ค้นหา :

ผลการค้นหา "ไร่ส้ม"

สังคม
22 ม.ค. 63

ความในใจ 'สรยุทธ' ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 24 เดือน คดีโฆษณาเกินเวลา อสมท. ทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้-แฟนข่าวให้กำลังใจ

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีบริษัท ไร่ส้มฯ เบี้ยวแจ้งการชำระค่าโฆษณาส่วนเกิน บมจ.อสมท. กว่า 138 ล้านบาท ของรายการคุยคุ้ยข่าว ระหว่างปี 2548- 2549 ที่ บจก.ไร่ส้ม และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง       ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือนางชนาภา บุญโต  อดีตพนักงาน บมจ.อสมท. มีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณา , บจก.ไร่ส้ม , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง , น.ส.มณฑา ธีระเดช  พนักงาน บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลยที่ 1- 4 คดีหมายเลขดำ อ.313/2558 เมื่อวันที่ 30 ม.ค.58       คดีนี้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุกนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บมจ.อสมท.จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินฯ เป็นเวลา 20 ปี, ปรับ บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 80,000 บาท, ส่วนนายสรยุทธ และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ให้จำคุกคนละ 13 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา       ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับทรัพย์สินฯ, เป็นพนักงานฯ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าวตาม พ.ร.บ.ว่า ด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ       จากกรณี เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2548 - 28 เม.ย.2549 ต่อเนื่องกันนางพิชชาภา ซึ่งเป็นพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท ได้จัดทำคิวโฆษณารวม ในรายการ คุย คุ้ยข่าว โดยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลา จาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท. เสียหายกว่า 138 ล้านบาท       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อจำเลยทั้ง 4 เดินทางมาถึงได้เดินเข้าไปภายในบริเวณศาลฎีกาทันที เพื่อรับฟังคำพิจารณาคดี  ขณะที่นายสรยุทธ มีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับสื่อมวลชน ซึ่งศาลได้ตรวจสำนวนประชุมแล้วเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาฟังขึ้นบางส่วน เนื่องจากโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ชัดเจนในบางประเด็น       โดยในศาลฎีกาใช้เวลา 45 นาที เห็นควรพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 รวม 6 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็น 18 ปี ,ปรับ บริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 1 แสน 8 พันบาท และจำคุกนายสรยุทธ และนางสาวมณฑา 12 ปี       แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุกนางพิชชาภา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 12 ปี , ปรับบริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จำนวน 7 หมื่น 2 พันบาท และจำคุก นายสรยุทธ และนางสาวมณฑา จำเลยที่ 3-4 คนละ 6 ปี 24 เดือน ฐานเป็นผู้สนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำความผิด โดยไม่รอลงอาญา