ค้นหา :

ผลการค้นหา "โดนอุ้ม"

ข่าวภูมิภาค
26 ต.ค. 62

ซ้อนแผนจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ตร.ลักพาตัวหนุ่ม เรียกค่าไถ่ 2 แสน แลกลดทอนคดียาเสพติด

กาญจนบุรี - สาวท้องแก่เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทหาร กองกำลังสุรสีห์ หลังสามีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มหายลึกลับ ก่อนเรียกค่าไถ่ 200,000 บาท ก่อนถูกซ้อนแผนจับกุมยกชุด   ทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้รับการร้องเรียนจากหญิงท้องแก่ อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน ซึ่งเป็นชาวบ้านในตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่า สามีของตน ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน ที่ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าทำการจับกุมตัว สามีของตนพร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อเวลา 21.00 นาฬิกา วันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 600 เม็ด และทางกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้มีการเจรจาต่อรองว่า จะลดจำนวนยาบ้าที่จับกุมได้จาก 600 เม็ด ให้เหลือเพียง 12 เม็ด แลกกับการให้ตน นำเงินจำนวน 200,000 บาท มาเป็นค่าไถ่ตัวสามี   ซึ่งภายหลังได้รับการร้องเรียน ทางทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้ทำการประสานไปยังชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ที่จะเดินทางมารับเงินจำนวน 200,000 บาท โดย เจ้าหน้าที่ได้วางแผนนำเงินจำนวน 200,000 บาท ที่จะนำไปมอบให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจทำการถ่ายเอกสารไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน โดยได้มีการนัดหมายส่งมอบเงิน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านดอนชะเอม โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้นำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่ถ่ายเอกสารแล้วให้กับหญิงท้องแก่รายนี้ นำไปให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่บ้านพักหลังที่ทำการนัดหมาย    โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม จับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้ในที่สุด จากการเข้าจับกุม ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน พบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก โดยผู้ต้องหาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด พร้อมกับโทรศัพท์ติดต่อไปยัง สารวัตรท่านหนึ่ง พร้อมกับแจ้งข่าวว่า เรื่องที่ทางสารวัตรสั่งให้มารับของได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว กลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว   กระทั่ง พบว่า ชายคนที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจับกุมตัว คือ นายศราวุธ สมศรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ที่ทางญาติได้เข้าร้องเรียนว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน5คน บุกเข้าทำร้ายร่างกายและอุ้มหายไปจากบ้าน ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 5 รายว่า ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกัน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชนอื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับทั้ง 2 คดีนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดที่เข้าจับกุมตัว นายสุรัช และ นายศราวุฒิ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกันด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายสุรัช และนายศราวุฒิ เป็นเพื่อนสนิทกันและช่วงเวลาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดจับกุมก็อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pesWJkAjSAk  

 3,653
อาชญากรรม
26 ต.ค. 62

ซ้อนแผนจับกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างเป็น ตร.ลักพาตัวหนุ่ม เรียกค่าไถ่ 2 แสน แลกลดทอนคดียาเสพติด

กาญจนบุรี - สาวท้องแก่เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากทหาร กองกำลังสุรสีห์ หลังสามีถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มหายลึกลับ ก่อนเรียกค่าไถ่ 200,000 บาท ก่อนถูกซ้อนแผนจับกุมยกชุด   ทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้รับการร้องเรียนจากหญิงท้องแก่ อายุครรภ์ประมาณ 5 เดือน ซึ่งเป็นชาวบ้านในตำบลดอนชะเอม อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ว่า สามีของตน ได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน ที่ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าทำการจับกุมตัว สามีของตนพร้อมพวกรวม 4 คน เมื่อเวลา 21.00 นาฬิกา วันที่ 22 ตุลาคม 2562 โดยได้ของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 600 เม็ด และทางกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ได้มีการเจรจาต่อรองว่า จะลดจำนวนยาบ้าที่จับกุมได้จาก 600 เม็ด ให้เหลือเพียง 12 เม็ด แลกกับการให้ตน นำเงินจำนวน 200,000 บาท มาเป็นค่าไถ่ตัวสามี   ซึ่งภายหลังได้รับการร้องเรียน ทางทหารกองพลทหารราบที่ 9 กองกำลังสุรสีห์ ได้ทำการประสานไปยังชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อร่วมวางแผนเข้าทำการจับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ที่จะเดินทางมารับเงินจำนวน 200,000 บาท โดย เจ้าหน้าที่ได้วางแผนนำเงินจำนวน 200,000 บาท ที่จะนำไปมอบให้กับกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจทำการถ่ายเอกสารไว้ เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีกับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน โดยได้มีการนัดหมายส่งมอบเงิน ที่บ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านดอนชะเอม โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้นำเงินจำนวน 150,000 บาท ที่ถ่ายเอกสารแล้วให้กับหญิงท้องแก่รายนี้ นำไปให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่บ้านพักหลังที่ทำการนัดหมาย    โดยเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ได้กระจายกำลังเข้าปิดล้อม จับกุมตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดได้ในที่สุด จากการเข้าจับกุม ชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน พบอาวุธปืนสั้น 1 กระบอก โดยผู้ต้องหาอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด พร้อมกับโทรศัพท์ติดต่อไปยัง สารวัตรท่านหนึ่ง พร้อมกับแจ้งข่าวว่า เรื่องที่ทางสารวัตรสั่งให้มารับของได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัว กลุ่มชายฉกรรจ์ 4 คนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว   กระทั่ง พบว่า ชายคนที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวจับกุมตัว คือ นายศราวุธ สมศรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับนายสุรัช เผือกพันธ์ด่อน อายุ 23 ปี ที่ทางญาติได้เข้าร้องเรียนว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน5คน บุกเข้าทำร้ายร่างกายและอุ้มหายไปจากบ้าน ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 03.00 นาฬิกา   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหากับกลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 5 รายว่า ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง และข้อกล่าวหา เป็นผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานร่วมกัน เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน ประโยชนอื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในตำแหน่ง ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรท่ามะกา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับทั้ง 2 คดีนี้ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดที่เข้าจับกุมตัว นายสุรัช และ นายศราวุฒิ นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกันด้วยหรือไม่ เนื่องจากนายสุรัช และนายศราวุฒิ เป็นเพื่อนสนิทกันและช่วงเวลาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 ชุดจับกุมก็อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/pesWJkAjSAk  

