ค้นหา :

ผลการค้นหา "ความรุนแรง"

สังคม-อาชญากรรม
04 ม.ค. 62

นครศรีฯอ่วม! พายุปาบึกพ่นพิษกระทบสัญญาณโทรศัพท์ล่มแล้วเป็นบางจุด

(4 ม.ค.62) จากสถานการณ์ความรุนแรง พายุปาบึก ขึ้นฝั่งพัดถล่มพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ล่าสุด สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ในอำเภอปากพนัง และอำเภอสิชล บางจุดล่ม ส่งผลให้ประชาชนอาศัยอยู่ในพื้นที่ขาดการติดต่อกันเป็นการชั่วคราว    ทั้งนี้ในพื้นที่อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช จุดที่คาดว่าพายุจะพัดผ่าน ได้มีกระแสลมแรง และฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทางหน่วยงานราชการได้เปิดสัญญาณเสียงไซเลน ประกาศเตือนรับมือภัยพิบัติแล้ว

 4,047
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 61

ตร.โคกครามวางมาตรการป้องกันเด็กอาชีวะตีกัน ตั้งไลน์กลุ่ม ร่วมครู-ผู้ปกครอง พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงใช้ความรุนแรง

สน.โคกคราม วางมาตรการ ตั้งกลุ่มไลน์แลกข้อมูลร่วม ผู้ปกครอง-ครูประจำสถาบัน พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงใช้ความรุนแรง ป้องกันเด็กอาชีวะตีกัน   (8 พ.ย.61) จากกรณีที่มีการแชร์ภาพเด็กวัยรุ่นยกพวกตีกัน บริเวณปากซอยรามอินทรา 40 ถนนรามอินทรา ก่อนจะมีวินรถจักรยานยนต์ เข้ามาช่วยห้ามและแยกกลุ่มวัยรุ่นพร้อมจับกลุ่มวัยรุ่นส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกครามดำเนินคดี เหตุเกิดช่วงเย็นวันอังคารที่มา (6 พ.ย.61)   นายธีรพันธุ์ สกุนะรัตน์ จักรยานยนต์รับจ้าง ที่เข้าไประงับเหตุ ระบุว่า ในวันเกิดเหตุช่วงเย็นของวันอังคารขณะที่อยู่ระหว่างการรอลูกค้าที่บริเวณหน้าวินก็เห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นแต่งตัวคล้ายเด็กอาชีวะมาจอดรถเพื่อรอสัญญาณไฟที่จะมุ่งหน้าออกถนนรามอินทราขาออกก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีกลุ่มรถจักรยานยนต์วัยรุ่นอีกจำนวนหนึ่งขับตามมาด้านหลังและเริ่มมีปากเสียงก่อนจะลงมือทำร้ายร่างกายกันตนจึงวิ่งเข้าไปห้ามเพราะเห็นว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ตีกันไม่ได้มีการใช้อาวุธ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีกลุ่มเพื่อนวินจักรยานยนต์เข้ามาช่วยห้ามเพิ่มเติมและนำเด็กวัยรุ่นที่สามารถกับตัวได้เข้ามาควบคุมที่วินรอเจ้าหน้าที่มาดำเนินการทางกฎหมาย   พ.ต.ท.คมสพัสส์ ทองคำนิธิวิลากุล รองผู้กำกับการปราบปราม สน.โคกคราม ระบุว่า ในส่วนของพื้นที่สน. โคกคราม ไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายหรือพื้นที่เสี่ยงในการเกิดเหตุเด็กอาชีวะยกพวกตีกันเนื่องจากในพื้นที่ไม่ได้มีสถาบันที่เป็นกลุ่มเสี่ยงแต่หลังจากที่เกิดเหตุเด็กวัยรุ่นและเด็กอาชีวะยกพวกทำร้ายร่างกายกันบริเวณหน้าปากซอยรามอินทรา 40 ถนนรามอินทรา จิตอาสาทีสามารถจับกุมตัวเด็กที่ก่อเหตุทั้งสิ้น 17 คนมาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายก่อนจะมีการประสานให้ทางผู้ปกครองมาลงบันทึกรับทราบพฤติกรรม และทำการเปรียบเทียบปรับคนละ 500 บาท ก่อนจะปล่อยตัวกลับ และขณะเกิดเหตุไม่มีผู้เสียหายรายอื่น รวมถึงไม่พบว่ามีการใช้อาวุธเข้าทำร้ายร่างกาย จึงไม่ได้มีการแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ และข้อหาพกพาอาวุธไปในทางสาธารณะกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าว    ในส่วนของการวางมาตรการป้องกันการเกิดเหตุในลักษณะนี้ได้มีการประชุมร่วมผู้ปกครองและครูของสถาบันดังกล่าวเพื่อจัดตั้งกลุ่ม LINE และแลกเปลี่ยนข้อมูลรวมถึงการเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงในการใช้กำลังเพื่อป้องกันเหตุไม่ให้มีการก่อเหตุในลักษณะนี้ขึ้นอีก  