ก่อนจะส่งตัวนายสรยุทธและจำเลยในคดีไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร       ทั้งนี้มีบรรยากาศคนใกล้ชิดและผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ คนในแวดวงข่าวและบันเทิง เดินทางไปร่วมฟังศาลฎีกาอ่านคำพิพากษา อาทิ ประวิทย์ มาลีนนท์ อดีตผู้บริหารช่อง 3, ไก่ ภาษิต, ไบรท์ พิชญทัฬห์, หนุ่ยเอกราช, นิปปอน นวนันท์, เซน เมจกา, โก๊ะตี๋ อารามบอย ,ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์, กอบสุข จารุจินดา, แดง ธัญญา ผู้จัดละคร เป็นต้น       ด้านไบรท์ พิชญทัฬห์ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่า “ที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจกันมาตลอด ส่วนพี่ยุทธก็พยายามต่อสู้เพื่อพิสูจน์ว่าไม่มีพฤติกรรมเบียดบังเวลาของ อสมท. ข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายต่างก็มีเวลาเกิน มีการส่งคิวโฆษณาเกินอย่างเปิดเผยไม่ได้ปกปิด เป็นไปไม่ได้ที่ผู้บริหาร อสมท.จะไม่ทราบ ส่วนการสั่งจ่ายเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระราม 4 รวม 6 ครั้ง นั้น เป็นการจ่ายค่าช่วยประสานงานด้านการตลาด       ที่ผ่านมาพี่ยุทธรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกกล่าวหาว่าเบียดบังเวลาการโฆษณาของ อสมท. ตนในฐานะเป็นเพื่อนร่วมงาน คนใกล้ชิด ต่างรู้สึกเห็นใจเสียใจและเสียดาย เพราะพี่ยุทธเป็นพี่ที่ตั้งใจทำงาน ซื่อสัตย์ต่ออาชีพตนเองและคนดู พี่ยุทธสอนเรามาตลอดว่าต้องเคารพและรับผิดชอบต่อคนดู ซึ่งพี่ยุทธรักงานข่าวและอาชีพของเขามาก ประโยคที่ได้ยินพูดบ่อย ๆ ว่า “น้องรู้ไหมบางทีพี่ไม่อยากเปิดทีวีเลยเพราะพี่ไม่อยากเห็นรายการที่ตัวเองเคยทำ” ในเมื่อเราต่อสู้เต็มที่ศาลตัดสินแล้วก็ต้องอยู่ในกฎกติกา พี่ยุทธยืนยันมาตลอดไม่คิดที่จะหนี ซึ่งก็ทำอย่างที่พูดไว้       ด้านโก๊ะตี๋ อารามบอย กล่าวว่า “พี่ยุทธมีกำลังใจดี ตนเองเคยถามว่า ทำไมทำงานทุกวัน หลายคนอาจคิดว่าทำเพราะอยากได้เงิน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะพี่ยุทธเคยพูดว่า วันที่ไม่ได้ทำงานคือวันที่เสียใจที่สุด และความสุขของพี่ยุทธคือการได้ทำงานข่าว และได้เล่าข่าวให้ทุกคนได้ฟัง ย้ำว่าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้เท่าที่จะสู้ได้อย่างเต็มที่และน้อมรับในคำตัดสิน โดยพี่ยุทธได้ฝากไว้ว่า ตนเองแค่ติดคุกไม่ได้ตาย เดี๋ยวก็กลับออกมา พร้อมทั้งขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจให้และชีวิตยังต้องเดินต่อไป”       อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้ามีคำตัดสิน สรยุทธได้เผยความในใจว่า “ผมยอมรับคำพิพากษา โดยไม่เคยคิดว่าจะหลบหนี เพราะนั่นจะเท่ากับผมไม่เคารพกระบวนการของกฎหมายบ้านเมืองที่ผมเกิดและเติบโตมา แน่นอนว่าผมย่อมกลัวการติดคุกติดตาราง แต่ชีวิตผมไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง ไม่ได้สุขสบาย ไม่เคยลำบากตรากตรำ จนจะไปใช้ชีวิตในเรือนจำไม่ได้ หรืออยู่ลำบากไม่ได้”       “บางทีระหว่างที่ผมใช้ชีวิตทำงานร่วม ๓๐ ปี ถ้าพูดถึงความยากลำบากทางกาย อาจจะลำบากกว่าการใช้ชีวิตในเรือนจำ แต่สำคัญที่ร่วม ๓๐ ปี นั้นผมมีอิสรภาพ ร่วม ๓๐ ปี ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มอิ่ม ทำงานที่ผมรักตลอดทั้งวัน ไม่มีวันหยุด เพียงแต่ทุกวันที่ตื่นไปทำงาน ผมไม่เคยรู้สึกว่าผมไปทำงาน”     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PxR6j9RFVmY

