ค้นหา :

ผลการค้นหา "บุรีรัมย์"

กีฬา
28 ก.พ. 63

ไม่เลื่อนแน่นอน! โมโต จีพี บุรีรัมย์ ยืนยันจัด 20-22 มี.ค. 'อนุทิน' มั่นใจรับมือโควิด-19

ศึกโมโต จีพี 2020 สนาม 2 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เดือนมีนาคม วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความมั่นใจว่าจะปลอดจากโควิด-19 เพราะมีมาตรการรับมือแล้ว   โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการประทรวงสาธารณสุข, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้างอินเตอร์เนชันเนล เซอร์กิต ร่วมกันแถลงความพร้อมของการจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก โมโต จีพี 2020 สนาม 2 หรือ "โออาร์ (OR) ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์" ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิซ จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมนี้   โดยประเด็นสื่อให้ความสนใจคือ มาตรการรับมือและป้องการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายจัดการแข่งขันมีมาตรการที่ควบคุมที่เข้มข้นในทุกจุดเริ่มตั้งแต่ที่สนามบิน, สถานีรถไฟ และทุกจุดของสนามแข่งขัน เพื่อให้แฟนๆมอเตอร์สปอร์ตมั่นใจว่าจะเป็นการแข่งขันที่ปลอดจาก โควิด-19 และจะไม่มีการยกเลิกการแข่งขันอย่างแน่นอน  

 44
กีฬา
27 ก.พ. 63

ไม่เลื่อน! โมโตจีพี “or ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” จ.บุรีรัมย์ ยังจัด 20-22 มี.ค.นี้ ตามเดิม

ศึกโมโต จีพี 2020 สนาม 2 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เดือนมีนาคม วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความมั่นใจว่าจะปลอดจากโควิด-19 เพราะมีมาตรการรับมือแล้ว   ที่โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการประทรวงสาธารณสุข, คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา และคุณเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้างอินเตอร์เนชันเนล เซอร์กิต ร่วมกันแถลงความพร้อมของการจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก โมโต จีพี 2020 สนาม 2 หรือ "โออาร์ (OR) ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์" ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิซ จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคมนี้    โดยประเด็นสื่อให้ความสนใจคือ มาตรการรับมือและป้องการกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ให้ความมั่นใจว่า ฝ่ายจัดการแข่งขันมีมาตรการที่ควบคุมที่เข้มข้นในทุกจุดเริ่มตั้งแต่ที่สนามบิน, สถานีรถไฟ และทุกจุดของสนามแข่งขัน เพื่อให้แฟนๆมอเตอร์สปอร์ตมั่นใจว่าจะเป็นการแข่งขันที่ปลอดจาก โควิด-19 และจะไม่มีการยกเลิกการแข่งขันอย่างแน่นอน  

 491
กีฬา
27 ก.พ. 63

สุดมันส์! ไฮไลท์ฟุตบอลไทยลีก กลางสัปดาห์ (26 ก.พ.2563)

ฟุตบอลไทยลีก จะมีการประชุมด่วนวันศุกร์ นี้ ตั้งแต่ ไทยลีก 1-4 เรื่องมาตรการป้องกันไวรัส โควิด 19 หลังจากเมื่อวานนี้แข่งขันนัดกลางสัปดาห์ เกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือเกมที่ ราชบุรี เอาชนะ บุรีรัมย์ 4-3   ครึ่งแรก บุรีรัมย์ ออกนำเจ้าถิ่นราชบุรี ไปก่อนจาก ริคาร์โด บูเอโน และ อันเดรส ตูเญซ แต่ครึ่งหลัง ราชบุรี ยิง 3 ประตูรวดจาก ยานนิค โบลี่, ลอสเซมี่ การาบูเอ้ และ ฟิลิป โรลเลอร์ แต่บุรีรัมย์ ไม่ยอมง่ายๆ ตีเสมอ 3-3 ก่อนหมดเวลา 2 นาที สุภโชค สารชาติ เปิดแฉลบผู้เล่นราชบุรีลอยเข้าประตู แต่สุดท้ายดราม่า เกิดขึ้นอีก ฮาเบียร์ ปาตินโญ่ ยิงทีมเก่าเป็นประตูชัยช่วงทดเวลา ให้ราชบุรี ชนะ บุรีรัมย์ 4-3 เป็นการชนะบุรีรัมย์ ในบ้านตัวเองครั้งแรกด้วย   ขณะที่ บีจี ปทุม เปิดบ้านชนะ โปลิศ เทโร 3-0 ได้ทั้ง 3 ประตูในครึ่งแรกทั้งหมดจาก อิรฟาน ฟานดี้ , โตติ และ สิโรจน์ ฉัตรทอง    ส่วนจ่าฝูงการท่าเรือ บุกไปชนะ สุโขทัย 2-1 จอห์น บาจโจ้ ยิงให้สุโขทัย นำก่อน แต่การท่าเรือ แซงชนะจาก 2 จุดโทษของ ดาบิด โรเชล่า และ เซร์คิโอ ซัวเรซ    ผลคู่อื่น เชียงราย ชนะ ตราด 3-0 , ชลบุรี ชนะ นครราชสีมา 3-1 , สุพรรณบุรี ชนะ ประจวบ 1-0, ระยอง แพ้ เมืองทอง 0-3 และ สมุทรปราการ แพ้ แบงค็อก 1-2-ตอนนี้ มี 3 ทีมเก็บ 9 คะเเนนเต็ม    การท่าเรือ นำจ่าฝูงด้วยผลต่างดีที่สุด ตามด้วย ราชบุรี และ แบงค็อก , บีจี มี 7 คะเเนน ส่วน โปลิศ เทโร และ ชลบุรี มี 6 คะเเนนเท่ากัน ส่วน บุรีรัมย์ และ เมืองทอง ชนะ 1 แพ้ 2 มี 3 คะเเนนเท่ากัน