 3,653
ข่าวภูมิภาค
30 ก.ค. 62

ยังไม่รู้ชะตากรรม! คนร้ายอุ้มเสี่ยส่งออกสัตว์เชียงแสนเรียกค่าไถ่ ส่งคลิปปืนจ่อหัว ข่มขู่ลูกสาว ตร.รู้ที่ซ่อนแล้ว-เตรียมช่วยเหลือ

เชียงราย-นางสาวรสริน วงศ์ใหญ่ เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เชียงแสน ว่านายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ อายุ 54 ปี ประธานสมาคมส่งออกสัตว์ อ.เชียงแสน ผู้เป็นพ่อ ได้เดินทางข้ามแดนที่จุดผ่านแดนถาวร บ้านสบรวก สามเหลี่ยมทองคำ หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ข้ามฝั่งไปเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เมื่อเวลา 10.00 น. ต่อมาได้รับการติดต่อผ่านทางไลน์วีแชทว่าพ่อของตนเองถูกคนร้ายบุกชิงตัวระหว่างเดินทางใน สปป.ลาว   โดยคนร้ายส่งคลิปไปยังโทรศัพท์ของญาติ เป็นภาพนายสิงห์แก้ว ถูกยิงบริเวณต้นขาขวา มีคนถือปืนจี้หัว กับข้อความบังคับเรียกเงินค่าไถ่ตัว 5 ล้านบาท  โดยให้โอนเงินเข้าไปยังชื่อบัญชีของชายคนหนึ่ง เป็นธนาคารแห่งหนึ่งของไทย แลกกับอิสรภาพของนายสิงห์แก้ว พร้อมขู่ "ถ้าแจ้งตำรวจ ฉันจะฆ่าเธอ" ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ที่นายสิงห์แก้วใช้ติดต่อกับลูกสาว   วานนี้ (29 ก.ค.) นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย  มอบหมายให้นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จ.เชียงราย ประสานไปยังทางเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อขอให้ติดตามช่วยนายสิงห์แก้ว ซึ่งเดินทางจากประเทศไทยไปยังเมืองต้นผึ้ง ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนหายตัวลึกลับ   วันเดียวกันนางศรีวรรณ วงศ์ใหญ่ ภรรยานายสิงห์แก้ว พร้อมครอบครัว  ให้ข้อมูลกับนายอำเภอเชียงแสน คาดสาเหตุที่นายสิงห์แก้วถูกลักพาตัวเรียกค่าไถ่ว่า น่าจะเกี่ยวธุรกิจที่สามีทำอยู่ คือธุรกิจการซื้อขายน้ำตาล ที่มีการฟ้องร้องกันในศาล เป็นเงินประมาณ 13 ล้านบาท ธุรกิจการซื้อขายต้นไม้ใหญ่ ไม้ประดับ ต้นเฟื่องฟ้าใหญ่ เงินประมาณ 3 แสนบาท   นอกจากนี้ยังมีการลงทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว ที่ร่วมกับหุ้นส่วนคนจีนทั้งหมด 5 หุ้น เมื่อเดือนมีนาคม 62 ที่ผ่านมา ซึ่งนายสิงห์แก้ว เดินทางข้ามไปฝั่งลาวครั้งนี้เพื่อไปดูธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างโรงฆ่าสัตว์ เป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังจะลงทุน   จากนั้นทางครอบครัวได้เดินทางไปเมืองต้นผึ้ง สปป.ลาว ซึ่งนายไชยเสถียร เหรียญศักดิ์ รองเจ้าเมืองต้นผึ้ง  ระบุว่า นายสิงห์แก้ว ออกจากท่าเรือที่ฝั่งคิงส์โรมัน โดยมีนายสะหวาด ชาวลาวเป็นคนขับรถให้ และนายจุ๋ม หุ้นส่วนชาวจีนนั่งไปด้วย เพื่อไปดูโรงงานที่กำลังก่อสร้าง พอรถขับมาถึงเขตบ้านต้นผึ้ง มีชายฉกรรจ์ซึ่งดักอยู่ข้างทางออกมาขวางรถแล้วใช้ปืนบังคับจี้เอาตัวนายสิงห์แก้วไป    โดยทางการลาวได้ติดตามกลุ่มคนที่ลักพาตัวนายสิงห์แก้ว พอจะทราบแหล่งที่คนร้ายนำตัวไปกักขังและวางแผนเพื่อหาทางช่วยเหลือ ส่วนนายสหวาด คนขับรถให้นายสิงห์แก้ว ทางการลาว ได้ควบคุมตัวไว้สอบสวน ยังไม่มีข้อมูลว่าเกี่ยวข้องกับการจับตัวเรียกค่าไถ่หรือไม่   สำหรับนายสิงห์แก้ว เป็นนักธุรกิจชายแดนด้าน อ.เชียงแสน ที่ค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงนักธุรกิจจีนมานาน เบื้องต้นคาดว่าเป็นการทวงหนี้จากธุรกิจการส่งออก นำเข้า ที่นายสิงห์แก้วทำอยู่ ซึ่งเมื่อปีที่แล้วนักธุรกิจชาวจีนเคยแจ้งความที่ฝั่งลาว เนื่องจากมีการติดหนี้ค้างค่าน้ำตาล รวมถึงทวงหนี้ค่ากล้าไม้   ล่าสุดนายประสงค์  หล้าอ่อน  นายอำเภอเชียงแสน เผยว่า ยังไม่ทราบพิกัดว่านายสิงห์แก้วถูกจับกุมตัวไปไว้ที่ใดยังไม่เจอตัว โดยทางการลาวอยู่ระหว่างสืบสวนซึ่งได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไทยอย่างใกล้ชิด  ส่วนกลุ่มที่ลักพาตัวไปเบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มพ่อค้าชาวจีนที่ทำธุรกิจการค้าชายแดนอยู่ สปป.ลาว    อย่างไรก็ตามนายสิงห์แก้ว เป็นประธานสมาคมส่งออกสัตว์เชียงแสน ได้ทำการค้าขายกับพ่อค้าชาวจีน ส่งออกโค กระบือ สุกร ซึ่งธุรกิจนี้ที่ อ.เชียงแสน ถือเป็นการส่งออกรายใหญ่ เฉพาะเดือน มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา พบว่ามีการส่งออกโค กระบือ ไปแล้ว 1,540 ตัน มูลค่ากว่า 133 ล้านบาท   ทั้งนี้ล่าสุด ทางญาติได้โอนเงินค่าไถ่ 5 ล้านเข้าบัญชีตามที่คนร้ายเรียกร้องแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบกลับใดๆจากทางฝั่งคนร้าย ทำให้ยังไม่ทราบว่านายสิงห์แก้วถูกปล่อยตัวมาแล้วหรือยัง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pzVGYoMRBQc

