้ที่บ้าน โดยสาวรายนี้ใช้ข้อความลักษณะ จิกใช้ เหยียดหยาม พร้อมระบุข้อความที่ว่า "ทหารที่บ้านมีแต่หน้าลาบๆ ป๊อบเพลีย พ่อไม่เคยเอางานดีๆ มาเลย"    นอกจากนี้ยังโพสต์ประมาณว่า "ทหารใหม่มาทำดีเอาหน้าไม่รู้เวลา ฉันจะออกไปข้างนอก โดนด่าไปอีก 3 คน ให้เสร็จเดี๋ยวนี้เลยนะ!!555" ซึ่งหลังโพสต์ดังกล่าวถึงเผยแพร่ออกไป ก็ทำให้ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ซึ่งต่อมา พลตรีคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องที่กองทัพไม่สามารถยอมรับได้ และกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ยืนยันกระทรวงกลาโหม ไม่มีนโยบายให้นำพลทหารไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งยอมรับอาจมีบ้างเป็นการชั่วคราวด้วยความสมัครใจของทหาร และหากละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถือว่ามีความผิดทั้งทางวินัยและอาญา    นอกจากนี้มีรายงานข่าวว่าทางกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ได้ชี้แจงว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่าและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 ซึ่งนายทหารดังกล่าวเคยรับราชการอยู่ที่กองทัพภาคที่ 2 ก่อนย้ายไปดำรงตำแหน่งสุดท้ายที่กองทัพไทย กรุงเทพฯ ก่อนเกษียณอายุราชการเมื่อปีที่แล้ว แต่ภาพที่ถูกโพสต์นั้นเป็นภาพในบ้านพักที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งมีการจัดงานศพที่บ้าน และนายทหารคนนี้มีลูกน้องที่เป็นนายสิบสนิทคุ้นเคยกันจึงไปช่วยงาน และอาจพาพลทหารหรือทหารเกณฑ์ไปช่วยงานด้วยจึงมีภาพออกมาลักษณะเช่นนี้   ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบหญิงสาวคนที่โพสต์ แท้จริงแล้วไม่ใช่ลูกสาวของนายทหารคนดังกล่าว แต่เป็นหลานสาว ซึ่งมีปัญหาป่วยทางจิต และทราบว่าขณะนี้หญิงสาวคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยรับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทีมข่าวได้พูดคุยกับเพื่อนของหญิงสาวรายนี้ บอกว่า สมัยก่อนเป็นเพื่อนแก๊งเดียวกันที่เดินทางไปทำงานเป็นพีอาร์กลางคืนที่ต่างประเทศ โดยเพื่อนอีกคนแนะนำให้รู้จัก ตอนแรกก็มีคนเตือนว่าเพื่อนคนนี้นิสัยไม่ดี ตนก็ไม่ได้อะไร เฉยๆ แต่สุดท้ายก็เจอเข้ากับตัวเอง เพราะป๊อบเพื่อนคนนี้ไปยุให้เพื่อนคนอื่นๆ มาเกลียดตนเอง ลับหลังนินทาแต่ต่อหน้าก็พูดคุยปกติ    หลังๆ มาก็หนักขึ้นจนทะเลาะกัน โพสต์ด่ากันทางเฟซ แล้วตนเองก็เลิกคบเพื่อนคนนี้เลย นอกจากนี้ช่วงที่คบกันในแก๊ง ป๊อบก็จะชอบเหยียดคนอื่น ชอบโพสต์อวดๆ และเล่าว่าพ่อเป็นนายพล และที่ชอบพูดบ่อยๆ คือ เรื่องที่ตัวเองไม่ชอบเรียน ชอบเที่ยว แต่ที่บ้านอยากให้เป็นทหาร แต่ป๊อบบอกว่าชีวิตไม่ต้องทำงานก็สบายอยู่แล้ว และป๊อบน่าจะเรียนไม่จบ ป.ตรี   ขณะที่วันนี้ มีความเคลื่อนไหวจาก นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย บอกว่า นายทหารรับใช้ เป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้น โดยตนเองจะไปยื่นคำร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เพื่อ ใช้อำนาจสั่งให้มีการตรวจสอบ ลงโทษทั้งทางวินัย และอาญากับผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ออกคำสั่ง หรือ ระเบียบ ไม่ให้นำพลทหารประจำการไปทำงานรับใช้นายทหารในทุกชั้นยศโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนให้มีบทลงโทษขั้นร้ายแรง โดยการไล่ออกหรือปลดออกจากนายทหารทันที

