ค้นหา :

ผลการค้นหา "เจ้าอาวาส"

แชร์ออฟเดอะเดย์
21 ม.ค. 63

หลวงพ่อชี้แจง หลังโพสต์เฟซโยมใส่ซองถวายแค่ 200 ยันไม่มีเจตนาโลภ

โคราช-โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ชื่อและภาพโปรไฟล์แสดงสถานะว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ พร้อมกับโพสต์ข้อความบ่นเรื่องการใส่ปัจจัยของญาติโยมว่า กล้าใส่ซองได้แค่ 200 บาท แบบนี้บวชให้ฟรีๆ เลยก็ได้ โดยโพสต์ข้อความระบุว่า   "12/1/63 นิมนต์พระมาเทศน์ถวายรูปละ 4 พัน 5 พันกล้าให้ ลิเกมาเล่นราคา 6 หมื่นกล้าให้ บัดเอาลูกมาบวชถวายพระคู่สวด 600 บาท ยังกล้าถวายหนอ นี่ก็บวชหน้าไฟ 200 บาท ยังกล้าถวายอยู่หนอคุณโยมเอ๋ย" ทำให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมกันเป็นจำนวนมาก   ต่อมาพระครูสุนทรปัญญาพิมล (โพธิ์ สุปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดหนองตะไก้ อำเภอหนองบุญมาก และยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองตะไก้ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว เนื่องจากงานบวชเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการจัดงานบวชทั้งบวชหน้าไฟ และบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ซึ่งมีผู้บวชหลายรูป อาตมาเองในฐานะเป็นพระอุปัชฌาย์จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดอื่นเพื่อเดินทางมาเป็นพระคู่สวด และพระนั่งหัตถบาทในพิธีรวมจำนวนกว่า 10 รูป ซึ่งเมื่อเสร็จพิธีเจ้าภาพได้ใส่ซองถวายพระคู่สวดเป็นเงิน 600 บาท และถวายอาตมาซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ 200 บาท   ซึ่งลำพังตนเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่อยากให้ญาติโยมเห็นใจพระคู่สวด และพระที่เดินทางมาร่วมพิธีจำนวนกว่า 10 รูป ซึ่งเดินทางไกลมาจากวัดอื่น จึงได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพื่อให้ญาติโยมได้ถวายปัจจัยให้ท่านตามความสมควร แต่ในโพสต์ของตนก็ได้อธิบายไว้ตอนท้ายแล้วว่า หากไม่มีเงินก็บอก จะได้บวชให้ฟรี เพราะหลายคนที่ไม่มีเงินอาตมาเองก็บวชให้ฟรีอยู่แล้ว   เพียงแต่ว่าในโลกออนไลน์จับเอาใจความเพียงแต่ข้อความที่ถวายเงินเพียง 200 บาทเท่านั้น ซึ่งอาตมาเองเป็นคนที่พูดตรงๆ ญาติโยมแถวนี้ก็รู้ดี ไม่ได้มีเจตนาละโมบโลภมากแต่อย่างใด และก็ยอมรับว่าการโพสต์เช่นนี้มีความไม่เหมาะสม หลังจากนี้ไปก็จะระมัดระวังการโพสต์ข้อความใดๆ ลงไปในโลกออนไลน์ให้มากกว่านี้   ด้านพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งการโพสต์ลักษณะนี้ไม่ถือว่าผิดวินัยสงฆ์ เพราะไม่มีบทบัญญัติวินัยใดๆ ระบุไว้ เพียงแต่ว่าการกระทำลักษณะเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นโลกวัชชะหรือโลกติเตียน   ซึ่งอาตมาเองได้แจ้งไปยังเจ้าคณะอำเภอหนองบุญมากให้เรียกพระครูรูปดังกล่าวมาตักเตือนแล้ว เพราะเป็นถึงระดับเจ้าคณะตำบล การจะกระทำอะไรก็น่าจะคิดไตร่ตรองให้รอบคอบกว่านี้ พร้อมกับฝากเตือนไปถึงพระภิกษุสงฆ์ทุกรูปที่เล่นโซเชียล ให้ระมัดระวังการโพสต์ข้อความต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมซึ่งจะส่งผลเสียต่อพระพุทธศาสนาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gYGjvRthlMY

 11,485
ข่าวโซเชียล
21 ม.ค. 63

หลวงพ่อชี้แจง หลังโพสต์เฟซโยมใส่ซองถวายแค่ 200 ยันไม่มีเจตนาโลภ

โคราช-โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่ชื่อและภาพโปรไฟล์แสดงสถานะว่าเป็นพระภิกษุสงฆ์ พร้อมกับโพสต์ข้อความบ่นเรื่องการใส่ปัจจัยของญาติโยมว่า กล้าใส่ซองได้แค่ 200 บาท แบบนี้บวชให้ฟรีๆ เลยก็ได้ โดยโพสต์ข้อความระบุว่า   "12/1/63 นิมนต์พระมาเทศน์ถวายรูปละ 4 พัน 5 พันกล้าให้ ลิเกมาเล่นราคา 6 หมื่นกล้าให้ บัดเอาลูกมาบวชถวายพระคู่สวด 600 บาท ยังกล้าถวายหนอ นี่ก็บวชหน้าไฟ 200 บาท ยังกล้าถวายอยู่หนอคุณโยมเอ๋ย" ทำให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมกันเป็นจำนวนมาก   ต่อมาพระครูสุนทรปัญญาพิมล (โพธิ์ สุปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดหนองตะไก้ อำเภอหนองบุญมาก และยังมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองตะไก้ ยอมรับว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว เนื่องจากงานบวชเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการจัดงานบวชทั้งบวชหน้าไฟ และบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ซึ่งมีผู้บวชหลายรูป อาตมาเองในฐานะเป็นพระอุปัชฌาย์จึงได้นิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดอื่นเพื่อเดินทางมาเป็นพระคู่สวด และพระนั่งหัตถบาทในพิธีรวมจำนวนกว่า 10 รูป ซึ่งเมื่อเสร็จพิธีเจ้าภาพได้ใส่ซองถวายพระคู่สวดเป็นเงิน 600 บาท และถวายอาตมาซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ 200 บาท   ซึ่งลำพังตนเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่อยากให้ญาติโยมเห็นใจพระคู่สวด และพระที่เดินทางมาร่วมพิธีจำนวนกว่า 10 รูป ซึ่งเดินทางไกลมาจากวัดอื่น จึงได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพื่อให้ญาติโยมได้ถวายปัจจัยให้ท่านตามความสมควร แต่ในโพสต์ของตนก็ได้อธิบายไว้ตอนท้ายแล้วว่า หากไม่มีเงินก็บอก จะได้บวชให้ฟรี เพราะหลายคนที่ไม่มีเงินอาตมาเองก็บวชให้ฟรีอยู่แล้ว   เพียงแต่ว่าในโลกออนไลน์จับเอาใจความเพียงแต่ข้อความที่ถวายเงินเพียง 200 บาทเท่านั้น ซึ่งอาตมาเองเป็นคนที่พูดตรงๆ ญาติโยมแถวนี้ก็รู้ดี ไม่ได้มีเจตนาละโมบโลภมากแต่อย่างใด และก็ยอมรับว่าการโพสต์เช่นนี้มีความไม่เหมาะสม หลังจากนี้ไปก็จะระมัดระวังการโพสต์ข้อความใดๆ ลงไปในโลกออนไลน์ให้มากกว่านี้   ด้านพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเปิดเผยว่า ได้ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งการโพสต์ลักษณะนี้ไม่ถือว่าผิดวินัยสงฆ์ เพราะไม่มีบทบัญญัติวินัยใดๆ ระบุไว้ เพียงแต่ว่าการกระทำลักษณะเช่นนี้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งถือว่าเป็นโลกวัชชะหรือโลกติเตียน   ซึ่งอาตมาเองได้แจ้งไปยังเจ้าคณะอำเภอหนองบุญมากให้เรียกพระครูรูปดังกล่าวมาตักเตือนแล้ว เพราะเป็นถึงระดับเจ้าคณะตำบล การจะกระทำอะไรก็น่าจะคิดไตร่ตรองให้รอบคอบกว่านี้ พร้อมกับฝากเตือนไปถึงพระภิกษุสงฆ์ทุกรูปที่เล่นโซเชียล ให้ระมัดระวังการโพสต์ข้อความต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมซึ่งจะส่งผลเสียต่อพระพุทธศาสนาได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/gYGjvRthlMY

