ค้นหา :

ผลการค้นหา "ขึ้นศาล"

บันเทิง
30 ต.ค. 62

ศึกร้อนแรงอดีตเมียเสก! 'อีฟ' ขึ้นศาลฟ้องหมิ่น 'กานต์' ลั่นโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กไม่ใช่คดีฆ่าคนตาย

อีฟ อภิสร์ญา และ  กานต์ วิภากร ประชันหน้าอีกครั้งขึ้นศาล อาญารัชดา หลังฟ้องคดีหมิ่นประมาท 3 คดี และ ฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี  ด้านทนายความฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี   มากันที่เรื่องราวของครอบครัวร็อคเกอร์สตาร์ ‘เสก โลโซ’ ที่ต้องบอกว่ายังมีเรื่องราววุ่นๆให้สังคมได้ติดตามอยู่ โดยเฉพาะเรื่องราวของอดีตภรรยา ‘กานต์ วิภากร’ และ อดีตแฟนสาว ‘อีฟ – อภิสร์ญา’ ที่ตอนนี้เป็นคดีความอยู่ในชั้นศาล    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ทั้งคู่ก็ได้เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา  โดย ‘อีฟ’ และ ‘กานต์’ ได้เจอหน้ากันอีกครั้งที่ศาล ซึ่งเมื่อวานนี้ศาลได้นัดทั้งคู่มาสอบคำให้การจำเลยและนัดรวมพยานหลักฐาน ในคดีที่ 2 หลังจากที่ ‘อีฟ’ ได้ยื่นฟ้อง ‘กานต์’ ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากได้โพสต์กล่าวหาว่าเป็นอีเหลือมในเหตุการณ์ที่ด่าตั้งแต่เม.ย. - พ.ค.  ทาง ‘กานต์’ ก็ได้ปฎิเสธ และ ศาลก็ได้นัดสืบพยานไปวันที่ 4-5 ส.ค. ปีหน้า   สำหรับคดีความทาง ‘อีฟ’ ก็เผยว่าตอนนี้ได้ ยื่นฟ้อง ‘กานต์’ ไปทั้งสิ้น 3  คดี ในข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าอีเหลือมซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหน้า พร้อมกับฟ้องหมิ่นประมาทที่ไลฟ์สดด่า และ ไล่ออกจากบ้าน  ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องหมิ่นประมาทอีก 1คดี  ฟ้องกานต์และค่ายเพลง ที่แต่งเพลงหมิ่นประมาท โดยนำเสียง ‘อีฟ’ ในวันที่ถูกไลฟ์สดไล่ออกจากบ้านไปอยู่ในเนื้อเพลง ชื่อเพลงว่า “อย่าให้กูไลฟ์” ขณะที่ทางทนายความของ ‘อีฟ’ ก็ได้เดินหน้าฟ้องเองเพิ่มอีก 1 คดี หลังถูก ‘กานต์’  โพสต์ด่าว่าเป็นทนายไร้จรรยาบรรณ     โดยทาง ‘อีฟ’ ก็บอกว่าไม่ได้มองหน้า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว ในเมื่อไกล่เกี่ยไม่ได้ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะถึงแม้จะออกมาจากตรงนั้นแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดพากพิงถึงตนอยู่ สำหรับที่ฟ้องไปทั้ง 4 คดีไม่ได้เรียกร้องเงิน แค่อยากจะให้ออกมาขอโทษ ขอขมาตน และ แม่ผ่านสื่อ เพราะหมิ่นประมาทผ่านสื่อ  แม้คดีจะยื้ดยาวแค่ไหนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด    ขณะที่ ‘กานต์ วิภากร’ ก็เปิดใจให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสั้นๆ บอกว่า เรื่องคดีให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแลดำเนินการทั้ง 2 คดี  พร้อมกับบอกว่าการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าทำมา 5-6 ปี ไม่ใช่คดีฆ่าคนตายซะหน่อย     และในช่วงบ่ายเจ้าตัวก็เดินทางไปที่ บก.ปอท. บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ‘อีฟ’ ในเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนจะเป็นกรณีใดยังไม่ขอเปิดเผย ต้องให้ตำรวจตรวจเช็คก่อน  

 72
บันเทิง
29 ต.ค. 62

'อีฟ-กานต์' ประจันหน้าขึ้นศาล ฟ้องกันอิรุงตุงนัง ปมหมิ่นประมาท

อีฟ อภิสร์ญา และกานต์ วิภากร อดีตแฟนของเสก โลโซ ประจันหน้าอีกครั้งขึ้นศาลอาญารัชดา หลังฟ้องคดีหมิ่นประมาท 3 คดี และ ฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี  ด้านทนายความฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี   โดยศาลได้นัดทั้งคู่มาสอบคำให้การจำเลยและนัดรวมพยานหลักฐาน ในคดีที่ 2 หลังจากที่อีฟได้ยื่นฟ้องกานต์ ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากได้โพสต์กล่าวหาว่าเป็นอีเหลือมในเหตุการณ์ที่ด่าตั้งแต่เม.ย. - พ.ค.  ทางกานต์ก็ได้ปฎิเสธ และ ศาลก็ได้นัดสืบพยานไปวันที่ 4-5 ส.ค. ปีหน้า   สำหรับคดีความทาง อีฟ ก็เผยว่าตอนนี้ได้ ยื่นฟ้องกานต์ ไปทั้งสิ้น 3  คดี ในข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าอีเหลือมซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหน้า พร้อมกับฟ้องหมิ่นประมาทที่ไลฟ์สดด่า และ ไล่ออกจากบ้าน  ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องหมิ่นประมาทอีก 1คดี  ฟ้องกานต์และค่ายเพลง ที่แต่งเพลงหมิ่นประมาท โดยนำเสียงอีฟในวันที่ถูกไลฟ์สดไล่ออกจากบ้านไปอยู่ในเนื้อเพลง ชื่อเพลงว่า อย่าให้กูไลฟ์ ขณะที่ทางทนายความของอีฟ ก็ได้เดินหน้าฟ้องเองเพิ่มอีก 1 คดี หลังถูกกานต์ โพสต์ด่าว่าเป็นทนายไร้จรรยาบรรณ    โดยทางอีฟ ก็บอกว่าไม่ได้มองหน้า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว ในเมื่อไกล่เกลี่ยไม่ได้ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะถึงแม้จะออกมาจากตรงนั้นแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดพาดพิงถึงตนอยู่ สำหรับที่ฟ้องไปทั้ง 4 คดีไม่ได้เรียกร้องเงิน แค่อยากจะให้ออกมาขอโทษ ขอขมาตน และแม่ผ่านสื่อ เพราะหมิ่นประมาทผ่านสื่อ แม้คดีจะยื้ดยาวแค่ไหนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่กานต์ วิภากร ระบุ เรื่องคดีให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแลดำเนินการทั้ง 2 คดี พร้อมกับบอกว่าการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าทำมา 5-6 ปี ไม่ใช่คดีฆ่าคนตายซะหน่อย และในช่วงบ่ายเจ้าตัวก็เดินทางไปที่ บก.ปอท. บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอีฟ ในเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนจะเป็นกรณีใดยังไม่ขอเปิดเผย ต้องให้ตำรวจตรวจเช็คก่อน   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/soS4Z5cNIxg

