ค้นหา :

ผลการค้นหา "กินยาฆ่าตัวตาย"

สังคม
27 พ.ย. 62

'อ้อย เทคมีเอาท์' ไลฟ์สดซดยา หวังตายแต่ไม่ตาย โอดปมถูกกองปราบฯ จับคดีฉ้อโกง

จากกรณี อ้อย เทคมีเอาท์ ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กกินยาฆ่าตัวตาย เรียกร้องขอความเป็นธรรมจากกองปราบฯ หลังโดนบุกจับถึงคอนโดฯ และส่งภาพให้สื่อนำไปเผยแพร่ทำให้ได้รับความเสียหาย ทั้งที่เคลียร์กับเจ้าทุกข์ไปแล้ว ทำให้ทุกวันนี้อยู่อย่างยากลำบาก      เมื่อวันคืนวาน (26 พ.ย.) นางสาวศรีวิภา กลางเบิด  หรือ 'อ้อย เทคมีเอาท์' ได้มีการโพสต์เฟซบุ๊กพร้อมไลฟ์สด กินยาฆ่าตัวตาย เนื่องจาก ไม่ได้รับความเป็นธรรม กรณีถูกจับตำรวจกองปราบปรามจับกุมที่คอนโดย่านพระรามสาม เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน ข้อหาฉ้อโกง ซึ่งทำให้เธอเสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวและเรื่องธุรกิจ      อีกทั้งมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่อ้างว่าเป็นเพื่อนของคุณอ้อย เทคมีเอาท์โพสต์ข้อความ บอกว่า "ไม่อยากเชื่อว่าจะเรา เพื่อนเก่าไลฟ์สด กินยาฆ่าตัวตายถามหาความยุติธรรมจากกองปราบปรามที่นำภาพข่าวตอยจับกุม ซึ่งตอนหลังคดีไม่ได้เป็นไปตามข่าวแล้วเอาไปให้สำนักข่าว จนทำลายธุรกิจ ชื่อเสียง และงานที่เสียหายของนาง และนางก็เป็นนางแบบ เกาะนางออกสื่อ หลังจากถูกนักเลงคีย์บอร์ด และสังคมถล่มนางเป็นโรคซึมเศร้า #โซเซียลนี่สามารถฆ่าคนตายทางอ้อมได้ #หลีกเลี่ยงให้ลูกหลานใช้น่าจะ เฮ่อออ อย่าถามว่าความรู้สึกยังไง มือเย็นไปหมด ทำไรไม่ถูก #กลางดึกออกตามหากันหลายชั่วโมงไม่เจอ แต่อยู่รพ. แล้ว #กองปราบปราม"      ทางด้านอ้อย เทคมีเอาท์ ที่กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเคยโพสต์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวประมาณว่า "ขอบคุณทุกความห่วงใย อ้อยตัดสินใจว่าแล้วความตายของอ้อยต้องไม่ตายฟรี ตำรวจกองปราบที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ต้องรับผิดชอบ หมิ่นประมาท สำนักข่าวทุกสำนักต้องรับผิดชอบกับการแลกชีวิตในครั้งนี้ ประชาชนจะอยู่ยังไง ในเมื่อตำรวจ คนรักษากฎหมาย กระทำผิดเองร่วมมือกับนักข่าวเพื่อทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง เพื่อพวก...ได้ผลงานโง่ๆ แต่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง"     ล่าสุดในรายการโหนกระแส ได้เปิดใจสัมภาษณ์ อ้อย เทคมีเอาท์ ว่า...     "อ้อย เทคมีเอาท์ มีคดีหมายจับอื้อ 9 คดี มีเจ้าทุกข์เตรียมฟ้องเพียบ ในเคสกรณีนี้ที่เข้าจับ ดิฉันไม่ทราบว่ามีหมายจับ เพราะถ้าไปเช็กที่ศาลแขวงพระนครเหนือ จะเห็นว่าดิฉันมีการเจรจาไกล่เกลี่ยกับทุกเคสที่มีปัญหา ซึ่งน้อยมากๆ"

 4,520
ข่าวภูมิภาค
16 ก.ย. 62

รวบแล้ว ‘อาร์ท’ ฆ่าเปลือยสาว หนีกบดานโคราช กินยาฆ่าตัวตาย ตร.นำส่ง รพ.

