ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฝ่ายค้าน"

การเมือง
20 ม.ค. 63

ฝ่ายค้านเตรียมเคาะชื่อซักฟอก รมต.จ่อเพิ่ม 'บิ๊กป้อม-สุริยะ-ธรรมนัส-อุตตม'

ความคืบหน้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน เผยว่า  7 พรรคฝ่ายค้านเตรียมประชุมวันที่ 20-21 ม.ค.2563 เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนบ้าง เรื่องอะไรจะยื่นอภิปรายวันที่เท่าไหร่ จะเหลือเพียงลำดับการอภิปรายที่จะหารือภายหลัง รายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายของพรรคเพื่อไทยมี 5 คน ตามที่เปิดเผยก่อนหน้านี้ และยังพิจารณาอยู่จะเพิ่มอีก 2-3 คน ยืนยันพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสามารถยื่นญัตติอภิปรายในสัปดาห์นี้แน่นอน   ขณะที่รายชื่อรัฐมนตรีที่พรรคฝ่ายค้านจะพิจารณายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเพิ่มเติมจากรัฐมนตรี 5 คน ที่พรรคเพื่อไทยเปิดชื่อไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในประเด็นล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานด้านความมั่นคง / นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ประเด็นการแบนสารพิษการเกษตร / นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ประเด็นความล้มเหลวการบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจ และเรื่องทุจริตในกระทรวง และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประเด็นคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี และการตรวจสอบที่ดินสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/B1laeMIvFrM

 540
การเมือง
14 ม.ค. 63

ฝ่านค้านเตรียมยื่นซักฟอกรัฐบาล 20 ม.ค.นี้ 'ภูมิธรรม' ยันไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล

ฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 20 มกราคมนี้ ภูมิธรรมยันไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล แต่เพื่อตรวจสอบความไม่ถูกต้องในการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา   นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคได้มอบหมายให้ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ รวบรวมประเด็น เนื้อหา เรื่องราวต่าง ๆ ในการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาล และอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลในการเอื้อประโยชน์กับพวกพ้อง   รวมถึงตนเองในฐานะผู้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้หารือกับพรรคร่วมโดยไม่ได้ปิดกั้น ว่าแต่ละพรรคจะมีประเด็นที่จะอภิปรายบุคคลใดบ้าง และคาดว่าจะยื่นอภิปรายในวันที่ 20 มกราคมนี้ หรืออย่างช้าไม่เกิน 25 ม.ค. ทั้งนี้ ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายในช่วงกลางเดือน ก.พ.   นายภูมิธรรม ยังยืนยันว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล หรือการใช้เวทีอภิปรายเป็นการฝึกพูด แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบความไม่ถูกต้องเหมาะสมต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการมา ซึ่งหากกำหนดวันอภิปรายได้ก็จะให้แต่ละพรรคไปดูว่ามีประเด็นอะไร และจะใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะอภิปราย ก่อนหารือสรุปร่วมกันอีกครั้ง   ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นแม้ฝ่ายค้านมีเสียงน้อย แต่ในสถานการณ์ของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ ก็ขึ้นอยู่ที่เหตุผลการอภิปรายเพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจ พร้อมแนะทางออกให้รัฐบาล ด้วยการเร่งจัดการทุจริตคอรัปชั่น หรือเปลี่ยนตัวบุคคลที่ไร้ประสิทธิภาพที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากรัฐบาลเร่งทำได้ก่อน เชื่อว่าทิศทางการยื่นอภิปรายและความรู้สึกของประชาชนอาจจะดีขึ้นได้   ทั้งนี้ ในการลงมติจะกำชับให้สมาชิกโหวตไปในทิศทางเดียวกันอย่างไรนั้น ตนเองคิดว่าโดยกระบวนการที่เป็นอยู่ และความเป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง สมาชิกต้องยืนหยัดในผลประโยชน์ของประชาชนให้ชัดเจน หากอะไรที่ฝืนความรู้สึกประชาชนก็ต้องรับผิดชอบ แต่โดยจิตสำนึกหากไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของพรรค ก็ควรพิจารณาตัวเองในการเลือกทางเดินใหม่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/MPdnKhn3Xxs