 13,457
สรุปข่าว
06 ก.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ก.ย.62 จีนปลูกทุเรียนได้เอง-ฎีกายกฟ้องสรยุทธคดีฟ้องซ้ำ-แม่ขโมยเงินกฐินหาเงินซื้อข้าวให้ลูก

-DSI จ่อเรียกชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานพร้อมพวก 5 คน สอบเพิ่มสางคดีบิลลี่ตาย รองอธิบดี DSI เข้าเยี่ยมเมียบิลลี่ มีแหล่งข่าวเชิงลึกชี้จุดพบถังน้ำมันใต้สะพานแขวน รู้ตัวกลุ่มต้องสงสัยฆ่าแล้ว ถ้าชัดเจนแล้วจะบอก   ด้านชัยวัฒน์ยันจุดพบถังน้ำมันปี 57-59 น้ำแห้งเดินลอดได้ ใครจะเข้าไปทำชั่วร้ายอะไรได้ อยากรู้ใครชี้เป้า เตรียมแถลงข่าววันนี้พร้อมหลักฐานลับ เมียบิลลี่ร่ำไห้เชื่อคนฆ่าสามีเป็น จนท.รัฐ ยันชาวกะเหรี่ยงไม่มีประเพณีลอยอังคาร นายกฯย้ำ DSI เร่งสางคดี ภายใน 3 เดือนต้องได้ข้อยุติ จับคนผิดมาลงโทษให้ได้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เมีย 'บิลลี่' เชื่อคนฆ่าสามีเป็นจนท.รัฐ 'ชัยวัฒน์' พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ dsi เร่งปิดสำนวนคดีให้เร็วที่สุด   -รวบทันควัน ชายถือมีดบุกเดี่ยวจี้ธนาคารที่ศรีราชา วงจรปิดจับภาพคนร้ายทำทีเป็นลูกค้าเข้ามากดบัตรคิว ก่อนกระโดดข้ามเคาน์เตอร์จี้ พนง.บุกห้องนิรภัย กวาดเงินสดได้ 4 ล้าน อ้างทำเพราะติดหนี้นอกระบบ หาเงินจ่ายค่าบ้านค่ารถ มีลูกเล็กต้องเลี้ยง เมียร่ำไห้บอกปกติสามีเป็นคนดีขยันทำงาน ยอมรับเสียใจจากนี้ต้องเลี้ยงลูก 4 เดือนตามลำพัง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เมียร่ำไห้ คิดไม่ถึงสามีชิงทรัพย์แบงก์กรุงเทพ 4 ล้าน หาเงินใช้หนี้นอกระบบ   -สภายันกำหนดวันอภิปรายญัตติปมนายกฯถวายสัตย์ไม่ครบตามเดิม 18 ก.ย.หลังฝ่ายค้านขอขยับเป็น 17 ก.ย. เหตุศาลรธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยสถานะความเป็นนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์ กรณีเป็น จนท.รัฐหรือไม่ 18 ก.ย. แล้วเกรงว่านายกฯจะใช้เป็นข้ออ้างไม่มาตอบสภาในวันเดียวกัน   โดยฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯมาชี้แจงสภา หากไม่มาตอบเท่ากับหนีสภา เพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องไปฟังคำวินิจฉัยศาลด้วยตัวเอง แต่กลับทำท่าทีเหมือนอยากจะไปฟังเอง อยากให้นายกฯยกเลิกภารกิจอื่น หังวลรัฐบาลสร้างข่าว IO ลดน้ำหนักการอภิปราย กล่าวหาฝ่ายค้านละเลยปัญหาน้ำท่วม สนใจแต่เรื่องถวายสัตย์ ยัน ส.ส.ฝ่ายค้านลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมตลอด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฝ่ายค้านหวั่นนายกฯไปศาล 18 ก.ย.หนีแจงสภา อัดรัฐกล่าวหาห่วงแต่ปมถวายสัตย์ ไม่สนใจน้ำท่วม   -นายกฯยันจะไปชี้แจงญัตติในสภาแน่นอน แต่หากมีภารกิจอื่นก็ต้องออกมาบ้าง แล้วจะกลับไปฟังใหม่ ส่วนที่พูดว่าการถวายสัตย์มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว ควรรู้ว่าอะไรเป็นอะไร การอภิปรายครั้งนี้ไม่มีการลงมติ จะชี้แจงเท่าที่ทำได้ ไม่ให้ก้าวล่วงไปถึงสถาบัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ลั่นไปสภาแน่ จะพูดเท่าที่พูดได้ ไม่ให้ก้าวล่วงสถาบัน   -นายกฯร่วมงานวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 62 ไม่กังวลปัญหานอกประเทศ แต่กังวลปัญหาภายใน โดยเฉพาะพวกวิจาณณ์ผ่านโซเชียล เรื่องสำคัญรับได้ แต่บางเรื่องทำให้เสียสมอง ไม่เป็นไรตัวเองยังสู้ไหว ไม่เข้าใจคนด่าประเทศไม่ดี โพสต์ด่าลุงตู่ ไม่รู้ไปทำอะไรให้เกลียดชังนักหนา แทนที่จะให้กำลังใจกัน แต่ไม่เป็นไรโกรธใครไม่ได้ ปลงแล้ว ฟังเสียงปชช.ส่วนใหญ่ กองทัพไทยต้องเป็นกองทัพชั้นนำ อุปกรณ์ทันสมัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯปลงคนโพสต์ด่าลุงตู่ แทนที่จะให้กำลังใจ ลั่นกองทัพไทยต้องทันสมัย มีไว้ให้คนเกรงใจ   -จบปัญหาซื้อขายตำแหน่งก.