ค้นหา :

ผลการค้นหา "โจรใต้"

อาชญากรรม
22 พ.ย. 62

จนท.ยิงปะทะโจรใต้ขณะล้อมจับกุม คนร้ายถูกวิสามัญดับ 2 ศพ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 21 พย. ร.ต.อ.ณรัฐสิจฒ์ เทวฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงปะทะ บริเวณพื้นที่ ม.1 ต.คอตันหยง อ.หนองจิก หลังได้รับแจ้งจึงรีบประสานหน่วยกำลังในพื้นที่เข้าไปที่เกิดเหตุ เมื่อถึง ณ จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายและได้ให้ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวออกห่างเพื่อความปลอดภัย   โดยพบว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ทำการปิดล้อม เนื่องจากภายในบ้านมีคนร้ายหลบซ่อนตัวและใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง โดย พ.อ.หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ซึ่งเป็น ผบ.เหตุการณ์ได้วิทยุสั่งขอกำลังเสริมทางอากาศเพื่อกดดันคนร้าย แต่ปรากฏว่าคนร้ายยังคงยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลงในเวลา 21.00 น. เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีคนร้ายนอนเสียชีวิตภายในบ้าน 1 ราย   เหตุการณ์ยิงปะทะครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากที่ได้รับแจ้งเหตุมาว่า มีผู้ต้องสงสัยได้เข้ามาหลบหนีอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งเป็นบุคคลตามระบุเป้าหมายไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 และ 43 นำกำลังเข้ามาปิดล้อม ซึ่งได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง เบื้องต้นได้เรียกผู้นำศาสนารวมทั้งผู้ใหญ่บ้านเข้ามาเจรจาเกลี้ยกล่อม ใช้เวลาอยู่นาน แต่คนร้ายไม่ยอมออกมา และได้ทำการต่อสู้ จึงมีการยิงปะทะเกิดขึ้น รอเวลาถึง 2 ชั่วโมงกว่า เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการตามยุทธวิธีปรากฏว่าคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ราย ในที่เกิดเหตุพบปืนสั้น 2 กระบอก ขณะนี้รอตรวจสอบอีกครั้งว่าปืนทั้ง 2กระบอกนี้จะเคยก่อคดีใดบ้าง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qQsRjKCCO6w

 536
อาชญากรรม
17 พ.ย. 62

รู้เบาะแส! โจรใต้ลอบยิง สามี-ภรรยา เสียชีวิต เชื่อได้ตัวในไม่ช้า

ความคืบหน้าที่ จ.ปัตตานี จากกรณี คนร้ายยิงสามี-ภรรยา ขี่ จยย.พร้อมกับหลาน โดยสามีและภรรยาเสียชีวิต ขณะที่หลานบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนสายชลประทาน ม.5 บ.ตูปะ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี    ความคืบหน้าล่าสุด ที่วัดโพธาราม บ.ละโพ๊ะ ม.3 ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี นายนายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานรดน้ำศพและวางพวงหรีด นายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี สองสามีภรรยาที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตขณะขับขี่รถ จยย.กลับบ้าน   โดย พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งไล่ล่าติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่โหดเหี้ยมทำร้ายแม้ผู้สูงวัย โดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ ก่อน และหลังเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ พร้อมทั้งได้สอบถามพยานบุคคล และได้จัดชุดกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นแหล่งกบดาน และแจ้งประชาชนหรือญาติหากมีการช่วยเหลือคนร้ายก็จะถูกดำเนินคดีเช่นกัน เบื้องต้นชุดสืบสวนสอบสวนรู้เบาะแสคนร้ายจากพยานหลักฐาน เชื่อจะรู้ตัวได้ในไม่กี่วันนี้     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/jMhBiJcQ3eE  

 620
อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

ประณามโจรใต้! ขี่ จยย.ประกบยิงคนแก่และเด็ก - ป่วนเผาเสาไฟ ล้มต้นไม้ขวางถนน

จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงราษฎร ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากตลาดนัดบ้านหนองครก ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี  เป็นเหตุให้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2562 เวลา 17.35 น. นั้น      ล่าสุด วันนี้ ( 16 พ.ย. 2562 ) เวลา 09.00 น. พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน รอยต่อบ้านตุปะ ม.5 ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ กับบ้านละโพะ ม.3 ต.บ้านไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนประกบยิงราษฎรเสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อคือ นายอนุกุล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี และนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี   นอกจากนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เป็นเด็ก อายุ 2 ปี 7 เดือน ทราบชื่อคือ ด.ญ.จันทรการ อินทรพรหม ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ถูกส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี   โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองรายเป็นบิดาและมารดาของ สิบตำรวจเอก สุรการ ขุนแก้ว ผู้บังคับหมู่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภูธรจังหวัดยะลา ช่วยราชการฝ่ายอำนวยการ 4 (กบ.) ภูธรจังหวัดยะลา สำหรับ ด.ญ.จันทรการ อินทรพรหม เป็นหลานสาว   จากการสอบถามบุคคลใกล้ที่เกิดเหตุ ทราบว่า คนร้าย 4 คน ใส่หมวกปีก  ขับรถจักรยานยนต์ 2 คัน ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ซึ่งเป็นรถสีดำ และสีน้ำเงิน ประกบยิง แล้วมุ่งหน้าไปทาง อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี   ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้แสดงความเสียใจกับญาติ และครอบครัวของผู้เสียชีวิต และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสั่งการให้ส่วนที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเข้าให้การช่วยเหลือเยียวยาในขั้นต้นเป็นการเร่งด่วน และให้หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี สนธิกำลังตั้งจุดตรวจหรือจุดสกัด ร่วมกับกำลังประจำถิ่นและภาคประชาชน ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้หลบหนี เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วต่อไป   เหตุการณ์ในครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้เลือกกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นเพียงคนชราและเด็ก เป็นการกระทำที่โหดร้ายไร้ซึ่งมนุษยธรรม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน หากรู้เบาะแสคนร้าย หรือพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้โดยตรงที่เบอร์สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 1,563
อาชญากรรม
16 พ.ย. 62

คนร้ายขี่จยย.ตามประกบยิง 2 ตายายชาวปัตตานีเสียชีวิต หลานสาววัย 2 ขวบที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บ

ปัตตานี - เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงประชาชน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดถนนสายชลประทาน เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ราย นอนตายจมกองเลือด ทราบชื่อ นายอนุกูล ขุนแก้ว อายุ 60 ปี ใกล้กัน พบศพนางยุพิน ขุนแก้ว อายุ 55 ปี ทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่ศีรษะและลำตัว    นอกจากนี้พบว่าหลานสาวของผู้ตาย ซึ่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พลเมืองดีได้ให้ความช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.โคกโพธิ์ อาการปลอดภัย ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ของผู้ตายตกข้างทาง   สอบสวนทราบว่า ทั้งสองเป็นสามีภรรยาและมีลูกชายเป็นตำรวจอยู่ที่ จ.ยะลา ก่อนเกิดเหตุขณะที่ นายอนุกูล ขับขี่รถ จยย.กำลังที่จะเดินทางกลับบ้าน หลังจากซื้อของที่ตลาด โดยมีนางยุพินนั่งซ้อนท้าย    ปรากฏว่ามีคนร้ายสองคนขับขี่รถ จยย.ตามมาด้านหลัง เมื่อสบโอกาสจึงชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงทันที จนเป็นเหตุให้ทั้งสองเสียชีวิต ส่วนหลานสาวซึ่งนั่งตักของนางยุพิน ได้บาดเจ็บเล็กน้อยที่ศรีษะ หลังก่อเหตุคนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนี มุ่งหน้าเส้นทางชลประทานไปทาง บ.วังกว้าง อ.แม่ลาน   หลังก่อเหตุ พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี ได้สั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่และพื้นที่รอยต่อทั้ง อ.โคกโพธิ์ อ.หนองจิก จัดกำลังออกไล่ล่าคนร้ายพร้อมให้ฐานปฏิบัติออกลาดตระเวนและตั้งจุดสกัดบนเส้นทางเพื่อตรวจค้นบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาในพื้นที่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ พยายามก่อเหตุต่อเป้าหมายอ่อนแอเพื่อแสดงศักยภาพในการสร้างสถานการณ์     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/x0VMKVkfSvA