 287
การเมือง
14 ม.ค. 63

‘เพื่อไทย’ เผย เตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 20 ม.ค.นี้ ยันไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า พรรคได้มอบหมายให้ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ รวบรวมประเด็น เนื้อหา เรื่องราวต่างๆในการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาล และอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลในการเอื้อประโยชน์กับพวกพ้อง และตนเองในฐานะผู้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้หารือกับพรรคร่วมโดยไม่ได้ปิดกั้นว่าแต่ละพรรคจะมีประเด็นที่จะอภิปรายบุคคลใดบ้าง และคาดว่าจะยื่นอภิปรายในวันที่ 20 มกราคมนี้ หรืออย่างช้าไม่เกิน 25 ม.ค. ทั้งนี้ ฝ่ายค้านต้องการให้การอภิปรายในช่วงกลางเดือน ก.พ.   นายภูมิธรรม ยังยืนยันว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างวาทกรรมโจมตีรัฐบาล หรือการใช้เวทีอภิปรายเป็นการฝึกพูด แต่เป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบความไม่ถูกต้องเหมาะสมต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการมา ซึ่งหากกำหนดวันอภิปรายได้ก็จะให้แต่ละพรรคไปดูว่ามีประเด็นอะไร และจะใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะอภิปราย ก่อนหารือสรุปร่วมกันอีกครั้ง   ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นแม้ฝ่ายค้านมีเสียงน้อย แต่ในสถานการณ์ของรัฐบาลที่มีเสียงปริ่มน้ำ ก็ขึ้นอยู่ที่เหตุผลการอภิปรายเพื่อให้ทุกคนได้ตัดสินใจ พร้อมแนะทางออกให้รัฐบาล ด้วยการเร่งจัดการทุจริตคอรัปชั่น หรือเปลี่ยนตัวบุคคลที่ไร้ประสิทธิภาพที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หากรัฐบาลเร่งทำได้ก่อน เชื่อว่าทิศทางการยื่นอภิปรายและความรู้สึกของประชาชนอาจจะดีขึ้นได้   ทั้งนี้ ในการลงมติจะกำชับให้สมาชิกโหวตไปในทิศทางเดียวกันอย่างไรนั้น ตนเองคิดว่าโดยกระบวนการที่เป็นอยู่ และความเป็นพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง สมาชิกต้องยืนหยัดในผลประโยชน์ของประชาชนให้ชัดเจน หากอะไรที่ฝืนความรู้สึกประชาชนก็ต้องรับผิดชอบ แต่โดยจิตสำนึกหากไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของพรรคก็ควรพิจารณาตัวเองในการเลือกทางเดินใหม่   สำหรับการสอบสวนผู้ที่โหวตสวนมติของพรรค ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนนั้น วันนี้จะมีความชัดเจนขึ้น เพราะการพิจารณาต้องให้เวลาผู้ที่กระทำผิดได้ชี้แจงก่อน ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการจะรวบรวมก่อนเสนอให้หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคเพื่อพิจารณาต่อไป  

 276
การเมือง
10 ม.ค. 63

กมธ.เสียงข้างน้อย - ฝ่ายค้าน รุมถล่ม ‘ดอน’ รู้ล่วงหน้าสหรัฐฯโจมตีอิหร่าน ชักศึกเข้าบ้าน

วันที่ 2 ของการอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ในวาระสอง เริ่มต้นด้วยมาตรา 10 เป็นการอภิปรายงบประมาณในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ วงเงิน 5,134 ล้านบาท นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการเสียงข้างน้อย เสนอปรับลดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ 15 เนื่องจากการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศเป็นลักษณะรวมศูนย์ที่สำนักงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศมาโดยตลอด ทั้งที่สามารถจัดทำงบประมาณแยกเป็นกรมและกองได้   และล่าสุดที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่ารับทราบสัญญาณล่วงหน้าก่อน 1 วันที่สหรัฐอเมริกาจะโจมตีนายพลระดับสูงของอิหร่าน ซึ่งเสี่ยงที่จะดึงประเทศไทยเข้าสู่ความขัดแย้ง หากเหตุการณ์บานปลายเกิดความรุนแรงในประเทศไทย ตัวรัฐมนตรีและรัฐบาลจะรับผิดชอบได้หรือไม่ ดังนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจึงไม่สมควรปฏิบัติหน้าที่ และหากไม่ลาออกนายกรัฐมนตรีก็ควรพิจารณาปรับออกจากคณะรัฐมนตรี   ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เตือนขอให้อภิปรายเรื่องงบประมาณ ส่วนพฤติกรรมของรัฐมนตรีหากจะอภิปรายต้องรอไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ  

 452
การเมือง
08 ม.ค. 63

ถก พรบ.งบปี 63 วันนี้ 'บิ๊กป้อม' ย้ำ ส.ส.พปชร.ห้ามขาด - ฝ่ายค้านเตรียมหั่นงบ พุ่งเป้างบกลาโหม

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ ที่ประชุมมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวาระที่ 1 และวาระ 3   วันนี้ (8 ม.ค.63) จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำ ส.ส.ต้องเข้าประชุมให้ครบ ต้องครบองค์ประชุม โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐห้ามขาด   ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เผยเตรียมหั่นงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ลงไปอีก เพราะรัฐบาลแก้ไขน้อย ไม่เป็นไปตามที่ฝ่ายค้านเสนอไป ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ปล่อยผ่านไปไม่ได้   ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เผยเตรียมอภิปรายพุ่งเป้าไปที่งบของกระทรวงกลาโหม งบเกณฑ์ทหาร งบจัดซื้ออาวุธ และปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้งบมาก แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xCQ4Y0yzgnw

