ค้นหา :

ผลการค้นหา "บังฟัต"

สรุปข่าว
10 ก.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ก.ค.62 เด็ก ม.4โดดตึกเรียนดับ-นาที พ้น ส.ส.ภูมิใจไทย-โวยพ่อตายเพราะรอหมอนาน

-จับบ่อนขาใหญ่กลางเมืองสมุทรสาคร อ้างจ่ายส่วยผู้ว่าฯเปิดโจ๋งครึ่ม 24 ชม.จับนักพนันได้ 51 คน ของกลางเพียบ ที่มาของการบุกจับเพราะแม่บ้านสาวร้องผู้ว่าฯ ผัวติดพนันงอมแงม เล่นจนหมดตัวเป็นหนี้ ไม่ดูแลครอบครัว ไปตามถึงบ่อนพร้อมขู่แจ้งจับผัวโต้ไม่กลัวอ้างบ่อนจ่ายส่วยผู้ว่าฯ เมียเลยบุกถามความจริงกับผู้ว่าฯ จนผู้ว่ายัวะถูกอ้างชื่อ จึงสั่ง จนท.เข้าจับกุม เด้งทันควัน 4 เสือโรงพักสมุทรสาคร ผู้ว่าฯฉุนสั่งจับ บ่อนสมุทรสาครอ้างส่งส่วย เปิดเย้ย 24 ชม. หลังเมียผีพนัน บุกโวยถึงจวนผู้ว่าฯ ผัวติดงอมแงม   -เด็ก ม.4 โดดตึกอาคารเรียนเสียชีวิตในวันสอบกลางภาคที่ปราจีนบุรี เป็นเด็กเรียนเก่งเพิ่งสอบเข้าห้องพิเศษได้ พ่อเป็นหมอ แม่เป็นเภสัช พี่สาวสอบติดแพทย์ เพื่อนบอกเป็นคนตั้งใจเรียนมาก แต่ไม่สุงสิงกับเพื่อน หลังๆมีอาการเครียดอยู่ในใจ ผอ.บอกเด็กเรียนเก่งปรับตัวเข้าสังคมได้ยาก จนท.เร่งหาแรงจูงใจก่อเหตุ   -ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก นางนาที รัชกิจประการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 1 เดือน ปรับ 8,000 บาท กรณียื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. อันเป็นเท็จปกปิดทรัพย์สินและหนี้สิน โดยนางนาที ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษลงกึ่งหนึ่ง และให้รอลงอาญาไว้ เป็นเวลา 1 ปี   ทั้งนี้ศาลได้สั่งตัดสิทธิ์เลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 โดยส่งพ้นให้นางนาที พ้นจากความเป็น ส.ส.ด้วย แม้จะครบกำหนด 5 ปี แล้ว แต่มีคุณสมบัติต้องห้าม ทำให้หมดโอกาสสมัคร ส.ส.และดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป โดยพันเอกเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทยแทน 'นาที' ความดันขึ้น หลังศาลตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จ่อถูกพ้น ส.ส. หลังแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ   -นายกฯประชุม ครม.ประยุทธ์ 1 ครั้งสุดท้าย ระบุไม่เกินกลางเดือน ก.ค. ครม.ชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ตั้งใจปฐมนิเทศ ครม.ใหม่ในวันนั้นด้วย ไม่ห่วงฝ่ายค้านตีรวนพิจารณางบ ขอร้องนักการมเองอย่าใช้เวทีสภามาล้มรัฐบาล 'ประยุทธ์' ประชุม ครม.นัดสุดท้าย ขอบคุณที่ร่วมหัวจมท้าย ถ่ายรูปหมู่อำลา   -นายกฯใช้อำนาจหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 สั่งยกเลิกประกาศ คสช.66ฉบับทิ้งท้าย ครม.ประยุทธ์ 1 อาทิ ขอความร่วมมือสื่อออนไลน์เผยแพร่ข่าว, ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ฯลฯ นายกฯยกเลิก 61 คำสั่ง คสช. ที่หมดความจำเป็น 'ปิยบุตร' จ่อเสนอญัตติศึกษาผลกระทบ   -นายกฯห่วงการแสดงความเห็นและการเสนอข่าวบิดเบือนทางโซเชียล ระบุตนได้รับผลกระทบพอสมควร ไม่สามารถควบคุมได้มากนัก เพราะถ้าเข้าควบคุมก็จะโดนวิจารณ์ว่าละเมิดสิทธิ จึงอยู่ที่คนจะเลือกเสพอย่างไร อาจก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม เกิดความเกลียดชัง แบ่งข้าง 2 ขั้ว อาจลุกลามบานลปายในอนาคต นายกฯห่วงคนไทยใช้โซเชียล เกิดความแตกแยก-เกลียดชังในสังคม    -ครม.อนุมัติงบ 4 พันกว่าล้านสั่งกองทัพใช้ยางพาราทำถนน 670 เส้นทาง ใช้ยางพารา 1.7 หมื่นตัน เพื่อแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ ส่วนลูกยางให้นำมาทำที่นอน,หมอนในค่ายทหารและเรือนจำ   -สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติระบุ เหนือ-อีสานของไทย 160 อำเภอนอกพื้นที่ชลประทาน มีความเสี่ยงขาดน้ำ หลังฝนเดือนมิ.