ค้นหา :

ผลการค้นหา "พยายามฆ่า"

แชร์ออฟเดอะเดย์
25 ธ.ค. 62

ทนายชี้คนยืนจองกั๊กที่จอดรถไม่ผิดกม. แต่คนขับรถพุ่งชน อาจโทษหนักถึงขั้นเจตนาฆ่า

เพจปราการ-มุมมืด ได้โพสต์ภาพ จากกล้องหน้ารถของรถที่วนหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีที่ว่างอยู่ 1 ช่อง ไม่มีรถจอด แต่กลับมีคนยืนจอง รถคันดังกล่าวไม่ยอมผ่านไป แต่ได้เร่งเครื่องยนต์พุ่งตรงเข้าไปที่ช่องจอดรถ จนคนที่ยืนจอง ที่จอดไว้ต้องกระโดดหลบรถ เพราะกลัวโดนชน   หลังคลิปเผยแพร่ ต่างมีผู้แสดงความเห็นว่า การยืนจองแบบนี้ไม่เหมาะสม แต่การเร่งเครื่องแบบนี้ก็อันตรายเช่นกัน บางคนก็บอกว่าเป็นการแก้เผ็ดผู้ยืนกั๊กที่จอดรถ   ทีมข่าวได้สอบถามข้อกฎหมายเหตุการณ์นี้กับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า แม้ผู้ยืนกั๊กที่จอดรถกระทำไม่ถูกหลัก แต่ไม่มีความผิด เพราะกฎหมายคุ้มครองถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่คนขับรถพุ่งเข้าหา อาจเข้าข่ายเจตนาฆ่าได้ และหากถูกฟ้องอาจติดคุกได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AyXAm_JXZuY

 78,288
ข่าวโซเชียล
25 ธ.ค. 62

ทนายชี้คนยืนจองกั๊กที่จอดรถไม่ผิดกม. แต่คนขับรถพุ่งชน อาจโทษหนักถึงขั้นเจตนาฆ่า

เพจปราการ-มุมมืด ได้โพสต์ภาพ จากกล้องหน้ารถของรถที่วนหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีที่ว่างอยู่ 1 ช่อง ไม่มีรถจอด แต่กลับมีคนยืนจอง รถคันดังกล่าวไม่ยอมผ่านไป แต่ได้เร่งเครื่องยนต์พุ่งตรงเข้าไปที่ช่องจอดรถ จนคนที่ยืนจอง ที่จอดไว้ต้องกระโดดหลบรถ เพราะกลัวโดนชน   หลังคลิปเผยแพร่ ต่างมีผู้แสดงความเห็นว่า การยืนจองแบบนี้ไม่เหมาะสม แต่การเร่งเครื่องแบบนี้ก็อันตรายเช่นกัน บางคนก็บอกว่าเป็นการแก้เผ็ดผู้ยืนกั๊กที่จอดรถ   ทีมข่าวได้สอบถามข้อกฎหมายเหตุการณ์นี้กับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ระบุว่า แม้ผู้ยืนกั๊กที่จอดรถกระทำไม่ถูกหลัก แต่ไม่มีความผิด เพราะกฎหมายคุ้มครองถือเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล แต่คนขับรถพุ่งเข้าหา อาจเข้าข่ายเจตนาฆ่าได้ และหากถูกฟ้องอาจติดคุกได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AyXAm_JXZuY

 78,288
สังคม
14 ธ.ค. 62

ออกหมายจับแฟนเก่าหึงโหด คว้ามีดแทงคออดีตแฟนสาวคาที่ทำงาน

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ได้โพสต์ร้องเรียนให้ช่วยติดตามคนร้ายเป็นชาย หลังใช้มีดแทงผู้หญิงในโรงงานแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี จนได้รับบาดเจ็บ และหลบหนีไป ล่าสุดตำรวจออกหมายจับแล้ว   โดยผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ น.ส.ศศิวิมล มุทาพร อายุ 21 ปี ถูกอาวุธมีดทำครัวปลายแหลม แทงเข้าที่บริเวณต้นคอและไหปลาร้าจนมีดงอ โชคดีที่บาดแผลไม่ถูกจุดสำคัญ และล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว พร้อมให้ข้อมูลกับตำรวจ สภ.บ่อวินว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ นายศรัญญู แซ่ตัน อายุ 25 ปี เป็นชาว จ.บุรีรัมย์ และเป็นอดีตแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปแล้ว   โดยเคยคบหาดูใจกัน และอยู่ด้วยกันนานกว่า 3 ปี ก่อนจะเลิกรากันได้ประมาณเดือนครึ่ง แต่ทั้งคู่ยังทำงานที่เดียวกัน และฝ่ายชายทราบว่า มีผู้ชายมาติดพันแฟนเก่า จึงออกอาการหึงหวง จนกระทั่งเข้ามาทำงานกะเดียวตรงกับอดีตแฟนสาว เมื่อสบโอกาสจึงได้นำมีดที่ติดตัวมาเข้าแทงอดีตแฟนสาวถึง 2 แผล ก่อนที่จะทิ้งมีดไว้ แล้วรีบหลบหนีไป ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำงานกันอยู่   เบื้องต้นตำรวจได้เชิญญาติของ น.ส.ศศิวิมล มาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้ขอหมายจับกุมผู้ก่อเหตุ พร้อมทั้งแจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/CFHGQwdvuf4  

 13,184
ข่าวภูมิภาค
12 ธ.ค. 62

คนไข้ปัดคว้ากรรไกรแทงหมอ อ้างหยิบมาดูเฉยๆ-แค่พูดเล่นชวนมาตายด้วยกัน สธ.สั่งเอาเรื่องถึงที่สุด ฐานพยายามฆ่า

