ค้นหา :

ผลการค้นหา "บุรีรัมย์"

การเมืองเข้มข้น
20 ส.ค. 62

3 ส.ส.สุรินทร์เด็กเพื่อไทย ต้อนรับ 'บิ๊กตู่' ครึกครื้น เชียร์ให้อยู่เกิน 4 ปี อย่ายุบสภานะ

พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจราชการ แก้ปัญหาภัยแล้งที่จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ มีช่วงหนึ่งระบุ ยังไม่ลาออกแน่นอน ตนเหมือนกระท้อนยิ่งทุบ ยิ่งตี ยิ่งอร่อย ยิ่งหวาน   ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้มี ส.ส.สุรินทร์ ของพรรคเพื่อไทยมาร่วมต้อนรับนายกฯด้วย ได้แก่ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และ นายคุณากร ปรีชาชนะชัย   นายตี๋ใหญ่กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยมาต้อนรับนายกฯ นายกฯตอบกลับว่า “ผมไม่มีพรรค ต้องช่วยกัน ทุกอย่างจะเดินไปได้ จะทะเลาะกันทำไม ผมไม่อยากจะสู้กับใคร” ทำให้บรรดา ส.ส.ที่มาต้อนรับต่างหัวเราะชอบใจ   ช่วงหนึ่งนายกฯได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ในพื้นที่ได้เสนอโครงการและพูดถึงปัญหาในพื้นที่ นายตี๋ใหญ่ กล่าวว่า งบประมาณปี 63 จังหวัดสุรินทร์ได้ไม่น้อยกว่า 1,500 ล้านบาท ยกมือไม่สวนนายกฯ เพราะประชาชนไม่ได้เลือกผมมาเป็นฝ่ายค้าน แต่เลือกผมมาเป็นผู้แทนราษฎร สิ่งไหนดีก็สนับสนุน สิ่งไหนไม่ดีก็ว่ากันไปในสภา ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ดีแล้ว อันไหนไม่ดีก็บอกกัน   นายครูมานิตย์กล่าวว่า “ยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีการลงชื่อขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ผมยังบอกว่าลงทำบ้าอะไร พวกมึงบ้าหรือเปล่า เขายังไม่ทำอะไรไปลงชื่อกันแล้ว ไปดูได้เลยไม่มีชื่อผม” จากนั้นนายกฯหันมาถามนายตี๋ใหญ่ว่าได้ลงชื่อกับเขาหรือเปล่า ถ้ารัฐบาลนี้ไม่ผ่าน รัฐบาลเก่าได้กลับมา นายตี๋ใหญ่ตอบว่านายกฯอย่ายุบสภานะ อยู่ให้เกิน 4 ปีนะ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า จะยุบได้ยังไง ยังไม่ทันได้ทำงานเลย ระหว่างนั้นนายอนุทินกล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า “คสช.” กลับมา   ต่อมานายครูมานิตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีมาร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ที่ จ.สุรินทร์ ระบุว่าจะยกมือให้นายกฯล้านเปอร์เซ็นต์ ว่า ความหมายของตนคือพร้อมสนับสนุนอะไรที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสานที่มีปัญหาภัยแล้ง ตนสนับสนุนการตั้งงบประมาณแก้ปัญหาแก่ประชาชน เราเป็นผู้แทนฯ ต้องการดูแลทุกข์สุข ไม่ใช่จะเข้าไปทะเลาะคะคานเอาแต่ชนะกันทุกเรื่อง เพราะวันนี้ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ เมื่อถามว่า หลายคนตั้งข้อสังเกตคำพูดพร้อมยกมือให้นายกฯ จะเตรียมย้ายพรรคหรือไม่ นายครูมานิตย์กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีความคิดจะย้ายพรรค คำว่ายกมือให้คือสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในการแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะวิกฤติภัยแล้ง เมื่อตนเป็น ส.ส. มีหน้าที่สะท้อนปัญหาให้ผู้มีอำนาจรับรู้ทั้งในและนอกสภาฯ ด้านนายคุณากร ปรีชาชนะชัย ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การไปต้อนรับนายกฯ เนื่องจากวิกฤติภัยแล้งของ จ.สุรินทร์ เป็นเรื่องใหญ่ และปัญหาภัยแล้งไม่ได้มีแค่ในพื้นที่เทศบาลเมืองสุรินทร์ แต่ยังรวมไปถึงพื้นที่รอบนอก เราจึงมาสะท้อนปัญหาให้กับนายกฯทราบ เพื่อจะได้แก้ปัญหาให้ประชาชน ยืนยันไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1ZKr-kGEdtE