จากกรณีพบศพหญิงสาวอายุ 37 ปี ในสภาพถูกฆ่าเปลือยกาย ที่มือกับเท้าถูกมัดด้วยสายไฟฟ้าปลั๊กสามตา อยู่ในภายในห้องแมนชั่นแห่งหนึ่งย่าน อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา   ล่าสุดวันที่ 16 ก.ย. 62 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับรายงานจากสายว่า พบรถยนต์ โตโยต้า วีออส สีดำ อยู่บริเวณสนามกีฬาฟุตบอล ทางด้านทิศตะวันตกของบ้านดอนใหญ่ หมู่ที่ 4 ตำบลตะเคียน อำเภอด่านขุนทด จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไปตรวจสอบ และพบขับอยู่ภายในรถคันดังกล่าว    เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้เปิดประตูเพื่อทำการตรวจค้น แต่ผู้ขับได้ทำการล็อครถทั้งสี่ด้าน เจ้าหน้าที่ต้องทำการเกลี้ยกล่อมนานร่วม 1 ชั่วโมง ชายคนดังกล่าวจึงเปิดกระจกหน้าต่างทางด้านคนขับเพียงเล็กน้อย พร้อมร้องขอให้เจ้าหน้าที่โทรสั่งเสียภรรยาที่อยู่ต่างจังหวัด โดยพบว่าชายคนดังกล่าวได้ดื่มยาฆ่าหญ้าที่เตรียมมาหมดไปเกินครึ่งขวด ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะยอมเปิดประตูออกมาจากรถ   เบื้องต้นทราบว่า ชายคนดังกล่าว คือ นายเถลิงศักดิ์ สุขวารี อายุ 43 ปี ชาว อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาคดีฆ่าสาวเปลือยที่ จ.ปทุมธานี ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน    เจ้าหน้าที่จึงได้รีบส่งตัวผู้ต้องหาไปล้างท้องที่โรงพยาบาลด่านขุนทด และประสานให้ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ มารับตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อไป โดนล่าสุดอาการของนายเถลิงศักดิ์ผู้ต้องหาปลอดภัยแล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง : แม่บ้านเปิดห้องผงะ เจอสาวถูกฆ่าเปลือยหมกศพแมนชั่น ตั้งปมฆ่าชิงทรัพย์-ชู้สาว          

 8,015
สังคม-อาชญากรรม
13 เม.ย. 62

พ่อเลี้ยงใจอำมหิต ใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือนเสียชีวิต กินยาฆ่าตัวตายหนีความผิด ล่าสุดอาการสาหัส

จากกรณีเหตุฆาตกรรม พ่อเลี้ยงใช้ค้อนทุบหัวลูกเลี้ยงท้อง 7 เดือน เสียชีวิต ก่อนหลบหนีไป ล่าสุดพบพ่อเลี้ยงกินยาฆ่าตัวตาย    โดยมีรายงานจากอาสาร่วมกตัญญูและมูลนิธิสยามรวมใจ พบมีคนกินยาฆ่าแมลงสาบ หมดสติ น้ำลามฝูมปาก อยู่บริเวณถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 ไปตรวจสอบปรากฎว่าเป็นพ่อเลี้ยง นายภูมใจ เหลืองทอง อายุ 57 ปี ที่ก่อเหตุทุบหัวลูกเลี้ยง    อาการล่าสุดยังไม่เสียชีวิต ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตน์ อยู่ในอาการสาหัส   พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว ลงพื้นที่ พบข้อมูลว่า พ่อเลี้ยงทะเลาะกับแม่ แม่เลยหนีออกจากบ้าน พ่อเลี้ยงจึงประกาศลั่น ถ้าแม่ไม่กลับมา จะฆ่าให้ตายทั้งบ้าน และก็ลงมือฆ่าลูกเลี้ยงจริงๆ    ซึ่งลำดับญาติกันจริง ผู้ก่อเหตุไม่ใช่พ่อเลี้ยงจริงๆ เนื่องจากผู้เสียีชิวิต ถูกป้านำมาเลี้ยงดู จนเรียกป้าว่าแม่ ก่อนที่ป้าจะมาแต่งงานกับตัวผู้ก่อเหตุคนนี้ จึงอาจบอกได้ว่าเป็นเพียงญาติกัน   โดยสามีผู้ตายบอกว่า อยากจะให้กลับมาขอขมาหน้าโรงศพ 'ชาตินี้จะไม่ขอให้อภัย'          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/hB4fwWp-wbA  

 13,293
ข่าวภูมิภาค
03 ก.พ. 62

พ่อกรอกยาพิษลูกฝาแฝดก่อนฆ่าตัวตาม ทิ้งจดหมายพ้อ เมียยังทำใจไม่ได้ เปิดใจเล่าเสียใจช่วยลูกไม่ทัน