 309
การเมือง
06 ม.ค. 63

รัฐบาลไม่หวั่น ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมหารือพรรคร่วมช่วยกัน

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยจะหยิบยก การทำงานตั้งแต่สมัยรัฐบาลคสช. มาอภิปรายด้วยว่า ไม่กังวล เพราะ รัฐบาลมีความพร้อมและ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย และกลไกของรัฐสภา ซึ่ง พรรคร่วมรัฐบาลจะต้องหารือกันเพราะถือว่าลงเรือลำเดียวกันก็จะต้องช่วยกัน แม้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นจะไม่เป็นเป้า และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำ ตกเป็นเป้าใหญ่ในการอภิปราย   ส่วนการทำงานใน ตำแหน่งเลขาธิการพรรค ยังมั่นคงหรือไม่ นายสนธิรัตน์ ตราติดตลกว่าก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ การประชุมใหญ่สามัญ ที่มีการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารถือเป็นสัญญาณการปรับตัวของพรรคพลังประชารัฐ ในการทำงานที่ยึดโยงกับพื้นที่และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรค ยอมรับว่าเป็นพรรคการเมืองใหญ่ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างซึ่งยินดีรับฟัง และพักจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้า และในทุกวันอาทิตย์จะเปิดพื้นที่พรรครับฟังปัญหา แลกเปลี่ยนการทำงานกับส.ส. อดีตส.ส.และสมาชิก เพื่อขับเคลื่อนนโยบายและการทำงานของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพ   ส่วนกิจกรรม วิ่งไล่ลุง และวิ่งเชียร์ลุงนั้น ไม่กังวล รัฐบาลดูแลเรื่องนี้อยู่และคิดว่ากิจกรรมใดก็ตามที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ก็สามารถกระทำได้ และไม่มีข้อขัดข้องอะไร ขณะเดียวกันรัฐบาลมีหน้าที่สร้างความเข้าใจเพราะมีหน้าที่นำพาประเทศไปข้างหน้า  

 638
การเมือง
03 ม.ค. 63

นายกฯ สั่งรับมือภัยแล้ง ขอทุกคนร่วมแก้ปัญหา – ไม่หวั่นฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้มีความรุนแรงมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณฝนและน้ำที่กักเก็บไว้ในแหล่งต่างๆมีปริมาณน้อย ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลหรือหน่วยงานทีเกี่ยวข้องก็ได้เตรียมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ โดยย้ำว่าปัญหาน้ำท่วมภัยแล้งถือเป็นภัยธรรมชาติและเป็นปัญหาที่ประเทศไทยจะต้องแก้ไข จึงต้องขอให้ทุกคนเข้าใจและร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องของการใช้น้ำ   ส่วนสิ่งสำคัญนั่นคือการปรับตัวและการดำเนินมาตรการเพื่อรองรับกับปัญหาอย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทุกหน่วยงานกำหนดแผนช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางและมาตรการเพิ่มเติม เพื่อดูแลด้านอาชีพให้กับเกษตรกรด้วย พร้อมกันนี้ฝากให้ในแต่ละพื้นที่ทำโครงการขุดลอกแหล่งน้ำขนาดเล็กและให้แนวทางของความร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่นที่จังหวัดชัยภูมิที่มีการร่วมมือกันขุดลอกคูคลองได้ระยะทางถึง 21 เมตร   โดยใช้งบประมาณลดลงกว่าการดำเนินการตามปกติถึงร้อยละ 80 ซึ่งจะทำให้รัฐบาลนั้นสามารถนำในประมาณส่วนที่เหลือไปพัฒนาด้านอื่นๆ นายกรัฐมนตรียังย้ำเรื่องของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ทำให้ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยเฉพาะการปลูกพืชพลังงาน ที่ถือเป็นการวางแนวทางแก้ปัญหาด้านอาชีพและความมั่นคงทางพลังงานให้กับเกษตรกรแบบครบวงจร   ส่วนการเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 5 คน ในช่วงปลายเดือนมกราคมนั้น ว่าขออย่าเพิ่งบอกว่ารัฐบาลมีปัญหาในการทำงาน เพราะทำงานได้เพียบ 5 เดือนเท่านั้น รัฐบาลที่แล้วก็เป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว อย่าเอามาเกี่ยวกัน ดังนั้นการอภิปรายครั้งนี้ เป็นการอภิปรายการทำงานของรัฐมนตรี 5 คน อย่ามาพันกันให้มันเสียหายไปทั้งหมด เพราะสิ่งที่ทำไว้ มันก็จะเสียไปหมด  

 486
การเมือง
01 ม.ค. 63

จับตาการเมืองหลังปีใหม่ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล-แก้ไขรัฐธรรมนูญ' - 'ชวน' เห็นด้วยแก้รธน.60