ขอนแก่น-จากกรณีแพทย์หญิง ร.พ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ถูกคนไข้สาวใช้กรรไกพยายามแทงคอแต่โชคดี แพทย์หญิงใช้แฟ้มเหล็กยกบังไว้ และมีคนเข้าไปห้ามได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากความเครียด เนื่องจากระหว่างช่วงที่เกิดเหตุนั้น คนไข้รายนี้บอกกับแพทย์หญิงว่า มาตรวจช้า และอ้างตัวว่าเป็นลูกเทพ ก่อนที่แพทย์หญิงคนดังกล่าวจะไปแจ้งความ ตามที่เสอนข่าวไปแล้วนั้น   ในเวลาต่อมาแม่ของผู้ก่อเหตุชี้แจงว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคจิตซึมเศร้ามานานเคยรักษาและรับยาจากโรงพยาบาลนครสวรรค์มารับประทาน รวมถึงมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ ที่จะมีอาการแพ้เฉียบพลันและจะไม่รู้ตัว ซึ่งก็รักษาและกินยามาอย่างต่อเนื่องเช่นกันและลูกสาวก็ไม่เคยเกิดอาการแบบนี้มาก่อน กระทั่งมาอยู่ที่อำเภอชุมแพ แพทย์ที่โรงพยาบาลชุมแพ หักดิบ ไม่ให้กินยาตัวเดิม และทำการรักษาเฉพาะอาการภูมิแพ้ หลังเกิดเหตุ ลูกสาวแม่ก็มีอาการปกติ และถูกส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น อาการลูกสาวก็ปกติ และไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ   ด้านผู้ก่อเหตุเล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายหมอ เพราะในความจริงแล้ว ตัวเองมารักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่กลางคืนก็ไมมีใครมาดูแล เช้าแพทย์รายดังกล่าวมาตรวจคนไข้ในห้องดังกล่าว จึงเดินไปบอกหมอให้มาตรวจ แต่หมอบอกว่าคอยก่อน จึงรู้สึกว่าตนไม่ได้รับการดูแล ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ตนกำลังจะเข้าห้องน้ำ มองเห็นรถเข็นอุปกรณ์การแพทย์ และมีกรรไกรวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมา   แต่ไม่ได้จะแทงหมอ เพราะแค่หยิบขึ้นมาดู หมอก็โวยวายขึ้นมาเอง และไม่มีอะไรจะคุยกับหมอ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาจะทำร้ายหมอ จึงไม่จำเป็นที่ต้องคุยกัน เพราะมันจบแล้ว แต่ยอมรับว่า ได้พูดคำว่า “คุณหมอคะ ถ้าคุณหมอไม่รักษาตุ้งติ้ง งั้นเรามาตายด้วยกันนะ” ได้พูดประโยคนี้กับหมอจริงๆ แต่แค่พูดเล่นเฉยๆ เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ตกใจมากเช่นกัน   ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการในการดำเนินการแจ้งความกับผู้ป่วยรายดังกล่าวฐานพยายามฆ่า   เนื่องจากตามแนวทางฎีกาที่ผ่านมามีการระบุว่าการทำร้ายบริเวณต้นคอซึ่งมีเส้นเลือดสำคัญนั้นทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ถือว่าเป็นการพยายามฆ่า นอกจากนี้จะมีการส่งมอบวัตถุพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น วิดีโอ กรรไกร ให้กับเจ้าหน้ที่ตำรวจด้วย   ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า จากที่ได้รับรายงานผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคจิต อาจจะมีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพหรืออารมณ์ ขณะนี้ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น แล้ว ส่วนแพทย์หญิงนั้นส่วนตัวได้โทรคุยกับแพทย์คนดังกล่าวเพื่อให้กำลังใจ ยืนยันว่า สธ. จะดูแลช่วยเหลือเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้อนุญาตให้แพทย์หญิงลาพักและมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ขอนแก่น ลงพื้นที่ดูแลขวัญกำลังใจเต็มที่   “ส่วนที่การบอกว่าผู้บริหาร สธ.ขอให้มีการอะลุ้มอะล่วยเรื่องนี้นั้นย้ำว่าไม่มีแน่นอน ถ้าใครมีข้อมูลให้แจ้งมาที่ผม จะสั่งย้ายผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผอ.รพ. หรือ นพ.สสจ.ทันที และเอาผิดทางวินัยตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และขอความเห็นใจจากทุกๆ คนในการยุติการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบในโรงพยาบาล”   ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การกระทำครั้งนี้ถือว่าเกินกว่าเหตุยืนยันจะดำเนินคดีกับคนที่ทำร้ายแพทย์อย่างถึงที่สุด แม้จะเห็นใจกันอย่างไรแต่ป้องกันไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะแม้จะอารมณ์หงุดหงิดอย่างไรแค่ชักสีหน้าใส่หมอก็ถือว่าแย่ที่สุดแล้ว แต่การกระทำครั้งนี้ถึงขั้นเอาชีวิตจะชื่นชมหรือเห็นใจคงไม่ได้จำต้องปกป้องคนของตนเอง   ส่วนมาตรการในการป้องกันหลังจากนี้นายอนุทินกล่าวว่าจะต้องเข้มงวด ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น นี้ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณะสุขไปเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์หญิงที่ถูกทำร้ายทั้งนี้หากมีเวลาก็จะไปเยี่ยมด้วยตนเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yAiFrObI5_U

 106,305
อาชญากรรม
12 ธ.ค. 62

คนไข้ปัดคว้ากรรไกรแทงหมอ อ้างหยิบมาดูเฉยๆ-แค่พูดเล่นชวนมาตายด้วยกัน สธ.สั่งเอาเรื่องถึงที่สุด ฐานพยายามฆ่า