ย.ตกน้อยกว่าที่คาด ขณะที่พายุมูนเติมน้ำในเขื่อนได้น้อย ก.ค.-ส.ค.มีฝนทิ้งช่วง ซ้ำเติมภัยแล้ง เตรียมประสานฝนหลวงทำฝนเทียมเพิ่ม ห่วงภัยแล้งซ้ำเติมเศรษฐกิจ คาดฝนทิ้งช่วง ก.ค.-ส.ค. น้ำในเขื่อนเริ่มขาดแคลน    -ทหารเกณฑ์ร้องกองปราบถูกครูฝึกทำร้ายโหด เจ็บสาหัสจนต้องหนีกลับบ้าน แฉครูฝึกเป็นจ่าเวร 1 ผู้ช่วยจ่าเวร 2 ทนายแฉมีทหารไปดักรอบ้านผู้เสียหาย ให้รีบพากลับเข้ากรม ก่อนมากองปราบก็มีรถทหารจอดหน้าบ้าน กองทัพสั่งสอบครูฝึกทำเกินกว่าเหตุ บิ๊กป้อมชี้เป็นเรื่องบุคคล กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว ไม่ใช่ความลับที่ต้องปิดบัง พลทหารร้องกองปราบ เอาผิดครูฝึกลงโทษโหด จนต้องหนีออกจากค่าย กองทัพตั้งกรรมการสอบแล้ว    -นายกฯสั่งตรวจสื่อต่างต่างชาติตีข่าว คู่รักออสซี่มาเที่ยวไทย ล้มป่วย 2 ปีหลังได้รับเชื้อปรสิต เชื่อติดเชื้อจากการกินผัดไทย นายกฯบอกเราก็กิน ไม่เห็นเป็นอะไร ไม่รู้ชาวต่างชาติไปกินที่ไหน สั่งตรวจสอบ สธ.ส่งทีมสอบข้อเท็จจริง รู้พิกัดแล้วเป็นร้านในศูนย์อาหารห้างในภูเก็ต ประสานผู้เชี่ยวชาญองค์กรระหว่างประเทศประเมินความเสี่ยง ชี้ผัดไทยเป็นอาหารปรุงสุกด้วยความร้อน ไม่ทำให้ติดเชื้อ 'บิ๊กตู่' สั่งตรวจสอบ ปมคู่รักออสซี่ อ้างกินผัดไทยจนป่วย 2 ปี รู้พิกัดร้านในห้างดังภูเก็ต    -ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น สั่งประหารชีวิตบังฟัตและพวกรวม 6 คน คดีฆ่ายกครัว 8 ศพที่กระบี่ ส่วนจำเลยที่ 7 ศาลสั่งเพิ่มโทษเป็นประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 8 ยกฟ้อง เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังญาติยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษจำเลยที่ 7-8 ญาติพอใจคำพิพากษา แต่ยังไม่พอใจ 100% จะปรึกษาอัยการยื่นฎีกาเพิ่มโทษจำเลยที่ 8 ต่อไป   -สาวเบตงร้องพ่อตายเพราะรอหมอนาน เล่าว่าพ่อเป็นโรคชิคุนกุนยา ปวดข้อเดินไม่ได้ พาไปหาหมอ พยาบาลให้นั่งรอบนรถเข็นหน้าห้อง ให้คนที่เป็นหนักกว่าเข้าไปก่อน นั่งรอ 3 คิวถูกแซงอีก 1 คิวจนพ่อตัวเย็น ความดันตก ถึงได้เข็นเข้าห้อง ปั๊มหัวใจนาน 40 นาทีไม่เป็นผล พ่อเสียชีวิต รพ.เบตงแจงคนไข้ตายเพราะช็อกจากการติดเชื้อ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ สั่งรัยกประชุมและตรวจวงจรปิด ยันความดันผู้ป่วยที่จุดคัดกรองยังปกติ จึงให้นั่งคอยตามคิว ส่วนที่ถูกแซงคิวเพราะคนป่วยที่มาทีหลังมีอาการหนักกว่าจึงให้เข้าไปก่อน แพทย์ชี้แจง หลังลูกสาวโวย พ่อรอคิวหมอนาน-ถูกแซงคิว จนความดันตก-หัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต   -โจ๋หัวร้อนเบิ้ลเครื่อง จยย.เสียงดัง พอโดนต่อว่าฉุนยกพวกรุมสกรัม คนเจ็บบอกแค่ตะโกนต่อว่าจะเบิ้ลเครื่องทำไม แต่โดนรุมเจ็บปางตาย ตร.เตรียมเรียก 2 ฝ่ายชี้แจง จบด้วยดี หนุ่มต่อว่าวัยรุ่นเบิ้ลเครื่องเสียงดัง ยอมให้อภัย หลังถูกกลุ่มโจ๋รุมยำเจ็บ   -พ่อเลี้ยงตีลูกเลี้ยง 5 ขวบเจ็บน่วมที่แคมป์ก่อสร้างสมุทรปราการ กลับคำโยนความผิดใส่แม่แท้ๆเด็กเป็นคนทำร้ายลูกสาวตัวเอง ตนก็เคยโดนทำร้ายบ่อยหากทำอะไรไม่พอใจ ที่ยอมรับสารภาพตอนแรกเพราะไม่อยากพรากแม่ลูกจากกัน รักเมียจึงขอยอมติดคุกคนเดียว พ่อเลี้ยงกลับคำ โบ้ยแม่แท้ๆ ทำร้ายลูกสาว 5 ขวบหน้าปูด ยันเป็นคนรักเด็ก ไม่เคยตีลูกเลี้ยง    -หนุ่มขับเบนซ์ทับแรงงานต่างด้าวที่เมาหลับตอนกลางวัน กลางลานจอดรถเสียชีวิตย่านรามอินทรา เจ้าของร้านบอกเห็นคนตายเมาเดินไปมา คนขับรถมองไม่เห็นว่านอนอยู่ ส่วนคนขับเบนซ์ช่วยพาส่ง รพ.และรอมอบตัว หนุ่มขับเบนซ์เลี้ยวรถทับ ชายต่างด้าวเมาแอบงีบ ดับคาลานจอดรถหน้าบ้าน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qNFb8Hwfd2Y