การเมืองหลังปีใหม่ต้องจับตา 2-3 ประเด็นหลัก การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมจะยื่น โดยหมายมั่นเตรียมตัว 25 ขุนพล อภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 รัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ    ขณะที่ทางฝั่งพรรคพลังประชารัฐแกนนำพรรครัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ ที่เคยออกมาบอกว่า "อย่าแค่ราคาคุย มีอะไรก็เปิดออกมา พร้อมอยู่แล้ว"   ส่วนอีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากมีการตั้งกมธ.แก้ไขรธน. 49 คน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ล่าสุดประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย พูดถึงกรณีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า อยากจะให้ตัดโควต้า 6 ผบ.เหล่าทัพ ที่เดิมทีทั้ง 6 ผบ.จะมาเป็นส.ว. การจะบรรจุให้ ผบ.มาเป็นส.ว. โดยหลักไม่เคยมีการระบุ ส.ว.โดยตำแหน่งแบบนี้ เพราะถ้าจะเลือกคนเข้ามา ควรเป็นระบบอื่น ผมไม่ได้ว่าตำแหน่งของเขา แต่ในทางประธิปไตย ไม่ควรไปกำหนดให้ทำอย่างนั้น   ส่วนตัวเป็นคนหนึ่งที่ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะมีความเป็นประชาธิปไตยน้อยกว่าในอดีต เคยให้ข้อมูลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ แต่มาจากตัวบุคคล การเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเสนอว่าควรรับฟังทุกฝ่าย แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.วิสามัญจะพิจารณา อย่ามองว่าเป็นเรื่องที่พยายามล้มล้างรธน.แต่มองว่าเป็นความร่วมมือเพื่อให้รธน.ไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/fwF4kC0A868

 864
การเมือง
20 ธ.ค. 62

จับตาปธ.กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ - ฝ่ายค้านเล็งแก้ ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.

ภายหลังมีมติที่ประชุมสภาฯ ตั้ง กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาแล้ว 49 คน แบ่งตามสัดส่วน โดยมีการกำหนดกรอบการศึกษา 120 วัน นั้น   โดยมีการคาดหมายกันว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษารัฐมนตรี จะเป็นประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายงานว่า นายพีระพันธุ์ เข้าพบนายกฯ    ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าพร้อม ถ้าที่ประชุมมีมติ ก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเชื่อว่าจะไม่แตกต่างจากกมธ.ชุดอื่น    ส่วนอีกเชื่อที่น่าจับตา ในส่วนของโควตาพรรคพลังประชารัฐ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการบริหารเครือเนชั่น ที่นั่งประธาน กมธ.ศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่ทราบไม่รู้จัก ไม่ได้เป็นคนเสนอรายชื่อ และไม่ทราบใครเป็นผู้เสนอ แต่สื่อสามารถเป็นได้ และมีการเชิญบุคคล มาเป็น กมธ .หลากหลายทุกมิติ    ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี มีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสื่อ เป็นรายชื่อกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญสัดส่วนรัฐบาล โดยเชื่อว่าจะไม่เป็นสายล่อฟ้า เพราะทุกคนย่อมมีประสบการณ์ ดังนั้นขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน เพราะทุกคนอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งน่าจะมองเป็นนเรื่องที่ดี ที่ทำประโยชน์ ให้ประเทศ เพราะศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการความคิดเห็นที่หลากหลายดังนั้นแม่จะเห็นรายชื่อแล้ว ยังไม่ทันลงแข่งขัน ก็ขอโอกาสให้ได้ลงสนามก่อน สัก 1-2 แมต เช่นเดียวกับการทำงานก็ต้องขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน รมนูญ ชี้ กมธ.ต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี มีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้บริหารสื่อ เป็นรายชื่อกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญสัดส่วนรัฐบาล  โดยเชื่อว่าจะไม่เป็นสายล่อฟ้า เพราะทุกคนย่อมมีประสบการณ์    ดังนั้น ขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน เพราะทุกคนอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาประเทศ ซึ่งน่าจะมองเป็นนเรื่องที่ดี ที่ทำประโยชน์ ให้ประเทศ เพราะศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการความคิดเห็นที่หลากหลาย    ดังนั้นแม้จะเห็นรายชื่อแล้ว ยังไม่ทันลงแข่งขัน ก็ขอโอกาสให้ได้ลงสนามก่อน สัก 1-2 แมต เช่นเดียวกับการทำงานก็ต้องขอโอกาสให้ได้ทำงานก่อน นายเทวัญ ยังพร้อมเปิดรับ 4 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ หากสนใจ เพราะทุกคนคือเพื่อน ส.ส. ที่เคยทำงานร่วมกันในสภา   ขณะที่ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ชี้แจงถึงเหตุผลที่พรรคได้เสนอชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. เป็นกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยมีจำนวนส.ส.น้อย และต้องทำงานทั้งในสภาและนอกสภา ดังนั้นหากให้.สส.เป็นกรรมาธิการทุกคณะ ก็อาจทำให้การทำงานสะดุดได้ จึงได้พิจารณาหาบุคคลภายนอกมาร่วมเป็นกรรมาธิการแทน ซึ่งนายสมชัยถือเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ เป็นบุคคลคุณภาพ และมีแนวคิดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่ตรงกับพรรค   พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ ยังเชื่อว่า เมื่อมีคณะกรรมาธิการชุดนี้แล้ว จะทำให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญได้บ้างในบางมาตรา แม้ว่าเสียงของฝ่ายค้านจะน้อยกว่ารัฐบาลก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่ได้เริ่มต้นศึกษาเลย ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ว่าตั้งใจจะทำงานเพื่อประชาชนหรือไม่   ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ยืนยันว่าพร้อมที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจากรัฐธรรมนูญที่ออกแบบพิกลพิการ ร่างตามความปรารถนาของคนบางคน เพียงมุ่งหวังประโยชน์การครองอำนาจ มากว่าจะเป็นรธน.ที่ดี เป็นธรรมเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย    ขณะที่ฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง บอกว่า ในส่วนของฝ่ายค้านเรื่องการแก้รธน. ประเด็นเล็กประเด็นน้อยคงจะไม่พูด จะมุ่งแก้มาตรา 256 มาตรานี้เพื่อให้มีการตั้ง ส.ส.ร.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WR7UXgzSR0g

