ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าฝังดิน"

สังคม-อาชญากรรม
25 ม.ค. 63

'ไอซ์ หีบเหล็ก' อ่วม! โดนเพิ่มข้อหาหนัก เพื่อนร่วมเรือนจำแฉชอบพูดอวดเคย 'ฆ่าฝังดิน-ข่มขื่นเด็ก-ฆ่าถ่วงน้ำ'

กรณีการค้นหาเหยื่อของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ หีบเหล็ก จนพบศพที่ 3 อยู่ในหีบเหล็ก จมอยู่ใต้น้ำหลังบ้าน ตรงกับคำให้การของแฟนเก่าของนายไอซ์ที่ระบุว่า ศพอยู่ในหีบเหล็ก โดยพบว่าหีบมีแม่กุญคล้องปิดไว้ 2 อัน ส่วนด้านใน ถ่วงด้วยดรัมเบลเหล็ก ขนาดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จำนวน 32 ชิ้น มีทั้งกะโหลกศีรษะ กระดูกส่วนแขน ขาสะโพก และส่วนอื่น ๆ ของร่างกายชัดเจน         พ.ต.อ. จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. เผยว่า โครงกระดูกดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งข้อมูลจากพยานคาดว่าชื่อ "น้องออย" ขณะนี้ยังไม่มีญาติหรือครอบครัวเข้าแจ้งหาย มีเพียงพยานที่บอกรูปลักษณ์เท่านั้น จึงทำได้แต่เพียงสเก็ตช์ภาพตามที่พยานบอก เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ญาติเข้ามาติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้มีประชาชนส่งภาพรูปหญิงสาวที่ชื่อ ออย มาให้เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ตรงกับคำให้การของพยาน      จากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการรวบรวม พยานหลักฐานทั้งหมดว่า ทั้ง 2 โครงกระดูกที่พบเป็นของใคร ทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งโครงกระดูกแรกที่พบทางเจ้าหน้าที่ ได้ตัวอย่าง DNA มาแล้ว และทางครอบครัวได้มาแสดงว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของโครงกระดูกนั้นคือ “น้องแพรว หรือ พลอย”อายุ 12 ปี ที่ได้หายตัวไปและมีการแจ้งหาย โดยได้นำไปเปรียบเทียบDNA ซึ่งจะต้องรอผลอีกครั้ง       สำหรับแนวทางการค้นหานั้น ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ยังคงเหลือเพียงแนวทางการดำเนินคดี ผลตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพราะการค้นหานั้นทางตำรวจมี การตั้งธง ไว้เพียงแค่ 3 ศพ คือ น้องกุ๊กกิ๊ก , เด็กอายุ 12 ปี และน้อง ออย ที่พบล่าสุด เพราะทั้ง 3 คน เป็นไปตามคำให้การของพยาน แต่หากมีพยานเพิ่มเติมในเรื่องของศพ หรือคาดว่าจะมีการทิ้งศพเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะทำการค้นหาอีกครั้ง        ล่าสุดพนักงานงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอหมายจับ นายอภิชัย หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก เพิ่มเติมในคดีฆาตกรรม น.ส.กุ๊กกิ๊ก 2 หมายจับ โดยหมายจับแรก กรณีมีหลักฐานอันสมควรเชื่อว่า นายอภิชัย ได้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยใช้อาวุธปืน,ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย       สำหรับหมายจับใบที่สอง กรณีมีหลักฐานอันสมควรเชื่อว่า นายอภิชัย ได้กระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,โดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย,ลอบฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผุ้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย หรือทำให้เสื่อมค่าซึ่งศพ ศาลได้ออกหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยปัจจุบันตัวผู้ต้องหายังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจากที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขัง ในข้อหาครอบครองยา-ปืนไปก่อนหน้านี้       ด้าน พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รองผกก.ดส.บช.น. ระบุว่า จากคำบอกเล่าของพยานพบว่า นายไอซ์ก่อเหตุฆาตกรรมศพแรกเมื่อปี 2554 ซึ่งศพแรกคาดว่าเป็นน้องออย ส่วนศพที่ 2 เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นศพที่ถูกถ่วงน้ำด้วยประตูเหล็ก ส่วนน้องกุ๊กกิ๊กคือศพที่ 3 เมื่อปลายปี 2562 เบื้องต้นข้อมูลจากพยานบอกว่ามีแค่ 3 ศพ ส่วนที่มีข่าวลือว่ามี 5 ศพนั้นยังไม่ได้รับข้อมูลใดๆ หลังจากนี้ต้องสอบพยานรายอื่นๆเพิ่มเติมและรอผลชันสูตรของแพทย์ให้แน่ชัดก่อน จึงจะระบุได้ว่าจะทำการค้นหาศพต่อหรือไม่        นายสมบัติ พุทธถาวรกุล เจ้าหน้าที่กู้ภัยจุดที่พบศพที่ 3 อยู่ในหีบเหล็กบริเวณใต้กอกก เจ้าหน้าที่ต้องนำตาข่ายและผ้าดิบคลุมหีบไว้ เพราะสภาพของหีบผุและชำรุด เนื่องจากจมในน้ำเป็นเวลานาน ตลอดการค้นหาไม่พบปลาจรเข้ที่ชาวบ้านบอกแต่มีปลาอื่นๆ และตัวเงินตัวทองเท่านั้น อุปสรรคที่พบระหว่างการค้นหาก็มีเพียงการสัมผัสใต้น้ำที่ต้องแยกให้ออกระหว่างกิ่งไม้กับกระดูก        ด้านนายชาย (นามสมมุติ) เผยว่า รู้จักกับนายไอซ์ในเรือนจำเมื่อปี 2557 ตลอดเวลามี่รู้จักกันในเรือนจำกว่า 2 ปี ดูไม่ออกเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาเป็นเพื่อนที่ดี ให้คำปรึกษาเพื่อนคนอื่นๆ ช่วยงานผู้คุม พูดจาไพเราะ ไม่เกเร ถือเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม แต่เขาเคยคุยโวโอ้อวดให้เพื่อนๆฟังว่า เขาเคยฆ่าคน และเคยข่มขืนเด็กอีกด้วย เพื่อนๆได้ฟังก็คิดว่าเขาโกหกเพื่อให้ตัวเองดูมีตัวตน แต่เมื่อเห็นข่าวก็ตกใจ ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาเคยพูดจะเป็นเรื่องจริง        ส่วนเมียนายไอซ์ ที่ชื่อ "จัน" รู้เรื่องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจในเรือนจำของนายไอซ์ และคอยจัดการเรื่องเงินในระหว่างที่เขาอยู่ในเรือนจำ ที่สำคัญนางสาวจัน ยังช่วยอำพรางศพ โดยการนำศพห่อไว้ในผ้าแล้วโยนลงน้ำถ่วงด้วยดัมเบล จากนั้นก็ให้คนงานมารื้อประตูเหล็กแล้วโยนทับในจุดเดียวกับที่ทิ้งศพ แต่เขาบอกว่าโยนทิ้งน้ำเพียงศพเดียว        นอกจากนี้นายไอซ์ยังเล่าให้ฟังอีกว่า เคยล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง โดยเด็กคนดังกล่าวมาเล่นแถวบ่อปลา เขาเห็นเข้าแล้วเกิดอารมณ์จึงลงมือก่อเหตุ แต่ไม่ได้บอกว่า หลังขืนใจแล้วฆ่าทิ้งหรือไม่ฟ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/438Pqhhh8Z8