 7,484
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ค. 62

ศาลอุทธรณ์ ตัดสินประหารชีวิต ‘บังฟัต’ พร้อมพวก ฆ่ายกครัว 8 ศพ

จากกรณีนายซูริก์ฟัต หรือ ‘บังฟัต’ บ้านนบวงศ์สกุล พร้อมพวกรวม 8 คน ร่วมกันฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก พร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักของนายวรยุทธ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2560 โดยศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 จำคุก 12 เดือน    ในวันนี้ (9 ก.ค.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ หลังจากที่ศาลอุทธรณ์ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษา จากวันที่ 4 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา และศาลฯ ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 9 ก.ค.นี้ เนื่องจากจำเลยที่ 7 คือ นายนายธวัฒชัย บุญคง ลูกน้องของบังฟัตไม่ได้เดินทางมาศาล    โดยศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 คือนายธวัชชัย บุญคง ตัดสินใหม่ เพิ่มเป็นโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 8 ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้น   ดูข่าวย้อนหลัง (17 ก.ค.60)  : 'ผบ.ตร' แถลงปิดคดี 'บังฟัต' ยิงยกครัวคนเดียว 8 ศพ ปมขัดแย้งขายฝากที่ดิน ลั่นต้องประหารชีวิตเท่านั้น!      

 12,428
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 62

ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาคดี ‘บังฟัต’ ฆ่ายกครัว 8 ศพ ไป 9 ก.ค. นี้

จากกรณีที่ วันนี้ (4 มิ.ย.62) ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้นัดอ่านคำพิพากษา นายซูริก์ฟัต หรือบังฟัต บ้านนบวงศ์สกุล พร้อมพวกรวม 8 คน ที่ร่วมกันฆ่า นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก พร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักของนายวรยุทธ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 โดยศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต จำเลยที่ 1-6 ส่วนจำเลยที่ 7 จำคุก 1 ปี 9 เดือน และจำเลยที่ 8 จำคุก 12 เดือน ตามที่ได้เสนอนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น    ล่าสุด เวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ในวันนี้ ศาลได้นัดจำเลยที่ 7 และ 8 รวมถึงโจทก์ 8 คน ปรากฏว่า จำเลยที่ 7 คือนายนายธวัฒชัย บุญคง ลูกน้องของบังฟัตไม่ได้เดินทางมาศาล จึงได้เลื่อนนัดอ่านในวันที่ 9 กรกฏาคม 2562 เวลา 09.00 น.    โดยนายยูโซบ พริกดำ พ่อของนายสุทธิ์พงศ์ พริกดำ ที่เป็นคู่เขยกับผู้ใหญ่ และถูกยิงเสียชีวิต เผยว่า ศาลได้เลื่อนอ่านคำพิพากษาเป็นวันที่ 9 ก.ค.62 แทน   ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางศาลได้ติดต่อไปยังจำเลยที่ 7 ซึ่งไม่ได้เดินทางมาศาลในวันนี้ โดยจำเลยให้เหตุผลว่า ไม่ได้รับหมาย เนื่องจากย้ายที่อยู่ จาก จ.ภูเก็ต ไปอยู่ที่กรุงเทพมหานคร  

 1,732
สังคม-อาชญากรรม
04 มิ.ย. 62

ศาลอุทธรณ์นัดตัดสิน 'บังฟัต' ฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติหวังยืนโทษประหาร-หวั่นบ้านถูกยึด