สุรินทร์-จากกรณีพ่อกรอกยาพิษลูกชายฝาแฝด ก่อนฆ่าตัวตายตาม เสียชีวิต 3 ศพ ทิ้งจดหมายตัดพ้อภรรยา เขียนบอกไม่ให้อภัย ไม่ต้องมางานศพ ล่าสุดมีพิธีฌาปณกิจศพ 2 เด็กชายฝาแฝด ที่วัดดาราธิวาส ซึ่งพิธีจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว    นางจีราพร แม่ของเด็กแฝด เปิดเผยหลังจากเกิดเหตุสลดว่า ที่ผ่านมาสามีมีปัญหาติดการพนัน ตอนคลอดลูกตนก็ต้องหยิบยืมเงินญาติพี่น้องได้มา 3,000 บาท เพื่อไปโรงพยาบาล ขณะที่คลอดสามีก็เล่นการพนันอยู่ที่แถว ๆ หมู่บ้าน พอมีลูกชายฝาแฝด ตนจะออกไปทำงานอะไรก็ไม่ได้ แต่ภาระทุกอย่างในบ้านตนเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วนสามีทำงานได้เงินมาก็ใช้เอง เอาไปเล่นการพนันหมด   ก่อนเกิดเหตุการณ์ พ่อของเด็กได้มารับลูก ๆ ไปอยู่เมื่อวันที่ 30 มกราคม ตนลืมเอะใจไปว่าก่อนหน้านี้สามีเคยเปรยว่า จะฆ่าตัวตาย ฆ่าลูกให้ตาย พอนึกได้ตนจึงรีบไปรับลูกด้วยความเป็นห่วง ตนจะไปรับลูกคืนวันที่ 31 มกราคม แต่แม่ได้ห้ามไว้เพราะเห็นว่าดึกแล้ว จนตอนเช้าไปถึงกลับพบว่าเกิดเหตุสลดขึ้นจริง ๆ ทำให้เสียใจที่ไม่สามารถช่วยลูกได้ ไม่คิดว่าเขาจะทำกับลูกได้แบบนี้ เพราะปกติเขาไม่เคยแสดงอาการก้าวร้าวกับตนเลย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/4wNl4e4Xi2Y

 17,367
ข่าวภูมิภาค
04 ต.ค. 61

สามียิงเมียดับ ฉุนตามง้อไม่สำเร็จ จ่อยิงเพื่อนฝ่ายหญิงซ้ำ เคราะห์ดีปืนขัดลำกล้องรอดหวุดหวิด

สมุทรสาคร-พบศพหญิงอายุ 45 ปีถูกยิงเสียชีวิต จากการสอบถามลูกชาย บอกว่า ผู้ก่อเหตุคือนายธนพนธ์ เนียมนาค อายุ 46 ปี เป็นพ่อแท้ๆของตน และเป็นสามีของแม่ที่ถูกยิงเสียชีวิต โดยพ่อกับแม่นั้นได้แยกกันอยู่มาหลายเดือนแล้ว เนื่องจากพ่อไปมีผู้หญิงใหม่ แม่จึงย้ายขึ้นมาอยู่ที่บ้านยายซึ่งก็คือบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนพ่อก็พักอาศัยอยู่บ้านหลังเดิมที่สร้างไว้ติดกัน จนกระทั่งมาเมื่อไม่นานนี้พ่อได้เลิกกับผู้หญิงคนใหม่ แล้วก็มาง้อขอคืนดีกับแม่ แต่แม่ไม่ยอมกลับมาอยู่ด้วย แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน ยังคงพูดจากันด้วยดี   จนกระทั่งพ่อต้องไปขึ้นศาลในคดีครอบครองอาวุธปืน แล้วได้ชวนแม่ไปด้วย แต่แม่ไม่ไปเนื่องจากว่าพ่อต้องไปเอาอาวุธปืนที่เก็บไว้ในห้องผู้หญิงคนที่พ่อเคยคบด้วย แม่จึงบอกให้พ่อไปกับผู้หญิงคนนั้นเพราะเรื่องนี้แม่ไม่เกี่ยวข้องด้วย จึงทำให้พ่อโมโหมาก   ต่อมาเช้าของวันนี้พ่อก็มาก่อเหตุดักรอแม่หน้าบ้านแล้วก็ยิงแม่ตอนที่ออกมาให้อาหารแมว ก่อนที่จะไปส่งลอดช่องที่กรุงเทพฯกับเพื่อนของแม่อีกหนึ่งคน ที่พลอยถูกลูกหลงไปด้วย แต่รอดตายหวุดหวิด ซึ่งหลังจากที่พ่อก่อเหตุยิงทั้ง 2 คนแล้ว พ่อก็ได้กินยาฆ่าหญ้าเข้าไปด้วย จากนั้นจึงขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางเส้นทางอำเภอบ้านแพ้ว   ส่วนทางด้านนางสาวอ้อย (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิททั้งของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนกับผู้ก่อเหตุนั้นรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ และตนก็มาอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยดูแลผู้เสียชีวิตกับแม่ โดยจะไปส่งลอดช่องด้วยกันทุกวัน จนกระทั่งเมื่อช่วงเช้านี้ พอตนเปิดประตูบ้านและลงมาที่ลานหน้าบ้านเพื่อเตรียมรถออกไปส่งลอดช่องกับผู้ตาย ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น   สักครู่ตนก็เห็นมือปืนลากปืนมายิงใส่ตน ตนจึงวิ่งหนีเอาตัวรอด โดยกระสุนพลาดเฉียดแก้มไปเล็กน้อย แต่ไปถูกรถเป็นรูพรุน ตนจึงแกล้งล้มลงทำเป็นเสียชีวิต ซึ่งนายพลได้เดินมาที่ตนพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนจะยิงซ้ำอีก โดยกระชากสไลด์ปืนอีก 2 ครั้ง ปรากฏว่ากระสุนไม่ออก จากนั้นจึงได้เดินไปกินยาฆ่าแมลงก่อนขับรถหลบหนีไป   นางสาวอ้อย ยังบอกอีกว่า ตนมาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้เพราะผู้เสียชีวิตต้องการให้มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ของผู้ตาย เนื่องจากอายุมากแล้ว โดยเมื่อวานนี้ผู้ตายยังพูดกันตนว่า ถ้าพี่ไม่อยู่แล้วให้ตนดูแลแม่แทนพี่ด้วย ส่วนสาเหตุก็คาดว่า ผู้ตายนั้นมักจะคิดอยู่เสมอว่า ผู้ตายไปมีผู้ชายคนอื่นและที่ออกไปไหนมาไหนกับตนนั้น ก็เพราะพากันไปเที่ยวไปหาผู้ชายคนอื่น ทำให้ผู้ตายไม่ยอมกลับไปคืนดีกับสามีเก่า ซึ่งทุกวันนี้ที่ออกไปนอกบ้านก็ล้วนแต่ไปทำงานส่งลอดช่องด้วยกันเท่านั้น   อย่างไรก็ตามทางฝ่ายคนร้ายที่ได้กินยาฆ่าแมลง เพื่อหวังหนีความผิดก่อนขับรถหลบหนีไป ล่าสุดแพทย์ได้ล้างท้องไว้ได้ ซึ่งจะถูกนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XDlPub3kdPs

