ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่ายกครัว"

ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

พ่อคว้าไม้ทุบตีลูกเมียดับ ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ พบ จม.เล่าปมเครียดหนี้สิน ส่งลูกเรียน ม.ดัง

อุดรธานี-ตำรวจ สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ ที่บ้านในหมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบศพนายไชยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง เมื่อเดินเข้าบ้าน ในห้องโถงชั้นล่างศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายไชยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด นอกจากนี้พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้าย แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชม. และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า...   1.ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60,000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5,000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8,000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   พ่อตาของนายไชยสานเล่าว่า ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ เพิ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน   ส่วนน้องสาวนายไชยสาน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่มีให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ทางด้านนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยาน สรุปได้ว่า เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย โดยนายไชยสานไปซื้อเหล้าขาวและธูปเทียน ที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน มาดื่มย้อมใจ 2 ขวด ก่อนใช้ท่อนไม้รองเก้าอี้โยก ขนาดเหมาะมือ ทุบศีรษะเมียและลูกนอนจมกองเลือดตายในบ้าน แล้วจัดดอกไม้ธูปเทียนขอขมา แล้วเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่ขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ   แต่พบว่าหลังคาต่ำผู้ตายรูปร่างสูง จึงย้ายไปผูกที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เช้าตรู่ มีชาวบ้านขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น จึงไปเรียกญาติผู้ตายมาดู ต่างแปลกใจว่าทำไมลูกเมียไม่ออกมาดู จึงได้เข้าไปเรียกในบ้าน ก็พบลูกเมียถูกทุบหัวนอนจมกองเลือดตายกองกันทั้ง 3 คน ซึ่งมาจากปัญหาหนี้สิน ที่ไปกู้ยืมมาส่งลูกเรียนตามที่เขียนระบายในจดหมาย ซึ่งญาติทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uyFY8mdNE9I

 4,164
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

พ่อคว้าไม้ทุบตีลูกเมียดับ ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ พบ จม.เล่าปมเครียดหนี้สิน ส่งลูกเรียน ม.ดัง

อุดรธานี-ตำรวจ สภ.เพ็ญ ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ ที่บ้านในหมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบศพนายไชยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง เมื่อเดินเข้าบ้าน ในห้องโถงชั้นล่างศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายไชยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด นอกจากนี้พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้าย แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชม. และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า...   1.ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60,000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5,000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8,000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   พ่อตาของนายไชยสานเล่าว่า ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ เพิ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน   ส่วนน้องสาวนายไชยสาน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่มีให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ทางด้านนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยาน สรุปได้ว่า เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย โดยนายไชยสานไปซื้อเหล้าขาวและธูปเทียน ที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน มาดื่มย้อมใจ 2 ขวด ก่อนใช้ท่อนไม้รองเก้าอี้โยก ขนาดเหมาะมือ ทุบศีรษะเมียและลูกนอนจมกองเลือดตายในบ้าน แล้วจัดดอกไม้ธูปเทียนขอขมา แล้วเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่ขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ   แต่พบว่าหลังคาต่ำผู้ตายรูปร่างสูง จึงย้ายไปผูกที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เช้าตรู่ มีชาวบ้านขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น จึงไปเรียกญาติผู้ตายมาดู ต่างแปลกใจว่าทำไมลูกเมียไม่ออกมาดู จึงได้เข้าไปเรียกในบ้าน ก็พบลูกเมียถูกทุบหัวนอนจมกองเลือดตายกองกันทั้ง 3 คน ซึ่งมาจากปัญหาหนี้สิน ที่ไปกู้ยืมมาส่งลูกเรียนตามที่เขียนระบายในจดหมาย ซึ่งญาติทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uyFY8mdNE9I

 4,164
อาชญากรรม
06 ม.ค. 63

สะเทือนขวัญ! สามีฆ่าโหดลูก-เมีย คาบ้าน ก่อนผูกคอตายตาม 4 ศพ ทิ้งไว้เพียงจดหมายสั่งลา

อุดรธานี - ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดูจำนวนมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ใต้ต้นมะม่วงติดรั้วหน้าบ้าน พบศพนายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง   ในห้องโถงบ้านชั้นล่าง พบศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปีภรรยาของนายไทยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากการตรวจสอบพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า   “1 ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ   2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย   3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   ด้านนางรุ่งการ ขารบ อายุ 45 ปี น้องสาวนายไทยสวน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่ให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง แต่ก็ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่เคยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้   ส่วนนายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี พ่อตา ให้การว่า นายไทยสาน และนางวัชราภรณ์ ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ พึ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน   แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน  

 4,773
สรุปข่าว
06 ม.ค. 63

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 6 ม.ค.63 สหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียด หวั่นสงครามโลกครั้งที่ 3/ลงทะเบียนวิ่งไล่ลุง/เก๋งกลับรถมักง่าย