ขอนแก่น-จากกรณีแพทย์หญิง ร.พ.รัฐแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ถูกคนไข้สาวใช้กรรไกพยายามแทงคอแต่โชคดี แพทย์หญิงใช้แฟ้มเหล็กยกบังไว้ และมีคนเข้าไปห้ามได้ทัน จึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากความเครียด เนื่องจากระหว่างช่วงที่เกิดเหตุนั้น คนไข้รายนี้บอกกับแพทย์หญิงว่า มาตรวจช้า และอ้างตัวว่าเป็นลูกเทพ ก่อนที่แพทย์หญิงคนดังกล่าวจะไปแจ้งความ ตามที่เสอนข่าวไปแล้วนั้น   ในเวลาต่อมาแม่ของผู้ก่อเหตุชี้แจงว่า ลูกสาวป่วยเป็นโรคจิตซึมเศร้ามานานเคยรักษาและรับยาจากโรงพยาบาลนครสวรรค์มารับประทาน รวมถึงมีโรคประจำตัวคือโรคภูมิแพ้ ที่จะมีอาการแพ้เฉียบพลันและจะไม่รู้ตัว ซึ่งก็รักษาและกินยามาอย่างต่อเนื่องเช่นกันและลูกสาวก็ไม่เคยเกิดอาการแบบนี้มาก่อน กระทั่งมาอยู่ที่อำเภอชุมแพ แพทย์ที่โรงพยาบาลชุมแพ หักดิบ ไม่ให้กินยาตัวเดิม และทำการรักษาเฉพาะอาการภูมิแพ้ หลังเกิดเหตุ ลูกสาวแม่ก็มีอาการปกติ และถูกส่งตัวมารักษาต่อที่รพ.ขอนแก่น อาการลูกสาวก็ปกติ และไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ   ด้านผู้ก่อเหตุเล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ตั้งใจ ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายหมอ เพราะในความจริงแล้ว ตัวเองมารักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่กลางคืนก็ไมมีใครมาดูแล เช้าแพทย์รายดังกล่าวมาตรวจคนไข้ในห้องดังกล่าว จึงเดินไปบอกหมอให้มาตรวจ แต่หมอบอกว่าคอยก่อน จึงรู้สึกว่าตนไม่ได้รับการดูแล ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นช่วงที่ตนกำลังจะเข้าห้องน้ำ มองเห็นรถเข็นอุปกรณ์การแพทย์ และมีกรรไกรวางอยู่ จึงหยิบขึ้นมา   แต่ไม่ได้จะแทงหมอ เพราะแค่หยิบขึ้นมาดู หมอก็โวยวายขึ้นมาเอง และไม่มีอะไรจะคุยกับหมอ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาจะทำร้ายหมอ จึงไม่จำเป็นที่ต้องคุยกัน เพราะมันจบแล้ว แต่ยอมรับว่า ได้พูดคำว่า “คุณหมอคะ ถ้าคุณหมอไม่รักษาตุ้งติ้ง งั้นเรามาตายด้วยกันนะ” ได้พูดประโยคนี้กับหมอจริงๆ แต่แค่พูดเล่นเฉยๆ เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ตกใจมากเช่นกัน   ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สธ.ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการในการดำเนินการแจ้งความกับผู้ป่วยรายดังกล่าวฐานพยายามฆ่า   เนื่องจากตามแนวทางฎีกาที่ผ่านมามีการระบุว่าการทำร้ายบริเวณต้นคอซึ่งมีเส้นเลือดสำคัญนั้นทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ถือว่าเป็นการพยายามฆ่า นอกจากนี้จะมีการส่งมอบวัตถุพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่น วิดีโอ กรรไกร ให้กับเจ้าหน้ที่ตำรวจด้วย   ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า จากที่ได้รับรายงานผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคจิต อาจจะมีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพหรืออารมณ์ ขณะนี้ได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น แล้ว ส่วนแพทย์หญิงนั้นส่วนตัวได้โทรคุยกับแพทย์คนดังกล่าวเพื่อให้กำลังใจ ยืนยันว่า สธ. จะดูแลช่วยเหลือเต็มที่ ซึ่งขณะนี้ได้อนุญาตให้แพทย์หญิงลาพักและมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ขอนแก่น ลงพื้นที่ดูแลขวัญกำลังใจเต็มที่   “ส่วนที่การบอกว่าผู้บริหาร สธ.ขอให้มีการอะลุ้มอะล่วยเรื่องนี้นั้นย้ำว่าไม่มีแน่นอน ถ้าใครมีข้อมูลให้แจ้งมาที่ผม จะสั่งย้ายผู้บริหารที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ผอ.รพ. หรือ นพ.สสจ.ทันที และเอาผิดทางวินัยตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และขอความเห็นใจจากทุกๆ คนในการยุติการก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบในโรงพยาบาล”   ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การกระทำครั้งนี้ถือว่าเกินกว่าเหตุยืนยันจะดำเนินคดีกับคนที่ทำร้ายแพทย์อย่างถึงที่สุด แม้จะเห็นใจกันอย่างไรแต่ป้องกันไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะแม้จะอารมณ์หงุดหงิดอย่างไรแค่ชักสีหน้าใส่หมอก็ถือว่าแย่ที่สุดแล้ว แต่การกระทำครั้งนี้ถึงขั้นเอาชีวิตจะชื่นชมหรือเห็นใจคงไม่ได้จำต้องปกป้องคนของตนเอง   ส่วนมาตรการในการป้องกันหลังจากนี้นายอนุทินกล่าวว่าจะต้องเข้มงวด ระมัดระวังมากยิ่งขึ้น นี้ได้สั่งการให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณะสุขไปเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์หญิงที่ถูกทำร้ายทั้งนี้หากมีเวลาก็จะไปเยี่ยมด้วยตนเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yAiFrObI5_U

 106,305
สังคม-อาชญากรรม
11 ธ.ค. 62

เพื่อนบ้านหัวร้อน ล็อกคอหนุ่มวิน จยย.ยิงหัวดับ ปมจอดรถขวางทางเข้าออกบ้าน

ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณทางเดินชุมชนโรงหมู แขวงและเขตคลองเตย   จุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่พบกองเลือดขนาดใหญ่ พบผู้บาดเจ็บคือ นายสมชาย ยอดเพ็ชร อายุ 21 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด.38 จำนวน 2 นัดเข้าที่ท้องและศีรษะ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายนายพิทักษ์ หอมจิตร อายุ 23 ปี ถูกลูกหลง กระสุนปืนเข้าที่ท้อง ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทย   ครอบครัวผู้ตายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนด์เทา จะถอยรถเข้าบ้าน แต่ถอยไม่ได้ เพราะติดรถจักรยานยนต์กลุ่มเพื่อนผู้ตายที่จอดขวาง จึงตะโกนให้มาขยับรถ แต่เกิดมีปากเสียงกับผู้ตายที่เพิ่งจะกลับจากวิ่งรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ผู้ก่อเหตุจึงเอาปืนจาก แฟนสาว มายิงใส่ท้องผู้ตาย ก่อนจะล็อกคอแล้วยิงซ้ำเข้าที่หัวอีก 1 นัด จากนั้นทางกลุ่มเพื่อนน้องชายพยายามจะเข้ามาช่วย แต่โดนลูกหลงไปด้วย   ทั้งนี้ครอบครัวกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุมีฐานะดี ครอบครัวทำธุรกิจค้าขายเนื้อวัว อยู่ตลาดคลองเตย ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะกับบ้านตนหลายครั้ง จนมีการแจ้งความดำเนินคดีทั้งยิงใส่บ้านจนทำให้ตนบาดเจ็บ และอีกครั้งปล่อยสุนัขพันธุ์พิตบูลมากัด แต่ก็ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ เชื่อมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง   พร้อมยืนยันว่าผู้ตายเป็นเด็กดี ขณะนี้กำลังประกอบอาชีพขี่จักรยานยนต์รับจ้างเพื่อหาเงินมาบวชแทนคุณพ่อแม่ และขณะนี้ผู้ตายยังอยู่ระหว่างเก็บเงินเพื่อจะบวชทดแทนบุญคุณมารดา แต่กลับมาเกิดเหตุขึ้นก่อน ดังนั้นครอบครัวจึงยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายคณภร เมืองเอี่ยม หรือ นุ อายุ 32 ปี ผู้ต้องที่ลงมือก่อเหตุไว้ได้ พร้อมของกลางปืนลูกโม่ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระปืน .38 จำนวน 2 นัด โดยระหว่างคุมตัวเพื่อไปสถานีตำรวจ มีบรรดาญาติและกลุ่มเพื่อนของผู้ตาย กว่า 50 คน ต่างกรูที่จะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ แต่ทางตำรวจรีบนำตัวมายังสถานี ก่อนนำตัวเข้าห้องขังทันที   เบื้องต้นจากการสอบสวน เจ้าตัวให้การอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YLNHf5JYKqY

