ค้นหา :

ผลการค้นหา "ทหารเกณฑ์"

สังคม-อาชญากรรม
22 ส.ค. 62

ทหารเกณฑ์ร้องสื่อ ตกจากรถขณะปฏิบัติหน้าที่ กระดูกขาหักเป็นชิ้นๆ ไร้การเยียวยา

วานนี้ (21 ส.ค.) นายวิโรจน์ ปิ่นทอง อายุ 51 ปี พร้อมด้วยนายทวีทรัพย์ ปิ่นทอง อายุ 26 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็น พลทหารค่ายแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อร้องขอให้ช่วยเหลือทางด้านคดี กรณีลูกชายได้รับอุบัติเหตุตกจากรถยนต์กระบะในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกระดูกขาแตกเป็นชิ้นๆ เข้าพักรักษาตัวที่ รพ.ภูมิพล ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าอาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี แต่ไม่ได้รับการเยียวยาจากหน่วยงานต้นสังกัด   นายทวีทรัพย์ กล่าวว่า ตนเป็นทหารเกณฑ์โดยการสมัครเข้าไปรับราชการเมื่อปี 2560 ปฏิบัติหน้าที่ที่กรมทหารย่านดอนเมือง เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2561 นายทหารชื่อจ่าหลอด ได้ขอกำลังให้ไปช่วยขนย้ายอุปกรณ์สำนักงาน เป็นตู้เอกสารเหล็กขนาดใหญ่ 8 ใบ  โดยที่ตนและเพื่อนทหารอีก 1 นายไปช่วยขนย้าย โดยใช้รถกระบะตอนเดียว   เมื่อขนตู้ขึ้นรถกระบะเรียบร้อยแล้ว จ่าหลอดเป็นผู้ขับรถกระบะ โดยไม่ได้ผูกเชือกยึดตู้กับตัวรถยนต์ไว้ เพียงให้ตนทั้งสองยืนพยุงตู้ไว้เท่านั้น โดยตนยืนอยู่ซุ้มล้อหลังด้านซ้ายของรถ ส่วนเพื่อนยืนอยู่ด้านขวาหลังคนขับ   ระหว่างทาง ในซอยวิภาวดี 33 ขณะเข้าโค้ง ตู้เหล็กที่บรรทุกได้ไถลมากระแทกตนอย่างแรงจนขาซ้ายร่วงออกจากรถ ส่วนขาขวาถูกตู้หนีบไว้ จังหวะที่ดันตู้ออกเป็นจังหวะที่จ่าหลอดเปลี่ยนเกียร์ จนรถกระชาก ทำให้ตนเสียหลักตกลงจากรถ และตู้เหล็กก็ตกจากรถตามลงมา แต่จ่าหลอดไม่ทราบเรื่องจึงขับต่อไป กระทั่งเพื่อนทุบหลังคารถบอก ถึงจะจอดรถแล้ววิ่งมาช่วยเหลือ นำส่ง รพ.ภูมิพล   เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเนื่องจากกระดูกขาขวาตั้งแต่ข้อเท้าถึงหัวเข่าแตกเป็นชิ้น อาจจะต้องรักษาตัวนานกว่า 1 ปี ต้องใส่เหล็กดามไว้ตลอดชีวิต  และไม่สามารถทำงานหนักได้ ซึ่งการรักษาทั้งหมดใช้สิทธิทหารรักษา แต่ผ่านมาเกือบ 8 เดือน ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ จากหน่วยงานและหัวหน้างาน ซึ่งตนกังวลว่าอีกไม่กี่เดือนตนจะปลดทหารแล้วและอาการยังไม่ดีขึ้น เกรงว่าจะไม่สามารถรักษาตัวเองจนหายดีได้   นอกจากจะไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาแล้ว จ่าหลอดยังได้เข้าแจ้งความตนในข้อหา ประมาทเลิ่นเล่อ กระโดดลงจากรถเอง และออกไปนอกกรมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งที่ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด   ด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ จะดำเนินคดีกับจ่าทหารที่ประมาทเป็นเหตุให้พลทหาร ได้รับอันตรายสาหัส เพราะขับรถให้ทหารเกณฑ์อยู่ท้ายกระบะและไม่มีการผูกมัดสิ่งของ เกิดจากความประมาทของผู้ควบคุมยานพาหนะ ซึ่งต้องรับผิดชอบตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา    โดยในวันนี้ ครอบครัวผู้สียหายและทนายความจะเดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อให้เร่งรัดคดีความให้ และเรียกร้องให้มีการเยียวยารักษาพยาบาลจนกว่าจะกลับมาเป็นปกติ และดำเนินคดีกับผู้ขับในวันเกิดเหตุตามกฏหมายต่อไป    