 2,881
แชร์ออฟเดอะเดย์
20 ส.ค. 62

'น้องเบนเท็น' หนูน้อยบุรีรัมย์ โชว์เต้นรำหน้าศาลพระภูมิ ขอฝนแก้ภัยแล้ง

คลิปน้องเบนเท็น หนูน้อยที่ จ.บุรีรัมย์ โชว์เต้นรำขอฝนต่อหน้าศาลพระภูมิ หลังในพื้นที่ประสบภัยแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล     คลิปจากเฟซบุ๊ก Jay Tossapon Meephon ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/goU7HIUOgus

 2,197
การเมืองเข้มข้น
19 ส.ค. 62

นายกฯนำคณะ ลงพื้นที่แก้ภัยแล้งสุรินทร์-บุรีรัมย์

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อม พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อตรวจราชการจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยก่อนเดินทางนายกฯยอมรับว่าจะเดินทางลงพื้นที่บ่อยขึ้น   ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี จะไปตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงโครงการชลประทานสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ ปล่อยขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนด้านการอุปโภคบริโภค บริเวณที่ทำการโครงการชลประทานสุรินทร์   พร้อมเป็นประธานการประชุมการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกฉียงเหนือ 20 จังหวัด ณ ห้องประชุมศรีณรงค์  ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์   ช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะไปให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสุรินทร์ และเจ้าหน้าที่ของเหล่าทัพที่สนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวง ที่ท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี ตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มากโครงการชลประทานบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Pr9bKbntFu0

 909
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ยายร้านของชำเข่าทรุด โดนโจรทำทีซื้อของ ก่อนเชิดเงิน 6 พันเกลี้ยงกระเป๋า

บุรีรัมย์-ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ 3 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีคนร้ายมาหลอกผู้สูงอายุภายในหมู่บ้าน แล้วขโมยเงินในกระเป๋าได้ไปร่วม 6,000 บาทเมื่อเข้าไปตรวจสอบ ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ 3 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เปิดเป็นร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน พบนางสุเมศ จินรัมย์ อายุ 65 ปี เจ้าของร้านยังอยู่ในอาการเสียใจ และน้ำตาคลอเบ้า   โดยนางสุเมศ ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อช่วงบ่าย ได้มีชายอายุประมาณ 35-40 ปี ผิวขาวหน้าตาดี ลงจากรถกระบะสีขาว มาจอดหน้าบ้าน บอกว่า”ยายน้ำมันผมหมด”ขอซื้อน้ำมันเบนซิน 3 ขวด ตนก็จัดน้ำมันให้ 3 ขวด จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เลือกเอาขนมในร้านนานประมาณ 5 นาที แล้วสั่งซื้อน้ำแข็งอีก 20 บาท ตนซึ่งตอนนั้นอยู่คนเดียว ก็เดินไปตักน้ำแข็งที่ถังซึ่งอยู่หน้าบ้าน   หลังจากตักน้ำแข็งใส่ถุงเสร็จ คนร้ายก็เอาเงินให้ 100 บาท แล้วบอกว่าฝากของไว้ก่อนเดี๋ยวมาเอา แล้วขึ้นรถขับออกไป ตนก็ไม่เอะใจกระทั่งจะเอาเงิน 100 บาทที่ได้มาไปใส่กระเป๋า เปิดมาดูถึงกับเข่าทรุด เพราะเงินที่เก็บไว้ร่วม 6,000 บาท ได้หายไป และคาดว่าชายรูปหล่อคนนั้นที่ขโมยไป   เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุดในชีวิต เพราะเงินที่หายไปเป็นเงินหมุนเวียนไปซื้อของมาขายซึ่งใกล้ถึงเวลาไปซื้อแล้ว ไม่คิดว่าคนร้ายจะใจดำทำกับคนแก่ได้ ได้แต่ร้องไห้ด้วยความเสียดายและเสียใจ เพราะตนต้องมีภาระเลี้ยงหลานกำพร้าอีก 3 คน   สำหรับกลุ่มมิจฉาชีพในลักษณะนี้ ได้ออกมาตระเวนก่อเหตุในจังหวัดบุรีรัมย์ และในภาคอีสานเป็นประจำ คาดว่าจะมีหลายแก๊ง ส่วนใหญ่จะใช้วิธีเดียวกัน คือเลือกเอาร้านค้าที่คนแก่ขาย และผู้คนไม่พลุกพล่าน ที่บุรีรัมย์มีการจับกุมได้รายเดียวที่ อ.นาโพธิ์ แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถจับคนร้ายได้ เพราะไม่มีวงจรปิด ไม่มีหลักฐานอื่น ประกอบกับตำรวจคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มมิจฉาชีพมาจากจังหวัดอื่นแล้วตระเวนไปทุกจังหวัดในเขตภาคอีสาน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/beDvQwEPMc4