 24,638
สังคม
25 ม.ค. 63

'ไอซ์ หีบเหล็ก' อ่วม! โดนเพิ่มข้อหาหนัก เพื่อนร่วมเรือนจำแฉชอบพูดอวดเคย 'ฆ่าฝังดิน-ข่มขื่นเด็ก-ฆ่าถ่วงน้ำ'

กรณีการค้นหาเหยื่อของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ หีบเหล็ก จนพบศพที่ 3 อยู่ในหีบเหล็ก จมอยู่ใต้น้ำหลังบ้าน ตรงกับคำให้การของแฟนเก่าของนายไอซ์ที่ระบุว่า ศพอยู่ในหีบเหล็ก โดยพบว่าหีบมีแม่กุญคล้องปิดไว้ 2 อัน ส่วนด้านใน ถ่วงด้วยดรัมเบลเหล็ก ขนาดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม และพบชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์จำนวน 32 ชิ้น มีทั้งกะโหลกศีรษะ กระดูกส่วนแขน ขาสะโพก และส่วนอื่น ๆ ของร่างกายชัดเจน         พ.ต.อ. จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. เผยว่า โครงกระดูกดังกล่าวคาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ซึ่งข้อมูลจากพยานคาดว่าชื่อ "น้องออย" ขณะนี้ยังไม่มีญาติหรือครอบครัวเข้าแจ้งหาย มีเพียงพยานที่บอกรูปลักษณ์เท่านั้น จึงทำได้แต่เพียงสเก็ตช์ภาพตามที่พยานบอก เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ญาติเข้ามาติดต่อกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้มีประชาชนส่งภาพรูปหญิงสาวที่ชื่อ ออย มาให้เป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ตรงกับคำให้การของพยาน      จากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการรวบรวม พยานหลักฐานทั้งหมดว่า ทั้ง 2 โครงกระดูกที่พบเป็นของใคร ทำการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ซึ่งโครงกระดูกแรกที่พบทางเจ้าหน้าที่ ได้ตัวอย่าง DNA มาแล้ว และทางครอบครัวได้มาแสดงว่าบุคคลที่เป็นเจ้าของโครงกระดูกนั้นคือ “น้องแพรว หรือ พลอย”อายุ 12 ปี ที่ได้หายตัวไปและมีการแจ้งหาย โดยได้นำไปเปรียบเทียบDNA ซึ่งจะต้องรอผลอีกครั้ง       สำหรับแนวทางการค้นหานั้น ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด ยังคงเหลือเพียงแนวทางการดำเนินคดี ผลตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพราะการค้นหานั้นทางตำรวจมี การตั้งธง ไว้เพียงแค่ 3 ศพ คือ น้องกุ๊กกิ๊ก , เด็กอายุ 12 ปี และน้อง ออย ที่พบล่าสุด เพราะทั้ง 3 คน เป็นไปตามคำให้การของพยาน แต่หากมีพยานเพิ่มเติมในเรื่องของศพ หรือคาดว่าจะมีการทิ้งศพเพิ่มเติม ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมที่จะทำการค้นหาอีกครั้ง        ล่าสุดพนักงานงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ได้เดินทางไปยื่นคำร้องขอหมายจับ นายอภิชัย หรือ ไอซ์ หีบเหล็ก เพิ่มเติมในคดีฆาตกรรม น.ส.