 2,869
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ย. 61

สาวง้อแฟนไม่สำเร็จ กินยาฆ่าหญ้าผสมน้ำส้ม หนีเข้าป่าประชดรัก ชาวบ้านมาเจอช่วยได้ทัน

ชลบุรี-หญิงสาววัย 32 ปี ช้ำรักตามง้อแฟนหนุ่มวัย 30 ปี ไม่สำเร็จหลังจากที่ทะเลาะกันอยู่หลายวัน ประชดชีวิตซดยาฆ่าหญ้าผสมน้ำส้มหวังฆ่าตัวตาย พร้อมหนีเข้าป่า นอนน้ำลายฟูมปากใกล้เคียงอ่างเก็บน้ำหนองค้อ อ.ศรีราชา แต่ยังเคราะห์ดีชาวบ้านพบแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตได้ทัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FniPd16lbDE

 6,529
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 61

ระทึก! หนุ่มพิการนั่งวีลแชร์เครียด กินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตาย เหตุแฟนทิ้ง

หนุ่มพิการนั่งวีลแชร์เครียดแฟนทิ้งกินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตาย ภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยากำลังเร่งรับคนพิการส่งโรงพยาบาลหลังกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตาย   เมื่อเวลา 09.30 น. ( 28 ส.ค.61 ) เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา พร้อมรถพยาบาล เร่งตรวจสอบและช่วยเหลือคนพิการกินยาเบื่อหนูหวังฆ่าตัวตาย เหตุเกิดหน้ามูลนิธิคุณพ่อเรย์ ถนนสุขุมวิท พัทยากลาง ในที่เกิดเหตุบริเวณด้านหน้ามูลนิธิพบนายสุวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี คนพิการนั่งรถวีลแชร์ถูกเจ้าหน้าที่และนำมารอรถพยาบาลอยู่ด้านหน้า มีอาการอาเจียนและหนาวสั่น เจ้าหน้าที่จึงเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลบางละมุงเพื่อช่วยเหลือ    นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังนำถุงยาเบื่อหนูที่ถูกเปิดกินไปจำนวนหนึ่ง และแผงยาจำนวนหนึ่งที่ถูกแกะกินไปแล้วไปให้แพทย์เพื่อทำการพิจารณาการรักษาอาการ เบื้องต้นสาเหตุที่ นายสุวรรณ กินยาเบื่อหนูและยาปฏิชีวนะไปจำนวนมากเกิดจากอาการเครียด เกี่ยวกับปัญหาครอบครัวที่ถูกแฟนทิ้ง ส่วนอาการนั้นปลอดภัยแล้วหลังจากถูกนำส่งโรงพยาบาลบางละมุงช่วยเหลือ