 26
ข่าวภูมิภาค
26 ก.พ. 63

สาวขับเบนซ์ชนวัวตายคาที่ ประกัน 2 บวกปัดจ่าย ชี้วัวไม่ใช่คู่กรณี

บุรีรัมย์-สาว 36 ปีขับเบนซ์จะไปทำธุระ ต่างอำเภอตอนเย็น จู่ๆมีวัววิ่งข้ามถนนเบรกไม่ทันชนอย่างจัง วัวอายุประมาณ 3 เดือนกระเด็นขาหักตายคาที่ เจ้าของวัวล่องหน ประกันโผล่ยังไม่ยืนยันว่าจะซ่อมให้หรือไม่เพราะเป็นประกันแบบ 2 บวก   เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนวัว บริเวณวัดทุ่งโพธิ์ ถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์สีขาว สภาพด้านหน้าซ้าย ได้รับความเสียหาย ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบวัวเพศเมีย อายุประมาณ 3 เดือน ตอนตายอยู่ข้างถนน   สอบถาม น.ส.ณัฐฐิญา เอื้อสมานจิต อายุ 36 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าส่งในตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การกับตำรวจว่า ตนจะขับรถเดินทางไป อ.กระสัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆก็มีวัวตัวดังกล่าว วิ่งข้ามถนนมาอย่างรวดเร็ว ตนเห็นกระชั้นชิด เบรกไม่ทัน จึงชนวัวเข้าอย่างจัง   ต่อมาเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยมาตรวจสอบ ระบุว่า เบื้องต้นพบว่าเจ้าของรถประกันกับบริษัทไว้แบบ 2 บวก แต่เหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุไปชนสัตว์เลี้ยง ถือว่าไม่มีคู่กรณี ตามระเบียบบริษัทจะไม่สามารถจ่ายสินไหมทดแทนได้ เพราะการประกันแบบ 2 บวก จะคุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและชีวิตบุคคลภายนอก คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ทั้งรถผู้เอาประกันและคู่กรณี และคุ้มครองกรณีรถเสียหายและไฟไหม้เท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/iA_T0p_bazk