 2,620
สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 62

ทหารเกณฑ์ร้องสื่อ ตกจากรถขณะปฏิบัติหน้าที่ กระดูกขาหักเป็นชิ้นๆ ไร้การเยียวยา

วานนี้ (21 ส.ค.) นายวิโรจน์ ปิ่นทอง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยนายทวีทรัพย์ ปิ่นทอง อายุ 26 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็น พลทหารค่ายแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือทางด้านคดี กรณีลูกชายได้รับอุบัติเหตุตกจากรถยนต์กระบะในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกขาแตกเป็นชิ้นๆ เข้าพักรักษาตัวที่ รพ.ภูมิพล ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี แต่ไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานต้นสังกัด   นายทวีทรัพย์ กล่าวว่า ตนเป็นทหารเกณฑ์โดยการสมัครเข้าไปรับราชการเมื่อปี 2560 ปฏิบัติหน้าที่ที่กรมทหารย่านดอนเมือง เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2561 นายทหารชื่อจ่าหลอด ได้ขอกำลังให้ไปช่วยขนย้ายอุปกรณ์สำนักงาน เป็นตู้เอกสารเหล็กขนาดใหญ่ 8 ใบ  โดยที่ตนและเพื่อนทหารอีก 1 นายไปช่วยขนย้าย โดยใช้รถกระบะตอนเดียว   เมื่อขนตู้ขึ้นรถกระบะเรียบร้อยแล้ว จ่าหลอดเป็นผู้ขับรถกระบะ โดยไม่ได้ผูกเชือกยึดตู้กับตัวรถยนต์ไว้ เพียงให้ตนทั้งสองยืนพยุงตู้ไว้เท่านั้น โดยตนยืนอยู่ซุ้มล้อหลังด้านซ้ายของรถ ส่วนเพื่อนยืนอยู่ด้านขวาหลังคนขับ   ระหว่างทาง ในซอยวิภาวดี 33 ขณะเข้าโค้ง ตู้เหล็กที่บรรทุกได้ไถลมากระแทกตนอย่างแรงจนขาซ้ายร่วงออกจากรถ ส่วนขาขวาถูกตู้หนีบไว้ จังหวะที่ดันตู้ออกเป็นจังหวะที่จ่าหลอดเปลี่ยนเกียร์ จนรถกระชาก ทำให้ตนเสียหลักตกลงจากรถ และตู้เหล็กก็ตกจากรถตามลงมา แต่จ่าหลอดไม่ทราบเรื่องจึงขับต่อไป กระทั่งเพื่อนทุบหลังคารถบอก ถึงจะจอดรถแล้ววิ่งมาช่วยเหลือ นำส่ง รพ.ภูมิพล   เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเนื่องจากกระดูกขาขวาตั้งแต่ข้อเท้าถึงหัวเข่าแตกเป็นชิ้น อาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี ต้องใส่เหล็กดามไว้ตลอดชีวิต  และไม่สามารถทำงานหนักได้ ซึ่งการรักษาทั้งหมดใช้สิทธิทหารรักษา แต่ผ่านมาเกือบ 8 เดือน ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ จากหน่วยงานและหัวหน้างาน ซึ่งตนกังวลว่าอีกไม่กี่เดือนตนจะปลดทหารแล้วและอาการยังไม่ดีขึ้น เกรงว่าจะไม่สามารถรักษาตัวเองจนหายดีได้   นอกจากจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาแล้ว จ่าหลอดยังได้เข้าแจ้งความตนในข้อหา ประมาทเลิ่นเล่อ กระโดดลงจากรถเอง และออกไปนอกกรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด   ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ จะดำเนินคดีกับจ่าทหารที่ประมาทเป็นเหตุให้พลทหาร ได้รับอันตรายสาหัส เพราะขับรถให้ทหารเกณฑ์อยู่ท้ายกระบะและไม่มีการผูกมัดสิ่งของ เกิดจากความประมาทของผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา    โดยในวันนี้ ครอบครัวผู้สียหายและทนายความจะเดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อให้เร่งรัดคดีความให้ และเรียกร้องให้มีการเยียวยารักษาพยาบาลจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ และดำเนินคดีกับผู้ขับในวันเกิดเหตุตามกฏหมายต่อไป    