 11,485
สังคม-อาชญากรรม
10 ม.ค. 63

อดีตไวยาวัจกรวัดสุทธิฯ หิ้วหลักฐานแฉ เจ้าอาวาสทุจริตเงินวัด 95 ล้าน

นายชาญณรงค์ เพียรดี อดีตไวยาวัจกรวัดสุทธิวราราม นำเอกสารหลักฐานเป็นแฟ้มภาพและหนังสือร้องเรียนวัดสุทธิวราราม ระบุพบการทุจริตเงินภายในวัดดังกล่าว โดยกล่าวว่า พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัด และหลานประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตยักยอกเงินของวัดมูลค่ากว่า 95 ล้านบาทที่หายไป ซึ่งพบมีการนำไปซื้อที่ดินสปก.ที่จ.สระบุรี จำนวน7 ไร่ มูลค่า กว่า 2 ล้านบาท รวมทั้งที่จ.เชียงราย มูลค่า 1 ล้าน 8 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ทางวัดได้ให้คนงานในวัดนำศพที่เผาไหม้ไม่หมด ไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตนได้นำเรื่องทั้งหมดยื่นถึงสำนักพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะเขตให้มาตรวจสอบหลายฉบับ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 แต่เรื่องกลับเงียบหาย เชื่อว่ามีกลุ่มคนพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงทำให้ไม่มีการตรวจสอบ   ขณะที่พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ออกมาชี้แจงถึงจำนวนเงินของวัด ว่า ตนเริ่มดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสที่นี่ ปี2555 พบว่าเงินในบัญชีของวัด 80 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเงินผาติกรรม ที่ไม่สามารถเบิกเงินออกมาใช้ได้ ใช้ได้เพียงดอกเบี้ย ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ดำรงตำแหน่งตนมีหลักฐานรายรับ-รายจ่ายของวัดชัดเจน ยืนยันไม่เคยยักยอกหรือนำเงินไปใช้ส่วนตัว แต่จำนวนเงินที่ถูกร้องเรียนนั้นถูกนำไปบูรณะปฏิสังขรณ์วัด   นอกจากนี้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆของวัดทั้งหมด รวมถึงเป็นเงินทุนการศึกษาที่มอบให้กับนักเรียนวัดสุทธิวราราม ซึ่งประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทุจริตเงินวัดนั้น ตนได้ทำหนังสือชี้แจงพร้อมแนบหลักฐานที่เป็นรายรับ - จ่าย เอกสารการจัดซื้อทั้งหมด รวม 6 ประเด็น ไปให้สำนักพระพุทธศาสนาหมดแล้ว และทางสำนักฯก็ไม่มีข้องสงสัยเพิ่มเติม ยืนยันทางวัดมีหลักฐานสามารถชี้แจงข้อสงสัยได้ทั้งหมด และขณะนี้เงินของวัดในบัญชีมีทั้งหมด 120 ล้าน จึงแสดงได้ว่าเงินของวัดไม่ได้สูญหายไป   ส่วนประเด็นข้อสังเกตที่มีคนระบุว่าทางวัดเผาศพไหม้ไม่หมด แล้วนำไปทิ้งน้ำนั้น ยืนยันว่าหากเรื่องดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง ทางญาติคงจะร้องเรียนมาแล้ว เนื่องจากต้องเก็บอัฐิหลังจากเผาร่างเสร็จไปดำเนินการต่อ และหากเป็นจริงร่างที่ถูกทิ้งน้ำต้องโผล่ขึ้นมาแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตการออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ว่าเป็นเพราะนายชาญณรงค์น่าจะไม่พอใจที่เจ้าอาวาสลดอำนาจที่เคยมอบหมายให้นายชาญณรงค์ เก็บค่าที่จอดรถวัด และให้เลิกกิจการห้องนวดที่เคยให้เปิดให้ เพราะถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าปิดดึกและมีเรื่องผู้หญิงไม่เหมาะสม จนทำให้นายชาญณรงค์ขาดรายได้   ซึ่งภายหลังทางเจ้าอาวาสวัดชี้แจงหลายประเด็น นายชาญณรงค์เองก็ปฏิเสธไม่เชื่อ และนำคลิปที่ไพศาล นรินทร อายุ 58 ปี คนเก็บกวาดของวัดรับสารภาพกับนายชาญณรงค์ว่า ร่วมมือกับเด็กวัดบางคนว่ามีการนำชิ้นส่วนที่เผาไหม้ไม่หมดไปทิ้งน้ำจริง โดยหลังจากนี้ตนจะเดินหน้าร้องเรียน และขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าการกระทำของตนไม่ใช่การผูกใจเจ็บ แต่เพราะต้องการให้ตรวจสอบพระที่ทำการทุจริตเงินทำบุญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hPk9CXz4T7Q