 34,505
สังคม
26 ก.พ. 63

สาวขับเบนซ์ชนวัวตายคาที่ ประกัน 2 บวกปัดจ่าย ชี้วัวไม่ใช่คู่กรณี

บุรีรัมย์-สาว 36 ปีขับเบนซ์จะไปทำธุระ ต่างอำเภอตอนเย็น จู่ๆมีวัววิ่งข้ามถนนเบรกไม่ทันชนอย่างจัง วัวอายุประมาณ 3 เดือนกระเด็นขาหักตายคาที่ เจ้าของวัวล่องหน ประกันโผล่ยังไม่ยืนยันว่าจะซ่อมให้หรือไม่เพราะเป็นประกันแบบ 2 บวก   เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนวัว บริเวณวัดทุ่งโพธิ์ ถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ ที่เกิดเหตุพบรถเบนซ์สีขาว สภาพด้านหน้าซ้าย ได้รับความเสียหาย ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบวัวเพศเมีย อายุประมาณ 3 เดือน ตอนตายอยู่ข้างถนน   สอบถาม น.ส.ณัฐฐิญา เอื้อสมานจิต อายุ 36 ปี เจ้าของรถคันดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการค้าส่งในตัวจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การกับตำรวจว่า ตนจะขับรถเดินทางไป อ.กระสัง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆก็มีวัวตัวดังกล่าว วิ่งข้ามถนนมาอย่างรวดเร็ว ตนเห็นกระชั้นชิด เบรกไม่ทัน จึงชนวัวเข้าอย่างจัง   ต่อมาเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยมาตรวจสอบ ระบุว่า เบื้องต้นพบว่าเจ้าของรถประกันกับบริษัทไว้แบบ 2 บวก แต่เหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุไปชนสัตว์เลี้ยง ถือว่าไม่มีคู่กรณี ตามระเบียบบริษัทจะไม่สามารถจ่ายสินไหมทดแทนได้ เพราะการประกันแบบ 2 บวก จะคุ้มครองความเสียหายต่อร่างกายและชีวิตบุคคลภายนอก คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สิน คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ทั้งรถผู้เอาประกันและคู่กรณี และคุ้มครองกรณีรถเสียหายและไฟไหม้เท่านั้น     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/iA_T0p_bazk

 34,505
สังคม
23 ก.พ. 63

อีกแล้ว! โจ๋ยกพวกเตรียมตะลุมบอนคู่อริใน รพ. จนท.เข้าเจรจายุตินานร่วมชั่วโมง

บุรีรัมย์ - วันที่ 22 ก.พ.63 (00.30 น.)ศูนย์วิทยุ สภ.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีวัยรุ่นทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวกลางคืนของคนนางรอง ถ.สายนางรอง-ลำปลายมาศ หน่วยกู้ภัยสยามร่วมใจปู่อินทร์ เข้าไปช่วยเหลือพบมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เป็นชาย 1 รายได้รับบาดเจ็บหัวแตกเลือดอาบ และเป็นหญิง 1 พบ นอนสลบไม่ได้สติ กู้ภัยรีบช่วยเหลือนำส่ง รพ.นางรอง ระหว่างรอการรักษาพยาบาล ที่บริเวณหน้าห้องฉุกเฉิน มีกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งกว่า 20 คน ตามมาหาคู่อริถึงหน้าฉุกเฉิน พยายามบุกเข้าไปทำร้ายเพื่อนผู้บาดเจ็บ มีการยืนโต้เถียงกัน จากนั้นผู้บาดเจ็บที่หัวแตก เดินออกจากห้องฉุกเฉินและไม่ยอมรับการรักษา และพยายามทำร้ายกัน ซึ่งขณะนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่กล้าทำอะไร เพราะตำรวจยังไม่เดินทางมาถึง หน่วยกู้ภัยสยามร่วมใจปู่อินทร์ ซึ่งมีประมาณ 10 นาย จึงอาสาเข้าไปร่วมเจรจาขอให้ยุติ นานร่วมชั่วโมง วัยรุ่นทั้งสองฝ่ายจึงมีท่าทีอ่อนลง จนสุดท้ายกลุ่มวัยรุ่นมายกมือไหว้ขอบคุณหน่วยกู้ภัยที่ช่วยเจรจาให้เรื่องยุติ ก่อนวัยรุ่นจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนสาเหตุซึ่งสาเหตุของการทะเลาะวิวาท จะต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ยังไม่ได้รับรายงานทรัพย์สินของทางราชการหรือเครื่องมือทางการแพทย์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด       ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/Cwn2wRbwVjw  