 1,092
ข่าวภูมิภาค
27 ก.ค. 61

รวบแล้ว! อดีตผู้ใหญ่บ้านข่มขืนสาวม้งลำปาง

วันนี้ (27 ก.ค.) เมื่อเวลา 08.10 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดตากได้จับกุมตัว นายนภดล นวอริยะ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายศาลจังหวัดลำปางในคดีข่มขืนฯ ได้ในที่พื้นที่ จ.ตาก ก่อนจะนำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักในเขต อ.พบพระ จ.ตาก และจะนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง ต่อไป หลังจากมีการจับกุม ได้บริเวณ วิทยาลัยเทคนิคตากตรงศาลาพัก   สำหรับผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.พบพระ ได้ล่อลวง หญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี โดยการติดต่อทางเฟซบุ๊กในการซื้อยาสมุนไพรและพาเข้าอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในเมืองลำปาง และได้ทำการข่มขืน พร้อมถ่ายภาพเอาไว้และมีการส่งภาพดังกล่าวไปให้หญิงคนดังกล่าวจนเกิดความอับอายสำนึกผิดต่อครอบครัวตัดสินใจกินยาฆ่าหญ้าฆ่าตัวตาย และเสียชีวิตเมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับเมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานนี้ที่ผ่านมา (26 ก.ค.) ก่อนจะจับกุมตัวได้ในที่สุด   นายอัจฉริยะ ประธานเครือข่ายต่อต้านอาชญากรรมเปิดเผยว่าขณะนี้ในเบื้องต้นตำรวจภูธรจังหวัด ตากกำลังสอบปากคำและ เมื่อสอบปากคำเสร็จแล้วจะได้นำตัวไป ที่ อ.พบพระ จ ตาก ก่อนจะคุมตัวมาพบกับพนักงานสอบสวน ที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดลำปางเพื่อดำเนินคดีและพาอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้นพาไปดูจุดเกิดเหตุที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง กลางเมืองลำปางต่อไป   ดูข่าวเพิ่มเติม เปิดข้อความแชทสุดท้าย สาวม้งถูก อดีต ผญบ. ลวงข่มขืน - ตั้งรางวัลนำจับ 8 หมื่นล่าตัว  

 5,668
ข่าวภูมิภาค
26 ก.ค. 61

สิ้นลมแล้ว! สาวม้ง ถูก ผญบ.ข่มขืนซดยาฆ่าตัวตาย ญาติแฉอีกฝ่ายแชทขอจ่าย 3 หมื่นแลกไม่เอาความ

ลำปาง-จากกรณีหญิงสาวชาวม้ง อายุ 22 ปี ถูกชาย 4 คนรุมโทรมจนต้องกินยาฆ่าตัวตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง ขณะที่แม่ของเหยื่อสาวระบุว่า หลังลูกสาวหายตัวไปก็มีชายคนหนึ่งได้ใช้โทรศัพท์ของลูกสาวโทรมา   อ้างว่าตัวเองเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านใน จ.ตาก และลูกสาวตนอยู่กับเขา จึงให้พามาส่ง จากนั้นลูกสาวก็มีอาการเครียด ต่อมาอีก 2 วัน ก็มีคนโพสต์ภาพลูกสาวนอนอยู่ในโรงแรม โดยมีอดีตผู้ใหญ่บ้านนั่งอยู่ข้างๆ จึงเค้นถามลูกสาวก็บอกว่าถูกลวงไปข่มขืนในโรงแรม กระทั่งมากินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น   คืบหน้าช่วงค่ำวานนี้ (25 ก.ค.) หญิงสาวอายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ได้เสียชีวิตลงแล้ว ที่โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง ท่ามกลางความโศกเศร้าความเสียใจ ของมารดา ญาติและครอบครัวที่เฝ้าคอยดูอาการหญิงสาวดังกล่าวอยู่บริเวณหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลลำปาง สำหรับการเสียชีวิตลงครั้งนี้ คาดมาจากอวัยวะภายในล้มเหลวฉับพลัน   ขณะที่ก่อนหน้าที่สาวม้งจะเสียชีวิต นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมหญิงสาวคนดังกล่าวและไปพูดคุยสอบถาม โดยมีน้องสาวผู้เป็นฝาแฝดเข้าไปร่วมพูดคุยด้วย ซึ่งได้รับข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมาก   โดยหญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้นมาตนเองได้ขึ้นรถตู้ และไปพบอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว โดยนัดกันเพื่อติดต่อซื้อยาแผนโบราณ จากอดีตผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักกันทางเฟซบุ๊ก เนื่องจากตนเองมีอาการเจ็บป่วยจากโรคปวดหลังอยู่แล้ว โดยได้นัดเจอกันเพื่อจะจ่ายเงินและชำระค่ายาแผนโบราณ   ทางอดีตผู้ใหญ่บ้านได้ออกกลอุบายหลอกลวงไปทานข้าวในเขตตัวเมืองลำปาง แล้วพาไปที่บริเวณอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครลำปาง เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา และตนถูกล่วงละเมิดทางเพศกับชายคนดังกล่าวเพียงคนเดียว ส่วนผู้ชายอีก 3 คนที่เจอกันนั้นมาเจอกันทีหลัง และเจอภายนอกอพาร์ทเมนต์ ซึ่งหญิงสาวชาวม้งยอมรับกับนายอัจฉริยะว่าชาย 3 คน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด   โดยหลังจากทราบข้อมูลนายอัจฉริยะ ได้เดินทางไปที่โรงพัก สภ.เมืองลำปาง พร้อมกับครอบครัวของหญิงสาวผู้เสียหาย เพื่อให้ปากคำกับทางผู้กำกับ สภ.เมืองลำปาง และยังได้เดินทางไปบริเวณอพาร์ทเมนต์ดังกล่าว เพื่อไปสอบถามและไปพูดคุยกับพนักงานที่เปิดเช็คอิน ก็ให้การสอดคล้องกัน โดยวันดังกล่าวนั้นหญิงสาวชาวม้งได้เปิดห้องพัก พร้อมกับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจริง และใช้เวลาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ชั่วโมง   กระทั่งเวลาบ่าย 3 โมง ฝ่ายชายก็เดินทางออกจากอพาร์ทเมนต์ดังกล่าวเพียงคนเดียว แจ้งพนักงานว่าจะไปซื้อกับข้าวมาทาน แล้วกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพนักงานอพาร์ตเมนต์ ก็ยืนยันว่า พบเพียงการเปิดห้องพักเพียง 1 ห้อง บริเวณชั้น 2 โดยหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นใส่หน้ากากอนามัยปิดใบหน้า แล้วเดินผ่านเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์ โดยวันนั้นกล้องวงจรปิดของโรงแรมเห็นว่าชั้น 2 ก็มีการเดินเข้าห้องเพียงสองคนเท่านั้น ส่วนภาพวงจรปิดวันนั้น ถูกลบไปแล้วเพราะข้อมูลฮาร์ดดิสก์เต็ม   ทั้งนี้นายอัจฉริยะได้เปิดเผยว่า มีข้อความติดต่อมายังครอบครัวของน้องผู้เสียชีวิตเป็นข้อความทางแชทใน Facebook พยายามติดต่อมาจากผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง inbox ข้อความมาบอกว่า จะขอจ่ายเงิน เป็นค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีเดือนละ 30,000 บาท แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ตอบตกลงแต่อย่างใด โดยพยายามจะติดต่อและพูดคุยด้วยกลับไป แต่หลังจากนั้นก็ถูกบล็อก Facebook ไปในที่สุด โดยนายอัจฉริยะทรัพย์ยังบอกว่า   อย่างไรก็ตามน้องสาวฝาแฝดได้นำภาพ จากโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพนิ่ง เพิ่งถ่ายในวันเกิด ทั้งสองคน ที่ผ่านมา วันที่ 16 กรกฎาคม โ ดยฝาแฝดผู้น้อง บอกว่า นี่คือการจัดงานวันเกิดครั้งสุดท้าย ก่อนจะเกิดเหตุสลด พีสาวฝาแผด ไปกินยาฆ่าตัวตาย จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวในคืนนี้ ซึ่งสร้างความเศร้าโศกและเสียใจกับครอบครัวเป็นอย่างมาก   ส่วนความคืบหน้าทางคดี ตร.จะออกหมายเรียก อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งการเชิญตัวและออกหมายเรียกอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนั้น จะเชิญมาสอบปากคำ ซึ่งจะได้ข้อมูลสำคัญต่างๆ ขณะนี้คดีถือว่ามีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก โดยทราบว่าผู้อัดคลิปวีดีโอนั้นเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ซึ่งรู้จักกับผู้เสียหายทาง facebook ขณะนี้อยู่ระหว่างการตามตัว อดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวมาพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Sf8fZfLBcSU