 1,257
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

เปิดคลิป ครูขับกระบะ กวาด จยย.ติดไฟแดงดับ 2 พูดลิ้นพันกันเหมือนคนเมา แต่ตร.วัดแอลกอฮอล์ได้แค่ 39 มก.

บุรีรัมย์-จากกรณีนายสมศักดิ์ เกรัมย์ อายุ 53 ปี ครูสอนวิชากฎหมายโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง จ.บุรีรัมย์ ก่อเหตุขับรถยนต์ ยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำ พุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่จอดติดไฟแดง 4 คัน จนมีผู้บาดเจ็บ 7 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตในเวลาต่อมา 2 ราย เหตุเกิดบริเวณสามแยกศาลากลางจังหวัดหลังเก่า จักรยานยนต์หนึ่งในนี้ติดไปกับหน้ารถแล้วเกิดเพลิงลุกไหม้   โดยต่อมา ร.ต.อ.สุมนัส นัดที รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในร่างกายของ นายสมศักดิ์ เจ้าหน้าที่พบมีแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย 39 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังไม่เกินที่กฎหมายกำหนด โดยนายสมศักดิ์ คนขับให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ตนเองมีโรคประจำตัวที่จะต้องกินยาเป็นประจำ   ล่าสุดโลกโซเชียล ได้นำคลิปภาพที่ถ่ายนายสมศักดิ์ คนขับรถเชฟ มาเผยแพร่ ซึ่งเป็นภาพที่ครู มีอาการคล้ายคนเมา โอนเอนไปมา พูดจาลิ้นพัน พร้อมกับจะหาเรื่องชาวบ้านที่มาคุมสถานการณ์ โดยในคลิปนายสมศักดิ์ ได้ใช้คำว่า "รู้กฎหมายดี" ทำให้โลกออนไลน์ต่างออกมาวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่จะถามถึงตำรวจว่า "เมาขนาดนี้ เป่าแอลกอฮอล์ได้ 39 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จริงหรือ" และได้มีการเจาะเลือดไปตรวจหรือไม่   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/16kkeTomrKg

 1,292
ข่าวภูมิภาค
17 ส.ค. 62

อุบัติเหตุใหญ่! รถยนต์พุ่งชน จยย.ที่จอดติดไฟแดง 5 คันรวด จนเกิดไฟลุกท่วม

บุรีรัมย์ - ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุ รถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ บริเวณแยกศาลากลางหลังเก่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต แคปติวา จอดอยู่หน้าศาลากลางเก่า ซึ่งเป็น 3 แยกไฟแดงเข้าตัวเมือง พบมีไฟกำลังลุกไหม้รถเชฟอย่างรุนแรง กู้ภัยต้องใช้ถังดับเพลิงไปฉีดพ่นหลายถังกว่าจะระงับเพลิงเอาไว้ได้ ตรวจสอบพบมีรถจักรยานยนต์ติดใต้ท้องรถเชฟ 1 คัน สภาพ ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งคัน    บริเวณลานสามแยกไฟแดง พบรถจักรยานยนต์ และผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา กระจัดกระจายทั่วบริเวณ ร้องครวญครางด้วยความบาดเจ็บขอความช่วยเหลือ อยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ของกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมต้องเร่งช่วยเหลือกันจ้าละหวั่น    สอบถามน.ส ลักษมณ มีนิยม 24 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุตนจอดติดไฟแดงอยู่อีกฝากหนึ่ง เห็นรถยนต์ขับมาจากอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 มาด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงสามแยก รถยนต์คันดังกล่าวไม่เบรก แล้วพุ่งชนรถจักรยานยนต์ที่รอไฟแดงอยู่หลายคัน จนรถกระเด็นกระจัดกระจายทั่วบริเวณ แล้วรถยนต์ก็ลากรถจักรยานยนต์คันหนึ่งติดใต้ท้องรถพุ่งข้างทางมีไฟลุกไหม้ดังกล่าว    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบ พบมีรถจักรยานยนต์ถูกชนจำนวน 5 คัน มีผู้บาดเจ็บจำนวน 7 ราย ในจำนวนนี้สาหัส 1 ราย ส่วนคนขับรถตำรวจได้ควบคุมตัวไปสถานีตำรวจเพื่อตรวจหาสารเสพติด ซึ่งคาดว่ามีอาการเมา        รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/xAAxOtFHqy0