 1,417
ข่าวภูมิภาค
19 ก.พ. 63

ผญบ.แจงไล่ นศ.ทำโปรเจคพ้นหมู่บ้าน หลังถ่ายรูปคนจน แจงตาจนไม่จริง ก๊งเหล้าทุกวัน

บุรีรัมย์-นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 36 คน ได้รับความเดือดร้อน หลังจากถูกนายก อบต.เสม็ด และผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อยกเลิกไม่ให้นักศึกษาคณะดังกล่าว ไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านอีกต่อไป   โดยอ้างว่าทำให้หมู่บ้านได้รับเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่มีสัมมาคารวะ หลังจากนักศึกษาเอาภาพชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีความเป็นอยู่ที่ยากไร้ เอาไปลงในโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง   จากการตรวจสอบในหมู่บ้านเสม็ด ไปพบนายเหลิม ประทีบรัมย์ อายุ 71 ปี และนางเภา ปริรัมย์ อายุ 70 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ที่ดินว่างเปล่าท้ายหมู่บ้านเสม็ดจริง พร้อมกับหลานวัย 19 ปี พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด มีอาชีพเผาถ่านขาย ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจริง และมีอีกประมาณ 4 ครอบครัวที่ปลูกเป็นกระท่อมพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น   นายเหลิม บอกว่า วันก่อนได้มีผู้ใหญ่บ้านและรองนายก อบต.เข้ามาพบ ถามว่าตาเป็นคนบอกให้นักศึกษามาถ่ายภาพใช่ไหม ตนก็บอกว่าไม่ได้บอก เขามากันเอง จากนั้นผู้ใหญ่บ้าน ได้มอบข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง ตนก็ดีใจ ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ก็เท่าที่เห็น ได้รับเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการของหลานเอามาใช้จ่าย และเผาถ่านเป็นรายได้เสริม ทำตามกำลังที่พอมีอยู่   จากการสอบถามนายสุวโรจน์ เศรษฐธีรกุล อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ หมู่ 1 ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ตนกับนายก อบต.ได้ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อขอยกเลิกการให้นักศึกษามาเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลไม่ปฏิบัติตามข้อระเบียบของหมู่บ้าน ทั้งยังไม่มีการขอโทษที่เอาภาพไปลงเฟชบุ๊ก และไม่มีสัมมาคารวะ   ส่วนการที่นักศึกษาเอาภาพดังกล่าวไปโพสต์ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ อสม.ในหมู่บ้านเคยเข้าไปสอบถามสองตา-ยายแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ขอรับสิ่งของใดๆ เพราะพอมีอยู่มีกินสบาย ได้ก๊งเหล้าทุกวัน จึงไม่มีการช่วยเหลือ ประกอบกับภรรยานายเหลิม มีทะเบียนบ้านอยู่ตำบลอื่น ไม่ใช่ตำบลเสม็ด จึงถือว่าเอาข้อมูลเท็จไปลงทำให้เสื่อมเสีย   ด้านตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ เพื่อขอเข้าไปเก็บข้อมูลทุกด้านในหมู่บ้าน เพื่อทำโปรเจค ส่งอาจารย์ก่อนปิดเทอม ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานร่วม 3 เดือน กลุ่มพวกตนจำนวน 36 คน ได้เข้าสอบถามชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ กระทั่งไปพบครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงเข้าไปถ่ายภาพ แล้วเอามาลงเฟชบุ๊ก   หลังจากนั้นได้มีคนเข้ามาสอบถามและช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งรู้ถึงผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะมีการสั่งไม่ให้ลงพื้นที่อีก จริงแล้วอีก 7 วันโปรเจคของพวกตนก็จะเสร็จสิ้น ยอมรับว่าเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องวิ่งหาหมู่บ้านอื่นมาทำโปรเจคใหม่ แต่ต้องใช้เวลาเพียง 7 วันที่จะต้องทำให้เสร็จสิ้น ถึงเวลานี้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆอีก เพราะอาจารย์ผู้สอนได้หาหมู่บ้านใหม่ไปทำโปรเจคให้แล้ว และไม่อยากต่อความยาวอีก  