 1,935
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

พลทหารร้องกองปราบ เอาผิดครูฝึกลงโทษโหด จนต้องหนีออกจากค่าย กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายเอ (นามสมมติ) พลทหารอากาศ อายุ 21 ปี และครอบครัว เข้าร้องความเป็นธรรมหลังพลทหาร ถูกครูฝึกทหารทำโทษจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   นายเอ กล่าวว่า ได้สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัดดังกล่าวและเข้ารับการฝึกอยู่ภายในค่ายมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มครูฝึกได้เรียกเข้าไปพบ เพราะจับได้ว่าตนฝ่าฝืนกฎระเบียบของค่ายฝึกแอบใช้โทรศัพท์มือถือนอกเหนือเวลาที่ทางค่ายกำหนด เมื่อไปถึงครูฝึกได้ทำโทษด้วยการตบหน้า ใช้ไม้ไผ่ฟาดตามร่างกาย รวมถึงใช้กำลังทำร้ายร่างกายทั้ง กระทืบ ชกต่อย ทุบตี นานร่วม 20 นาที ก่อนจะปล่อยตัวไปเข้าฝึกอบรมที่ฐานอื่นๆ ตามปกติ   ต่อมาช่วงเที่ยงของวันเดียวกันครูฝึกกลุ่มเดิมได้เรียกขึ้นไปพบอีกครั้ง เมื่อไปถึงให้ตนนั่งลงแล้วใช้มือกดหัวคว่ำหน้ากระแทกลงไปกับจานข้าวที่วางไว้ ก่อนจะนำแกลลอนน้ำมาวางบนหัวแล้วเทน้ำใส่ รวมถึงนำฝาหม้อมาโขกหัว ระหว่างที่ถูกทำโทษนั้นกลุ่มครูฝึกได้มีการนำมีดมาขู่ด้วยการทำท่าเหมือนจะแทงที่หน้าอก ก่อนจะวางมีดลงแล้วหันมาใช้กำลังทำร้ายร่างกายแทน รวมถูกทำร้ายทั้งสิ้น 6 ครั้ง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น   ขณะที่ตนเองถูกทำร้ายร่างกายนั้น เพื่อนๆ ทหารเกณฑ์คนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์หมด เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าช่วยเหลือ นอกจากนี้ในช่วง 5 ทุ่มของวันเดียวกัน ครูฝึกยังได้เรียกเข้าไปพบอีกครั้ง พร้อมกับพูดจาข่มขู่ “ถ้าหากหนีตายแน่” แต่เพราะด้วยความหวาดกลัวว่า หากอยู่ต่อคงจะถูกทำร้ายร่างกายต่ออีกแน่ จึงตัดสินใจหนีออกจากค่ายมาเพื่อรักษาชีวิต   ทั้งนี้ จากเรื่องราวดังกล่าวยอมรับว่ามีส่วนผิด ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎระเบียบของค่ายฝึกจริง แต่ไม่คิดว่าจะทำร้ายร่างกายกันถึงขนาดนี้ เพราะตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับครูฝึกมาก่อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในส่วนของครูฝึกที่ทำร้ายร่างกายนั้น จำได้ว่ามีประมาณ 3 คน แบ่งเป็น จ่าเวร 1 คน และผู้ช่วยจ่าเวรอีก 2 คน   ทั้งนี้หลังจากที่ผู้เสียหายหนีออกมา ได้มีทหารไปเฝ้าดักรอที่บริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย พร้อมกับบอกคนในบ้านว่าหากพบเจอให้รีบพาตัวผู้เสียหายกลับเข้ากรม รวมถึงเมื่อช่วงเช้าก่อนที่จะมากองปราบ ยังมีรถทหารขับมาจอดอยู่แถวๆ บริเวณหน้าบ้านอีกด้วย   ทำให้พลทหารอยู่ในอาการหวาดกลัว ส่วนของสภาพร่างกายนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถเดินหรือนั่งได้เหมือนคนปกติ ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นเบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย   ด้านพ่อของนายเอ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเรื่องขึ้น ทุกวันนี้ต้องมานั่งเป็นกังวลและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เพราะเขายังเด็ก ถ้าหากในวันนั้นลูกไม่หนีมาไม่รู้เหมือนกันว่าลูกจะได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ ก่อนรวบรวมเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   ล่าสุดกองทัพอากาศมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหากพบว่าเป็นการกระทำความผิดที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการก็จะสั่งให้มีการพิจารณาบทลงโทษตามระเบียบที่กำหนดทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CM37FhTqg-Y

