ค้นหา :

ผลการค้นหา "คู่อริ"

สังคม
05 ม.ค. 63

คู่อริกิ๊ฟโต้ "ป้องกันตัว ไม่เคยหาเรื่องทำร้ายก่อน" ปมใช้มีดสปาต้าฟันหัวพ่อคู่กรณี - โหนกระแสแต่เช้า

โหนกระแสแต่เช้า ตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับ หนุ่ม กรรชัย และ สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์... ในประเด็นที่นายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี ถูกวัยรุ่น คู่อริของลูกชายจำนวน 3 คน รุมทำร้ายใช้มีดสปาต้าฟันที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส    ล่าสุด ผู้ก่อเหตุออกมาโต้ข่าวอ้างผู้บาดเจ็บใช้ด้ามเสียมตีเข้าที่ศีรษะตนก่อน และก่อนหน้านี้ตนไม่ได้มีการไปหาเรื่องคู่กรณีแต่อย่างใด เรื่องที่คู่กรณีกล่าวหาว่าไปหาเรื่องทำร้ายก่อนหน้านั้น เป็นเพียงการคิดไปเองของคู่กรณี

 491
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

3 วัยรุ่นฟันหัวพ่ออริเจ็บสาหัสแจงทำไปเพื่อป้องกันตัว

ขอนแก่น-จากกรณีนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี คนเจ็บที่ถูกวัยรุ่น คู่อริของลูกชายจำนวน 3 คน รุมทำร้ายใช้มีดสปาต้าฟันที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมาตำรวจได้เรียกผู้ถูกกล่าวหา 3 คน ได้แก่นายวันปิยะ ชินพลทราย หรือนายบุ๋ม อายุ 23 ปี / นายวันเฉลิม ชินพลทราย หรือนายโจ อายุ 26 ปี และนายดนตรี โพธิ์ปัสสา หรือนายหมู อายุ 25 ปี มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาพยายามฆ่า และทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ตามขั้นตอน จากนั้นก็จะทำการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่ได้หลบหนี และให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบมาโดยตลอด   โดยนายวันปิยะ หนึ่งในผู้ก่อเหตุเล่าว่า ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เริ่มก่อน แต่ถูกพ่อของนายกิ๊ฟ ซึ่งเป็นคู่อริ ถือด้ามเสียบเข้ามาโวยวายแล้วฟาดใส่ศีรษะตนเองอย่างจัง ซึ่งมูลเหตุเริ่มต้นในงานหมอลำคืนวันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา น้องชายที่รู้จักกันอยู่ต่างหมู่บ้านวิ่งมาบอกตนเองว่ามีคนจะตี อยากให้ตนเองไปส่ง ตนจึงขับรถจักรยานยนต์จะไปส่งน้อง   แต่นายกิ๊ฟได้เข้ามาตีน้องชายตนเองก่อน ตนเองก็ตามไปที่บ้าน ให้ออกมาคุยกัยเพื่อจะเคลียร์ว่าเตะตนเองทำไม เพราะก็เคยเล่นด้วยกันรู้จักกันคนหมู่บ้านเดียวกันทำไมถึงทำร้ายกัน ให้ออกมาคุยกันหน้าบ้าน แต่นายกิ๊ฟไม่ออกมา   ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค.2562 นายกิ๊ฟขับรถจักรยานยนต์ถือมีดยาวมาเรียกตนเอง นัดตนเองมาเคลียร์นอกหมู่บ้านในที่มืดๆ แต่ตนเองไม่ไป เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายเช่นกัน จึงนัดกันที่หน้าร้านเกมเพื่อจะได้มีไฟส่องสว่าง ซึ่งนายกิ๊ฟก็ได้เรียกพ่อตัวเองมาด้วย ถือเสียมพร้อมโวยวาย ก่อนใช้ด้ามเสียมฟาดที่ศีรษะตนเองจนมึนล้มลง หมดสติไปชั่วครู่ เลือดเต็มหน้า และนายกิ๊ฟยังได้ปาก้อนหินใส่หัวกลุ่มของตัวเองได้รับบาดเจ็บที่ขมับด้านขวา ตนเองจึงหยิบเอามีดที่พกมาจากบ้านด้วยเข้าไปฟันเพื่อตอบโต้ด้วยความโมโหจนเหตุการณ์บานปลาย   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพ่อนายกิ๊ฟแม้แต่น้อย ตนเองนัดนายกิ๊ฟมาเพื่อจะพูดคุยเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่พ่อนายกิ๊ฟมาแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ มาโวยวายแล้วทำร้ายตนเองก่อน ตนเองจึงทำไปด้วยความโมโหและป้องกันตัว   ส่วนอีก 2 คนที่มากับตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ตนเองพกมีดออกมาด้วยนั้นเพราะตอนที่นายกิ๊ฟท์มาหาตนเองที่บ้านเพื่อนัดเคลียร์นั้นได้ถือมีดมาด้วย ตนเองจึงพกมาไว้เพื่อกันตัวเองเช่นกัน แต่เหตุการณ์กับบานปลาย ซึ่งฝ่ายตนเองก็จะดำเนินคดีทั้งนายกิ๊ฟและพ่อด้วยเช่นกัน และตนเองพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อจบปัญหาเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kMNHmuzZemE