 45,607
สังคม
19 ก.พ. 63

ผญบ.แจงไล่ นศ.ทำโปรเจคพ้นหมู่บ้าน หลังถ่ายรูปคนจน แจงตาจนไม่จริง ก๊งเหล้าทุกวัน

บุรีรัมย์-นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ ปี 3 คณะวิทยาศาสตร์ จำนวน 36 คน ได้รับความเดือดร้อน หลังจากถูกนายก อบต.เสม็ด และผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ ต.เสม็ด ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เพื่อยกเลิกไม่ให้นักศึกษาคณะดังกล่าว ไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านอีกต่อไป   โดยอ้างว่าทำให้หมู่บ้านได้รับเสื่อมเสียชื่อเสียง และไม่มีสัมมาคารวะ หลังจากนักศึกษาเอาภาพชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีความเป็นอยู่ที่ยากไร้ เอาไปลงในโลกออนไลน์ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง   จากการตรวจสอบในหมู่บ้านเสม็ด ไปพบนายเหลิม ประทีบรัมย์ อายุ 71 ปี และนางเภา ปริรัมย์ อายุ 70 ปี สองสามีภรรยา อาศัยอยู่ที่ดินว่างเปล่าท้ายหมู่บ้านเสม็ดจริง พร้อมกับหลานวัย 19 ปี พิการทางสมองมาตั้งแต่กำเนิด มีอาชีพเผาถ่านขาย ชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากจริง และมีอีกประมาณ 4 ครอบครัวที่ปลูกเป็นกระท่อมพักอาศัยอยู่บริเวณนั้น   นายเหลิม บอกว่า วันก่อนได้มีผู้ใหญ่บ้านและรองนายก อบต.เข้ามาพบ ถามว่าตาเป็นคนบอกให้นักศึกษามาถ่ายภาพใช่ไหม ตนก็บอกว่าไม่ได้บอก เขามากันเอง จากนั้นผู้ใหญ่บ้าน ได้มอบข้าวสารอาหารแห้งจำนวนหนึ่ง ตนก็ดีใจ ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ก็เท่าที่เห็น ได้รับเบี้ยคนชราและเบี้ยคนพิการของหลานเอามาใช้จ่าย และเผาถ่านเป็นรายได้เสริม ทำตามกำลังที่พอมีอยู่   จากการสอบถามนายสุวโรจน์ เศรษฐธีรกุล อายุ 41 ปี ผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ หมู่ 1 ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ตนกับนายก อบต.ได้ทำหนังสือถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อขอยกเลิกการให้นักศึกษามาเก็บข้อมูลในหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลไม่ปฏิบัติตามข้อระเบียบของหมู่บ้าน ทั้งยังไม่มีการขอโทษที่เอาภาพไปลงเฟชบุ๊ก และไม่มีสัมมาคารวะ   ส่วนการที่นักศึกษาเอาภาพดังกล่าวไปโพสต์ เป็นเรื่องที่ไม่เป็นความจริง ก่อนหน้านี้ อสม.ในหมู่บ้านเคยเข้าไปสอบถามสองตา-ยายแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า ไม่ขอรับสิ่งของใดๆ เพราะพอมีอยู่มีกินสบาย ได้ก๊งเหล้าทุกวัน จึงไม่มีการช่วยเหลือ ประกอบกับภรรยานายเหลิม มีทะเบียนบ้านอยู่ตำบลอื่น ไม่ใช่ตำบลเสม็ด จึงถือว่าเอาข้อมูลเท็จไปลงทำให้เสื่อมเสีย   ด้านตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ คณะวิทยาศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พวกตนได้ขออนุญาตผู้ใหญ่บ้านโคกใหญ่ เพื่อขอเข้าไปเก็บข้อมูลทุกด้านในหมู่บ้าน เพื่อทำโปรเจค ส่งอาจารย์ก่อนปิดเทอม ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลานานร่วม 3 เดือน กลุ่มพวกตนจำนวน 36 คน ได้เข้าสอบถามชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูลต่างๆ กระทั่งไปพบครอบครัวยากจน ไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงเข้าไปถ่ายภาพ แล้วเอามาลงเฟชบุ๊ก   หลังจากนั้นได้มีคนเข้ามาสอบถามและช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งรู้ถึงผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะมีการสั่งไม่ให้ลงพื้นที่อีก จริงแล้วอีก 7 วันโปรเจคของพวกตนก็จะเสร็จสิ้น ยอมรับว่าเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องวิ่งหาหมู่บ้านอื่นมาทำโปรเจคใหม่ แต่ต้องใช้เวลาเพียง 7 วันที่จะต้องทำให้เสร็จสิ้น ถึงเวลานี้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆอีก เพราะอาจารย์ผู้สอนได้หาหมู่บ้านใหม่ไปทำโปรเจคให้แล้ว และไม่อยากต่อความยาวอีก  

 45,607
สังคม
18 ก.พ. 63

รวบหนุ่มแสบปลอมตัวเป็นปปส. ขู่เรียกเงินสถานบันเทิง ลวงสาวหลับนอนก่อนถ่ายคลิปแบล็คเมล์

เย็นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ควบคุมตัว นายนิพัฒน์ พรมนิกร หรือต่อ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดยโสธร ในคดีที่กระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยติดตามจับกุมตัวได้ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย เสื้อกั๊กตำรวจ เสื้อกั๊กสีดำตำรวจกองปราบปราม เสื้อโปโลมีตราสัญลักษณ์ตำรวจกองปราบปราม เสื้อโปโลตำรวจภูธรภาค 3 และ ป้ายแขวนคอมีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ นายนิพัฒน์ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดยตัดต่อภาพตัวเองอ้างเป็นตำรวจชื่อ ร้อยตำรวจโท ธนวัฒน์ วัฒน์ธนากาญจน์ มีตำแหน่ง รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรคง จังหวัดนครราชสีมา โดยตัดต่อภาพตัวเองแล้วอัพโปรไฟล์ลงในเฟสบุ๊ค จากนั้นก็ทำตัวหลอกตีสนิทหญิงสาว และหลอกขอยืมเงิน นอกจากนี้นายนิพัฒน์ยังมีพฤติการณ์ข่มขู่เรียกรับเงินจากร้านค้าสถานบริการหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และยโสธร จนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้หลายคดี   และจากการสืบสวนยังทราบว่า นายนิพัฒน์ยังหลอกลวงเหยื่อที่เป็นหญิงสาวหน้าตาดีมาร่วมหลับนอน และก็จะแอบถ่ายคลิปภาพไว้แบล็คแมย์ โดยมีหญิงสาวถูกหลอกลวงแล้วแจ้งความดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวแล้วอย่างน้อย 2 ราย ก่อนที่นายนิพัฒน์จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด         ชมผ่านยูทูปที่นี่ : https://youtu.be/RrNzWvfmxEo  