 2,350
ข่าวภูมิภาค
16 ส.ค. 62

เซียนต่อหัวเสือพลาด ถูกต่อนับร้อยรุมต่อยสลบข้างห้องน้ำ

บุรีรัมย์-เกิดเหตุชายถูกต่อหัวเสือต่อยตามร่างกาย นอนสลบอยู่ข้างบ้านชาวบ้าน พบร่างของนายคัมภีร์ ขันโมลี อายุ 42 ปี นอนสลบแน่นิ่งอยู่ข้างห้องน้ำหลังบ้านชาวบ้าน ในสภาพถูกสัตว์มีพิษ ซึ่งคาดว่าเป็นต่อหัวเสือ ต่อยทั่วร่าง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลบ้านด่าน อย่างเร่งด่วน   จากการสอบถามเจ้าของบ้าน เล่าว่า ก่อนหน้านี้เห็นต่อหัวเสือบินไปมา แต่ไม่เอะใจ จนกระทั่งมาพบว่ารังต่อ มาสร้างรังอยู่ผนังหลังห้องน้ำหลังบ้านรังใหญ่ จึงได้ไปร้องขอนายคัมภีร์ ซึ่งเป็นเซียนล่ารังต่อภายในหมู่บ้านให้มาเอารังต่อออก เมื่อนายคัมภีร์ มาถึงเห็นรังต่อ จึงแจ้งให้ตน ปิดไฟในบ้านและนอกบ้านให้หมด   จากนั้นนายคัมภีร์ ได้ถือกระสอบปุ๋ย เข้าไปแล้วแจ้งว่า รอแป๊บ เพียงไม่กี่นาที ตนเองสังเกตเห็นตัวต่อบินว่อนไปทั่วบริเวณ และได้ยินเสียงนายคัมภีร์ ร้องเสียงหลง ซึ่งผิดปกติจึงเปิดไฟ แล้วให้ชาวบ้านเดินตามหานายคัมภีร์ เกรงเป็นอันตราย จนมาพบว่านายคัมภีร์ หมสติข้างห้องน้ำ ก่อนจะเรียกชาวบ้านมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/GqMThU0HKno

 2,287
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

โอละพ่อ ลูกสาวสารภาพสิ้น ไม่ถูกหวย 12 ล้าน หลังร่วมมืออดีตแฟนกุเรื่อง ถูกแม่ยายยักยอกลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน

บุรีรัมย์-จากกรณีนายแดน อายุ 16 ซึ่งเป็นลูกเขยอ้างว่า ถูกรางวัลที่ 1 แล้วนำลอตเตอรี่ทั้ง 2 ใบ ไปฝากไว้กับนางมานิตย์ ผู้เป็นแม่ยาย ทั้งกล่าวหาว่าแม่ยายเป็นคนนำสลากไปขึ้นเงิน พร้อมจ้างทนายความยื่นฟ้องศาลจังหวัดนางรอง ให้เอาผิดกับคนทั้ง 3   ต่อมาเมื่อเดือน ส.ค.61 ศาลชั้นต้นยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยว่าเป็นเพียงแค่พยานบุคคล และพยานบอกเล่า ไม่มีวัตถุพยาน หรือพยานเอกสารมายืนยัน ว่าจำเลยกระทำผิดจริง ประกอบกับพยานเอกสารจากกองสลากก็ไม่ปรากฏชื่อโจทก์ ที่สลักไว้หลังสลาก   และไม่ปรากฏชื่อของจำเลย หรือญาติของจำเลยไปขึ้นเงิน ศาลจึงมีคำพิพากษายกคำร้องโจทก์ในชั้นไต่สวน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากกองสลากฯ พบว่าผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 ชุดดังกล่าวที่ไปขึ้นเงินกับกองสลากฯ อยู่ที่ จ.ลำปาง และไม่เกี่ยวข้องอะไรกับแม่ยายที่ถูกกล่าวเลย   แต่เรื่องยังไม่จบฝั่งครอบครัวลูกเขย ได้ยื่นอุธรณ์ต่อ ทำให้ครอบครัวฝั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องเดินทางไปขึ้นศาลหลายครั้ง เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง   ล่าสุดวานนี้ (14 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาวนางมานิตย์ ได้กลับมาอยู่กับแม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมสารภาพหมดเปลือกว่า เรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ตนกับแฟน ไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ และไม่ถูกรางวัลตามที่มีเรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องทั้งหมดแฟนหนุ่มเป็นคนกรุเรื่องขึ้นมา ตนจึงจำเป็นต้องคล้อยตาม   ด้านนางฉวีวรรณ อายุ 31 ปี น้องสาวนางมานิตย์ และเป็นหนึ่งผู้ถูกกล่าวหา บอกว่า ถึงตอนนี้แล้วก็อยากจะให้เรื่องจบโดยเร็ว เพราะไม่เป็นความจริง ไม่อยากให้ยื้อกันต่อไปอีก เพราะต่างคนต่างเสียเวลา ค่ารถค่าอื่นๆ หลายอย่าง ยอมรับว่าเหนื่อยที่ต้องเดินทางไปขึ้นศาล   ด้านนางมานิตย์ แม่ น.ส.เอ บอกว่า ทุกครั้งที่เดินทางไปศาลจะต้องเสียค่าใช้จายทั้งค่ารถค่าใช้จ่ายอื่น จนไม่มีเวลาไปทำงานอื่น ตอนนี้อยากให้เรื่องให้จบ เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าไม่มีใครถูกลอตเตอรี่แต่อย่างใด  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/f1RC3MQHIPI

 8,024
ข่าวภูมิภาค
13 ส.ค. 62

เกศพระประธานหนัก 20 กก.เกี่ยวสายไฟ ร่วงใส่เจ้าอาวาสเจ็บสาหัส เย็บ 10 เข็ม

บุรีรัมย์-เฟซบุ๊กเพจที่นี่ประโคนชัย ได้โพสต์ภาพการเกิดอุบัติเหตุ ระหว่างมีการแห่พระประธานสูง 4.6 เมตร หน้าตักกว้าง 1.8 เมตร เพื่อเคลื่อนย้ายไปประดิษฐานที่วัดป่าไพบูลย์ ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัย   แต่จู่ๆเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเกศพระประธานซึ่งเป็นยอดสูงสุด ไปเกี่ยวใส่สายไฟทำให้เกศพระประธาน ซึ่งส่วนนั้นมีน้ำหนักกว่า 20 กก.ร่วงตกใส่กลางศีรษะพระมหาเลื่อน ยโสธโร อายุ 60 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าไพบูลย์ จนล้มหมดสติลง ขณะพรมน้ำมนต์ให้ญาติโยม กู้ภัยต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลประโคนชัย แพทย์เย็บ 10 เข็ม แพทย์ต้องดูอาการอย่างใกล้ชิด เกรงจะกระทบต่อสมอง เพราะวัตถุที่ตกใส่มีน้ำหนักมาก     ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาว อ.ประโคนชัย ได้ร่วมกันสร้างพระประธาน โดยมีการอัดคลิปเล่ารายละเอียดที่มาที่ไปของการสร้างพระประธาน โดยมีกำหนดที่จะเอาไปตั้งเป็นพระประธานในวันที่ 13 ส.ค.นี้ โดยระหว่างการเคลื่อนย้าย ได้มีการเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างอุโบสถของวัดป่าไพบูลย์ จนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนอาการล่าสุดของพระมหาเลื่อน หมอยังเฝ้าดูอาการเป็นพิเศษ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IEp5PXM6_98

 2,042
ข่าวภูมิภาค
01 ส.ค. 62

นั่งล้อมวงกินข้าว เจอกระบะพุ่งทะลุบ้านผ่ากลางวงดับ 1 เจ็บ 3 คนขับอ้างตกใจเงาดำตัดหน้า