 292
สังคม
03 ม.ค. 63

3 วัยรุ่นฟันหัวพ่ออริเจ็บสาหัสแจงทำไปเพื่อป้องกันตัว

ขอนแก่น-จากกรณีนายอุทิศ กมลมูล อายุ 59 ปี คนเจ็บที่ถูกวัยรุ่น คู่อริของลูกชายจำนวน 3 คน รุมทำร้ายใช้มีดสปาต้าฟันที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บสาหัส   ต่อมาตำรวจได้เรียกผู้ถูกกล่าวหา 3 คน ได้แก่นายวันปิยะ ชินพลทราย หรือนายบุ๋ม อายุ 23 ปี / นายวันเฉลิม ชินพลทราย หรือนายโจ อายุ 26 ปี และนายดนตรี โพธิ์ปัสสา หรือนายหมู อายุ 25 ปี มารับทราบข้อกล่าวหา ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและข้อหาพยายามฆ่า และทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ ตามขั้นตอน จากนั้นก็จะทำการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่ได้หลบหนี และให้ความร่วมมือในการสืบสวนสอบมาโดยตลอด   โดยนายวันปิยะ หนึ่งในผู้ก่อเหตุเล่าว่า ยืนยันว่าตนเองไม่ได้เริ่มก่อน แต่ถูกพ่อของนายกิ๊ฟ ซึ่งเป็นคู่อริ ถือด้ามเสียบเข้ามาโวยวายแล้วฟาดใส่ศีรษะตนเองอย่างจัง ซึ่งมูลเหตุเริ่มต้นในงานหมอลำคืนวันที่ 29 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา น้องชายที่รู้จักกันอยู่ต่างหมู่บ้านวิ่งมาบอกตนเองว่ามีคนจะตี อยากให้ตนเองไปส่ง ตนจึงขับรถจักรยานยนต์จะไปส่งน้อง   แต่นายกิ๊ฟได้เข้ามาตีน้องชายตนเองก่อน ตนเองก็ตามไปที่บ้าน ให้ออกมาคุยกัยเพื่อจะเคลียร์ว่าเตะตนเองทำไม เพราะก็เคยเล่นด้วยกันรู้จักกันคนหมู่บ้านเดียวกันทำไมถึงทำร้ายกัน ให้ออกมาคุยกันหน้าบ้าน แต่นายกิ๊ฟไม่ออกมา   ต่อมาวันที่ 31 ธ.ค.2562 นายกิ๊ฟขับรถจักรยานยนต์ถือมีดยาวมาเรียกตนเอง นัดตนเองมาเคลียร์นอกหมู่บ้านในที่มืดๆ แต่ตนเองไม่ไป เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายเช่นกัน จึงนัดกันที่หน้าร้านเกมเพื่อจะได้มีไฟส่องสว่าง ซึ่งนายกิ๊ฟก็ได้เรียกพ่อตัวเองมาด้วย ถือเสียมพร้อมโวยวาย ก่อนใช้ด้ามเสียมฟาดที่ศีรษะตนเองจนมึนล้มลง หมดสติไปชั่วครู่ เลือดเต็มหน้า และนายกิ๊ฟยังได้ปาก้อนหินใส่หัวกลุ่มของตัวเองได้รับบาดเจ็บที่ขมับด้านขวา ตนเองจึงหยิบเอามีดที่พกมาจากบ้านด้วยเข้าไปฟันเพื่อตอบโต้ด้วยความโมโหจนเหตุการณ์บานปลาย   ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับพ่อนายกิ๊ฟแม้แต่น้อย ตนเองนัดนายกิ๊ฟมาเพื่อจะพูดคุยเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่พ่อนายกิ๊ฟมาแบบไม่เป็นผู้ใหญ่ มาโวยวายแล้วทำร้ายตนเองก่อน ตนเองจึงทำไปด้วยความโมโหและป้องกันตัว   ส่วนอีก 2 คนที่มากับตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ตนเองพกมีดออกมาด้วยนั้นเพราะตอนที่นายกิ๊ฟท์มาหาตนเองที่บ้านเพื่อนัดเคลียร์นั้นได้ถือมีดมาด้วย ตนเองจึงพกมาไว้เพื่อกันตัวเองเช่นกัน แต่เหตุการณ์กับบานปลาย ซึ่งฝ่ายตนเองก็จะดำเนินคดีทั้งนายกิ๊ฟและพ่อด้วยเช่นกัน และตนเองพร้อมที่จะพูดคุยเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อจบปัญหาเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kMNHmuzZemE

 292
ข่าวภูมิภาค
03 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว โจ๋ขี่จยย.ไล่ล่าอริวัย 15 จนแหกโค้งเสียชีวิต ย้อนกลับมากระทืบซ้ำ