คืบหน้าคดีฆ่ายกครัวสะเทือนขวัญ นายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี หรือผู้ใหญ่บัติ อดีตผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัวรวม 8 ศพ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.60 โดยมีนายซูริคฟิต หรือ บังฟัต บ้านนพวงศ์สกุล อายุ 41 ปี เป็นคนก่อเหตุและบงการพร้อมกับพวกรวม 7 คน   โดยบังฟัตสารภาพว่าปมเหตุมาจากเรื่องขัดแย้งที่ดิน ที่มีการนำที่ดินของนายจรีย์ บุตรเติบ อายุ 58 ปี พ่อตาผู้ใหญ่บัติ ไปจำนองกับบังฟัต ต่อมาทางผู้ใหญ่บัติก็ได้นำเงินไปไถ่ถอนกับบังฟัต แต่กลับพบว่าถูกบังฟัตนำไปจำนองต่อธนาคารแล้ว จนมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น โดยศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตบังฟัตพร้อมพวก   ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดฟังคำพิพากษาคดีนี้ ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ที่ศาลจังหวัดกระบี่ หลังทนายความยื่นอุทธรณ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้จำเลยทั้ง 8 คน ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตบังฟัตและจำเลยรวม 6 คน ส่วนจำเลยอีก 2 คน คือ นางชลิดา สังข์โชติ ภรรยาบังฟัต รับโทษจำคุก 12 เดือน และนายธวัชชัย บุญคง จำคุก 1 ปี 9 เดือน ล่าสุดได้พ้นโทษออกมาแล้ว   ขณะที่นายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า คนในครอบครัวตั้งใจเดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษา และมีความเชื่อมั่นในกระบวนยุติธรรมว่าศาลอุทธรณ์จะพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 6 คน เนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม และเพิ่มโทษจำเลยอีก 2 คนที่พ้นโทษไปแล้ว เพราะเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็นกับเหตุฆาตกรรมดังกล่าว   ส่วนนายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของบังฟัต เปิดเผยว่า ขณะนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 นัดให้ทนายและจำเลยไปฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ในวันที่ 4 มิ.ย. เวลา 09.00 น. หลังได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยจำเลย 2 รายหลังจะมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่ ส่วนบังฟัตและพวก 6 คน ที่อยู่ในเรือนจำนครศรีธรรมราชขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะนำตัวมาฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดกระบี่หรือไม่   ก่อนหน้านี้ที่บ้านเลขที่ 14/3 ม.1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก ซึ่งเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้านบัติที่ถูกฆ่ายกครัว พบว่าได้มีหนังสือประกาศจากสำนักงานบังคับคดีติดที่หน้าบ้าน โดยระบุว่าประกาศยึดทรัพย์ขายทอดตลาด สร้างความกังวลใจแก่บรรดาญาติของผู้ใหญ่บัติเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่ดินพร้อมบ้านหลังดังกล่าว บังฟัตเป็นผู้นำไปจำนองไว้กับธนาคารไว้ก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้ชำระหนี้   โดยนายจรีย์ บุตรเติม พ่อตาผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า ขณะนี้ครอบครัวมีความกังวลมาก เพราะที่ดินที่ถูกประกาศยึดทรัพย์นั้นมี 2 แปลง เป็นที่บ้านของผู้ใหญ่บัติ 1 แปลง และที่บ้านของตนอีก 1 แปลง แต่ขณะนี้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดกระบี่ได้ติดประกาศยึดทรัพย์ และเตรียมประกาศขายทอดตลาด ทำให้รู้สึกเป็นกังวลมาก เพราะหากมีการนำที่ดินไปขายทอดตลาด ตนและครอบครัว รวมถึงลูกของผู้ใหญ่บัติ เพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ทันที   ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้หลายหน่วยงานได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีผลอะไร เพราะธนาคารถือว่าที่ดินของตนเป็นชื่อของบังฟัตไปแล้ว เบื้องต้นทนายความได้ร้องขัดทรัพย์ต่อศาลจังหวัดกระบี่ และศาลได้นัดไต่สวนในวันที่ 3 มิ.ย.นี้ แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการ จึงขอเลื่อนไปเดือนก.ค.นี้

 2,808
ข่าวภูมิภาค
07 พ.ย. 61

ญาติ ‘ผู้ใหญ่บัติ’ เดินทางฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดี ‘บังฟัต’ ฆ่ายกครัว 8 ศพ