 4,736
อาชญากรรม
13 พ.ย. 62

พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ ชุด ชรบ. 9 ราย ชาวบ้านร่วมอาลัยล้นวัด

เมื่อวันที่ 12 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ เจ้าหน้าที่ของรัฐและราษฎร     ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา ณ วัดสิริปุณณาราม (วัดลำพะยา) ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา     นายชัยสิทธิ์ พาณิชพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพผู้วายชนม์จำนวน 9 ราย ในการนี้ ได้มีการอ่านหมายรับสั่ง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และประวัติผู้วายชนม์ ทั้ง 9 ราย จากนั้นประธานนำดอกไม้จันทน์ จุดไฟจากเทียนชนวนในตะเกียง แล้ววางไว้บนพานรองหน้าหีบศพผู้วายชนม์ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนที่มาร่วมหลายพันคน     ทั้งนี้ทางวัดได้เปิดให้ประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยครั้งสุดท้าย ได้วางดอกไม้จันทน์หน้าหีบศพจนกว่าจะเสร็จสิ้น คาดว่าประมาณก่อนเที่ยงคืน จะดำเนินการเผาจริง ณ เมรุชั่วคราว ที่จัดสร้างอย่างสมเกียรติ     วันเดียวกัน ที่ วัดเฉลิมนิคม (วัดลำใหม่) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด รองสารวัตรกองกำกับการซักถาม 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้     หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกัน โอกาสนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ได้มอบเงินในโครงการช่วยเหลือเยียวยาตำรวจ แก่ครอบครัว ร.ต.อ.พยุง คินขุนทด จำนวน 300,000 บาท อีกด้วย  

 182
สรุปข่าว
07 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 7 พ.ย.62 ปิดฉากไล่ล่า3นักโทษแหกคุก-ตู้โชว์ล้มทับเด็กเจ็บ-ลูกกลับคำคดีพ่อลากศพแม่ไปฝัง