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มคว่ำและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ล้มคว่ำโดยพบมีด 1 เล่มตกหล่นอยู่ใต้รถจยย.ใกล้กันพบร่างของนายสิงหา มีประเสริฐ อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่บนฟุตบาททางเดินเท้า และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายพงษ์พัฒน์ อายุ 15 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.ชลประทานปากเกร็ด   จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตกล่าวว่า กลุ่มเพื่อนรวมถึงตัวผู้เสียชีวิตได้เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มาก่อนจนกระทั่งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บขับขี่รถไปเจอกลุ่มคู่อริระหว่างทาง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ขับขี่รถกันมามากกว่า 10 คัน ขับขี่ไล่ๆพยายามทำร้ายนายสิงหา และนายพงษ์พัฒน์ ทำให้ทั้ง 2 คนต้องขับหลบหนีจนกระทั่งเพื่อนๆมาทราบว่านายสิงหาเสียชีวิตแล้ว   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำเพื่อนผู้เสียชีวิตไว้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะต้องทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมสั่งได้เก็บมีดที่พบในจุดเกิดเหตุไว้เพื่อตรวจสอบส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า คดีนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นสองฝ่ายย่านประทุมธานีที่ไม่ถูกกันมาและเกิดเขม่นกันจนฝ่ายผู้ตายมาเจอกลุ่มคนร้าย จึงบิดจยย.ด้วยความเร็วหลบหนีข้ามสะพานนวลฉวีมายังพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด    ต่อมาผู้ก่อเหตุ 3 รายได้เข้ามอบตัวแล้ว เป็นชายอายุ 26 ปี และเยาวชนอายุ 14 และ 16 ปี จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทางผู้ก่อเหตุอ้างว่าคืนเกิดเหตุผู้ตายกับผู้บาดเจ็บขี่รถผ่านมา ขณะนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะตะโกนให้ของลับ จึงรีบขึ้นรถ จยย. ขี่รถไล่กวดไปเพื่อทำร้าย แต่ผู้ตายกับผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UnoTR_pJb8

 1,846
อาชญากรรม
03 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว โจ๋ขี่จยย.ไล่ล่าอริวัย 15 จนแหกโค้งเสียชีวิต ย้อนกลับมากระทืบซ้ำ

นนทบุรี-เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.ล้มคว่ำและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดถนนศรีสมาน เชิงสะพานข้ามแยกสวนสมเด็จ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด   ที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ล้มคว่ำโดยพบมีด 1 เล่มตกหล่นอยู่ใต้รถจยย.ใกล้กันพบร่างของนายสิงหา มีประเสริฐ อายุ 15 ปี เสียชีวิตอยู่บนฟุตบาททางเดินเท้า และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายพงษ์พัฒน์ อายุ 15 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือนำตัวส่ง ร.พ.ชลประทานปากเกร็ด   จากการสอบถามเพื่อนผู้เสียชีวิตกล่าวว่า กลุ่มเพื่อนรวมถึงตัวผู้เสียชีวิตได้เคยมีปัญหากับกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี มาก่อนจนกระทั่งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บขับขี่รถไปเจอกลุ่มคู่อริระหว่างทาง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นคู่อริที่ขับขี่รถกันมามากกว่า 10 คัน ขับขี่ไล่ๆพยายามทำร้ายนายสิงหา และนายพงษ์พัฒน์ ทำให้ทั้ง 2 คนต้องขับหลบหนีจนกระทั่งเพื่อนๆมาทราบว่านายสิงหาเสียชีวิตแล้ว   ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำเพื่อนผู้เสียชีวิตไว้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะต้องทำการสอบปากคำผู้บาดเจ็บอีกครั้ง พร้อมสั่งได้เก็บมีดที่พบในจุดเกิดเหตุไว้เพื่อตรวจสอบส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป   ด้าน พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี กล่าวว่า คดีนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นสองฝ่ายย่านประทุมธานีที่ไม่ถูกกันมาและเกิดเขม่นกันจนฝ่ายผู้ตายมาเจอกลุ่มคนร้าย จึงบิดจยย.ด้วยความเร็วหลบหนีข้ามสะพานนวลฉวีมายังพื้นที่ สภ.ปากเกร็ด    ต่อมาผู้ก่อเหตุ 3 รายได้เข้ามอบตัวแล้ว เป็นชายอายุ 26 ปี และเยาวชนอายุ 14 และ 16 ปี จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มที่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ทางผู้ก่อเหตุอ้างว่าคืนเกิดเหตุผู้ตายกับผู้บาดเจ็บขี่รถผ่านมา ขณะนั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะตะโกนให้ของลับ จึงรีบขึ้นรถ จยย. ขี่รถไล่กวดไปเพื่อทำร้าย แต่ผู้ตายกับผู้บาดเจ็บประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3UnoTR_pJb8

 1,846
ข่าวภูมิภาค
21 ธ.ค. 62

อุกอาจ! คู่อรินัดเคลียร์กันไม่ลงตัว ชักปืนยิงดับ 1 ศพ หน้าศาลเยาวชนฯสงขลา

สงขลา - เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ถนนชลาทัศน์ เลียบชายหาดชลาทัศน์แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา   หลังจากพ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส1คนคือ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุประมาณ26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่บริเวณหน้าท้อง3 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และหัวอีกกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวโดนกระสุนปืนที่คนร้ายยิงอีก4 รูด้วย ส่วนคนร้ายมี 2-3 คน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีเรื่องกับคู่อริคนหนึ่งชื่อเล่นว่ามิน ที่บริเวณหัวพญานาคสวนสองทะเล แต่ก็จบไปกระทั่งมาเจอกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งริมหาดชลาทัศน์และมีเรื่องกันอีกรอบ กระทั่งมีคนกลางพาทั้งสองคนมาเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุแต่ไม่จบและบานปลายอีกฝ่ายชักาอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง นายธัชชัย จำนวน 8 นัด และพยายามวิ่งหนีตายจนหมดแรงล้มลง   โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกำลังเร่งติดตามนายมิน พร้อมพวกที่ร่วมกันก่อแหตุแล้วความคืบหน้าเรื่องนี้จะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aNDo7n4fUVA