 4,545
ข่าวภูมิภาค
05 มิ.ย. 62

หนุ่ม 16 ถูกแก๊งโจ๋ลูกผู้มีอิทธิพลอุ้มไปซ้อม ระบายแค้นทำน้องสาวท้อง

ชลบุรี-ผู้ปกครองร้องเรียนว่านายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง ถูกทำร้ายจากชายวัยรุ่น จำนวน 8 คน จนได้รับบาดเจ็บตามร่างกายบริเวณชายโครง ศีรษะ ด้านหลัง และช้ำในจากการถูกเท้ากระทืบ   โดยผู้เสียหายบอกว่ามีกลุ่มวัยรุ่นชาย มากันทั้งหมด 8 คน เข้ามาล็อคตัว อุ้มตัวขึ้นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์สีขาว แล้วทำร้ายจนสลบ มารู้ตัวอีกที มาพบกับพี่ชายของแฟนเก่า ภายในซอยสุเหล่า ตำบลนาเริก จากนั้นก็ช่วยกันใช้เท้ากระทืบเข้าที่ท้องและหน้าอก ก่อนจะนำมาปล่อยที่ร้านสะดวกซื้อ ในเขตอำเภอพนัสนิคม ส่วนสาเหตุคาดมาจากที่ตนมารู้ว่าแฟนเก่าท้อง พยายามจะมารับผิดชอบ แต่พี่ชายไม่ต้องการให้ยุ่งเกี่ยวแถมขู่ต่างๆ นาๆ ว่าไม่กลัวตำรวจ   ขณะที่ทางผู้ปกครองของผู้บาดเจ็บออกมาเผยว่า หวั่นเกรงว่าลูกจะได้รับอันตรายซ้ำอีก จากที่ทราบมาว่ากลุ่มของผู้ก่อเหตุเป็นคนมีฐานะ และเป็นผู้กว้างขวาง จึงกลัวที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เลยมาร้องสื่อ เพื่อต้องการให้ตำรวจ จับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้   ต่อมาทาง พ.ต.ท.ไพรัช หาสิน หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.พนัสนิคม ได้เรียกทางผู้ถูกกระทำ มาทำความเข้าใจ ในเรื่องของขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นเยาวชน อายุ ต่ำกว่า 18 ปี ไปสอบสวนร่วมกับ สหวิชาชีพ อัยการ ตำรวจและผู้ปกครอง ย้ำจะให้ความเป็นธรรม เรียกผุ้ก่อเหตุมาดำเนินคดีร่วมกันทำร้ายร่างกาย และกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้ปราศจากเสรีภาพ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/txz6OOnatp8

 1,651
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์

นางสาวปวริศา อภินันท์รัตนกุล อายุ 34 ปี เดินทางเข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปราม ให้ติดตามตัวนายวันชาติ อภินันท์รัตนกุล อายุ 44 ปี อดีตสามี ที่หายตัวไปจาก ห้องพักท่าดินแดงซอย 1 ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา   ตรวจสอบห้องพัก พบว่าภายในห้องเปิดไฟ วิทยุทิ้งไว้ แต่ไม่พบนายวันชาติอยู่ที่ห้องพัก ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ส่วนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงกระเป๋าสตางค์ และโทรศัพท์มือถือที่ชาร์จทิ้งไว้ มีเพียงกุญแจห้อง และกุญแจรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เท่านั้นที่หายไป ตนเองจึงได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบุปผารามในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา   ทั้งนี้ที่ผ่านมา อดีตสามีไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่เชื่อว่าสาเหตุของการหายตัวไปครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอลออนไลน์ เพราะจากที่เพื่อนของนายวันชาติเล่าให้ตนฟัง คือ มักจะไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนจ่ายค่าพนันบ้าง รวมถึงครั้งล่าสุดที่ตนเองพบกับนายวันชาติ คือเมื่อวันที่ 15 เมษายน นายวันชาติ มาขอยืมเงินจากตนเองจำนวน 300 บาท   ซึ่งในวันนั้นอดีตสามี ได้มาพบลูก และแม่ของตน ก่อนจะพูดกับลูกว่า อย่าดื้อกับยายนะ แล้วก็น้ำตาซึม ทั้งนี้ไม่เชื่อว่านายวันชาติ ตั้งใจหายตัวไปเอง เพราะเจ้าตัวรักลูกมาก และสามารถจำเบอร์โทรศัพท์ของแม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากหายตัวไปเองจะต้องโทรศัพท์มาบอกแม่บ้าง หรือติดต่อกลับมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสใดๆ ทั้งสิ้น   ส่วนบุคคลที่ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับการหายตัวไปของอดีตสามีคือ เพื่อนผู้ชายของอดีตสามี ที่ทำงานเก่า ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่โทรศัพท์มาในคืนวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะหายตัวไป ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ได้ออกหมายเรียกให้มาพบครั้งแรกแล้ว แต่ก็ยังไม่มาพบ ซึ่งตนเองกังวลเรื่องความปลอดภัยของอดีตสามี จึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามตัวอดีตสามีกลับมา   โดยเมื่อวานนี้ (20 พ.ค.) ได้นำภาพถ่าย และเอกสารทางราชการของสามี มามอบให้กับตำรวจกองปราบปราม ส่วนวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่พักของอดีตสามีนั้นไม่สามารถใช้งานได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2ub_xKKZGYg