บุรีรัมย์-เกิดเหตุรถขนส่งพัสดุเอกชน พุ่งชนบ้านคน ขณะคนในบ้าน 4 คนขณะล้อมวงกินข้าวหน้าบ้าน อ.ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย     เจ้าของบ้านเผยนาทีชีวิตกำลังนั่งทานข้าวอร่อย ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ จู่ๆมีรถพุ่งเข้ามาไม่คาดคิด ก่อนตั้งสติอุ้มหลาน 6 ปีที่นั่งติดกันหลบออกให้พ้น ทันใดนั้นรถกระบะได้พุ่งชนเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน แล้วรถก็พุ่งมาชนผ่ากลางวงกับข้าวเสียงดังสนั่น     ก่อนจะหยุดนิ่งกับรั้วกำแพงบ้าน ท่ามกลางเสียงร้องครวญครางด้วยความบาดเจ็บปวดของคนในครอบครัว เมื่อเสียงสงบจึงตามหาสมาชิก พบว่าลูกสาวที่เสียชีวิตถูกชนลากอัดก็อปปี้กับรั้วกำแพงบ้าน จึงแจ้งให้เพื่อนบ้านมาช่วยเหลือ     ด้านนายทินกร เชียรรัมย์ อายุ 27 ปี คนขับรถขนส่ง รับสารภาพว่าเป็นคนขับชน แต่ไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สาเหตุที่พุ่งชนเพราะก่อนเกิดเหตุเห็นเงาดำมาวิ่งตัดหน้าจึงหักหลบก่อนเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนบ้านดังกล่าว ทั้งนี้ตำรวจจะสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0L7IpZA97Bo  

 6,555
ข่าวภูมิภาค
29 ก.ค. 62

ตาวัย 87 ปี ชาวร้อยเอ็ด เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาสาวแสบ ที่ก่อเหตุหลอกฉกทรัพย์ตายายบุรีรัมย์

บุรีรัมย์ - นายพรมมา กันสา อายุ 87 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาดูตัว น.ส.ธวัลกร แคฝอย อายุ 43 ปี ชาว จ.อุทัยธานี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ นางนวลศรี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี และนายลี สิงห์ไธสง อายุ 80 ปี สองสามีภรรยาชาว อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ได้เงินสด 10,000 บาทและทองรูปพรรณหนัก 1 บาทอีกหนึ่งเส้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา และต่อมาตำรวจกองปราบ ร่วมกับตำรวจชุดสืบอุทัยธานี และชุดสืบสวน สภ.นาโพธิ์ จับได้ที่บ้านเกิดจังหวัดอุทัยธานี    เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ก.ค. น.ส.ธวัลกร ได้ใช้ยกทรงของตัวเอง ผูกคอติดกับกรงเหล็กห้องขัง หวังจะฆ่าตัวตาย แต่ไม่ตายยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ยังให้การกับตำรวจไม่ได้   โดยนายพรมมา ผู้เสียหายชาวร้อยเอ็ด บอกว่า จากที่ดูใบหน้าแล้วยังไม่มั่นใจ เพราะผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการรักษา ส่วนตัวยังเชื่อว่าเป็นคนเดียวกัน เพราะขายน้ำผึ้งเหมือนกัน และมีวิธีพูดจาหว่านล้อมให้ตายใจแบบเดียวกัน    นายพรมมา เล่าด้วยว่า เมื่อปลายปี 2559 หญิงลักษณะคล้ายกับ น.ส.ธวัลกร มาพูดจาตีสนิท บอกรู้จักลูกสาวตนเองที่ชื่อนิด ซึ่งเปิดร้านเสริมสวย อยู่ที่กรุงเทพฯ อ้างว่าลูกสาวตา ให้มาเก็บเงินค่าน้ำผึ้ง จำนวน 70 ขวด ราคาขวดละ 250 บาท เป็นเงิน 17,500 บาท บวกค่าส่งอีก 500 รวมเป็นเงิน 18,000 บาท ตนเองก็จ่ายให้ไป เพราะอยากให้ลูกสาวได้น้ำผึ้งแท้ไปกิน สุดท้ายลูกสาวไม่รู้เรื่อง จึงแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด   สำหรับอาการของ น.ส.ธวัลกร ผู้ต้องหา ยังพูดไม่ได้ เพราะกระดูกคอเคลื่อน มีเลือดออกทางปาก ยังอยู่การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีตำรวจกองปราบ และตำรวจท้องที่ ร่วมคอยดูสถานการณ์ด้วยตลอดเวลา