วันนี้ (7 พ.ย.) ที่ศาลจังหวัดกระบี่ นายยูโซบ พริกดำ อายุ 51 ปี นายจรีย์ บุตรเติบ อายุ 59 ปี พร้อมญาติๆ ของนายวรยุทธ สังหลัง อายุ 46 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง พร้อมครอบครัว และญาติ ที่ถูกกลุ่มคนร้ายนำโดยนายซูริก์ฟัต บ้านนพวงสกุล พร้อมพวกรวม 8 ได้สังหารรวม 8 ศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค.59 ที่ผ่านมา และต่อมาศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้นายซูริก์ฟัต พร้อมพวกรวม 6 คน ต้องโทษตัดสินประหารชีวิต และอีก 2 คน จำคุก 1 ปี 9 เดือน และอีกคน จำคุก 12 เดือน ที่ร่วมกันก่อเหตุ    นอกจากนั้นศาลจังหวัดกระบี่ ยังได้ให้ผู้ต้องหาที่ 1-6 ซึ่งต้องโทษตัดสินประหาร ให้ชดใช้เงินแก่ญาติผู้เสียชีวิตรวม 8 คน เป็นเงินจำนวนกว่า 7.5 ล้านบาท และได้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาล และวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้นัดให้มาฟังคำสั่งในการอุทธรณ์ดังกล่าว   นายจรีย์ พ่อตาผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ทราบจากทนายความว่า วันนี้นัดฟังคำสั่งในส่วนของคดีแพ่งจากศาลอุทธรณ์ภาค 8 ส่วนคำสั่งจะออกมาอย่างไรก็พร้อมยอมรับ   ด้านนายญูโซบ ซึ่งเป็นพ่อของนายสุทธิพงษ์ 1 ในผู้ตาย กล่าวว่า วันนี้ไม่คาดหวังอะไรมาก แต่ที่ได้มีการยื่นอุทธรณ์ไป เพราะยังไม่มีการจ่ายเงินชดเชยใดๆ จากกลุ่มคนที่ฆ่าลูกชายเลย จึงได้เดินทางมาฟังคำสั่ง    ส่วนกรณีผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นหลานของตน 2 คนและลูกสะใภ้นั้น ขณะนี้ในส่วนของหลานวัย 4 ขวบ ซึ่งถูกยิงที่ศีรษะกระสุนยังฝังใน แพทย์ มอ.สงขลา นัดไปดูอาการเดือนกุมภาพันธ์ ส่วนจะผ่าตัดหรือไม่นั้น ตนไม่อยากให้ผ่าเพราะกลัวว่าจะพิการ เนื่องจากขณะนี้เด็กมีอาการดีขึ้นจะเหลือเพียงจิตใจที่ยังหวาดผวาอยู่และไม่กล้าอยู่คนเดียว    ซึ่งเบื้องต้นศาลจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผู้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้เตรียมห้องพิจารณาคดีที่ 5 ในการอ่านคำสั่ง   

 2,883
ข่าวภูมิภาค
21 มิ.ย. 61

ญาติเหยื่อบังฟัต คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ เห็นด้วยโทษประหาร ชี้คนไม่เคยโดน ไม่รู้ถึงความเจ็บปวด

กระบี่-ญาติของนายวรยุทธ สังหลัง อดีตผู้ใหญ่บ้านใน อ.อ่าวลึก ที่ถูกบังฟัตพร้อมพวกรวม 8 คน ก่อเหตุฆ่าพร้อมครอบครัวและญาติๆ รวม 8 ศพ กลางบ้านพักเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา   โดยศาลจังหวัดกระบี่มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต นายซูริฟัตก์ บ้านนพวงศ์สกุล หรือบังฟัต และพวกรวม 6 คน และตัดสินให้จำคุกอีก 2 คนเป็นเวลา 12 เดือน และ 19 เดือน  ด้านพ่อตานายวรยุทธ สังหลัง เปิดเผยว่าไม่เห็นด้วย กับกรณีเรียกร้องให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต กับผู้ต้องหาที่มีโทษร้ายแรง เนื่องจากหากยกเลิกโทษประหารชีวิต จะทำให้ผู้ที่คิดจะกระทำผิดทางกฎหมาย ไม่มีความเกรงกลัวต่อความผิดที่กระทำ จะยิ่งทำให้มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้น   หากมีโทษประหารชีวิต จะทำให้มีความเกรงกลัว ผลที่จะได้รับและตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหว ให้มีการยกเลิกโทษประหารชีวิต ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่เคยประสบกับความสูญเสียของคนที่รักในครอบครัว ว่ามีความเจ็บปวดขนาดไหน ต้องอยู่ด้วยความทุกข์ทรมาน อยู่ในความทรงจำตลอดเวลา กับการกระทำที่เหี้ยมโหดต่อครอบครัวยากที่จะให้อภัย สำหรับคดีฆ่า 8 ศพ หลังศาลชั้นต้นได้ตัดสินประหารชีวิต 6 คน และได้ส่งไปคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางทั้งโจทก์ และจำเลย และโจทก์ร่วม ได้ยื่นเรืองต่อศาลอุทธรณ์ ขอยืดระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ออกไปจนถึงเดือนกรกฏาคม 2561 ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/OXvXo9834uA

 5,210
ชูวิทย์มีเรื่องเล่า
29 มี.ค. 61

'ชูวิทย์มีเรื่องเล่า' เจาะคำพิพากษาศาลสั่งประหารชีวิต 'บังฟัต' พร้อมพวก ฆ่าโหดยกครัว 8 ศพ