ทรัพยากรฯ 600 ล้าน ธรรมนัสพาธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ แถลงเคลียร์-เข้าขอโทษวราวุธ รมว.ทรัพยากรฯ รับได้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ไร้การตรวจสอบ ไม่ใช่คลิปเสียงซื้อขายตำแหน่ง ไม่เกี่ยวกับรัฐมนตรี ยกมือไหว้ขอโทษ จับมือกัน วราวุธบอกไม่ติดใจ ถ้ายอมรับผิดตนก็ลูกผู้ชายพอ ไม่ฟ้องกลับ คราวหลังจะพูดอะไรก็คิดดีๆก่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แค่เข้าใจผิด! 'ธรรมนัส' พา 'หมอธีทัชฐ์' เคลียร์ใจขอโทษ 'วราวุธ' ปมซื้อขายตำแหน่ง 600 ล้าน   -ศุลกากรติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์สแกนกระเป๋า ขาเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สกัดแบรนด์เนมหนีภาษีและยาเสพติด กระเป๋ามุกใบต้องถูกสแกนหลังออกจากเครื่องบิน หากพบขอต้องสำแดงหรือมูลค่าเกิน 2 หมื่นบาท ต้องทำเครื่องหมายไว้ เจ้าของต้องนำเข้าช่องตรวจสำแดง เริ่ม 1 ม.ค.63 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ติดเครื่องเอ็กซเรย์ สแกนเข้มกระเป๋าทุกใบที่สุวรรณภูมิ หิ้วแบรนด์เนมหนีภาษีไม่รอด เริ่ม 1 ม.ค.63    -ไทยตื่นตัวจับตาจีนปลูกทุเรียนเองสำเร็จ หวั่นแย่งส่วนแบ่งในตลาด ฉุดราคาตกต่ำ หลังมณฑลไหหลำทดลองปลูกทุเรียนซันโน่จากมาเลเซีย ได้ผลน่าพอใจ อยู่ในช่วงทดลองและพัฒนาสายพันธุ์ เสี่ยงกระทบยอดส่งออกทุเรียนจากไทยไปจีน กรมส่งเสริมการส่งออกแนะเกษตรกรไทยใช้คุณภาพสู้ พัฒนาสายพันธุ์และคุณภาพให้เป็นพรีเมี่ยม รักษาส่วนแบ่งตลาด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวสวนร้อนๆหนาวๆ จีนทดลองปลูกทุเรียนได้เองที่เกาะไหหลำ ชี้ไทยต้องใช้คุณภาพสู้    -ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องคดีที่พนักงานอัยการขอให้ศาลรับฟ้องนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และบริษัทไร่ส้มจำกัด กับพวกรวม 4 คน เป็นจำเลยร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ์ และใช้เอกสารปลอม ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ชี้เป็นการฟ้องซ้ำ ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ   -จนท.ไซเตส สนามบินดอนเมืองยึดพัสดุกระปุกออมสิน ซุกงูสวยงาม 12 ตัว นำเข้าจากไต้หวัน ส่งไปรษณีย์มาจากเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 7 หมื่นบาท   -มือปืนรัวปืนถล่มเก๋ง 46 นัด คนขับตายคาพวงมาลัย ชาวบ้านเห็นชาย 2 คนรอดชีวิต หอบเป้หนีไปในความมืดที่ จ.พัทลุง ส่วนมือปืนขับกระบะโหลดเตี้ย มุ่งหน้าไปที่ อ.ควนขนุน ตั้งปมสาเหตุขัดแย้งธุรกิจมืด หรือก่อนหน้าอาจพากันไปปล้นสิ่งผิดกฎหมายที่ใส่ในเป้ที่คนรอดตายหิ้วหลบหนี พบประวัติคนตายเคยโดนจับคดียาเสพติด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :    -กองปราบรวบหัวหน้าแก๊งวันคอยน์ หลอกลงทุนเงินดิจิทัล เหยื่อชาวไทย-เวียดนามหลงเชื่อสูญ 500 ล้าน ทำทีตั้งตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ใช้เงินทีได้ไปซื้อที่ดิน จ.พิจิตรหลายสิบไร่ อ้างเป็นที่ทำการสร้างความน่าเชื่อถือ จูงใจเหยื่อด้วยอัตราแลกเปลี่ยนสูง แลกรถ แลกทอง แลกบ้านได้ สุดท้ายไม่ปันผล เหยื่อรวมตัวแจ้งความ สุดท้ายโดนจับขณะหนีมากบดานย่านพระราม 9   -สะเทือนอารมณ์น้ำตาท่วมโรงพัก แม่ลูก 2 ขโมยเงินต้นกฐิน 160 บาท จากห้างดังย่านบางซื่อเอาไปซื้อข้าวให้ลูก แต่ถูกจับส่งโรงพัก ลูก 2 คนรู้เรื่องร้องไห้อ้อนวอนขอตำรวจปล่อยตัวแม่ ตร.เรี่ยไรเงินบนโรงพัก ชาวเน็ตบริจาคช่วยเพิ่มครบ 5 พันจ่ายค่าปรับศาล ให้แม่อีก 2 พัน ลูกๆคนละ 200 แม่เด็กบอกก่อนหยิบไหว้หลวงพ่อขอยืมเงิน เพราะลูกหิวข้าว จะไม่ทำแบบนี้อีก ตร.บอก ปชช.อย่าเอาเยี่ยงอย่าง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แม่สำนึกผิดขโมยเงินจากต้นกฐิน 160 บาท ซื้อข้าวให้ลูก โดนจับติดคุก 1 คืน ตร.ช่วยหาเงินค่าปรับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kizLnI2KT4c