 631
สังคม
10 ม.ค. 63

อดีตไวยาวัจกรวัดสุทธิฯ หิ้วหลักฐานแฉ เจ้าอาวาสทุจริตเงินวัด 95 ล้าน

นายชาญณรงค์ เพียรดี อดีตไวยาวัจกรวัดสุทธิวราราม นำเอกสารหลักฐานเป็นแฟ้มภาพและหนังสือร้องเรียนวัดสุทธิวราราม ระบุพบการทุจริตเงินภายในวัดดังกล่าว โดยกล่าวว่า พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัด และหลานประพฤติตนไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตยักยอกเงินของวัดมูลค่ากว่า 95 ล้านบาทที่หายไป ซึ่งพบมีการนำไปซื้อที่ดินสปก.ที่จ.สระบุรี จำนวน7 ไร่ มูลค่า กว่า 2 ล้านบาท รวมทั้งที่จ.เชียงราย มูลค่า 1 ล้าน 8 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า ทางวัดได้ให้คนงานในวัดนำศพที่เผาไหม้ไม่หมด ไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งตนได้นำเรื่องทั้งหมดยื่นถึงสำนักพระพุทธศาสนาและเจ้าคณะเขตให้มาตรวจสอบหลายฉบับ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 แต่เรื่องกลับเงียบหาย เชื่อว่ามีกลุ่มคนพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงทำให้ไม่มีการตรวจสอบ   ขณะที่พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ออกมาชี้แจงถึงจำนวนเงินของวัด ว่า ตนเริ่มดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสที่นี่ ปี2555 พบว่าเงินในบัญชีของวัด 80 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเงินผาติกรรม ที่ไม่สามารถเบิกเงินออกมาใช้ได้ ใช้ได้เพียงดอกเบี้ย ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปี ที่ดำรงตำแหน่งตนมีหลักฐานรายรับ-รายจ่ายของวัดชัดเจน ยืนยันไม่เคยยักยอกหรือนำเงินไปใช้ส่วนตัว แต่จำนวนเงินที่ถูกร้องเรียนนั้นถูกนำไปบูรณะปฏิสังขรณ์วัด   นอกจากนี้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆของวัดทั้งหมด รวมถึงเป็นเงินทุนการศึกษาที่มอบให้กับนักเรียนวัดสุทธิวราราม ซึ่งประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทุจริตเงินวัดนั้น ตนได้ทำหนังสือชี้แจงพร้อมแนบหลักฐานที่เป็นรายรับ - จ่าย เอกสารการจัดซื้อทั้งหมด รวม 6 ประเด็น ไปให้สำนักพระพุทธศาสนาหมดแล้ว และทางสำนักฯก็ไม่มีข้องสงสัยเพิ่มเติม ยืนยันทางวัดมีหลักฐานสามารถชี้แจงข้อสงสัยได้ทั้งหมด และขณะนี้เงินของวัดในบัญชีมีทั้งหมด 120 ล้าน จึงแสดงได้ว่าเงินของวัดไม่ได้สูญหายไป   ส่วนประเด็นข้อสังเกตที่มีคนระบุว่าทางวัดเผาศพไหม้ไม่หมด แล้วนำไปทิ้งน้ำนั้น ยืนยันว่าหากเรื่องดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริง ทางญาติคงจะร้องเรียนมาแล้ว เนื่องจากต้องเก็บอัฐิหลังจากเผาร่างเสร็จไปดำเนินการต่อ และหากเป็นจริงร่างที่ถูกทิ้งน้ำต้องโผล่ขึ้นมาแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตการออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ว่าเป็นเพราะนายชาญณรงค์น่าจะไม่พอใจที่เจ้าอาวาสลดอำนาจที่เคยมอบหมายให้นายชาญณรงค์ เก็บค่าที่จอดรถวัด และให้เลิกกิจการห้องนวดที่เคยให้เปิดให้ เพราะถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าปิดดึกและมีเรื่องผู้หญิงไม่เหมาะสม จนทำให้นายชาญณรงค์ขาดรายได้   ซึ่งภายหลังทางเจ้าอาวาสวัดชี้แจงหลายประเด็น นายชาญณรงค์เองก็ปฏิเสธไม่เชื่อ และนำคลิปที่ไพศาล นรินทร อายุ 58 ปี คนเก็บกวาดของวัดรับสารภาพกับนายชาญณรงค์ว่า ร่วมมือกับเด็กวัดบางคนว่ามีการนำชิ้นส่วนที่เผาไหม้ไม่หมดไปทิ้งน้ำจริง โดยหลังจากนี้ตนจะเดินหน้าร้องเรียน และขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าการกระทำของตนไม่ใช่การผูกใจเจ็บ แต่เพราะต้องการให้ตรวจสอบพระที่ทำการทุจริตเงินทำบุญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/hPk9CXz4T7Q

 631
สังคม
10 ม.ค. 63

เจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ โต้ไม่มีการยักยอกเงินวัด ยังไม่แจงประเด็นคลิปที่อดีตไวยาวัจกรแฉ

คลิปที่ถูกปล่อยออกมาเป็นภาพของพระรูปหนึ่งกอดเอวผู้ชาย และใช้มือลูบไสะโพก อยู่ในกุฏิ อีกคลิปเป็นพระรูปเดิมนั่งฉันอาหารในเวลากลางคืน ซึ่ง 2 คลิปนี้ถูกระบุว่าเป็นพระหลานชายของเจ้าอาวาส อีกคลิปเป็นพระรูปหนึ่งคว้าเก้าอี้ฟาดกับกำแพง ถูกระบุว่าเป็น เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม      ซึ่งนายชาญณรงค์ เพียรดี อดีตไวยาวัจกรวัดสุทธิวรารามเปิดเผยคลิปดังกล่าว พร้อมบอกว่า เจ้าอาวาสมีปัญหาเรื่องการบริหารจัดการเงินของวัดด้วย เคยทำเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักพระพุทธศาสนาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2562 แต่เรื่องก็เงียบไป ประเด็นที่กล่าวหามี 6 ข้อ 1.ความไม่โปร่งใสในการบริหารเงิน 2.เงินค่าที่ดินวัดรายปีเข้าบัญชีเบิกจ่ายคนเดียว 3.เงินค่าเช่าตึกภายในวัดไม่รู้ว่าอยู่ไหน 4.ใช้เงินของวัดไปซื้อที่ดินในจังหวัดเชียงราย 5.นำชิ้นศพที่เผาไม่หมดไปทิ้งน้ำ และ 6.สร้างเสมาโบสถ์ราคาสูงกว่าใบเสร็จ     ขณะที่พระสุธีรัตนบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดสุทธิวราราม ออกชี้แจงถึงจำนำเงินของวัด บอกว่าเริ่มดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 2555 เงินในบัญชีของวัด 80 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเงินจากผาติกรรมที่ไม่สามารถเบิกเงินออกมาใช้ได้ จะใช้ได้ดพียงโดยเบี้ย ซึ่งตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา มีหลักฐานรายรับรายจ่ายของวัดที่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่าไม่เคยยักยอกหรือว่านำเงินไปใช้ไปใช้ส่วนตัว แต่จำนวนเงินที่ถูกร้องเรียนถูกนำไปบูรณะวัด นอกจากนี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ของวัดทั้งหมด รวมถึงเป็นทุนการศึกษาที่มอบให้กับนักเรียนของวัดสุทธิฯ และในขณะนี้เงินในบัญชีของวัดมีอยู่ 120 ล้าน จึงแสดงได้ว่าเงินของวัดไม่ได้สูญหายไป ส่วนหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับคลิปยังไม่มีการชี้แจงแต่อย่างใด        รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/W9EbsONBA8I

 1,068
สังคม
25 ธ.ค. 62

ตร.บุกจับเจ้าอาวาส บังคับตุ๋ยสามเณร-เด็กวัด พบอายุต่ำสุด 8 ปี

วันที่ 25 ธ.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าตรวจค้นวัดป่าสุวัฑฒนาราม (วัดทุ่งอินทรี) จ.สมุทรสาคร โดยนำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดเพื่อจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแผ้ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.451/2562 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร โดยจับกุมตัวพระครูสังฆรักษ์ ได้ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ภายในวัดดังกล่าวขณะกำลังจะออกบิณฑบาต   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเณรที่ตกเป็นเหยื่อของพระครูสังฆรักษ์หรือนายศักดิ์สิทธิ์ โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว แสดงพฤติกรรมของรักษาการเข้าอาวาส ซึ่งพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน และเด็กวัด โดยรักษาการเจ้าอาวาสจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้กับคนอื่นทราบ ซึ่งจะให้เณรใช้โทรศัพท์ได้เฉพาะช่วงเวลา 19.00-21.00 น. แต่เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบว่าวัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดอีกจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนา เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆ ที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว   โดยขณะเข้าตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่างๆ ภายในวัดดังกล่าว พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่ถูกเก็บไว้จำนวนหลายเครื่อง พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ที่บริเวณด้านหลังกุฏิพักของสามเณรตกอยู่ และยังพบถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้ 3 อัน จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย   ด้านผู้ปกครองของสามเฌร อายุ 14 ปี ซึ่งบวชได้ 3 ปี ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองรู้สึกเครียดและกังวลกลัวลูกจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกกระทำ ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังมีแต่บ่นว่าอยากสึกอย่างเดียว เมื่อถามว่าทำไมถึงอยากสึกก็บอกเพียงว่าเบื่อ และลูกเคยหนีออกจากวัดไปหาญาติที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่พ่อกับแม่ก็ไปพาตัวกลับมาที่วัด และไม่คิดว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ส่วนที่ต้องให้ลูกมาบวช เพราะตนเองกับสามีทำงานรับจ้างไปวันๆอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี

 636
สังคม-อาชญากรรม
25 ธ.ค. 62

บุกจับเจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดัง อนาจารสามเณร-เด็กวัดกว่า 10 ราย แฉชวนคนนอกร่วมเซ็กส์หมู่

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. นำกำลัง พร้อมหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก (พระอาจารย์ปู) เจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม-ทุ่งอินทรีย์ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ในข้อหากระทำอนาจาร พรากผู้เยาว์ และข้อหาอื่น รวม 5 ข้อหา   คดีนี้มีสามเณรของวัดดังกล่าวร้องเรียกว่าเจ้าอาวาสกระทำอนาจาร โดยการล่วงละเมิดทางเพศ จึงประสานผ่านชมรมช่วยเหลือเหยื่อาญชกรรม เข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เข้าตรวจสอบและร่วมสอบสวนเหยื่อผู้เสียหายจนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ พระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก   ทั้งนี้จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่พบว่าพฤติกรรมของเจ้าอาวาส จะทำการล่วงละเมิดสามเณรที่อายุระหว่าง 4-15 ปี พร้อมกันนี้ยังมีการถ่ายภาพขณะ ล่วงละเมิดเด็กไว้ด้วย โดยมีสามเณรถูกล่วงละเมิดมาแล้วกว่า 10 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจะซื้อบริการเด็กชายด้วย    สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง  ตำรวจ ปคม. พัฒนาสังคม ทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เข้ามาด้วย  เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของเจ้าอาวาส และส่งสัญญาณว่า เป้าหมายยังอยู่ในวัด ชุดปฏิบัติการ จึงเข้าดำเนินการจับกุม โดยการเข้าแสดงหมายจับ และทำการจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก พร้อมกันนี้ ยังได้นิมนต์เจ้าคณะตำบล มาเพื่อทำการ สึก พระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก ให้ขาดจากความเป็นพระ ก่อนคุมตัวไป ดำเนินคดีที่ บก.ปคม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ พม. จะได้นำสามเณรและเด็กวัดไปร่วมสอบโดยสหวิชาชีพ   ทางด้านอดีตเจ้าอาวาสที่ถูกจับกุม ให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าว ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมาตนทำความดีมาตลอด แต่ก็มาโดนแบบนี้ และขอต่อสู้ในชั้นศาล    โดย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปคม. เปิดเผยว่า ผู้เสียหายร้องเรียนผ่านมาทางชมรมอาชญากรรม  พบว่า มีผู้เสียหายเป็นสามเณร 19 รูป เด็กวัด 10 ราย อายุต่ำสุด 8 ขวบ พฤติกรรมมีการกระทำอนาจารกับสามเณร เด็กวัด เจ้าอาวาสรายนี้จะคอยตรวจสอบควบคุม สามเณรทั้งการใช้มือถือต่างๆภายในวัด ทำให้ทุกคนที่ถูกกระทำไม่สามารถแจ้งให้บุคคลภายนอกได้ จนผู้เสียหายแอบส่งภาพให้ผู้ปกครอง   ตัวแทนสามเณรเล่าว่า ถูกมัดมือมัดแขน บนเก้าอี้ร่วมเพศกัน เจ้าอาวาสก็นั่งดู และมีรายงานว่าในวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสยังเคยมีการชักชวน บุคคลภายนอกมาร่วมเพศ ในแบบเซ็กส์หมู่ อีกด้วยซึ่งรายละเอียดทั้งหมด จะมีการแถลงข่าวที่ปคม.ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8w0ikeiBXBY

 9,771
สังคม
25 ธ.ค. 62

บุกจับเจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดัง อนาจารสามเณร-เด็กวัดกว่า 10 ราย แฉชวนคนนอกร่วมเซ็กส์หมู่

พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บังคับการตำรวจมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธ์ม่วง รอง ผบก.ปคม. นำกำลัง พร้อมหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก (พระอาจารย์ปู) เจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม-ทุ่งอินทรีย์ ต.หลักสาม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ในข้อหากระทำอนาจาร พรากผู้เยาว์ และข้อหาอื่น รวม 5 ข้อหา   คดีนี้มีสามเณรของวัดดังกล่าวร้องเรียกว่าเจ้าอาวาสกระทำอนาจาร โดยการล่วงละเมิดทางเพศ จึงประสานผ่านชมรมช่วยเหลือเหยื่อาญชกรรม เข้าแจ้งความตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เข้าตรวจสอบและร่วมสอบสวนเหยื่อผู้เสียหายจนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ พระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก   ทั้งนี้จากการสืบสวนของทางเจ้าหน้าที่พบว่าพฤติกรรมของเจ้าอาวาส จะทำการล่วงละเมิดสามเณรที่อายุระหว่าง 4-15 ปี พร้อมกันนี้ยังมีการถ่ายภาพขณะ ล่วงละเมิดเด็กไว้ด้วย โดยมีสามเณรถูกล่วงละเมิดมาแล้วกว่า 10 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจะซื้อบริการเด็กชายด้วย    สำหรับปฏิบัติการในวันนี้ ได้มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง  ตำรวจ ปคม. พัฒนาสังคม ทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ เข้ามาด้วย  เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตุพฤติกรรมของเจ้าอาวาส และส่งสัญญาณว่า เป้าหมายยังอยู่ในวัด ชุดปฏิบัติการ จึงเข้าดำเนินการจับกุม โดยการเข้าแสดงหมายจับ และทำการจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก พร้อมกันนี้ ยังได้นิมนต์เจ้าคณะตำบล มาเพื่อทำการ สึก พระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก ให้ขาดจากความเป็นพระ ก่อนคุมตัวไป ดำเนินคดีที่ บก.ปคม. นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ พม. จะได้นำสามเณรและเด็กวัดไปร่วมสอบโดยสหวิชาชีพ   ทางด้านอดีตเจ้าอาวาสที่ถูกจับกุม ให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าว ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการกลั่นแกล้ง ที่ผ่านมาตนทำความดีมาตลอด แต่ก็มาโดนแบบนี้ และขอต่อสู้ในชั้นศาล    โดย พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บังคับการปคม. เปิดเผยว่า ผู้เสียหายร้องเรียนผ่านมาทางชมรมอาชญากรรม  พบว่า มีผู้เสียหายเป็นสามเณร 19 รูป เด็กวัด 10 ราย อายุต่ำสุด 8 ขวบ พฤติกรรมมีการกระทำอนาจารกับสามเณร เด็กวัด เจ้าอาวาสรายนี้จะคอยตรวจสอบควบคุม สามเณรทั้งการใช้มือถือต่างๆภายในวัด ทำให้ทุกคนที่ถูกกระทำไม่สามารถแจ้งให้บุคคลภายนอกได้ จนผู้เสียหายแอบส่งภาพให้ผู้ปกครอง   ตัวแทนสามเณรเล่าว่า ถูกมัดมือมัดแขน บนเก้าอี้ร่วมเพศกัน เจ้าอาวาสก็นั่งดู และมีรายงานว่าในวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสยังเคยมีการชักชวน บุคคลภายนอกมาร่วมเพศ ในแบบเซ็กส์หมู่ อีกด้วยซึ่งรายละเอียดทั้งหมด จะมีการแถลงข่าวที่ปคม.ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8w0ikeiBXBY