 1,608
อาชญากรรม
21 ธ.ค. 62

อุกอาจ! คู่อรินัดเคลียร์กันไม่ลงตัว ชักปืนยิงดับ 1 ศพ หน้าศาลเยาวชนฯสงขลา

สงขลา - เกิดเหตุยิงกันที่บริเวณหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลา ถนนชลาทัศน์ เลียบชายหาดชลาทัศน์แหลมสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา   หลังจากพ.ต.อ.เอกณรงค์ สวัสดิกานนท์ ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ลงพื้นที่ไปตรวจสอบพร้อมตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส1คนคือ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อายุประมาณ26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม.เข้าที่บริเวณหน้าท้อง3 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลา แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 9 มม.ตกอยู่จำนวน 8 ปลอก และหัวอีกกระสุนอีกจำนวนหนึ่งตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังมีรถกระบะที่จอดอยู่ในบริเวณดังกล่าวโดนกระสุนปืนที่คนร้ายยิงอีก4 รูด้วย ส่วนคนร้ายมี 2-3 คน ได้ขับรถยนต์กระบะหลบหนีไป   จากการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีเรื่องกับคู่อริคนหนึ่งชื่อเล่นว่ามิน ที่บริเวณหัวพญานาคสวนสองทะเล แต่ก็จบไปกระทั่งมาเจอกันที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งริมหาดชลาทัศน์และมีเรื่องกันอีกรอบ กระทั่งมีคนกลางพาทั้งสองคนมาเคลียร์บริเวณจุดเกิดเหตุแต่ไม่จบและบานปลายอีกฝ่ายชักาอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิง นายธัชชัย จำนวน 8 นัด และพยายามวิ่งหนีตายจนหมดแรงล้มลง   โดยหลังเกิดเหตุตำรวจกำลังเร่งติดตามนายมิน พร้อมพวกที่ร่วมกันก่อแหตุแล้วความคืบหน้าเรื่องนี้จะรายงานให้ทราบต่อไป     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aNDo7n4fUVA

 1,608
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ย. 62

แม่มือตบเด็กหน้า ร.ร. อ้างสุดทนตบคู่กรณีลูกสาว รับฉุนเห็นลูกหน้าแหกกลับบ้าน

ราชบุรี-จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ต้นหนาม มีกุหลาบ ได้โพสต์ข้อความ “สังคมสมัยนี้อยู่ยาก รุมตบเด็กหน้าโรงเรียนชื่อดังในบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ต่อหน้าตำรวจและผู้ปกครองไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เหตุเกิดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ทำให้ผู้คนในสังคมออนไลน์ให้ความสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุ   ต่อมา ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ได้เรียก น.ส.พัชรญาณี (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมลูกสาว เข้าพบเพื่อสอบสวน กรณีเหตุตบเด็กนักเรียนหน้า รร.แห่งหนึ่งพร้อมทั้งครู แต่ทางคู่กรณีไม่ยอมมาพบในครั้งนี้   จากการสอบถาม น.ส.พัชรญาณี ผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยลูกสาว ได้เปิดเผยว่า ตนเริ่มมีปัญหากับคู่กรณี ตั้งแต่เริ่มรู้จักกับเพื่อนชายคนหนึ่ง ช่วงประมาณต้นปี 61 จากนั้นเป็นต้นมา ตนก็มักถูกอ้อส่งข้อความมาก่อกวนเป็นประจำ มีการท้าทายถึงขั้นนัดท้าตบกับแม่ตนมาแล้ว ซึ่งตนก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด กระทั่งวันเกิดเหตุอ้อพยายามยั่วยุอยู่หลายครั้ง จนตนทนไม่ไหว ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียน ก่อนที่ทุกคนจะโดนคุณครูเรียกเข้าห้องปกครอง ตนจึงได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ให้ทราบเรื่อง ทันทีที่ออกจากห้องปกครอง คู่กรณีก็ยังพูดท้าทายให้ตนมาพบและสู้กันอีกรอบในตอนเย็นหลังเลิกเรียน   ด้าน น.ส.พัชรญาณี เปิดเผยว่า หลังจากตนทราบเรื่องจากลูกสาวว่ามีปัญหาที่โรงเรียนจนได้รับบาดเจ็บ และคู่อริยังไม่ยอมเลิกรา พูดท้าทายไม่ยอมจบเรื่อง ทำให้รู้สึกโกรธ    ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว จึงขับรถไปรับที่หน้าโรงเรียน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ ประกอบกับเจอคู่กรณีที่หน้าโรงเรียนพอดี จึงบันดาลโทสะและลงมือก่อเหตุ หลังจากที่ตนลงมือก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและโรงเรียนก็ได้เรียกตนและฝั่งคู่กรณีไปพบ มีการพูดคุยกัน โดยทางโรงเรียนได้ลงโทษพักการเรียนเด็กทั้ง 2 คน เป็นเวลา 7 วัน ในส่วนด้านกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย   ที่ผ่านมาตนรับรู้ปัญหาของลูกมาโดยตลอด ในฐานะแม่ก็ได้แต่ปลอบใจ และบอกให้ลูกหลีกหนี ให้ตั้งใจเรียนและทำงานพิเศษหารายได้ไม่ต้องสนใจคู่กรณี แต่การที่ลูกของตนตัดสินใจทะเลาะวิวาทกับเพื่อน ตนเชื่อว่าความลูกคงถึงที่สุดแล้ว หลังจากเกิดเรื่อง ตนก็ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองท่านอื่นที่มีปัญหาทะเลาะกับเด็กคู่กรณีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนยอมรับผิดที่ลงมือกับเด็ก และในอนาคต ยังไงลูกก็ยังคงต้องเรียนในโรงเรียนและห้องเรียนเดียวกับคู่กรณี จึงทำได้เพียงแค่บอกลูกว่าขอให้อดทน อย่าไปสนใจ ขอให้เป็นเพียงแค่อากาศ และตั้งใจเล่าเรียนให้จบการศึกษา                ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BkJL5zJr2lo  