 1,775
สังคม-อาชญากรรม
10 ก.ค. 62

พลทหารร้องกองปราบ เอาผิดครูฝึกลงโทษโหด จนต้องหนีออกจากค่าย กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายเอ (นามสมมติ) พลทหารอากาศ อายุ 21 ปี และครอบครัว เข้าร้องความเป็นธรรมหลังพลทหาร ถูกครูฝึกทหารทำโทษจนได้รับบาดเจ็บสาหัส   นายเอ กล่าวว่า ได้สมัครเข้าเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัดดังกล่าวและเข้ารับการฝึกอยู่ภายในค่ายมาเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว กระทั่งเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มครูฝึกได้เรียกเข้าไปพบ เพราะจับได้ว่าตนฝ่าฝืนกฎระเบียบของค่ายฝึกแอบใช้โทรศัพท์มือถือนอกเหนือเวลาที่ทางค่ายกำหนด เมื่อไปถึงครูฝึกได้ทำโทษด้วยการตบหน้า ใช้ไม้ไผ่ฟาดตามร่างกาย รวมถึงใช้กำลังทำร้ายร่างกายทั้ง กระทืบ ชกต่อย ทุบตี นานร่วม 20 นาที ก่อนจะปล่อยตัวไปเข้าฝึกอบรมที่ฐานอื่นๆ ตามปกติ   ต่อมาช่วงเที่ยงของวันเดียวกันครูฝึกกลุ่มเดิมได้เรียกขึ้นไปพบอีกครั้ง เมื่อไปถึงให้ตนนั่งลงแล้วใช้มือกดหัวคว่ำหน้ากระแทกลงไปกับจานข้าวที่วางไว้ ก่อนจะนำแกลลอนน้ำมาวางบนหัวแล้วเทน้ำใส่ รวมถึงนำฝาหม้อมาโขกหัว ระหว่างที่ถูกทำโทษนั้นกลุ่มครูฝึกได้มีการนำมีดมาขู่ด้วยการทำท่าเหมือนจะแทงที่หน้าอก ก่อนจะวางมีดลงแล้วหันมาใช้กำลังทำร้ายร่างกายแทน รวมถูกทำร้ายทั้งสิ้น 6 ครั้ง ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึง 4 โมงเย็น   ขณะที่ตนเองถูกทำร้ายร่างกายนั้น เพื่อนๆ ทหารเกณฑ์คนอื่นๆ เห็นเหตุการณ์หมด เพียงแต่ไม่มีใครกล้าเข้าช่วยเหลือ นอกจากนี้ในช่วง 5 ทุ่มของวันเดียวกัน ครูฝึกยังได้เรียกเข้าไปพบอีกครั้ง พร้อมกับพูดจาข่มขู่ “ถ้าหากหนีตายแน่” แต่เพราะด้วยความหวาดกลัวว่า หากอยู่ต่อคงจะถูกทำร้ายร่างกายต่ออีกแน่ จึงตัดสินใจหนีออกจากค่ายมาเพื่อรักษาชีวิต   ทั้งนี้ จากเรื่องราวดังกล่าวยอมรับว่ามีส่วนผิด ที่ฝ่าฝืนทำผิดกฎระเบียบของค่ายฝึกจริง แต่ไม่คิดว่าจะทำร้ายร่างกายกันถึงขนาดนี้ เพราะตนไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับครูฝึกมาก่อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในส่วนของครูฝึกที่ทำร้ายร่างกายนั้น จำได้ว่ามีประมาณ 3 คน แบ่งเป็น จ่าเวร 1 คน และผู้ช่วยจ่าเวรอีก 2 คน   ทั้งนี้หลังจากที่ผู้เสียหายหนีออกมา ได้มีทหารไปเฝ้าดักรอที่บริเวณหน้าบ้านของผู้เสียหาย พร้อมกับบอกคนในบ้านว่าหากพบเจอให้รีบพาตัวผู้เสียหายกลับเข้ากรม รวมถึงเมื่อช่วงเช้าก่อนที่จะมากองปราบ ยังมีรถทหารขับมาจอดอยู่แถวๆ บริเวณหน้าบ้านอีกด้วย   ทำให้พลทหารอยู่ในอาการหวาดกลัว ส่วนของสภาพร่างกายนั้น ตอนนี้ยังไม่สามารถเดินหรือนั่งได้เหมือนคนปกติ ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นเบื้องต้นจะดำเนินคดีในข้อหา ทำร้ายร่างกาย   ด้านพ่อของนายเอ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเรื่องขึ้น ทุกวันนี้ต้องมานั่งเป็นกังวลและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เพราะเขายังเด็ก ถ้าหากในวันนั้นลูกไม่หนีมาไม่รู้เหมือนกันว่าลูกจะได้มายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่   เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบได้สอบปากคำผู้เสียหายไว้ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้ ก่อนรวบรวมเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป   ล่าสุดกองทัพอากาศมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และหากพบว่าเป็นการกระทำความผิดที่ขัดต่อระเบียบของทางราชการก็จะสั่งให้มีการพิจารณาบทลงโทษตามระเบียบที่กำหนดทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/CM37FhTqg-Y

 2,171
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

ทอ. ตั้งกรรมการสอบ ครูฝึกโหด ทำโทษทหารเกณฑ์เกินกว่าเหตุ

วันที่ 9 ก.ค. 62 พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยกรณีทหารเกณฑ์ สังกัดทหารอากาศ ร้องเรียนขอความเป็นธรรม ถูกครูฝึกทหาร ทำโทษจนได้รับบาดเจ็บทนไม่ไหว หนีออกมาจากค่ายทหาร ว่า เรื่องทั้งหมดยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เกิดภายในกองทัพอากาศจริง ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ    ทั้งนี้ พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ทราบเรื่องแล้ว และได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แล้วจะมีการลงโทษทางด้านวินัยต่อไป    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ  

 1,633
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

'ทหารเกณฑ์-ทนายรณรงค์' ร้องกองปราบ ถูกครูฝึกทำโทษโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว จี้ต้นสังกัดชี้แจง

กรณีทหารเกณฑ์ถูกครูฝึกลงโทษโหดถึง 6 รอบ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยัน 4 โมงเย็น ทั้งเอาโทรศัพท์ตบหน้า จับนอนพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก ตีก้นจนฟกช้ำ จับหัวกดถาดข้าว ใช้มีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ หลังถูกจับได้แอบเล่นโทรศัพท์มือถือ ทนเจ็บไม่ไหวหนีออกจากค่าย เข้าร้องกองปราบปรามดำเนินคดีแล้ว เรียกร้องให้กองทัพอากาศออกมาชี้แจง   (9 ก.ค.62) วันนี้ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พาครอบครัวของทหารเกณฑ์รายนี้ เข้าร้องกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึก ที่ลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีอย่างรุนแรง ส่วนที่ไม่ไปแจ้งที่ สน.ดอนเมือง เจ้าของพื้นที่ อาจถูกทหารแทรกแซงและนำตัวเข้ากรม และไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะการเข้าแจ้งความในวันนี้ ก็มีทหารมาดักรอหน้าบ้าน เพื่อรอรับตัว จึงอยากให้ทหารอากาศต้นสังกัดชี้แจงการใช้ไม้เฆี่ยนตีว่าเป็นหนึ่งในหลักสูตรการฝึกหรือไม่ เพราะอยู่ในหลักสูตรก็จะไม่สามารถแจ้งความเอาผิดทางอาญาได้ แต่ถ้าไม่อยู่ก็จะแจ้งความเอาผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย    ทั้งนี้ ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ อาการของทหารเกณฑ์ยังมีร่องรอยฟกช้ำ ไม่สามารถเดินหรือนั่งได้ตามปกติ และยังต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องซึ่งทหารเกณฑ์ บอกว่า ตนเองสมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง โดยได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 กรกฏาคม ถูกผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่า แอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบหน้า 3-4 ครั้ง และเตะ จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมา เพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึก ก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะจากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า "ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่" แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีก กลัวโดน ทำร้ายซ้ำ     ขณะที่บิดาของทหารเกณฑ์ ยอมรับว่าลูกทำผิดจริง แต่ไม่ควรลงโทษรุนแรงขนาดนี้ กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกชาย เนื่องจากตัวลูกชายสมัครเข้าเป็นทหาร 1 ปี หลังจากนี้ต้องกลับเข้ากรม ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันความปลอดภัยได้ กรณีนี้หากไม่หนีออกมา ก็คงไม่ได้มาแจ้งความที่นี่ และหากลูกของตนเป็นอะไรไป ใครจะรับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ  