 14,343
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.ย. 60

เปิดใจ 'สรยุทธ' หลังได้ประกันตัวคดีไร่ส้ม ตีราคา 5 ล้าน เปรย "ฎีกาคือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของชีวิต"

จากกรณีศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรนักเล่าข่าวชื่อดัง บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช พนักงานบริษัท ไร่ส้ม จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-4 กรณีถูกกล่าวหายักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ คุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. กว่า 138 ล้านบาท ให้จำคุกเป็นเวลา 13 ปี 4 เดือน ก่อนเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จะควบคุมตัวนายสรยุทธ ฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดเย็นวันที่ 12 ก.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกาให้อนุญาตปล่อยชั่วคราวนายสรยุทธกับพวกชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท   นายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เปิดเผยว่า หากศาลมีคำสั่งปล่อยตัวนายสรยุทธ เท่ากับว่าหมดอำนาจกักขังตามคำสั่งของศาลแล้ว โดยขั้นตอนกระบวนการ ในการปล่อยตัวผู้ต้องขัง หากหมายศาลมาถึงเรือนจำเมื่อไหร่ ก็สามารถปล่อยตัวได้ทันที เมื่อเจ้าหน้าที่รับหมายปล่อยตัวจากศาลแล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารความถูกต้องของหมายศาล พร้อมทำการตรวจร่างกาย และพิมพ์ลายนิ้วมือ เหมือนตอนรับตัวผู้ต้องขังใหม่เข้าเรือนจำ หลังจากนั้นก็จะปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำเมื่อเสร็จสิ้นกระตามกฎระเบียบทั้งหมด   จนกระทั่งประมาณ 19.00 น. นายสรยุทธ ได้เดินออกมาจากประตูเรือนจำ โดยมีญาติๆและทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ อาทิ ไบรท์ พิชญทัฬห์, เซน เมจกา เข้าไปแสดงความยินดี โดยนายสรยุทธ มีสีหน้ายิ้มแย้ม และได้เข้ากราบพระพุทธรูปที่อยู่ด้านหน้าเรือนจำ   ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ขอบคุณศาลที่ให้โอกาสตนได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงชั้น ศาลฎีกา และขอบคุณที่อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราวในครั้งนี้  อยู่ข้างใน ก็ไม่สะดวกไม่สบายแน่ ต้องใช้คำว่าลำบาก แต่ต้องอดทนอยู่ให้ได้ เพราะอยู่ระหว่างขั้นตอนการเขียนฎีกา และปรึกษาทนายความให้เสร็จเพื่อยื่นให้ศาลรับรองฎีกา เพราะฉะนั้นจะยากสำหรับการอยู่ข้างใน และสุดท้ายก็ได้รับการประกันตัว   ใจหนึ่งก็อยากออกให้เร็วที่สุด ต้องยื่นฎีกาให้เร็วที่สุดเพื่อให้ได้ประกันตัว จึงต้องทำให้ดีที่สุด ภายใต้ข้อจำกัด ก็ต้องอดทนอยู่ข้างใน แนวทางต่อจากนี้ ไม่คิดอะไรเลยนอกจากไปหาแม่ก่อน ตนยังมีเวลาเล็กน้อยตามกำหนด คือ 30 วัน เพราะตอนอยู่ข้างในฎีกาอาจยังไม่รอบคอบ จากนี้ก็ต้องไปทำให้รัดกุมดีที่สุด หลังจากนั้นนายสรยุทธ ได้ขึ้นรถตู้แล้วเดินทางไปยังรพ.จุฬาฯเพื่อเยี่ยมมารดาที่รักษาตัวอยู่ทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/_E8yOL25Vns    

 24,128
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

ศาลฯให้ประกันตัว 'สรยุทธ' ยื่นหลักทรัพย์ 5 ล้าน ห้ามออกนอกประเทศ รายงานตัวทุก 3 เดือน