 4,077
ข่าวภูมิภาค
17 ก.พ. 63

ชายคลั่งฉุนถูกด่า รัวยิงกว่า 40 นัด-จับญาติเป็นตัวประกัน ก่อนยอมสงบ ปัดเลียนแบบกราดยิงโคราช

บุรีรัมย์-ตำรวจ สภ.นางรอง นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ในซอยแยกมะขามคู่ ชุมชนวัดขุนก้อง เขตเทศบาลนางรอง อ.นางรอง หลังชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะมากกว่า 40 นัด   เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุบ้านพักอยู่ในซอย และทราบว่าผู้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้า อายุประมาณ 30 ปี ปิดบ้านขังตัวเองและญาติ 5-6 คน ไว้เป็นตัวประกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปได้ใช้ปืนยิงสวนออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาตรึงกำลังไว้   จนกระทั่งผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจชุดสืบสวนได้เข้าไปเกลี้ยกล่อม จนกระทั่งผู้ก่อเหตุยอมวางปืน ก่อนตำรวจจะเข้าจับกุมนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุจูงใจที่ใช้อาวุธปืนยิง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้   เบื้องต้นจากการสอบถามญาติทราบว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษออกมา ส่วนภรรยาเป็นครู ช่วงเกิดเหตุภรรยาไม่ได้อยู่บ้าน จู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็เกิดคลั่งใช้ปืนกราดยิงดังกล่าว ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป   ต่อมาตำรวจ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำตัว นายจักรกฤษ หรือมาศ สงกุล อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำ หลังควบคุมตัวได้พร้อมอาวุธปืนแม็กกาซีนขนาด 9 มม.   จากการสอบสวน นายจักรกฤษ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนยิงขึ้นฟ้าจริง สาเหตุเพราะเครียดที่จะยืมรถน้าไปใส่กิ่งไม้ แต่น้าไม่ให้ กลับถูกด่าซ้ำอีก จึงบันดาลโทสะ เข้าไปในห้องคว้าเอาปืนขนาด 9 มม.ของพ่อ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจเกษียณอายุ มายิงขึ้นฟ้าทีละนัดโดยไม่นับว่าได้กี่นัด เพื่อระบายความเครียด   ส่วนสาเหตุที่ยิงปืนไม่ได้ต้องการไปเลียนแบบใคร และไม่หวังจะทำร้ายใครให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหมือนเหตุการณ์ที่นครราชสีมา แต่ยอมรับว่าเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน จึงรู้วิธียิงปืนเป็นอย่างดี เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนคดีอื่นตำรวจจะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tx_Fv39zgDE

 1,988
สังคม
17 ก.พ. 63

ชายคลั่งฉุนถูกด่า รัวยิงกว่า 40 นัด-จับญาติเป็นตัวประกัน ก่อนยอมสงบ ปัดเลียนแบบกราดยิงโคราช