 1,899
สังคม-อาชญากรรม
09 ก.ค. 62

ทหารเกณฑ์แอบเล่นมือถือ ถูกครูฝึกทำโทษสุดโหด โดนตบ-ตีก้นช้ำ-หัวกดถาดข้าว ทนไม่ไหวหนีออกจากค่าย พ่อจี้ต้นสังกัดสอบ

พลทหารเกณฑ์วัย 21 ปี เปิดเผยว่า สมัครเป็นทหารอากาศสังกัดหนึ่ง ได้เข้าค่ายฝึกตั้งแต่ช่วงเดือน เม.ย. โดยช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา โดนผู้ช่วยครูฝึกจับได้ว่าแอบเล่นโทรศัพท์มือถือนอกเวลาที่กำหนด ครูฝึกจึงเรียกคุยและลงโทษโดยการใช้มือตบไปที่หน้า 3-4 ครั้ง และเตะ   จากนั้นก็เอาโทรศัพท์มาตบหน้าหลายครั้ง คุยไปตบไป แล้วให้ตนนอนกับพื้นใช้บ้องไม้ไผ่ขนาดความยาว 1 ศอก พันด้วยเทปใสกระหน่ำตีไปที่ก้นอย่างแรง 3-4 ครั้ง ตนไม่กล้าขัดขืนได้แต่นอนร้องไห้ โดยไม้ไผ่นั้นทางครูฝึกทำขึ้นมาเพื่อใช้ลงโทษทหารเกณฑ์ที่แหกกฎ   ก่อนทานข้าวครูฝึกคนเดียวกันก็นำไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ มาฟาดที่ก้นของตนอีก 3 ครั้ง ระหว่างกินข้าวก็กดหัวของตนลงจานข้าวแล้วตบหัว จากนั้นผู้ช่วยครูฝึกก็บอกให้เพื่อนของตนนำถาดข้าวไปเก็บแล้วดึงกางเกงในลากตนไปที่โต๊ะครูฝึก มีผู้ช่วยครูฝึกอีกคนกระโดดตบหัวจนหมวกหลุดจากศีรษะ   จากนั้นครูฝึกคนเดียวกันก็บังคับให้นอนลงกับพื้น ใช้บ้องไม้ไผ่ฟาดซ้ำไปที่ก้นอีกหลายที ใช้เท้าถีบใบหน้า หลัง และหน้าอก ระหว่างฝึกตอนเย็นก็ถูกตีอีกครั้ง และตอนกลางคืนโดนมีดปลายปืนจี้กดลงที่ไหล่ซ้าย โดยครูฝึกขู่ว่า “ถ้ามึงหนีออกมาเจอกูแน่” แต่ตนทนเจ็บไม่ไหว ตอนกลางคืนจึงหนีออกจากค่ายกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่กล้ากลับเข้าไปในค่ายอีกกลัวโดน ทำร้ายซ้ำ      ด้านพ่อของพลทหารกล่าวว่า ยอมรับลูกของตนทำผิดจริง แต่ไม่ควรทำโทษกัน รุนแรงขนาดนี้กะเอาให้ตาย เป็นห่วงความปลอดภัยของลูก ทหารในค่ายไม่มีใครทราบเรื่อง นอกจากครูฝึกกับผู้ช่วยครูฝึกเท่านั้น ตนภูมิใจที่ลูกชายสมัครเป็นทหารแต่ผิดหวังที่โดนทำร้าย  ถ้ากลับเข้าไปในค่ายทำตามหน้าที่ของตนเอง แล้วเกิดอันตรายก็ไม่อยากให้กลับไปอีก หากลูกของตนเป็นอะไรไปใครจะ รับผิดชอบ อยากให้ต้นสังกัดทำการสวบสวนเรื่องนี้ ลูกคนอื่นจะได้  ไม่ต้องโดนทำร้ายเหมือนลูกของตน    ขณะที่ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์  ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เผยว่า จากการที่ได้คุยกับพลทหารเกณฑ์คนดังกล่าว พบว่าภายใน 1 วัน ถูกทำร้ายร่างกาย 6 ครั้ง  ตั้งแต่เช้ายันเย็น มีบาดแผลฟกช้ำที่ก้นทั้ง 2 ข้าง แผลถลอกที่แผ่นหลัง แก้ม 2 ข้างบวม ใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 7 วัน   โดย 09.30 น. ของวันนี้ (9 ก.ค.) จะพาครอบครัวพลทหารเกณฑ์รายนี้  เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม  ทั้งนี้กองทัพอากาศต้องชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นและให้การคุ้มครองพลทหารคนดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eP8oq8dV9SE

 8,389
สังคม-อาชญากรรม
08 มิ.ย. 62

สลดใจ! วงจรปิดจับภาพหนุ่มทหารเกณฑ์คิดสั้น กระโดดสะพานภูมิพลฆ่าตัวตาย แม่ร่ำไห้บอกลูกชายเครียด แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากปัญหาอะไร

โดยเพื่อนผู้ตาย เผยก่อนเกิดเหตุตนเองเห็นผู้ตายเตรียมตัวจะกระโดดสะพานมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งตนเองได้เข้าห้ามปรามและปลอบใจก่อนที่จะพามาส่งกลับบ้านซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ขณะที่ตนเองจะเดินเข้าบ้านเห็นผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ออกมาอีกครั้ง ตนจึงขับรถติดตามห่างประมาณ 100 เมตรจนจุดเกิดเหตุผู้ตายได้จอดรถและกระโดดลงจากสะพานทันที ไม่ทันที่ตัวเองจะเข้าไปช่วยทัน รู้ตลอดตั้งแต่เช้าที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ มีอาการเครียด ในหลายเรื่องทั้งเรื่องครอบครัวและปัญหาส่วนตัวจนพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้งจนกระทั่งฆ่าตัวตายสำเร็จ    ขณะที่แม่ของผู้ตายเผยลูกชายเป็นทหารเกณฑ์มาแล้วหนึ่งปีก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณสองเดือนเศษ มาช่วยตนเองขายอาหารตามสั่ง โดยไม่ยอมกลับเข้ากรมกอง ซึ่งตนเองได้สอบถามว่ามีปัญหาในหน่วยงานหรือไม่ก็ ได้รับการปฏิเสธจนกระทั่งเห็นมีอาการเครียดผิดสังเกตโดยได้ปลอบใจอย่าได้คิดมาก แต่ลูกชายกลับมาฆ่าตัวตาย ทั้งที่มีครอบครัวแต่ได้เลิกกันไปแล้ว โดยที่ลูกก็ยังเล็ก เบื้องต้นเจ้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำอยากเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงในการฆ่าตัวตายในครั้งนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/bglwhpfZ_4I