 439
การเมือง
05 ธ.ค. 62

พลิกมติ! โหวตคว่ำ กมธ.เช็กบิล ม.44 'สุทิน' เตรียมตรวจสอบ ปมงูเห่า-แจกกล้วย ส.ส.ฝ่ายค้าน

การประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้ ม.44 รอบที่ 3 ผ่านฉลุย มาครบองค์ประชุม 259 คน ด้านฝ่ายค้านวอล์กเอ้าไม่สำเร็จ มี 10 ฝ่ายค้านแหกโผร่วมลงชื่อ ผลการนับคะแนนใหม่ ปรากฎฝ่ายรัฐบาลพลิกมติชนะ โหวตคว่ำ กมธ.เช็กบิล ม.44   โดยมีประเด็นให้พูดถึงกันเมื่อ กึ่งหนึ่งขององค์ประชุมคือ 259  โดยของรัฐบาลมีจำนวน 249 แต่มีเสียงจากฝ่ายค้านเพิ่มมา 10 เสียง ร่วมกดบัตรแสดงตน ทำให้องค์ประชุมครบ ทั้งจากพรรคเพื่อไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และพรรคประชาชาติ   ผลมติที่ประชุมสภาฯ ตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้ ม.44 ไม่เห็นด้วย 244 คน เห็นด้วย 5 คน โดยมี 4 ส.ส.ปชป.ลงมติเห็นด้วยให้ตั้ง กมธ.เช็กบิล ม.44 ได้แก่ นายเทพไท เสนพงศ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายพนิช วิกฤตเศรษฐ์ และนายอันวาร์ สาและ ส่วนอีกหนึ่งคนจากพรรคอนาคตใหม่ และงดออกเสียง 6 คน   ด้านนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์กรณี ส.ส.ฝ่ายค้านเสียบบัตรเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลนั้น ต้องขอฟังเหตุผลก่อน ยังไม่สรุปว่ากลุ่มนี้คืองูเห่าหรือไม่ ถ้าไม่มีอามิสสินจ้างก็ไม่เป็นงูเห่า แต่ถ้าฟังแล้วเชื่อได้ว่ามีการแลกเปลี่ยนกัน การซื้อการจ่ายเงิน แบบนี้เรียกว่าเป็นงูเห่าได้    โดย 1 ใน 3 เสียงของเพื่อไทยที่ไปเสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม นายขจิตร ชัยนิคม ชี้แจงต่อนักข่าวว่า หลังจากองค์ประชุมครบ ก็ต้องไปลงชื่อ เพราะมันไม่มีผลอะไรแล้ว เสร็จแล้วก็ขึ้นไปประชุม กมธ.งบประมาณ โดยที่เสียบบัตรคาไว้ ปกติหลังลงชื่อเข้าร่วมประชุม พอรับบัตรมา ตนก็จะเสียบบัตรคาไว้ทุกครั้ง    นักข่าวถามว่าความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้ว นายขจิตร ไม่อยู่ แต่เสียบบัตรทิ้งเอาไว้ แต่ก็กลายเป็นว่ามีชื่อเป็นองค์ประชุม ซึ่งคนมองว่า นายขจิตร เทใจไปให้รัฐบาล นั้น นายขจิตร บอกว่า ไม่ได้เทใจไปให้รัฐบาล เสียใจด้วยซ้ำ ที่เพื่อไทยไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในเดือนธันวาคมนี้    หลายคนบอกฟังไม่ขึ้น นายขจิตร บอก ฟังไม่ขึ้นก็ไม่เป็น ก็เรื่องของคุณ เพราะเรื่องปกติของผม ที่เสียบบัตรเอาไว้ ไม่เคยจงใจเป็นงูเห่า ถ้าจะเป็นก็จะประกาศไปเลย ดังนั้นเรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น   มีรายงานข่าวว่านายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน บอกว่าไปตรวจสอบ เรื่องที่มีความพยายามจะแจกกล้วยให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน โดยให้เงิน 8 หลักต่อคน   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปมเสนอเงิน 8 หลักให้ ส.ส.ฝ่ายค้านว่า ให้ไปถาม นายสุทินเองเลย เพราะนายสุทินคงคิดไปเอง การจะพูดอะไรต้องมีหลักฐานและพยาน    นักข่าวถามว่ายังจำเป็นหรอืไม่จำเป็นที่ต้องมีงูเห่า หรือ ส.ส.ฝากเลี้ยงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ถามกลับว่า ฝากเลี้ยงที่ไหน จะมีได้อย่างไร คิดกันไปเอง     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/6zDYz-1Gc1g