 1,183
สรุปข่าว
21 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 21 พ.ค.62 กังวลมือถือหัวเว่ยโดนแบน-ลูกสาวครูชลธีเปิดใจ-โผโควต้า รมต.ขั้วพลังประชารัฐ

-พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเลี้ยงโต๊ะจีน 700 โต๊ะ ทรงขอบใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ณ สนามเสือป่า ภายใต้ชื่องาน 'พระราชทานเลี้ยง ทรงขอบใจ ร่วมแรงร่วมใจถวายงาน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก' มีเจ้าหน้าที่หน่วยราชการในพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จิตอาสา มาร่วมงานกว่า 7 พันคน บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริง   -ผู้ใช้มือถือหัวเว่ยป่วน พิษสงครามการค้าสหรัฐ-จีนลุกลาม กูเกิลประกาศระงับทำธุรกิจกับหัวเว่ย ส่งผลให้มือถือรุ่นใหม่ของหัวเว่ยไม่สามารถใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ทั้ง Play Store, Google map, Gmail  ด้านหัวเว่ยแถลงยังให้บริการอัพเดทความปลอดภัยและบริการหลังการขายกับอุปกรณ์ในปัจจุบันต่อไป   มีรายงานว่าหัวเว่ยซุ่มพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองชื่อ Hongmeng มาตั้งแต่ปี 2012 นอกจากนี้บริษัทชิปในสหรัฐฯอื่นๆร่วมด้วย ไม่ส่งชิปให้หัวเว่ย ขณะที่รัฐบาลจีนอาจตอบโต้ไม่ส่งแร่แรร์เอิร์ธ สำหรับใช้ผลิตชิปมือถือไปยังสหรัฐฯ #Huawei ขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทวิตเตอร์ในไทย ผู้ใช้กังวลโดนแบน หัวเว่ยซุ่มคิดระบบปฏิบัติการ hongmeng ใช้แทนแอนดรอยด์ จีนโต้เผ็ด ขู่งดส่งแร่ผลิตชิปให้สหรัฐฯ พาณิชย์สหรัฐฯชะลอแบน 'หัวเว่ย' 90 วัน จนถึง 19 ส.ค.2019    -ภูมิใจไทยมีมติมอบอำนาจให้อนุทิน หัวหน้าพรรค ประสานงานกับ 2 พรรคที่ยังไม่มีมติชัดเจน ได้แก่ ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา ในการจัดตั้งรัฐบาล ชี้สมาชิกพรรคอยากอยู่ฝ่ายเดิมเพื่อให้ทำงานต่อเนื่อง แต่บางส่วนอยากให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้าม โดยจะเชิญ 2 พรรคมาหารือเพื่อความชัดเจนก่อนการเลือกปธ.สภา ย้ำจุดยืนพรรค 4 ข้อคือเทิดทูนสถาบัน-ไม่สร้างความขัดแย้ง-รับนโยบายพรรคไปเป็นนโยบายรัฐบาล-ต้องเป็นรัฐบาลเสถียรภาพ มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง   อนุทินชี้ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งรัดตัดสินใจ เพราะพรรคอื่นยังรอได้ถึง 24 พ.ค. ย้ำรัฐบาลต้องมีเสียงเกินครึ่ง รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่มีภูมิใจไทยแน่นอน มติภูมิใจไทยให้ 'อนุทิน' ประสานตั้งรัฐบาล ยันอยู่ฝ่ายเสียงข้างมาก   -ประชาธิปัตย์จัดประชุมพรรคหลังได้กรรมการชุดใหม่ จุรินทร์ยันพรรคยังไม่กำหนดวันประชุม ส.ส.เพื่อตัดสินใจเรื่องร่วมรัฐบาล ชี้เสนอข่าวบัญญัติเป็น ปธ.สภาเป็นเพียงกระแสข่าว ตอนนี้ยังไม่หารืออะไรทั้งสิ้น อะไรที่เคยพูดไว้กับ ปชช.ต้องนำมาพิจารณา ปชป.ดึงเวลาเลือกข้าง อ้างจัดทัพ ยัน 'อภิสิทธิ์' ไม่ลาออก รอลุ้นเป็นนายกฯ    -โผโควต้ารัฐมนตรีขั้วพลังประชารัฐ บิ๊กป้อมเป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง+รมว.กลาโหม, สมคิดรองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ, วิษณุรองนายกฯฝ่ายกฎหมาย, อนุพงษ์ รมว.มหาดไทย, ดอน รมว.ต่างประเทศ, อุตตม รมว.คลัง, สนธิรัตน์ รมว.พาณิชย์, สมศักดิ์ รมว.เกษตร, ณัฏฐพล รมว.คมนาคม, อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม, พุทธิพงศ์ รมว.ดีอี, สุชาติ ชมกลิ่น รมช.อุตฯ, กอบศักดิ์/สุวิทย์ รมต.สำนักนายกฯ   โควต้าพรรคภูมิใจไทย รมว.+รมช.สาธารณสุข,รมช.คมนาคม+มหาดไทย+เกษตร+คลัง+พาณิชย์ ชาติไทยพัฒนาได้ รมว.