 5,102
การเมือง
17 เม.ย. 62

‘บิ๊กตู่’ แจงเหตุ เก็บ dna ทหารเกณฑ์ชายแดนใต้ ยัน ไม่ละเมิดสิทธิ์ อยู่ที่ความสมัครใจ

นายกฯ ชี้แจง ตรวจเก็บดีเอ็นเอทหารเกณฑ์สามจังหวัดภาคใต้ไม่ละเมิดสิทธิ์ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน จำเป็นต้องเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลด้านความมั่นคง   วันที่ 17 เม.ย. 62 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงมูลนิธิประสานวัฒนธรรม ออกแถลงการณ์การคัดค้านตรวจเก็บดีเอ็นเอ ของทหารเกณฑ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า    รัฐบาลเคารพสิทธิ์ ของทุกคนแต่การตรวจดีเอ็นเอทหารเกณฑ์ภาคใต้ เป็นการนำร่องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน เพราะมีปัญหาด้านความมั่นคง ซึ่งขึ้นอยู่กับความสมัครใจของแต่ละคน แต่จะขยายไปใช้พื้นที่อื่นหรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจเช่นกัน ซึ่งได้แจ้งให้ผู้เข้ารับการเกณฑ์ หทารรับทราบก่อน ยืนยันไม่ใช่การละเมิดสิทธิ์ พร้อมให้เหตุผลการเก็บดีเอ็นทหารเกณฑ์ภาคใต้ เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้านความมั่นคง เพราะทหารเกณฑ์อยู่แค่ 2 ปี เท่านั้น โดยถือว่าเป็นการตรวจดีเอ็นเอครั้งแรกในการเกณฑ์ทหาร  

 1,641
สังคม-อาชญากรรม
27 ก.พ. 62

ล่าข้ามจังหวัด พลทหารเมายาบ้าชิงปืน m16 จากค่าย จี้ชิงเก๋งอ้างพาแฟนสาวไปเที่ยว สุดท้ายถูกรวบในสวน

สมุทรปราการ-เกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งไล่ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน โดยเป็นรถนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เกิดเหตุภายในซอยสุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และรถคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีมาเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 70 ต.บางครุ อ.พระประแดง โดยขับชนรถชาวบ้านได้รับความเสียอีกหลายคันเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะหลบหนีเข้ามาในโรงแรมแรมริมน้ำ โฮเทล หมู่ 14 ต.บางครุ   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ที่ไล่ติดตามมาทราบว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาชิ่งทรัพย์ของทางราชการ (อาวุธปืน) ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปฐม และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชื่อนายบรรณ์กรชัยวัฒ เพชรมงคลสุข อายุ 22 ปี และเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อนขับหลบหนีมา โดดมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด ก่อนจับกุมได้ในสวนมะพร้าว   นอกจากนี้ยังพบแฟนสาวอายุ 16 ปี เข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าต้นหวาย ริมคลองควาย ท้ายซอยประชาอุทิศ 69 ชุมชนดารีชัน แขวงและเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ห่างจากโรงแรมริมน้ำโฮเทล ที่จอดรถทิ้งไว้ประมาณเกือบ 2 กิโลแต่ไม่พบอาวุธปืน M16 ที่นายบรรณ์กรชัยวัฒ นำติดตัวมาด้วยขณะหลบหนี   ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์อาวุธปืนออกมาจากโรงเรียนการบินกำแพงแสนจริง และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจริงโดยเดินถือปืนกระบอกดังกล่าว เข้าไปในบ้านของผู้เสียหายก่อนใช้ปืนจี้เอารถยนต์คันดังกล่าวมา ซึ่งตอนแรกไม่คิดว่าจะก่อเหตุชิงเอารถคันดังกล่าวมาแต่อย่างไร แต่ด้วยแรงกดดันที่ถูกเจ้านายในโรงเรียนการบินติดตามมาเพื่อที่จะเอาปืนคืน คิดว่าตนจะขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีก็คงไม่ได้ จึงได้ใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงเอารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวมา   ตนกะว่าจะพาแฟนสาวมาเที่ยวให้มีความสุขเท่านั้น แต่ตนขับรถหลงเข้ามาในกรุงเทพและขับรถไปชนท้ายรถบัสก่อน แต่ด้วยตนเองมีปืนอยู่ในรถจึงตัดสินใจที่จะไม่ลงไปคุยกับคนขับรถบัส ประกอบกับมีตำรวจไล่ติดตามมา จึงตันสินใจขับหลบหนีมาและชนรถอีกหลายคัน เพราะไม่รู้เส้นทาง ก่อนที่จะขับเข้ามามาในซอยที่โรงแรมดังกล่าวตั้งอยู่   แต่ก็ถูกรถจักรยานยนต์รับจ้างไล่ติดตามมาตนจึงยิงปืนไป 3 นัดเพื่อขู่ไม่ให้มายุ่งกับตน เพราะตนไม่ได้ตั้งใจที่จะยิงใคร ตนผ่านการฝึกมาถ้าจะยิงจริงๆ ตายแน่ๆ ตนจึงขอปฎิเสธในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนแรงจูงใจที่ตนต้องชิงปืน M16 กระบอกดังกล่าว ออกมาจากโรงเรียนการบินนั้น ตนมีเหตุผลส่วนตัว จะไม่ขอพูด และตนเองก็ยอมรับว่าตนเสพยาบ้ามาจริงโดยเสพมามากพอสมควร   ด้าน พล.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ กล่าวว่า จริงๆ แล้ว คดีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาระเป็นสำคัญไม่ได้หวังประโยชน์ที่เป็นทรัพย์สินเงินทองแต่อย่างไร แต่ว่าเกิดจากการหลอนจากการเสพยาเสพติดมากกว่า ไปชิงอาวุธปืนและไปชิงเอารถยนต์เอามาขับ   ปกติคนร้ายถ้ามีแผนอยู่ก็ต้องเอารถและอาวุธปืนหนีออกนอกเมือง แต่ในครั้งนี้คนร้ายผิดปกติหนีเข้ามาในเมือง เข้ามาในกรุงเทพมาในสมุทรปราการ ถือว่าน่าจะเกิดจากภาพหลอนขับรถไป แต่ตนเชื่อว่าคนร้ายขับรถยนต์ไม่ชำนาญมากกว่าจึงไปเฉี่ยวชนรถของชาวบ้านไปตั้งหลายคัน   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งสองว่า มีอาวุธปืนสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามฆ่าผู้อื่น ร่วมทั้งขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก่อนส่งตัวผู้ต้องหาทั้งสองกลับไปดำเนินคดีต่อที่ ตำรวจภูธรภาค 7 จังหวัดนครปฐม ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8wmhjSs53jI