 2,832
บันเทิง
29 ต.ค. 62

ศึกอดีตเมียเสก! 'อีฟ' ขึ้นศาลฟ้องหมิ่น 'กานต์' ยันดำเนินคดีถึงที่สุด

อีฟ อภิสร์ญา และ  กานต์ วิภากร ประชันหน้าอีกครั้งขึ้นศาล อาญารัชดา หลังฟ้องคดีหมิ่นประมาท 3 คดี และ ฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี  ด้านทนายความฟ้องเพิ่มอีก 1 คดี   มากันที่เรื่องราวของครอบครัวร็อคเกอร์สตาร์ ‘เสก โลโซ’ ที่ต้องบอกว่ายังมีเรื่องราววุ่นๆให้สังคมได้ติดตามอยู่ โดยเฉพาะเรื่องราวของอดีตภรรยา ‘กานต์ วิภากร’ และ อดีตแฟนสาว ‘อีฟ – อภิสร์ญา’ ที่ตอนนี้เป็นคดีความอยู่ในชั้นศาล    ล่าสุดเมื่อวานนี้ ทั้งคู่ก็ได้เดินทางมาที่ศาลอาญา รัชดา  โดย ‘อีฟ’ และ ‘กานต์’ ได้เจอหน้ากันอีกครั้งที่ศาล ซึ่งเมื่อวานนี้ศาลได้นัดทั้งคู่มาสอบคำให้การจำเลยและนัดรวมพยานหลักฐาน ในคดีที่ 2 หลังจากที่ ‘อีฟ’ ได้ยื่นฟ้อง ‘กานต์’ ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากได้โพสต์กล่าวหาว่าเป็นอีเหลือมในเหตุการณ์ที่ด่าตั้งแต่เม.ย. - พ.ค.  ทาง ‘กานต์’ ก็ได้ปฎิเสธ และ ศาลก็ได้นัดสืบพยานไปวันที่ 4-5 ส.ค. ปีหน้า   สำหรับคดีความทาง ‘อีฟ’ ก็เผยว่าตอนนี้ได้ ยื่นฟ้อง ‘กานต์’ ไปทั้งสิ้น 3  คดี ในข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่าอีเหลือมซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนหน้า พร้อมกับฟ้องหมิ่นประมาทที่ไลฟ์สดด่า และ ไล่ออกจากบ้าน  ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องหมิ่นประมาทอีก 1คดี  ฟ้องกานต์และค่ายเพลง ที่แต่งเพลงหมิ่นประมาท โดยนำเสียง ‘อีฟ’ ในวันที่ถูกไลฟ์สดไล่ออกจากบ้านไปอยู่ในเนื้อเพลง ชื่อเพลงว่า “อย่าให้กูไลฟ์” ขณะที่ทางทนายความของ ‘อีฟ’ ก็ได้เดินหน้าฟ้องเองเพิ่มอีก 1 คดี หลังถูก ‘กานต์’  โพสต์ด่าว่าเป็นทนายไร้จรรยาบรรณ     โดยทาง ‘อีฟ’ ก็บอกว่าไม่ได้มองหน้า ไม่มีอะไรต้องเคลียร์แล้ว ในเมื่อไกล่เกี่ยไม่ได้ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพราะถึงแม้จะออกมาจากตรงนั้นแล้ว แต่ก็ยังไม่หยุดพากพิงถึงตนอยู่ สำหรับที่ฟ้องไปทั้ง 4 คดีไม่ได้เรียกร้องเงิน แค่อยากจะให้ออกมาขอโทษ ขอขมาตน และ แม่ผ่านสื่อ เพราะหมิ่นประมาทผ่านสื่อ  แม้คดีจะยื้ดยาวแค่ไหนก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด    ขณะที่ ‘กานต์ วิภากร’ ก็เปิดใจให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสั้นๆ บอกว่า เรื่องคดีให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแลดำเนินการทั้ง 2 คดี  พร้อมกับบอกว่าการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าทำมา 5-6 ปี ไม่ใช่คดีฆ่าคนตายซะหน่อย     และในช่วงบ่ายเจ้าตัวก็เดินทางไปที่ บก.ปอท. บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ ‘อีฟ’ ในเรื่องพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนจะเป็นกรณีใดยังไม่ขอเปิดเผย ต้องให้ตำรวจตรวจเช็คก่อน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/66AKQK3OQXM

 626
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

โอละพ่อ ลูกสาวสารภาพสิ้น ไม่ถูกหวย 12 ล้าน หลังร่วมมืออดีตแฟนกุเรื่อง ถูกแม่ยายยักยอกลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน

บุรีรัมย์-จากกรณีนายแดน อายุ 16 ซึ่งเป็นลูกเขยอ้างว่า ถูกรางวัลที่ 1 แล้วนำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบ ไปฝากไว้กับนางมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย ทั้งกล่าวหาว่าแม่ยายเป็นคนนำสลากไปขึ้นเงิน พร้อมจ้างทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดนางรอง ให้เอาผิดกับคนทั้ง 3   ต่อมาเมื่อเดือน ส.ค.61 ศาลชั้นต้นยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นเพียงแค่พยานบุคคล และพยานบอกเล่า ไม่มีวัตถุพยาน หรือพยานเอกสารมายืนยัน ว่าจำเลยกระทำผิดจริง ประกอบกับพยานเอกสารจากกองสลากก็ไม่ปรากฏชื่อโจทก์ ที่สลักไว้หลังสลาก   และไม่ปรากฏชื่อของจำเลย หรือญาติของจำเลยไปขึ้นเงิน ศาลจึงมีคำพิพากษายกคำร้องโจทก์ในชั้นไต่สวน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากกองสลากฯ พบว่าผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 ชุดดังกล่าวที่ไปขึ้นเงินกับกองสลากฯ อยู่ที่ จ.ลำปาง และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแม่ยายที่ถูกกล่าวเลย   แต่เรื่องยังไม่จบฝั่งครอบครัวลูกเขย ได้ยื่นอุธรณ์ต่อ ทำให้ครอบครัวฝั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องเดินทางไปขึ้นศาลหลายครั้ง เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง   ล่าสุดวานนี้ (14 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาวนางมานิตย์ ได้กลับมาอยู่กับแม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมสารภาพหมดเปลือกว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนกับแฟน ไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ และไม่ถูกรางวัลตามที่มีเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องทั้งหมดแฟนหนุ่มเป็นคนกรุเรื่องขึ้นมา ตนจึงจำเป็นต้องคล้อยตาม   ด้านนางฉวีวรรณ อายุ 31 ปี น้องสาวนางมานิตย์ และเป็นหนึ่งผู้ถูกกล่าวหา บอกว่า ถึงตอนนี้แล้วก็อยากจะให้เรื่องจบโดยเร็ว เพราะไม่เป็นความจริง ไม่อยากให้ยื้อกันต่อไปอีก เพราะต่างคนต่างเสียเวลา ค่ารถค่าอื่นๆ หลายอย่าง ยอมรับว่าเหนื่อยที่ต้องเดินทางไปขึ้นศาล   ด้านนางมานิตย์ แม่ น.ส.เอ บอกว่า ทุกครั้งที่เดินทางไปศาลจะต้องเสียค่าใช้จายทั้งค่ารถค่าใช้จ่ายอื่น จนไม่มีเวลาไปทำงานอื่น ตอนนี้อยากให้เรื่องให้จบ เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าไม่มีใครถูกลอตเตอรี่แต่อย่างใด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f1RC3MQHIPI

 8,549
สังคม-อาชญากรรม
03 พ.ค. 61

'เปรมชัย' ปฏิเสธฆ่าเสือดำ ศาลเพิ่มหลักทรัพย์ประกันอีก 4 แสน

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน จำเลยในคดีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี พร้อมทนายความส่วนตัว เดินทางด้วยรถตู้ฮุนได สีขาว มายังศาลจังหวัดทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อรายงานตัวในคดีหมายเลขดำที่ 219/2561 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดนัดฝากขังผัดที่ 7 ซึ่งเป็นผัดสุดท้าย โดยมีรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีดำ ขับตามมาที่หลังและจอดรออยู่ด้านนอกศาล   เมื่อมาถึงคณะของนายเปรมชัย ได้เดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของศาลทันที โดยนายเปรมชัยไม่ตอบคำถามใดๆ กับสื่อ ขณะที่ทุกคนต่างมีสีหน้าที่เรียบเฉย จากนั้นจำเลยทั้ง 4 คนได้เข้าไปรับฟังการพิจารณาคดีภายในห้องพิจารณาคดี 1 ซึ่งการมารายงานตัวในครั้งนี้ ศาลจะสอบคำให้การ โดยอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยทั้ง 4 ฟังว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ หากจำเลยทั้ง 4 ยอมรับสารภาพตามข้อกล่าวหาที่ถูกฟ้อง ศาลก็จะสามารถดำเนินการตัดสินคดีได้เลย แต่หากจำเลยทั้ง 4 ให้การปฏิเสธ ศาลจะทำการนัดชี้สองสถานเพื่อคุ้มครองสิทธิ และนัดพร้อมให้ฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยยื่นบัญชีพยาน และนัดตรวจพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายเพิ่มเติม   ทั้งนี้ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ และศาลให้ประกันตัวโดยเพิ่มหลักทรัพย์ จำเลยที่ 1-2-4 คนละ 4 แสนบาท ส่วนจำเลยที่ 3 มูลค่า 150,000 บาทเท่าเดิม พร้อมนัดหมายครั้งต่อไปวันที่ 21 พ.ค. 2561   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EkY5e_yHPrM    

 4,702
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
22 ก.พ. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' คุยคดีฆ่าหั่นศพ พี่สาวเผย 'เปรี้ยว' สบายดี หลังขึ้นศาลปฏิเสธฆ่าหั่นศพ 'แอ๋ม'

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ คุยคดีดัง เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ ที่สร้างความสะเทือนขวัญเมื่อปี 2560 โดยล่าสุดศาลนัดสอบพยานโจทก์ต่อเนื่องวันที่ 2 ซึ่งเบื้องต้นเปรี้ยว ปฏิเสธฆ่าแอ๋ม โดยรับสารภาพเพียงทำร้ายร่างกายเท่านั้น ส่วนเอินและวศิน สารภาพในข้อหาร่วมกันทำลายศพ ขณะที่เบนซ์รับสารภาพว่ารับของโจร   ขณะพี่สาวของเปรี้ยวและมารดา ได้เดินทางมาที่ศาลในช่วงบ่าย กล่าวกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า มาตามการนัดหมายของศาล จ.ขอนแก่น เพื่อสอบคำให้การพยานฝ่ายโจทก์ ทางด้านมารดา กล่าวว่า เจอเปรี้ยวแล้ว เปรี้ยวก็ยังสบายดี เปรี้ยวบอกว่าเดินทางลำบากไม่อยากให้แม่มา แต่อยากให้มาหาในช่วงที่ศาลจะตัดสินคดีเดือนเมษายน ที่จะถึงนี้ ซึ่งทั้ง 2 ยังไม่ได้ขึ้นให้การเนื่องจากเวลาหมดก่อนต้องมาอีกครั้ง   พร้อมกันนี้ชูวิทย์ยังได้ฝากข้อคิดสำหรับการสู้คดีว่า "สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน สารภาพติดพอประมาณ"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/2uaKhUwzQN0  