 3,748
อาชญากรรม
11 ธ.ค. 62

เพื่อนบ้านหัวร้อน ล็อกคอหนุ่มวิน จยย.ยิงหัวดับ ปมจอดรถขวางทางเข้าออกบ้าน

ตำรวจ สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงวัยรุ่นจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณทางเดินชุมชนโรงหมู แขวงและเขตคลองเตย   จุดเกิดเหตุเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่พบกองเลือดขนาดใหญ่ พบผู้บาดเจ็บคือ นายสมชาย ยอดเพ็ชร อายุ 21 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ขนาด.38 จำนวน 2 นัดเข้าที่ท้องและศีรษะ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนอีกรายนายพิทักษ์ หอมจิตร อายุ 23 ปี ถูกลูกหลง กระสุนปืนเข้าที่ท้อง ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทย   ครอบครัวผู้ตายเล่าว่า ผู้ก่อเหตุขับรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนด์เทา จะถอยรถเข้าบ้าน แต่ถอยไม่ได้ เพราะติดรถจักรยานยนต์กลุ่มเพื่อนผู้ตายที่จอดขวาง จึงตะโกนให้มาขยับรถ แต่เกิดมีปากเสียงกับผู้ตายที่เพิ่งจะกลับจากวิ่งรถจักรยานยนต์ รับจ้าง ผู้ก่อเหตุจึงเอาปืนจาก แฟนสาว มายิงใส่ท้องผู้ตาย ก่อนจะล็อกคอแล้วยิงซ้ำเข้าที่หัวอีก 1 นัด จากนั้นทางกลุ่มเพื่อนน้องชายพยายามจะเข้ามาช่วย แต่โดนลูกหลงไปด้วย   ทั้งนี้ครอบครัวกลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผู้ก่อเหตุมีฐานะดี ครอบครัวทำธุรกิจค้าขายเนื้อวัว อยู่ตลาดคลองเตย ก่อนหน้านี้เคยมีเรื่องทะเลาะกับบ้านตนหลายครั้ง จนมีการแจ้งความดำเนินคดีทั้งยิงใส่บ้านจนทำให้ตนบาดเจ็บ และอีกครั้งปล่อยสุนัขพันธุ์พิตบูลมากัด แต่ก็ไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ เชื่อมีผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง   พร้อมยืนยันว่าผู้ตายเป็นเด็กดี ขณะนี้กำลังประกอบอาชีพขี่จักรยานยนต์รับจ้างเพื่อหาเงินมาบวชแทนคุณพ่อแม่ และขณะนี้ผู้ตายยังอยู่ระหว่างเก็บเงินเพื่อจะบวชทดแทนบุญคุณมารดา แต่กลับมาเกิดเหตุขึ้นก่อน ดังนั้นครอบครัวจึงยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด   ขณะที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายคณภร เมืองเอี่ยม หรือ นุ อายุ 32 ปี ผู้ต้องที่ลงมือก่อเหตุไว้ได้ พร้อมของกลางปืนลูกโม่ยี่ห้อ สมิธแอนด์เวสสัน จำนวน 1 กระบอก และปลอกกระปืน .38 จำนวน 2 นัด โดยระหว่างคุมตัวเพื่อไปสถานีตำรวจ มีบรรดาญาติและกลุ่มเพื่อนของผู้ตาย กว่า 50 คน ต่างกรูที่จะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ แต่ทางตำรวจรีบนำตัวมายังสถานี ก่อนนำตัวเข้าห้องขังทันที   เบื้องต้นจากการสอบสวน เจ้าตัวให้การอ้างว่าเป็นการป้องกันตัว อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน ,พยายามฆ่าผู้อื่นโดยใช้อาวุธปืน และพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YLNHf5JYKqY

 3,748
สังคม-อาชญากรรม
23 ส.ค. 62

สาวผวา ถูกแฟนเก่าเผารถ-ขู่ราดน้ำกรดใส่อวัยวะเพศ ถ้าไม่ยอมมีเซ็กส์ด้วย

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Red Skull Endgame ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ร้องเรียนเข้ามายังเพจ ว่าน้องสาวทุกแฟนเก่าทำร้ายร่างกายจนต้องหนีมาอยู่ด้วย   จากนั้นได้มีการตามมาขอคืนดีแต่น้องสาวไม่ยอม จึงถูกทำร้ายพร้อมทั้งเผารถและขู่จะราดน้ำกรดอีกด้วย ซึ่งหลังจากเข้าแจ้งความตำรวจได้ออกหมายเรียกพร้อมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น แต่ผู้เสียหายอยากให้ตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี   นางสาวพรพรรณ ผู้เสียหายให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ว่า ตนคบหากับนายเตี้ยมานานกว่า 12 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน กระทั่ง 3 ปีให้หลังเริ่มมีปัญหากัน จนถูกนายเตี้ยทำร้ายร่างกายอย่างหนัก เนื่องจากหึงหวงคิดว่าตนมีชู้ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ตนทนไม่ไหวจนต้องหนีไปอยู่กับพี่สาว แต่ก็ยังให้นายเตี้ยมาพบลูกได้เป็นครั้งคราว โดยนายเตี้ยได้พยายามขอคืนดีมาตลอด แต่ตนไม่ยอม   กระทั่งวันที่ 14 ส.ค. นายเตี้ยมาหาที่บ้านพี่สาว ซึ่งขณะนั้นพี่สาวอยู่บนบ้านและตนทำงานอยู่ในครัว นายเตี้ยได้ตามเข้ามาหาตนที่ในครัว ขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยภายในครัว พร้อมใช้สก็อตเทปปิดปากตน และขู่ว่าหากตนไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยจะใช้น้ำกรดราดใส่อวัยวะเพศและใบหน้าของตน โดยบอกว่าหากตนเสียโฉมและอวัยวะเพศเน่าแล้วจะมีใครเอาอีกไหม และถ้าเขาไม่ได้คนอื่นก็ต้องไม่ได้เช่นกัน   ขณะนั้นตนกลัวมาก แต่ก็พยายามจะประครองสติเพื่อหาทางรอดให้ได้ โดยบ่ายเบี่ยงให้นายเตี้ยไปมีเพศสัมพันธ์กับตนในห้องนอนแทน ซึ่งนายเตี้ยได้คล้อยตามและพยายามพาตนขึ้นห้องนอน เป็นจังหวะที่พี่สาวตนลงมาเห็นเหตุการณ์พอดี นาสเตี้ยจึงดึงมีดที่พกมาด้วยออกมา ไล่ฟันและทำร้ายพี่สาวตน จังหวะนั้นตนจึงรีบวิ่งหนีออกไปนอกบ้านและวิ่งเข้าบ้านข้างๆที่เปิดประตูอยู่ จากนั้นนายเตี้ยได้ย้อนกลับมาทำร้ายพี่สาวตนอีกครั้ง แต่เคราะห์ดีที่พี่สาวปิดประตูบ้านล็อคกลอนทัน นายเตี้ยจึงไม่สามารถเข้ามาทำร้ายได้   ต่อมา เวลาประมาณตีสามของวันที่ 15 ส.ค. นายเตี้ยได้กลับมาใช้หินทุบรถแท็กซี่ของพี่เขยที่จอดอยู่หน้าบ้าน แล้วราดน้ำมันเบนซินก่อนจุดไฟเผา ซึ่งหลังจากได้ยินเสียง ต่างรีบวิ่งออกมาดูและช่วยกันดับไฟ โดยใช้เวลาในการดับไฟประมาณ 15 นาที   หลังจากนั้นนายเตี้ยได้ติดต่อกลับมาและสารภาพว่าได้เอาเผาของพี่เขยตนจริง พร้อมขู่ว่าหากชีวิตเขาพัง ชีวิตของตนและครอบครัวก็ต้องพังด้วย ตนจึงอัดคลิปเสียงไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ภายหลังตำรวจได้แจ้งข้อหาเพียงทำร้ายร่างกายกับนายเตี้ยเท่านั้น   ตนอยากจะให้ตำรวจดำเนินคดีกับนายเตี้ยในข้อหาพยายามฆ่า เนื่องจากตนมองว่านายเตี้ยได้เตรียมการมาอย่างดี ในวันเกิดเหตุ นายเตี้ยได้พกพาทั้งสก๊อตเทป ลวด และน้ำกรด ส่อถึงเจตนาพยายามจะฆ่าตนให้ตาย ซึ่งหากพี่สาวตนไม่ลงมาพบเหตุการณ์ตนก็คงตายไปแล้ว โดยขณะนี้ตนและครอบครัวอยู่กันอย่างหวาดระแวง ไม่เป็นอันกินอันนอน จึงอยากวอนให้ตำรวจช่วยจับกุมตัวนายเตี้ยมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด   อย่างไรก็ตาม ฝากถึงนายเตี้ย อยากให้มารับผิดชอบในสิ่งที่ก่อไว้ อยากให้ยุติทุกอย่าง ไม่ทำอะไรที่ร้ายแรงไปมากกว่านี้ คิดถึงลูกให้มากๆ เพราะหากใครซักคนเป็นอะไรไป ลูกก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย   ด้านตำรวจแจ้งว่า สาเหตุที่แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายในเบื้องต้นนั้น เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ซึ่งตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและจะทำการสืบสวนหาหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lbmyxZM-R5U  