ทรัพยากร+ รมช. 1 กระทรวง ซึ่งจากโผทั้งหมดมีความเป็นไปได้ว่าบิ๊กตู่มีส่วนร่วมตัดสินใจ เปิดโผ ครม.พลังประชารัฐ นั่งกระทรงเกรดเอ 'ตู่-ป้อม-ป๊อก-สมคิด-วิษณุ' อยู่ครบ   -พาณิชย์เอาจริง จัดการรพ.เอกชนรักษาแพง หลังผู้ป่วยร้องเรียน ท้องเสียโดนค่ารักษา 3 หมื่นบาท หากชี้แจงไม่ดุถือว่าค้ากำไรเกินควร โทษ 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท เตรียมเชิญ 70 รพ.เอกชนให้ข้อมูลราคายาแพงเกินจริง หากชี้แจงไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย เรียกสอบ รพ.เอกชน หลังโดนร้องเรียน ฟันค่ารักษาท้องเสีย 3 หมื่น    -เมียร้องกองปราบหาอดีตสามี หลังหายตัวลึกลับนานนับเดือน ห้องพักเปิดไฟ-วิทยุทิ้งไว้ มือถือชาร์จในห้อง คาดปมติดพนันออนไลน์ พูดเป็นลางน้ำตาคลอบอกลูกชายให้อยู่กับยายทำตัวดีๆ สงสัยเพื่อนอดีตสามี หลังโทรหาเป็นสายสุดท้าย ตร.ออกหมายเรียกแล้ว ยังไม่มาพบ สาวร้องกองปราบ ตามตัวอดีตสามีหายไปกว่า 1 เดือน คาดเอี่ยวพนันออนไลน์    -แม็ก โสภณ ดารารุ่นใหญ่ ชี้แจงกองปราบไม่ใช่แก๊งแอบอ้างเป็น พล.อ.เก๊ ร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋ว ยันรู้จักแค่ผิวเผิน เห็นคนเรียกท่านชายก็เรียกตาม ไปร่วมงานวันเกิดบิ๊กจิ๋วเป็นประจำแล้ว ไม่รู้เรื่องใดๆทั้งสิ้น เป็นคนไทยเคารพสถาบัน ดารารุ่นใหญ่ 'แม็ก โสภณ' แจงสัมพันธ์พลเอกเก๊ ปัดเอี่ยวหมิ่นเบื้องสูง    -สธ.แจ้งความถึงที่สุด เหตุตีกันใน 2 รพ. โดยที่ รพ.เหล่าเสือโก้ก อุบลฯ จับแล้วหนุ่มใหญ่คนก่อเหตุ โดน 4 ข้อหาพร้อมชดใช้เครื่องวัดคลื่นหัวใจมูลค่า 2.5 แสนที่ทำเสียหาย   ส่วน รพ.เลิงนกทา ยโสธร จับได้เช่นกัน แต่ ผกก.โดนสั่งย้าย เพราะไม่ระงับเหตุได้ทันท่วงที ผบ.ตร.กำชับทุกพื้นที่ ตร.เฝ้าระวังป้องกันเหตุซ้ำอีก   รวบชายตีอริคา รพ.ในอุบลฯ แถมชดใช้เครื่องวัดหัวใจ 2 แสน - สั่งย้าย ผกก.เลิงนกทา ระงับเหตุไม่ทันท่วงที   -จับลุงวัย 72 เจ้าของนาที่กาฬสินธุ์ เอาศพพี่น้อง 2 คนไปทิ้งริมน้ำ หลังถูกไฟช็อตในที่นา สารภาพขึงลวดปล่อยไฟป้องกันหนูนา เห็นศพถูกไฟช็อต ตกใจคิดไรไม่ออกเลยเอาศพไปทิ้ง ตร.ตั้ง 2 ข้อหาประมาททำให้คนอื่นเสียชีวิต-ปิดบังซ่อนเร้นศพ รวบพ่อเฒ่าเจ้าของนา โยนศพ 2 พี่น้องทิ้งริมน้ำชี หลังถูกไฟล้อมรั้วที่นาช็อตดับ    -หนุ่มเมืองคอนเคราะห์ร้ายปีนเก็บมะม่วง พลาดกิ่งหักร่วงมาโดนเหล็กเสียบเข้าโคนขาขวาทะลุอวัยวะเพศ ปลายเหล็กไปโผล่โคนขาซ้าย ร้องครวญครางเจ็บปวด กู้ภัยเข้าช่วยนำส่ง รพ.ในสภาพเหล็กยาว 1 ฟุตยังเสียบคาอวัยวะเพศ หวาดเสียว! หนุ่มเคราะห์ร้าย ปีนเก็บมะม่วง กิ่งหักร่วงจากต้น ถูกเหล็กเสียบขาทะลุอวัยวะเพศ   -ลูกสาวครูชลธีเปิดใจหลังพ่อฟ้องหย่าภรรยา ไปอยู่กับสาวคนสนิทรุ่นลูก เผยพ่อเปลี่ยนไปมาก ปิดบังตัวเองไม่ยอมฟังใคร เตือนมาตลอด สุดท้ายติดต่อไม่ได้เหมือนโดนบล็อคเบอร์ เชื่อคนข้างๆเป็นคนทำ เคยคุยกับสาวคนใหม่อย่าเล่นเฟซ ขอให้คบกันอย่าเปิดเผยได้ไหม เป็นห่วงภาพลักษณ์พ่อแต่ก็ไม่ฟัง ลูกสาวเผยติดต่อ 'ครูชลธี' ไม่ได้ เชื่อสาวคนใหม่บล็อกเบอร์-โพสต์เฟซอยากมีตัวตน    -สังคมชื่นชมหมอมน สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทารกคลอดบนถนน หลังแท็กซี่ไม่ยอมไปส่ง รพ. เจ้าตัวคิดไม่ถึงเป็นคนดังชั่วข้ามคืน รักษาสัตว์มา 10 ปี ไม่เคยทำคลอดคนมาก่อน ใช้ความรู้ทำคลอดหมาแมวมาช่วยชีวิตเด็ก เปิดใจ 'หมอมน' สัตวแพทย์นางฟ้า ช่วยทำคลอดเด็กทารกรอดตาย    -ระทึกกลางกรุง เก๋งพุ่งชน 7-11 หนุ่มยืนเติมเงินถูกชนเจ็บ สาวคนขับบอกตั้งใจจะถอยจอด แต่รถดันพุ่งไปข้างหน้า เก๋งพุ่งทะลุเซเว่นพังยับ หนุ่มยืนเติมเงินซวยเลือดโชก สาวคนขับมึนบอกรถพุ่งเดินหน้าไปเอง    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/cqIjos-PlHc