 12,968
สังคม-อาชญากรรม
13 ก.พ. 61

เริ่ม! ยกที่ 1 'ครูปรีชา-หมวดจรูญ' เผชิญหน้าครั้งแรกในศาลแพ่ง ปัดไกล่เกลี่ย 'เจ๊เกียว' ยัน 'เจ๊บ้าบิ่น' สบายดี ไม่ได้โดนอุ้ม

ศึกชิงหวย 30ล้านเริ่มแล้ว สองฝ่ายเจอกันในศาลแพ่งครั้งแรก ทั้งคู่ปฏิเสธไกล่เกลี่ยยอมความ ด้านครูปรีชา ยิ้มร่า ควงทีมทนายสู้ศึก ฝั่ง หมวดจรูญ ควงครอบครัว และทีมทนายพร้อมปล่อยหมัด ซัด ลอตเตอรี่ได้มาโดยชอบธรรม   บรรยากาศที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวานนี้ เรียกว่าคึกคักอย่างมาก ทีมกองทัพสื่อมวลชน เฝ้ารอติดตามทำข่าวการพบกันครั้งแรกในศาลระหว่าง ครูปรีชา ใคร่ครวญ และ รตท จรูญ วิมูล อดีตตำรวจ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่ครูปรีชา ยื่นฟ้อง หมวดจรูญละเมิดทรัพย์   โดยฝั่งครูปรีชา เปิดบ้านพักให้ทีมข่าว เข้าไปบันทึกภาพ ในห้องทำงาน พบใบประกาศนียบัตรและโล่รางวัลที่ครูปรีชาได้รับจำนวนมาก โดยครูปรีชากล่าวสั้นๆว่า วันนี้ตื่นแต่เช้า เตรียมพร้อมทั้งกายและใจ จากนั้นได้เข้าไปกราบขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านและออกเดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี   ขณะที่ฝั่งหมวดจรูญ เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับครอบครัวและทีมทนายความ  เวลาประมาณ  8.30 น. พอพบสื่อมวลชน หมวดจรูญใบหน้าสดชื่น ควงคู่มากับภรรยาและลูกสาว  โดยหมวดจรูญกล่าวสั้นๆก่อนขึ้นศาลว่า  ตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับการขึ้นศาลวันนี้ ไม่กังวลใจ และไม่ได้เตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ หากศาลให้คู่ความทั้งคู่เจรจาไกล่เกลี่ยกัน  ก็คงไม่ไกล่เกลี่ยแล้ว ไม่รู้จะคุยอะไรกัน  แต่หากครูปรีชายอมรับก็อาจไกล่เกลี่ยความได้ ความจริงก็คือความจริง มั่นใจเต็มร้อยว่าลอตเตอรี่เป็นของตัวเอง จากนั้นก็ขึ้นไปที่ห้องพิจารณาคดี   จากนั้นเวลาประมาณ 9.00 น.ครูปรีชาพร้อมทีมทนายความและครอบครัวก็เดินทางมาถึงศาล  และพูดคุยกับสื่อมวลชนว่า พร้อมสู้คดี ซึ่งตนมีหลักฐานแน่นหนา ลอตเตอรี่เป็นของตน คนเราวิ่งหนีความจริงไม่พ้น สุดท้ายศาลจะเป็นผู้ตัดสิน จากนั้นครูปรีชาก็ชูสองนิ้วสู้ตาย และเดินเข้าไปในศาล   โดยทันทีที่ทั้งครูปรีชาและหมวดจรูญเดินเข้าไปในศาล ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มองหน้ากัน โดยทางครูปรีชาเลิกจะนั่งที่ฝั่งซ้ายแถวที่1 ฝั่งหมวดจรูญ นั่งแถวที่ 3 ฝั่งขวา โดยสังเกตว่าขณะที่ทนายทั้งสองฝ่ายชี้แจงต่อศาล เรื่องการนำสืบพยาน ทั้งคู่ต่างตั้งใจฝั่ง โดยศาลถามทนายความฝั่งโจทก์คือครูปรีชา และทนายความฝั่งจำเลย คือหมวดจรูญ ว่าจะไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ เพราะคดีแพ่งถ้าสามารถไกล่เกลี่ยกันได้ ก็จะจบ แต่ทั้งคู่ให้การปฏิเสธไม่ขอไกล่เกลี่ย  โดยศาลกำหนด 4 ประเด็นในคดีแพ่ง คือ 1.โจทก์เป็นเจ้าของลอตเตอรี่หรือไม่ 2.โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ ในสลากหรือไม่ 3.จำเลยทำละเมิดโจทก์หรือไม่ และ 4.จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่   โดยครูปรีชา มีพยานนำสืบ 15 ปาก หมวดจรูญ มีพยานนำสืบ 12 ปาก ซึ่งพยานทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในสำนวนคดีอาญาของตำรวจ โดยศาลให้โจทก์และจำเลย  โยศาลขอให้ทั้งสองฝ่าย ส่งบัญชีระบุพยานภายใน 20 วัน และนัดสืบพยานในวันที่ 1-4 พฤษภาคม   หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการศาล หมวดจรูญ และทนายความก็ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ตนพร้อมพิสูจน์ความจริงเสมอ โดยขณะที่อยู่ในห้องไม่มีการพูดคุยกันกับครูปรีชา แค่ชำเลืองมองหน้าเฉยๆ ส่วนการต่อสู้คดี ทั้งพยานหลักฐานต่างๆตนก็พร้อม และขอยืนยันว่าซื้อลอตเตอรี่จริง  ด้านนายณัฐพล เติมสายทอง ทนายความหมวดจรูญกล่าวว่า