 1,320
การเมือง
05 ธ.ค. 62

ล้มได้แล้ว กรณีลงมติ 'กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม.44' หลังล่มมากว่า 2 ครั้ง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตามที่ฝ่ายรัฐบาลขอนับคะแนนใหม่ ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 เป็นครั้งที่ 3 หลังการลงมติครั้งแรกรัฐบาล แพ้ฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ด้วยมติ 236 ต่อ 231 เสียง เนื่องจากมี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ 6 คนโหวตสวนมติวิปรัฐบาล จนทำให้ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า การลงมติผิดพลาดจึง ขอนับคะแนนใหม่ เป็นผลให้พรรคฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ ทำให้การประชุมล่มมาแล้ว 2 ครั้ง เพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้สิทธิ์ขอนับคะแนนใหม่ของฝ่ายรัฐบาล   ซึ่งการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐบาลพยายามขอนับคะแนนใหม่ จึงเริ่มต้นด้วยการตรวจสอบองค์ประชุม พบว่า ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ อีกครั้งแต่ครั้งนี้ วอล์คเอาท์ไม่หมดเหลืออยู่ 10 คน จากพรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย - พรรคเพื่อไทย 3 คน ได้แก่ นายขจิตร ชัยนิคม น.ส.พรพิมล ธรรมสาร นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ - พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน ได้แก่ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ น.ส.มารศรี ขจรเรืองโรจน์ นายภาสกร เงินเจริญกุล - พรรคอนาคตใหม่ 2 คน พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา นายจารึก ศรีอ่อน - พรรคประชาชาติ 1 คน นายอนุมัติ ซูสารอ   ทำให้มีผู้เข้าร่วมประชุม 259 คน เป็นรัฐบาล 249 คน เป็นฝ่ายค้าน 10 คน ถือว่าครบองค์ประชุม เพราะเกินครึ่งของจำนวน ส.ส.ที่มีอยู่ปัจจุบัน 498 คน ซึ่งฝ่ายรัฐบาล มีจำนวน ส.ส. เข้าร่วม 249 พอดีครึ่งหนึ่งขององค์ประชุม   จากนั้นมีการนับคะแนนใหม่โดยลงมติด้วยวิธีการขานชื่อ ตามที่ ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 85 กำหนดไว้   ผลปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 244 :5 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง ไม่เห็นด้วยตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบการใช้อำนาจ คสช. และ การออกคำสั่งตาม ม.44 ที่ผ่านมา โดย 5 เสียง ที่เห็นด้วยให้ตั้งกรรมาธิการ ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน คือ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย นายเทพไท เสนพงษ์ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ และ นายอันวาสาและ และพรรคอนาคตใหม่ 1 คน คือ น.ส.กวินนารถ ตาคีย์   นอกจากนี้ยังมีฝ่ายค้านโหวตให้ รัฐบาล ไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ 4 คน ของพรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ - นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ - นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ - นายภาสกร เงินเจริญกุล - นายสุภดิช อากาศฤกษ์   โดยส.ส. รัฐบาลออกเสียงไม่เห็นด้วย 240 คน เห็นด้วย4 คน (สวนมติ) งดออกเสียง 3 (ประธานและรองประธาน) และไม่ลงมติ 2 คน   การลงมติใหม่ครั้งนี้เป็นผลจากข้อบังคับการประชุมที่ 85 ที่ฝ่ายรัฐบาลขอใช้สิทธิ์ นับคะแนนใหม่ แต่ ข้อบังคับกลับเขียน ว่าการนับคะแนนใหม่ ต้องเปลี่ยนวิธีการลงคะแนน ทำให้กลายเป็นการลงคะแนนใหม่ไปในตัว ซึ่งฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้ ข้อบังคับข้อนี้   โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เตรียมยื่นเสนอแก้ไขข้อบังคับข้อนี้ ในสัปดาห์หน้า เพราะเห็นว่า มีปัญหาเขียนไว้ไม่ชัดเจน และประธานสภาฯ ก็ไม่สามารถตีความเป็นอย่างอื่นได้ต้องทำตามข้อบังคับที่เขียนไว้  