 2,309
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

ทอ. ตั้งกรรมการสอบ ครูฝึกโหด ทำโทษทหารเกณฑ์เกินกว่าเหตุ

วันที่ 9 ก.ค. 62 พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยกรณีทหารเกณฑ์ สังกัดทหารอากาศ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม ถูกครูฝึกทหาร ทำโทษจนได้รับบาดเจ็บทนไม่ไหว หนีออกมาจากค่ายทหาร ว่า เรื่องทั้งหมดยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เกิดภายในกองทัพอากาศจริง ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ    ทั้งนี้ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วจะมีการลงโทษทางด้านวินัยต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ  

 1,691
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

'ทหารเกณฑ์-ทนายรณรงค์' ร้องกองปราบ ถูกครูฝึกทำโทษโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว จี้ต้นสังกัดชี้แจง

กรณีทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกลงโทษโหดถึง 6 รอบ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยัน 4 โมงเย็น ทั้งเอาโทรศัพท์ตบหน้า จับนอนพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก ตีก้นจนฟกช้ำ จับหัวกดถาดข้าว ใช้มีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ หลังถูกจับได้แอบเล่นโทรศัพท์มือถือ ทนเจ็บไม่ไหวหนีออกจากค่าย เข้าร้องกองปราบปรามดำเนินคดีแล้ว เรียกร้องให้กองทัพอากาศออกมาชี้แจง   (9 ก.ค.62) วันนี้ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พาครอบครัวของทหารเกณฑ์รายนี้ เข้าร้องกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก ที่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง ส่วนที่ไม่ไปแจ้งที่ สน.ดอนเมือง เจ้าของพื้นที่ อาจถูกทหารแทรกแซงและนำตัวเข้ากรม และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการเข้าแจ้งความในวันนี้ ก็มีทหารมาดักรอหน้าบ้าน เพื่อรอรับตัว จึงอยากให้ทหารอากาศต้นสังกัดชี้แจงการใช้ไม้เฆี่ยนตีว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรการฝึกหรือไม่ เพราะอยู่ในหลักสูตรก็จะไม่สามารถแจ้งความเอาผิดทางอาญาได้ แต่ถ้าไม่อยู่ก็จะแจ้งความเอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย    ทั้งนี้ ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ อาการของทหารเกณฑ์ยังมีร่องรอยฟกช้ำ ไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ตามปกติ และยังต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งทหารเกณฑ์ บอกว่า ตนเองสมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง โดยได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 กรกฏาคม ถูกผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่า แอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบหน้า 3-4 ครั้ง และเตะ จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมา เพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึก ก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะจากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า "ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่" แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีก กลัวโดน ทำร้ายซ้ำ     ขณะที่บิดาของทหารเกณฑ์ ยอมรับว่าลูกทำผิดจริง แต่ไม่ควรลงโทษรุนแรงขนาดนี้ กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เนื่องจากตัวลูกชายสมัครเข้าเป็นทหาร 1 ปี หลังจากนี้ต้องกลับเข้ากรม ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยได้ กรณีนี้หากไม่หนีออกมา ก็คงไม่ได้มาแจ้งความที่นี่ และหากลูกของตนเป็นอะไรไป ใครจะรับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ  