 5,862
สังคม-อาชญากรรม
21 ส.ค. 62

หนุ่ม จยย.หัวร้อน ควักมีดแทงอกแท็กซี่ ย่องมอบตัว อ้างโกรธโดนบีบแตร โดนข้อหาหนักพยายามฆ่า

จากกรณีหนุ่มจยย.หัวร้อน ควักมีดขู่ จ้วงแทงหน้าอกคนขับแท็กซี่ ล่าสุดเมื่อกลางดึกของวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.แสมดำ ทราบชื่อ คือ นายสิทธิชัย อุไร อายุ 27 ปี พร้อมของกลางเป็นรถจยย. และชุดที่ใช้ในวันเกิดเหตุ   โดยผู้ต้องหาเผยเหตุการณ์ว่า ตนขับรถจยย.มาทางขวา เพื่อจะไปหาคุณพ่อที่ป่วยเป็นแผลติดเชื้อในกระแสเลือด แต่ไปเจอกับแท็กซี่ซึ่งตนเข้าใจว่าจะไปทางขวา จังหวะทางแคบ แท็กซี่เบี่ยงมาเลน 1 ซึ่งขณะนั้นตนอยู่เลน 2 พอเห็นมีช่องว่างเลยแซงขึ้นมา แต่แท๊กซี่ได้บีบแตรใส่ ตนไม่เข้าใจว่าจะบีบเพื่ออะไร   ประกอบกับสภาพจิตใจเวลานั้นตนมีปัญหาทางครอบครัว เลยมีความโกรธมากที่ถูกแท็กซี่บีบแตรใส่ไม่มีเหตุผล จึงขับรถไปประกบฝั่งขวาแท็กซี่ ทุบกระจกให้จอด แต่แท็กซี่ไม่ยอมจอด เลยขับแซงขึ้นไปแล้วเบรก จนแท็กซี่ชน   “ผมโกรธมาก เดินไปเคาะกระจก พอแท็กซี่ลดกระจกลง ผมเลยใช้มีดแทงเข้าที่อกเลย แต่พอผมเห็นหน้าคนขับอายุเยอะ เลยยั้งมือทัน แล้วเปลี่ยนเป็นต่อยหน้าแทน โดยต่อยไปทั้งหมด 2 มัด ในรถ 1 มัด และหน้ารถ 1 มัด”   “จากนั้นได้คุยกัน แต่ผมยังไม่หายโกรธต่อยเขาไปอีก ปกติผมไม่ได้พกมีด แต่วันนั้นพ่อกับแม่เอาผลไม้มาฝากแล้วที่บ้านเป็นบ้านใหม่ ไม่มีเครื่องครัว เลยเอามีดจากบริษัทไป เหตุการณ์ครั้งนี้ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมอารมณ์ร้อนแล้วไม่สามารถควบคุมตัวเองได้” โดยหลังเกิดเหตุตนไม่ได้หลบนี้ยังช่วยกู้ภัยทำแผลจนส่งไปโรงพยาบาล   ด้านนายกิติพงษ์ มากจงดี คนขับรถแท็กซี่ เผยว่า ตนรู้สึกสบายใจ ซึ่งตนได้พบกับผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาก็กล่าวขอโทษแล้ว ตนก็ยกโทษให้ แต่คดีความก็ยังต้องดำเนินต่อไป ตามตัวกฎหมาย   ต่อมาพันตำรวจเอกอำนาจ หาญชนะ ผู้กำกับการสน.แสมดำ พร้อมทีมสืบสวนสอบสวน และตัวผู้ต้องหาเข้าประชุมหารือ เห็นสมควรแจ้งข้อหาเพิ่มเติม เห็นสมควรว่าควรเพิ่มข้อกล่าวอีก 1 ข้อหา เป็นพยายามฆ่า โดยพิจารณาจากอาวุธมีดที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ ทำให้ผู้ต้องหารายนี้มีการตั้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา ประกอบด้วย   ข้อหาขับ จยย. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / ขับรถโดยประมาทไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น / พกพาอาวุธมีดไปในเขตเมืองและที่สาธารณะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย และข้อพยายามฆ่า โดยต่อไปเจ้าหน้าจะนำตัวไปขออำนาจศาลขังต่อไป เนื่องผู้ต้องหาได้เดินทางมามอบตัวกับเจ้าพนักงานเอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะไม่มีสิทธิในการขัง ซึ่งผู้ต้องหาสามารถขอประกันตัวได้ในชั้นศาล   อย่างไรก็ตาม ทางญาติของนายสิทธิชัย ไม่สามารถหาหลักทรัพย์มายื่นขอประกันตัวต่อศาลได้ทัน ทำให้ต้องส่งตัวผู้ต้องหาเข้าเรือนจำตามกฎหมาย ซึ่งหากทางญาติหาหลักทรัพย์ได้แล้ว ก็ยื่นขอศาลในภายหลังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/R2DC_2WO0qc