 2,555
สังคม
11 พ.ย. 62

แม่มือตบเด็กหน้า ร.ร. อ้างสุดทนตบคู่กรณีลูกสาว รับฉุนเห็นลูกหน้าแหกกลับบ้าน

ราชบุรี-จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ต้นหนาม มีกุหลาบ ได้โพสต์ข้อความ “สังคมสมัยนี้อยู่ยาก รุมตบเด็กหน้าโรงเรียนชื่อดังในบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ต่อหน้าตำรวจและผู้ปกครองไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง เหตุเกิดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ทำให้ผู้คนในสังคมออนไลน์ให้ความสนใจ และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุ   ต่อมา ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง ได้เรียก น.ส.พัชรญาณี (ขอสงวนนามสกุล) พร้อมลูกสาว เข้าพบเพื่อสอบสวน กรณีเหตุตบเด็กนักเรียนหน้า รร.แห่งหนึ่งพร้อมทั้งครู แต่ทางคู่กรณีไม่ยอมมาพบในครั้งนี้   จากการสอบถาม น.ส.พัชรญาณี ผู้ก่อเหตุพร้อมด้วยลูกสาว ได้เปิดเผยว่า ตนเริ่มมีปัญหากับคู่กรณี ตั้งแต่เริ่มรู้จักกับเพื่อนชายคนหนึ่ง ช่วงประมาณต้นปี 61 จากนั้นเป็นต้นมา ตนก็มักถูกอ้อส่งข้อความมาก่อกวนเป็นประจำ มีการท้าทายถึงขั้นนัดท้าตบกับแม่ตนมาแล้ว ซึ่งตนก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด กระทั่งวันเกิดเหตุอ้อพยายามยั่วยุอยู่หลายครั้ง จนตนทนไม่ไหว ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียน ก่อนที่ทุกคนจะโดนคุณครูเรียกเข้าห้องปกครอง ตนจึงได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ให้ทราบเรื่อง ทันทีที่ออกจากห้องปกครอง คู่กรณีก็ยังพูดท้าทายให้ตนมาพบและสู้กันอีกรอบในตอนเย็นหลังเลิกเรียน   ด้าน น.ส.พัชรญาณี เปิดเผยว่า หลังจากตนทราบเรื่องจากลูกสาวว่ามีปัญหาที่โรงเรียนจนได้รับบาดเจ็บ และคู่อริยังไม่ยอมเลิกรา พูดท้าทายไม่ยอมจบเรื่อง ทำให้รู้สึกโกรธ    ด้วยความเป็นห่วงลูกสาว จึงขับรถไปรับที่หน้าโรงเรียน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้ ประกอบกับเจอคู่กรณีที่หน้าโรงเรียนพอดี จึงบันดาลโทสะและลงมือก่อเหตุ หลังจากที่ตนลงมือก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและโรงเรียนก็ได้เรียกตนและฝั่งคู่กรณีไปพบ มีการพูดคุยกัน โดยทางโรงเรียนได้ลงโทษพักการเรียนเด็กทั้ง 2 คน เป็นเวลา 7 วัน ในส่วนด้านกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกาย   ที่ผ่านมาตนรับรู้ปัญหาของลูกมาโดยตลอด ในฐานะแม่ก็ได้แต่ปลอบใจ และบอกให้ลูกหลีกหนี ให้ตั้งใจเรียนและทำงานพิเศษหารายได้ไม่ต้องสนใจคู่กรณี แต่การที่ลูกของตนตัดสินใจทะเลาะวิวาทกับเพื่อน ตนเชื่อว่าความลูกคงถึงที่สุดแล้ว หลังจากเกิดเรื่อง ตนก็ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครองท่านอื่นที่มีปัญหาทะเลาะกับเด็กคู่กรณีเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตนยอมรับผิดที่ลงมือกับเด็ก และในอนาคต ยังไงลูกก็ยังคงต้องเรียนในโรงเรียนและห้องเรียนเดียวกับคู่กรณี จึงทำได้เพียงแค่บอกลูกว่าขอให้อดทน อย่าไปสนใจ ขอให้เป็นเพียงแค่อากาศ และตั้งใจเล่าเรียนให้จบการศึกษา                ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BkJL5zJr2lo  

 2,555
สังคม-อาชญากรรม
28 ต.ค. 62

รวบแล้ว! 20 วัยรุ่นขาโหดไล่ทุบรถชาวบ้าน เหตุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถคู่อริ