 9,771
สังคม
13 ธ.ค. 62

นักล่าผีแห่พิสูจน์อาถรรพ์รร.ร้าง เดือดร้อนพระเณร-ชาวบ้าน ติดป้ายห้ามเข้า เจ้าอาวาสยันไม่มีเปรต แค่หมาป่วยร้องเจ็บ

วันที่ 12 ธ.ค. 62 ที่บริเวณโรงเรียนวัดกลาง ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังจากกรณี นาย จีระศักดิ์ โพธิ์เงิน หรือ เอ๋ซ่า อายุ 40 ปี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ล่าผีเฮี้ยน ได้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลังจากเดินทางมาไลฟ์สดเฟซบุ๊กในเพจล่าผีเฮี้ยน ที่โรงเรียนวัดกลาง หลังเดินทางกลับบ้านและได้ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต โดยเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ไป ทำให้มีกลุ่มคนจำนวนมากเดินทางเข้าไปยังพื้นที่โรงเรียนวัดกลาง เพื่อทำการพิสูจน์เรื่องราวและถ่ายทำเพื่อเผยแพร่ออกสื่อ ทำเอาพระ เณร และชาวบ้าน ที่อยู่ใกล้บริเวณโรงเรียน ได้รับความเดือดร้อนรำราญ ไม่ได้หลับนอน มีเสียงดังของการเดินทางเข้าไปพิสูจน์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการนำป้ายอิ้งเจ็ทมีข้อความว่า ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย นำมาติดไว้ที่บริเวณหน้าโรงเรียนและบันไดทางขึ้นโรงเรียน   ด้าน พระละเอียด สุตธรรโม พระลูกวัด เล่าให้ฟังว่า ในช่วงนี้พระ เณร ที่วัดกลาง ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากมีประชาชนเดินทางเข้ามายังพื้นที่โรงเรียนวัดกลางตลอดทั้งกลางคืนและกลางวัน เพื่อหาความจริงเรื่องผีเปรตทั้งเชื่อและไม่เชื่อ และอยากจะบอกความให้ทราบโดยทั่วกันว่า พื้นที่ในบริเวณโรงเรียนวัดกลางนี้ ไม่ได้มีผีเปรต แต่อย่างไร ไม่ต้องเข้ามาพิสูจน์แล้ว เพราะพระ เณร และชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก   สอดคล้องกับ นางสาวกำไล นพเทศน์ อายุ 39 ปี ที่บ้านอยู่ติดกับโรงเรียน เล่าให้ว่า ทางครอบครัวของตนเองได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากบ้านอยู่ติดกับโรงเรียนวัดกลาง หลายวันมานี้ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน มีเสียงดังเอะอะโครมคราม จากการขึ้นไปพิสูจน์หาผีเปรตบนโรงเรียนร้างกันอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวเองอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยเจอผีเปรตเลยซักครั้งเดียว และอยากบอกให้ผู้คนที่อยากพิสูจน์ ไม่ต้องเดินทางมาที่โรงเรียนร้างวัดกลางแล้ว เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ และพระ เณร ต้องเดือดร้อนวุ่นวายกันไปทั่ว

 1,067
สังคม
01 ธ.ค. 62

คุยประเด็น เจ้าอาวาสสั่งรถไถเจดีย์เก็บกระดูก ชาวบ้านร้องขอกระดูกคืน - โหนกระแสแต่เช้า

โหนกระแสแต่เช้า ตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับ หนุ่ม กรรชัย, พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต และ สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์...ในประเด็นเจ้าอาวาสสั่งรถไถกระดูกบรรพบุรุษ กองรวมกันจนแยกไม่ออก   ชาวบ้านออกมาร้องเรียนและต้องการการเยียวยาแก้ไข เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่ากองกระดูกดังกล่าวหายไปไหน หากหาเจออาจจะทำเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่แล้วเอารูปของผู้เสียชีวิตติดรวมกันไว้ 

 963
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสสั่งแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูก ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส ยอมรับเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

จากกรณีที่ชาวบ้าน ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี รวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาสวัดเขาชะอางค์ หลังสั่งรถแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูกบรรพบุรุษ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า จนทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจนั้น   ล่าสุดเจ้าคณะอำเภอบ่อทอง ออกมาสรุปว่า เจ้าอาวาสวัดเขาชะอาง ได้ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส และขอไปอยู่ที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะไปพักอยู่ที่วัดทางจังหวัดชัยภูมิ ที่เคยอยู่มาก่อน แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าวัดอะไร    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ยังวัดเขาชะอาง พบว่าภายในวัดบรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงแม่ชีและพระลูกวัดอีก 3 รูป อยู่ภายในวัด โดยแม่ชี พาไปชี้จุดที่ทางเจ้าอาวาสเตรียมทำที่เก็บกระดูกไว้ข้างกำแพงวัด เพื่อให้ดูแลมีระเบียบ โดยแม่ชีบอกแต่เพียงสั้นว่า ไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะพระกับชาวบ้านก็ยังคงต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน    จากการตรวจสอบที่กุฎิเจ้าอาวาส พบเจ้าอาวาสกำลังเก็บของเช่นหมวกและเสื้อกันหนาว ชาวบ้านยืนยันว่าตนจะต้องออกไปจากวัดวันนี้ตนก็ออกไปโดยไม่ได้เก็บของอะไรไป โดยหลวงพ่อได้พาไปชี้จุดยังที่ที่รถแบ็คโฮมาเกลี่ย   โดยหลวงพ่อ บอกแต่เพียงว่ารู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนขอไม่โทษใคร ขอโทษตัวเอง เมื่อชาวบ้านไม่ต้องการให้ตนอยู่ก็จะขอไปและจะขอลาจากการเป็นเจ้าอาวาส ไปพักจำวัดชั่วคราวที่วัดช้างแก้ว อำเภอบ่อทอง ก่อน และในวันที่ 1 ธันวาคม ก็จะออกเดินธุดง ไปยังภาคอีสานที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยไม่มีกำหนดที่จะกลับมาที่นี่อีก         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YN7cXs_BxuE

 7,092
สังคม
30 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสสั่งแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูก ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส ยอมรับเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

จากกรณีที่ชาวบ้าน ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี รวมตัวกันขับไล่เจ้าอาวาสวัดเขาชะอางค์ หลังสั่งรถแบ็คโฮ ไถเจดีย์เก็บกระดูกบรรพบุรุษ โดยไม่แจ้งล่วงหน้า จนทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจนั้น   ล่าสุดเจ้าคณะอำเภอบ่อทอง ออกมาสรุปว่า เจ้าอาวาสวัดเขาชะอาง ได้ขอลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาส และขอไปอยู่ที่อื่น ซึ่งคาดว่าน่าจะไปพักอยู่ที่วัดทางจังหวัดชัยภูมิ ที่เคยอยู่มาก่อน แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าวัดอะไร    ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ยังวัดเขาชะอาง พบว่าภายในวัดบรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงแม่ชีและพระลูกวัดอีก 3 รูป อยู่ภายในวัด โดยแม่ชี พาไปชี้จุดที่ทางเจ้าอาวาสเตรียมทำที่เก็บกระดูกไว้ข้างกำแพงวัด เพื่อให้ดูแลมีระเบียบ โดยแม่ชีบอกแต่เพียงสั้นว่า ไม่อยากให้เรื่องราวมันบานปลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต เพราะพระกับชาวบ้านก็ยังคงต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน    จากการตรวจสอบที่กุฎิเจ้าอาวาส พบเจ้าอาวาสกำลังเก็บของเช่นหมวกและเสื้อกันหนาว ชาวบ้านยืนยันว่าตนจะต้องออกไปจากวัดวันนี้ตนก็ออกไปโดยไม่ได้เก็บของอะไรไป โดยหลวงพ่อได้พาไปชี้จุดยังที่ที่รถแบ็คโฮมาเกลี่ย   โดยหลวงพ่อ บอกแต่เพียงว่ารู้สึกเสียใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตนขอไม่โทษใคร ขอโทษตัวเอง เมื่อชาวบ้านไม่ต้องการให้ตนอยู่ก็จะขอไปและจะขอลาจากการเป็นเจ้าอาวาส ไปพักจำวัดชั่วคราวที่วัดช้างแก้ว อำเภอบ่อทอง ก่อน และในวันที่ 1 ธันวาคม ก็จะออกเดินธุดง ไปยังภาคอีสานที่จังหวัดศรีสะเกษ โดยไม่มีกำหนดที่จะกลับมาที่นี่อีก         รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YN7cXs_BxuE