 1,698
แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ก.ค. 62

ตร.โต้หนุ่มบิ๊กไบค์ ปัดกำคลัทช์จนรถพุ่ง ชี้พยายามหนีเพราะไม่มีใบขับขี่

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘ตรัยภพ ขอนขาว’ โพสต์คลิปจากกล้องติดหมวกกันน็อกของตนเอง เผยเหตุการณ์ขณะที่กำลังขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ไปทานข้าวกลางดึก บังเอิญเจอด่านตรวจทางตำรวจได้เรียกจอด โดยมีเจ้าหน้าที่รุมล้อม 3 นาย  จู่ ๆ รถได้พุ่ง เบิ้ลเครื่องดัง 1 ครั้งคล้ายพยายามจะขี่หนีแล้วล้มเสียหาย โดยเจ้าที่พูดว่า “จะขับหนีทำไม” จากนั้นตำรวจคนอื่นๆ ก็พากันวิ่งมาที่รถบิ๊กไบค์ โต้เถียงกันเสียงดัง   โดยเจ้าของรถระบุว่า “ไม่ได้มีเจตนาหนี ผมมีกล้อง” และบอกให้ตำรวจใจเย็น ๆ มีคนกำคลัทช์ผมเครื่องมันแรงมันเร่งเอง ขณะที่ตำรวจอ้างว่าผู้ขับขี่พยายามเบิ้ลเครื่องจะหนีจึงยืนขวางดันหน้ารถไว้ และจะดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน เจ้าของรถยืนยันว่าไม่ได้ขี่หนี ตนเองชะลอรถขี่มาช้า ๆ ก่อนถึงด่านตรวจและไม่ได้เมา   จากนั้นตำรวจช่วยพยุงรถขึ้น ขอภาพจากกล้องติดหมวกคนขี่บิ๊กไบค์เพื่อเป็นหลักฐาน บอกให้ถอดหมวกกันน็อกออกเพื่อถ่ายภาพ พร้อมขอดูใบขับขี่รถจักรยานยนต์แต่คนขี่บิ๊กไบค์ยื่นใบขับขี่รถยนต์ให้และคลิปก็ถูกตัดจบก่อน จึงไม่ทราบว่ามีใบขับขี่รถจักรยานยนต์หรือไม่   หลังคลิปนี้แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นหลากหลาย บ้างก็บอกว่าผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ตั้งใจแหกด่านตรวจ หากจอดรถให้ตรวจดี ๆ ก็ไม่เกิดเรื่องรถก็ไม่ได้รับความเสียหาย บ้างก็ระบุว่า ดูคลิปกี่ครั้ง ๆ เห็นได้ชัดว่าคนขี่บิ๊กไบค์ตั้งใจจะหลบหนีด่านตรวจ   ขณะที่บางส่วนวิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจจราจร เหมือนมีตำรวจทั้งฝั่งซ้ายกำคลัทช์ และตำรวจคนที่อยู่ฝั่งขวาพยายามดันแฮนด์รถเพื่อให้รถหยุดหรือไม่ จนเป็นเหตุให้รถเสียการทรงตัว ผู้ขับขี่จึงเผลอบิดคันเร่งทำให้รถพุ่งล้มลง  บางคนบอกว่ารถบิ๊กไบค์เป็นเกียร์แมนนวล หากผู้ขับขี่บิดคันเร่งอยู่และมีการใช้มือกำคลัทช์ อาจทำให้เครื่องเบิ้ลดังได้ตามคลิป   ด้านนายตรัยภพ  ขอนขาว  อายุ 25 ปี เจ้าของรถบิ๊กไบค์ เผยว่า ตนกำลังขี่รถกำลังไปทานข้าวกับแฟนสาวย่านอ่อนนุช ระหว่างที่ขี่ข้ามสะพานคลองขุนสกล ก่อนถึงด่านตรวจ 300 เมตร ตนชะลอรถช้าๆ ด้วยความเร็วไม่เกิน 20 กิโลเมตร/ชั่วโมง สังเกตเห็นไฟกะพริบ ไม่คิดว่าเป็นด่านตรวจ นึกว่าเป็นไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าบีทีเอส    พอถึงด่านตรวจเห็นตำรวจเรียกจอดจึงชะลอรถเบี่ยงซ้ายเพื่อจอดรถ จังหวะนั้นตำรวจกรูเข้าชุลมุนมีมือไปปัดแฮนด์รถทั้งฝั่งซ้ายและขวา ดึงแขน และกำคลัทช์ทำให้รถกระชาก บิดคันเร่งตามคลิปที่ปรากฎ ไม่ได้ตั้งใจขี่แหกด่านเพราะหากจะหนีด่านตรวจจริงต้องขี่ด้วยความเร็ว ยอมรับไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์เนื่องจากไม่ได้พกมาด้วย พกแค่ใบขับขี่รถยนต์  ไม่ได้เมาเพราะดื่มเหล้าไม่เป็น   เจตนาที่ตนโพสต์คลิปลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เพราะเก็บไว้เป็นหลักฐานกลัวคลิปหาย หวั่นนำรถไปเคลมประกันไม่ได้ แต่มีคนเข้ามาแชร์คลิปจำนวนมาก อย่างไรก็ตามตนติดใจที่ตำรวจพูดจาไม่ดีและจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่า   ขณะที่ พ.ต.ท.สรรเพชญ์ จิระอัครากุล สารวัตรจราจร สน.พระโขนง  ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้ดันแฮนด์รถหรือกำคลัทช์ตามที่ถูกกล่าวอ้างจนทำให้รถพุ่ง ที่ได้ยินเสียงเบิ้ลรถเพราะเขาบิดจะขี่หนี ไม่เกี่ยวว่าตำรวจไปกำคลัทช์แต่อย่างใด ใครขี่มอเตอร์ไซต์จะรู้ดี จะโทษว่าตำรวจกำคลัทช์เป็นข้ออ้างหลบหนีความผิดไม่ได้   ส่วนที่ตำรวจพูดว่าจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้น เป็นการพูดเพื่อปรามต้องการให้จอดรถเท่านั้น ต้องการให้รู้ว่าคดีร้ายแรง ยืนยันไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหานี้ แต่หากพุ่งชนเจ้าพนักงานจนเกิดเหตุรุนแรงก็มีความจำเป็นต้องตั้งข้อหานี้   โดยวันเกิดเหตุคนขี่บิ๊กไบค์ขี่รถขึ้นสะพานข้ามคลองมาด้วยความเร็ว ข้างหน้ามีด่านตรวจตามยุทธวิธีถูกต้อง ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นในระยะไกลได้ พอลงสะพานดังกล่าวใกล้ด่านตรวจคนขี่บิ๊กไบค์ได้ชะลอ เจ้าหน้าที่สั่งให้จอดแต่หนุ่มบิ๊กไบค์ตั้งใจบิดหนี ตำรวจได้ขวางหน้ารถไว้จึงเกิดเหตุชุลมุนขึ้น   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนขับขี่บิ๊กไบค์มาพูดคุยทำความเข้าใจกันที่โรงพัก ทำบันทึกจับกุมเปรียบเทียบปรับ แจ้ง 3 ข้อหา ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถ จยย. / ไม่มีหลักฐานการครอบครองรถขณะเรียกตรวจ / ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนให้มองเห็นเด็นชัด ซึ่งผู้ขับขี่ยอมรับผิด แต่ไม่เข้าใจทำไมถึงนำคลิปมาโพสต์จนเป็นประเด็นอีก ทั้งนี้ตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบก พบว่า นายตรัยภพ ไม่เคยทำใบขับขี่รถ จยย.เลย   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้คลิปมาจากตำรวจ เป็นเหตุการณ์หลังเกิดเหตุชุลมุน โดยคลิปดังกล่าวตำรวจกำลังตรวจสอบใบขับขี่รถ จยย. ก่อนจะเชิญตัวนำรถไปตรวจสอบที่โรงพัก ซึ่งคนขี่บิ๊กไบค์ก็โต้เถียงบอก “อยากให้เรื่องเรียบง่ายกว่านี้” พยายามบ่ายเบี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ntXlFI0ZF6A