 2,033
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ

พลทหารเกณฑ์วัย 21 ปี เปิดเผยว่า สมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง ได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา โดนผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่าแอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบไปที่หน้า 3-4 ครั้ง และเตะ   จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ขนาดความยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมาเพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎ   ก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึกก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะ   จากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า “ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่” แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีกกลัวโดน ทำร้ายซ้ำ      ด้านพ่อของพลทหารกล่าวว่า ยอมรับลูกของตนทำผิดจริง แต่ไม่ควรทำโทษกัน รุนแรงขนาดนี้กะเอาให้ตาย เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ทหารในค่ายไม่มีใครทราบเรื่อง นอกจากครูฝึกกับผู้ช่วยครูฝึกเท่านั้น ตนภูมิใจที่ลูกชายสมัครเป็นทหารแต่ผิดหวังที่โดนทำร้าย  ถ้ากลับเข้าไปในค่ายทำตามหน้าที่ของตนเอง แล้วเกิดอันตรายก็ไม่อยากให้กลับไปอีก หากลูกของตนเป็นอะไรไปใครจะ รับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้  ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ขณะที่ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า จากการที่ได้คุยกับพลทหารเกณฑ์คนดังกล่าว พบว่าภายใน 1 วัน ถูกทำร้ายร่างกาย 6 ครั้ง  ตั้งแต่เช้ายันเย็น มีบาดแผลฟกช้ำที่ก้นทั้ง 2 ข้าง แผลถลอกที่แผ่นหลัง แก้ม 2 ข้างบวม ใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 7 วัน   โดย 09.30 น. ของวันนี้ (9 ก.ค.) จะพาครอบครัวพลทหารเกณฑ์รายนี้  เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม  ทั้งนี้กองทัพอากาศต้องชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นและให้การคุ้มครองพลทหารคนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eP8oq8dV9SE

 9,055
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 62

สลดใจ! วงจรปิดจับภาพหนุ่มทหารเกณฑ์คิดสั้น กระโดดสะพานภูมิพลฆ่าตัวตาย แม่ร่ำไห้บอกลูกชายเครียด แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากปัญหาอะไร

โดยเพื่อนผู้ตาย เผยก่อนเกิดเหตุตนเองเห็นผู้ตายเตรียมตัวจะกระโดดสะพานมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งตนเองได้เข้าห้ามปรามและปลอบใจก่อนที่จะพามาส่งกลับบ้านซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ขณะที่ตนเองจะเดินเข้าบ้านเห็นผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกมาอีกครั้ง ตนจึงขับรถติดตามห่างประมาณ 100 เมตรจนจุดเกิดเหตุผู้ตายได้จอดรถและกระโดดลงจากสะพานทันที ไม่ทันที่ตัวเองจะเข้าไปช่วยทัน รู้ตลอดตั้งแต่เช้าที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ มีอาการเครียด ในหลายเรื่องทั้งเรื่องครอบครัวและปัญหาส่วนตัวจนพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งจนกระทั่งฆ่าตัวตายสำเร็จ    ขณะที่แม่ของผู้ตายเผยลูกชายเป็นทหารเกณฑ์มาแล้วหนึ่งปีก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณสองเดือนเศษ มาช่วยตนเองขายอาหารตามสั่ง โดยไม่ยอมกลับเข้ากรมกอง ซึ่งตนเองได้สอบถามว่ามีปัญหาในหน่วยงานหรือไม่ก็ ได้รับการปฏิเสธจนกระทั่งเห็นมีอาการเครียดผิดสังเกตโดยได้ปลอบใจอย่าได้คิดมาก แต่ลูกชายกลับมาฆ่าตัวตาย ทั้งที่มีครอบครัวแต่ได้เลิกกันไปแล้ว โดยที่ลูกก็ยังเล็ก เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำอยากเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการฆ่าตัวตายในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/bglwhpfZ_4I

 5,227
การเมือง
17 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ แจงเหตุ เก็บ dna ทหารเกณฑ์ชายแดนใต้ ยัน ไม่ละเมิดสิทธิ์ อยู่ที่ความสมัครใจ

นายกฯ ชี้แจง ตรวจเก็บดีเอ็นเอทหารเกณฑ์สามจังหวัดภาคใต้ไม่ละเมิดสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน จำเป็นต้องเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลด้านความมั่นคง   วันที่ 17 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงมูลนิธิประสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์การคัดค้านตรวจเก็บดีเอ็นเอ ของทหารเกณฑ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า    รัฐบาลเคารพสิทธิ์ ของทุกคนแต่การตรวจดีเอ็นเอทหารเกณฑ์ภาคใต้ เป็นการนำร่องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน เพราะมีปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน แต่จะขยายไปใช้พื้นที่อื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจเช่นกัน ซึ่งได้แจ้งให้ผู้เข้ารับการเกณฑ์ หทารรับทราบก่อน ยืนยันไม่ใช่การละเมิดสิทธิ์ พร้อมให้เหตุผลการเก็บดีเอ็นทหารเกณฑ์ภาคใต้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้านความมั่นคง เพราะทหารเกณฑ์อยู่แค่ 2 ปี เท่านั้น โดยถือว่าเป็นการตรวจดีเอ็นเอครั้งแรกในการเกณฑ์ทหาร  