 3,586
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 62

ปิดล้อมไล่ล่า ทหารเกณฑ์ขโมยปืน เอ็ม16 จากค่ายทหาร หลบหนี

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 ร.ต.อ.นิรันกร์ สวัสดิ์ศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.พระประแดง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีทอุบัติเหตุรถยนต์เก๋ง ไล่ชนรถชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวนหลายคัน ที่ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 39 ต.บางพึ่ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และรถคันที่ก่อเหตุได้ขับหลบหนีมาเข้าซอยสุขสวัสดิ์ 70 ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ    โดยขับชนรถชาวบ้านได้รับความเสียอักหลายคันเช่นเดียวกัน ก่อนที่จะหลบหนีเข้ามาในโรงแรมแรมริมน้ำ โฮเทล หมู่ 14 ต.บางครุ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ขับขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามมา หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุธิโรจน์ ไกรวิชิรสิทธ์ ผกก.สภ พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเดินทางเข้าตรวจสอบ    ที่บริเวณชั้นสองของโรงแรมดังกล่าว บริเวณหน้าห้องเลขที่ 217 ได้พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน มาส สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พุ่งชนอัดติดอยู่กันคอมเพสเซอร์เครื่องทำความเย็นในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ตรวจสอบภายในรถไม่พบว่ามีใครอยู่    จากการสอบถามทราบว่า รถคันดังกล่าวมีชายหญิงคู่หนึ่งเป็นคนขับรถคันดังกล่าวมา หลังก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีโดยการปีนหลังคาลงมาจากชั้นสอง ลงมาชั้นล่างก่อนวิ่งหลบหนีข้ามสะพานมายังตลาดน้ำคลองขุดเจ้าเมือง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก่อนวิ่งหลบหนีไปตามสันเขื่อนริมคลองมุ่งหน้าไปทางไปทางคลองควาย ก่อนที่จะกระโดดน้ำว่ายหลบหนีเข้าป่าหญ้าซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่า 20 ไร่    จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ที่ไล่ติดตามมาทราบว่าผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวมาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครปฐม ในข้อหาชิงทรัพย์ของทางราชการ (อาวุธปืน) ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดปฐม และใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์รถยนต์คันดังกล่าวมาจากกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ชื่อนายบรรณ์กรชัยวัฒ เพชรมงคลสุข อายุ 22 ปี และเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดการบินกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อนขับหลบหนีมา โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด    หลังจากนั้น พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพพงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้สั่งการณ์ให้ชุดปฎิบัติการพิเศษพร้อมอาวุธครบมือและกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครองจำนวนกว่า 50 นาย ออกไล่ล่าทั้งทางน้ำและทางบก จนถึงขณะนี้ยังไร้วี่แวว     

 9,006
ข่าวภูมิภาค
21 ก.พ. 62

รวบหนุ่มหื่น ช่วยตัวเองหน้าห้องพัก ก่อนใช้มีดจี้สาวเพิ่งกลับจากเที่ยวเข้าห้องข่มขืน ทั้งที่เพิ่งพ้นโทษออกมา

อุบลราชธานี-พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี แถลงผลการจับกุม นายอภิสิทธิ์ หรือใบเบิ้ล หมื่นแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาคดีข่มขืน ภายในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งใน ซ.ชยางกูร 14 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี   สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 19 กพ.62 ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ โดยนายใบเบิ้ล ผู้ต้องหาไปเคาะห้องนางสาวเอ ซึ่งพักอยู่หอพักที่เกิดเหตุและเปิดไฟนอนคุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนและไม่แน่ใจว่า มีคนมาเคาะห้องจริงไหม จึงไม่เปิดห้อง ก่อนวนเวียนอยู่หน้าห้อง น.ส.เอ นานกว่า 30 นาที พร้อมทำท่าคล้ายกำลังช่วยเหลือตัวเองด้วย   ระหว่างนั้น น.ส.บี ซึ่งเช่าอยู่ห้องใกล้กัน กลับจากเที่ยวกำลังเปิดประตูเข้าห้อง นายใบเบิ้ลอาศัยจังหวะเผลอใช้มีดจี้บังคับเข้าห้องไปข่มขืนจนสำเร็จความใคร่   ต่อมา น.ส.เอ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาโพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ผ่านเฟซบุ๊ก PatcharakornPangnuan และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีทางกฎหมายจนได้ รวมทั้งยังทราบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุมาแล้วหลายคดี โดยสามารถบุกเข้าไปข่มขืนหญิงสาวตามหอพักต่างๆ และได้ติดคุกและพ้นโทษออกมายังไม่สำนึกผิด   ยังออกมาก่อเหตุตระเวนบุกหอพักที่มีหญิงสาวอาศัยเพียงลำพัง เพื่อทำการข่มขืน ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นคนทำจริง ทั้งนี้ผู้ต้องหายังเป็นทหารเกณฑ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี อีกด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/htYq3M_5SEs

 20,062
สังคม-อาชญากรรม
11 ม.ค. 62

รวบอดีตทหารเกณฑ์หื่น ข่มขืนเด็กออทิสติก ขู่ฆ่าห้ามบอกใคร สลดเด็กเคยถูกลุงข่มขืนมาแล้วจนท้อง

ตร.กองปราบปรามกองกำกับการ 4 เข้าจับกุม นายนิติกร หรือ แจ๊ค ศรีจันทร์ อายุ 23 ปี อดีตทหารเกณฑ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดตาก ข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญืงอายุไม่กิน 15 ปี หลังจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค.ปีที่แล้ว นายนิติกร มาพักอาศัยที่บ้านเพื่อนใน จ.ตาก หลังจากปลดประจำการแล้ว   วันเกิดเหตุ นายนิติกรอยู่บ้านเพียงลำพังกับน้องผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องสาวของเพื่อนนายนิติกร จากนั้นก็ดื่มสุราจนเมา แล้วเกิดอารมณ์ทางเพศจึงลงมือข่มขืน และข่มขู่น้องผู้เสียหายห้ามไปบอกใคร ไม่เช่นนั้นจะถูกฆ่า หลังก่อเหตุหลบหนีมาอาศัยย่านพุทธมนฑล จนมาถูกจับกุม   ด้านนายนิติกรให้การปฏิเสธทุกข้อหา โดยอ้างว่าไม่ได้ทำ และท้าให้ตรวจดีเอ็นเอ ตร.จึงควบคุมตัวส่งสภ.ตากดำเนินคดีตามกฎหมาย   ทั้งนี้ เรื่องนี้นับเป็นเหตุสลดเพราะ น้องผู้เสียหายซึ่งป่วยออทิสติก เคยถูกลุงแท้ๆ ของตัวเองข่มขืนจนตั้งท้องมาแล้วก่อนหน้านี้ แล้วยังมาเจอเพื่อนพี่ชายมาข่มขืนซ้ำอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/d2PYZpH_8Uw