ชูวิทย์มีเรื่องเล่า กับชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เจาะคำพิพากษาจากเหตุการณ์สังหารโหดนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมครอบครัว และญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพักนายวรยุทธ เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา   โดยล่าสุดศาลจังหวัดกระบี่ ได้นำตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำในคดีฆ่า 8 ศพ มาที่ศาลจังหวัดกระบี่ และเริ่มกระบวนการรอ่านคำพิพากษา ซึ่งมีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งญาติผู้ต้องหา และทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมตำรวจระดับสูงลงมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง ซึ่งได้เริ่มอ่านคำพิพากษาเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. และเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 11.40 น.   ทางศาลได้ตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 คือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี 4.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 5.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 6.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี   ส่วนจำเลยที่ 7.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และ นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ตัดสินจำคุก 12 เดือน   ซึ่งในคำตัดสินของศาล ระบุว่า แม้ว่าจำเลยที่ 1 ถึง 6 จะรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่มีพฤติกรรมร่วมกันใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายทั้ง 8 และผู้รอดชีวิต เพื่อปิดปากถึง 11 คน ซึ่งมีทั้งผู้หญิง เด็กอายุเพียง 4 ปี 11 ปี 12 ปี รวมอยู่ด้วย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คน นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดหดหู่ใจและสะเทือนขวัญแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จำเลยดังกล่าวเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นมาเองและลงมือกระทำความผิดอย่างอุกอาจ โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ จึงสมควรไม่ลดโทษให้ และเมื่อฐานความผิดปล้นทรัพย์ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายลงโทษประหารชีวิตแล้ว ไม่อาจนำโทษในกระทงอื่นๆจึงตัดสินโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 สถานเดียว   จำเลยที่ 7 มีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 1 ปี ฐานมีอาวุธปืนจำคุก 6 เดือน ฐานบุกรุกในเวลากลางคืนจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 9 เดือน จำเลยที่ 8 ฐานมีอาวุธปืน 4 เดือน ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานจำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 1 ปี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/beVKcoU-g1Y  

 16,652
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 61

ศาลพิพากษาประหารชีวิต 'บังฟัต' พร้อมพวกรวม 6 คน คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ

วันที่ 28 มี.ค.61 ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดกระบี่ ได้นำตัวผู้ต้องหาจากเรือนจำในคดีฆ่า 8 ศพ มาที่ศาลจังหวัดกระบี่ และเริ่มกระบวนการรอ่านคำพิพากษา ซึ่งมีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งญาติผู้ต้องหา และทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. นำทีมตำรวจระดับสูงลงมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง ซึ่งได้เริ่มอ่านคำพิพากษาเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. และเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 11.40 น.    โดยทางศาลได้ตัดสินประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 คือ นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี 2.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) 3.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ (เลาะห์) อายุ 30 ปี. 4.นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี 5.นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี 6.นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี    ส่วนจำเลยที่ 7.นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี พิพากษาจำคุก 1 ปี 9 เดือน และ นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี ตัดสินจำคุก 12 เดือน   ซึ่งในคำตัดสินของศาล ระบุว่า แม้ว่าจำเลยที่ 1 ถึง 6 จะรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่มีพฤติกรรมร่วมกันใช้อาวุธปืนจ่อยิงผู้ตายทั้ง 8 และผู้รอดชีวิต เพื่อปิดปากถึง 11 คน ซึ่งมีทั้งผู้หญิง เด็กอายุเพียง 4 ปี 11 ปี 12 ปี รวมอยู่ด้วย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 คน นับเป็นเหตุการณ์เศร้าสลดหดหู่ใจและสะเทือนขวัญแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จำเลยดังกล่าวเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นมาเองและลงมือกระทำความผิดอย่างอุกอาจ โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ จึงสมควรไม่ลดโทษให้ และเมื่อฐานความผิดปล้นทรัพย์ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายลงโทษประหารชีวิตแล้ว ไม่อาจนำโทษในกระทงอื่นๆจึงตัดสินโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1-6 สถานเดียว  ซึ่งหลังเสร็จสิ้นทาง ผบ.ตร.พร้อมคณะได้ไปแถลงข่าวที่หอประชุมพิทักษ์กระบี่ หน้า สภ.เมืองกระบี่ โดยมีญาติของผู้เสียชีวิต เดินทางมามอบช่อดอกไม้ร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ จ.กระบี่   ขณะที่หลังการตัดสินออกมา ทางนางอัญชลี พริกดำ 1 ในผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับคำตัดสินที่ออกมาคือให้ประหารผู้ต้องหา 6 คน และจำคุกอีก 2 คน แม้จะไม่มากแค่ปีกว่าและ 1 ปี แต่ก็น้อมรับในคำตัดสิน ซึ่งก็พอใจมาก ส่วนกรณีของเงินชดใช้ที่ศาลได้ตัดสินให้กลุ่มผู้ต้องหาชดใช้ให้กับญาติๆ นั้น มองว่าคงเป็นเรื่องยากที่จะได้มา เช่นเดียวกับนายจรีย์ บุตรเติบ พ่อตาของผู้ใหญ่บัติ กล่าวว่า พอใจกับคำตัดสิน แต่จะมีการอุทธรณ์หรือฟ้องแพ่งเพิ่มเติมใดๆ นั้น ขอปรึกษากับทางญาติๆอีกครั้ง   ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ สารภี ทนายความของกลุ่มผู้ต้องหา กล่าวว่า หลังคำพิพากษาออกมาทางบังฟัตและกลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจกับคำตัดสินที่ออกมา ก็จะขอใช้สิทธิในการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันเพื่อต่อสู้คดีต่อไป ทั้ง 8 คน   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 36,609
สังคม-อาชญากรรม
28 มี.ค. 61