 1,706
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 62

ล่าข้ามจังหวัด พลทหารเมายาบ้าชิงปืน m16 จากค่าย จี้ชิงเก๋งอ้างพาแฟนสาวไปเที่ยว สุดท้ายถูกรวบในสวน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งไล่ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน โดยเป็นรถนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เกิดเหตุภายในซอยสุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และรถคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีมาเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 70 ต.บางครุ อ.พระประแดง โดยขับชนรถชาวบ้านได้รับความเสียอีกหลายคันเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะหลบหนีเข้ามาในโรงแรมแรมริมน้ำ โฮเทล หมู่ 14 ต.บางครุ   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ที่ไล่ติดตามมาทราบว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาชิ่งทรัพย์ของทางราชการ (อาวุธปืน) ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปฐม และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชื่อนายบรรณ์กรชัยวัฒ เพชรมงคลสุข อายุ 22 ปี และเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อนขับหลบหนีมา โดดมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนจับกุมได้ในสวนมะพร้าว   นอกจากนี้ยังพบแฟนสาวอายุ 16 ปี เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าต้นหวาย ริมคลองควาย ท้ายซอยประชาอุทิศ 69 ชุมชนดารีชัน แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ห่างจากโรงแรมริมน้ำโฮเทล ที่จอดรถทิ้งไว้ประมาณเกือบ 2 กิโลแต่ไม่พบอาวุธปืน M16 ที่นายบรรณ์กรชัยวัฒ นำติดตัวมาด้วยขณะหลบหนี   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์อาวุธปืนออกมาจากโรงเรียนการบินกำแพงแสนจริง และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจริงโดยเดินถือปืนกระบอกดังกล่าว เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายก่อนใช้ปืนจี้เอารถยนต์คันดังกล่าวมา ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะก่อเหตุชิงเอารถคันดังกล่าวมาแต่อย่างไร แต่ด้วยแรงกดดันที่ถูกเจ้านายในโรงเรียนการบินติดตามมาเพื่อที่จะเอาปืนคืน คิดว่าตนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีก็คงไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงเอารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมา   ตนกะว่าจะพาแฟนสาวมาเที่ยวให้มีความสุขเท่านั้น แต่ตนขับรถหลงเข้ามาในกรุงเทพและขับรถไปชนท้ายรถบัสก่อน แต่ด้วยตนเองมีปืนอยู่ในรถจึงตัดสินใจที่จะไม่ลงไปคุยกับคนขับรถบัส ประกอบกับมีตำรวจไล่ติดตามมา จึงตันสินใจขับหลบหนีมาและชนรถอีกหลายคัน เพราะไม่รู้เส้นทาง ก่อนที่จะขับเข้ามามาในซอยที่โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่   แต่ก็ถูกรถจักรยานยนต์รับจ้างไล่ติดตามมาตนจึงยิงปืนไป 3 นัดเพื่อขู่ไม่ให้มายุ่งกับตน เพราะตนไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงใคร ตนผ่านการฝึกมาถ้าจะยิงจริงๆ ตายแน่ๆ ตนจึงขอปฎิเสธในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนแรงจูงใจที่ตนต้องชิงปืน M16 กระบอกดังกล่าว ออกมาจากโรงเรียนการบินนั้น ตนมีเหตุผลส่วนตัว จะไม่ขอพูด และตนเองก็ยอมรับว่าตนเสพยาบ้ามาจริงโดยเสพมามากพอสมควร   ด้าน พล.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว คดีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาระเป็นสำคัญไม่ได้หวังประโยชน์ที่เป็นทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างไร แต่ว่าเกิดจากการหลอนจากการเสพยาเสพติดมากกว่า ไปชิงอาวุธปืนและไปชิงเอารถยนต์เอามาขับ   ปกติคนร้ายถ้ามีแผนอยู่ก็ต้องเอารถและอาวุธปืนหนีออกนอกเมือง แต่ในครั้งนี้คนร้ายผิดปกติหนีเข้ามาในเมือง เข้ามาในกรุงเทพมาในสมุทรปราการ ถือว่าน่าจะเกิดจากภาพหลอนขับรถไป แต่ตนเชื่อว่าคนร้ายขับรถยนต์ไม่ชำนาญมากกว่าจึงไปเฉี่ยวชนรถของชาวบ้านไปตั้งหลายคัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสองว่า มีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมทั้งขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองกลับไปดำเนินคดีต่อที่ ตำรวจภูธรภาค 7 จังหวัดนครปฐม ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8wmhjSs53jI