-ระดมกำลังไล่ล่า รุมประณามกลุ่มความไม่สงบภาคใต้ คนร้ายบุกยิงถล่มฐานจุดตรวจร่วมสะเดา จ.ยะลา ฆ่าหมู่ 15 ศพ เจ็บ 4 คน คนรอดเล่าเหตุการณ์เห็นเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า ทุกคนในป้อม ชรบ.ได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ จนกระสุนปืนหมดทุกกระบอก ต้องแกล้งตายเพื่อไม่ให้ถูกยิงซ้ำ คนร้ายยังปลดปืน จนท.ก่อนหลบหนี   หนึ่งในผู้สูญเสียทั้งพ่อและแม่บอก พ่อแม่เสียสละทำหน้าที่อย่างที่ดีที่สุดแล้ว แม้เสียใจแต่ก็ภูมิใจ แม่ทัพภาค 4 ระบุคนร้ายหวังสร้างข่าวให้ตื่นตระหนก ทำร้ายผู้บริสุทธิ์มากที่สุดในรอบหลายปี ผบ.ตร.บินด่วนตรวจจุดเกิดเหตุ เชื่อคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน คาด 1-2 วันรู้ตัว ตอนนี้คุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน นายกฯประณามคนร้าย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บเต็มที่ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ประณามเหตุบุกยิงถล่มป้อม ชรบ.ยะลา ดับ 15 ศพ ผู้รอดชีวิตเล่าเพื่อนถูกยิงตายต่อหน้า สิ้นเสียงปืนต้องแกล้งตาย   -ปิดฉากไล่ล่า 3 นักโทษแหกคุกจากศาลพัทยา จนมุมที่ป่าอ้อย จ.สระแก้ว นายหน่อย 1ในนักโทษขอเข้ามอบตัว พร้อมหญิงสาว 2 คนที่พาหนี ห่างไป 700 ม.เกิดเหตุระทึก พบนายบาร์ต ชาวอเมริกันจับภรรยาชาวไทยที่เป็นนักโทษด้วยกันเนตัวประกัน ก่อนยิงเมียเจ็บ และยิงขมับตัวเองหวังหนีความผิดแต่เจ็บสาหัส อาการเป็นตายเท่ากัน เร่งขยายผลกลุ่มช่วยหลบหนีอีก 10 คน ด้านแม่นายหน่อยเบาใจลูกไม่ถูกวิสามัญ อยู่ในคุกก็ยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่นอนตายเหมือนหมาข้างถนน   ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ปิดฉากล่า 3 นักโทษแหกคุกศาลพัทยา มอบตัว 1 ส่วนนักโทษฝรั่งยิงเมียเจ็บสาหัส ก่อนจ่อขมับตัวเองแต่ไม่ตาย    -บริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนกระทงเด็ก 15 ถูกล่อซื้อ ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 3 ยันไม่มีนโยบายเรียกรับเงิน ไม่ได้มีรายได้จากการจับลิขสิทธิ์ผิดกฎหมาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ด้านประจักษ์ ผู้แจ้งความจับเด็ก โชว์หนังสือ ลั่นได้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น ปัดนำตัว ด.ญ.วัย 15 เข้าห้องมืดบังคับเซ็นรับสารภาพ ยันทำถูกต้อง เพราะเด็กโพสต์ขายเอง เตรียมสู้คดีหากมีการแจ้งความข้อหากรรโชกทรัพย์ โต้กลับเด็กแตะต้องไม่ได้หรอ   ส่วนเด็กสาววัย 15 เหยื่อล่อซื้อกระทงเข้าแจ้งความเอาผิดกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์แล้ว ขณะที่มีเหยื่ออีกกว่า 20 ราย รวมตัวกันเข้าให้ข้อมูลกับสภาทนายความ แต่ละคนโดนกันตั้งแต่หลักพัน-แสน รองผบ.ตร.ลั่นจะหยุดยั้งขบวนการกรรโชกทรัพย์โดยใช้ลิขสิทธิ์บังหน้า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน แถลงปัดเอี่ยวล่อซื้อกระทง 'ประจักษ์' โต้นำเด็กเข้าห้องมืดเซ็นรับสารภาพ ลั่น "เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ?"   -สภาผู้แทนราษฎร ยังไม่พิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ รอไปพิจารณาสัปดาห์หน้า ขณะที่การเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นประธานกรรมาธิการ ยังไม่ได้รับการตอบรับจากพรรคพลังประชารัฐ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า พรรคร่วมรัฐบาลยังต้องพูดคุยกันก่อน   ขณะที่มีรายงานล่าสุดว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ตัดสินใจจะเสนอชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ เข้าชิงตำแหน่งประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่เห็นว่า ประธานกรรมาธิการควรเป็น ส.ส.และมาจากพรรคแกนนำรัฐบาล เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญ และการได้คนกลางอย่างรองประธานสภา มาเป็นประธานเพื่อไม่ให้เกิดความแตกแยกในสังคมด้วย   -พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โต้ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ที่ประกาศจะเข้ามาเป็นกรรมาธิการ สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกที่กร่างและบ้าอำนาจ     ด้านปารีณาย้ำตั้งใจเข้าไปตรวจสอบกรรมาธิการชุดนี้ใช้อำนาจ กมธ.เกินขอบเขต อยากให้วางตัวให้เกียรติคนอื่น พูดจาให้นุ่มนวลลง จะเสนอตรวจสอบจัดซื้อ จยย.ไทเกอร์ สมัยที่เสรีพิศุทธ์ เป็น ผบ.ตร.ด้วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'เสรีพิศุทธ์' โต้กลับ 'ปารีณา' ลั่นเป็น กมธ.สั่งสอน ส.ส.สมัยแรกกร่างบ้าอำนาจ    -กนง.เสียงแตก มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009 เมื่อ 10 ปีก่อน หลังเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมิน และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลง เริ่มกระทบการจ้างงาน การท่องเที่ยวและการลงทุนชะลอตัวลง เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบ 2 ปีซ้อน ธนาคารพาณิชย์ขานรับพร้อมปรับลดดอกเบี้ยเงินฝาก-เงินกู้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กนง.มีมติ 5:2 เสียง หั่นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 1.25% ต่ำสุดตั้งแต่เกิดวิฤตเแฮมเบอร์เกอร์ปี 2009     -ดีเอสไอเปิด 11 จุดสอบปากคำผู้เสียหายจากคดีแชร์แม่มณี หลังรับแชร์แม่มณีเป็นคดีพิเศษ นัดหมาย 11-22 พ.ย.นี้ ล่าสุดจับผู้ต้องเพิ่มอีก 1 คน รวม 5 คน ยึดเงินสด เพิ่มอีกเป็นจำนวน 5,500,000 บาท ทองรูปพรรณรวมหนัก 10 บาท และแหวนเพชร 2 วง คาดออกหมายจับเพิ่มอีก 1-2 คน  ส่วนแม่มณีและสามีปรับตัวในเรือนจำได้ดี ไม่เครียด แข็งแรงไร้โรคประจำตัว และไม่พบการตั้งครรภ์ ตรวจโดยชุดทดสอบการตั้งครรภ์ และจะพาไปตรวจอย่างละเอียดที่รพ.แต่แม่มณีไม่ไป   ส่วนแชร์แม่มิ้ง เท้าแชร์บ้านน้องปริมพารวย เข้ามอบตัว หลังโดนกดดันหนัก เหยื่อแชร์เกือบ 400 คน เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี มูลค่าเสียหายเกือบ 100 ล้าน แม่มิ้งถูกคุมตัวสอบเค้น ยังปฏิเสธทุกข้อหา ร่ำไห้ขอโทษเหยื่อ บอกไม่ได้หนี แค่ไปตั้งหลัก ไม่ขอยื่นประกันตัว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจแล้ว 'แม่มณี' ไม่ได้ท้อง อยู่คุกไม่เครียด จ่อออกหมายจับเพิ่มตัวการใหญ่ 'มะนาว' แชทด่าลูกทีมเดือดโลภเอง / 'แม่มิ้ง' มอบตัวไม่ขอประกัน หวั่นถูกลูกแชร์เช็คบิล เปิดบัญชีไร้เงิน-ทรัพย์สินมีค่า    -คืบหน้าเหตุสลดใจ พ่อลากศพแม่ไปฝัง ลูกชายเห็นแต่เก็บเป็นความลับตลอด 2 ปี  ช็อกซ้ำสอง ลูกชายกลับคำ พ่อไม่ได้ฆ่า แต่แม่เมาตายเอง พร้อมเผยความจริงเพิ่มบอก ตัวเองช่วยกับพ่อเอาศพไปฝัง เพราะแม่เป็นลมตาย แต่ไม่มีเงิน พ่อครวญทำไมลูกไม่พูดความจริง ก่อนที่ลูกจะยอมกลับคำ     -จับแล้ว ปู่ฤาษีข่มขืนลูกสาววัย 15 ปีในสำนักสงฆ์บึงกาฬ เจอ 3 ข้อหาหนัก ตำรวจคัดค้านประกัน สลดเปิดไดอารี่ ด.ญ. ถูกพ่อฤาษีขืนใจ จำนวน 4 แผ่น ทั้งการเรียนหนังสือได้เกรด 4.00 เป็นที่ 1 ของห้องมาโดยตลอด จนจบชั้น ป.6 พอขึ้นมัธยมก็รักษาเกรดตัวเองอย่างดีไม่เคยด้อยลงเลย ระบุถูกพ่อตนเอง ที่เรียกว่าปู่ฤาษี ข่มขืนจนเป็นกามโรคถึง 3 ครั้ง แต่ปู่จะทำร้ายร่างกายหากไปบอกคนอื่น ป้าเด็กวอนดำเนินคดีถึงที่สุด รวมถึงสองผัวเมีย ชาว อ.ชุมแพ ซึ่งเป็นน้องสาวของฤาษีชื่อ บัติ ที่มาลักพาตัวหลานสาวตัวเองไปให้พ่อที่เป็นฤาษี โดยอ้างว่า พ่อป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายใกล้เสียชีวิต ยันไม่ได้ใส่ร้ายใคร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้วปู่ฤๅษีข่มขืนลูกสาววัย 15 เจอ 3 ข้อหาหนัก ป้าเปิดไดอารี่เด็กเล่าถูกชำเรา จนเป็นกามโรค-ตั้งครรภ์   -หวิดสลด พ่อแม่สั่งตู้โชว์มาติดตั้งไม่ทันข้ามวัน แต่เกิดหตุตู้ล้มทับลูก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ เผยลูกดีใจรีบเข้าไปดูตู้โชว์เลโก้ที่ซื้อมาใหม่ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ตู้ล้มทับลูกทั้ง 2 คน จนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย บริษัทเจ้าของตู้บอกคนติดตั้งไม่ได้ติดน็อตยึดผนัง พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ทั้งหมด แต่พ่อแม่ไม่รับข้อเสนอดังกล่าว และได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองภูเก็ตแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หวิดสลด! สั่งตู้โชว์ติดตั้งในบ้านไม่ทันข้ามวัน ล้มทับลูก 2 คนเจ็บ เหตุคนติดตั้งไม่เจาะผนังยึดน็อตให้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kYWZR0orCXc  

 11,452
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

ยะลาเดือด คนร้ายก่อเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.สังเวย 14 ศพ ก่อนปล้นอาวุธปืนหลบหนี

ยะลา - เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด    โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย    ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน    ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน    พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น และต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย    โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยน๖์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นเอาปาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C6Hu18MfoZc

 6,540
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

ยะลาเดือด คนร้ายก่อเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.สังเวย 14 ศพ ก่อนปล้นอาวุธปืนหลบหนี