บุรีรัมย์-ตำรวจ สภ.นางรอง นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ในซอยแยกมะขามคู่ ชุมชนวัดขุนก้อง เขตเทศบาลนางรอง อ.นางรอง หลังชาวบ้านได้ยินเสียงปืนดังเป็นระยะมากกว่า 40 นัด   เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังไปถึงพบว่าที่เกิดเหตุบ้านพักอยู่ในซอย และทราบว่าผู้ก่อเหตุยิงปืนขึ้นฟ้า อายุประมาณ 30 ปี ปิดบ้านขังตัวเองและญาติ 5-6 คน ไว้เป็นตัวประกัน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปได้ใช้ปืนยิงสวนออกมา ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาตรึงกำลังไว้   จนกระทั่งผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง ตำรวจชุดสืบสวนได้เข้าไปเกลี้ยกล่อม จนกระทั่งผู้ก่อเหตุยอมวางปืน ก่อนตำรวจจะเข้าจับกุมนำตัวไปสอบสวน เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุจูงใจที่ใช้อาวุธปืนยิง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้   เบื้องต้นจากการสอบถามญาติทราบว่า ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษออกมา ส่วนภรรยาเป็นครู ช่วงเกิดเหตุภรรยาไม่ได้อยู่บ้าน จู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็เกิดคลั่งใช้ปืนกราดยิงดังกล่าว ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป   ต่อมาตำรวจ สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ได้นำตัว นายจักรกฤษ หรือมาศ สงกุล อายุ 31 ปี ผู้ก่อเหตุไปสอบปากคำ หลังควบคุมตัวได้พร้อมอาวุธปืนแม็กกาซีนขนาด 9 มม.   จากการสอบสวน นายจักรกฤษ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนยิงขึ้นฟ้าจริง สาเหตุเพราะเครียดที่จะยืมรถน้าไปใส่กิ่งไม้ แต่น้าไม่ให้ กลับถูกด่าซ้ำอีก จึงบันดาลโทสะ เข้าไปในห้องคว้าเอาปืนขนาด 9 มม.ของพ่อ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการตำรวจเกษียณอายุ มายิงขึ้นฟ้าทีละนัดโดยไม่นับว่าได้กี่นัด เพื่อระบายความเครียด   ส่วนสาเหตุที่ยิงปืนไม่ได้ต้องการไปเลียนแบบใคร และไม่หวังจะทำร้ายใครให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหมือนเหตุการณ์ที่นครราชสีมา แต่ยอมรับว่าเคยเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน จึงรู้วิธียิงปืนเป็นอย่างดี เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต, ยิงปืนในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนคดีอื่นตำรวจจะต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/tx_Fv39zgDE

 1,988
ข่าวภูมิภาค
15 ก.พ. 63

รวบ 2 โจ๋จี้ชิงจยย.ชาวบ้าน ขี่ไปอวดสาววันวาเลนไทน์

บุรีรัมย์ - ความคืบหน้ากรณี 2 วัยรุ่น ขี่รถปาดหน้าแล้วใช้อาวุธปืน จี้ชิงรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.แคนดง อ.แคนดง นำตัว 2 ผู้ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 31 ปี และ 22 ปี มาสอบสวน หลังจากตามไปจับกุมที่บ้านพัก   จากการสอบสวน ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันชิงเอารถจักรยานยนต์ไปจริง แต่ไม่ได้ใช้ปืนตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพียงขู่ว่าจะยิงเท่านั้น แล้วผู้เสียหายก็วิ่งหนีไป จังหวะนั้นได้โอกาสก็ขี่จักรยานยนต์ผู้เสียหายไป เพราะเห็นกุญแจคาไว้อยู่ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจมาจี้ชิงรถ   ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจรโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและการกระทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือการขู่เข็ญ นำส่ง ต่อ ร.ต.อ.สันติสุข แสนคำ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.แคนดง เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลของวัยรุ่น อ.สตึก ทราบว่า ทุกครั้งที่อำเภอจัดงานหรือมีงานรื่นเริง วัยรุ่นมักจะนำรถแต่งซิ่ง หรือโบราณ มาโชว์กันบริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำมูลเป็นประจำ และคาดว่าในวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ วัยรุ่นก็จะขับรถจักรยายนต์ที่แต่งซิ่ง เอามาโชว์กันเช่นเดียวกัน ซึ่งคนร้ายอาจจะมีความอยากได้รถโบราณมาโชว์ในวันนั้น เมื่อเห็นรถจึงขับรถประกบตามจี้ชิงเอารถดังกล่าว     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DLcnxSpZAOw