 442
การเมือง
05 ธ.ค. 62

'สุทิน' ยังไม่ฟัน 10 ส.ส.ฝ่ายค้านเป็นงูเห่า

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า 10 ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นงูเห่าหลังร่วมแสดงตน จนองค์ประชุมสภาฯครบในการลงมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. การออกคำสั่งและการใช้มาตรา 44 ของคสช. โดยแต่ละพรรคจะมีการเรียกคุยกับส.ส.ถึงสาเหตุที่ไปแสดงตน หากมีเหตุผลที่ดีสามารถชี้แจงได้ว่าไม่มีการรับเงินก็ไม่ถือว่าเป็นงูเห่า   อย่างไรก็ตามยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ 3 ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่แสดงตน จนองค์ประชุมสภาฯครบ แต่น่าจะมีการเรียกคุยภายในวันหรือสองวันนี้ สำหรับกรณีของนายขจิต ชัยนิยม ส.ส.อุดร พรรคเพื่อไทยที่ระบุว่า เสียบบัตรทิ้งไว้ แล้วมีคนอื่นไปกดบัตรแสดงตนแทนนั้น ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน   ประธานวิปฝ่ายค้าน ยอมรับว่าการประชุมวิปร่วมฝ่ายค้านครั้งต่อไปจะต้องมีการพูดคุยกันว่าแต่ละพรรคยังมีจุดยืนเดียวกันอยู่หรือเปลี่ยนจุดยืนแล้วไปหรือไม่ แต่คงไม่มีการนัดเคลียร์ใจกันในลักษณะงานเลี้ยงอย่างเช่นพรรคร่วมรัฐบาล เพราะทุกสัปดาห์ผักรวมฝ่ายค้านก็มีการพูดคุยหารือกันอยู่แล้ว     ส่วนฝ่ายค้านจะยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในเรื่องของข้อบังคับการประชุม ว่าเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากการขอนับคะแนนใหม่ อาจกลายเป็นการลงคะแนนใหม่ได้หรือไม่นั้น นายสุทินกล่าวว่าขณะนี้ยังเป็นความเห็นส่วนบุคคล แต่ส่วนตัวก็สนับสนุนหากจะมีใครยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความแต่สำหรับในนามพรรคฝ่ายค้านจะมีการหารือกันอีกครั้งว่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ แต่เชื่อว่าประธานสภาได้เห็นคำตอบจากปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว   และรู้สึกเสียดายที่วันนี้ประธานสภาสั่งปิดประชุมเร็วกว่าเวลาที่กำหนด เพราะเวลาที่เหลือยังสามารถพิจารณาวาระอื่นๆได้โดยเฉพาะญัตติเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาในแนวทางและหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีเจตนาที่จะยื้อเวลาในการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eZwbsIjAhmE  

 887
สรุปข่าว
04 ธ.ค. 62

ฝ่ายค้านจ่อวอร์คเอาท์หากสภานับคะแนนใหม่ ตั้ง กมธ.ม.44

ตำรวจจับอดีตกรรมการมวย ตระเวนลักทรัพย์ร้านขายของชำ ตำรวจ สภ บ้านเป็ดจับกลุ่มชาย อายุ 51 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาลักทรัพย์ ร้านขายของชำในพื้นที่บ้านเนินรัง ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จ.ขอนแก่น เจ้าตัวเผยเคยเป็นกรรมการมวยตามเวทีมวยต่าง ๆ แต่ติดการพนันจนมีหนี้สินจำนวนมาก จึงหนีออกจากบ้านตระเวนลักทรัพย์ในหลายอำเภอของขอนแก่น เพื่อหาเงินมาเล่นการพนัน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้รังวัดที่ดินให้นายเสี้ยว เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าพื้นที่รังวัดที่ดินให้ นายเสี้ยว นำพา ชาวบ้านอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี หลังเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานต่างๆ อ้างถูกบิดาของ นางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ หุบที่ดินทำกินกว่า 30 ไร่ เพื่อนำข้อมูลไปตรวจสอบยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ฝ่ายค้านจ่อวอร์คเอาท์หากสภานับคะแนนใหม่ ตั้ง กมธ.ม.44 ประธานวิป ฝ่ายค้านยอมรับ ไม่อยากให้สภาล่มเป็นครั้งที่ 3 แต่หากมีการหารือตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบ เกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. ในการออกคำสั่ง และมาตรา 44 สมาชิกยืนยันจุดยืน ไม่ร่วมในองค์ประชุม และไม่ร่วมถอนญัตินับคะแนนใหม่ เพื่อให้สภาเดินหน้าต่อเพราะยังมีวาระสำคัญที่ต้องรอการพิจารณา  