-สถานทูตไทย ณ กรุงอัมมาน ประกาศเตือนคนไทยงดไปอิรักชั่วคราว หลังเกิดเหตุความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน จนหลายคนกังวลอาจบานปลายเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 หลังอิหร่านชักธงแดงสีเลือดขึ้นสู่ยอดเสาเหนือสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ประกาศสงครามกับสหรัฐเต็มรูปแบบ เพื่อเอาคืนให้นายพลคนสำคัญที่ถูกสหรัฐฯสังหาร   ด้านปธน.ทรัมป์ขู่กลับ หากอิหร่านโจมตีใส่สหรัฐเพื่อแก้แค้น สหรัฐฯจะโจมตีเป้าหมาย 52 จุดที่มีความสำคัญต่ออิหร่านและวัฒนธรรมของอิหร่าน หากมีพลเมืองอเมริกันตายและทรัพย์สินเสียหาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อิหร่านชักธงแดงสีเลือด ประกาศล้างแค้นสหรัฐฯ - คนนับแสนแห่ศพนายพลลั่น "อเมริกาจงตาย"   -อั้นไม่ไหว ราคาน้ำมันในไทย ประกาศขึ้น 50 สตางค์-ลิตร ปตท. และ บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์และดีเซลทุกชนิด ขึ้น 50 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ปรับขึ้น 30 สตางค์/ลิตร มีผลวันนี้ (6 ม.ค.) ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อั้นไม่ไหว! ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 30-50 สต./ลิตร    -การประปานครหลวงเร่งแก้ปัญหาน้ำประปาเค็ม หลังเจอภาวะน้ำทะเลหนุนสูง กปน.ขอเจาะบ่อบาดาลเพิ่ม 4 จุด บางเขน มีนบุรี ลาดกระบัง สมุทรปราการ ยันคนปกติดื่มน้ำประปาได้ แต่ผู้ป่วยโรคไต ความดันสูง และเด็กเล็กควรหลีกเลี่ยง รัฐบาลเตรียมตั้งศูนย์เฉพาะกิจแก้ภัยแล้ง นายกฯนั่งบัญชาการ สถานการณ์วิกฤตกว่าทุกปี 14 เขื่อนใหญ่ มีน้ำใช้ต่ำกว่าร้อยละ 30 ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้งแล้ว 13 จังหวัด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : กรมอนามัยยันน้ำประปาเค็ม คนปกติยังดื่มได้ แต่ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยง - นายกฯบัญชาการศูนย์เฉพาะกิจภัยแล้ง    -ลงทะเบียนวิ่งไล่ลุง คึกคักยอดลงทะเบียนพุ่ง หลังคณะผู้จัดงานตั้งโต๊ะเปิดลงทะเบียน ที่สวนครูองุ่น ปากซอยทองหล่อ 3 พบมีประชาชนมารอเข้าแถวลงทะเบียนจำนวนมาก หลังพลาดโอกาสลงทะเบียนออนไลน์ไม่ทัน ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ช่อ พรรณิการ์มาลงด้วย พร้อมใส่ชื่อธนาธร ยันเป็นการใช้สิทธิตามรธน. เพราะวิ่งในสวน ไม่ได้เดือดร้อนใคร   ด้านนายธนวัฒน์ วงค์ไชย ผู้จัดงานเผยตอนนี้มีผู้ลบงทะเบียนแล้วนับหมื่นคน ยืนยันการจัดยังคงดำเนินต่อไป เชื่อว่าผู้ใหญ่จะไม่กลับคำ ที่ได้อนุญาตไว้แล้ว เพราะเป็นการวิ่งเท่านั้นไม่ได้มีการจัดม็อบปราศรัยทางการเมือง ส่วนที่มีข่าวจัดในจังหวัดอื่นๆ อีก 18 จังหวัดด้วยนั้น ยืนยันว่าเป็นเรื่องของผู้สนับสนุนที่จัดกันเอง  พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหยุดติดตามทีมงานจัดวิ่งครั้งนี้   ขณะที่ จ.พะเยา ตำรวจไม่อนุญาตให้จัดวิ่งไล่ลุงตู่ หลัง พบกลุ่ม Facebook ชื่อพลังใหม่ประชาธิปไตยพะเยาโพสต์เชิญชวน สมาชิกให้ลงทะเบียนวิ่งไล่ลุง 12 ม.ค.63 ด้านชาวบ้านจำนวนหนึ่ง โผล่ต้านนักศึกษาจัดกิจกรรม วิ่งไล่ลุง ใน จ.พะเยา ชูป้ายให้กำลังใจนายกฯ ต้านกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ชี้เป็นการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย เพราะทุกวันนี้คนในจังหวัดพะเยา ก็มีความเป็นอยู่สงบสุขดีอยู่แล้ว และเป็นเมืองท่องเที่ยวเศรษฐกิจก็เริ่มดีแล้ว ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ช่อ-ธนาธร' ลงชื่อร่วมวิ่งไล่ลุง คนร่วมลงทะบียนนับหมื่น    -ยอดคนลงทะเบียน กิจกรรมเดินเชียร์ลุง ที่ประกาศจัดในวันเดียวกันกับกิจกรรมวิ่งไล่ลุง เผยคนสนใจไม่แพ้กัน ชวนโชว์พลังเงียบสู้พวกชังชาติ โดยเพจเชียร์ลุง ได้เผยแพร่ข้อความกิจกรรมระบุ  อีก 7 วันครับ! วันอาทิตย์ที่ 12 มกรา..มาสวนลุมฯ..พวกเราจะมาแสดงพลังกัน #เดินเชียร์ลุง ให้พวกชังชาติ  มันรู้ว่า…”พลังเงียบ” คนรักลุง ที่รักชาติ รักสถาบัน..นั้นมีจริง และมีมากๆ ด้วย ชวน “สวมเสื้อยืดสีขาว + รองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ” แล้วพบกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แฟนคลับลุงตู่ จัดเดินเชียร์ลุง นัดหมายสวนลุมพินี 12 ม.ค. วันเดียวกับ 'วิ่งไล่ลุง'   -สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกิจกรรม วิ่งไล่ลุง และวิ่งเชียร์ลุงระบุ ไม่กังวล รัฐบาลดูแลเรื่องนี้อยู่และคิดว่ากิจกรรมใดก็ตามที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็สามารถกระทำได้ และไม่มีข้อขัดข้องอะไร ขณะเดียวกันรัฐบาลมีหน้าที่สร้างความเข้าใจเพราะมีหน้าที่นำพาประเทศไปข้างหน้า กรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยจะหยิบยก การทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลคสช. มาอภิปราย สนธิรัตน์ระบุ ไม่กังวล เพราะรัฐบาลมีความพร้อมและทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'สนธิรัตน์' ไม่หวั่นศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมหารือพรรคร่วม ลงเรือลำเดียวกัน   -ทอท.สั่งคุมเข้ม 6 สนามบินหลัก เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส จากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนแพร่เข้าไทย อนุทินตรวจเข้มผู้เดินทางเข้าประเทศ หากพบผู้โดยสารมีไข้และมาจากพื้นที่เสี่ยง จะนำตัวส่ง รพ. ขอคนไทยอย่าตื่นตระหนก ขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วย ไทยมีระบบคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : คุมเข้มสนามบิน เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส ระบาดจากจีน ยันยังไม่มีผู้ติดเชื้อในไทย    -สลด! พ่อใช้ไม้ทุบตีลูกเมีย เสียชีวิต ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ที่เกิดเหตุพบศพถูกทุบที่หัวจนเลือดกระจายทั่วบ้าน พร้อมจดหมายระบายความในใจ พ่อตาผู้ก่อเหตุบอกลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้าน มาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน   ด้านน้องสาวคนก่อเหตุบอก ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่มีให้ลูกไปเรียนหนังสือ ซึ่งพี่ชายไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไรก็ให้มาหา ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : พ่อคว้าไม้ทุบตีลูกเมียดับ ก่อนผูกคอตายตาม รวม 4 ศพ พบ จม.เล่าปมเครียดหนี้สิน ส่งลูกเรียน ม.ดัง   -พบผู้ต้องขังในเรือนจำพิษณุโลก เสียชีวิต 5 ราย ในเวลาไล่เลี่ยกัน ล่าสุดกรมราชทัณฑ์แจง สาเหตุเกิดจากโรคไทรอยด์เป็นพิษ น่าจะเกิดจากแหล่งโรคร่วม ซึ่งอาจเกิดจากอาหารที่ปนเปื้อนฮอร์โมนไทรอยด์ เช่น เนื้อหมู หรือเนื้อไก่ หลังจากนี้จะมีมาตรการคุ้มเข้มต่อไป ด้าน สสจ.พิษณุโลก จากการตรวจคนไข้ มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนที่เกิน พบ 690 คน ทำให้หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้ออ่อนแรง เบื้องต้นสงสัยประเด็นอาหาร เตรียมเจาะเลือดผู้ต้องขังอีก 600 คนใหม่เพื่อเฝ้าระวัง   นอกจากนี้มีประชาชนทั่วไปและญาติของผู้ต้องขัง นำเอากล้วยน้ำว้าหลายหวีมาฝากให้เจ้าหน้าที่ได้นำกล้วยแบ่งแจกจ่ายให้ผู้ต้องขังได้กิน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตรวจเข้มนักโทษพิษณุโลก ป่วยไทรอยด์เป็นพิษ ดับแล้ว 4 คาดมาจากเนื้อหมู-ไก่ปนเปื้อน   -รวบน้องปีนป่าย หรือ น.ส.พิชามชุ์ พิบูลย์กิตติกุล สาวแสบจอมโกงออนไลน์ คาร้านสุกี้ หลังผู้เสียหายกว่า 60 คนลงขันไล่ล่าตัว จนพบไปนั่งรับประทานสุกี้ในร้านดัง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงก็ได้แสดงหมายจับ ผู้ต้องหาถึงกับหน้าถอดสี จากนั้นจึงควบคุมถูกตัวไปที่ สถานีตำรวจนครบาลโชคชัยทันที   สำหรับพฤติการณ์ของสาวรายนี้ ซึ่งมีผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กกว่าหมื่นคน จะทำตัวให้น่าเชื่อถือว่าเป็นพริตตี้ในโลกโซเชียล โดยจะโพสต์หลอกขายสินค้าเกรดหรู เช่น ไอแพด บัตรคอนเสิร์ต แต่เชิดเงินหนีเกือบทุกครั้งที่มีลูกค้าโอน จนถูกแจ้งความดำเนินคดีทั่วประเทศ ยังคงมีพฤติกรรมหลอกลวงขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง แล้วยังปรากฎตัวในเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เรื่องราวของตัวเองตามสถานที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แถมยังอัพสตอรี่ของตัวเองโชว์ในเฟซบุ๊กโดยไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่สำนึก เสมือนท้าทายกฎหมาย จนผู้เสียหาเหลืออดรวมตัวกันตามล่าตัว จนกระทั่งมาถูกกลุ่มผู้เสียหายที่ติดตามชี้ให้จับกุมในที่สุด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : รวบ 'น้องปีนป่าย' พริตตี้สาวแสบหลอกขายของ-โกงเงินกว่า 60 ราย เหยื่อเหลืออดลงขันล่าตัว   -วินาทีเก๋งมักง่ายกลับรถกะทันหัน หลังเลยจุดกลับรถ จึงถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ ก่อนปาดข้ามเลนเพื่อกลับรถ กระบะมาทางตรงหักหลบเสียหลักพลิกคว่ำ เหตุเกิดบน ถ.นวมินทร์ตัดใหม่ เคราะห์ดีคนขับกระบะไม่บาดเจ็บ แต่รถพังยับ เจ้าของคลิปเผยมีรถขี่มักง่ายหลายครั้ง จนต้องติดกล้องหน้าร้าน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : วิจารณ์เก๋งมักง่าย ขับเลยจุดกลับรถ ยังย้อนถอยหลังปาดข้ามเลน ทำกระบะทางตรงพลิกคว่ำ   -นศ.สาวราชภัฏภูเก็ต ไปดูคอนเสิร์ตงานปีใหม่คืนสุดท้าย ถูกลูกหลง 3 คนร้ายไล่แทงดับ เหตุเกิดที่สะพานสารสิน หน้า สภ.ท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง ขณะที่เพื่อนถูกตีศีรษะ ใต้ลิ้นปี่ถูกแทงอาการสาหัส บาดเจ็บอีก 3 ราย ขณะที่แฟนสาวทอมยันไม่รู้จักมือก่อเหตุ ตร.ระบุรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เตรียมอนุมัติหมายจับ คาดไปแซวกันจนเกิดเหตุทะเลาะขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แก๊งโจ๋เขม่นแซวกัน นศ.สาวเที่ยวงานปีใหม่ภูเก็ต ถูกแทงดับ เพื่อนเจ็บ 3    -หนุ่มใหญ่เมืองลำปาง ใช้ปืน 9 มม. ยิงหัวตายคาโถส้วมที่บ้านพักใน อ.ห้างฉัตร เหตุเครียดเป็นหนี้ ธ.ก.ส. ภรรยาเผยขณะนอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงอาวุธปืนดังมาจากในห้องน้ำ จึงรีบลุกออกมาดู พบว่าสามีใช้อาวุธปืนยิงตัวตาย คาดน่าจะมาจากปัญหาความเครียด เรื่องเป็นหนี้ ธนาคาร ธ.ก.ส.จำนวน 150,000 บาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชายวัย 52 เครียดเป็นหนี้ ธ.ก.ส. แสนกว่าบาท คว้าปืนยิงหัวฆ่าตัวตายคาห้องน้ำ   -รวบหนุ่มชิงทองภายในห้างทองก้าวเจริญดี ถนนมหาธรรมราชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก พบคนร้ายสวมหมวกกันน็อกสีดำกระโดดเข้ามาภายในเคาท์เตอร์ ก่อนจะเปิดตู้กระจกหยิบสร้อยคอทองคำไปหลายเส้นแล้ววิ่งหลบหนีไป สุดท้ายไม่รอดถูกตร.ตามรวบได้พร้อมของกลาง ทองรูปพรรณ 7 เส้น น้ำหนัก 14 บาท   ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าติดหนี้พนันบาคาร่าออนไลน์จำนวนกว่า 2 ล้านบาท ก่อนจะมาดูลาดเลาในช่วงเช้าแล้วเลือกร้านทองแห่งนี้ เพราะว่าไม่มีประตูลูกกรงเหล็กกั้นหน้าร้าน เมื่อสบโอกาสจึงจอดรถจักรยานยนต์ทิ้งไว้แล้วเดินมาลงมือก่อเหตุ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนีไม่รอด! รวบหนุ่มชิงทองร้านทองพิษณุโลก อ้างหาเงินใช้หนี้พนันออนไลน์ 2 ล้าน   -นาทีระทึก! ตร.บุกชาร์จหนุ่มคลั่งเสพยาจนหลอน ไล่ทุบตีชาวบ้านขณะไปยืนรอซื้อส้มตำ ชาวบ้านหนีกระเจิง บางคนถูกตีหัวแตก ก่อนหนุ่มคลั่งหนีไปหลบในห้องน้ำของชาวบ้าน เกลี้ยกล่อมอยู่นานไม่เป็นผล ตร.ตัดสินใจพังประตูบุกล็อตตัวไว้ได้ ท่ามกลางความโล่งอกของชาวบ้าน เหตุเกิดที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : บุกชาร์จหนุ่มคลั่งเสพยาจนหลอน ไล่ทุบตีชาวบ้าน แฉเคยลักสร้อยแม่ไปแลกยาบ้าได้ 100 เม็ด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/F2yeWd4FYl8

 13,156
อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

สลด พ่อเครียดฆ่ายกครัวก่อนผูกคอใต้ต้นมะม่วง เผยจดหมายลาตาย ขอโทษพ่อตาแม่ยาย-หนี้สินรุมเร้า

เกิดเหตุสลด เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ร.ต.อ.อดุล ขาวขำ รองสว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุฆ่ายกครัว 4 ศพ ในบ้านเลขที่ 260 หมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ รองผบก.ภ.จ.อุดรธานี     พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ พ.ต.อ.บรรจบ ศรีหานาวี ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.วัชราภรณ์ วายโศกา สว.พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ แพทย์เวร รพ.เพ็ญ อาสากู้ภัยสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ     ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น มีชาวบ้านมุงดูจำนวนมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ใต้ต้นมะม่วงติดรั้วหน้าบ้านพบศพ นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านใช้เชือกผูกคอกับกิ่งมะม่วง     ประตูหลังบ้านซึ่งเป็นครัว พบหยดเลือดเป็นทางยาว ในห้องโถงชั้นล่างพบศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยาของนายไทยสาน ใกล้กันยังพบศพน.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และน.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซ.ม.วางอยู่ข้างศพ ถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำ ตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพ     จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะ ทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้ายศพน.ส.คชาภรณ์ แตกและหัก แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังพบผ้าขาวม้าผูกกับขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ ชั้นวางรองเท้ากระจัดกระจาย โดยพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฏิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า     1.ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคน เพราะรักลูกๆ พาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60,000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ 5,000 บาท) ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ     2.ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย     3.เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8,000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่ง แต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน     จากการสอบสวนนายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี พ่อตาของนายไทยสาน ให้การว่า นายไทยสานและนางวัชราภรณ์ ลูกสาวของตน ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วนน.ส.คชาภรณ์ เพิ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร ม.ขอนแก่น ส่วนน.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 ม.ขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ

 10,733
สรุปข่าว
05 ม.ค. 63

ญาติไม่ติดใจฆ่ายกครัว 4 ศพ - ชาวบ้านลุกฮือ รวมตัวไล่เจ้าอาวาส - ยอดลงทะเบียน 'วิ่งไล่ลุง' พุ่งกว่าหมื่นคน