 1,058
แชร์ออฟเดอะเดย์
25 เม.ย. 61

สาวไลฟ์เฟซถูกซ้อมน่วม ยันเอาเรื่องแฟนหนุ่มถึงที่สุด ฝ่ายชายอ้างทำครั้งแรก ฉุนถูกด่าลามถึงพ่อแม่

เชียงใหม่-สาวไลฟ์สดโชว์ร่างสภาพสะบักสะบอม ประจานแฟนหนุ่มทำร้าย ต้นเหตุจากเรื่องหาบุหรี่ไม่เจอ เข้าพบพนักงานสอบสวน ตร.ช้างเผือก เชียงใหม่ ยันดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะถูกทำร้ายมาตลอด 3ปี ที่คบกัน ด้านแฟนหนุ่มพร้อมแม่จูงขึ้นโรงพัก แจงลงมือทำครั้งแรกเพราะถูกด่าบุพการี จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ SuperGirl VeryHero ได้มีการเผยแพร่ภาพสดแฉพฤติกรรมแฟนหนุ่มซึ่งได้ทำร้ายร่างกายคนเองด้วยสาเหตุเพียงทะเลาะกันเรื่องโยนบุหรี่ของฝ่ายชายทิ้ง โดยสภาพหญิงคนดังกล่าวมีอาการบอบช้ำที่บริเวณใบหน้า เบ้าตาข้างขวาเขียวช้ำเกือบปิด สันจมูกและริมฝีปากข้างขวามีรอยฟกช้ำ ซึ่งหญิงคนดังกล่าวได้เล่าเหตุการณ์ที่ถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายหลายครั้งด้วยความคับแค้นใจ นอกจากนี้ยังบอกอีกด้วยว่าตัวเองเคยโดนทำร้ายจนถึงขั้นถูกหามส่งโรงพยาบาล รวมทั้งเคยมีปัญหากันจนตัดสินใจกระโดดตึก 7 ชั้นเพื่อฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จและเสียเงินรักษาหลายแสนบาท แต่ที่ยังทนอยู่เพราะรักฝ่ายชายมาก และเคยแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยถูกลงโทษดำเนินคดี โดยหลังจากที่หญิงสาวรายนี้ได้ทำการไลฟ์สด ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลายพันคน และมีการแชร์คลิปไลฟ์สดออกไปอีกนับหมื่นครั้ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้เชิญตัวนายสรยุทธ โม่งปราณีต อายุ 33 ปี แฟนหนุ่มของผู้หญิงที่ถูกทำร้าย พร้อมมารดามาสอบปากคำ โดยนายสรยุทธ์อ้างว่า สาเหตุที่ลงมือทำร้ายแฟนสาว เนื่องมาจากไม่พอใจที่มีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย พาดพิงไปถึงผู้เป็นพ่อและแม่ โดยเพิ่งเคยก่อเหตุลงมือทำร้ายร่างกายแฟนสาวเป็นครั้งแรก และตัวเองเป็นคนเลี้ยงดูผู้หญิงมาตลอด 2-3 ปีที่คบกันมา   ซึ่งผู้หญิงเพิ่งจะเริ่มมีรายได้จากการขายของเมื่อไม่นานมานี้เอง ส่วนมารดายืนยันว่า ลูกชายไม่ได้เกาะผู้หญิงกินอย่างที่แฟนสาวกล่าวหา โดยทางแม่เป็นผู้จ่ายเงินเดือนให้ลูกชายใช้เดือนละ 18,000 บาท ไม่รวมค่าหอพัก ค่าซักผ้า และค่ายาคุมที่ให้ฝ่ายหญิงกิน ต่อมาผู้หญิงที่ถูกทำร้าย ที่สภาพร่างกายยังบอบช้ำ ใบหน้าบวมปูดและมีรอยฟกช้ำอย่างหนัก ได้เข้าพบ ตร.เช่นกัน ยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับแฟนหนุ่มจนถึงที่สุด พร้อมย้ำว่าตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่คบหากับแฟนหนุ่มรายนี้ ตัวเองถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด แต่หลังจากนี้จะเลิกคบกันอย่างแน่นอน   เบื้องต้น ตร.แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายกับแฟนหนุ่มที่ก่อเหตุ ส่วนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาอื่นเพิ่มเติมอักหรือไม่ต้องรอผลการตรวจร่ายกายของแฟนสาวที่ถูกทำร้ายอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเรื่องยาเสพติดที่มีการกล่าวอ้างถึงนั้น จะมีการตรวจสอบอีกครั้ง ขณะที่แฟนสาวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกายและเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วหลายครั้งแต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ นั้น ยืนยันว่าระหว่างที่ตัวเองรับผิดชอบเพิ่งได้รับทราบเหตุในครั้งนี้ แต่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bAdBsO3s9j0    