 5,950
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ค. 62

แจ้งข้อหาพยายามฆ่า หนุ่ม bmw ชน ตร.คาด่านจ่ายเงิน หมวดเบนซ์ ยันไม่ได้พกอาวุธ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่โรงพยาบาลตำรวจ เข้าเยี่ยมอาการ ร.ต.ท.จิตต์เกษม จันทร์รัก หรือหมวดเบนซ์ ผู้บังคับหมวด สบ.1 กองร้อยที่ 2 กองกำกับการอารักขา 1 กองบัญชาการอารักขาควบคุมฝูงชน   ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ รถเก๋ง BMW ชน บริเวณบริเวณด่านเก็บเงินธัญบุรี อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฏาคม ที่ผ่านมา โดยอาการบาดเจ็บพบว่ากระดูกหักที่ไหล่ซ้ายและขาซ้าย ขณะนี้แพทย์ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว โดยมีการใส่เหล็กดามไว้ ส่วนบาดแผลถลอก ที่ใบหน้าซ้าย และตามร่างกาย น่าจะเกิดจากตอนที่ถูกครูดไปตามพื้นถนน นอกจากนี้ยังพบเลือดออกบริเวณนัยน์ตาอีกด้วย   ร.ต.ท.จิตต์เกษม ยืนยันว่ารถของคู่กรณีได้มาปาดหน้าอย่างกระชั้นชิด จนเกิดการเฉี่ยวชน แต่คู่กรณีไม่หยุดรถลงมาเจรจาและขับรถต่อไป กระทั่งมาถึงบริเวณหน้าด่านเก็บเงินก็ได้พยายามขับรถมาขวางเพื่อให้หยุดลงมาเจรจาแต่ไม่ทัน จึงวิ่งลงจากรถมาโบก แต่ถูกคู่กรณีขับรถพุ่งชนตามที่ปรากฎในคลิป   นอกจากนี้ยืนยันตนเองไม่มีอาวุธปืน เนื่องจากไม่เคยซื้อปืนหรือพกปืนขณะปฎิบัติหน้าที่ เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่อารักขา มีข้อห้ามเกี่ยวกับการพกอาวุธ   ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัย ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ระยะที่หมวดเบนซ์อยู่บนฝากระโปรงรถของคู่กรณี ยาวถึง 51 เมตร และคู่กรณีที่เป็นรถ BMW มีการจงใจขับขี่สะบัด ให้หมวดเบนซ์ตกลงจากฝากระโปรงและขับขี่หลบหนีไป ประกอบกับจากการลงพื้นที่พบว่า การที่คู่กรณีอ้างว่ามองไม่เห็นว่าหมวดเบนซ์พุ่งเข้ามาขวาง เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมในจุดเกิดเหตุ สามารถมองเห็นได้ แต่ตัวคู่กรณีเลือกที่จะพุ่งชนเอง จึงสันนิฐานเบื้องต้นได้ว่า เป็นการจงใจขับขี่พุ่งชน   ขณะที่ประเด็นที่คู่กรณีอ้างว่าเหตุผลที่ต้องขับขี่หนีไปเพราะกลัวจะถูกยิง จากการตรวจสอบวงจรปิดและดูสภาพโดยรอบแล้วไม่พบว่าขณะที่หมวดเบนซ์ตกจากรถของคู่กรณีมีวัสดุ หรืออาวุธใดตกหล่น จึงสันนิษฐานได้ว่าไม่ได้มีการถืออาวุธอยู่ในมือแต่อย่างใด   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อ คือ พยายามฆ่า / ขับรถประมาทหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่ร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่น / ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น และขับรถในทางทำให้เกิดความเสียหายแก่ยุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นแล้วหลบหนีไป ไม่หยุดช่วยเหลือแจ้งเหตุแสดงตนแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทราบทัน ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา   พร้อมยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่มีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และที่ต้องเดินทางมาพบ ร.ต.ท.จิตต์เกษม ด้วยตนเองเนื่องจากภรรยา ของ ร.ต.ท.จิตต์เกษม มีการทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมา จึงลงมาดูด้วยตนเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jEsEyGQPRyk

 4,349
สังคม-อาชญากรรม
23 ก.พ. 62

มอบตัวแล้ว! สิบล้อชักปืนยิงใส่เก๋ง รับก่อเหตุจริง ตร.แจ้งข้อหาพยายามฆ่า

คนขับรถสิบล้อ ที่ก่อเหตุใช้ปืนยิงใส่รถยนต์สีขาว บนถนนเทพรักษ์ ช่วงคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้ามอบตัวแล้ว สารภาพก่อเหตุจริง สาเหตุเพราะขับรถปาดหน้ากับคู่กรณี ก่อนบีบแตร และยกไฟสูงใส่    นายสุรศักดิ์ อินชลานุช อายุ 25 ปี คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ผู้ต้องหา เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขนเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พร้อมกับนำอาวุธปืน ที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้กับตำรวจ    จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยมีสาเหตุ เนื่องจากขับรถปาดหน้ากัน ก่อนบีบแตร และยกไฟสูงใส่กันกับคู่กรณี จึงบันดาลโทสะ และใช้อาวุธปืน ซึ่งเป็นบีบีกัน ที่ถูกนำมาดัดแปลงสภาพ และมีขนาดกระสุน .38 มาใช้ก่อเหตุ แต่ไม่ได้มุ่งเอาชีวิต ซึ่งปืนกระบอกนี้ อ้างว่าเก็บมาได้จากไซด์งานก่อสร้างแห่งหนึ่ง แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน    ทั้งนี้ ขณะก่อเหตุไม่ได้ดื่มสุรามาก่อน โดยหลังเกิดเหตุ จึง ขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่คลอง 6 ก่อนไปหามารดา และเมื่อทราบข่าว จึงติดต่อผ่านนายจ้างขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ   โดยคดีนี้ มีหลักฐานสำคัญ คือ ภาพจากกล้องหน้ารถของนายณัฏฐ์ปวินท์ กุลกัลยาดี หรือ ดีเจเจมส์ ที่บันทึกเหตุการณ์บนถนนเทพรักษ์ไว้ได้ พร้อมระบุถึงเลขทะเบียนรถสิบล้อคันก่อเหตุ จนนำไปสู่การไล่ภาพจากกล้องวงจรปิด และพบรถคันก่อเหตุ จอดทิ้งไว้ที่อู่รถแห่งหนึ่ง ย่านเสรีไทย จนทราบตัวผู้ที่ก่อเหตุ   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น พร้อมคัดค้านการประกันตัว และจะนำตัวนายสุรศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันพรุ่งนี้ เวลา 10 นาฬิกา ก่อนที่ในวันจันทร์ จะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก    