ยังไม่ขอเปิดเผยพยานที่จะมาหักล้างในคดีแพ่ง ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนซึ่งคดีนี้ครูปรีชา ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนว่า พยานหลักฐานทั้งหมดน่าเชื่อถืออย่างไร   ทางด้านครูปรีชาพร้อมทนายความก็เดินออกมาจากศาล ให้สมภาษณ์สื่อด้วยรอยยิ้มว่า ตนมั่นใจเต็มร้อยในการสู้คดี ไม่กังวลพยานหลักฐานใดๆ ส่วนบรรยากาศในห้องพิจารณาก็ไม่ได้มีการคุยกัน แต่ตอนเดินออกมา ก็ได้ยกมือไหว้หมวดจรูญ เพราะเป็นผู้ใหญ่กว่าเราก็ทำความเคารพตามมารยาทไทย  และขอฝากสื่อมวลชน ลงข่าวให้เป็นกลาง  อยากสอบถามอะไรก็ให้ไปพบครูที่บ้าน    ทางด้านนายเกรียงไกร นาควะรี ทนายความครูปรีชา กล่าวว่า พยานทั้ง 15 ปาก เป็นพยานคนสำคัญ ไม่กังวลใจในการต่อสู้คดี นอกจากพยานบุคคลแล้วจะมีพยานวัตถุอื่นๆประกอบหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งฝ่ายใดมีน้ำหนักมากกว่ากัน ศาลก็ต้องให้ความเป็นธรรม   พอเสร็จสิ้นกระบวนการที่ศาลผู้สื่อข่าวสังเกตพบว่า ทั้งสองฝั่ง ไม่มีท่าทีวิตกกังวล มีแต่รอยยิ้ม และต่างฝ่ายก็มั่นใจว่าหวยนั้นเป็นของตัวเอง ซึ่งในเช้าวันนี้ (13 ก.พ.) ทางกองปราบปรามก็จะมีการประชุม พนักงานสอบสวนในคดีนี้ รวมทั้งการแต่งตั้งหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ ซี่งคาดว่าภายในสิ้นเดือนกพ อาจจะมีการสรุปสำนวนคดี   จากนั้นในช่วงบ่าย ครูปรีชาก็เดินทางเข้ารับรางวัล วิทยากรจิตอาสา โรงเรียนผู้สูงอายุ จังหวัดกาญจนบุรี  โดยครูปรีชาสวมเสื้อผ้าไหมสีทอง มารับรางวัล ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีความกังวล หรือวิตกใดๆทั้งสิ้น มีการทักทายเพื่อนครูและผู้สูงอายุ จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ว่า รางวัลนี้ตนได้รับเพราะทำหน้าที่ครูอาสา สอนวิชาประวัติศาสตร์ให้กับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ปี 2560 ก่อนเกิดคดีหวย  ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ครูปรีชารู้สึกอย่างไร ที่ทำแต่ความดี แต่ถูกสังคม กล่าวหาว่าเป็นครูจอมทรัพย์สอง  ครูปรีชาบอกว่า สังคมอย่าพึ่งตัดสินคนด้านเดียว เรื่องคดีความที่เกิดขึ้น รอฟังการพิจารณาจากศาล ก็จะรู้ความจริง   คดีนี้นอกจากครูปรีชา และลุงจรูญ จะต้องต่อสู้คดีกันแล้ว พยานปากสำคัญต่างๆก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะเจ๊บ้าบิ่น หรือนางรัตนาภรณ์ ซึ่งถือเป็นแม่ค้าคนสำคัญ ที่เป็นคนขายหวยให้ครูปรีชา และเมื่อมีการแชร์คลิปเสียงและข้อความแชทไลน์ของเจ๊บ้าบิ่นออกมา จากนั้นเจ้บ้าบิ่นก็หายตัวไป    ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม เจ๊เกียว พยานคนสำคัญอีกคน ว่าเจ๊บ้าบิ่นตอนนี้ หายไปไหน เจ๊เกียวกล่าวว่า ไม่ได้หายไปไหน ไม่ได้ถูกอุ้ม เจ๊บ้าบิ่นสบายดี อยู่กับเจ๊เกียวเอง แต่ที่ไม่ออกมาเพราะต้องการพัก ไม่อยากให้สมภาษณ์สื่อแล้ว เจ๊บ้าบิ่น อยู่ดีมีสุข อาศัยในบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวานนี้ ทางเจ๊เกียวและเจ๊ๆทุกคนที่เป็นพยานให้ครูปรีชา ก็มีการนัดทานข้าวกันที่บ้านครูปรีชา ไม่ได้ไปปิดรีสอทร์หรือเซฟเฮาส์ใดๆทั้งสิ้น เป็นการนัดกินข้าวกันแลกเปลี่ยนสารทุกข์กัน และปรึกษาทางคดี และยังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านครูปรีชาว่า มีนักข่าวมาสังเกตการณ์ที่หน้าบ้านของครูปรีชาหลายคน  จนถึงวันนี้ พวกตนยืนยัน ไม่ได้เป็นขบวนการเท็จ ทุกอย่างที่ให้สัมภาษณ์คือความจริง   ทางด้านนายสันติลูกชายเจ๊บ้าบิ่น กล่าวว่า ตอนนี้แม่อยู่ที่ปลอดภัย แต่ตนเองรู้สึกไม่ปลอดภัย ในแต่ละวันทั้งนักข่าวและมีรถยนต์แวะเวียนมาสังเกตการณ์หน้าบ้านตนทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่ยามวิกาล จนเกิดความหวาดกลัว ไม่เข้าใจว่าสื่อต้องการอะไร     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I-Q-73iQFrw    