ยะลา - เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวน ได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวน 3 จุด    โดยคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิดและขนาด บุกยิง ป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่มี ชาวบ้านซึ่งเป็น ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดตรวจ ถูกกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 5-6 ราย    ภายหลังได้รับแจ้ง อาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้ง กู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุเพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่ง โรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทาง รถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน    ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทาง ในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบที่เหตุ ซึ่งเป็นป้อมจุดตรวจ ชรบ.ภายในหมู่บ้าน    พบผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น ชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมดจำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น และต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บที่นำตัวส่งโรงพยาบาลยะลาก่อนหน้านี้ ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มเติมอีก 3 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย    โดยขณะเกิดเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ทั้งการ ลอบวางเพลิงเผายางรถยน๖์บนเส้นทางที่หลบหนี แบะวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่   ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืด เดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นเอาปาวุธปืนลูกซองของ ชรบ.และ อาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/C6Hu18MfoZc

 6,540
สรุปข่าว
06 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 พ.ย.62 - ยิงถล่มชรบ.ยะลา ดับ 14 ศพ - ชายอ้างตัวแทนลิขสิทธิ์ ขออย่าฟังความข้างเดียว

- เกิดเหตุยิงถล่มป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ที่ จ.ยะลา ตายเกลื่อน 14 ศพ คาดคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 10 คน ใช้อาวุธบุกยิง ชรบ.ตายคาที่ 11 คน ก่อนจะเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 3 คน หลังเกิดเหตุกู้ภัยนำคนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ถูกคนร้ายโรยตะปูเรือใบไว้บนถนน ทำให้รถเสียหหาย 3 คัน ตรวจสอบพบคนร้ายนำอาวุธปืนลูกซอง อาวุธปืนพกสั้นของผู้เสียชีวิตไปด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าคนร้ายสร้างสถานการณ์วางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี และวางระเบิดอีก 1 จุด   -เด็กหญิงวัย 15 ปี พร้อมแม่ เปิดใจถูกล้อมจับกระทงลิขสิทธิ์ติดรูปการ์ตูน ถูกขู่จะจับติดคุกหากไม่จ่ายเงิน 5 หมื่น ร่ำไห้พยายามขอโทษก้มกราบแต่เขาไม่ยอม จากนี้ไม่ขอรับเงินคืน 5 พัน ไม่ลบโพสต์ เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่น   ด้านชายที่อ้างตัวเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์สั่งลูกน้องไปจับเด็ก บอกข่าวที่ออกไปไม่ตรงความจริง ไม่มีการสั่งผลิตเพื่อล่อจับ ดำเนินทุกอย่างชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เรียกเงิน 5 พัน ค่าไกล่เกลี่ย แต่พ่อแม่เด็กเสนอให้เอง หากคืนเงินก็เท่ากับตนผิด อย่างฟังความข้างเดียว   ล่าสุดมีกลุ่มผู้เสียหายอีกกว่า 20 คน ตั้งกลุ๊ปไลน์ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด สองพี่น้องร้อยเอ็ดโดนเหมือนกัน แต่ไม่มีเงิน ถึงขั้นนอนคุก 1 คืน ขณะที่แม่บ้านโคราชเข้าแจ้งความโดนล่อซื้อเสื้อลายการ์ตูนผิดลิขสิทธิ์ จ่ายไป 4 หมื่นบาท ตร.ระบุอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงกับบริษัทให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร แต่วิธีการเข้าข่ายขู่กรรโชกทรัพย์ ด้านบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ออกเอกสารไม่ได้สั่งให้ไปจับเด็ก กำลังสอบหาข้อเท็จจริง   - หนีไม่รอด จับผู้ต้องขังหญิงหนีศาลพัทยาได้แล้ว โดยตร.จับได้พร้อมผู้ชายที่ช่วยพาหลบหนี จนท.นำตัวไปสอบเครียด ขณะนี้ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด ส่วนที่ชลบุรี ตร.จับสองผัวเมีย ที่ช่วยผู้ต้องขังหนีศาล หลังประกาศแจ้งพบรถต้องสงสัยจอดทิ้ง ตรวจสอบพบกุญแจตัดเหล็กขนาดใหญ่ ไล่ดูกล้องวงจรปิดจนตามจับได้ ให้การใช้รถ 3 คันช่วยคันร้ายหลบหนี ต้องการจะออกจากประเทศไทย   ผู้พิพากษา หัวหน้าศาลพัทยา สั่งตั้ง คกก.สอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุที่คนร้ายมีทั้งปืนและมีด ใช้ในการหลบหนี ขณะที่ตร.ชลบุรี ประสานแนวชายแดนตั้งจุดตรวจจุดสกัด คาดคนร้ายต้องการหนีข้ามไปกัมพูชา แต่เชื่อว่าตอนนี้ยังคงกบดานอยู่ในพื้นที่   พี่สาวของนายตั้ม นิลเทศ ผู้ต้องหาหลบหนีศาลพัทยา นักโทษหนีศาลพัทยา เล่าว่า ทุกครั้งที่ไปเยี่ยม เขาก็บอกว่าทนไม่ได้ถ้าต้องคิดคุกอีก แต่ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้ ด้าน ผบ.ตร.เตือนให้ทั้งหมดรีบมอบตัว หากต่อสู้ขัดขืน เจ้าหน้าที่อาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด ส่วนผู้มีส่วนช่วยเหลือหรือให้ที่พัก ต้องถูกดำเนินคดีด้วย พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 5 หมื่นบาท   - ที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมอบหมายให้ประธานวิปพรรค นายชิณวรณ์ บุญยเกียรติ ไปทำความเข้าใจกับวิปรัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ให้เห็นพ้องต้องกัน   - ด้านเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ติงถ้าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกเปลี่ยนไปโฟกัสว่าใครเป็นประธานกรรมาธิการ สังคมอาจจะคลางแคลงใจ จึงควรผลักดันให้กรรมาธิการชุดนึ้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เพื่อผลักดันให้เห็นพ้องต้องกันในนามสภาผู้แทนราษฎร เป็นฉันทามติร่วมกันและเป็นผลงานร่วมกัน ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง   - การเมืองเดือด พรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายสิระ เจนจาคะ และ นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เข้านั่งกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุริตและประพฤติมิชอบ แทน 2 ส.