คุมเข้ม! ศาลนัดอ่านคำพิพากษา 'บังฟัต' พร้อมพวก คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติผู้รอดชีวิต ลั่นขอให้ประหาร

ศาลจังหวัดกระบี่ นัดอ่านคำพิพากษา 8 ผู้ต้องฆ่ายกครอบครัว 8 ศพ ท่ามกลางญาติๆ ที่รอดชีวิตขอให้ลงโทษประหาร โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย เข้ามารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด     08.30 น.(28 มี.ค.)เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดกระบี่ ควบคุมตัว นายซูริก์ฟัต หรือ บังฟัต บ้านนพวงศ์สกุล ผู้ต้องหาฆ่า นายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก พร้อมครอบครัว และญาติๆ รวม 8 ศพ ภายในบ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม 2560 มายังศาลจังหวัดกระบี่ พร้อมกับผู้ต้องหาคดีอื่นๆ เพื่อฟังคำตัดสินคดีในเวลา 9.00 น.   พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบ.ภจว.กระบี่ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กว่า 200 นาย ตรวจค้นกระเป๋า สัมภาระ ผู้ที่เดินทาง เข้ามาในศาลอย่างเข้มงวด ท่ามกลางการรักษาความสงบเรียบของเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย โดยมีญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งของผู้ต้องหาเดินทางมาที่ศาลจำนวนหลายสิบคนมารอฟังคำพิพากษาในคดีนี้เช่นกัน โดยศาลจังหวัดกระบี่ จัดสถานที่ฟังการอ่านคำพิพากษาถ่ายทอดเสียงจากห้องพิจารณาคดีออกมาด้านนอกหน้าห้องบัลลังก์ 7    ด้านนางอัญชลี พริกดำ อายุ 35 ปี หนึ่งในผู้รอดชีวิต ซึ่งเป็นน้องภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า วันนี้พาลูก 2 คน เดินทางมาพร้อมกับญาติๆ ซึ่งคาดหวังว่าศาลจะมีคำตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหาทั้งหมดเพราะทุกวันนี้อยู่อย่างเจ็บปวด ซึ่งแม้การตัดสินประหารจะไม่ทำให้อะไรๆกลับมาเหมือนเดิมได้ แต่ก็อยากได้ยินคำพิพากษาประหารมากที่สุด   ขณะที่นายจรีย์ บุตรเติบ บิดาของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันนี้รู้สึกสบายใจที่คดีเดินทางมาถึงการตัดสินแล้วแม้ว่าผลออกมาอย่างไรก็พร้อมรรับในคำตัดสินของศาล   ขณะที่นายยูโสบ พริกดำ พ่อของนายสุทธิพงษ์ พริกดำ ซึ่งถูกผู้ต้องหายิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย กล่าวว่า ต้องการให้ประหารชีวิตกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด และวันนี้จะนำหลานสาววัย 5 ขวบที่ถูกยิงกระสุนฝังอยู่ในกระโหลกศีรษะไปตรวจที่จังหวัดสงขลา ว่าอาการคืบหน้าอย่างไรบ้าง   สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 60 นายซุริก์ฟัต บ้านนพวงศ์กสุล พร้อมพวก รวม 8 คน แต่งกายชุดคล้ายทหาร บุกเข้าไปจับตัวนายวรยุทธ สันหลัง และคนในครอบครัว ญาติๆ รวม 11 คน ไว้ตามห้องต่างๆ ภายในบ้านพัก จากนั้นใช้อาวุธปืนของนายวรยุทธ จ่อยิงศีรษะทีละคน แต่มีผู้รอดชีวิต 3 คน สาเหตุเกิดจากความยัดแย้งเรื่องโฉนดที่ดิน ที่พ่อตานายวรยุทธ นำไปจำนองไว้กับ นายซูริก์ฟัต จนกระทั่งมีการผ่อนชำระหมด แต่นายซูริก์ฟัต นำที่ดินไปจำนองไว้กับทางธนาคาร ไม่สามารถนำหลักฐานที่ดินกลับมาคืนให้ได้ จึงมีการทวงถามกันหลายครั้ง สร้างความขัดแย้งกัน นายซูริฟัต จึงวางแผนก่อเหตุ โดยจัดฉากว่านายวรยุทธ เครียด มีปัญหาเรื่องหนี้สินจนก่อเหตุฆ่าคนในครอบครัว และฆ่าตัวตายตาม หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ สามารถสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมกลุ่มคนร้ายหลังจากเกิดเหตุ 5วัน พร้อมของกลางหลายรายการ    ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 8 คน ประกอบด้วย นายซูริก์ฟัต บ้านนพวงศ์กุล หรือ บังฟัต อายุ 41 ปี นายประจักษ์ บุญทอย (จักร์) อายุ 36 ปี นายคมสรรค์ เวียงนนท์ (ม่อน) นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ อายุ 30 ปี นายธวัฒชัย บุญคง (ชัย) อายุ 37 ปี นายอรุณ ทองคำ (กี้ร์) อายุ 29 ปี นายธนชัย จำนอง (โกบ) อายุ 41 ปี  และ นางสาวชลิตา สังข์โชติ อายุ 41 ปี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe;</div>