 18,204
ต่างประเทศ
19 ม.ค. 61

สามีภรรยาโหดขังลูก 13 คน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พบให้ลูกกินข้าววันละมื้อ-อาบน้ำปีละครั้ง

นายเดวิด อัลเลน เทอร์พิน วัย 57 ปี และนางลูอิส แอนนา เทอร์พิน วัย 49 ปี สองสามีภรรยาถูกตั้งข้อหารวม 12 กระทง โดยทั้งคู่ได้ปฎิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ศาลมีคำสั่งตั้งวงเงินประกันตัวคนละ 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 380 ล้านบาท ก่อนกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 23 กุมภาพันธ์   คดีสะเทือนขวัญครั้งนี้ได้รับการเปิดเผย หลังลูกสาวคนหนึ่งหาทางปีนหน้าต่างหลบหนีออกมาได้และโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ นำไปสู่การบุกค้นบ้านของสามีภรรยาคู่นี้ จนพบเด็กทั้ง 13 คน อายุตั้งแต่ 2 ขวบถึง 29 ปี อยู่ในสภาพผอมโซมอมแมม และโดนล่ามโซ่กับเฟอร์นิเจอร์   ขณะที่การสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า 2 สามีภรรยานี้ยังทารุณกรรมลูกๆ ด้วยการตีและรัดคอ มักปลุกให้ตื่นในตอนกลางคืน อนุญาตให้อาบน้ำปีละครั้งเท่านั้น และให้กินอาหารวันละมื้อ ส่งผลให้เด็กๆ อยู่ในสภาพขาดสารอาหารอย่างรุนแรง อีกทั้งการกระทำของทั้งคู่ยังส่งผลให้เด็กทั้งหมดมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงอย่างมาก   โดยตำรวจได้ยกย่องการกระทำของลูกสาวผู้แจ้งเหตุว่า เป็นสิ่งที่กล้าหาญ ซึ่งช่วยให้พี่น้องได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจของสามีภรรยาคู่นี้   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม They have denied all accusations. พวกเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา deny (v.) ปฏิเสธ อ่านว่า ดินาย accuse (v.) กล่าวหา อ่านว่า อะคิ่วซฺ accusation (n.) ข้อกล่าวหา อ่านว่า แอะคิวเซ่เฮิ่น 

 39,189
การเมือง
21 ธ.ค. 60

'ไผ่ ดาวดิน' ใส่ชุดครุย ขึ้นศาล มทบ.23 ให้ปากคำนัดแรก คดีมั่วสุมการเมือง

“ไผ่ ดาวดิน” ใส่ชุดครุย บัณฑิตใหม่คณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น ขึ้นศาล มทบ.23ตามการนัดสอบคำให้การคดีร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง นัดแรก พร้อมพวก รวม 8 คน ขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” ยังคงหลบหนี   เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ธ.ค.2560 ศาล มทบ.23 จ.ขอนแก่น ได้มีการเบิกตัว นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน จำเลยในคดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ และเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง จากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตามนัดการสอบคำให้การนัดแรกวันนี้ โดยเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ทำการควบคุมตัวมาขึ้นศาล มทบ.23 โดยเมื่อเดินทางมาถึง ไผ่ ดาวดิน ซึ่งเดินทางมาด้วยชุดนักโทษชาย ซึ่งเมื่อเดินทางถึงบริเวณด้านหน้าศาล มทบ.23 นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา และ นางพริ้ม บุญภัทรรักษา บิดาและมาราของไผ่ ดาวดิน ได้นำชุดครุย มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่ง ไผ่ ดาวดิน นั้นสำเร็จการศึกษาในคณะนิติศาสตร์ มข. ที่มีกำหนดการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปีนี้ แต่ไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เนื่องจากถูกศาล จ.ขอนแก่น ตัดสินจำคุก ทำให้บิดาและมารดา นำชุดครุยมาให้สวมใส่ก่อนเข้ารายงานตัว    ซึ่งทันทีที่ ไผ่ ดาวดิน เข้ารายงานตัวต่อจ่าศาลแล้วเสร็จ ได้ทีการถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องคุมขังผู้ต้องหาบริเวณด้านหลังศาล มทบ.23 ทันที โดยมี พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าฝ่ายข่าวกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ขอนแก่น (กกล.รส.จว.ขก.) พร้อมด้วยกำลังสารวัตรทหาร คอยกำกับดูแลความเรียบร้อยอยู่โดยรอบบริเวณของศาล พร้อมทั้งห้ามไม่ให้สื่อมวลชนรวมทั้งผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาบันทึกภาพในเขตอำนาจศาลหรือเข้ามาสังเกตุการณ์ในศาล มทบ.23 แต่อย่างใด   ขณะเดียวกันในการนัดสอบคำการครั้งนี้ ศาล มทบ.23 ได้ให้ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวมารายงานตัวและสอบคำให้การวันนี้ ทั้งหมด 9 คน ประกอบด้วย นายจตุรภัทร์ บุญภัทรรักษา หริอ ไผ่ ดาวดิน ,นายชาดไท น้อยอุ่นแสน,นายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์,นายฉัตรมงคล เจนเชี่ยวชาญ,นายณรงค์ฤทธิ์ อุปจันทร์,น.ส.ณัฐพร อาจหาญ,น.ส.ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์,น.ส.นีรนุช เนียมทรัพย์ และนายรังสิมันต์ โรม โดยผู้ต้องหาเดินทางมารายงานตัวต่อศาล มทบ.23 ทั้งหมด มีเพียงนายรังสิมันต์ โรม เท่านั้นที่ไม่มารายงานตัว โดยเมื่อทั้ง8 คนเดินทางมารายงานตัวต่อศาล มทบ.23 นั้น อัยการศาลทหาร มทบ.23 ได้การเบิกตัวขึ้นสอบคำให้การ ต่อตุลาการทหาร มทบ.23 ทันที โดยมีทนายความของผู้ต้องหาทั้งหมด คอยกำกับและร่วมในการดำเนินการตามขั้นตอนของศาลทหาร ในภาพรวมทั้งหมด   พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าฝ่ายข่าว กกล.รส.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ต้องหา 8 คนตามความผิดร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมืองได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาล มทบ.23 จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองภายใน ม.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2558 ตามนัดการสอบคำให้การผู้ต้องหานัดแรกของศาล มทบ.23 ขณะที่ นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ และ นางพรรณวดี ตันติศิรินทร์ ซึ่งอยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้นได้เข้ารายงานตัวและเข้าสู่ขบวนการปรองดองสมานฉันทน์ของ คสช.ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของศาล อย่างไรก็ตามในการเดินทางมาสอบคำให้การครั้งนี้ พนักงานอัยการทหาร ได้มีการขออายัดตัวนายภาณุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ สมาชิกกลุ่มดาวดิน ซึ่งมีความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมและชุมนุมทางการเมือง จากเหตุการณ์แสดงออกทางสัญลักษณ์คัดค้านรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2558 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น โดยศาลทหารได้มีการสั่งฟ้องดำเนินคดีต่อศาล มทบ.23 ทันทีโดยที่ครอบครัวของนายภาณุพงศ์ ได้มีการประสานขอประกันตัว วงเงิน 10,000 บาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ในดุลยพินิจของศาล มทบ.23   “ ได้มีการส่งหมายจับนายรังสิมันต์ โรม ผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวนี้ไปยังกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เพื่อดำเนินการจับกุมตัวแล้ว ซึ่งข้อมูลล่าสุดมีการออกมาเคลื่อนไหวและแสดงออกทางสัญลักษณ์ ที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันี่ผ่านมา" ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 20,465
ต่างประเทศ
23 พ.ย. 60