ญาติไม่ติดใจฆ่ายกครัว 4 ศพ   ญาติไม่ติดใจ กรณีสามีฆ่าภรรยาและลูก ก่อนผูกคอตายตาม คาดอาจเกิดจากปัญหาหนี้สิน พ่อตาเผยลูกเขนชยเป็นคนดี เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป   ชาวบ้านลุกฮือ รวมตัวไล่เจ้าอาวาส   ชาวบ้านสองหมู่บ้านกว่าร้อยคนรวมตัวขับไล่เจ้าอาวาสวัดสุมังสุมังคลาราม หลังชาวบ้านพบเรื่องเงินวัดใช้จ่ายไม่โปร่งใส แถมยังส่อพฤติการณ์ไม่เหมาะสมมีสีกามารับส่งเป็นประจำ อีกทั้งมีคำสั่งให้เจ้าอาวาสลาออก ผ่านไปหลายเดือนแต่เรื่องยังเงียบ   ยอดลงทะเบียน 'วิ่งไล่ลุง' พึ่งกว่าหมื่นคน   คณะผู้จัดงานวิ่งไล่ลุงตั้งโต๊ะลงทะเบียนเพิ่ม ล่าสุดมียอดลงทะเบียนกว่า 10,000 คน ขณะที่นิดาโพลสำรวจความเห็นประชาชน ร้อยละ 40.86 เห็นด้วยกับการวิ่งไล่ลุง เนื่องจากอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง และเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง

 1,661
อาชญากรรม
05 ม.ค. 63

สู้ไม่ไหวหนี้ท่วม สามีควงไม้ฟาดภรรยาและลูกดับยกครัว ก่อนแขวนคอลาโลก

จ.อุดรธานี มีเรื่องราวสุดเศร้า สู้ต่อไปไม่ไหวหนี้สินเยอะก่อเหตุทุบหัวเมียและลูกก่อนผูกคอตัวเองตายรวม 4 ศพ โดยวันนี้ (5 ม.ค.62) เวลา 07.59 น.ร.ต.อ.อดุล ขาวขำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุ ฆ่ายกครัว 4 ศพ ที่บ้านเลขที่ 260 หมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดา เหมือนโพธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ พ.ต.อ.บรรจบ ศรีหานาวี ผกก.สอบสวน ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ท.วัชราภรณ์ วายโศกา สว.พิสูจน์หลักฐานอุดรธานี นายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ แพทย์เวร รพ.เพ็ญ อาสากู้ภัยสว่างเมธาธรรม รุดไปตรวจสอบ   เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน มีชาวบ้านจำนวนมากมุงดู ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ใต้ต้นมะม่วงติดรั้วหน้าบ้าน พบศพนายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 50 ปีเจ้าของบ้าน ใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกคอกับกิ่งมะม่วง สภาพศพสวมเสื้อยืดคอโปโลลายขาวดำ กางเกงขาสั้น เมื่อเดินเข้าประตูหลังบ้าน ซึ่งเป็นครัว พบหยดเลือดเป็นทางยาว ในห้องโถงชั้นล่างศพนางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปีภรรยาของนายไทยสาน ใกล้กันนั้นพบศพ น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 23 ปี และ น.ส.ศศริธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี นอนตายจมกองเลือด พบท่อนไม้ยาวประมาณ 50 ซม.วางอยู่ข้างศพ และถาดใส่ดอกไม้ธูปเทียนและขวดน้ำตั้งอยู่ปลายเท้าทั้ง 3 ศพด้วย   จากกการชันสูตรของเจ้าหน้าที่พบว่าทั้ง 3 ศพ ถูกทุบด้วยของแข็งบริเวณศีรษะทำให้มีบาดแผลฉกรรจ์ลึกถึงกะโหลก และนิ้วมือข้างซ้ายศพ น.ส.คชาภรณ์ แตกและหัก จากการชันสูตรไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย แพทย์ระบุทั้งหมดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 6 ชม. นอกจากนี้ยังพบผ้าขาวม้าผูกกับขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ ชั้นวางรองเท้ากระจัดกระจาย และพบจดหมายเขียนด้วยลายมือนายไทยสาน เขียนใส่กระดาษปฎิทินขนาดใหญ่ วางอยู่หน้าห้องน้ำ ใจความว่า   1 ชีวิตที่ล้มเหลว ผมขอโทษพี่น้องที่ทำลำบากใจมาตลอด เป็นหนี้ทุกคน เพราะผมมันจน เป็นหนี้ทุกคนเพราะรักลูกๆพาตั้งใจเรียน ผมเลยกู้ยืมทุกอย่าง คิดว่ามันจะรอด จบมาได้ทำงานเลยจะมาช่วยน้อง แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ รถยนต์ติดไฟแนนซ์ เหลือประมาณ 60000 บาท (ใบนาเอาไปจำนำไว้อำเภอเพ็ญ ตรงข้ามโลตัส 5000 บาท ตึกสีชมพูไปติดต่อเขาดู เผื่อเขาให้ไถ่คืนเสียดาย ขอโทษญาติทุกคน เพื่อนทุกคน ที่ตัดสินใจแบบนี้ ลูกกลับปีใหม่ จะกลับไปเรียนไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน ขอโทษพ่อตาแม่ยายด้วยที่ต้องจบชีวิตครอบครัวแบบนี้ เพราะไม่มีทางออกจริงๆ 2. ถึงอี๊ดไม่ใช้หนี้ และพี่เพลิน รวมทั้งไปงานปีใหม่ เขาก็มีแต่พูดให้กำลังใจ ขอบคุณน้าอันที่เข้าใจ และให้กำลังใจมาตลอด เงินค่าหวยให้จวบตามกลับให้เลย 3. เพื่อนร่วมงานมีแต่คนดีๆ เราขอโทษที่ทำรับหนี้แทนเรา ลูกมาปีใหม่จะกลับไปเรียน ม.ข. มีเงิน 8000 บาท ทอง 1 สลึงไม่รู้อยู่ไหน ลูกเราเรียนเก่งแต่ไม่มีงานทำ หมุนอย่างไรก็ไม่พอ เงินเดือนไม่พอรายจ่าย เพราะเราสร้างเองและรักลูก ลูกเราเรียนดี ไม่เคยทำให้ผิดหวังในการเรียน ให้อี๊ดเป็นธุระงาน”   เจ้าหน้าที่ตร.ได้สอบสวนนายบุญจันทร์ แสนเหมทอง อายุ 76 ปี พ่อตา ให้การว่า นายไทยสาน และนางวัชราภรณ์ ลูกเขยและลูกสาว ทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ที่ศูนย์หม่อนไหมเขต 4 อำเภอเพ็ญ จ.อุดรธานี ส่วน น.ส.คชาภรณ์ พึ่งเรียนจบคณะเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วน น.ส.ศศิธร กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ลูกเขยเป็นคนดี รักลูกรักเมียมาก ไม่เคยให้ลูกเมียลำบาก ส่งเสริมให้ลูกเรียนสูงๆ ซึ่งเคยยกมรดกเป็นที่นาให้ แต่ก็นำไปขายส่งลูกเรียน และกู้เงินในระบบประมาณ 2 ล้านมาส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัยทั้งสองคน แต่ถ้าหากดื่มเหล้า นิสัยก็จะเปลี่ยนไป อาจจะวู่วามไม่ยอมใคร แต่เคยมาบ่นให้ฟังว่า มีหนี้สินมากเพราะส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย แต่ลูกจบมายังไม่มีงานทำ ไม่เคยคิดว่าลูกเขยจะคิดสั้นแบบนี้ ถ้ามาปรึกษาพ่อแม่และญาติพี่น้อง ก็จะช่วยเหลือกัน     ส่วนนางรุ่งการ ขารบ อายุ 45 ปี น้องสาวนายไทยสวน ให้การว่า ปัญหาน่าจะมาจากเรื่องเงินไม่ให้ลูกไปเรียนหนังสือ ไม่เคยเล่าปัญหาให้ฟัง แต่จะไปยืมเงินตน ไม่นานก็เอาไปคืน แต่ไม่นานก็ไปยืมอีก ตนไม่เคยบอกว่าถ้าขาดเหลืออะไร ก็ให้มาหานะพี่ ส่วนหนี้สินเท่าไหร่ก็ไม่เคยรู้ แต่เห็นเขียนว่ามีหนี้ประมาณ 2 ล้าน แต่ญาติพี่น้องก็ไม่เคยทวง แต่ก็ไม่เคยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกัน ไม่เคยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้     ทางด้านนายณฐพล วิถี นายอำเภอเพ็ญ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยาน สรุปได้ว่า เป็นการฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย โดยเมื่อเวลา 21.00 น เมื่อคืนนี้ นายไทยสวน หัวหน้าครอบครัว ไปซื้อเหล้าขาวและธูปเทียน ที่ร้านค้าภายในหมู่บ้าน มาดื่มย้อมใจ 2 ขวด ก่อนใช้ท่อนไม้รองเก้าอี้โยก ขนาดเหมาะมือ ทุบศีรษะเมียและลูกนอนจมกองเลือดตายในบ้าน แล้วจัดขันและดอกไม้ธูปเทียนขอขมา แล้วเขียนจดหมายลาตาย ก่อนใช้ผ้าขาวม้าผูกคอที่ขื่อหลังคาหน้าห้องน้ำ แต่พบว่าหลังคาต่ำผู้ตายรูปร่างสูง จึงย้ายไปผูกที่ต้นมะม่วงหน้าบ้าน เช้าตรู่ มีชาวบ้านขี่ รถจักรยานยนต์ผ่านมาเห็น จึงไปเรียกญาติผู้ตายมาดู ต่างแปลกใจว่าทำไมลูกเมียไม่ออกมาดู จึงได้เข้าไปเรียกในบ้าน ก็พบลูกเมียถูกทุบหัวนอนจมกองเลือดตายกองกันทั้ง 3 คน ซึ่งมาจากปัญหาหนี้สิน ที่ไปกู้ยืมมาส่งลูกเรียนตามที่เขียนระบายในจดหมาย ซึ่งญาติทั้งสองฝ่ายไม่ได้ติดใจ จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประพณี ต่อไป   ชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/XHbATwIuEKg