 4,752
สังคม-อาชญากรรม
18 ก.ค. 60

เปิดโฉม 8 ผู้ต้องหา 'แก๊งฆ่ายกครัว 8 ศพ' ผญบ.อ่าวลึก ปมเหตุโฉนดที่ดิน ตร.จัดหนัก 6 ข้อหาฉกรรจ์

จากกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุฆ่า 8 ศพครอบครัวนายวรยุทธ สังหลัง หรือผู้ใหญ่บัติ ผู้ใหญ่บ้านเขางาม หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ที่บ้านเลขที่ 14/3 ม.2 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา   ต่อมาพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระดมนักสืบมือดีลงพื้นที่สืบสวน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย นำโดยนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล อายุ 41 ปี หรือ บังฟัต นายทุนเงินกู้ชาว ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ หัวโจกใหญ่ โดยปมเหตุมาจากเรื่องโฉนดที่ดิน 2 แปลง ที่ทางผู้ใหญ่วรยุทธนำไปขายฝากเอาไว้ แต่บังฟัตนำไปจดจำนองต่อกับธนาคาร จนเมื่อมีการนำเงินมาไถ่ถอนคืน บังฟัตจึงไม่มีโฉนดคืนให้ จนเป็นเรื่องราวบานปลายมีการฟ้องร้องในศาล และทั้งคู่ทะเลาะวิวาทถึงขั้นขู่ฆ่ากันไปมา   ขณะที่การสอบสวนกลุ่มลูกน้องบังฟัต รับว่าถูกจ้างให้มาทวงหนี้ บอกว่าหากสำเร็จจะออกเงินดาวน์รถให้ โดยวันเกิดเหตุบังฟัตพาลูกน้องไปด้วยทั้งหมด 7 คน และบังฟัตเป็นคนลงมือยิงคนในบ้านทั้ง 11 คนด้วยตนเอง จนเสียชีวิต 8 ศพ ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว   เมื่อวันที่ 18 ก.ค. หลังจากทีมสืบสวนควบคุมตัวทีมสังหารยกครัว 8 ศพไว้ได้และคุมตัวไว้สอบสวนที่ค่าย ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ โดยทั้งหมดให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับผู้ต้องหา 7 คนในช่วงบ่ายวันที่ 19 ก.ค.นี้ นำทีมโดยบังฟัต นายทุนเงินกู้โหดและพวก รวมทั้งกำลังพิจารณาว่าจะออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 2 คนหรือไม่ด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เตรียมเอาผิดผู้ต้องหาใน 6 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ฆ่าโดยไตร่ตรอง พยายามฆ่า ซ่องโจร กักขังหน่วงเหนี่ยว มีอาวุธปืน และปล้นโดยแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นทหาร โดยมีอาวุธและยานพาหนะ จากนั้นในวันที่ 20 ก.ค. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะบินไปจ.กระบี่ เพื่อรับตัวผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมดจากค่าย ร.15 พัน 1 อ.คลองท่อม มาสอบสวนยัง บก.ภ.จว.กระบี่   สำหรับรายชื่อผู้ต้องหา ประกอบด้วย 1.นายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล 2.น.ส.ชลิตา (ขอสงวนนามสกุล) 3.นายประจักษ์ บุญทอย 4.นายคมสรรค์ เวียงนนท์ 5.นายอับดุลเลาะ ดอเลาะ 6.นายธวัฒชัย บุญคง 7.นายอรุณ ทองคำ 8.นายธนชัย จำนอง     สำหรับนายอรุณ ทองคำ 1 ในกลุ่มผู้ต้องหานั้นรวมในการใช้ปืนยิงผู้ใหญ่บัติด้วย ส่วนน.ส.ชลิตานั้นพบว่าเป็นสาวคนใกล้ชิดของบังฟัต และยังเป็นคนจับหาเครื่องแบบชุดลายพราง และรวมรู้เห็นในการวางแผนครั้งนี้ด้วย       ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนยังคงออกเก็บหลักฐานโดยเฉพาะจากกล้องวงจรปิด ซึ่งได้ไปเก็บเพิ่มที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งที่ ต.กระบี่ใหญ่ ริมถนนเพชรเกษม และที่สถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ โดยเส้นทางดังกล่าว เป็นการเก็บหลักฐานในช่วงเวลาตั้งแต่ 06.00-12.00 น.ของวันที่ 11 กค. ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดเหตุที่ผู้ต้องหาคือบังฟัต และผู้ต้องหาอีกคนได้เดินทางมาเพื่อขึ้นรถโดยสารประจำทางแยกย้ายกันเดินทางไปยังจังหวัดพังงา และ จ.ระนอง ก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้ในเวลาต่อมา เพื่อนำไปให้ทางชุดสืบสวนตรวจสอบนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาประกอบสำนวนในการดำเนินคดี     ภาพ ข่าวสด     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 33,897

Top