 7,092
สังคม
29 พ.ย. 62

ไม่ยอม!! ชาวบ้านเดือดเจ้าอาวาสสั่งรถไถกระดูกบรรพบุรุษ กองรวมกันจนแยกไม่ออก

จากรณีที่ชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวขับไล่พระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาสเขาชะอางค์ ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง หลังทางเจ้าอาวาสมีคำสั่งนำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าชิ้นไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า   จากนั้นชาวบ้านได้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับ นางวิภาวี แดงท่าขาม นายอำเภอบ่อทอง ที่กำลังจัด เลี้ยงเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ศาลาวัดแห่งนี้ พร้อมส่งเสียงโห่ไล่เจ้าอาวาสบอกให้สึกออกจากการเป็นเจ้าอาวาส   ล่าสุดวันที่ 29 พ.ย. รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์เปิดใจชาวบ้านผู้เสียหาย ถึงประเด็นดังกล่าว    พี่ฝน เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้น? ฝน : "เราไปเห็นกองกระดูกเรี่ยราด เราอยู่ต่างอำเภอกับแม่ วัดที่เกิดเหตุวัดเขาชะอางค์ เห็นเขาแชร์มาในเฟซบุ๊ก มันวางอเน็จอนาจมาก ขอโทษนะคะ ถ้าเป็นพ่อแม่คุณหนุ่มจะรู้สึกอย่างไร" เอากระดูกใครไปเก็บไว้ที่นี่? ฝน : "พ่อค่ะ" ลุงศักดิ์ : "แม่ แม่ยาย น้องชาย" แน่งน้อย : "กระดูกสามี เก็บไว้ 7-8 ปีได้" นุ้ย : "คุณพ่อ เป็นผู้บุกเบิกก่อสร้างวัดนี้ขึ้นมา เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของที่นี่คนแรก ตอนนี้ไม่รู้กระดูกอยู่ไหนแล้ว มันกองรวมกันดินหมดแล้ว" เรื่องของเรื่องเจ้าอาวาสจะปรับทัศนียภาพ บอกว่ามันน่ากลัว แต่ท่านบอกแจ้งไปแล้ว 5 ปีให้ย้ายกระดูก ท่านแจ้งมั้ย? ฝน : "ไม่ได้แจ้ง ต้องถามว่าแจ้งแบบไหนล่ะ แจ้งลอยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ ไม่มีลายลักษณอักษร์ ว่าจะยินยอมมั้ย เรายังไม่ทันยินยอม มีแต่ท่านกล่างอ้างว่า 5 ปี 10 ปี" ศักดิ์ : "ไม่เคยได้ยิน" แน่งน้อย : "เขาบอกว่าอยู่ไปได้ชั่วลูกชั่วหลาน ก็เลยตัดสินใจเช่าที่ดินไป 1 พันบาท  เขาบอกว่าบูรณะเข้าวัดเฉยๆ จ่ายครั้งเดียว ให้สามีอยู่ที่นั่น เลยให้ลูกซื้ออิฐซื้อทรายซื้อเจดีย์มาเลย เดี๋ยวจะทำ 100 วันพ่อ ก็ไม่มีอะไรมา ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ก็เพิ่งมารู้ อยู่ก็ไม่ห่างกันเท่าไหร่ ไม่เคยบอกให้ไปรื้อ วันพระที่แล้วก็ไปทำบุญที่วัด ท่านไม่ได้บอกว่าย้ายเจดีย์ ยังไปพูดเล่นๆ กับผีว่าขอหวยบ้างสิ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ลูกมาบอกว่าให้ไปดูพ่อ พ่อทิ้งไปแล้ว ป้าไปถึงก็เลยบอกว่าทำไมทำแบบนี้ จะทำอะไรทำไมไม่บอกบ้าง ก็ไปตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ไม่รู้ใครได้ยิน ก็ไปบอกหลวงตา ก็ถามหลวงตาทำไมไม่บอก จะได้ย้ายผัว เขาบอกว่าบอก 7-8 ปีแล้ว  เราก็เถียงว่า 7-8 ปี ใครจะมานั่งจำ พระบอกว่าปากดีจะฟาดซะเลย ก็โมโห ถามมึงจะอยู่วัดนี้มั้ย" พระไม่ตกใจเหรอ? แน่งน้อย : "ก็โมโห จะเอาไม้ตี แต่ลูกชายเอาโทรศัพท์เข้าไป ก็บอกขอคุยกับหลวงตา หลวงตาบอกว่าอย่าไปสนุกคนเดียวที่นั่น ให้มาสนุกที่นี่ เดี๋ยวสนุกกว่านี้ พููดทางโทรศัพท์ เราก็อ้าว หลวงตา มึงท้าทายลูกเหรอ ป้าปกติเป็นคนกินสุรา แต่วันนั้นไม่ได้กิน พอดีลูกเขามาเอาไม้ขึ้นรถ เราก็แยกย้ายกันไป ไปหาตร.ที่โรงพัก ตร.ให้ไปแจ้งที่บ่อทอง" ตอนนี้กระดูกรวมกับใครไม่รู้? แน่งน้อย : "ไม่รู้ เพราะเราไม่ได้เก็บเอง" นุ้ยรู้เหตุการณ์นี้ได้ยังไง? นุ้ย : "พี่ข้างบ้านเขามีกระดูกคุณพ่อเขาอยู่ เขาไปเติมน้ำมันรถ ขับรถผ่านตรงนั้นพอดี เขามองไปทำไมมันว่างเปล่า รถแบ็กโฮมาทำอะไร เขาขี่มอเตอร์ไซค์มาดู ปรากฎว่าแบ็กโฮกำลังเทเจดีย์" กี่กระดูก? ฝน : "สัก 50 ตอนเช้ายังมีร้องไห้มาอีก ตอนเดินทางอยู่หน้าโรงพัก น่าสงสารมาก เขาบอกว่าเดินทางมาจากบุรีรัมย์ ทำงานอยู่อบต. บอกว่าจะไปเอาเถ้ากระดูกแม่ได้ที่ไหน เราบอกว่าตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้แล้ว บอกไม่ได้แล้ว ไม่รู้จะบอกยังไง แกก็เอาแต่ร้องไห้ แล้วจะทำยังไงดี" ตัวพี่เอง พอเขาไถพี่ก็โวยวาย? ฝน : "ถ้าเป็นคุณหนุ่มโวยวายมั้ยเล่า" พี่โกรธจัด? ฝน : "โกรธจัด พอเราพูด เขาว่าพูดให้ดีๆ นะโดนข้อหาหมิ่นประมาท เราพูดอะไรไม่ได้เลยเหรอ ขอโทษนะ ถ้าเป็นพ่อแม่พวกคุณ แน่จริงเอากระดูกพ่อแม่มากองรวมกันมั้ย เอามาเลย ไอ้คนที่บอกว่าอย่าพูดอะไร พูดแล้วจะโดนข้อหาหมิ่นประมาท" โซเชียลตีกลับเขาบอกว่าทำไมทำตัวแบบนี้? ฝน : "เขาว่าทำตัวเหมือนโสเภณี งงค่ะ เป็นกระดูกพ่อแม่มึงล่ะ อย่าดูนะลูกนะ อันนี้แม่สุดกลั้นจริงๆ ที่จริงแม่เรียบร้อย ถ้าเป็นกระดูกพ่อแม่มึง มึงจะเป็นเหมือนกูมั้ย ไม่ได้อยากทำ มันอนาจมากเลยนะ" หมาคาบกระดูกไปจริงเหรอ? ฝน : "โหย มันเรี่ยราด พอเราไปเจอครั้งที่สองเก็บเรียบร้อย ตอนนี้ยังไม่รู้เลยกระดูกไปอยู่ไหน กระดูกหายหมดเลย เพราะเขาเก็บไปเรียบร้อย" รอบแรกไถเจดีย์ พอโวยวาย ไปดูอีกทีกระดูกหายหมด? ฝน : "ไม่รู้เขาเอาไปไหน ไม่รู้เป็นใคร เขาบอกไปคัดเอา ถ้าเป็นลูกต้องจำของพ่อของแม่ได้ แหม เอากระดูกหมากับกระดูกคนมารวมกันบางทีเรายังงงเลย นียังรวมอยู่เลย" ใครพูด? ฝน : "เจ้าอาวาส มีนายอำเภอมาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยให้เรา เขาก็ถามว่าตอนนี้ต้องการอะไร ตอนแรกเราต้องการให้หลวงตาสึกไปเลย ทำขนาดนี้ เรายังมีจิตเมตตา หลวงตาเป็นพระไม่มีจิตเมตตา กระดูกต่อสู้ไม่ได้" หลวงตาไม่ได้แจ้งก่อน ยืนยันใช่มั้ย? ลุงศักดิ์ : "ยืนยัน" ฝน : "ยืนยันค่ะ" แล้วที่บอก 7 ปีก่อน? ฝน : "แต่เขาไม่ได้กำหนดวันไง ถ้าคุณจะทำอะไรก็ได้เราไม่คัดค้าน ถ้าห่อแล้วเขียนชื่อ เก็บให้เรา คุณจะทุบอะไรก็ได้ไง" ปกติหลวงตารูปนี้ชาวบ้านนับถือมั้ย? แน่งน้อย : "(ถอนหายใจ) ก็ไม่ค่อยมีใครศรัทธาเท่าไหร่ รอบวัดไปทำบุญวัดอื่น ทำแต่ส่วนน้อย" ทำไมถอนหายใจ? แน่งน้อย : "พูดยากเนาะ" พี่ศักดิ์ เกือบถูกหลวงตาตีเอา? ลุงศักดิ์ : "เขาขยับไม้เท้า ก็เอารถแบ็คโฮไปพังเจดีย์เสียหาย ผมก็ถามว่าท่านจะอยู่ที่นี่หรือไง ที่ไปรื้อเจดีย์ออก" ไปแขวะท่านว่าที่รื้อกระดูกเพราะอยากอยู่ที่นี่แทนหรือไง ท่านทำยังไง? ลุงศักดิ์ : "ก็ขยับไม้" ถ้าหลวงตาดีทำไง? ลุงศักดิ์ : "ก็สวนสิ ผมสิ้นศรัทธามานานแล้ว" วันนี้ทำยังไง ตามกระดูกก็ไม่เจอ หายไปหมดเลย? ฝน : "เรารู้แล้วล่ะ เราคุยกันแล้ว เรายังมีจิตเมตตา ท่านไม่อยากสึก ตอนแรกเราให้ท่านสึก เราก็ขอให้ท่านย้ายออกจากที่นี่ไป เพราะเราก็ไม่อยากจะสร้างบาปต่อ เพราะทุกคนก็ตกลงกันว่าถ้าแกไม่อยากสึก ก็ให้ไปแสวงบุญที่อื่นเพื่อเยียวยาจิตใจของเรา แสดงควาารับผิดชอบ เพราะต่อให้แกเอากระดูกมากองแล้วแยกให้เรา ความเป็นจริงมันไม่ได้ไง ไม่ใช่เราไม่มีเหตุผลซะเลยทีเดียว" คนบอกว่าจะยึดติดอะไรนักหนา คนก็ตายไปแล้ว น่าจะปลง? ฝน : "มีคนพูดว่ายัยป้าคนนี้ยึดติดกระดูก งั้นก็เอากระดูกพ่อแม่มึงมากองรวมแบบนี้สิ ทำเลยสิ เราจะได้ไม่ยึดติดไปด้วยกัน มาเลยไอ้ที่พูด" นุ้ยล่ะ? นุ้ย : "ก็กราบไหว้ทุกปีค่ะ ตอนนี้หาไม่เจอแล้ว ก็ตกลงกันว่าเอาไปลอยอังคาร แต่ไม่รู้ของใครเป็นของใคร ตอนนี้เราไม่เห็นแล้วว่ามันอยู่ที่ไหน" ใครเอาไป? ฝน : "ต้องไปสืบอีกที แล้วขอทางวัดว่าให้ช่วยทำบุญใหญ่" กระดูกที่หายไป ใครเป็นคนจัดการ? ฝน : "ไม่รู้เลย เพราะพอจะพูดมากก็โดนหมิ่นประมาท ใครเป็นใครเราไม่รู้" มีคนบอกถ้าไปโวยวายมากเดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาทเรา ทั้งที่ไถกระดูก? ลุงศักดิ์ : "ส่วนนึงเขาเก็บมาให้ผมแล้ว ผมไม่ติดใจ แต่ทำไมถึงไม่บอกไม่กล่าว ของแม่ยายหายไป ที่ได้มาเป็นของน้องชายกับแม่ รู้เพราะผมไปดูทุกปี จำได้ มันอยู่ในโกฐ" คนอื่นจำได้มั้ย? นุ้ย : "จำไม่ได้ค่ะมันแตกบ้าง โดนเหยียบแบนไปหมดแล้ว แม่ก็อยู่จันทบุรีกับพี่สาว เราก็หวังว่าเผื่อแม่เขาจำได้ เพราะเราเป็นรุ่นลูก เช้ามาจะพาแม่ไปดู เขาเก็บไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้" ตอนนี้ท่านย้ายที่ไปแล้ว? ฝน : "มีคนมาไกล่เกลี่ย บอกว่าสึกท่านไม่ได้เพราะไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น มีคนเมตตาท่านอยู่ เราเห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ เต็มที่ก็ขอให้ย้ายไปที่อื่น เรารู้อยู่แล้วต่อให้เราดิ้นแค่ไหน ต้องยอมโดยปริยาย ก็อยากให้ทำบุญใหญ่ให้เรา สร้างอยู่ร่วมกันเลย เพราะเราก็อยากมีไหว้กันอยู่ แล้วเดี๋ยวจะมาติดรูป จะทำบุญกับใครก็เรียกเอา ก็ร่วมชะตากรรมกันแล้ว"

 2,505
สังคม
29 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสสั่งแบ็คโฮไถเจดีย์เก็บกระดูกบรรพบุรุษ ย้ายวัดแล้ว! ด้าน ตร.เผยชาวบ้านแจ้งความเอาผิดได้