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 ความคืบหน้ากรณี แก๊งค์วัยรุ่นยกพวกตีกันจนลุกลามก่อเหตุไปทุบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านชนพังเสียหาย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก นำโดย พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศตพล เอี่ยมโซ้ รอง ผู้กำกับสืบสวนสอบสวน สภ.หล่มสัก พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมาดำเนินคดี    ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 มีเรื่องทะเลาะวิวาท ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอหล่มสัก และมีการยกพวกขับรถตามกันมาเพื่อจะทำร้ายคู่อริ จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถหนี มีรถยนต์ 1 คัน ได้ทำการถอยหลังรถ เพื่อจะพยายามชนรถที่วิ่งตามมา จนกระทั่งถูกกลุ่มคู่อริ ใช้อาวุธเป็นไม้ ฟาดเข้าที่รถยนต์ และมีการขับหลบหนี ตามคลิปภาพกล้องวงจรปิด จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่ขับตามมาเกิดเข้าใจผิดว่ารถจักรยานยนต์ น.ส.ศรีแพร คำแว่น หรือ น้องมิ้ม อายุ 21ปี ซึ่งจอดอยู่ริมถนนบริเวณใกล้กับสี่แยกทีโอที อำเภอหล่มสัก เป็นรถของคู่อริ จึงมีการลงมือ ใช้ไม้รุมทุบรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย    ซึ่งความเสียหาย วัยรุ่นที่ลงมือก่อเหตุก็ยินยอมที่จะซ่อมรถจักรยานยนต์ ของ น้องมิ้ม ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม โดยที่เจ้าทุกข์เองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ส่วนเรื่องของการยกพวกทะเลาะวิวาทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และข้อหา ร่วมกันเข้าชุลมุนต่อสู้ ทั้งนี้จากการทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ก็คือนาย นายอำนาจ บุญจันทร์ อายุ25 ปี ซึ่งตอนนี้ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหล่มสัก       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระบะโดนลูกหลง ถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 50 คนที่ยกพวกตีกัน ทุบรถจนพังยับ      

 1,548
ข่าวภูมิภาค
28 ต.ค. 62

รวบแล้ว! 20 วัยรุ่นขาโหดไล่ทุบรถชาวบ้าน เหตุเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถคู่อริ

วันที่ 28 ตุลาคม 2562 ความคืบหน้ากรณี แก๊งค์วัยรุ่นยกพวกตีกันจนลุกลามก่อเหตุไปทุบรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านชนพังเสียหาย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หล่มสัก นำโดย พ.ต.อ.นิคม พรมพิราม ผกก.สภ.หล่มสัก ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ศตพล เอี่ยมโซ้ รอง ผู้กำกับสืบสวนสอบสวน สภ.หล่มสัก พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการจับกุมกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมาดำเนินคดี    ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากกลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 มีเรื่องทะเลาะวิวาท ในเขตพื้นที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอหล่มสัก และมีการยกพวกขับรถตามกันมาเพื่อจะทำร้ายคู่อริ จนกระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นที่ขับรถหนี มีรถยนต์ 1 คัน ได้ทำการถอยหลังรถ เพื่อจะพยายามชนรถที่วิ่งตามมา จนกระทั่งถูกกลุ่มคู่อริ ใช้อาวุธเป็นไม้ ฟาดเข้าที่รถยนต์ และมีการขับหลบหนี ตามคลิปภาพกล้องวงจรปิด จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่ขับตามมาเกิดเข้าใจผิดว่ารถจักรยานยนต์ น.ส.ศรีแพร คำแว่น หรือ น้องมิ้ม อายุ 21ปี ซึ่งจอดอยู่ริมถนนบริเวณใกล้กับสี่แยกทีโอที อำเภอหล่มสัก เป็นรถของคู่อริ จึงมีการลงมือ ใช้ไม้รุมทุบรถจักรยานยนต์ คันดังกล่าวจนได้รับความเสียหาย    ซึ่งความเสียหาย วัยรุ่นที่ลงมือก่อเหตุก็ยินยอมที่จะซ่อมรถจักรยานยนต์ ของ น้องมิ้ม ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม โดยที่เจ้าทุกข์เองก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ส่วนเรื่องของการยกพวกทะเลาะวิวาทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้แจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และข้อหา ร่วมกันเข้าชุลมุนต่อสู้ ทั้งนี้จากการทะเลาะวิวาท มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ก็คือนาย นายอำนาจ บุญจันทร์ อายุ25 ปี ซึ่งตอนนี้ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหล่มสัก       ข่าวที่เกี่ยวข้อง : กระบะโดนลูกหลง ถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 50 คนที่ยกพวกตีกัน ทุบรถจนพังยับ      