นักฆ่าแห่งบอสเนีย 'นายพลมาราดิช' ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต จากข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ศาลพิเศษอาญาระหว่างประเทศ สำหรับอดีตยูโกสลาเวีย มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต นายพลรัตโก มาราดิช อดีตผู้บัญชาการทหารชาวเซิร์บ วัย 74 ปี เจ้าของฉายานักฆ่าแห่งบอสเนีย   ในความผิด 10 ข้อหาจากทั้งหมด 11 ข้อหา ซึ่งรวมถึงการล้างเผ่าพันธุ์ และสังหารหมู่ชายและเด็กชายชาวมุสลิม 8 พันคนที่เมืองซเรเบรนิกาในปี 1995 และการปิดล้อมกรุงซาราเยโวนานกว่า 43 เดือน ซึ่งในช่วงดังกล่าวมีพลเรือนมากกว่า 1 หมื่น 1 พันคนเสียชีวิตจากกระสุนปืนใหญ่และถูกซุ่มยิง นับเป็นเหตุเลวร้ายที่สุดในยุโรป   อย่างไรก็ตาม นายมาราดิช ไม่ได้อยู่ฟังคำตัดสิน เพราะยืนตะโกนใส่ผู้พิพากษา อ้างว่าสร้างหลักฐานเท็จเพื่อปรักปรำ จนถูกเจ้าหน้าที่นำตัวออกจากห้องพิจารณาคดี และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม I am very distraught. Everything you have said is pure lies. Shame on you. It's all lies. ผมโกรธและรับไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างที่พูดมาเป็นเรื่องโกหกล้วนๆ คุณควรจะละอายแก่ใจตัวเอง โกหกทั้งเพ  

 3,179
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ย. 60

แก๊ง 'เปรี้ยว' หน้าสด ขึ้นศาลนัดตรวจพยาน ร่ำไห้กราบขอขมาญาติ 'แอ๋ม' กลางศาล

รถเรือนจำกลางขอนแก่น ได้นำตัวจำเลยในคดีฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือน้องแอ๋ม ในพื้นที่อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยควบคุมตัวจากศาลจังหวัดขอนแก่น ส่งคุมขังในเรือนจำ ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว, น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือแจ้ และนายวศิน นามพรมทัณ ควบคุมตัวส่งทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น   โดยจำเลยหญิงทั้งหมดได้โผล่หน้าออกมายิ้มเล็กๆให้กับสื่อมวลชนก่อนที่รถควบคุมตัวจะเข้าไปยังด้านในสุดของเรือนจำกลางขอนแก่น โดยที่ปิดประตูชั้นในสุดไม่ให้ผู้สื่อข่าวสามารถถ่ายภาพได้ ก่อนที่จำเลยทั้งหมดรวมทั้งผู้ต้องขังคนอื่นๆจะต่อแถวเช็คชื่อตามระเบียบของเรือนจำ   บรรยากาศภายในห้องพิจารณา จำเลยทั้ง 5 คน ได้เข้าไปกราบขอขมา พ่อ แม่ และยาย ของน้องแอ๋มด้วย โดย น.ส.เปรี้ยวได้คุกเข่าคลานเข้าไปกอดมารดาของน้องแอ๋ม โดยจำเลยทั้งหมดได้กราบขอขมาพร้อมกับกล่าวขอโทษ ซึ่งฝ่ายมารดาของน้องแอ๋มรวมทั้งจำเลยทั้ง 5 คน ต่างก็ร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม ซึ่งศาลบอกว่า การขอขมาก็ทำได้ ส่วนโทษในความผิดที่ก่อขึ้นก็ต้องว่ากันตามกฎหมาย   ทั้งนี้ศาลได้ทำการตรวจพยาน หลักฐานทั้งจากฝ่ายจำเลยและฝ่ายโจทย์ ตั้งแต่ 09.00 ถึงเวลาบ่ายโมงตรง จึงเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางขอนแก่น ก็จะทำการคุมตัวจำเลยทั้งหมดส่งเข้าคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น และทัณฑสถานบำบักพิเศษขอนแก่น   ซึ่งทนายความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นพยาน หลักฐานต่อศาล ซึ่งฝ่ายโจทย์ยื่นบัญชีพยานบุคคลจำนวน 27 ปาก และหลักฐานอื่นๆ ส่วนทนายฝ่ายจำเลยนั้น ยื่นบัญชีพยานบุคคล 8 ปาก ซึ่งในจำนวนพยาน 8 ปากนี้ จำเลยทั้ง 5 คน ต่างเป็นพยานให้กันและกัน โดยมีพยานบุคคลอื่นอีก 3 ปาก ถือว่ายื่นครบสมบูรณ์ทั้งสองฝ่าย แต่หากฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งคิดว่ายังไม่สมบูรณ์ และอยากยื่นพยานเพิ่มก็ยื่นคำร้องต่อศาลได้ เมื่อขั้นตอนการยื่นบัญชีพยานเรียบร้อยแล้ว ในขั้นตอนต่อไป ศาลได้นัดสอบพยานฝ่ายโจทก์รวม 6 นัด สอบพยานฝ่ายจำเลย 2 นัด ซึ่งจะเสร็จสิ้นการสอบพยานทั้งสองฝ่ายภายในเดือนมีนาคม 2561จากนั้นก็จะเข้าสู่บวนการที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Kf4vOU1TsY0    