 1,599
ข่าวภูมิภาค
20 ก.ค. 62

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ร่ายมนต์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอฝนตกในพื้นที่

บุรีรัมย์ - ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้นำหน่วยงานราชการ พ่อค้าประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   รวมตัวกันนำเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย หัวหมู จำนวน 16 หัว อาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มต่างๆ ไปใช้ในการประกอบพิธีบวงสรวงเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวพื้นเมืองจังหวัดบุรีรัมย์   เพื่อสวดขอพรอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เทวดาช่วยดลบันดาลให้ฝนตกลงมาเติมน้ำในอ่างให้เต็ม เพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้อุปโภค บริโภค และหลังจากประกอบพิธีเซ่นไหว้ ได้มีการรำมารำ ประกอบพิธีรำบวงสรวงทวยเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์           ชมผ่านยูทูปได้ที่ :  https://youtu.be/BKMeQhYB3gM

 1,355
ข่าวภูมิภาค
19 ก.ค. 62

ยายอ้วกพุ่ง กินยำปลาทูเจอหนอนไต่หนีความเผ็ด คาดลงท้องไปแล้วหลายตัว

บุรีรัมย์-ยายนั่งกินข้าวกับหลาน หลังซื้อยำปลาทูจากตลาดไนท์บาซาร์ อ.คูเมือง มารับประทาน แต่อ้วกแทบพุ่งเมื่อหนอนตัวสีเขียว กำลังไต่ออกมาจากยำปลาทู จนหลานสาวตะโกนทักว่า หนอนๆ เมื่อเอาไม้ตะเกียบเขี่ยดู พบว่ามีหนอนแบบเดียวกันตายในยำปลาทูอีกหลายตัว ทำเอาคนกินอ้วกออกมากลางวง และคิดว่าน่าจะกินไปแล้วหลายตัว   คาดว่าขั้นตอนการทำอาหารของแม่ค้ายำปลาทู น่าจะไม่สะอาด หรือก็เอาปลาทูเก่าที่เก็บไว้นานโดยไม่แช่เย็นมาทำขาย ส่วนหนอนตัวที่ไต่ออกมาเป็นๆ คาดว่าน่าจะเป็นตัวที่แข็งแรงกว่าเพื่อน แล้วไต่หนีความเผ็ดร้อนของพริกออกมาตามที่เห็น จึงอยากจะฝากถึงแม่ค้าพ่อค้า ที่ทำอาหารมาจำหน่ายตามตลาดนัดต่างๆ ให้ดูแลความสะอาดของอาหารด้วย เพราะอาจจะกระทบอาชีพของตัวเองได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-kNjRA_tMP8