 1,548
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 62

สาวขว้างแท่งเหล็กหวังใส่ จยย.คู่อริ พลาดโดน bmw ซีดเลยเจอค่าซ่อม 8 หมื่น

นนทบุรี-ภาพจากกล้องวงจรปิดบนสะพานพระรามสี่ สามารถบันทึกภาพกลุ่มวัยรุ่นได้ประมาณ 6-7 คนกำลังเดินอยู่บนทางเท้าขอบสะพาน จากนั้นเมื่อมีชายขับรถจยย.ผ่านมา หญิงสวมเสื้อยืดสีขาวได้หยิบบางสิ่งขวางไปที่รถจยย.   นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้ารถเปิดเผยภาพ วินาทีที่ขับรถขึ้นมาบนสะพานในช่องขวาสุด โดยมีรถจยย.ขับอยู่ด้านหน้า จากนั้นได้มีวัตถุสะท้อนแสงคล้ายแม่งเหล็กลอยมาจากขอบสะพานผ่านมาที่ด้านหน้ารถยนต์   ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัว น.ส.รัตนา ชาเคน อายุ 25 ปี หญิงสาวในคลิปผู้ก่อเหตุใช้แท่งเหล็กปาใส่รถยนต์ได้ สอบสวนทราบว่า เหตุเกิดเวลา 23.28 น.วันที่ 23 ก.ค.62 ที่บริเวณบนสะพานพระรามสี่ ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนชัยพฤกษ์ ต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้เดินขึ้นมาบนสะพานพร้อมกับพวกประมาณ 6-7 คน   จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจยย.ผ่านมาและได้ขวางขวดใส่กลุ่มของผู้ก่อเหตุจนได้รับบาด หลังจากนั้นรถจยย.คันดังกล่าวได้วนรถกลับมาอีกครั้ง ผู้ก่อเหตุเห็นรถจยย.ที่ทำให้เพื่อนได้รับบาดเจ็บจึงได้หยิบแท่งเหล็กขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว ยาวประมาณ 60 ซม.ขวางไปที่รถจยย.ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่รถยนต์ BMW ขับมาจากถนนแจ้งวัฒนะมุ่งหน้าถนนชัยพฤกษ์ ผ่านมาพอดี   ทำให้เหล็กไปถูกบริเวณกันชนหน้าได้รับความเสียหาย ประเมินราคาค่าเสียหายประมาณ 80,000 บาท โดยขณะเกิดเหตุทราบชื่อผู้ขับขี่ คือ น.ส.ศิรินาท (สงวนนามสกุล) อายุประมาณ 32 ปี สอบสวนผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพ จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ทำให้เสียทรัพย์   จากการสอบถาม น.ส.รัตนา ผู้ก่อเหตุกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเด็กที่ขับขี่รถ จยย. ขณะเกิดเหตุรถจยย.ได้วนรถกลับมาและขว้างขวดใส่กลุ่มพวกตนจนได้รับบาดเจ็บ ตนโมโหจึงได้หยิบเหล็กที่หล่นอยู่แถวบันได้ขวางกลับไป ตนไม่ทราบว่าเหล็กเป็นของใคร ตนไม่ได้มีเจตนาให้ถูกรถเก๋ง ก่อนเกิดเหตุตนเห็นว่ารถเก๋งขับมาไม่คิดว่าจะถูกรถเก๋ง รถเก๋งเสียหายเรียกเป็นเงินชดใช้ 80,000 บาท ตนไม่ได้ตั้งใจต้องขอโทษด้วย ตนยินดีชดใช้ค่าเสียหาย   ตนกับกลุ่มที่ขับรถจยย.เคยมีเรื่องกันมาก่อนตนจึงได้ขึ้นไปบนสะพานเพื่อจะเคลียร์ กลุ่มตนได้รับบาดเจ็บหลายคน ตนรู้ว่ารถเก๋งเสียหาย ก็กลัวว่าเขาจะคิดว่าตนจะไปปล้นเขา ตนขอโทษตนไม่ได้ตั้งใจทำร้ายรถเก๋ง และอยากวอนคนที่วิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลอย่าด่าไปถึงพ่อแม่ จะด่าก็ด่าตนคนเดียว ตนต้องขอโทษคนขับรถเก๋งด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำผู้ก่อเหตุและเพื่อนที่อยู่ในกลุ่ม รวมทั้งสอบปากคำเจ้าของรถที่เสียหายเรียบร้อยแล้ว ผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพและยินยอมชดใช้ค่าเสียหาย โดยในวันพรุ่งนี้จะนำตัวส่งฟ้องศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1OGiVse6lMQ

 3,325
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

นักเรียนช่าง เดือด ยิงคู่อริ เจ็บสาหัส 1 ราย ตร.รวบมือยิง คุมตัวสอบสวน

วันที่ 21 พ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุกลุ่มนักเรียน ยิงกันบริเวณสามแยกพุทธมณฑล สาย 2 ฝั่งมุ่งหน้าบางแค ในพื้นที่ สน.หลักสอง เบื้องต้นบาดเจ็บสาหัส 1 ราย ส่ง รพ.เกษมราษฎร์ บางแค เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมือยิงได้ นำตัวสอบสวนที่ สน.    Cr. ร่วมกตัญญู  

 7,157
แชร์ออฟเดอะเดย์
02 พ.ค. 62

คนขับรถฉุกเฉินลาออก หลังโพสต์จงใจขับช้า แค้นขอให้คู่อริที่เป็นคนไข้ตาย จนท.ตรวจ gps แล้วทำความเร็วปกติ