 3,520
ข่าวภูมิภาค
14 พ.ย. 61

สุดเซอร์ไพรส์! มทบ. 24 พาทหารเกณฑ์ใหม่พบหน้าลูกชายแรกเกิดถึงเตียงโรงพยาบาล

วันนี้ (14 พ.ย.) ที่ชั้น 2 อาคารสูติ-นรีเวชกรรม โรงพยาบาลอุดรธานี พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 มอบหมายให้ พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว รอง ผบ.มณฑลทหารบกที่ 24 พร้อมด้วย พ.อ.ธนาวีร์ วิชาชัย เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 24 พ.อ.รัชกฤช แดงไธสง หัวหน้ากองกิจการพลเรือน มทบ.24 และ พ.ต.ชุน นารกุล ผบ.ร้อย.มทบ.24 ร.ท.ณัฐพล เพ็งเภา ครูฝึกทหารใหม่ นำ พลทหารเบญจรงค์ เชื้อตาพระ ทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/61 ค่ายประจักษ์ศิลปาคม มณฑลทหารบกที่ 24 ที่เพิ่งรับหน้าที่รับราชการทหารใหม่ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2561 มาพบ นางสาวอรษา แซ่เอี๊ยบ ภรรยาที่กำลังตั้งท้อง และได้คลอดบุตรชายเมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายที่เพิ่งคลอดออกมาทั้งพ่อและแม่ตั้งชื่อว่าน้องไดม่อน ขณะนี้นอนพักที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี    พล.ต.ชาญชัย เอมอ่อน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 เปิดเผยว่า จากการที่ทางมณฑลทหารบกที่ 24 ได้จัดตั้งกลุ่มไลน์ทหารใหม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงบุคคลใกล้ชิดในครอบครัวได้ทราบถึงภารกิจประจำวัน เป็นการสื่อสารกันตลอดระหว่างครอบครัวกับทหารใหม่ ที่ไปทำการฝึกได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้ได้รับรู้ว่า มีทหารใหม่ที่เพิ่งเข้าฝึก มีภรรยาเพิ่งคลอดบุตรเมื่อคืนวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จึงได้พาพลทหาร เบญจรงค์ เชื้อตาพระ เดินทางไปเยี่ยมภรรยาและลูกชาย ถึงเตียงห้องพักในโรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมทั้งมอบเครื่องใช้สำหรับเด็กอ่อน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารใหม่และครอบครัว   โดยทางครอบครัวของ พลทหารเบญจรงค์ เชื้อตาพระ รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากที่ทางหน่วยเห็นความสำคัญและให้โอกาสดีๆ เช่นนี้ ซึ่งคุณพ่อทหารใหม่ เมื่อได้อุ้มเจ้าตัวน้อยบุตรชาย ก็ตื้นตันใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และก็คลายความกังวลใจลงไปได้ ไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ดีขนาดนี้ พร้อมกับกอดและหอมแก้มภรรยา สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้นางสาวอรษา ก็รู้สึกน้อยใจที่ทางหน่วยบอกว่าสามีไม่สามารถมาได้ติดฝึกอยู่ ดีใจเมื่อเห็นหน้าสามี   

 11,395
แชร์ออฟเดอะเดย์
26 ต.ค. 61

โผล่อีก ทหารเกณฑ์ร้องถูกนายสิบซ้อม ไม้กวาดฟาดน่วม กองทัพสั่งลงโทษแล้ว

โลกออนไลน์ มีการนำเรื่องราวของทหารเกณฑ์รายหนึ่ง โดยระบุว่า ถูกสิบเอก ซ้อมทรมานจนถึงขั้นคิดหนีออกจากค่ายทหาร โดยเรื่องราวดังกล่าว เพจมีด่านบอกด้วย ระยอง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า   #รบกวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่นี้หน่อยครับ   เพื่อนผมโดนทำร้ายร่างกายอย่างหนักเป็น ทหารเกณฑ์ครับ เพื่อนผมเป็นคนระยอง-บ้านค่ายครับ แต่ติดทหารที่สระบุรี เท่าที่เพื่อนผมบอกมา หมู่คนนี้ชอบตีชอบต่อย โดนตีโดนต่อยทุกวันตอนขึ้นกองร้อย นิสัยโหดร้ายชอบทรมานทหารใหม่ครับ ผมไม่รู้จะทำไงดี แอดช่วยหน่อยนะครับ สงสารเพื่อน   ตอนนี้เพื่อนผมกลัวถึงขั้นจะหนีแล้วครับ ผมกลัวเพื่อนผมตายครับ คนทำมียศเป็น สิบเอก ห้าวมากครับคนนี้ รบกวนช่วยเพื่อนผมด้วยนะครับ #ช่วยกันแชร์นะครับ   นอกจากนี้ยังมีการนำข้อความแช็ตจาก ทหารเกณฑ์ คนดังกล่าว ที่ได้ระบุว่า ถูกซ้อมด้วยการ เตะ ต่อย เข่าเข้าที่หน้าอก และ โดนไม้กวาดฟาดจนไม้กวาดหัก อีกด้วย"   แต่อย่างไรก็ดี เรื่องราวดังกล่าว มีผู้เข้ามาให้ความเห็นอีกด้าน โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ศานติ จันทร์ปรีดา ได้เข้ามาระบุว่า ขออนุญาต รบกวนตรวจสอบเรื่องราวความเป็นมาของน้องทหารคนนี้ก่อนครับ ถ้าไม่ผิดวินัยร้ายแรงจริงๆเขาคงไม่ทำขนาดนี้หรอกครับ   เรื่องคือ น้องทหารคนนี้สูบกัญชา ยาบ้ามาหลายครั้งแล้ว เขาจับได้ตั้งหลายรอบ แล้วก็เตือนว่าให้หยุดซะ แต่ก็ไม่เป็นผลจนจับได้ในครั้งนี้ เลยต้องถึ้งขั้นลงไม้ลงมือ ถ้าเขาไม่รัก เขาคงจับส่งเรือนจำ มทบ.ไปแล้วครับ มันมีเหตุผลของมันอยู่ครับ   ล่าสุด พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า ทหารเกณฑ์ที่ถูกสิบเอกซ้อมทรมานจนถึงขั้นคิดหนีออกจากค่ายทหาร ตามที่เพจ มีด่านบอกด้วย ระยอง ได้โพสต์ภาพและข้อมูลไว้นั้น ที่มาของเหตุการณ์เกิดขึ้นจากการที่ พลทหารได้กระทำความผิดในเรื่องยาเสพติด   ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาที่เป็นกำลังพลชั้นนายสิบ ได้ลงโทษนั้น ถือว่าเป็นการกระทำเกินขอบเขตอำนาจ และเป็นการกระทำโดยพลการ ด้วยการใช้ด้ามไม้กวาดตีบริเวณร่างกายตามที่เห็นในภาพ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดของทางราชการ   “ขณะนี้ต้นสังกัดทราบเรื่อง ได้สั่งลงโทษทางวินัยขั้นรุนแรงกับนายสิบคนดังกล่าวแล้วทันที เพราะถือเป็นความผิดขั้นรุนแรง โดยเฉพาะการขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา เนื่องจาก ผบ.ทบ.เคยกวดขันเน้นย้ำไปแล้ว” พ.อ.วินธัยกล่าว   ล่าสุดทางผู้บังคับหน่วยได้เดินทางไปพบญาติพลทหารคนดังกล่าว เพื่อบอกเล่าข้อเท็จจริงในสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันทางหน่วยจะลงโทษทางวินัยขั้นรุนแรงกับกำลังพลนายสิบคนดังกล่าวในทันที พร้อมทั้งยินดีรับผิดชอบเยียวยาสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6Q8tvCWWNPE