กุ๊กกิ๊ก 2 หมายจับ โดยหมายจับแรก กรณีมีหลักฐานอันสมควรเชื่อว่า นายอภิชัย ได้กระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยใช้อาวุธปืน,ข่มขืนใจผู้อื่นโดยมีอาวุธ,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย       สำหรับหมายจับใบที่สอง กรณีมีหลักฐานอันสมควรเชื่อว่า นายอภิชัย ได้กระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,โดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย,ลอบฝังซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผุ้อื่นถึงแก่ความตายและทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย หรือทำให้เสื่อมค่าซึ่งศพ ศาลได้ออกหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ โดยปัจจุบันตัวผู้ต้องหายังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจากที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องฝากขัง ในข้อหาครอบครองยา-ปืนไปก่อนหน้านี้       ด้าน พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รองผกก.ดส.บช.น. ระบุว่า จากคำบอกเล่าของพยานพบว่า นายไอซ์ก่อเหตุฆาตกรรมศพแรกเมื่อปี 2554 ซึ่งศพแรกคาดว่าเป็นน้องออย ส่วนศพที่ 2 เมื่อปี 2555 ซึ่งเป็นศพที่ถูกถ่วงน้ำด้วยประตูเหล็ก ส่วนน้องกุ๊กกิ๊กคือศพที่ 3 เมื่อปลายปี 2562 เบื้องต้นข้อมูลจากพยานบอกว่ามีแค่ 3 ศพ ส่วนที่มีข่าวลือว่ามี 5 ศพนั้นยังไม่ได้รับข้อมูลใดๆ หลังจากนี้ต้องสอบพยานรายอื่นๆเพิ่มเติมและรอผลชันสูตรของแพทย์ให้แน่ชัดก่อน จึงจะระบุได้ว่าจะทำการค้นหาศพต่อหรือไม่        นายสมบัติ พุทธถาวรกุล เจ้าหน้าที่กู้ภัยจุดที่พบศพที่ 3 อยู่ในหีบเหล็กบริเวณใต้กอกก เจ้าหน้าที่ต้องนำตาข่ายและผ้าดิบคลุมหีบไว้ เพราะสภาพของหีบผุและชำรุด เนื่องจากจมในน้ำเป็นเวลานาน ตลอดการค้นหาไม่พบปลาจรเข้ที่ชาวบ้านบอกแต่มีปลาอื่นๆ และตัวเงินตัวทองเท่านั้น อุปสรรคที่พบระหว่างการค้นหาก็มีเพียงการสัมผัสใต้น้ำที่ต้องแยกให้ออกระหว่างกิ่งไม้กับกระดูก        ด้านนายชาย (นามสมมุติ) เผยว่า รู้จักกับนายไอซ์ในเรือนจำเมื่อปี 2557 ตลอดเวลามี่รู้จักกันในเรือนจำกว่า 2 ปี ดูไม่ออกเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาเป็นเพื่อนที่ดี ให้คำปรึกษาเพื่อนคนอื่นๆ ช่วยงานผู้คุม พูดจาไพเราะ ไม่เกเร ถือเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม แต่เขาเคยคุยโวโอ้อวดให้เพื่อนๆฟังว่า เขาเคยฆ่าคน และเคยข่มขืนเด็กอีกด้วย เพื่อนๆได้ฟังก็คิดว่าเขาโกหกเพื่อให้ตัวเองดูมีตัวตน แต่เมื่อเห็นข่าวก็ตกใจ ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาเคยพูดจะเป็นเรื่องจริง        ส่วนเมียนายไอซ์ ที่ชื่อ "จัน" รู้เรื่องทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจในเรือนจำของนายไอซ์ และคอยจัดการเรื่องเงินในระหว่างที่เขาอยู่ในเรือนจำ ที่สำคัญนางสาวจัน ยังช่วยอำพรางศพ โดยการนำศพห่อไว้ในผ้าแล้วโยนลงน้ำถ่วงด้วยดัมเบล จากนั้นก็ให้คนงานมารื้อประตูเหล็กแล้วโยนทับในจุดเดียวกับที่ทิ้งศพ แต่เขาบอกว่าโยนทิ้งน้ำเพียงศพเดียว        นอกจากนี้นายไอซ์ยังเล่าให้ฟังอีกว่า เคยล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง โดยเด็กคนดังกล่าวมาเล่นแถวบ่อปลา เขาเห็นเข้าแล้วเกิดอารมณ์จึงลงมือก่อเหตุ แต่ไม่ได้บอกว่า หลังขืนใจแล้วฆ่าทิ้งหรือไม่ฟ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/438Pqhhh8Z8

 24,638
อาชญากรรม
24 ม.ค. 63

ยังไม่จบ! พบศพที่ 3 สรุปเหยื่อ 'ไอซ์ หีบเหล็ก' มีกี่ราย? พร้อมวิเคราะห์ปูมหลังจากลูกคนรวย สู่ฆาตกร

จากคดีคนหายกลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องไปแล้ว สำหรับ "ไอซ์" ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ที่ก่อเหตุฆ่าหญิงสาวไปแล้วถึง 3 ศพ ตอนนี้ตำรวจหยุดการค้นไว้ชั่วคราว รอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์เพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายไอซ์   วานนี้ (23 ม.ค. 63) เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง ลงไปกู้หีบเหล็ก ขนาด 60 คูณ 60 เซนติเมตร ขึ้นมาจากบ่อน้ำ ที่อยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านของ นาย อภิชัย องค์วิศิษฐ์หรือ ไอซ์ วัย 40 ปี พบว่าด้านนอกมีแม่กุญคล้องปิดไว้ 2 อัน ส่วนด้านใน ถ่วงด้วยดรัมเบลเหล็กน้ำหนัก 10 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ต้องนำตาข่ายคลุมหีบไว้ก่อนจะนำขึ้นมา เพราะหีบจมน้ำมานานสภาพของหีบเริ่มผุและชำรุด เมื่อเปิดด้านใน พบว่าเป็นชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ มีทั้งกะโหลกศรีษะ กระดูกส่วนแขน ขา สะโพก จำนวนมาก    จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าเป็นหญิงสาวที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี จากข้อมูลของพยาน เชื่อได้ว่า เจ้าของโครงกระดูกนี้ น่าจะเป็นหญิงสาวที่ชื่อ "ออย" เพราะผู้ตายรูปร่างเล็ก และช่วงที่หายตัวไปมีอายุประมาณ 17-18 ปี น่าจะสามารถนำร่างใส่ลงหีบได้โดยไม่ต้องชำแหละแยกชิ้นส่วนนั้น   ล่าสุดวันที่ 24 ม.ค. รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์เปิดใจ พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รองผู้กำกับกองกำกับสวัสดิภาพเด็กและสตรี และ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีและประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยา ม.รังสิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูเขต บกน.6 เข้าร่วมพูดคุยถึงเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงวิเคราะห์แรงจูงใจ และตัวตนของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ 'ไอซ์ หีบเหล็ก'

 7,372
อาชญากรรม
17 ม.ค. 63

งมบ่อน้ำหลังบ้าน 'ไอซ์ หีบเหล็ก' พบเหยื่อรายที่ 2 - ตร.เชื่อมีรายที่ 3 คาดไม่ได้ทำคนเดียว

จากกรณีที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวนายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี ที่บ้านพักย่านเพชรเกษม กทม. ก่อนค้นหารอบบ้านพักแล้วพบศพ น.ส.กุ๊กกิ๊ก อายุ 22 ปี ถูกใส่ถุงฝังดินไว้ข้างบ้านของนายอภิชัย จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวนายอภิชัย ไปสอบสวน สารภาพว่า ได้นำตัว น.ส.กุ๊กกิ๊ก ขังในหีบเหล็ก กระทั่งเสียชีวิต แล้วนำไปฝังดินนั้น   ล่าสุดตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบริเวณพื้นที่บ้านของ นาย ไอซ์อีกเป็นครั้งที่ 5 หลังจากเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (16 ม.ค.) ตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่ามีศพถูกฆ่าถ่วงน้ำ อยู่บริเวณบ่อน้ำเนื้อที่กว่า 2 ไร่ ที่อยู่ภายในบ้านพักของนายไอซ์ และพบเข้ากับ โครงกระดูกถูกพบอยู่ใต้ชุดกระโปรงยาวคล้ายชุดนอน มีดัมเบลน้ำหนัก 5 กิโลกรัม 2 ลูกผูกติดอยู่ และมีประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตร กว้าง 1 เมตร 50 เซนติเมตร มัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้ให้จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมีความลึกกว่า 2 เมตร และยังมีเก้าอี้ม้าหินทับประตูเหล็กดัดอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และตำรวจเชื่อว่า นายไอซ์ ไม่น่าจะลงมือเพียงลำพัง เพราะสิ่งของที่ใช้ถ่วงมีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม   กว่า 3 ชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่ดำน้ำลงไปหาหลักฐาน พบชิ้นส่วนกระดูก 28 ชิ้น เช่น ซี่โครง หน้าขา และกราม แต่ยังไม่เจอส่วนศีรษะซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้จะส่งให้แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลคนหายที่มีญาติมาแจ้งไว้ ส่วน เก้าอี้ม้าหิน / ประตูเหล็กดัด / ดัมเบล 2 ชิ้น โซ่และเชือกที่ใช้มัดร่าง จะนำไปให้ พฐ. ตรวจหาที่มา   นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอข้อมูลว่า นายไอซ์ได้เลี้ยงปลาอัลลิเกเตอร์ หรือที่เรียกว่า ปลาจระเข้ เป็นปลากินเนื้อน้ำจืด ขนาดใหญ่ ไว้ในบ่อให้รอกินเนื้อศพที่โยนลงไป โดยปลาดังกล่าวมีลักษณะเด่น คือปากยาวคล้ายปากจระเข้ เป็นปลากินเนื้อ มีความเฉลี่ยประมาณ 6-7 ฟุตหากโตเต็มที่ มีอายุยืนถึง 60 ปี เป็นปลาน้ำจืด สามารถหาซื้อมาเลี้ยงได้ทั่วไป อุปนิสัยทั่วไปจะเชื่องกับคนที่ให้อาหาร แต่เวลากินอาหารจะดุร้าย ซึ่งอาหารที่ชอบเป็นปลาตัวเล็ก เนื้อสัตว์ และลูกกุ้ง   ล่าสุดวันที่ 17 ม.ค. รายการโหนกระแสได้สัมภาษณ์เปิดใจทีมเจ้าหน้าที่ถึงการปฏิบัติการดังกล่าว 