 7,665
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ย. 60

อดีตพระ 'เณรคำ' ขึ้นศาลครั้งแรก ปฏิเสธคดีพรากผู้เยาว์-ฉ้อโกง

คดีที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวิรพล สุขผล หรืออดีตเณรคำ อายุ 38 ปี ตกเป็นจำเลย คดีพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 15 ปี จากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โจทก์ได้ขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ศาลชั้นต้นแห่งรัฐบาลกลางรัฐแห่งแคลิฟอร์เนีย มีคำสั่งให้ส่งตัวมาไทย เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัว นายวิรพล จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาเข้าสู่กระบวนการตรวจพยานหลักฐาน ซึ่งนายวิรพล อยู่ในชุดนักโทษ ยังมีสีหน้ายิ้มแย้ม   โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟัง และสอบถามซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ และศาลสอบถามจำเลยถึงแนวทางในการต่อสู้คดี ซึ่งจำเลยแถลงขอให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่า ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนนั้น ตนได้สร้างวัดและพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกจริง   ส่วนความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์นั้น มีญาติโยมเป็นคนจัดทำข้อความและนำไปเผยแพร่ ให้และความผิดฐานฟอกเงินนั้นรถยนต์ส่วนหนึ่งจำเลยซื้อเองและญาติโยมซื้อมาถวายเพื่อใช้ในกิจของสงฆ์   ต่อมาอัยการโจทก์แถลง นำพยานบุคคลเข้าสืบจำนวน 12 ปาก ส่วนใหญ่เป็นประชาชนผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา และเจ้าหน้าที่ ปปง. ขณะที่ฝ่ายจำเลยแถลง นำพยานบุคคลเข้าสืบ จำนวน 49 ปากศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้จำเลยนำพยานเข้าสืบ 8 ปาก โดยนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 22 พฤษภาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U5qDasEMqDc    

 2,948
สังคม-อาชญากรรม
24 ส.ค. 60

แก๊ง 'เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ' ทาปากแดง-เขียนคิ้วขึ้นศาล กลับคำให้การฆ่า 'แอ๋ม'

ขอนแก่น-เปรี้ยว, เอิน, แจ้, วศิน, เบนซ์ ผู้ต้องหาแก๊งฆ่าหั่นศพ น.ส.แอ๋ม ในพื้นที่บ้านโนนสง่า อ.เขาสวนกวาง เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เดินทางมายังศาลจังหวัดขอนแก่น หลังครบกำหนดของการฝากขัง 7 ผัด รวม 84 วัน   โดยศาลจ.ขอนแก่นประทับรับฟังผู้ต้องหาทั้งหมดทันที เพื่อเข้าสู่การดำเนินการตามกระบวนการศาลยุติธรรรม แยกเป็น เปรี้ยว, เอิน, แจ้ และนายวศิน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันลักทรัพย์, ร่วมกันกักขังหน่วยเหนี่ยว และร่วมกันพาอาวุธไปในที่สาธารณะ และแจ้ ถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือเสพสารเสพติด ขณะที่เบนซ์ ถูกตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ เพียงข้อหาเดียวเท่านั้น   โดยขณะคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ซึ่งถุกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางขอนแก่น และจากทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่นมายังศาล จ.ขอนแก่น ด้วยรถคุมขังนักโทษ ผู้ต้องหาทั้ง 5 คน เดินลงจากรถด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม และทักทายทีมทนายความที่มารออยู่ในจุดพบทนาย โดยจำเลยหญิงทั้ง 4 คน ตัดผมยาวประบ่า ทาปากสีแดง เขียนคิ้ว เดินเข้าไปในศาลด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มเช่นกัน โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าบันทึกภาพหรือเข้าร่วมรับฟังภายในห้องพิจารณาคดีแต่อย่างใด   ขณะที่นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความ กล่าวว่า จะมีการยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท ประกันตัวเบนซ์ ซึ่งถูกตั้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยจะยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดขอประกันตัว ต่อศาล จ.ขอนแก่น ในช่วงบ่ายของวันนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาให้การปฎิเสธทุกข้อกล่าวหา และทนายความมีหลักฐานในการยื่นเรื่องขอประกันตัวเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/a0cuL3AJU2w    

 102,278
ต่างประเทศ
23 ส.ค. 60

ผู้ต้องหาก่อการร้ายบาร์เซโลนา ขึ้นศาลสารภาพแผนโจมตีครั้งรุนแรง

หนึ่งใน 4 ของผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้โจมตีในเมืองบาร์เซโลนาของสเปน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ยอมรับสารภาพในศาลสูงสเปนว่า วางแผนที่จะโจมตีรุนแรงกว่าที่เกิดเหตุในสถานที่สำคัญหลายจุด โดยมีการยอมรับว่าเตรียมระเบิดและเช่ารถมาก่อเหตุ ขณะที่คนขับรถตู้พุ่งชนคนถูก ตร.วิสามัญ 

 821
การเมือง
02 ส.ค. 60

'สมชาย-ชวลิต' และพวก พร้อมฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีสลายการชุมนุมพันธมิตร

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกฯ, พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542   จากกรณีสลายการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2551 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 471 ราย   ด้านนายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า พล.อ.ชวลิตจะเดินทางไปฟังคำพิพากษาด้วยตนเอง และไม่ได้วิตกในเรื่องคดีความ หลังจากที่หกล้ม และได้พักรักษาตัวจากอาการลิ่มเลือดอุดตัน สมองท่านกลับดีขึ้น เดิมส่งรายงานเอกสารจะต้องเกริ่นความเรื่องเดิม เดี๋ยวนี้ท่านกลับจำได้ดีกว่าเดิม พวกที่มาว่าท่านเป็นอัลไซเมอร์ คือพวกที่มาสบประมาทหวังจะดิสเครดิต ตอนนี้สมองท่านลื่นปรื๊ด จะมีแค่เรื่องเดินที่ไม่ถนัดเท่านั้น   เมื่อถามว่า คดีนี้มีการมองว่ามี พล.ต.อ.พัชรวาท น้องชาย พล.อ.ประวิตร เป็นจำเลยร่วมอยู่ด้วยอาจส่งผลทางบวก พล.อ.วิรัชกล่าวว่า ก็มองอย่างนั้น แต่คงไปเชื่อมั่นอะไรมากไม่ได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-z3KpWCSp7I  

 1,283

Top