 5,209
ปากท้องร้องทุกข์
31 ส.ค. 61

แม่ร้องลูกชายถูกเพื่อนทหาร ใช้ขวดปากฉลามแทงคอดับ แฉทหารยศพันตรีเสนอเงิน 2 แสนให้ปิดข่าว

จากกรณีที่แม่ของพลทหารบุญฤทธิ์ เอี่ยมสิริลักษณ์ หรือเก่ง อายุ 21 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดกองทัพภาคที่ 1 เข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่กองปราบ หลังพลทหารบุญฤทธิ์ ลูกชายได้เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ หลังจากไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนทหารเกณฑ์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านปิ่นเกล้า   วานนี้ (30 ส.ค.) นางรัชนก แซ่ลิ่ม อายุ 61 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า ลูกชายตนสมัครใจเข้าไปเป็นทหารด้วยตนเอง วันเกิดเหตุเพิ่งลากลับมาอยู่กับตนที่บ้านพักย่านปิ่นเกล้า ช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษ ก็มีเพื่อนทหารโทรศัพท์มาหาและชักชวนให้ออกไปหาที่ร้านอาหาร จากนั้นไม่นานด้วยความเป็นห่วงตนจึงโทรศัพท์ไปหาลูก   ปรากฏมีผู้อื่นรับสายแทน บอกกับว่าลูกหมดสติ ขณะนี้กำลังช่วยกันปั๊มหัวใจ ก่อนจะเงียบหายไป ทำให้รู้สึกตกใจและเป็นห่วง ก็พยายามโทรศัพท์กลับไปหาอีกหลายครั้ง กระทั่งมีคนรับสายบอกกับตนว่าลูกชายถูกส่งตัวไปรักษาตัวที่รพ.เจ้าพระยา จึงรีบเดินทางไปหาทันที   เมื่อไปถึงก็พบลูกชายอยู่ในสภาพนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย มีบาดแผลถูกแทงที่ลำคอข้างซ้าย เหมือนถูกของมีคมแบบปากฉลามบาดอาการสาหัส เบื้องต้นสอบถามถามจากเพื่อนทหารที่ไปด้วยกันก็ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพากันออกมาเที่ยด้วยกันประมาณ 10 คน บางคนหนีออกจากค่ายออกมา หลังนั่งดื่มกันได้ไม่นานก็มีเหตุทะเลาะวิวาทกันขึ้นเองภายในกลุ่ม ซึ่งนอกจากลูกชายของตนแล้ว ก็ยังมีเพื่อนทหารได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกันด้วย แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือทำ   หลังเกิดเหตุเข้าแจ้งความที่สน.บางยี่ขันแล้ว แต่ทางตำรวจแจ้งมาว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของทหาร พร้อมขอร้องทางญาติว่าอย่าไปร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ตำรวจจะจัดการคดีนี้เอง โดยลงบันทึกประจำวันไว้เพียงเท่านั้น เมื่อสอบถามไปยังนายทหารยศ พ.ต. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของลูกชาย ก็บอกว่า จะนำตัวทหารเกณฑ์ทั้งหมดไปสอบสวน และขอร้องให้ปิดเรื่องนี้ไว้ก่อน ยืนยันว่าจะดูแลคดีให้ รวมทั้งจะช่วยเหลือจ่ายค่าทำขวัญเป็นเงิน 2 แสนบาท แต่ไม่ขอรับไว้ โดยจนถึงขณะนี้เรื่องก็เงียบหาย ไม่มีความคืบหน้าใด จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม   ด้าน นายวรินทร์ อัฐนาค ประธานชมรมโดมเพื่อคุณธรรม เปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่ก้ำกึ่ง ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลทหารหรือศาลพลเรือน ตนตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นคดีฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ทางกองทัพมีความพยายามจะปกปิดตัวผู้กระทำความผิดหรือไม่ รวมทั้งยังไม่ขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ จึงอยากให้กองปราบฯช่วยสืบสวนคลี่คลายคดีด้วย สำหรับศพของพลทหารบุญฤทธิ์ ขณะนี้ทราบว่าได้เก็บไว้ที่วัดบางยี่ขัน โดยญาติจะเก็บศพไว้จนกว่าจะหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้   เรือตรีประดับชัย เรืองรื่น ที่ปรึกษาร้านอาหารที่เกิดเหตุ กล่าวว่า วันเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นชายฉกรรจ์ผมเกรียน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 10 กว่าคน รวมราว 20 คน มาเปิดโต๊ะนั่งกินเข้ามาสั่งอาหารและดื่มสังสรรค์กันภายในร้าน บริเวญชั้น 2 โซนหน้าห้องน้ำติดเวที ช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงใกล้เที่ยงคืน ตอนนั้นคนในร้านค่อนข้างที่จะเยอะจึงไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง   มาทราบอีกทีก็เมื่อตอนที่ได้ยินเสียงขวดแตกการ์ดของร้านขณะนั้นได้เข้าไประงับเหตุ และแยกกลุ่มผู้ก่อเหตุเอาไว้ และนำตัวผู้เจ็บส่งโรงพยาบาลทันที ซึ่งมีแผลได้รับบัตรเจ็บบริเวณคอ โดยถูกเศษขวดปาดเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ ในตอนนั้นยังไม่เสียชีวิต ส่วนคนก่อเหตุทางการ์ดสามารถควบคุมตัวได้ 1 คน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้ามารับตัวไป เนื่องจากว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นแตกฮือวิ่งกันออกมาหมดไม่รู้ใครเป็นใคร   ส่วนอาวุธที่ใช้ก่อเหตุยอมรับว่า เป็นเหตุสุดวิสัย ที่ไม่คาดคิดว่า ขวดที่แตกจะกลายเป็นอาวุธในการทำร้ายกัน ในส่วนของภาพกล้องวงจรปิดจุดที่เกิดเหตุเป็นมุมบนช่วงข้างเวทีหน้าห้องน้ำ ถือว่าเป็นมุมอับ กล้องวงจรส่วนใหญ่ที่ติดบริเวณนั้นจะหันไปที่หร้าเวทีเป็นส่วนใหญ่ เพราะมักจะเกิดเหตุตรงหน้าเวทีบ่อย  อีกทั้งโต๊ะที่เกิดเหตุลูกค้ามักจะไม่ไปนั่ง ประกอบกับวันดังกล่าวเป็นช่วงก่อนวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ทำให้มีลูกค้าจำนวนมาก   ทั้งนี้ที่ร้านได้มีมาตรการอย่างเข้มงวด ในการป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาในสถานที่ของร้าน รวมถึงมีการตรวจค้นอาวุธ และของมีคมต่างๆอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกัน และบริเวณด้านหน้าจะมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวตรวจสแกนบัตรประจำตัวประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย   ดังนั้นเชื่อว่าภายในจะไม่มีอาวุธของมีคมเล็ดลอดเข้าไปได้ และหลังจากที่ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว ทางร้านก็ได้แสดงความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางส่วน ฐานะที่เป็นลูกค้ามาใช้บริการที่ร้าน และได้เดินทางไปร่วมงานศพที่วัดแล้ว   เรือตรีประดับชัย ยังบอกอีกว่า ทางร้านยินดีที่จะให้ข้อมูลทุกอย่าง โดยไม่ได้มีการปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่มีข่าวออกมาว่ามีการปกปิดหรือช่วยเหลือกันนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ ถึงร้านก็ไม่มีวัตถุประสงค์ใดที่จะช่วยเหลือให้ใครผิดหรือถูก และที่สำคัญก็ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้ามาแทรกแซงที่ร้านแต่อย่างใด   ด้านแม่ผู้ตาย เข้ารับฟังการชี้แจงคดีนี้จากทั้งฝ่ายตำรวจ สน.บางยี่ขัน และนายทหารพระธรรมนูญ ที่ระบุว่าคดีนี้คู่กรณีที่เป็นทหารทั้ง 2 ฝ่าย มีการประสานทหารพระธรรมนูญ เข้าร่วมฟังการสอบสวนทุกครั้งจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย และมีการแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมนำตัวไปทำแผน ก่อนฝากขังศาลทหาร   ด้านเสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 ยืนยันทหารทุกนายที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ไม่ได้หนีออกมาจากค่าย เป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ที่นัดกันไปดื่มสังสรรค์ และมีเรื่องทะเลาะวิวาทซึ่งถือเป็นความผิดวินัย  ส่วนมูลเหตุนั้นไม่สามารถให้รายละเอียดได้ และที่ว่ามีทหารยศนายพัน โทรศัพท์ไปเจรจากับแม่ผู้เสียชีวิต คาดจะเป็นผู้บังคับกองร้อยของทหารทั้งหมด ที่จะนำเงินเยียวยาเบื้องต้นไปมอบให้    ซึ่งหลังฟังคำชี้แจง แม่ผู้ตายยอมรับมีความมั่นใจจะได้รับความเป็นธรรม แม้จะมีบางประเด็นที่ยังไม่กระจ่างก็ตาม ยืนยันจะไม่เผาศพลูกชายจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากคดีนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rh_KFQI3vdY