 4,968
ข่าวภูมิภาค
12 ก.ค. 62

วอนแจ้งเบาะแส ล่า 5 โจ๋ ไล่ชนก่อนรุมยำ หนุ่ม อบต.น่วม ฉุนเหตุแค่มองหน้า

บุรีรัมย์-ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ คน กู้ชีวิต ได้โพสต์ภาพและข้อความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าตัวเอง ระหว่างที่ขับรถและพบชายฉกรรจ์รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ อบต.บัวทอง จ.บุรีรัมย์ อาการสาหัส เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณยูเทิร์นหน้าวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เยื้องกับ อบต.บัวทอง   จากการสอบถามผู้โพสต์เล่าว่า ตนเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บัวทอง ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 08.20 น. ขณะที่ตนจะขับรถยูเทิร์น ตนเห็นรถจักรยานยนต์แบบผู้หญิงล้มคว่ำขวางทางยูเทิร์น และพบว่าเป็นรถของนายกฤษณะ ศรีสุภา อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานใน อบต.บัวทอง ตอนแรกคิดว่าประสบอุบัติเหตุรถล้ม จึงเดินลงไปดูเพื่อจะช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เห็นตัวนายกฤษณะ   เมื่อหันไปดูรอบๆ ก็เห็นรถจักรยานยนต์ 3 คัน จอดอยู่ริมถนนข้างพุ่มไม้ เห็นชายทั้ง 5 คน ได้รีบขี่รถจยย.ออกไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบแจ้งหน่วยกู้ชีพ อบต.บัวทอง ให้มาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ก่อนจะเดินไปเจอนายกฤษณะ นอนร้องครวญครางอยู่หลังพุ่มไม้ ในสภาพมีบาดแผลตามแขน ขา ใบหน้า และลำตัว โดยเฉพาะขาขวาท่อนล่างมีลักษณะผิดรูปอาการสาหัส   สอบถามผู้บาดเจ็บ ซึ่งยังพอให้ข้อมูลได้ ก็เล่าให้หน่วยกู้ชีพและเพื่อนร่วมงานที่เข้าไปช่วยเหลือฟังว่า เมื่อเช้าขี่รถจยย.ออกจากบ้านส่งลูกไปโรงเรียนและส่งภรรยาไปทำงานในตัวเมือง จากนั้นก็ขี่รถจยย.จะมาทำงานที่ อบต.ตามปกติ   จู่ๆ ก็มีรถจยย.จำได้น่าจะเป็นยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีฟ้าขาว ขี่ตามหลังมาแล้วพุ่งชนรถของ นายกฤษณะ จนเสียหลักล้มลงตรงยูเทิร์น จากนั้นก็มีรถจยย.อีก 2 คัน ซ้อนกันมาคันละ 2 คน ตามมาสมทบ นายกฤษณะ จึงพยายามจะวิ่งหนีไปที่ อบต.เพราะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร   แต่กลุ่มคนร้ายได้ใช้ไม้เบสบอลที่ตอกตะปูให้ปลายแหลมโผล่ออกขว้างใส่ที่ขาจนล้มลงกับพื้น จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีแบบไม่ยั้ง โดยมีคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนว่า “มึงมองหน้ากูทำไม” ซึ่งนายกฤษณะ ก็ได้ยกมือไหว้ขอชีวิต แต่กลับไม่เป็นผล ซ้ำยังถูกกระหน่ำตีจนอาการปางตาย ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.บุรีรัมย์   นายสุเมธ ยังบอกอีกว่า ที่โพสต์เรื่องราวดังกล่าวก็อยากจะให้คนที่ขับรถผ่านช่วงตอนเกิดเหตุแล้วมีกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกภาพได้ นำภาพมาต่อกันเป็นจิ๊กซอว์ แล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/yt67sBb2nPQ

 1,011
ข่าวภูมิภาค
08 ก.ค. 62

เจ้าของบ้านมึน โจรย่องขึ้นบ้าน หยิบทรัพย์สินใส่กล่อง แต่เอาไปวางบนรั้ว

บุรีรัมย์-ตร.ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายงัดบ้านหรู เพื่อเข้าไปขโมยทรัพย์สิน ที่บ้านโคกตาล ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์   ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดใหญ่ ปลูกอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ตั้งอยู่เลขที่ 254 ม.4 ต.สะแกซำ อ.เมือง ซึ่งเป็นบ้านของรองผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์   จากการตรวจสอบพบว่าบริเวณลูกบิดประตูด้านหลังบ้านมีร่องรอยถูกงัดเสียหาย และห้องน้ำภายในบ้านพบว่าฝ่าเพดานถูกเปิดทิ้งไว้ คาดว่าคนร้ายน่าจะปีนขึ้นหลังคาแล้วมุดเข้าทางฝ่าเพดานโรยตัวลงมาในห้องน้ำ   ภายในบ้านและห้องนอนก็พบร่องรอยการรื้อค้น แต่ที่น่าแปลกใจและสร้างความงุนงงให้กับเจ้าของบ้าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องปิ้งขนมปัง, หม้ออบลมร้อน และเตาแผ่นความร้อนไฟฟ้า คนร้ายได้เก็บใส่กล่องแล้วนำไปตั้งเรียงไว้ที่กำแพงรั้วหลังบ้าน แต่กลับไม่ขนเอาไปด้วย   จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดพบว่า ช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่มเศษ ของคืนวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างผอมสูงเดินเข้ามาด้านหลังบ้านโดยใช้ไฟฟ้าไฟฉายส่อง แล้วพยายามงัดประตูด้านหลัง   ซึ่งก็งัดได้สำเร็จแต่ติดเหล็กดัดด้านใน จึงเปลี่ยนไปปีนขึ้นบนหลังคาแล้วมุดเข้าทางฝ่าเพดานก่อนโรยตัวเข้าในห้องน้ำแล้วไปรื้อค้นขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เก็บรวบรวมหลักฐานยังที่เกิดเหตุ และภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LN6VSRnpM-k

 3,301

Top