 2,146
สังคม-อาชญากรรม
14 ก.พ. 62

รวบเจ้าอาวาสวัดดังใน จ.สุพรรณบุรี หลังหนีคดีพยายามฆ่านาน 15 ปี

บุกรวบเจ้าอาวาสวัดดัง ใน จ.สุพรรณบุรี ก่อคดีหลบหนีหมายจับ ‘พยายามฆ่าฯ’ 2 หมาย ไปบวชเป็นพระ นานกว่า 15 ปี จนได้ตำแหน่งเจ้าอาวาส   กองปราบปรามจับกุมตัวนายปพนสรรค์ เพ็ชร์พันธุ์ หรือ พระครูสังฆรักษ์ปพนสรรค์ กนตธัมโม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ 821/47 ลง 24 พ.ย.2547 และหมายจับศาลจังหวัดสมุยที่ 93/48 ลง 2 มิ.ย.2548 ในข้อหา ‘ร่วมกันพยายามฆ่าฯ, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมืองฯ’   สืบเนื่องจากเมื่อปี พ.ศ. 2547 นายปพนสรรค์ เพ็ชร์พันธุ์ กับพวก ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช และปี พ.ศ.2548 ก็ได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นอีกครั้งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎรธานี แล้วหลบหนีการจับกุมมาบวชเป็นพระภิกษุภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี เป็นระยะเวลาถึง15 ปี จนได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสามารถสืบสวนติดตามจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ขณะกำลังเดินทางกลับวัด  

 8,925
ต่างประเทศ
24 ธ.ค. 61

จับนักศึกษาจีนฐานพยายามฆ่า หลังวางยาพิษรูมเมทผิวสี นานหลายเดือน

สหรัฐฯ - นายหยาง นักศึกษาชาวจีน ในสหรัฐ ถูกจับในข้อหาพยายามฆ่า หลังวางยาพิษเพื่อนร่วมห้องพัก ที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยนายหยาง ผสมสารพิษที่ชื่อว่าแทลเลียม ที่มีส่วนประกอบของสารหนู ใส่ลงไปในอาหารและเครื่องดื่มของนาย จูวาน รอยัล นักศึกษารุ่นพี่ เพื่อนร่วมห้องชาวแอฟริกัน-อเมริกัน นานหลายเดือน    โดยพักหลัง นายรอยัล มีอาการวิงเวียนศีรษะ, เป็นลม, อาเจียน และรู้สึกหนาวสั่น ต้องเข้าพบแพทย์เป็นระยะ ล่าสุดมีอาการเจ็บปวดรุนแรงบริเวณแขนขาส่วนล่าง รวมทั้งอาการปวดแสบปวดร้อนรุนแรงกับอาการชา   โดยนายหยาง ยอมรับว่าซื้อสารเคมีดังกล่าวและสารอื่นๆ ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งนอกเหนือจากข้อหาพยายามฆ่า เขายังถูกตั้งข้อหาเหยียดสีผิว จากกรณีที่มีภาพกราฟฟิติเหยียดเชื้อชาติอยู่ภายในห้องในหอพักของพวกเขา  

 7,871
ข่าวภูมิภาค
02 พ.ย. 61

พ่อร้อง ตร.ทำร้ายลูกชาย ถูกยัดข้อหาพยายามฆ่า งัดหลักฐานวงจรปิด เห็นวิ่งหนีตายจนรถชน

นายบุญยิ่ง งามชื่น อายุ 61 ปี และนายนิรัญ วรสิทธิ์ อายุ 48 ปี รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหนังสือพิมพ์เท็จจริงข่าว ได้ร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่นายอภิชาติ งามชื่น อายุ 29 ปี พร้อมกับเพื่อนๆ รวมทั้งหมด 7 คน ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงร้านตำนานชล ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2559 จนกระทั่งเวลา 02.00 น.จึงได้เดินทางออกจากร้านดังกล่าว   โดยขี่รถจักรยานยนต์จะกลับที่พัก ปรากฏว่าได้มีชายฉกรรจ์ 3 คน ใช้รถยนต์เป็นพาหนะ พยายามขัดขวางไม่ให้กลับบ้าน เกรงว่าจะมีเรื่องตามมาภายหลัง จึงได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีออกมาจากร้าน หลังจากนั้นได้มีเสียงปืนดังขึ้น 3-4 นัด นายอภิชาติ เกรงว่าจะถูกทำร้าย จึงได้นำปืนออกมายิงขึ้นฟ้าขู่ไป 2 นัด หลังจากนั้นชายฉกรรจ์ทั้ง 3 คนได้ขับรถกระบะไล่ตามพร้อมทั้งล็อคตัวเพื่อนนายอภิชาติคนขี่รถจักรยานยนต์ไว้   ส่วนนายอภิชาติพยายามวิ่งหนี โดยมีรถยนต์วิ่งไล่ตามหลังจากนั้นได้เฉี่ยวชน จนล้มลง จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนตบไปที่ศีรษะและใบหน้าจนสลบ และได้มีการจัดฉากว่านายอภิชาติได้ต่อสู้ขัดขวางตำรวจ โดยไม่รู้ว่าชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นตำรวจ   ต่อมาตำรวจได้ตั้งข้อหา ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร ต่อสู่ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังจากนั้นได้มีการส่งฟ้องศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี   ทางด้านนายอภิชาติกล่าวว่า ตนวิ่งหนีจนกระทั่งถูกรถยนต์ชน หลังจากนั้นได้ถูกปืนตบเข้าบริเวณหลังศีรษะ และใบหน้า และยังถูกทำร้ายจนสลบไป   นายบุญยิ่งกล่าวว่า การร้องเรียนสื่อมวลชนในครั้งนี้ เพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากเป็นชาวบ้านแต่ต้องต่อสู้กับตำรวจ ซึ่งเป็นพนักงานของรัฐ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และเหตุที่ร้องเรียนสื่อมวลชนล่าช้า เนื่องจากเพิ่งได้หลักฐานชิ้นสำคัญคือภาพวงจรปิด ช่วงที่ชายฉกรรจ์ได้ขับรถพุ่งชนลูกชาย และลงมือทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาเหตุ ซึ่งตนพร้อมที่จะชี้แจงเรื่องจริงทั้งหมดว่าลูกชายไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางตำรวจแต่อย่างใด   ช่วงเกิดเหตุก็ไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ ภาพวงจรปิดก็พบแต่ว่าลูกชายวิ่งหนี จนกระทั่งถูกรถชน และถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จฯ ณ ศรีราชา ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นการต่อสู้กับพนักงานของรัฐเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็น ซึ่งตนจะได้นำพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T7BA3LWHQLQ

 3,314

Top