 3,883
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

ปิดล้อมไล่ล่า ทหารเกณฑ์ขโมยปืน เอ็ม16 จากค่ายทหาร หลบหนี

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ร.ต.อ.นิรันกร์ สวัสดิ์ศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีทอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง ไล่ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน ที่ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และรถคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีมาเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 70 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ    โดยขับชนรถชาวบ้านได้รับความเสียอักหลายคันเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะหลบหนีเข้ามาในโรงแรมแรมริมน้ำ โฮเทล หมู่ 14 ต.บางครุ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามมา หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธิโรจน์ ไกรวิชิรสิทธ์ ผกก.สภ พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ    ที่บริเวณชั้นสองของโรงแรมดังกล่าว บริเวณหน้าห้องเลขที่ 217 ได้พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน มาส สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พุ่งชนอัดติดอยู่กันคอมเพสเซอร์เครื่องทำความเย็นในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถไม่พบว่ามีใครอยู่    จากการสอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวมีชายหญิงคู่หนึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าวมา หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีโดยการปีนหลังคาลงมาจากชั้นสอง ลงมาชั้นล่างก่อนวิ่งหลบหนีข้ามสะพานมายังตลาดน้ำคลองขุดเจ้าเมือง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนวิ่งหลบหนีไปตามสันเขื่อนริมคลองมุ่งหน้าไปทางไปทางคลองควาย ก่อนที่จะกระโดดน้ำว่ายหลบหนีเข้าป่าหญ้าซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่า 20 ไร่    จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ที่ไล่ติดตามมาทราบว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาชิงทรัพย์ของทางราชการ (อาวุธปืน) ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปฐม และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชื่อนายบรรณ์กรชัยวัฒ เพชรมงคลสุข อายุ 22 ปี และเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อนขับหลบหนีมา โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด    หลังจากนั้น พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้สั่งการณ์ให้ชุดปฎิบัติการพิเศษพร้อมอาวุธครบมือและกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองจำนวนกว่า 50 นาย ออกไล่ล่าทั้งทางน้ำและทางบก จนถึงขณะนี้ยังไร้วี่แวว     

 9,102
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา

อุบลราชธานี-พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุม นายอภิสิทธิ์ หรือใบเบิ้ล หมื่นแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืน ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ซ.ชยางกูร 14 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี   สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 19 กพ.62 ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ โดยนายใบเบิ้ล ผู้ต้องหาไปเคาะห้องนางสาวเอ ซึ่งพักอยู่หอพักที่เกิดเหตุและเปิดไฟนอนคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนและไม่แน่ใจว่า มีคนมาเคาะห้องจริงไหม จึงไม่เปิดห้อง ก่อนวนเวียนอยู่หน้าห้อง น.ส.เอ นานกว่า 30 นาที พร้อมทำท่าคล้ายกำลังช่วยเหลือตัวเองด้วย   ระหว่างนั้น น.ส.บี ซึ่งเช่าอยู่ห้องใกล้กัน กลับจากเที่ยวกำลังเปิดประตูเข้าห้อง นายใบเบิ้ลอาศัยจังหวะเผลอใช้มีดจี้บังคับเข้าห้องไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่   ต่อมา น.ส.เอ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ผ่านเฟซบุ๊ก PatcharakornPangnuan และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมายจนได้ รวมทั้งยังทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี โดยสามารถบุกเข้าไปข่มขืนหญิงสาวตามหอพักต่างๆ และได้ติดคุกและพ้นโทษออกมายังไม่สำนึกผิด   ยังออกมาก่อเหตุตระเวนบุกหอพักที่มีหญิงสาวอาศัยเพียงลำพัง เพื่อทำการข่มขืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนทำจริง ทั้งนี้ผู้ต้องหายังเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/htYq3M_5SEs