 12,729
ต่างประเทศ
27 ธ.ค. 62

ญี่ปุ่นตัดสินประหารชีวิต นทท.ต่างชาติ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี คดีโหดฆ่ายกครัว 4 ศพ

ญี่ปุ่น - ตัดสินประหารชีวิต นักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี คดีฆ่ายกครัว 4 ศพ เมื่อกว่า 10 ปีก่อน   ล่าสุดทางการญี่ปุ่นดำเนินการแขวนคอประหารชีวิต นายเว่ย เว่ย ชาวจีนวัย 40 ปี จากความผิดฐานร่วมมือกับพวกอีก 2 คน ฆาตกรรมครอบครัวชาวญี่ปุ่น 4 ราย ในปี 2546   โดย รมว.ยุติธรรมญี่ปุ่น ระบุว่า ได้ลงนามอนุมัติการประหารชีวิต หลังพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า นี้เป็นคดีที่โหดร้ายทารุณอย่างยิ่ง ครอบครัวที่ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข รวมทั้งเด็กอายุ 8 ขวบ และ 11 ขวบ ต้องถูกฆาตกรรม ด้วยเหตุผลที่เห็นแก่ตัว   โดยเหยื่อถูกคนร้ายปล้นบ้าน ก่อนเจ้าของบ้านจะถูกคนร้ายรัดคอเสียชีวิต ส่วนภรรยาถูกกดน้ำในอ่างอาบน้ำ ก่อนนำศพไปถ่วงน้ำ เป็นเหตุสมควรต้องโทษประหารชีวิต  

 63,287
สรุปข่าว
04 ธ.ค. 62

แจ้ง 4 ข้อหาหนักผู้ต้อหาฆ่ายกครัว 3 ศพ -ตร.จับเครือข่าย ‘ป๋ามิกซ์จัดให้’- น้ำป่าหลากท่วมพัทลุง - การรถไฟฯ ดำเนินคดีคนขับรถบนรางรถไฟ

ตำรวจ ปส. ค้นชมชนร่มเกล้าจับเครือข่าย ‘ป๋ามิกซ์จัดให้’ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด นำกำลังเข้าตรวจในชุมชนร่มเกล้า 26 จุด เป้าหมายติดตามเครือข่าวค้ายาเสพติด ป๋ามิกซ์จัดให้ ที่มีการจำหน่ายยาเสพติดผ่านทางออนไลน์  ยึดของกลางได้ ส่วนนายมิกซ์หลบหนีไปได้ แจ้ง 4 ข้อหาหนักผู้ต้อหาฆ่ายกครัว 3 ศพ ตำรวจ สภ.บ้านดู่เชียงราย ฝากขังผู้ต้องหาฆ่ายกครัว 3 ศพวันนี้ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ตั้ง4ข้อหนักคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร น้ำป่าหลากเข้าท่วมพื้นที่อ.ควนขนุน จ.พัทลุง น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดหลาก และเข้าท่วมบ้านเรือน ถนน และพื้นที่ทำการเกษตร ในต.ดอนทราย และต.มะกอกเหนือ ใน อ.ควนขุน จ.พัทลุง ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินหนีน้ำ ขณะที่น้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ฝนยังตกต่อเนื่อง การรถไฟฯ ดำเนินคดีคนขับรถขึ้นไปบนรางรถไฟ ทั้งทางแพ่งและอาญา การรถไฟฯ ดำเนินคดีคนขับรถขึ้นไปบนรางรถไฟ ทั้งทางแพ่งและอาญากับคนขับรถกระบะ ที่เมาแล้วขับรถขึ้นไปบนรางรถไฟ ระหว่างสถานีหลัก4 และสถานีบางเขนตั้งแต่ช่วงตี3 และนำรถออกจากรางรถไฟ ทำให้ขบวนรถไฟที่ผ่านสถานีหลัก4ล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด  

 1,063
ข่าวภูมิภาค
04 ธ.ค. 62

ชาวบ้านรุมสาปแช่งมือฆ่ายกครัว 3 ศพ สารภาพฆ่าเพราะหึงหวงแฟนสาว พ่อแม่มาเห็นเลยยิงปิดปาก

เชียงราย-จากกรณีเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก ในบ้านพักหมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้เสียชีวิตได้แก่ น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี   พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงราย เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อดูแนวทางการสืบสวนและสอบสวน ผู้ต้องหาในคดีที่ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี รวม 3 ศพ ภายในบ้านพัก ในพื้นที่บ้านสันปอแตง หมู่ 3 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ตายทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน    ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมตัวนายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.เสาวรส ลูกสาวของบ้านและเป็นหนึ่งในผู้ตาย โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ควบคุตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอรุมประชาทัณฑ์   พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยบอกว่าทำไปเพราะมีความหึงหวงในแฟนสาว หลังเห็นผู้ตายคุยไลน์กับอดีตแฟนหนุ่ม   ส่วนพ่อแม่ของแฟนสาว สาเหตุที่ฆ่าด้วยเพราะมาเห็นเหตุการณ์​ หลังจากยิงได้หลบหนีจากบ้านที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน และนำอาวุธปืนหลบหนีไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผู้ต้องหาในคดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผู้พาหลบหนี จะต้องมีการสอบสวนละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ทั้งนี้ อาวุธปืนที่ใช้นั้นเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนปืน ตรงกับภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งพบจำนวน 4 ปลอก ทั้งนี้ในจำนวนผู้ตายจะถูกยิงถึง 2 นัด ส่วนประวัติผู้ต้องหา เป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบเล่นปืน   ด้านเพื่อนบ้านของผู้ตายเล่าว่า ช่วงเวลาที่นายนวราธร คบหากับผู้ตาย ได้พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ใช้รถหรู ทั้งเบนซ์ บีเอ็ม ฮาเล่ย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำงานอะไร รู้เพียงว่า เป็นลูกคนมีเงิน ทำให้เพื่อนๆ สงสัยว่า เป็นคนมีฐานะจริงๆ หรือ เป็นเพียงเสี่ยกำมะลออย่างข่าวที่เคยเกิดขึ้น โดยพบว่า ก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูป โชว์ความมีฐานะ แต่หลังเกิดเรื่องก็ลบทุกอย่าง และปิดเฟซบุ๊กทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G3pyDv5a7Z0