 5,737
สังคม
17 ม.ค. 63

ตร.เชื่อ 'ไอซ์ หีบเหล็ก' ไม่ได้ก่อเหตุฆ่าเหยื่อถ่วงน้ำคนเดียว

วันนี้เป็นรอบที่ 5 ที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบริเวณพื้นที่บ้านของ นาย ไอซ์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าฝังดิน "กุ๊กกิ๊ก" สาววัย 22 ปี ภายในซอยเพชรเกษม 47 หลังจากเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่ามีศพถูกฆ่าถ่วงน้ำอยู่บริเวณนี้   จุดที่เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำลงไปงม เป็นบ่อน้ำเนื้อที่กว่า 2 ไร่ที่อยู่ภายในบ้านพักของ นาย อภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือไอซ์ อายุ 41 ปี ในซอยเพชรเกษม 47 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพมหานคร โครงกระดูกถูกพบอยู่ใต้ชุดกระโปรงยาวคล้ายชุดนอน มีดัมเบลน้ำหนัก 5 กิโลกรัม 2 ลูกผูกติดอยู่ และมีประตูเหล็กที่มีความสูงกว่า 2 เมตร กว้าง 1 เมตร 50 เซนติเมตร มัดด้วยสายไฟขนาดใหญ่ทับร่างดังกล่าวไว้ให้จมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งมีความลึกกว่า 2 เมตร และยังมีเก้าอี้ม้าหินทับประตูเหล็กดัดอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปี และตำรวจเชื่อว่า นายไอซ์ ไม่น่าจะลงมือเพียงลำพัง เพราะสิ่งของที่ใช้ถ่วงมีน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม   กว่า 3 ชั่วโมงที่เจ้าหน้าที่ดำน้ำลงไปหาหลักฐาน พบชิ้นส่วนกระดูก 28 ชิ้น เช่น ซี่โครง หน้าขา และกราม แต่ยังไม่เจอส่วนศีรษะซึ่งชิ้นส่วนเหล่านี้จะส่งให้แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลคนหายที่มีญาติมาแจ้งไว้ ส่วน เก้าอี้ม้าหิน / ประตูเหล็กดัด / ดัมเบล 2 ชิ้น โซ่และเชือกที่ใช้มัดร่าง จะนำไปให้ พฐ. ตรวจหาที่มา    สำหรับคดีนี้ "เอ็ม" เพื่อนของนายไอซ์ ที่เคยมาเสพยาเสพติดที่บ้านหลังนี้ เป็นคนให้ข้อมูลกับตำรวจ บอกว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ระหว่างเสพยากับนาย ไอซ์ ที่บ้าน ถูกท้าให้ลงไปงมศพในบ่อปลาข้างบ้าน หากพบจะให้เงิน 5,000 บาท เมื่อลงไปงมก็เจอกะโหลกศีรษะมนุษย์ แต่พอเอาส่งให้นายไอซ์กลับไม่ได้เงิน แต่ถูกไล่ยิงแทน จึงโยนกะโหลกแล้ววิ่งหนี ทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้กะโหลกอยู่ที่ไหน     ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ นายไอซ์ เคยบอกกับเพื่อนว่า เขาเคยฆ่าหญิงสาวมาแล้ว 3 ศพ 2 คนโยนทิ้งย้ำ อีก 1 ศพ ฝังดิน นั่นก็คือ กุ๊กกิ๊ก สาววัย 22 ปี ที่เพิ่งถูกพบไปเมื่อ 8 วันก่อน ล่าสุดมีรายงานว่า น่าจะมีหญิงสาวที่สูญหายไปหลังพบกับนายไอซ์ 5 คน ซึ่งตอนนี้พบแล้ว 2 ศพ ส่วนเหลือยังต้องรอการค้นหาพยานหลักฐาน  