 18,738
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 61

สาวเครียด เจอภาพหลุดถูกอดีต ผญบ.พาพวกรุมโทรม ซดยาหวังฆ่าตัวตาย ล่าสุดอาการทรุดหนัก

ลำปาง-หญิงอายุ 37 ปี พร้อมสามีและญาติเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของลูกสาว อายุ 22 ปี ที่ก่อเหตุกินยาฆ่าแมลงเพื่อหวังฆ่าตัวตายและถูกนำตัวส่งมารักษาที่โรงพยาบาลลำปาง   โดยแม่ของผู้เสียหายเล่าว่า ผู้บาดเจ็บได้เดินทางขึ้นรถโดยสารมาหาพ่อแม่ที่ จ.พะเยาตามลำพัง เพราะสามีติดธุระ แต่จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้บาดเจ็บได้อีกเลย จนกระทั่งมีชายคนหนึ่ง ใช้โทรศัพท์ของลูกสาว โทรเข้ามาพูดคุยว่าเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก และบอกว่าผู้บาดเจ็บได้อยู่กับเขา   ผู้เป็นแม่จึงขอร้องให้นำลูกสาวมาส่งให้ที่จังหวัดน่าน ซึ่งชายคนดังกล่าว ก็ได้นำลูกสาวมาส่งให้แต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะเดินออกไป เมื่อชายดังกล่าวกลับไปแล้ว ทางแม่จึงสอบถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวไม่ตอบได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ตนเองก็เลยส่งลูกสาวกลับไปอยู่กับสามีที่ลำปางตามเดิม   จากนั้นไม่นานประมาณสองสองวัน มีคนโพสต์ภาพของลูกสาวตนเองนอนอยู่ภายในโรงแรม โดยมีชายที่อ้างตัวเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวนอนอยู่ข้างๆ เมื่อตนส่งภาพที่ได้มาไปให้ลูกสาวดู พร้อมทั้งสอบถาม ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ลูกสาวจึงยอมเปิดปากพูดและเล่าว่า ถูกอดีตผู้ใหญ่บ้าน พร้อมพวกอีก 3 คน ล่อลวงไปรุมโทรมข่มขืน ภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตอำเภอเมืองลำปาง   ต่อมาลูกสาวก็ส่งข้อความทางไลน์มาให้ตนเอง พร้อมกล่าวขอโทษ ที่ทำให้อับอาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง กระทั่งต่อมาในช่วงเย็น ก็ทราบจากสามีของลูกสาว ว่าลูกได้กินยาฆ่าแมลงเพื่อฆ่าตัวตาย   ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.ตนก็เดินทางเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองลำปาง แต่ก็ไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร ได้เพียงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและยังไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนผิดแต่อย่างใด ตนจึงมาร้องเรียนผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอความเป็นธรรม เพราะหมอบอกอาการของลูกสาวมีแต่ทรงกับทรุด มีโอกาสรอดเพียง 20 เปอร์เซ็นเท่านั้น ซึ่งตนเองก็เตรียมจะรับลูกสาวกลับจังหวัดน่านด้วย   เบื้องต้นหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายยังไม่สามารถพูดโต้ตอบกับทางพนักงานสอบสวนได้ ทำได้เพียงแต่ ทำท่าทาง ยกไม้ยกมือ ในการสอบปากคำ และขณะนี้ทางตำรวจก็ยังไม่ยืนยันว่า หญิงสาวคนดังกล่าวถูกข่มขืนจริงหรือไม่ เพราะว่ายังไม่สามารถสอบปากคำได้อย่างละเอียด โดยมีแต่คำบอกเล่าของพ่อแม่ของผู้เสียหาย หลังจากหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าว่าถุกรุมโทรม ก่อนที่จะกินยาพยายามฆ่าตัวตาย   และเจ้าหน้าที่ยังได้เข้าไปทำการตรวจห้องพักของผู้เสียหาย ที่บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งจังหวัดลำปาง ซึ่งจะได้สอบสวนทาง พนักงานและแม่บ้านและผู้ที่อยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ดังกล่าว และขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอพาร์ทเม้นท์ดังกล่าวย้อนหลังแล้ว เพื่อจะหาสาเหตุและหลักฐานที่แท้จริงในเรื่องนี้ ขณะที่ทางตำรวจสภ.เมืองลำปาง เตรียมเชิญอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งใน จ.ตาก พร้อมพวกอีก 3 คน มาสอบปากคำ หากไม่มาจะออกหมายเรียกต่อไป   ทั้งนี้แม่ของผู้เสียหาย ยืนยันว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการถูกรุมโทรมนั้นเป็นความจริง หลังจากที่ลูกสาวของตนเองหายตัวไป แล้วกลับบ้านมาที่บ้าน ตนได้สอบถามลูกสาวว่าหายไปไหนมา แต่ลูกสาวไม่ยอมพูด อ้ำๆ อึ้งๆ และบอกว่าไม่มีอะไรไม่ได้ยุ่งอะไรกับใคร ซึ่งตอนที่ลูกสาวตนกลับมาพร้อมกับผู้ชายที่เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ทางชายคนดังกล่าวก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านตน ซึ่งส่งลูกสาวตนที่ปากซอย ก่อนถึงบ้านเท่านั้น และลูกสาวยอมรับว่าไปกับผู้ชายมา 4 คนจริง แต่ก็ยังไม่ได้เล่าสาเหตุอะไรมากมายนัก และลูกสาวยังให้การวกวน   ส่วนอาการล่าสุดของผู้เสียหาย คุณแม่บอกว่า ขณะนี้อาการทรุดลง อาการที่ใบหน้าบวม และปากบวม เริ่มหายใจลำบาก และหายใจติดขัด ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ รพ.ลำปาง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z5Vs_5-FlkI

 3,943
สังคม-อาชญากรรม
29 มิ.ย. 61

ด่วน! อดีตปลัด พม. เครียดคดีทุจริตเงินคนจน กินยาฆ่าตัวตายเสียชีวิต - ภรรยายังโคม่า

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน 2561 พ.ต.ต. สัญชัย เมธีวิวัฒน์ สว.สอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตกินยาฆ่าตัวตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิด ภายในหมู่บ้านชวนชื่นบุ๊คไซค์  จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ้ง     ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อายุ 59 ปี อดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเบื้องต้นทราบว่ากินยาฆ่าตัวตาย เสียชีวิต     ส่วนภรรยาถูกนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี อาการสาหัส แพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือยื้อชีวิต ตรวจสอบในที่เกิดเหตุเบื้องต้น พบว่า สภาพของทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนทั้งคู่ ที่ข้างเตียงพบแก้วไวน์วางไว้จำนวน 2 แก้ว      ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ส่วนสาเหตุหรือปัญหาในการก่อเหตุครั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่เบื้องต้นทราบว่าอดีตปลัดฯ มีข้อพิพาทเกี่ยวกับคดีการทุจริตเรื่องการทุจริตเงินผู้ยากไร้และคนไร้ที่พึ่ง     โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งมีข้อมูลพบข้าราชการเข้าข่ายทุจริตประมาณ 95 คนที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ส่งรายชื่อเข้ามายังกระทรวง และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาแล้ว     อย่างไรก็ตามต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกันกับปัญหาเรื่องนี้หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กั้นไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในบ้านที่เกิดเหตุแต่อย่างใด ซึ่งได้ให้ผู้สื่อข่าวรอดูสถานการณ์อยู่ที่ด้านหน้าตัวบ้านที่เกิดเหตุเท่านั้น