 2,596
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ค. 61

สาวถูกอุ้มเรียกค่าไถ่เครือข่ายยาบ้า หายตัวลึกลับหลังเข้าร้องเรียน ผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ ตอนนี้ยังไม่พบตัว

กาฬสินธุ์-จากกรณี น.ส.ประภาพรรณ ภูอุทา หรือโอปอ อายุ 26 ปี หญิงสาวในกล้องวงจรปิดซึ่งถูก 5 คนร้าย กระชากหัวอุ้มขึ้นรถ เป็นผู้เสียหายในคดีเรียกค่าไถ่เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้เข้าพบนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 เพื่อร้องขอความเป็นธรรมถึงห้องผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาบ้า ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม   ซึ่งภายหลังพบผู้ว่าราชการจังหวัด และนำข้อมูลร้องขอความเป็นธรรมกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำตัวมาเพื่อทำบันทึกจับกุม และ ส่งตัวไปที่ สภ.เมืองมหาสารคาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   ล่าสุดได้เกิดกระแสข่าวลือจากโลกออนไลน์ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า น.ส.ประภาพรรณ  ผู้เสียหายในคดีเรียกค่าไถ่ แต่ปัจจุบันตกผู้ต้องหาคดีค้ายาบ้า ตามหมายศาลจังหวัดมหาสารคาม ได้ล่องหนหายตัวไปอย่างลึกลับระหว่างที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ รับตัวออกจากศูนย์ดำรงธรรมหลังผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดโอกาสให้เรียกร้องความเป็นธรรมนั้น   เบื้องต้นได้สอบถามไปยัง พ.ต.อ.ชัยโรจน์ นาคราช ผกก.สภ.เมืองมหาสารคาม ทราบว่า น.ส.ประภาพรรณ ยังไม่ถูกส่งตัวไปยัง สภ.เมืองมหาสารคาม ซึ่งตำรวจเมืองมหาสารคามก็ยังคงรออยู่ โดยไม่รู้ว่าหลบหนีหรือไม่   ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามทราบจากแหล่งข่าวว่า น.ส.ประภาพรรณ ได้แอบหลบหนีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ขณะอยู่ในห้องชุดสืบสวนไปจริงหรือไม่ แต่ไม่มีใครกล้าให้ข้อมูล โดย พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้ปิดประตูประชุมนายตำรวจ และชุดสืบสวนฯ ซึ่งเข้าไปรับตัว ผู้ต้องหาที่ศูนย์ดำรงธรรม             ด้าน พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า การหายตัวไปอย่างลึกลับได้รับทราบจาก นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจาก น.ส.ประภาพรรณ ได้เข้าไปมอบตัวและขอความเป็นธรรมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาที่ต้องส่งตัวไป สภ.เมืองมหาสารคามหายไป กรณีนี้ได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด และให้เร่งติดตามหาตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนแล้ว ในส่วนของที่จะมีการปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่ คงจะต้องขึ้นอยู่กับการสอบข้อเท็จจริงต่อไป   สำหรับกรณีการหายตัวไปของ น.ส.ประภาพรรณ หรือโอปอ ภูอุทา ผู้ต้องหาคดียาบ้านั้น กลายเป็นเรื่องที่ประชาชนที่ติดตามข่าวทางโลกโซเชียลให้ความสนใจ เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ต้องหารายนี้ ยังได้โพสต์เฟซบุ๊ก และมีการอ้างถึงเครือข่ายค้ายาเสพติดซึ่งจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดยุทธการฟ้าแดดสงยาง ปราบปรามยาเสพติดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tX9KeKG0ohA

 3,386
สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 61

เจ้าของเต็นท์รถ จ่อเจรจาคืนรถ-ยกหนี้ให้ 2 ผัวเมียโดนอุ้ม แลกกับให้ประกันตัวลูกน้อง วอนเห็นใจมีลูกเล็ก

ความคืบหน้ากรณี 3 พ่อแม่ลูก เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเลย ว่าถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้อาวุธข่มขู่ อุ้มทั้ง 3 คนขึ้นรถ จากหน้าโรงเรียน โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ โดยฝ่ายที่ถูกอุ้มอ้างว่า รับจ้างเป็นคนชี้เป้าให้ไฟแนนซ์ยึดรถ แล้วไปยึดรถของกลุ่มผู้มีอิทธิพล จนถูกอุ้ม พร้อมข่มขู่เอาชีวิต   ด้านเจ้าของเต็นท์รถ ก็ออกมาตอบโต้ว่า ชาย 4 คนในคลิปเป็นลูกน้อง ที่ทางเต็นท์ส่งไปทวงรถคืน หลังสองสามีภรรยาเป็นมิจฉาชีพ นำรถมาจำนำ แล้วออกอุบายขอไถ่รถคืน ก่อนใช้กุญแจสำรอง ไขรถขับหลบหนีไป จนถูกตามตัวเจอ ทางเต็นท์จึงไปขอยึดรถคืน โดยไม่ได้มีการใช้กำลังแต่อย่างใด   อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย ทำการออกหมายจับ ชาย 2 จากทั้งหมด 4 คนที่ปรากฎในภาพวงจรปิด โดยระบุว่าแม้ฝ่ายเต็นท์รถจะแย้งว่าสองสามีภรรยาเป็นมิจฉาชีพที่ขโมยรถมา ก็ถือเป็นคนละกรณีกัน ส่วนคดีอาญาเรื่องการข่มขู่ หรือปล้นทรัพย์ ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย จนกระทั่งนำชาย 2 คนไปฝากขังต่อศาลจังหวัดเลยในที่สุด   ล่าสุดวานนี้(24 ม.ค.) ทีมข่าวได้รับการติดต่อจากนายเก่ง เจ้าของเต็นท์รถย่านลำลูกกา เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจจะนัดหมาย 2 สามีภรรยา มารับรถคืน โดยตนจะคืนรถ พร้อมยกหนี้ให้ทั้งหมด และจะเจรจากับคู่กรณีขอไม่ให้คัดค้านการประกันตัวลูกน้องของตน   นายเก่งบอกอีกว่า ตนไม่อยากให้สังคมมองว่า ที่ตนยอมยกหนี้ให้ เป็นเพราะตนยอมแพ้ หรือยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด แต่สาเหตุที่ต้องยอม เพราะสงสารลูกน้อง ล่าสุดศาลยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดย 1 ในลูกน้องที่ถูกจำคุกอยู่ มีลูกน้อยวัยเพียง 9 เดือน หากถูกจำคุกโทษหนัก จะไม่มีใครดูแลครอบครัว   อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวสอบถามไปยังทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ในแง่ของข้อกฎหมาย ทนายให้ข้อมูลว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ไม่อาจยอมความได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีนี้เป็นความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน แม้ทางเต็นท์รถจะแย้งว่าไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้าย หรือข่มขู่ แต่ก็ต้องหาหลักฐานมาแย้งในกระบวนการตามขั้นตอนอยู่ดี   ส่วนประเด็นที่ศาลคัดค้านประกันตัวนั้น เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ที่บอกว่าสะเทือนขวัญเพราะมีภาพวงจรปิด จับภาพได้ชัดเจน ว่ากลุ่มของเต็นท์รถ พาตัวทั้งครอบครัว ที่มีเด็กอยู่ด้วย ขึ้นรถไปจากหน้าโรงเรียน  การที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว จึงถือว่าไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y1stKuE0og    