นครนายก-จากกรณีที่มีเพจที่นี่นครนายก ได้นำข้อความของลูกผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุประสบอุบัติเหตุ จนอาการสาหัส และได้บุคลาการหรือคนขับรถฉุกเฉินโรงพยาบาลบ้านนา อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นคนขับนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลนครนายก และได้โพสต์ข้อความที่รุนแรง เหมือนชำระแค้นเก่าได้สำเร็จ โดยแช่งให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตอย่างสงบ เพราะตนเองเคยมีปัญหาคาใจกันมาก่อนเรื่องซื้อขายสับปะรดในงานวัด   โดยตอนนั้นผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นกรรมการวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็มีเรื่องบาดหมางคาใจกันมานาน จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าวคนขับรถ ร.พ.ก็ได้มาโพสต์ระบายความในใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บในทางที่ไม่ดีเหมือนชำระแค้นคืนได้ จนลูกสาวและญาติๆ รับไม่ได้ จึงทำเรื่องร้องเรียนไปที่กระทรวงเพื่อหาบทลงโทษกับ จนท. คนขับรถคนดังกล่าว และได้โพสต์ลงเฟซบุ๊กเพื่อขอความเป็นธรรม จนมีคนเข้ามาคอมเม้นต์จนเป็นกระแสที่ไม่ดีต่อพฤติกรรมของ จนท.คนดังกล่าว ล่าสุด คนขับรถได้ยื่นหนังสือขอลาออกและรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ   ทั้งนี้เพื่อนร่วมงานที่ รพ.บ้านนา บอกถึงอุปนิสัยของคนก่อเหตุว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนนิสัยดี ไม่ค่อยยุ่งกับใคร และมีโลกส่วนตัวสูง   ด้านนายแพทย์วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครนายก แถลงว่า จากตรวจสอบความเร็วของรถพบว่าคนขับขับตามปรกติ ถ้าเป็นการตั้งใจช้าก็จะต้องโดนข้อหาหนักก็คือพยายามฆ่า แต่พอได้มาดูข้อมูลความเร็วทาง GPS ของรถโรงพยาบาลคันดังกล่าวก็เป็นความเร็วปกติ และเรื่องเวลาจากการเดินทางจากโรงพยาบาลบ้านนา ถึงโรงพยาบาลนครนายก ก็มีการขับรถแบบปกติทุกอย่างไม่มีการคลาดเคลื่อนหรือจงใจขับช้าแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะปัญหาส่วนตัวกันมากกว่าและเป็นเหตุทำให้ระบายความแค้นลงโลกโซเชียล เบื้องต้นได้ให้คนขับรถที่ก่อเหตุทำยื่นหนังสือลาออกเป็นที่เรียบร้อย   ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปหาคนขับรถที่ก่อเหตุ แต่ไม่พบและสามารถติดต่อผ่านทางไลน์ แต่ยังไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ขณะเดียวกันทางพี่สาวก็ไม่สามารถให้ข้อมูล ได้เช่นเดียวกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y_osx13we7s

 23,422
สังคม-อาชญากรรม
04 ธ.ค. 61

รวบหนุ่มลาว จ้วงแทงหนุ่มหนองบัวลำภูดับคาที่ สารภาพอ้างทำไปเพราะคู่อริแอบดูลูกสาวตนอาบน้ำ

ตำรวจรวบตัวแล้วหนุ่มลาว หลังก่อเหตุดักจ้วงแทงหนุ่มหนองบัวลำภู จนเสียชีวิตคาที่ ข้างร้านทำศาลาไม้ไผ่ ในเขตเทศบาลนครตรัง สารภาพอ้างทำไปเพราะแค้นที่คู่อริ ชอบแอบดูลูกสาวอาบน้ำ   วันนี้(4 ธ.ค.61) เมื่อเวลา 12.00 น. พ.ต.ท ประเสริฐ สงแสง รองผู้กำกับการฝ่ายสอบสวน สภ.เมืองตรัง พร้อมกับ ร.ต.อ ปัญญา สงนวล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง และตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายแปล คลองเตียง อายุ 38 ปี ชาวลาว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจากที่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจ้วงแทง นายทอน ไม่ทราบนามสกุล อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู รวม 5 แผล จนเสียชีวิตภายในซุ้มคนงานทำศาลาไม้ไผ่ ไม่มีเลขที่ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลนครตรัง ก่อนจะหลบหนีฝ่าความมืดเข้าไปหลบอยู่ในสวนยางพาราห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร   ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง สามารถควบคุมไว้ได้ โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปซื้อเบียร์มาจากร้านค้าใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อดื่มย้อมใจ จำนวน 4 ขวด กระทั่งเมื่อเมาได้ที่จึงเดินไปที่ซุ้มทำศาลาไม้ไผ่เพื่อดักรอผู้ตาย จนกระทั่งเห็นผู้ตายเดินเข้ามา จึงใช้อาวุธมีดที่เตรียมไว้จ้วงแทงตามร่างกายจนเสียชีวิต สาเหตุเนื่องจากโกรธแค้นที่ผู้ตายชอบแอบมองลูกสาววัย 8 ขวบของตนอาบน้ำ โดยในวันเกิดเหตุรอจนกระทั่งผู้ตายกลับจากทำงานนอกบ้านในช่วงค่ำ จึงหาเบียร์มาดื่มย้อมใจ ก่อนลงมือจ้วงแทงดังกล่าว ส่วนผู้ตายขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อขอรับศพ เพราะยังไม่มีประวัติแน่ชัดว่าเป็นใครมาจากไหน ชื่อและนามสกุลจริงอะไร ซึ่งตำรวจเร่งจะประสานไปยังจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อประกาศตามหาญาติของผู้ตายต่อไป

 2,169

Top