 3,411
สังคม
15 ก.พ. 63

รวบ 2 โจ๋จี้ชิงจยย.ชาวบ้าน ขี่ไปอวดสาววันวาเลนไทน์

บุรีรัมย์ - ความคืบหน้ากรณี 2 วัยรุ่น ขี่รถปาดหน้าแล้วใช้อาวุธปืน จี้ชิงรถจักรยานยนต์ชาวบ้าน เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลาประมาณ 20.00 น. ที่ผ่านมานั้น   ล่าสุดตำรวจ สภ.แคนดง อ.แคนดง นำตัว 2 ผู้ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 31 ปี และ 22 ปี มาสอบสวน หลังจากตามไปจับกุมที่บ้านพัก   จากการสอบสวน ทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันชิงเอารถจักรยานยนต์ไปจริง แต่ไม่ได้ใช้ปืนตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง เพียงขู่ว่าจะยิงเท่านั้น แล้วผู้เสียหายก็วิ่งหนีไป จังหวะนั้นได้โอกาสก็ขี่จักรยานยนต์ผู้เสียหายไป เพราะเห็นกุญแจคาไว้อยู่ ยืนยันไม่ได้ตั้งใจมาจี้ชิงรถ   ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจรโดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและการกระทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือการขู่เข็ญ นำส่ง ต่อ ร.ต.อ.สันติสุข แสนคำ รองสารวัตรเวร(สอบสวน) สภ.แคนดง เพื่อดำเนินคดีต่อไป   ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลของวัยรุ่น อ.สตึก ทราบว่า ทุกครั้งที่อำเภอจัดงานหรือมีงานรื่นเริง วัยรุ่นมักจะนำรถแต่งซิ่ง หรือโบราณ มาโชว์กันบริเวณสวนสาธารณะริมแม่น้ำมูลเป็นประจำ และคาดว่าในวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์ วัยรุ่นก็จะขับรถจักรยายนต์ที่แต่งซิ่ง เอามาโชว์กันเช่นเดียวกัน ซึ่งคนร้ายอาจจะมีความอยากได้รถโบราณมาโชว์ในวันนั้น เมื่อเห็นรถจึงขับรถประกบตามจี้ชิงเอารถดังกล่าว     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/DLcnxSpZAOw

 3,411
ข่าวภูมิภาค
14 ก.พ. 63

กระบะชนเก๋ง 4 คันรวดในบุรีรัมย์ ดับคาที่ 2 เจ็บ 4

บุรีรัมย์-เกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายบุรีรัมย์-ลำปลายมาศ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6 ระหว่างหมู่บ้านบุตาวงศ์ กับบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ พบรถกระบะอีซูซุ สีฟ้าอ่อน เป็นรถของเทศบาลทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ หงายท้องอยู่บนถนน ทราบต่อมาคนขับรถคือนายวราวุฒ ละมุน (ไม่ทราบอายุ) เจ้าหน้าที่ของเทศบาลทะเมนชัย ซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตคาในรถ   และยังพบนางนิตยา นักปราชญ์ (ไม่ทราบอายุ)นั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน กลางถนนพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำในสภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของรถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วบริเวณ คนขับคือนายนพรัตน์ เฉ่งใจ กระเด็นออกมาเสียชีวิตด้านนอก   นอกจากนี้ยังพบรถกระบะโตโยต้า สีเทา ลักษณะเป็นรถส่งของ มีนายพิสิทธิ์ แก้วดอน เป็นคนขับ และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้าอ่อน เป็นรถช่างติดตั้งอินเตอร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ตกอยู่ข้างถนนคู่กัน คนขับทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รวมอุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 รายและผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด และผู้เห็นเหตุการณ์ยังไม่มาแสดงตัว โดยหลังจากนี้จะสอบถามพยานใกล้เคียงเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8TaWS4rCT0

 415
สังคม
14 ก.พ. 63

กระบะชนเก๋ง 4 คันรวดในบุรีรัมย์ ดับคาที่ 2 เจ็บ 4

บุรีรัมย์-เกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย บนถนนสายบุรีรัมย์-ลำปลายมาศ ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 6 ระหว่างหมู่บ้านบุตาวงศ์ กับบ้านสี่เหลี่ยมใหญ่ พบรถกระบะอีซูซุ สีฟ้าอ่อน เป็นรถของเทศบาลทะเมนชัย อ.ลำปลายมาศ หงายท้องอยู่บนถนน ทราบต่อมาคนขับรถคือนายวราวุฒ ละมุน (ไม่ทราบอายุ) เจ้าหน้าที่ของเทศบาลทะเมนชัย ซึ่งเป็นคนขับเสียชีวิตคาในรถ   และยังพบนางนิตยา นักปราชญ์ (ไม่ทราบอายุ)นั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน กลางถนนพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ สีดำในสภาพพังยับเยิน ชิ้นส่วนของรถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วบริเวณ คนขับคือนายนพรัตน์ เฉ่งใจ กระเด็นออกมาเสียชีวิตด้านนอก   นอกจากนี้ยังพบรถกระบะโตโยต้า สีเทา ลักษณะเป็นรถส่งของ มีนายพิสิทธิ์ แก้วดอน เป็นคนขับ และรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีฟ้าอ่อน เป็นรถช่างติดตั้งอินเตอร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง ตกอยู่ข้างถนนคู่กัน คนขับทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รวมอุบัติเหตุครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 ราย มีผู้บาดเจ็บสาหัส 1 รายและผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย   จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด และผู้เห็นเหตุการณ์ยังไม่มาแสดงตัว โดยหลังจากนี้จะสอบถามพยานใกล้เคียงเพื่อนำมาประกอบสำนวนในคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f8TaWS4rCT0

 415

Top