 3,121
อาชญากรรม
04 ธ.ค. 62

ชาวบ้านรุมสาปแช่งมือฆ่ายกครัว 3 ศพ สารภาพฆ่าเพราะหึงหวงแฟนสาว พ่อแม่มาเห็นเลยยิงปิดปาก

เชียงราย-จากกรณีเหตุฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก ในบ้านพักหมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งผู้เสียชีวิตได้แก่ น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี   พล.ต.ต.ยุทธชัย พัวประเสริฐ ผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงราย เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อดูแนวทางการสืบสวนและสอบสวน ผู้ต้องหาในคดีที่ ใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เสาวรส กิมสี อายุ 29 ปี / นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และนางญัชชา กิมสี อายุ 51 ปี รวม 3 ศพ ภายในบ้านพัก ในพื้นที่บ้านสันปอแตง หมู่ 3 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ซึ่งผู้ตายทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน    ต่อมาทางตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 สามารถจับกุมตัวนายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นแฟนของ น.ส.เสาวรส ลูกสาวของบ้านและเป็นหนึ่งในผู้ตาย โดยจับกุมได้ขณะหลบหนีในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นได้ควบคุตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของชาวบ้านที่มารอรุมประชาทัณฑ์   พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงการสอบสวนเบื้องต้นว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยบอกว่าทำไปเพราะมีความหึงหวงในแฟนสาว หลังเห็นผู้ตายคุยไลน์กับอดีตแฟนหนุ่ม   ส่วนพ่อแม่ของแฟนสาว สาเหตุที่ฆ่าด้วยเพราะมาเห็นเหตุการณ์​ หลังจากยิงได้หลบหนีจากบ้านที่เกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน และนำอาวุธปืนหลบหนีไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าจะมีผู้ต้องหาในคดีเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผู้พาหลบหนี จะต้องมีการสอบสวนละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ทั้งนี้ อาวุธปืนที่ใช้นั้นเป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. และปลอกกระสุนปืน ตรงกับภายในบ้านที่เกิดเหตุ ซึ่งพบจำนวน 4 ปลอก ทั้งนี้ในจำนวนผู้ตายจะถูกยิงถึง 2 นัด ส่วนประวัติผู้ต้องหา เป็นคนอารมณ์ร้อนและชอบเล่นปืน   ด้านเพื่อนบ้านของผู้ตายเล่าว่า ช่วงเวลาที่นายนวราธร คบหากับผู้ตาย ได้พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อ ใช้รถหรู ทั้งเบนซ์ บีเอ็ม ฮาเล่ย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าทำงานอะไร รู้เพียงว่า เป็นลูกคนมีเงิน ทำให้เพื่อนๆ สงสัยว่า เป็นคนมีฐานะจริงๆ หรือ เป็นเพียงเสี่ยกำมะลออย่างข่าวที่เคยเกิดขึ้น โดยพบว่า ก่อนหน้านี้ได้โพสต์รูป โชว์ความมีฐานะ แต่หลังเกิดเรื่องก็ลบทุกอย่าง และปิดเฟซบุ๊กทันที ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/G3pyDv5a7Z0

 3,121
อาชญากรรม
04 ธ.ค. 62

ตร.คุมตัวแฟนหนุ่มทำแผนฯ ฆ่ายกครัว 3 ศพ รับทำเพราะหึงหวง

เจ้าหน้าที่นำตัวหนุ่มหึงโหด ก่อเหตุ ฆ่ายกครัว 3 ศพ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะที่ญาติผู้ตายระบุคนร้ายทำเกินกว่าเหตุ อยากให้ดำเนินคดีถึงที่สุด   ตำรวจ คุมตัว นายนวราธร คุณะแสงคำ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหา ก่อเหตุ ฆ่ายกครัว 3 พ่อแม่ ลูก ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางญาติ และเพื่อนบ้าน มารอดูหน้าคนร้าย พร้อมทั้งตะโกนรุมด่า สาบแช่ง อยู่ที่บริเวณหน้าบ้านพักหมู่ 3 ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ของผู้ตาย โดยตำรวจได้พาผู้ต้องหา ไปชี้จุดที่ลงมือก่อเหตุยิง นายอุดม กิมสี อายุ 57 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องโถงหน้าบ้าน และที่ห้องนอนพบศพ นางณัชชา อายุ 51 ปี ภรรยา รวมถึงในห้องนอนใกล้กันที่พบศพ น.ส.สวรส หรือ น้องแป้ง อายุ 26 ปี ลูกสาว ส่วนสาเหตุ ผู้ต้องหา รับสารภาพ เพราะเห็นแฟนเก่าของแฟนสาว คือ น.ส.สวรส ส่งไลน์มาหา ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนบันดาลโทสะ ใช้ปืนยิงแฟนสาวจนเสียชีวิต 1 นัด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อแม่ของแฟนสาวเข้ามาเห็น จึงใช้ปืนยิงทั้งคู่เสียชีวิต เพื่อปิดปาก ก่อนจะหลบหนีไป    เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา"เจตนาฆ่าผู้อื่น" ไว้ก่อน ขณะที่ นายณัฐพร รัตนเอกวาที เพื่อนร่วมงาน ของ นายอุดม ผู้ตาย บอกว่า ไม่รู้ว่าหัวใจคนร้ายทำด้วยอะไร ถึงยิงไปได้ถึง 3ศพ ทั้งนี้เชื่อว่า นายอุดม และภรรยาไม่ได้ต่อสู้อะไรเลย และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด และลงโทษตามกฎหมายสูงสุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8y58Lm2jkoA

 2,169
สรุปข่าว
04 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 4 ธ.ค.62 มีตติ้งรัฐบาลสยบรอยร้าว-ทำแผนหนุ่มหึงโหดฆ่ายกครัว-พ่อปารีณาปัดแย่งไมค์อธิบดีป่าไม้