 5,896
ต่างประเทศ
12 มี.ค. 61

เปิดรายชื่อ 50 เมืองอันตรายที่สุดในโลก ‘เม็กซิโก’ ซิวแชมป์ ‘ไทย’ ไม่ติดโผ

สำนักข่าว mirror เปิดเผยรายชื่อ 50 เมืองที่มีความอันตรายมากที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นศูนย์รวมการเกิดเหตุอาชญากรรม ทั้งฆาตกรรม ลักพาตัว และคดีอาวุธปืน ฯลฯ แต่ที่น่าสนใจคือไม่มีเมืองในยุโรป, เอเชีย, ออสเตรเลีย หรือแคนาดา แตกต่างจากเมืองในอเมริกาใต้และอเมริกากลางที่พากันติดโผ โดยแชมป์ตกเป็นของเมืองโลสคาโบสจากเม็กซิโก     ขณะที่เมืองการากัสของเวเนซุเอลามีความรุนแรงรองลงมาเป็นอันดับ2 ส่งผลให้กลายเป็นเมืองหลวงที่อันตรายที่สุดในโลก ส่วนเมืองอากาปุลโกของเม็กซิโกได้อันดับ3 เมืองนาตาลในบราซิลครองที่4 และเมืองตีฮัวนารั้งอันดับ 5     งานวิจัยขององค์กรต่อต้านความรุนแรงของเม็กซิโกชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่ามากถึง 42  เมืองตั้งอยู่ในอเมริกาใต้และอเมริกากลาง มากสุดคือ บราซิล , เม็กซิโก และ เวเนซุเอลา ตามลำดับ โดยการวิจัยวัดจากอัตราการเกิดเหตุฆาตกรรมต่อจำนวนประชากร 100,000 คน     โดยเม็กซิโกมีเมืองติดอยู่ในโผมากถึง 12 เมือง เพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2015 ที่มีรายชื่อเพียง 5 เมืองเท่านั้น ขณะที่สหรัฐฯ ติดในโผนี้อยู่ 4 เมือง ได้แก่ เมืองเซนต์หลุยส์ของรัฐมิสซูรี , เมืองบัลติมอร์ในรัฐแมร์รี่แลนด์ , เมืองนิวออร์ลีนส์ของรัฐลุยเซียนา และเมืองดีทรอยต์ในรัฐมิชิแกน ส่วนแอฟริกาใต้ก็มีเมืองได้รับตำแหน่งจำนวน 3 แห่ง   เมืองโลสคาโบสของเม็กซิโก   ทั้งนี้ผู้วิจัยพบว่าประเทศฮอนดูรัสมีอัตราการเกิดอาชญากรรมลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามของรัฐบาลที่เดินหน้ากวาดล้างแก๊งอาชญากรอย่างจริงจัง ส่วนกรณีของเวเนซุเอลาที่มีตัวเลขลดลง แต่ในความเป็นจริงเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะเกิดคดีอาชญากรรมขึ้นมากมายจนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ     รายชื่อ 50 เมืองอันตรายที่สุดในโลก   1. Los Cabos, เม็กซิโก 2. Caracas, เวเนซุเอลา 3. Acapulco, เม็กซิโก 4. Natal, บราซิล 5. Tijuana, เม็กซิโก 