 2,639
อาชญากรรม
11 ม.ค. 63

ปูพรมค้นรอบสอง หลังชาวบ้านสังสัย 'เสี่ยไอซ์' ฆ่าอำพรางสาวรายอื่นอีก

ชาวบ้านแฉพฤติกรรมนายไอซ์ ผู้ต้องหาฆ่ายัดหีบฝังดิน ชอบใช้ความรุนแรงเวลาเสพยา เผยข้อมูลสำคัญ คาดอาจจะมีหญิงที่หายไปอีก 1-2 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเตรียมเข้าขุดหาเพิ่มช่วงสายวันนี้    วานนี้ (10 ม.ค. ) ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปภายในซอยเพชรเกษม47 ซึ่งเป็นซอยแคบ บ้านของนายไอซ์ อยู่ด้านในสุด พร้อมกับได้พูดคุยกับชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียง ยืนยันข้อมูลตรงกันถึงพฤติกรรมของนายไอซ์ ว่าเวลาเสพยาเสพติด เป็นผู้ที่ชอบใช้ความรุนแรง และซาดิสม์ แต่หากไม่เมายา จะเป็นคนพูดจาไพเราะ    หนึ่งในชาวบ้าน ที่พักอาศัยในซอยเดียวกันเล่าว่า ชาวบ้านจะเห็นนายไอซ์พาหญิงสาวมาที่บ้านเป็นประจำ และไม่ซ้ำหน้า บางครั้งก็จะมาเรียกรถพาผู้หญิงออกไป แต่มีเพียงผู้ตายคนเดียวที่เห็นว่าผู้ต้องหา จะรัก และคบเป็นพิเศษ    ทั้งนี้จากที่ตนเองทราบ นอกจากหญิงคนที่เสียชีวิต ยังมีหญิงสาวอีก 2 คน ที่มาด้วย เพราะเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม มีชาวบ้านเห็นทั้งสามออกมาเดินซื้อข้าวภายในซอย และ 1 ใน 3 คล้ายว่าจะกลับไปได้แล้ว แต่อีก 2 คนชาวบ้านไม่รู้ว่าหายไปไหน กระทั่งเมื่อวานนี้ขุดพบร่างของหญิงที่มีรอยสักคล้ายกับนางสาวกุ๊กกิ๊ก ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าอาจจะยังมีศพที่ถูกฝังอยู่ในบ้านอีกหลายศพ    นอกจากนี้ พฤติกรรมของนายไอซ์ ที่ระบุว่าชอบยิงออกมานั้น ตนเองเคยเห็นมีรถจักรยานยนต์แมคโดนัลด์ มาส่งของ เมื่อแสงไฟสาดเข้าไปในบ้าน นายไอซ์ก็ยิงปืนสวนออกมาทันที เช่นเดียวกับคนส่งของหลายๆคนที่โดนลักษณะเดียวกัน    ขณะที่ชาวบ้านอีกราย เล่าว่า ตนเองเคยช่วยหญิงสาวอายุประมาณ 17 -18 ปี ที่หนีออกมาจากบ้านพัก เมื่อปี 2561 โดยหญิงรายนี้ วิ่งออกมาเท้าเปล่า และมาขอความช่วยเหลือบอกว่าจะถูกฆ่า ก่อนเล่าให้ฟังว่า เจอกับนายไอซ์ที่ผับแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงก็ถูกพันธนาการ และล็อกกุญแจมือ ก่อนบังคับถ่ายคลิปวิดีโอ จากนั้นก็ถูกขังในบ้านนานกว่า 4-5 วัน กระทั่งวันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่มาซ่อมสายอินเตอร์เน็ตในบ้าน จึงหนีออกมาสำเร็จ ชาวบ้านจึงช่วยเรียกรถแท๊กซี่พากลับบ้าน    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้รับการประสานมาจากตำรวจ สน. เพชรเกษม เพื่อดำเนินการขุดเพิ่มเติม เพื่อหาว่ามีร่างของผู้เสียชีวิตรายอื่นอยู่อีกหรือไม่ แต่เมื่อมีการขุดไปแล้ว ณจุดดังกล่าวปรากฎว่าไมใพบ แต่อย่างไรก็ตามหากบุคคลดังกล่าวที่มีการสงสัยว่าหายตัวไป ยังมีชีวิตอยู่ก็อยากให้มาแสดงตนเพราะตอนนี้ยังเป็นผูสาปสูญอยู่    นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ/ได้เบิกตัวนายไอซ์มาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง โดยได้ให้ปากคำเช่นเดิม คือมีการเสพยากับผู้ตายอย่างหนัก จนต่างฝ่ายต่างหลับไป และก่อนที่จะหลับและเห็นผู้ตายมือไม้สั่น แต่ด้วยความเมายาก็หลับไป ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร เมื่อตื่นมาเห็นว่าผู้ตายนอนนิ่งอยู่ และได้เรียกแต่ไม่ตื่น จึงเชื่อว่าเสียชีวิต ก่อนแบกศพไปซ่อนไว้ในหีบแล้วโทรศัพท์ตาม นายเฉลิมชล ให้ช่วยกันนำศพไปฝังดินไว้หลังบ้านจนมาถูกจับกุม   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อในคำให้การของ นายอภิชัย เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่ให้การตั้งแต่ที่ นายอภิชัย คบหากับผู้ตาย และมักจะมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงเมื่อมีอาการโกรธ หากทำอะไรไม่ได้ดั่งใจจะโมโหร้าย ทุบตีผู้ตาย บางครั้งจะใช้ท่อนไม้ ท่อนเหล็กตีแล้วใส่กุญแจมือก่อนจะสลบไป แล้วนำไปขังไว้ในหีบเหล็ก ล็อกด้วยแม่กุญแจ ทั้งนี้จากการตรวจค้นพบพยานหลักฐานภายในบ้านคือกุญแจมือ หีบเหล็ก ตามที่พยานให้การ   ในส่วนของข้อหานั้น ขณะนี้ได้แยกเป็น 2 สำนวน คือคดียาเสพติด, อาวุธปืน และคดีฆ่า ในส่วนของ สน.เพชรเกษม ได้แจ้งข้อหาหาและดำเนินคดีกับ นายอภิชัย ในข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง ส่วน นายเฉลิมชล ถูกคุมขังอยู่ที่ สน.หลักสอง ในข้อหามียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่าย    ส่วนของคดีฆ่าและฝั่ง น.ส.กิ๊ก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและผลการผ่าพิสูจน์การเสียชีวิต หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ก่อนจะมีการแจ้งข้อหา ฆ่าและปิดบังอำพรางศพ หากพบว่ามีพฤติกรรมการกักขังและทรมานก็จะมีการอายัดตัวเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป   และในวันนี้ (11 ม.ค.) เจ้าหน้าที่จะคุมตัวนายไอซ์ไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี 