 69,096
สังคม-อาชญากรรม
23 ม.ค. 61

เจ้าของเต็นท์รถขอความเป็นธรรม ปัดอุ้มพ่อแม่ลูกกลาง ร.ร. ผู้เสียหายโผล่แฉตระเวนหลอกลวงโชกโชน

จากคดีคนร้ายอุ้มพ่อแม่ลูก ที่โรงเรียนบ้านฟากนา ต.นาอาน อ.เมือง จ.เลย ขณะนำลูกไปส่งในโรงเรียนถูกชายฉกรรจ์ 4 คน ใช้อาวุธปืนบังคับให้ขึ้นรถเก๋งสีดำ หมายเลขทะเบียน กน 5903 ได้สร้างความตระหนกตกใจ ทั้งครูและผู้ปกครองและนักเรียน   ในเวลาต่อมาพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุคือเจ้าของเต็นท์รถที่อ้างว่าถูก สามีภรรยาคู่นี้หลอกลวง ฉ้อโกงจึงได้มาเจรจา ทำให้คดีนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือคดีอุ้มที่ จ.เลย และคดีหลอกลวงที่ กทม.   ด้านเจ้าของเต็นท์รถ ระบุลูกน้อง 2 คนที่ถูกออกหมายจับไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ในวันเกิดเหตุเพียงนัดมาเจรจาเท่านั้น ไม่มีการทำร้ายร่างกายใดๆ   นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีกราย ระบุสองสามีภรรยานี้มีอาชีพขายลอตเตอรี่ ที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีนิสัยพูดจาไพเราะ มักมีพฤติกรรมชอบหลอกลวง มักยืมเงินคนแก่คนเฒ่า ทำให้มีคนถูกหลอกมาหลายราย บางรายเสียหายถึงหลักแสน เมื่อทวงถามก็ปฏิเสธ ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องร้องดำเนินคดีเอาเอง ชี้เป็นมิจฉาชีพที่ก่อเหตุหลายจังหวัด แต่ไม่ถูกจับกุม    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SdBiRtnzJ0Y    

 20,418
สังคม-อาชญากรรม
11 ส.ค. 60

'เสี่ยมีน' เบี้ยวพบ ตร.คดีโดนอุ้ม สาวโผล่แฉเพิ่ม โดนลักทรัพย์กลางทริปทำบุญ พ่อตัดหางปล่อยวัดไม่ขอรับรู้

ตำรวจห้วยขวางระบุ เสี่ยมีน หรือ นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี นักธุรกิจเต้นท์รถมือสอง เบี้ยวให้ปากคำเพิ่มเติมคดีตัวเองถูกอุ้มปล้นทรัพย์ 3 ล้านบาท โดย ตร.ติดต่อไม่ได้ ทั้งนี้เตรียมออกหมายเรียก ชี้ไม่เป็นผลดีต่อตัวเองหากไม่ยอมให้ปากคำ ขณะที่ทางคู่กรณียันถูกเสี่ยมีนหลอก ปัดเข้าอุ้ม แต่แค่จะจับตัวมาเจรจา   ทั้งนี้ล่าสุดมีผู้เสียหายออกแฉเสี่ยมีน เพิ่มเรื่อยๆ ล่าสุด สาวนักธุรกิจวัย 26 ปี ได้ร่วมทริปทำบุญ ถูกเสี่ยมีนลักทรัพย์ขณะฝากเฝ้ากระเป๋าตอนเข้าห้องน้ำ ได้เงินไป 1 หมื่น พร้อมของเพื่อนร่วมทริปอีกหลายราย เมื่อทวงถามก็อ้างว่าขอยืมเงินก่อนแล้วจะใช้ให้ภายหลัง แต่จากนั้นก็บล็อคการติดต่อ ทางเหยื่อจึงเตรียมรวมตัวร้องกองปราบ ชี้เป็น 18 มงกุฎระดับประเทศ อีกทั้งชอบถ่ายรูปรถหรูของคนอื่น มาแอบอ้างโพสต์โชว์ในโลกออนไลน์ นอกจากนี้มักตีสนิทกับหญิงสาวหน้าตาดีหลายคน ก่อนจะทำการลักทรัพย์และหลอกลวง   ขณะที่พ่อเสี่ยมีน ไม่ขอรับรู้พฤติกรรมลูกชาย เพราะแยกทางกับภรรยามาตั้งแต่เสี่ยมีนอายุ 11 ปี ชี้เป็นเรื่องส่วนตัว ใครทำผิด ให้ไปชดใช้เอง เนื่องจากเสี่ยมีนอายุ 21 ปีแล้ว ไม่ใช่เยาวชน ขอสื่อเลิกตาม เพราะกระทบกับครอบครัวใหม่ เนื่องจากใช้นามสกุลเดียวกัน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aANHSrczaSc