 53,061
สังคม-อาชญากรรม
05 ก.ค. 60

ตร.คุมตัว 'จิ๊บ ป่าถล่ม' ออกจากรพ. หลังกินยาฆ่าตัวตาย หนีคดีฆ่า 'น้องฝ้าย' จัดหนัก 4 ข้อหาฉกรรจ์

              จากคดีฆ่าเปลือยน.ส.ศรีประภา โคสินธิ์ หรือน้องฝ้าย อายุ 25 ปี หญิงสาวหน้าดี ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารแซบอีสานใน อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพบศพน้องฝ้ายถูกฆ่าเปลือยอย่างโหดเหี้ยมในห้องเช่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจล้อมจับนายพรชัย แก่นซื่อ อายุ30 ปี หรือ จิ๊บ ป่าถล่ม ผู้ต้องหา แต่ปรากฏว่านายพรชัยกินยาฆ่าหญ้าเพื่อจะฆ่าตัวตาย จนตำรวจต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล กระทั่งล่าสุดนายพรชัยพ้นขีดอันตรายและ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มเป็น 4 ข้อหาฉกรรจ์               ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ได้นำหมายจับไปที่โรงพยาบาลหัวหิน เพื่อควบคุมตัว นายพรชัย แก่นซื่อ อายุ30 ปี หรือ จิ๊บ ป่าถล่ม ผู้ต้องหาฆ่าโหดสาวเสริฟร้านอาหารอีสานแห่งหนึ่งในอำเภอปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพบศพในห้องเช่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 มิ.ย.60                กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ทั้งชุดสืบสวนภูธรภาค7 ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องสงสัยในขณะนั้น คือนายพรชัย แก่นซื่อ หรือ นายจิ๊บ ป่าถล่ม โดยมีชื่อปรากฎบนFacebookว่า เค บ้านไพร จึงได้ติดตามดูพฤติกรรม จนทราบว่า นายจิ๊บ ได้หลบซ่อนตัวอยู่กับภรรยา ในบ้านพักต.สามกระทาย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านของแม่ยาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว และพยายามเจรจาอยู่นานเกือบ 30 นาที กระทั่งได้ยินเสียงภรรยาของนายพรชัย ตะโกนออกมาว่าขอเวลาพูดคุยกัน 10 นาที  แล้วได้ยินเสียงคนล้มลง จึงคาดว่า นายจิ๊บจะทำร้ายตัวเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตัดสินใจงัดประตูเข้าไปช่วยเหลือนายจิ๊บ และพบว่านายจิ๊บ กินยาฆ่าตัวตาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯได้รีบนำตัวนายจิ๊บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสามร้อยยอดเป็นด่วน และส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลหัวหิน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยนั่งเฝ้าหน้าตลอดเวลา กระทั่งนายจิ๊บพ้นขีดอันตราย              ทั้งนี้พนักงานสอบสอบ ได้ควบคุมตัว นายจิ๊บ กลับมาสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรปราณบุรี โดยมี มารดา ภรรยา ทนายความ เข้ารับฟังโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมรับฟัง โดยแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งหมด รวม4 ข้อหาคือ ฆ่าคนตายโดยเจตนา ,หน่วงเหนี่ยวกักขังให้เสียอิสรภาพจนถึงความตาย ,กระทำอนาจาร และลักทรัพย์ในเคหะสถาน               พล.ต.ต.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผู้บังคับการ(ผบก.)ประจำกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้เข้าเยี่ยมนายจิ๊บเพื่อดูอาการล่าสุด พร้อมพูดคุยกับทีมแพทย์ที่ทำการรักษา ซึ่งแพทย์ระบุว่า นายจิ๊บปลอดภัยดี และมีความแข็งแรง มากพอแล้ว คงเหลือจะต้องตรวจด้านสุขภาพจิตเพิ่มเติมเท่านั้น ซึ่งได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี ควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งในเบื้องต้นนายจิ๊บ ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ ซึ่งไม่เป็นไรเพราะทางตำรวจมีหลักฐานสำคัญหลายอย่างที่สามารถเอาผิดได้  เพราะมีหนักฐานแน่นหนาและจะนำตัวฝากขังผลัดแรกที่ศาลจังหวัดหัวหินต่อไป   ภาพ ข่าวสด    

 12,676

Top