 1,186
อาชญากรรม
09 ม.ค. 63

บุกรวบหนุ่มลูกเจ้าของตลาดดัง ขังทรมานสาวไซต์ไลน์ก่อนฆ่าโหดยัดหีบเหล็กฝังดิน!

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 มกราคม 2563 ชุดสืบสวนหน่วยปฏิบัติการพิเศษอรินทราช 26 จำนวน 14 นาย ลงพื้นที่ซอยเพชรเกษม 47 หลังขอหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านซอยเพชรเกษม 47 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ของ นายอภิชัย หรือไอซ์ องค์วิศิษฐ์ อายุ 41 ปี เพื่อค้นหาศพน้องกิ๊ก สาวไซต์ไลน์ ที่ญาติแจ้งว่าหายตัวไปหลังมาคบหาอยู่กับนายอภิชัยเมื่อตุลาคม เมื่อปี 62 ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าได้กักขังไว้ทำร้ายแล้วฟังศพไว้ในหีบลังเหล็กที่คาดว่าจะเอาไว้ใส่ศพ   จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวโดยได้มีการบุกเข้าชาร์จตัวได้ ซึ่งมีอาวุธปืนขนาด 9 มม. ขึ้นลำกล้องไว้เตรียมพร้อมยิง พร้อมยาไอซ์ 2 ถุง อุปกรณ์การเสพ ภายในห้องพักของนายอภิชัย หรือไอซ์ รวมถึงมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ภายในบริเวณบ้านหลังดังกล่าว พร้อมทั้งมีถังแก๊ส เตรียมยิงให้ระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการซักถามนายอภิชัย หรือไอซ์ ทราบว่าเคยคบหากับน.ส.กิ๊ก เนื่องจากเป็นเด็กไซต์ไลน์แล้วมีอะไรด้วยกันในครั้งแรกก่อนจะไปมาหาตนที่บ้านหลังดังกล่าวไม่ทราบว่าน.ส.กิ๊ก หายไปไหน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการค้นหาศพของน.ส.กิ๊ก จากการปากคำเพื่อนของนายอภิชัย หรือไอซ์ ที่รู้จักกันในคุกก่อนมาเป็นพ่อบ้านทราบว่า นายอภิชัย หรือไอซ์ ได้ทุบตีน.ส.กิ๊ก แล้วทรมานไว้ในบ้าน ก่อนที่จะที่จะทุบตีจนเสียชีวิตแล้วยัดใสหีบไว้แล้ว แล้วนำศพมาซุกซ่อนไว้บริเวณพงหญ้าข้างบ้านดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการค้นหาศพ   ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2526 นายเฉลิมชัย องค์วิศิษฐ์ พ่อของนายอภิชัย ได้เคยก่อนเหตุฆ่าด.ญ.นวลปราง บุนนาค แล้วยัดศพไว้ในตู้เย็นซิงเกอร์

 84,909
ข่าวภูมิภาค
06 พ.ย. 62

หนุ่มเก็บความลับมานานถึง 2 ปี เห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดิน แม่เข้าฝันพี่สาวบ่นหนาว ก่อนเค้นถามน้องจนรู้ความจริง แจ้ง ตร.ขุดหาร่าง

ชุมพร -  หนุ่มวัย 17 เห็น พ่อลากศพแม่ฝังใต้ต้นไม้ พ่อขู่ห้ามบอกใคร ไม่งั้นจะฝังลูกไว้หลุมเดียวกัน ด้วยความหวาดกลัว จึงปิดปากเงียบมาตลอด และย้ายออกจากบ้านไปพักกับพี่สาว และทุกครั้งที่พี่สาวถามถึงแม่ก็จะบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม ให้พี่สาวไปถามพ่อแทน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไปอาศัยอยู่กับญาติแล้ว    แต่พี่สาวไม่ย่อท้อในการตามหาแม่ ซึ่งใจหนึ่งก็คิดว่าแม่อาจจะตายไปแล้ว เพราะตลอดเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มักฝันว่า แม่มาบอกว่าหนาว อยากได้ผ่าห่ม จนกระทั่งเค้นถามน้องชาย จนหลุดปาก ยอมรับเห็นพ่อฝังศพแม่ไว้ใต้ต้นไม้ริมป่าละเมาะหน้าบ้านเช่าใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงพากันเข้าแจ้งความ    ผู้ต้องหา สารภาพบอกภรรยาเป็นลมและเสียชีวิต ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจฝังร่างของภรรยาไว้ใกล้กับบ้านที่พักอาศัย แต่จุดที่ฝังศพ ถูกสร้างเป็นตลาดแล้ว จึงจำจุดที่แน่นอนไม่ได้ ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นสอบและขุดหาศพ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TxHLCCRQVs0