ชลบุรี-ชาวบ้านกว่า 50 คน รวมตัวขับไล่พระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาสเขาชะอางค์ ตำบลพลวงทอง อำเภอบ่อทอง หลังทางเจ้าอาวาสมีคำสั่งนำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ ซึ่งนำมาไว้กว่า 20 ปี จนพังเสียหาย กระดูกกระจัดกระจาย ไม่รู้ว่าชิ้นไหนเป็นญาติใคร โดยไม่มีการแจ้งให้ทางญาติรู้ล่วงหน้า   จากนั้นชาวบ้านได้ไปร้องขอความเป็นธรรมกับ นางวิภาวี แดงท่าขาม นายอำเภอบ่อทอง ที่กำลังจัด เลี้ยงเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ศาลาวัดแห่งนี้ พร้อมส่งเสียงโห่ไล่เจ้าอาวาสบอกให้สึกออกจากการเป็นเจ้าอาวาส   นางวรกมล บุตรศิริ อายุ 47 ปี หนึ่งในชาวบ้านรู้สึกเสียใจกับการได้รับความกระทบสะเทือนใจอย่างแรง หลังจากเห็นภาพที่เก็บกระดูกพ่อแม่พังเสียหาย ไม่คิดว่าจะมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ซึ่งทางเจ้าอาวาสมีการเตือนให้มีการย้ายกระดูก เมื่อ 5 ปี ก่อนอ้างจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และก็ยังไม่มีการแจ้งอีกเลย จนมาเห็นอีกทีมากองรวมกันในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ทำให้รู้สึกงง ตนและชาวบ้านจึงอยากให้เจ้าอาวาสรับผิดชอบ โดยการสึกออกไป เหมือนกับทำให้พ่อแม่ของตนไม่มีที่อยู่ อยากเรียกร้องให้เจ้าอาวาสย้ายออกจากพื้นที่ และหากระดูกให้ครบ หากหาไม่เจอขอให้สึกจากการเป็นพระ   ด้านทางพระครูขันติสารวิสิฐ เจ้าอาวาส กล่าวว่า ได้มีการแจ้งไปแล้ว และได้มีบางส่วนมาเก็บกระดูกออก ซึ่งเป็นหน้าที่ของตน จะพัฒนาสถานที่ให้สวยงามยิ่งขึ้น ไม่น่ากลัว ที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านบางส่วนได้เก็บไป แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย   ล่าสุดพระมหาวิเชียร กันตะศรีโล เจ้าคณะอำเภอบ่อทอง เผยว่าเจ้าอาวาสขอลาออกการเป็นเจ้าอาวาสวัดแล้วขอย้ายไปอยู่ที่อื่น คาดว่าน่าจะย้ายไปอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ ที่เคยอยู่มาก่อน และตอนนี้ก็ได้ให้เจ้าอาวาสจาก วัดทับเจริญ มารักษาแทนก่อน เบื้องต้นไม่พบความผิดทางด้านวินัย ทั้งนี้จะตั้งคณะกรรมการตั้งสอบเพื่อความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย    ทั้งนี้ในมุมมองการเสียหายของชาวบ้านที่ทางเจ้าอาวาสได้นำรถแบ็คโฮ มาไถเจดีย์ที่เป็นที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ มาก่อรวมกัน   ทางด้าน พ.ต.อ. กุลชาติ กุลชัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อทอง เผยว่าชาวบ้านที่ได้รับความเสียหายสามารถไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีได้มีความผิดคือ ผู้ใดอันไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เสียหายเคลื่อนย้ายทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพส่วนของศพ อัฐิหรือเถ้าของศพต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำและปรับ                   

 18,421
ข่าวภูมิภาค
29 พ.ย. 62

เจ้าอาวาสแจงคลิปโอบกอด-ลูบหัวเด็กสาว ยันเป็นหลานสาวที่รับอุปการะ ปัดมีสัมพันธ์เชิงชู้สาว

เชียงใหม่-มีการเผยแพร่ภาพกล้องวงจรปิด เผยให้เห็นพฤติกรรมของพระครูเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.สันป่าตอง ที่กำลังอยู่กับเด็กสาววัยรุ่น โดยมีภาพโอบกอด ลูบศีรษะเด็กสาว บางครั้งยังจับศีรษะโน้มให้มาซบตรงหว่างขา รวมทั้งให้เด็กมานวด ก่อนพาเข้ากุฏิ   รายงานข่าวระบุว่า เจ้าอาวาสรายดังกล่าวอายุ 63 ปี ชาวบ้านเริ่มเห็นพฤติกรรมผิดปกติแต่ไม่มีหลักฐาน ต่อมามีการติดกล้องและพบหลักฐานจากคลิป ซึ่งพบว่ามีหญิงสาวผลัดเปลี่ยนมาไม่ซ้ำหน้า พร้อมกับแชทลับที่เจ้าอาวาสรายนี้ แชทหาเด็กสาว คุยกันลักษณะชู้สาว นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า มีการซื้อบ้านไว้ให้หญิงสาวอยู่อีกด้วย   ทั้งนี้ชาวบ้านได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ โดย พระสังฆาธิการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ทราบข้อมูลนี้แล้วและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง   ต่อมาเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวยอมรับว่า เรื่องที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่ในเบื้องต้นปฏิเสธว่าความสัมพันธ์กับหญิงสาว ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนในคลิปนั้นไม่ได้มีสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวแต่อย่างใด แต่ว่าเด็กหญิงในคลิปภาพนั้นเป็นหลานสาวแท้ๆ โดยสายเลือดของตนเอง เป็นลูกของน้องชายตนเองซึ่งมีปัญหาครอบครัวพ่อแม่แยกทางกัน ต่อมาน้องชายของตนได้เสียชีวิต ทำให้เด็กหญิงคนนี้ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า   ตนเองจึงรับอาสาในการเลี้ยงดูและส่งเสียเพื่อให้ได้เรียนหนังสือ โดยให้อาศัยอยู่ที่บ้านของของญาติ และได้รับอุปการะเลี้ยงดูส่งเสียให้เรียนหนังสือโดยให้เงินค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันสัปดาห์ละ 300 บาท   ในคลิปภาพจะเป็นการถูกเนื้อต้องตัวกัน แต่ก็เกิดความรักแบบลูกหลานที่ตนเองต้องรับภาระในการเลี้ยงดู และเงินที่ให้ก็คือเงินค่าใช้จ่ายประจำสัปดาห์ แต่ไม่ทราบเหตุผลของผู้ที่นำภาพวงจรปิดของทางวัดเองนำไปเผยแพร่และมีลักษณะในการบิดเบือนข้อเท็จจริงไป โดยยืนยันว่าตนเองทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ คาดว่าน่าจะเป็นคนใกล้ชิดภายในวัดนำไปเผยแพร่   พร้อมกันนี้เจ้าอาวาสได้นำหลักฐานเป็นบัตรประชาชนมายืนยันว่า เด็กหญิงคนดังกล่าวเป็นหลานแท้ๆ อย่างไรก็ตามได้รับการติดต่อจากทางสำนักพุทธจังหวัดเชียงใหม่ว่าจะมาติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลความจริงให้กับทางสำนักพุทธได้รับทราบ   นอกจากนี้แล้วเจ้าอาวาสยังเปิดเผยว่า ตนเองได้รับอุปการะเลี้ยงดูและส่งเสียเด็กด้วยโอกาสทั้งหญิง และชายกว่า 10 คน  ทั้งที่ส่งเรียนตามสถาบันต่างๆ และเด็กที่่อุปการะและนำไปอยู่ที่บ้านของญาติที่่เดียวกับหลานสาวอีกหลายคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kmTu9yh5LXo

 58,831

Top