 2,369
การเมือง
29 พ.ย. 62

ปธ.วิปรัฐบาล แจงเหตุสภาล่มรอบ 2 ปัดเล่นเกมยื้อตั้ง กมธ.เช็คบิล ม.44

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 28 พ.ย.2562 เมื่อเข้าสู่วาระที่พรรคฝ่ายรัฐบาลขอให้มีการนับคะแนนลงมติใหม่ในการพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่ง คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 หลังที่ประชุมเมื่อวานนี้มีการลงมติแล้วปรากฎว่าพรรคฝ่ายค้านแพ้ฝ่ายรัฐบาล 5 เสียง และพยายามขอให้มีการนับคะแนนใหม่จนเกิดเหตุการณ์ ส.ส. ฝ่ายค้านร่วมกันวอล์คเอาท์ทำให้การประชุมสภาล่มไปแล้วครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 พ.ย.62   โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาสภาผู้แทนราษฎร ได้เริ่มนับองค์ประชุมเพื่อให้สมาชิกแสดงตน โดยทิ้งเวลาให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลที่อยู่ระหว่างประชุมกรรมาธิการ แต่ปรากกฎมีผู้แสดงตนเพียง 240 คน ซึ่งตามองค์ประชุมต้องไม่น้อย249 คน ทำให้ ไม่สามารถประชุมต่อไปได้ ทำให้ประธานสภาสั่งปิดการประชุมทันที   ทั้งนี้หลังจากสภาล่มรอบ 2 แล้ว นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล ได้แถลงยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเพราะ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลขาดไป 9 คน มีบางคนป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล และบางคนประชุมกรรมาธิการอยู่วิ่งมาไม่ทันยืนยันว่าฝ่ายรัฐบาลไม่ได้เล่นเกมยื้อ เพื่อให้ การพิจารณาตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเลื่อนออกไป   พร้อมชี้แจงถึงเหตุผลที่ ต้องขอนับคะแนนใหม่ว่า เนื่องจากคะแนนเสียงของฝ่ายรัฐบาลหายไป 14-15 เสียง ซึ่งสมาชิกมาแจ้งว่า ระบบทางเทคนิคผิดพลาด เพราะแสดงตนแล้วแต่ไม่ขึ้น การสั่งปิดการประชุมหลังไม่สามารถลงคะแนนได้ถึง 2 ครั้งไม่ถือว่าล่ม แต่เป็นอุบัติเหตุธรรมดาของการเมือง   ส่วนการลงคะแนนจะล่มเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่ ตนเองจะพยายามไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่โหวตสวนมตินั้น ได้แจ้งไปยังนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาติปัตย์ได้แก้ไขในส่วนของพรรคแล้ว ส่วนเหตุผลที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลงคะแนนสวนมติจะเกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อประธานคณะกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gd06xNs1Si8

 544
การเมือง
29 พ.ย. 62

ฝ่ายค้าน จ่อเลื่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไปช่วงปลาย ม.ค.2563

นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุถึงกรณีที่วิปรัฐบาลขอให้มีการนับคะแนนการลงมติญัตติขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. การออกคำสั่งและการใช้มาตรา 44 ของ คสช.โดยยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วมประชุมในการดำเนินการดังกล่าว   เพราะไม่เห็นด้วย แม้ข้อบังคับจะระบุว่า สามรถทำได้ แต่หลายครั้งฝ่ายค้าน ก็แพ้การลงมติอย่างหวุดหวิดแต่ก็ไม่ได้หยิบยกสิทธิดังกล่าวมาใช้ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการทำงานของสภาฯ แต่ส.ส.รัฐบาลกลับใช้สิทธิดังกล่าว ซึ่งในอนาคตฝ่ายค้านก็อาจจะขอทำบ้าง   นายสุทิน ยังกล่าวถึงการเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม้ไว้วางใจรัฐบาล ไปอภิปรายช่วงปลายเดือนมกราคม 2563 หลังได้หารือกับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร พบว่า กรอบเวลา 1 ปีนั้น ให้ยึดตามสมัยการประชุม โดยหลังจากนี้ฝ่ายค้าน จะไปหารือกันอีกครั้งว่า สรุปแล้วจะเลื่อนหรือไม่ เพราะหากเปิดอภิปรายทั่วไปในช่วงปลายเดือนธันวาคมก็มีข้อจำกัด เพราะใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ และการเลือกตั้งซ่อมจังหวัดขอนแก่น   นายสุทิน ยังกล่าวถึงเหตุความวุ่นวายในกรรมาธิการ ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ที่มีพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานว่า วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน ได้หารือกับการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก เพราะจะทำให้เสียภาพลักษณ์ของสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งไม่ต้องการให้ใช้เวทีของกรรมาธิการมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง พร้อมเปิดเผยว่า ส่วนตัวรู้สึกเสียใจ และเสียดายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  

 1,097

Top