 20,301
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 62

รวบอดีตทหารเกณฑ์หื่น ข่มขืนเด็กออทิสติก ขู่ฆ่าห้ามบอกใคร สลดเด็กเคยถูกลุงข่มขืนมาแล้วจนท้อง

ตร.กองปราบปรามกองกำกับการ 4 เข้าจับกุม นายนิติกร หรือ แจ๊ค ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี อดีตทหารเกณฑ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดตาก ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญืงอายุไม่กิน 15 ปี หลังจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ปีที่แล้ว นายนิติกร มาพักอาศัยที่บ้านเพื่อนใน จ.ตาก หลังจากปลดประจำการแล้ว   วันเกิดเหตุ นายนิติกรอยู่บ้านเพียงลำพังกับน้องผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องสาวของเพื่อนนายนิติกร จากนั้นก็ดื่มสุราจนเมา แล้วเกิดอารมณ์ทางเพศจึงลงมือข่มขืน และข่มขู่น้องผู้เสียหายห้ามไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะถูกฆ่า หลังก่อเหตุหลบหนีมาอาศัยย่านพุทธมนฑล จนมาถูกจับกุม   ด้านนายนิติกรให้การปฏิเสธทุกข้อหา โดยอ้างว่าไม่ได้ทำ และท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ ตร.จึงควบคุมตัวส่งสภ.ตากดำเนินคดีตามกฎหมาย   ทั้งนี้ เรื่องนี้นับเป็นเหตุสลดเพราะ น้องผู้เสียหายซึ่งป่วยออทิสติก เคยถูกลุงแท้ๆ ของตัวเองข่มขืนจนตั้งท้องมาแล้วก่อนหน้านี้ แล้วยังมาเจอเพื่อนพี่ชายมาข่มขืนซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d2PYZpH_8Uw

 3,619
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

สุดเซอร์ไพรส์! มทบ. 24 พาทหารเกณฑ์ใหม่พบหน้าลูกชายแรกเกิดถึงเตียงโรงพยาบาล

วันนี้ (14 พ.ย.) ที่ชั้น 2 อาคารสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 มอบหมายให้ พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว รอง ผบ.มณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วย พ.อ.ธนาวีร์ วิชาชัย เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 พ.อ.รัชกฤช แดงไธสง หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ.24 และ พ.ต.ชุน นารกุล ผบ.ร้อย.มทบ.24 ร.ท.ณัฐพล เพ็งเภา ครูฝึกทหารใหม่ นำ พลทหารเบญจรงค์ เชื้อตาพระ ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/61 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม มณฑลทหารบกที่ 24 ที่เพิ่งรับหน้าที่รับราชการทหารใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2561 มาพบ นางสาวอรษา แซ่เอี๊ยบ ภรรยาที่กำลังตั้งท้อง และได้คลอดบุตรชายเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายที่เพิ่งคลอดออกมาทั้งพ่อและแม่ตั้งชื่อว่าน้องไดม่อน ขณะนี้นอนพักที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี    พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 เปิดเผยว่า จากการที่ทางมณฑลทหารบกที่ 24 ได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ทหารใหม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวได้ทราบถึงภารกิจประจำวัน เป็นการสื่อสารกันตลอดระหว่างครอบครัวกับทหารใหม่ ที่ไปทำการฝึกได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้ได้รับรู้ว่า มีทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าฝึก มีภรรยาเพิ่งคลอดบุตรเมื่อคืนวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงได้พาพลทหาร เบญจรงค์ เชื้อตาพระ เดินทางไปเยี่ยมภรรยาและลูกชาย ถึงเตียงห้องพักในโรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมทั้งมอบเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารใหม่และครอบครัว   โดยทางครอบครัวของ พลทหารเบญจรงค์ เชื้อตาพระ รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากที่ทางหน่วยเห็นความสำคัญและให้โอกาสดีๆ เช่นนี้ ซึ่งคุณพ่อทหารใหม่ เมื่อได้อุ้มเจ้าตัวน้อยบุตรชาย ก็ตื้นตันใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และก็คลายความกังวลใจลงไปได้ ไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีขนาดนี้ พร้อมกับกอดและหอมแก้มภรรยา สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้นางสาวอรษา ก็รู้สึกน้อยใจที่ทางหน่วยบอกว่าสามีไม่สามารถมาได้ติดฝึกอยู่ ดีใจเมื่อเห็นหน้าสามี   

 11,535

Top