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง วันที่ 12 ก.ย.60 เวลา 16.00 น. ศาลได้อ่านคำสั่งของศาลฎีกา ที่ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา  และกก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 3 และน.ส.มณฑา ธีระเดช อายุ 45 ปี พนักงาน บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฎีกา หลังจากที่เช้าวันนี้ (12 ก.ย.) ได้มีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตฎีกาซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้รับคำฎีกาและสำนวนคดีทั้งหมดส่งให้ศาลฎีกาแล้ว   โดยคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวนั้น ศาลฎีกา พิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นนี้เห็นควรให้อนุญาตปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท และกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล และให้จำเลยทั้งสอง ต้องมารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ทั้งนี้ การให้ประกันตัวดังกล่าวจำเลยทั้งสองได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 5 ล้านบาท   ซึ่งคาดว่านายสรยุทธ จะเดินทางออกจากเรือนจำภายในคืนนี้ โดยสื่อมวลชนและทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ ต่างไปรอบริเวณด้านหน้าเรือนจำพิเศษในครั้งนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 64,889
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 60

'กุ๊ก กฤติกา' เข้าเยี่ยม 'สรยุทธ' ชาวเน็ตแห่โพสต์ให้กำลังใจ หลังเปิดใจไม่คิดหนี

กุ๊ก-กฤติกา ขอไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ได้เข้าเยี่ยมนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไร่ส้ม จำเลยในคดียักยอกเงินค่าโฆษณารายการคุยคุ้ยข่าว ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ อสมท. มูลค่ากว่า 138 ล้านบาท โดยศาลตัดสินจำคุก 13 ปี 4 เดือน และถูกจำคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อรอการยื่นประกันตัวเพื่อต่อสู้ในชั้นฎีกา   โดยกุ๊ก กล่าวว่าได้ไปเยี่ยมนายสรยุทธ ซื้อของที่ร้านสวัสดิการ จดรัหสสินค้าและชำระเงิน จากนั้นจนท.เรือนจำ จะส่งมอบของให้ผู้ต้องขังตามระเบียบ ยันนายสรยุทธมีกำลังใจดีและเข้มแข็ง ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบของเรือนจำ และเล่าถึงกิจวัตรประจำวัน จากนั้นโพสต์อินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่า   "ถึงเพื่อนๆที่ฝากกำลังใจให้พี่ยุทธทุกๆท่าน วันนี้กุ๊กได้นำความรู้สึกดีๆที่เพื่อนๆฝากกันมา บอกให้เจ้าตัวรับทราบเรียบร้อยนะคะ พี่ยุทธฝากขอบคุณทุกๆคนที่เป็นกำลังใจให้ พี่ยุทธบอกว่า "ไม่ต้องห่วงพี่ พี่อยู่ได้ พี่กำลังปรับตัวให้อยู่ที่นี่ให้ได้ไม่ต่างจากผู้ต้องขังคนอื่นๆ พี่ไม่ได้มาจากชีวิตที่ไม่เคยลำบาก ถ้าต้องอยู่ที่นี่ พี่อดทนได้ พี่อยู่ได้"   วันนี้ในฐานะน้องและเพื่อนร่วมงานกุ๊กได้พูดในสิ่งที่กุ๊กอยากพูด ได้ฟังในสิ่งที่อยากได้ยินจากปากพี่ยุทธเพื่อให้คลายความรู้สึกเศร้าใจที่พี่และเพื่อนคนนึงกำลังมีความทุกข์ พี่ยุทธเองก็ได้บอกในสิ่งที่อยากจะสื่อสารถึงน้อง น้องๆ เพื่อนๆ และคุณผู้ชมที่เคารพรักทุกคน บางบทสนทนาระหว่างเราพี่น้องวันนี้แม้ไม่มีคำพูดใดๆออกมา แต่เราต่างก็รับรู้และเข้าใจได้ว่า ไม่ว่าวันนี้พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ยอมรับ เรียนรู้ แล้วอยู่กับมันให้ได้ แล้ววันนึงมันก็จะผ่านพ้นไป"   ขณะที่ในโลกออนไลน์ได้แชร์ข้อความของนายสรยุทธจำนวนมาก ที่ได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊กเอมี่-เบญจวรรณ สมสิน (Amy Benjawan Somsin) โปรดิวเซอร์รายการเรื่องเล่าเช้านี้ของช่อง 3 ทีมงานคนสนิท โดยระบุว่า   “พี่ไม่เคยคิดหนี เพราะหนีไปก็ไม่จบ การหนีไม่ใช่การแก้ปัญหา หนีไปอยู่เมืองไทยคนก็จำหน้าพี่ได้หมด ไปอยู่เมืองนอกคนไทยที่อยู่เมืองนอกก็รู้จัก ถูกจับส่งตัวกลับอยู่ดี  หรือชีวิตที่เหลือต้องมาซ่อนตัวตลอดชีวิต  และอาจจะไม่ได้กลับมาเจอแม่   อยู่ในเรือนจำยังมีจุดสิ้นสุด  อยู่ในนี้ลำบากแต่ต้องค่อยๆปรับตัว พี่ได้คิดถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดแล้วว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถ้าต้องไปถึงจุดนั้น พี่ก็ต้องอยู่ให้ได้ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป ไม่ต้องห่วง พี่อยู่ได้”   เช่นเดียวกับในเพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ที่ทางแอดมินได้แชร์ข้อความดังกล่าว ส่งผลให้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจจำนวนมาก และชื่นชมว่าเป็นนักสู้ และเข้มแข็งที่ไม่คิดหลบหนี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2hgCzEa7gRY    