-ตามคาด แฟนหนุ่มลูกสาวหึงโหดฆ่ายกครัว 3 ศพที่เชียงราย โดนรวบหลังขับรถหลบหนีที่เชียงใหม่ ตำรวจคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเกิดเหตุ ชาวบ้านเกือบ 100 คนที่แห่เข้ารุมล้อม แถมล็อกประตูบ้านไม่ให้ไปไหน พร้อมส่งเสียงก่นด่า สาปแช่ง หวิดถูกประชาทัณฑ์   ผู้ต้องหารับสารภาพ ลงมือก่อเหตุเพราะความหึงหวง เห็นแฟนสาวคุยกับอดีตคนรักผ่านแชทไลน์ ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน ก่อนบันดาลโทสะ ใช้ปืนยิงแฟนสาวจนเสียชีวิต 1 นัด ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่พ่อแม่ของแฟนสาวเข้ามาเห็น จึงใช้ปืนยิงทั้งคู่เสียชีวิตเพื่อปิดปาก ก่อนจะหลบหนีไป อ้างทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพื่อนร่วมงานของผู้ตายบอก ไม่รู้หัวใจคนร้ายทำด้วยอะไร ถึงยิงไปได้ถึง 3ศพ ทั้งนี้เชื่อว่านายอุดมและภรรยาไม่ได้ต่อสู้อะไรเลย และอยากให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด และลงโทษตามกฎหมายสูงสุด ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ชาวบ้านรุมสาปแช่งมือฆ่ายกครัว 3 ศพ สารภาพฆ่าเพราะหึงหวงแฟนสาว พ่อแม่มาเห็นเลยยิงปิดปาก   -ทวี ไกรคุปต์ พ่อของ ส.ส.เอ๋ ปารีณา บุกรัฐสภา ขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนยืนยันว่า ตนเองไม่ใช่กุ้ยหรือ อักขระ ที่จะไปเสียมารยาท แย่งไมค์อธิบดีกรมป่าไม้ แต่เป็นคนนอบน้อมถ่อมตน และจะไม่ยอมขอโทษเพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงหนึ่งเสียงสั่นน้ำตาคลอบอกตนรักชื่อเสียงมากกว่าชีวิต หากศาลตัดสินว่าตนเองและลูกสาวบุกรุกพื้นที่ป่า ก็จะขอฆ่าตัวตาย ไม่ยอมติดคุก หรือหนีคดีอย่างเช่นทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ก่อนที่จะกลับคำ เมื่อสื่อถามย้ำว่า การออกมาพูดแบบนี้ จะเป็นการกดดันการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้และศาลยุติธรรมหรือไม่ นายทวี ได้ตอบกลับทันทีว่า ถ้าเช่นนั้นก็ขอยกเลิกคำพูดที่ระบุว่าจะฆ่าตัวตายแล้วกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ทวี' ถอนคำพูด หลังประกาศจะฆ่าตัวตาย หากต้องติดคุก ปัดเป็นกุ๊ย แย่งไมค์อธิบดีป่าไม้   -มีตติ้งแกนนำรัฐบาลชื่นมื่น ระดับแกนนำรัฐบาลมาครบ ส่งเสียงไชโย 3 ครั้ง พร้อมเสียงปรบมือ นายกฯบอกเสียงไชโย 3 ครั้ง ไม่ใช่ไชโยในเรื่องอะไร เพียงแต่เราได้หารือกันว่า จะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งหมดไชโยเพื่อประเทศไทย ตนคิดว่าในวันที่ 4 ธันวาคมทุกอย่างจะราบรื่น แต่เราไปบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว   มีช่วงนายกฯเรียกหาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่าอยู่ไหน โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินมาหา นายกฯกล่าวว่า ได้พูดคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้น ได้เรียกหาบรรดาแกนนำพรรคเล็กว่า เต้อยู่ไหน และบอกว่าเดือนมกราคม นายมงคลกิตติ์จะประพฤติตัวใหม่ ได้ล็อคคอนายมงคลกิตติ์อย่างหมันเขี้ยว นายกฯกล่าวอีกว่า นี่คือความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาล ความเป็นหนึ่งเดียวของ ครม.ก่อนจะเชิญ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อนุพงษ์มายืนข้างๆ พร้อมกล่าวว่า “นี่คือ 3 ป.มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ไม่มีสามป.เราจะทำอะไรได้ สองคนนี้คือลูกพี่ฉัน สอนฉันให้เป็นคนดี สอนฉันให้ทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมือง จะทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ถ้าไม่มีที่ทั้งสองคนนี้ ฉันก็มีวันนี้ไม่ได้ ทุกอย่างไม่มีเพื่อตัวฉัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : มีตติ้งรัฐบาลชื่นมื่น 'บิ๊กตู่' กอดคอ 'มงคลกิตติ์' อวย 'บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก' สองคนนี้คือลูกพี่ฉัน   -นายกฯกล่าวถึงกลุ่มต่างๆที่จะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภา รวมถึงกิจกรรมวิ่งไล่ลุง ที่กลุ่มนักศึกษาจะจัดขึ้น วันที่ 12 มกราคม 2563 ว่า ให้พิจารณาดูว่าสมควรหรือไม่ เพราะวันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไร สังคมต้องช่วยพิจารณาเอาเอง ซึ่งการวิ่งไล่ลุง ก็ว่ากันไป ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าว ถามว่า นอกจากกิจกรรมวิ่งไล่ลุง แล้ว ยังมีกลุ่มที่สนับสนุนจัดกิจกรรม วิ่งตามลุง ในวันเวลาเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ ไม่ขอตอบ แต่หัวเราะในลำคอและพูดเพียงว่า เอาเหอะ วิ่งให้ทันก็แล้วกัน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : นายกฯเล่นมุกแย่งไมค์ เย้ย 'วิ่งไล่ลุง' วิ่งให้ทันแล้วกัน 'บิ๊กป้อม' ปัดร่วม บอกแค่เดินยังไม่ไหวเลย   -ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปี  2 แกนนำ นปช. นายวรชัย เหมมะ และนายสำเริง ประจำเรือ นำกลุ่มคนเสื้อแดง บุกล้มการประชุมอาเชียน ที่โรงแรมรอยัลคลิฟ เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์  แกนนำอีก 1 ราย ไม่ได้มารับฟังอ้างติดประชุมสภาผู้แทนฯ ศาลชี้ว่าไม่มีเหตุและถึงแม้จะเป็นสมัยการประชุมสภาฯแต่ไม่ใช่ข้ออ้างในการพิจารณาคดี แต่ถือเป็นการฟังคำสั่งศาลจึงได้ยกคำร้อง และให้ออกหมายจับพาตัวมา รับฟังคำพิพากษาใหม่ 15 ม.ค.63   ด้านจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำ นปช.เปิดใจว่าวันนี้คงถือเป็นข้อยุติ แม้จะขาดจำเลยไปอีก 1 คนที่ไม่ได้มาฟังคำพิพากษาในครั้งนี้โดยผลคงไม่มีอะไรเป็นอย่างอื่นแล้ว และจนถึงขณะนี้คงต้องบอกว่าพวกเราคงน้อมรับชะตากรรมและคำพิพากษา   - ครม.อนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อการออม SSF ทดแทนกองทุน LTF ลดภาษี 30% ซื้อได้ไม่เกิน 2 แสนบาท/ปี แต่ต้องถือยาว 10 ปี เน้นให้กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-น้อย และผู้เริ่มต้นวัยทำงาน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดรายละเอียด กองทุน ssf มาใหม่แทน ltf ถือครอง 10 ปี ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 2 แสน   -สุริยะย้ำมติยืดแบน 3 สารเป็นเอกฉันท์ การลงมติไม่จำป็นต้องยกมืออย่างเดียว แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกัน จึงถือเป็นมติได้ สั่ง จนท.ถอดเทปเป็นหลักฐานว่ามีการลงมติชัดเจน ขู่ฟ้องกลับ 686 องค์กร ที่เตรียมฟ้องศาลปกครองและศาลอาญา บอก ครม. บิ๊กตู่-อนุทิน เข้าใจรัฐไม่มีเงินจ่ายชดเชย ต้องดูแลทุกฝ่ายนไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ    -บุกทลายล่อซื้อร้านนวดสปาแฝงขายบริการทางเพศเด็กสาวผ่านเว็บ พบหญิงสาวกว่า 10 คน บางคนอยู่ในชุดนักเรียนนักศึกษา จนท.ล่อซื้อทางไลน์ขอเด็กนวดวัย 16-17 แฉใช้มือใช้ปากราคาหนึ่ง แต่ถ้ามีเซ็กส์ต้องเพิ่มอีกเท่าตัว จับเจ้าของร้านก่อนขยายผลต่อไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : บุกจับร้านสปาค้ากาม ใช้เด็กสาวแต่งชุด นศ.ให้บริการ ถ้าพ่วงมีเซ็กส์คิดราคาเพิ่มเท่าตัว    -สั่งเด้ง ตร.ทางหลวงรัตภูมิ สงขลา เรียกตรวจรถกระบะขนพริก ยึดกุญแจรถ จนเกิดปะทะคารมดุเดือด ก่อนเรื่องบานปลาย มีเสียงดังสนั่น จากยางรถกระบะระเบิด จนถูกตั้งข้อสงสัย มีใครทำให้ยางระเบิด เจ้าของรถไลฟ์สดช่วงตำรวจเรียกตรวจที่ด่าน ต่อมาได้เกิดการโต้เถียงกัน ตำรวจจึงได้เชิญไปเจรจราในป้อม แต่ขณะเจรจากันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นเกิดขึ้นที่รถ จึงได้ไปดูพบว่าตำรวจนายหนึ่ง มีพิรุธเหมือนไปซุกอะไรบางอย่างไว้ แล้วก็วิ่งหนีไป ซึ่งตำรวจอ้างว่าได้รับบาดเจ็บจากยางรถที่แตก หลังเกิดเหตุมีการตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยเฉพาะเรื่องยางระเบิด ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า ตำรวจไม่ได้เจาะเป็นอุบัติเหตุยางระเบิด พร้อมทั้งให้การช่วยเหลือเปลี่ยนยางไป 2 ล้อ ล่าสุดมีคำสั่งย้ายตำรวจที่ปรากฎในคลิป ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ยังสถานีตำรวจทางหลวง 5 (โคกโพธิ์) เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานผลการสอบสวนภายใน 7 วัน  ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ตำรวจแจงดราม่า เรียกตรวจรถขนพริกยางระเบิด ยันเป็นอุบัติเหตุ ช่วยเปลี่ยนยางให้ใหม่แล้ว   -แม่พาลูกชายวัย 16 แจ้งความจี้ตำรวจลากตัวแก๊งเงินกู้โหด ใช้ปืนข่มขู่จี้ศีรษะหลังขอถอนตัวออกจากขบวนการทวงหนี้ โดยสิ้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา ถูกอุ้มไปทำร้ายร่างกายกลางป่าใช้ไม้หวายตี รุมเตะต่อยจนกระอักเลือด หนำซ้ำขู่จับหัวกดน้ำฝังดินให้ทำงานทวงหนี้ต่อ บอก “กูสั่งสอนมึงมันไม่หวานนะ” แม่หวั่นตามมาทำร้ายลูกและคนในครอบครัวอีก ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : หนุ่ม 16 ถูกแก๊งเงินกู้โหดใช้ปืนจี้หัว อุ้มไปซ้อมกลางป่า หลังขอถอนตัวทีมเก็บดอกเบี้ย   -ใหม่ สุคนธวา ปรี๊ดแตก ถอยรถหรู 2 เดือนมีปัญหาต้องเข้าศูนย์นานหลายเดือน ลั่นจะขอรถคันใหม่ แต่ศูนย์ยื่นข้อเสนอให้เพิ่มเงิน เจ้าตัวโพสต์ซื้อรถมาซ่อม ผ่อนลมเดือนละ 53,000 ประกาศจะฟ้องกลับ พร้อมลุย สคบ. แถมเรียกรวมตัวคนมีปัญหารุ่นนี้ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ใหม่ สุคนธวา' เดือด! ถอยรถหรู 2 เดือนเจอแต่ปัญหาต้องซ่อม โวยขอคันใหม่ แต่ศูนย์ต้องให้เพิ่มเงิน    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4iB9o80DEYU