ส.พลังประชารัฐ ที่ขอลาออกจากกรรมาธิการ หวังสู้หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช หลังปมกรรมาธิการเรียกนายกรัฐมนตรีชึ้แจงกรณีถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนยังไม่ยอมจบ   นางสาวปารีณา บอกจะพยายามสอนและตักเตือน ส.ส.สมัยแรกบางคนว่า อำนาจของกรรมาธิการมีแค่ไหน มั่นใจว่า จะสามารถอดทนกับคนเจ้าอารมณ์ บ้าอำนาจ ควบคุมสติไม่ได้อย่างแน่นอน   - ข่าวดีสำหรับคนใช้ BTS เตรียมลดราคาค่าโดยสารตลอดสายเหลือ 65 บาท ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบให้ BTS ตลอดสาย 59 สถานี รวมถึงส่วนต่อขยายคูคต-เคหะสมุทรปราการ เหลือ 65 บาท จาก 158 บาท แลกกับการต่ออายุสัมปทานให้ BTS ออกไปอีก 30 ปี ซึ่งเดิมจะหมดลงในปี 2572 กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอให้ ครม.อนุมัติภายในเดือน พ.ย.นี้ จากนั้น กทม. จะเรียก BTS มาเซ็นสัญญาเพื่อประกาศราคาให้ประชาชนรับทราบอย่างเป็นทางการ   - ตร.บุกค้นรังแม่มณีและเครือข่าย 5 จุด ได้ทรัพย์สินกลับมา 27 ล้านบาท พบตู้เซฟ 3 ใบ ปรากฎไม่เจอของมีค่าใดๆทั้งสิ้น พร้อมรวบแอดมินผู้เกี่ยวข้องเส้นทางการเงินแม่มณี 2 ราย ทั้งหมดให้การภาคเสธ อ้างแค่ลงทุนไม่ได้โกง ด้านแม่ ของแม่มณี และเครือข่าย หอบเงินสดคืน 11 ล้าน ใส่กระเป๋าเดินทางมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     ส่วนกระแสข่าว นางวัทนีย์ หรือ แม่มณี ให้คนใกล้ชิดซื้อที่ตรวจครรภ์ฉุกเฉิน ผลตรวจเบื้องต้น คาดอาจตั้งท้องได้ 2 เดือน ด้าน ผบ.เรือนจำกลางอุดรฯ นายภัทรพงษ์ หมวกสกุล  ระบุ ยังไม่มีรายงานในเรื่องการตั้งครรภ์ ซึ่งทางเรือนจำจะมีการพูดคุยกับแพทย์ ก่อนจะตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง    - เก็บความลับมานานถึง 2 ปี หนุ่มวัย 17 เห็น พ่อลากศพแม่ฝังใต้ต้นไม้ พ่อขู่ห้ามบอกใคร ไม่งั้นจะฝังลูกไว้หลุมเดียวกัน ด้วยความหวาดกลัว จึงปิดปากเงียบมาตลอด และย้ายออกจากบ้านไปพักกับพี่สาว และทุกครั้งที่พี่สาวถามถึงแม่ก็จะบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม ให้พี่สาวไปถามพ่อแทน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไปอาศัยอยู่กับญาติแล้ว แต่พี่สาวไม่ย่อท้อในการตามหาแม่ ซึ่งใจหนึ่งก็คิดว่าแม่อาจจะตายไปแล้ว เพราะตลอดเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มักฝันว่า แม่มาบอกว่าหนาว อยากได้ผ่าห่ม จนกระทั่งเค้นถามน้องชาย จนหลุดปาก ยอมรับเห็นพ่อฝังศพแม่ไว้ใต้ต้นไม้ริมป่าละเมาะหน้าบ้านเช่าใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงพากันเข้าแจ้งความ    ผู้ต้องหา สารภาพบอกภรรยาเป็นลมและเสียชีวิต ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจฝังร่างของภรรยาไว้ใกล้กับบ้านที่พักอาศัย แต่จุดที่ฝังศพ ถูกสร้างเป็นตลาดแล้ว จึงจำจุดที่แน่นอนไม่ได้ ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นสอบและขุดหาศพ   - เทียรี่ เมฆวัฒนา โพสต์เฟซบุ๊กแตกหัก ประกาศลั่น "ไม่ทำตามคำสั่งพี่แอ๊ด" เมื่อถึงเวลลาจะพูดความจริง นอกจากนี้ยังระบุ ไม่ต้องไปสอนใคร แค่สอนตัวเองก็พอ สำหรับผม  MONEY IS NOTHING. อะไรปลอมมันก็ปลอมอยู่ดี ล่าสุดต้นสังกัดยืนยันแค่หยอกล้อกันเล่นเท่านั้น ไม่มีปัญหาอะไร เพิ่งแสดงคอนเสิร์ตด้วยกันที่ลาว คืนนี้ก็จะไปแสดงคอนเสิร์ตกันที่อยุธยา และกทม. คิวเต็มทั้งเดือน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง    ปรากฎถูกโยงเรื่องแอ๊ด คาราบาว แบนสารพิษทางการเกษตร แต่กลับไปหนุนอีกบริษัทที่ขายสารอีกตัวหนึ่งแทน ถึงขั้นเปิดคอนเสิร์ต ซื้อสาร 1 ตันจึงจะได้บัตร อีกกระแสบอกนี้อาจเป็นการโปรโมทหนังที่กำลังจะออกฉาย   - สาวตั้งครรภ์โวย ปวดท้องไปโรงพยาบาลถูกไล่ให้ไปที่อื่นจนแท้งลูก โพสต์ลงเฟซบุ๊กระบุ ตั้งครรภ์ 5 เดือน กลางดึกปวดท้องเหมือนจะคลอด มีเลือดไหลไม่หยุด จึงรีบไป รพ.ที่ไม่ได้มีสิทธิประกันสังคม แต่ถูกไล่ให้ไป รพ.ที่ใช้สิทธิได้ ต้องเรียกแท็กซี่ไปเอง แต่กว่าจะไปถึง หัวเด็กโผล่ออกมาแล้ว สุดท้ายเด็กเสียชีวิต ยืนยันที่โพสต์ไม่ได้ประจาน แต่อยากให้รพ.ปรับปรุงบริการ และดูแลคนไข้ให้ดีกว่านี้ ด้านโรงพยาบาลสมุทรปราการเตรียมแถลงชี้แจงวันนี้ 6 พ.ย. 10.00 น.    - คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย บางกรวย กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเดินมาจากด้านหน้าห้าง ตรงเข้ามาที่ธนาคาร จากนั้นกดบัตรคิวแล้วไปนั่งรออย่าใจเย็น ก่อนยื่นถึงผ้าพร้อมกระดาษ มีข้อความว่า "ส่งเงินมา ผมมีอาวุธปืน" ก่อนจะหยิบเงินสดไปจำนวน 2 ปึก ปึกละ 1 แสนบาท และรีบวิ่งออกจากธนาคารไป ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที  ตร.เร่งไล่ล่า   -ศาลอุทธรณ์ ยืนตามชั้นต้น  จำคุก 2 เดือนไม่รอลงอาญา หมอเปรม นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในข้อหาอนาจารและความผิดต่อเสรีภาพ กรณีสั่งนักข่าวแก้ผ้า ก่อนถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ นพ.เปรมศักดิ์ พร้อมพวก ได้ขอกลับคำให้การใหม่ในชั้นอุทธรณ์ โดยให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพื่อขอให้ศาลเห็นใจและลงโทษสถานเบา ล่าสุดศาลอนุมัติประกันตัว 

 2,094
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 62

ใต้ยังป่วนหลายจุด!! จนท.คุมเข้ม หลังคนร้ายซุกคาร์บอม ข้างบ้านพักตร. เคราะห์ดีไม่มีคนเจ็บ