 42,753
สังคม-อาชญากรรม
30 ส.ค. 60

จำคุก 'สรยุทธ' 13 ปี 4 เดือน รอยื่นประกันตัว ยันสู้ถึงฎีกา คนใกล้ชิดเผยยังกำลังใจดี

ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4   ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6, 8 และ 11 กรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท กว่า 138 ล้านบาท   โดยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559 จำคุกจำเลยที่ 1 นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับจำเลยที่ 2 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด กระทงละ 2 หมื่นบาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท จำคุกจำเลยที่ 3 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 น.ส.มณฑา ธีระเดช กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1, 3 และ 4   โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้คำคุก 13 ปี 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอประกันตัว ทั้งนี้ ทางนายสรยุทธ ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจะเพิ่มหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว หลังศาลมีคำพิพากษาและทั้งนี้ นาย สรยุทธ จะขอยื่นฎีกาต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่   นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท อสมท. ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนืออีกหนึ่งสำนวน โดยยื่นฟ้องนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บริษัท อสมท / นายสรยุทธ กับพวกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไร่ส้มรวม 6 คน ฐานร่วมฉ้อโกงไป โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือ นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม นี้   ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว ซึ่งยืนหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาทแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ขณะนี้ศาลอาญาทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์   ขณะที่คนใกล้ชิดของนายสรยุทธ เปิดเผยว่านายสรยุทธไม่ได้มีอาการเครียดมาก ยังมีกำลังใจดี เพราะได้ทำใจมาบ้างแล้ว แต่ที่ต้องห่วงคือเรื่องสุขภาพ เพราะนายสรยุทธมีโรคประจำตัวคือเลือดข้น ต้องกินยาละลายลิ่มเลือดเป็นประจำ ที่ผ่านมาเคยมีอาการเลือดออกในกระเพาะและลำไส้ใหญ่ ทำให้เสียเลือดมากและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อีกทั้งมีความเป็นห่วงสุขภาพของคุณแม่ที่ขณะนี้อายุมากและกำลังป่วยหนัก ยันจะต่อสู้ในศาลฎีกาต่อไปและอยู่ระหว่างการยื่นขอประกันตัว   ด้านนายกฤช กระแสร์ทิพย์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ได้รับตัวนายสรยุทธมาควบคุมไว้ยังแดน 1 ซึ่งเป็นแดนแรกรับของเรือนจำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำประวัติผู้ต้องขัง ตรวจสุขภาพร่างกาย และเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเหมือนกับผู้ต้องขังปกติที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำระหว่างรอการพิจารณาประกันของศาล   จากการตรวจสุขภาพร่างกาย พบว่านายสรยุทธมีโรคประจำตัว คือ ไขมันและความดันสูง อีกทั้งนายสรยุทธมีความกังวลและเครียด ในเรื่องที่ไม่ได้รับการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ตนได้พบกับนายสรยุทธแล้วเพียงเวลาสั้น ๆ โดยบอกให้นายสรยุทธค่อย ๆ ปรับตัวในการใช้ชีวิตอยู่ภายในเรือนจำ ทั้งนี้ นายสรยุทธไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษจากเรือนจำแต่อย่างใด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NZNZXf2KBrg    