6. La Paz, เม็กซิโก 7. Fortaleza, บราซิล 8. Victoria, เม็กซิโก 9. Guayana, บราซิล 10. Belém, บราซิล 11. Vitória da Conquista, บราซิล 12. Culiacán, เม็กซิโก 13. St Louis, สหรัฐฯ 14. Maceió, บราซิล 15. Cape Town, แอฟริกาใต้ 16. Kingston, จาไมก้า 17. San Salvador, เอลซัลวาดอร์ 18. Aracaju, บราซิล 19. Feira de Santana, บราซิล 20. Ciudad Juárez, เม็กซิโก 21. Baltimore, สหรัฐฯ 22. Recife, บราซิล 23. Maturín, เวเนซุเอลา 24. Guatemala, กัวเตมาลา 25. Salvador, บราซิล 26. San Pedro Sula, ฮอนดูรัส 27. Valencia, เวเนซุเอลา 28. Cali, โคลอมเบีย 29. Chihuahua, เม็กซิโก 30. João Pessoa, บราซิล 31. Obregón, เม็กซิโก 32. San Juan, เปอร์โตริโก 33. Barquisimeto, เวเนซุเอลา 34. Manaus, บราซิล 35. Distrito Central, ฮอนดูรัส 36. Tepic, เม็กซิโก 37. Palmira, โคลอมเบีย 38. Reynosa, เม็กซิโก 39. Porto Alegre, บราซิล 40. Macapá, บราซิล 41. New Orleans, สหรัฐฯ 42. Detroit, สหรัฐฯ 43. Mazatlán, เม็กซิโก 44. Durban, แอฟริกาใต้ 45. Campos dos Goytacazes, บราซิล 46. Nelson Mandela Bay, แอฟริกาใต้ 47. Campina Grande, บราซิล 48. Teresina, บราซิล 49. Vitória, บราซิล 50. Cúcuta, โคลอมเบีย    

 45,603
ต่างประเทศ
19 ก.พ. 61

ซุปตาร์ฮอลลีวูดแต่งชุดดำเดินพรมแดง งานประกาศรางวัล bafta ต่อต้านความรุนแรงในสตรี

ที่อังกฤษ มีงานประกาศผลรางวัลสถาบันศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์บริติช หรือ BAFTA ในกรุงลอนดอน ซึ่งไฮไลท์ที่น่าจับตามองในงานคือเหล่าซุปตาร์สาวจากทั่วโลก อาทิ เอ็มม่า วัตสัน, เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ได้ใส่ชุดสีดำเพื่อแสดงจุดยืนร่วมกับโครงการ Time’s up รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี   สำหรับงานประกาศผลรางวัล BAFTA ปีนี้ Gary Oldman จาก Darkest Hour ได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ขณะที่รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมตกเป็นของ Frances McDormand จากภาพยนตร์ Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปได้