 8,940
อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

แกะรอยมือฆ่าโหดยกครัว 3 ศพ สารภาพหึงหวง ตร.คุมทำแผนหวิดประชาทัณฑ์

ความคืบหน้าคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่เชียงราย ล่าสุดชัดเจนเเล้วว่าผู้ที่ลงมือคือเเฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ชุดสืบสวนภูธรภาค 5 เเกะรอยตามไปจับได้ที่เชียงใหม่ ก่อนจะคุมตัวกลับมาสอบสวนเเละทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ อ้างเหตุที่ลงมือ เพราะหึงหวงอดีตเเฟนสาว    พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าทางคดี ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังตำรวจภูธรเชียงราย ร่วมกับตำรวจสืบสวนภูธรภาค 5 สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อ คือ นายนวราธร คุณะแสงคำ หรือ โอ อายุ 27 ปี    สอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างเหตุที่ทำร้าย เพราะหึงหวงแฟนสาวที่คุยกับชายอื่น ส่วนสาเหตุที่ต้องฆ่าพ่อแม่ของแฟนสาวด้วย ผู้ต้องหาอ้างว่า ในระหว่างลงมือ พ่อกับเเม่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่ยิงแฟนสาว คือ น.ส.สวรส กิมสี อายุ 29 ปี ก่อน จากนั้นจึงยิงนายอุดม และ นางณัชชา กิมสี พ่อกับแม่แฟนสาว    หลังก่อเหตุ ได้หลบหนีจากบ้านเกิดเหตุไปพร้อมกับอาวุธปืน ไปซ่อนตัวที่จังหวัดเชียง ส่วนจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   นอกจากนี้ ชุดพิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการเก็บหลักฐานต่าง ๆ ภายใน รถยนต์ที่ผู้ต้องใช้หลบหนี เป็นยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีดำ หมายเลขทะเบียน กอ 8068 เชียงราย รวมทั้งอาวุธปืน เเละเสื้อผ้าที่สวมใส่ด้วย   จากนั้นตำรวจ คุมตัวนายนวราธร ไปที่บ้านเกิดเหตุ ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อชี้จุดทำเเผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที เเละนำตัวผู้ต้องออกไปทันที ท่ามกลางเสียงตะโกนต่อว่าและสาปแช่ง ของชาวบ้านและญาติที่มารอดูการทำแผน ชาวบ้านบางส่วนพยายามฝ่าเเนวกั้นหวังจะเข้าไปรุมประชาทันฑ์ เเค้นใจที่ผู้ต้องหา ลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม เตรียมคุมตัวไปฝากขังศาล พร้อมคัดค้านการประกันตัว

 1,306
อาชญากรรม
03 ธ.ค. 62

หิ้วตัวทำแผน หนุ่มฆ่ายกครัว 3 ศพพ่อแม่ลูก อ้างบันดาลโทสะ เห็นหนุ่มอื่นไลน์หาแฟนสาว

ตำรวจ สภ.บ้านดู่ ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีฆ่ายกครัวรวม 3 ศพ ภายในบ้านที่เกิดเหตุ ใช้เวลาเพียง 10 นาที ท่ามกลางชาวบ้านตะโกนด่าและสาปแช่ง โดยมีกำลังตำรวจคุ้มกันอย่างหนาแน่น     เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ควบคุมตัว นายวราธร คุสะแสงคำ หรือ โอ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆ่ายกครัว ซึ่งใช้อาวุธปืนยิง น.ส.สวรส กิมสี อายุ 29 ปี, นายอุม กิมสี อายุ 57 ปี และ นางณัชชา กิมสี อายุ 51 ปี รวม 3 ศพ ภายในบ้านที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งผู้ตายทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน และคนพบศพในเช้าวันที่ 2 ธันวาคม 62   เจ้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถตู้ตำรวจมายังจุดที่เกิดเหตุ โดยผู้ต้องหาสวมใส่เสื้อเกราะสีดำ สวมผ้าปิดบังใบหน้า และ สวมหมวกกันน็อค จากนั้นนำตัวเข้าบ้านเพื่อทำการชี้จุดที่ลงมือยิงผู้ตายทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที และรีบนำตัวออกไปทันที ท่ามกลางเสียงตระโกนด่าและสาปแช่งของชาวบ้านและญาติที่มารอดูการทำแผน บางคนกรูเข้ามาจะรุมประชาทัณฑ์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันเอาไว้ บางคนกระโดดชกรถตู้ตำรวจ ด้วยความโมโหที่คนร้ายลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม

 10,852

Top