หลังจากที่เกิดเหตุการประทะกันระหว่างกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ และมีการวิสามัญไป 2 ศพ ที่อ.สายบุรีนั้น   ล่าสุดส่งผลให้ที่ ปัตตานี ยะลา สงขลา และฝ่ายความมั่นคงชายแดนใต้ ได้ประสานสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ เข้มงวดในการป้องกันเหตุ เกรงว่าคนร้ายจะซุ่มโจมตีตอบโต้ เจ้าหน้าที่    สืบเนื่องหลังจากที่เกิดการประทะกันและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบถูกวิสามัญไป 2 ศพนั้น ได้มีการปล้นรถกระบะ อบต. น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ตค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน สี่ประตู โดยคนร้าย 3 คนปิดบังใบหน้ามีอาวุธปืนสั้น บุกเข้ามาจับตัว นายนิเฮง ยานยา ที่กำลังเฝ้าเวรรักษาความปลอดภัยภายในป้อม อบต.น้ำดำ และใช้เชือกมัดมือไว้   พร้อมกับข่มขู่ว่าให้ร้องขอความช่วยเหลือในอีก 2 ชั่วโมง ก่อนที่คนร้ายได้นำรถกระบะไปทำการประกอบระเบิดแสวงเครื่องแล้วนำมาจอดไว้ที่จุดเกิดเหตุ ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว    โดยแรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าว ระบุหมายเลข กข 5146 ปัตตานี โดยเหตุระเบิดครั้งนี้เกือบทำให้ภรรยาตำรวจนายหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนเกิดอาการช๊อคและแน่นหน้าอก เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกนำส่ง รพ.ไม้แก่น ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   ด้านเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอม เหตุเกิดขึ้นบริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 31 ตค.ที่ผ่านมา   โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตรลึก 1 เมตร และพบซากรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังทำให้บ้านพักตำรวจ จำนวน 4 หลัง กระจกของแฟรตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย    จากการสอบสวนทราบว่า โรงพักดังกล่าวเป็นโรงพักเก่าและร่างสร้างด้วยไม้ซึ่งถูกปิดไม่ได้ใช้งาน กว่า 10 ปี มีเพียงบ้านพักและแฟลตตำรวจที่อยู่บริเวณภายในกำแพง เนื่องจากโรงพักได้ย้ายที่ทำการใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายได้ขับรถคาร์บอมมาจอดทิ้งไว้บริเวณริมกำแพง โดยที่ไม่มีใครเอะใจคิดว่าเป็นรถของชาวบ้านมาจอดไว้ จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นรถ จยย.ที่มีคนร้ายอีก 1 คนมารอรับก่อนจะขับหลบหนีไป จนกระทั่ง 20 นาทีเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายได้มีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า โดยเลือกเป้าหมาย อบต.น้ำดำ เนื่องจากมี รปภ.เพียงคนเดียว ในส่วนที่คนร้ายสามารถนำรถไปประกอบระเบิดแล้วนำไปก่อเหตุได้นั้น ทั้งที่ช่วงก่อเหตุปล้นรถเป็นช่วงเย็น แต่คนร้ายสามารถนำรถไปก่อเหตุ เนื่องจาก นายนิเฮง ซึ่งถูกคนร้ายจับมัดและได้รับความช่วยเหลือหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าคนร้ายได้ทำการนำระเบิดใส่ในรถก่อนที่จะใช้เส้นทางลัดภายในหมู่บ้านขับรถไปจอดทิ้งไว้ ก่อนที่จะกดชนวนระเบิด   และยังมีรายงานว่า นายเมา ลามา สาเมาะ เป็นบุคคลต้องการตามหมายจับในคดรความมั่นคง จำนวน 10 หมาย และเป็นแกนนำระดับปฎิบัติการมีแผนเตรียมก่อเหตุความรุนแรงด้วยการลอบวางระเบิด และเตรียมลอบโจมตีฐานปฎิบัติการในพื้นที่หนองจิก โคกโพธิ์ ปัตตานี ดังนนั้นจึงมีการสั่งคุมเข้ม และขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่หากเห็นบุคคลต้องสงสัยให้เร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที        รับชมผ่านยูทูบได้ที่  https://youtu.be/LYpUNqA-9jk