 2,621
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 60

"บ้านไม่ใช่เวทีมวย" มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลรณรงค์ลดการใช้ความรุนแรง

ปลุกกระแสวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล ใช้แนวคิด บ้านไม่ใช่เวทีมวย ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง หยุดทำร้ายร่างกาย การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ   โดยที่ผ่านมาสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงยังเป็นปัญหาที่น่าห่วงอยู่มาก เพราะจากการเก็บข้อมูลปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปี 2559 โดยรวบรวมข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ พบข่าวความรุนแรงในครอบครัวพุ่งสูงถึง 466 ข่าว อันดับ 1 เป็นข่าวการฆ่ากัน 48.5% ข่าวฆ่าตัวตาย 17.6% ข่าวการทำร้ายกัน 17.4% ข่าวการตั้งครรภ์ไม่พร้อม 10.7% และข่าวความรุนแรงทางเพศของบุคคลในครอบครัว 5.8% อีกทั้งมูลเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดกรณีข่าวสามีฆ่าภรรยา มาจากการหึงหวง ระแวง ฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดี 78.6% นอกจากนี้ยังพบว่าปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบ 1 ใน 5   ด้านนายทสร บุณยเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เจ.วอลเตอร์ธอมสัน ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับแนวคิด บ้านไม่ใช่เวทีมวย ผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง มีจุดเริ่มต้นจากการได้พูดคุยกับทางมูลนิธิฯ พบว่าผู้ที่กระทำความรุนแรงกลับเป็นสามีที่เป็นคนที่ใกล้ชิดมากที่สุด ดังนั้น จึงใช้แนวคิดผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิง สื่อสารรณรงค์ผ่านกีฬามวยไทยที่ผู้ชายชอบดู มาใช้ต่อต้านการใช้ความรุนแรงให้ผู้ชายได้ฉุกคิด ในขณะที่กำลังเชียร์มวย โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีรูปร่างหน้าตาสวยงามดึงดูดผู้ชมชาย กลับถูกแทนที่ด้วยผู้หญิงที่ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ร่องรอยการถูกทำร้าย จึงใช้ความคิดที่ว่า ผู้ชายต้องล้อมกรอบความรุนแรงไว้เฉพาะบนสังเวียนมวยที่เป็นกีฬา มีกติกาและอย่านำความรุนแรงกลับไปที่บ้าน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิดนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมเป็นวงกว้างไปยังทุกคนในสังคมว่าความรุนแรงในบ้าน ไม่ใช่เรื่องปกติ ไม่ใช่ปัญหาภายในครอบครัว ไม่ใช่ความผิดของผู้หญิง แต่มันคือปัญหาสังคมที่ทุกคน ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมมือกันยุติความรุนแรง

 12,238
สังคม-อาชญากรรม
22 ก.ย. 60

เผยสถิติความรุนแรงในครอบครัวปี 59 สามีกระทำภรรยามากที่สุด แนะปรับทัศนคติชีวิตคู่-ลดสุรา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยสถานการณ์ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปี 2559 จากรายงานของมูลนิธิชายหญิงก้าวไกล ซึ่งได้รวบรวมสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับตลอด 1 ปี    จากการรวบรวมดังกล่าวพบว่า มีข่าวรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 466 ข่าว โดยจำแนกจากประเภทของบุคคลที่ใช้ความรุนแรงพบว่าเป็นความรุนแรงที่สามีกระทำต่อภรรยามากที่สุดถึง 71.8 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือคู่รักแบบแฟนโดยฝ่ายชายเป็นผู้กระทำ, พ่อกระทำต่อลูก และพี่น้องกระทำต่อกันตามลำดับ   และหากแยกกรณีที่สามีลงมือเป็นฝ่ายฆ่าภรรยา พบว่า 43.6 เปอร์เซ็นต์ ใช้อาวุธปืนยิง, 32.7 เปอร์เซ็นต์ ใช้มีดหรือของมีคม ขณะที่ 23 เปอร์เซ็นต์ เลือกใช้วิธีการฆ่าแบบอื่น เช่น ตบตีจนเสียชีวิต เผา ขับรถชน บีบคอ เป็นต้น โดยมูลเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการฆ่า 78.6 เปอร์เซ็นต์มาจากการหึงหวง ละแวงฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดี โดยพื้นที่ที่ก่อเหตุพบว่าในกรุงเทพมหานครมากที่สุด   และพบว่าในจำนวนข่าวความรุนแรงทุกประเภทกว่า 466 ข่าว มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 86 ข่าว หรือ 18.5 เปอร์เซนต์   ระหว่างการแถลงข่าว มีการนำนางสาวเอ (นามสมมติ) ผู้ที่ถูกอดีตสามีทำร้ายและใช้ความรุนแรงมากว่า 7 ปี มาพูดคุยถึงบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เกิดจากกระทำของสามี ซึ่งเป็นผู้เสพยาเสพติดและสุรา โดยถูกทำร้ายใช้อาวุธมีดฟันที่ศีรษะเย็บถึง 21 เข็ม รวมถึงกระโหลกศีรษะบิ่น และมีบาดแผลจากการถูกแทงด้วยอาวุธมีดบริเวณหน้าท้อง รวมถึงยังมีร่องรอยจากการใช้มือซ้ายปะทะกับมีดจนทำให้เส้นเอ็นขาด ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานกว่า 20 วัน แม้สามีของเธอจะถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปี แต่ก็ยังคงหวาดระแวงว่าหากได้รับการปล่อยตัว ตนเองก็จะต้องพบกับปัญหาความรุนแรงจากอดีตสามีอีก   ขณะที่ ดร.นายแพทย์ บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการ สสส. ระบุว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจัยในหลายด้าน ทั้งการดิ้นรนหาเงินเลี้ยงครอบครัว ทำให้ไม่มีเวลาให้แก่กัน การอาศัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการผ่อนคลายและแสดงถึงความมีอำนาจ และการไม่ให้เกียรติกันเนื่องจากคติที่ว่าผู้ชายเป็นผู้นำครอบครัวและจะต้องเป็นฝ่ายหาเงิน   ในขณะที่นายจะเด็ด เชาน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลระบุว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีความเชื่อมโยงกับการใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแนวคิดที่ว่าฝ่ายหญิงจะต้องเป็นสมบัติของฝ่ายชาย ทำให้มีการหึงหวงจนมีการทำร้ายร่างกาย ซึ่งการแก้ไขควรมีการปรับทัศนคติ และให้ความเคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์และความเท่าเทียมทางเพศ โดยสังคมจะต้องไม่มองว่าความรุนแรงเป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่ควรช่วยกันหาทางช่วยเหลือ

 6,694
ต่างประเทศ
21 มิ.ย. 60

google คุมเข้มเนื้อหาบน youtube สกัดคลิปความรุนแรง-ปิดช่องทางกลุ่มก่อการร้าย

Google ออกมาตรการควบคุมเนื้อหาวิดีโอบน Youtube โดยจะสอดส่องเนื้องหาที่มีความรุนแรงและก่อการร้าย พร้อมปรับปรุงระบบให้ผู้ชมกดรายงานคลิปที่ไม่เหมาะสม ไม่ขายพื้นที่โฆษณา เพื่อปิดกั้นการเข้าถึง ไม่ให้เกิดช่องทางหาสมาชิกใหม่ของกลุ่มหัวรุนแรง 

 8,630

Top