 7,475
แชร์ออฟเดอะเดย์
16 ก.ค. 61

พลทหารอัดคลิปโดนใช้เลี้ยงไก่ ขอโทษเอ่ยชื่อต้นสังกัด ให้ย้ายกลับกองร้อย-ไม่โดนลงโทษแต่อย่างใด

จากกรณีที่พลทหารรายหนึ่ง อัดคลิปความยาว 11 นาที เปิดเผยชีวิตความเป็นอยู่ หลังต้องการมารับใช้ชาติ ที่กองพันทหารราบที่ 2 ศูนย์การทหารราบ (ค่ายธนะรัชต์) อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ถูกส่งมาให้เลี้ยงไก่นับร้อย ถูกตบหน้า ตี ด่าพ่อล่อแม่สารพัด หากดูแลไก่ไม่ดี   โดย พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ว่าจากข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเป็นการดำเนินการส่วนบุคคล ในบ้านพักราชการของหน่วย ที่ผู้เข้าพักใช้พื้นที่ด้านหลังเลี้ยงไก่เป็นงานอดิเรก ซึ่งคงได้มีการมอบหมายให้ทหารที่ดูแลบ้านพักของหน่วย ช่วยดูแลไปด้วยในลักษณะไหว้วาน   จากการตรวจสอบพบว่าเรื่องดังกล่าวมีมูล ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของหน่วย และได้มีการสอบสวนโดยละเอียดแล้ว พบว่ามีการใช้งานกำลังพลอย่างไม่เหมาะสม ทางหน่วยจึงพิจารณาดำเนินการทางด้านวินัย กับกำลังพลนายทหารคนดังกล่าว   ในเวลาต่อมาพลทหารคนดังกล่าว ได้อัดคลิปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ว่าขอโทษที่เอ่ยชื่อหน่วยออกมา  ยืนยันเป็นเรื่องการกระทำของคนๆเดียว ไม่เกี่ยวกับกองพันที่สังกัด โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัวว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” และขอให้ผู้ที่แชร์ช่วยลบคลิปออกจากโลกโซเชียล   ล่าสุดพลทหารคนดังกล่าว ปัจจุบันได้ให้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่กองร้อยแล้ว โดยไม่มีการลงโทษแต่อย่างใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TIi9hJalc7Y

 6,632

Top