 19,646
สังคม-อาชญากรรม
29 ส.ค. 60

ศาลอุทธรณ์ ตัดสิน “สรยุทธ”จำคุก 13 ปี คดีเงินโฆษณาคุยคุ้ยข่าว เตรียมยื่นขอประกัน

  ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม เป็นจำเลย 1-4 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร, เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6, 8 และ 11 กรณีการยักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาในรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อสมท กว่า 138 ล้านบาท   โดยคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ. 2559 จำคุกจำเลยที่ 1 นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด กระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 30 ปี ปรับจำเลยที่ 2 บริษัท ไร่ส้ม จำกัด กระทงละ 2 หมื่นบาท รวมปรับ 1.2 แสนบาท จำคุกจำเลยที่ 3 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 น.ส.มณฑา ธีระเดช กระทงละ 3 ปี 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 20 ปี แต่ทางนำสืบเป็นประโยชน์ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 และ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษจำเลยที่ 1, 3 และ 4   โดยศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้คำคุก 13 ปี 4 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องขอประกันตัว ทั้งนี้ ทางนายสรยุทธ ได้ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจะเพิ่มหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัว หลังศาลมีคำพิพากษาและทั้งนี้ นาย สรยุทธ จะขอยื่นฎีกาต่อ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันหรือไม่   นอกจากนี้ยังมีคดีที่บริษัท อสมท ยื่นฟ้องคดีเองต่อศาลแขวงพระนครเหนืออีกหนึ่งสำนวน โดยยื่นฟ้องนางพิชชาภา อดีตพนักงาน บริษัท อสมท / นายสรยุทธ กับพวกซึ่งเป็นพนักงานบริษัทไร่ส้มรวม 6 คน ฐานร่วมฉ้อโกงไป โดยคดีอยู่ระหว่างการสืบพยาน ซึ่งศาลแขวงพระนครเหนือ นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคม นี้   ทั้งนี้ ศาลได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของนายสรยุทธ และจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว ซึ่งยืนหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาทแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้สั่งประกันต่อไป ขณะนี้ศาลอาญาทุจริตฯ ได้ออกหมายขังจำเลยทั้งหมด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำก่อนระหว่างรอฟังคำสั่งการประกันตัวจากศาลฎีกา คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์   ที่มาข่าวสด ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 21,017
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 60

'สรยุทธ' ขอบคุณศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้น ไม่รับฟ้องคดีปลอมเอกสาร นัดฟังคำพิพากษา 29 ส.ค.นี้

ศาลอุทธรณ์ยืนตามศาลชั้นต้นสั่งระงับคดีที่อัยการยื่นฟ้องบริษัทไร่ส้ม และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรณีปลอมแปลงเอกสารใบคิวโฆษณา ชี้เป็นการฟ้องซ้ำ   นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และพวกรวม 4 คน ไปที่ศาลอาญาเพื่อฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ฐานร่วมกันปลอมแปลงเอกสาร ใบคิวโฆษณา ทำให้ อ.ส.ม.ท.ได้รับความเสียหาย โดยคำฟ้องระบุว่า ทั้ง 4 คนได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารคิวโฆษณารายการ คุย คุ้ย ข่าว อ.ส.ม.ท. ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ระงับคดี และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ   ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้ตรวจสอบสำนวนแล้วเห็นว่า คดีนี้เป็นความผิดกรรมเดียวกับคดีโฆษณาเกินเวลาที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาจำคุกนายสรยุทธ 13 ปี การนำคดีมาฟ้องของอัยการโจทก์ จึงระงับไปตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา   นายสรยุทธ กล่าวภายหลังรับฟังคำสั่งว่า คดีนี้เกิดจากการตรวจสอบของผู้บริหาร อ.ส.ม.ท.เมื่อปี 2549 ที่พบว่าใบคิวโฆษณาของบริษัทไร่ส้มที่ส่งไป มีเจ้าหน้าที่ของ อ.ส.ม.ท.คนหนึ่งใช้น้ำยาลบคำผิดแก้ไขตัวเลข ทำให้ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง แต่เมื่อบริษัทไร่ส้มได้นำเอกสารต้นฉบับมาแสดง กลับพบว่าไม่มีการแก้ไข และตรงกับเอกสารที่ส่งไป และเห็นว่าคดีนี้เป็นความผิดเดียวกับคดีหลักที่ได้ฟ้องร้องกันไปแล้ว   ส่วนคดีหลัก ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ในเวลา 09.00 น. ซึ่งนายสรยุทธ ยืนยันว่า จะทำหน้าที่พิสูจน์ความจริงอย่างเต็มที่ และจะมาฟังคำพิพากษา โดยเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนศาลจะมีดุลพินิจอย่างไร ตนเองก็เคารพในคำพิพากษา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5UE_1YccuKA    

 2,900

Top