 229
ข่าวภูมิภาค
01 พ.ย. 62

โจรใต้ป่วน 3 จุดปัตานี ปะทะเดือดวิสามัญดับ 2 ราย

เมื่อเวลา 22.10 น. มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการคุ้มครอง ต.เขาตูม บ้านบูเก๊ะตง ม.7 ต.เขาตูม หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ. ธรรศภณ สาราพฤษ ผกก.บ้านโสร่ง เมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่ อส.ซึ่งอยู่ประจำฐานกระจายกำลังคุ้มเข้มทั้งด้านในและด้านนอก แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงโรงจอดรถที่มีร่องรอยกระสุนเล็กน้อย   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวกำลังเฝ้าเวรยามอยู่ภายในฐาน โดยการกระจายตามจุดต่าง ๆ ปรากฏว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวน พร้อมอาวุธสงครามใช้รถกระบะเป็นพาหนะ จำนวน 2 คันขับมาด้านหน้าของด้าน จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงทันทีหลายสิบนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดกระสุนไปคนละทิศละทาง ก่อนที่จะยิงตอบโต้จนคนร้ายหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดและออกติดตามไล่ล่าคนร้าย เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบพยายามสร้างสถานการณ์   จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอม เหตุเกิดขึ้นบริเวณริมกำแพงด้านนอกของบ้านพักตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน สภ.ไม้แก่น หลังเก่า ม.4 ต.ไทรทอง ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. คืนวันที่ 31 ตค.ที่ผ่านมา   โดยในที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดกว้าง 3 เมตรลึก 1 เมตร และพบซากรถกระบะถูกแรงระเบิดได้รับความเสียหายทั้งคัน เหลือเพียงเครื่องยนต์ ส่วนชิ้นส่วนตัวรถกลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ แรงระเบิดยังทำให้บ้านพักตำรวจ จำนวน 4 หลัง กระจกของแฟรตตำรวจทั้ง 3 ชั้นแตกกระจาย    นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้บ้านเรือนประชาชนใกล้เคียงได้รับความเสียหาย 3 หลัง รวมไปถึงรถยนต์เสียหายอีก 3 คัน ในที่เกิดเหตุพบป้ายทะเบียนของรถคันดังกล่าว ระบุหมายเลข กข 5146 ปัตตานี โดยเหตุระเบิดครั้งนี้เกือบทำให้ภรรยาตำรวจนายหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนเกิดอาการช๊อคและแน่นหน้าอก เนื่องจากบ้านพักอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ถูกนำส่ง รพ.ไม้แก่น ล่าสุดอาการปลอดภัยทั้งแม่และลูก โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต   จากการสอบสวนทราบว่า โรงพักดังกล่าวเป็นโรงพักเก่าและร่างสร้างด้วยไม้ซึ่งถูกปิดไม่ได้ใช้งาน กว่า 10 ปี มีเพียงบ้านพักและแฟลตตำรวจที่อยู่บริเวณภายในกำแพง เนื่องจากโรงพักได้ย้ายที่ทำการใหม่ โดยก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายได้ขับรถคาร์บอมมาจอดทิ้งไว้บริเวณริมกำแพง โดยที่ไม่มีใครเอะใจคิดว่าเป็นรถของชาวบ้านมาจอดไว้ จากนั้นคนร้ายได้ขึ้นรถ จยย.ที่มีคนร้ายอีก 1 คนมารอรับก่อนจะขับหลบหนีไป จนกระทั่ง 20 นาทีเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว   และจากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถ ปรากฏว่าเป็นรถที่ถูกคนร้ายปล้นมาจากพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ตค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน สี่ประตู ซึ่งเป็นรถของ อบต.น้ำดำ ที่เจ้าหน้าที่กำลังไล่ติดตามหลังจากถูกปล้นไป โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. ที่ อบต.น้ำดำ อ.ทุ่งยางแดง โดยคนร้าย 3 คนปิดบังใบหน้ามีอาวุธปืนสั้น บุกเข้ามาจับตัว นายนิเฮง ยานยา ที่กำลังเฝ้าเวรรักษาความปลอดภัยภายในป้อม อบต.น้ำดำ คนร้ายได้ใช้เชือกมัดมือไว้   จากนั้นได้เข้าไปปล้นรถกระบะที่จอดไว้แล้วนำตัวนายนิเฮงขึ้นรถไปด้วย เมื่อคนร้ายขับออกมาจาก อบต.ประมาณ 2 กม.ก็ได้นำตัวนายนิเฮงมัดเชือกไว้กับบ้านของชาวบ้านโดยที่ไม่มีใครเห็น พร้อมกับข่มขู่ว่าให้ร้องขอความช่วยเหลือในอีก 2 ชั่วโมง ก่อนที่คนร้ายได้นำรถกระบะไปทำการประกอบระเบิดแสวงเครื่องแล้วนำมาจอดไว้ที่จุดเกิดเหตุ ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว    เจ้าหน้าที่เชื่อว่า คนร้ายได้มีการวางแผนมาก่อนล่วงหน้า โดยเลือกเป้าหมาย อบต.น้ำดำ เนื่องจากมี รปภ.เพียงคนเดียว ในส่วนที่คนร้ายสามารถนำรถไปประกอบระเบิดแล้วนำไปก่อเหตุได้นั้น ทั้งที่ช่วงก่อเหตุปล้นรถเป็นช่วงเย็น แต่คนร้ายสามารถนำรถไปก่อเหตุ เนื่องจาก นายนิเฮง ซึ่งถูกคนร้ายจับมัดและได้รับความช่วยเหลือหลังจากนั้น 2 ชั่วโมง จึงเชื่อว่าคนร้ายได้ทำการนำระเบิดใส่ในรถก่อนที่จะใช้เส้นทางลัดภายในหมู่บ้านขับรถไปจอดทิ้งไว้ ก่อนที่จะกดชนวนระเบิด   จุดที่ 3 มีเหตุยิงปะทะกันทำให้คนร้ายเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายบาเลาะ-ปะเสยาวอ ม.5 ต.ปะแสยาวอ หลังรับแจ้งจึงนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี   ไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบ พบคนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต 2 ราย ยังไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 25-30 ปี สภาพศพทั้งสองมีบาดแผลถูกยิงเข้าลำตัว โดยมือของทั้งสองศพสวมใส่ถุงมือ ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ 1 กระบอกเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างกันประมาณ 3 เมตร พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กรท 316 ยะลา ซึ่งเป็นของคนร้าย จากการตรวจสอบปรากฏว่ป้ายทะเบียนไม่ตรงกับรถ จยย.   ขณะเดียวกัน พ.อ.ภูมิพัฒน์ บุญเรืองขาว ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 นำกำลังออกจากหน่วยเพื่อไปที่เกิดเหตุปรากฏว่าได้รับแจ้งจากกำลังพลที่เดินลาดตระเวนเส้นทางพบวัตถุต้องสงสัยวางอยู่ริมถนน บริเวณ ม.2 ต.ปะเสยาวอ ห่างจากหน่วย ประมาณ 2 กม. จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิค จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร น้ำหนักประมาณ 10 กก. จากการตรวจสอบระเบิดยังไม่ได้กดชนวน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 จำนวน 10 นาย ซึ่งเป็นชุดจรยุทธขับขี่รถ จยย จำนวน 5 คันออกลาดตระเวนเส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัยพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากมีรายงานว่า กลุ่มก่อความไม่สงบจะมีการนำระเบิดแสวงเครื่องเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ทำการตั้งด่านบนถนนายดังกล่าวเพื่อรักษาความปลอดภัยเส้นทาง ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนขับขี่รถ จยย.ใกล้ถึงด่าน เจ้าหน้าที่จึงทำสัญญาณเพื่อให้หยุดตรวจค้น แต่คนร้ายเห็นจึงพยายามเลี้ยวรถกลับ ก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายชักอาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบกระสุน ก่อนจะทำการยิงตอบโต้เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย   ด้าน พล.ต.ต.จิระวัฒน์ พยุงธรรม ผบก.ภ.จ.ปัตตานี กล่าวว่า คนร้ายที่ถูกยิงเสียชีวิตเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งกำลังรอผลตรวจพยานหลักฐานและติดต่อไปยังผู้นำพื้นที่มาตรวจสอบ และจากการตรวจสอบสภาพศพพบว่ามีการสวมถุงมือทั้งสองศพ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อเหตุในหลายพื้นที่ ส่วนจะเป็นกลุ่มที่นำระเบิดมาวางไว้เพื่อดักทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์และหาความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานว่าเคยก่อเหตุใดมาบ้าง อย่างไรก็ตาม การวิสามัญคนร้ายครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่พยายามที่จะคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุร้ายในพื้นที่ หลังจากที่มีข่าวว่าจะมีการก่อเหตุ แต่เมื่อต้องประสบเหตุก็ต้องมีการป้องกันตัว    

 173
ข่าวภูมิภาค
03 ต.ค. 62

คนร้ายดักยิง ผช.ผญบ.หญิง เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ ชรบ. บาดเจ็บ ขณะกลับจากร่วมประชุมที่ อ.กรงปินัง

วันที่ 3 ต.ค.62 เมื่อเวลา 14.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณบ้านกูแย (บ้านย่อยบาตูบือละ) ต.สะเอะ อ.กรงปีนัง จ.ยะลา เจ้าหน้าที่ ได้ช่วยเหลือนำตัว ส่ง ร.พ.กรงปินัง แล้ว หลังรับแจ้ง ร.ต.ท.ยชอนันท์ วุฒิ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้นำกำลังจนท.ตำรวจ เข้าตรวจสอบที่ รพ.กรงปินัง อย่างเร่งด่วน    โดยพบว่าแพทย์และพยาบาล รพ.กรงปินัง กำลังเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ประสบเหตุทั้งสองราย ทราบชื่อต่อมาคือ นางมือละ เจ๊ะโซ๊ะ เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อยภายในหมู่บ้าน อายุ 46 ปี และนางรอกายะ ยูโซ๊ะ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ม.2 ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา    โดยนางมือละ เจ๊ะโซ๊ะ ทนอาการบาดเจ็บไม่ไหวได้เสียชีวิตในเวลา ต่อมา ส่วนนางรอกายะ แพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อน นำตัวส่งไปรักษาต่อที่ ร.พ .ยะลา   ส่วนที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนภายในหมู่บ้าน ซอยตะโละโตะโพธิ์ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บจอดอยู่ และพบรอยเลือดผู้บาดเจ็บ นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 6 ปลอกตกอยู่ จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน   จากการสอบสวนทราบว่าขณะทั้งสอง กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนตัวกลับจากประชุมที่อำเภอกรงปินัง เพื่อเดินทางกลับบ้านพัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุถนนในสวนยางพารา ได้มีคนร้าย ไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่าดักซุ่มอยู่บริเวณข้างทางได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ทันที ทำให้ทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป ชาวบ้านใกล้เคียงได้ยินเสียงอาวุธปืนดังขึ้น จึงออกมาดูและช่วยกันนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลกรงปินัง ก่อนที่นางมือละ เจ๊ะโซ๊ะ จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา  