 34,449
สังคม-อาชญากรรม
10 ส.ค. 60

'มาร์ค' ปัดอุ้ม 'เสี่ยมีน เต้นท์รถ' แจงโดนโกงเงินซื้อรถนับล้าน เชื่อทำเป็นขบวนการ

เปิดใจนายมาร์ค กันตพิชญ์ นักธุรกิจขายจิวเวลลี่ ผู้ต้องหาอุ้มเสี่ยมีน นายธนบดี จิตตา อายุ 21 ปี นักธุรกิจเต้นท์รถมือสอง ซึ่งนายมาร์คยันจะสู้คดีอย่างถึงที่สุด พร้อมชี้แจงแบบหนังคนละม้วน ระบุตนถูกนายมีนโกงเงินหลอกขายรถสปอร์ตและยักยอกรถเบนซ์ที่ฝากขย รวมความเสียหายกว่า 1.5 ล้าน เมื่อทวงถามก็คุยกันไม่รู้เรื่อง   ยืนยันว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้เป็นการอุ้ม แต่ทางนายมาร์คได้ให้ทีมเซฟตี้จับตัวเสี่ยมีนไปส่งตำรวจตามหมายจับ ทั้งนี้ยอมรับว่าดำเนินการข้ามขั้นตอนที่ไปจับตัวมาก่อน   อย่างไรก็ตามเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นขบวนการ มีผู้อยู่เบื้องหลัง 2-3 คน ไม่ใช่เสี่ยมีนที่ทำคนเดียว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TJX0_eGeqvw    

 9,023
สังคม-อาชญากรรม
09 ส.ค. 60

สาวศรีสะเกษหน้าตาดี หายตัวลึกลับกว่าเดือน ล่าสุดเจอเก๋งโผล่จอดในอู่ พ่อหวั่นถูกคนมีสีอุ้มฆ่า

ศรีสะเกษ-พ่อเข้าร้องทุกข์กับสื่อมวลชนว่า น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ลูกสาวซึ่งรับราชการในตำแหน่ง ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ ได้หายตัวไปพร้อมด้วยรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ปล่อยทิ้งให้ลูกสาว อายุ 8 ขวบ อยู่กับพ่อและตายายมานานกว่า 1 เดือนแล้ว   โดยในวันเกิดเหตุ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้โทรศัพท์แจ้งให้บิดา ไปรับลูกสาวให้ด้วย จากนั้นก็ได้หายตัวไปโดยไม่ยอมรับโทรศัพท์จากครอบครัว ญาติพี่น้องอีกเลย   ทั้งนี้มีข้อมูลว่ามีนายทหารคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่ใกล้เขาพระวิหาร ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับ น.ส.จุฑาภรณ์ ทั้งที่นายทหารคนดังกล่าวมีภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งหลังจากที่ น.ส.จุฑาภรณ์หายตัวไป จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของ น.ส.จุฑาภรณ์ พบว่า มีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของแม่นายทหารคนดังกล่าวหลายครั้ง รวมทั้งมีการส่งไลน์มาขอให้ญาติพี่น้องโอนเงินให้ครั้งละ 20,000 บาท จำนวนหลายครั้ง รวมแล้วเป็นเงินกว่า 300,000 บาท โดยที่ น.ส.จุฑาภรณ์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ของญาติพี่น้องแต่อย่างใด   ซึ่งโดยปกติ น.ส.จุฑาภรณ์เป็นคนที่รักลูกสาวมาก เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงคาดว่าลูกสาวอาจจะโดนคนมีสีอุ้มไปฆ่าล้างหนี้ เพราะว่าเคยเข้าไปทวงหนี้กับคนมีสีคนหนึ่งที่ยืมเงินไปจำนวนมาก แล้วไม่ยอมส่งคืน เนื่องจากคนมีสีดังกล่าวมีพฤติกรรมในการติดการพนันฟุตบอลอย่างหนักและมีหนี้สินรุงรัง อีกทั้งขณะที่หายตัวไปมีการโอนเงินจากบัญชีของ น.ส.จุฑาภรณ์เข้าบัญชีของคนมีสีดังกล่าวอีกด้วย จึงอยากขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามลูกสาวของตนให้ด้วย และหากว่า น.ส.จุฑาภรณ์ยังมีชีวิตอยู่ ขอให้ติดต่อกับครอบครัวโดยด่วน เนื่องจากว่าพ่อแม่ ญาติพี่น้องทุกคน โดยเฉพาะลูกสาวของ น.ส.จุฑาภรณ์คิดถึงแม่มาก นอนร้องไห้ทุกคืน   ขณะที่ล่าสุดทาง ตร.ได้สามารถติดตามตรวจยึดรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ของ น.ส.จุฑาภรณ์ ได้แล้ว   ซึ่งจะทำการสอบสวนว่า รถคันนี้ซึ่งมีการขายต่อกันมาแล้ว 3 ราย โดยรายแรกที่นำเอารถมาขายนั้น เป็นใครมาจากไหน ได้รถมาอย่างไร ซึ่งขณะนี้ได้ข้อมูลเบาะแสสำคัญมากหลายส่วนแล้ว มีการเอาไว้หลายประเด็นด้วยกันเช่น ชู้สาว ความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สิน ปัญหาในการทำงาน ซึ่งทุกประเด็นมีน้ำหนักมากเท่าๆ กัน   ด้านเพื่อนที่ทำงานเปิดเผยว่า น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นคนที่มีความรับผิดชอบในการทำงานสูงมาก อัธยาศัยดี ไม่เคยมีเรื่องราวโกรธเคืองกับผู้ใด มีการนำเงินมาให้เจ้าหน้าที่ในสำนักงานยืมจำนวนประมาณ 20,000 บาท เคยได้ยินบ่นเพียงว่า หมุนเงินไม่ทัน เนื่องจากว่า ต้องนำเอาเงินไปใช้ในการก่อสร้างบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/DRjVSxurSYA  

 10,182

Top