 3,072
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

6 คนร้าย กราดยิงใส่ป้อมจุดตรวจ อส.ยะลา ดับ 2 เจ็บ 2

ยะลา-คนร้ายจำนวน 6 คน ขับขี่รถ จยย.ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน จำนวน 3 คัน เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. ยิงใส่ จุดตรวจ ชรบ.บ้านต้นชด หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา   ทำให้เจ้าหน้าที่กองร้อยอาสารักษาดินแดน เสียชีวิต จำนวน 2 นาย ,ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 นาย และชางบ้านได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย นำส่ง รพ.ศูนย์ยะลา ทราบชื่อดังนี้   1.อส.อับดุลเล๊าะ แวดอเล๊าะ อายุ 31 ปี สังกัด ร้อย.อส.เมืองยะลา ปฏิบัติหน้าที่ ชคต.ลำพะยา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2.อส.สุริยา รักษ์เมือง อายุ 26 ปี สังกัด ร้อย.อส.เมืองยะลา ปฏิบัติหน้าที่ ชคต.ลำพะยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 3.อส.จีรพันธ์ ประดิษฐ์ธรรม อายุ 25 ปี สังกัด ร้อย.อส.เมืองยะลา ปฏิบัติหน้าที่ ชคต.ลำพะยา กระสุนถูกบริเวณหัวเข่าซ้าย ได้รับบาดเจ็บ 4.นายยะโก๊ะ แมและ อายุ 57 ปี กระสุนถูกบริเวณต้นขาขวาและแขนขวา ได้รับบาดเจ็บ   จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เหตุเกิดขณะเจ้าหน้าที่ อส.ชุดคุ้ทครองตำบลลำพะยา จำนวน 3 นาย ร่วมกับ ชรบ.จำนวน 2 นาย ปฏิบัติหน้าที่ ณ จุดตรวจ ชรบ. บ้านต้นชด หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ระหว่างนั้นคนร้าย 6 คน ขับขี่รถ จยย. 3 คัน ผ่านบริเวณจุดตรวจ ก่อนเข้าล้อมป้อมจุดตรวจ ก่อนจะใช้อาวุธปืนสงครามและอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. กราดยิงใส่ป้อมจุดตรวจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว   หลังก่อเหตุ คนร้ายนำอาวุธปืน HK- 33 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืน AK-102 จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของ จนท.อส.ที่เสียชีวิต หลบหนีไป พร้อมทั้งโปรยตะปูเรือใบ ตามเส้นทางที่หลบหนีระหว่าง ต.ลำพะยา และ ต.ลำใหม่ เพื่อสกัดกั้น/ป้องกันการติดตามของ จนท. จากการตรวจสอบ จนท.พบปลอกกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. และ ขนาด 9 มม. จำนวนหนึ่ง ตกอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pmAxQknssh0

 1,539
สังคม-อาชญากรรม
27 พ.ค. 62

ผบ.ตร. เชื่อ เหตุลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ หวังสร้างสถานการณ์ สั่งคุมเข้มพื้นที่-ไล่ล่าคนร้าย

วันที่ 27 พ.ค. 62 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหลังสถานีรถไฟ ในพื้นที่ ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา ทำให้ตำรวจภูธรจะนะ เสียชีวิต 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย ว่า    จากการหารือกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ถึงพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุ พบว่า มีลักษณะมุ่งหวังสร้างสถานการณ์ในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอน หรือเทศกาลถือศีลอด จึงกำชับให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เพิ่มความเข้มการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่    รวมถึงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมาย ตามที่มีข้อมูล และจะดูให้คลอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่ได้เจาะจงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง พร้อมประสานกับกรมการปกครอง ทหารในการเฝ้าระวังและเร่งติดตามผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว ส่วนการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ให้เป็นไปตามระเบียบ รวมถึงสวัสดิการต่าง ๆ    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1      

 889
ข่าวภูมิภาค
27 พ.ค. 62

ลอบวางระเบิดหลังสถานีรถไฟจะนะ ดับ 1 เจ็บ 4 - ประกบยิงทหารพรานนราธิวาส เจ็บ 1 เสียชีวิต 1

สงขลา-เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่บริเวณด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งตั้งอยู่บนถนนด้านหลังสถานีรถไฟจะนะ พื้นที่ ม.3 บ้านคลองลึก ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา แรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จะนะ ซึ่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวพอดี ถูกแรงอัดระเบิดเสียชีวิตคาที่ 1 นาย คือ ด.ต.โกศล คงสวัสดิ์ ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ   มีทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย ร.ต.ท.นิพล แก้วหนู รอง สว.(นปพ.) สภ.จะนะ / ด.ต.ชำนาญ สุขมี ผบ.หมู่ (นปพ.) สภ.จะนะ / และ ด.ต.ศิริ ทองเทพ ผบ.หมู่ (ป.) สภ.จะนะ นอกจากนี้ยังมีหญิงสาวที่เป็นชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กู้ภัยได้นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลจะนะ และสงขลานครินทร์ เพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน   จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นพบว่า คนร้ายได้ลอบระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งยังไม่ทราบภาชนะบรรจุ และการจุดชนวน มาลอบวางเอาไว้ภายในท่อซีเมนต์ด้านหน้าป้อม ชรบ. ซึ่งเป็นป้อมใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก่อนที่จะมีการจุดชวนระเบิดขึ้นในช่วงจังหวะที่เจ้าหน้าที่มีการนำกำลังออกมาตั้งจุดตรวจจุดสกัดชั่วคราวบริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหน้าป้อม ชรบ. พอดี จนทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต และมีชาวบ้านผู้หญิงโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บด้วย   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่อำเภอชายแดนของ จ.สงขลา เพื่อสร้างสถานการณ์ความรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสุดช่วงรอมฎอน หรือการถือศีลอด ซึ่งกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะลงมือก่อเหตุด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาตัวคนร้าย   ขณะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุคนร้ายตามประกบยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานสังกัดกองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 11 เสียชีวิต 1 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย ริมถนนบ้านบือแนปีแย ม.1 ต.ปะลุกาสาเมาะ   โดยศพของ อส.ทพ.สมชาย เชิญชมพู นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จยย. ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บคือ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน มาแซ พลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลไม้แก่น จ.ปัตตานี ไปก่อนหน้าแล้ว โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบพบหลักฐานใดๆของคนร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลบาเจาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง   จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.ออกจากฐานซึ่งตั้งอยู่วัดเชิงเขา โดยมี อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน นั่งซ้อนท้าย เดินทางไปซื้ออาหารที่ตลาดต้นไทรเพื่อนำมารับประทานแก้บวชในช่วงรอมฏอน หรือ ถือศีลอด เมื่อซื้ออาหารเรียบร้อยแล้ว อส.ทพ.สมชาย ได้ขี่รถ จยย.เพื่อกลับฐาน   ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน ขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. 2 คัน เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายทั้ง 2 คัน ได้ขี่รถ จยย.เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ออกมายิงใส่ อส.ทพ.สมชาย และ อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน จำนวนหลายนัด   เมื่อถูกกระสุนปืนรถ จยย.ได้เสียหลักล้มคว่ำ ทำให้ อส.ทพ.สมชาย เสียชีวิตคาที ส่วน อส.ทพ.มูฮัมหมัดรีสวาน ได้รับบาดเจ็บ แล้วคนร้ายได้รีบขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AsOzMXJtBps

 3,976

Top