 23,813
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

หนุ่มเก็บความลับมานานถึง 2 ปี เห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดิน แม่เข้าฝันพี่สาวบ่นหนาว ก่อนเค้นถามน้องจนรู้ความจริง แจ้ง ตร.ขุดหาร่าง

ชุมพร -  หนุ่มวัย 17 เห็น พ่อลากศพแม่ฝังใต้ต้นไม้ พ่อขู่ห้ามบอกใคร ไม่งั้นจะฝังลูกไว้หลุมเดียวกัน ด้วยความหวาดกลัว จึงปิดปากเงียบมาตลอด และย้ายออกจากบ้านไปพักกับพี่สาว และทุกครั้งที่พี่สาวถามถึงแม่ก็จะบ่ายเบี่ยงตอบคำถาม ให้พี่สาวไปถามพ่อแทน แต่ก็ได้รับคำตอบว่า แม่ไปอาศัยอยู่กับญาติแล้ว    แต่พี่สาวไม่ย่อท้อในการตามหาแม่ ซึ่งใจหนึ่งก็คิดว่าแม่อาจจะตายไปแล้ว เพราะตลอดเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา มักฝันว่า แม่มาบอกว่าหนาว อยากได้ผ่าห่ม จนกระทั่งเค้นถามน้องชาย จนหลุดปาก ยอมรับเห็นพ่อฝังศพแม่ไว้ใต้ต้นไม้ริมป่าละเมาะหน้าบ้านเช่าใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงพากันเข้าแจ้งความ    ผู้ต้องหา สารภาพบอกภรรยาเป็นลมและเสียชีวิต ตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจฝังร่างของภรรยาไว้ใกล้กับบ้านที่พักอาศัย แต่จุดที่ฝังศพ ถูกสร้างเป็นตลาดแล้ว จึงจำจุดที่แน่นอนไม่ได้ ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การ เตรียมเค้นสอบและขุดหาศพ     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TxHLCCRQVs0

 23,813
อาชญากรรม
06 พ.ย. 62

สลดลูกปิดเงียบพ่อฆ่าแม่ฝังดิน

แม่หายไปเกือบ 2 ปี ลูกสาวตามหาไม่เจอ น้องชายยอมบอกเห็นพ่อฆ่าแม่ลากศพฝังดินโคนต้นไม้ ไม่กล้าบอกใครเหตุพ่อขู่ฆ่า ฝ่ายพ่ออ้าง เมียเป็นลมตาย ไม่อยากจัดงานศพให้สิ้นเปลือง        เวลา 14.30 น.วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ต.ท.มงคล เพชรนิล สว.(สืบสวน)สภ.หลังสวน จ.ชุมพร นำตัวนายสมบูรณ์ สุขมนตรี อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้างตัดปาล์มน้ำมันมายังบริเวณตลาดมรกต 2 ซึ่งอยู่ริมถนนสายเขาเงิน ทางเข้าเขตเทศบาลเมืองหลังสวน หลังจากนางสาวอำพร อำไพ อายุ 24 ปี พร้อมด้วยน้องชาย อายุ 17 ปี ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันแต่ใช้คนละนามสกุล อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 13 ตำบลคันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งความว่า นายสมบูรณ์ สุขมนตรี อายุ 52 ปี ผู้เป็นพ่อได้ก่อเหตุฆ่าขุดหลุมฝัง นางสาวบุปผา อำไพ อายุ 58 ปี ผู้เป็นแม่ของทั้งสอง เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา   นายสมบูรณ์ ผู้ต้องหาได้นำชี้จุดที่ตนเองขุดหลุมฝังนางสาวบุปผาภรรยาไว้บริเวณโคนต้นไม้ซึ่งขณะนั้นเป็นสวนผลไม้และปัจจุบันสถานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กำลังมีการปรับพื้นที่ก่อสร้างเป็นสำนักงานและห้องน้ำและอาคารร้านค้าเป็นตลาดมรกต 2 จึงทำให้สภาพพื้นที่ และตำแหน่งต่างๆ ไม่เหมือนเดิม หลังจากชี้จุดฝังศพแต่ยังไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวนายสมบูรณ์ขึ้นรถยนต์สายตรวจกลับไปควบคุมตัวไว้ที่โรงพักเพื่อความปลอดภัย จากญาติๆ ของนางสาวบุปผาผู้ตาย กลัวจะถูกรุมทำร้าย   นางสาวอำพร ลูกสาว เปิดเผยว่า ตนเองและแฟนหนุ่ม ได้พยายามตามหาแม่มาตลอดเกือบสองปีที่ผ่านมาว่าแม่หายตัวไปไหน ถามพ่อ พ่อก็บอกว่าไปอยู่บ้านญาติคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง ส่วนน้องชายซึ่งก่อนหน้านั้นอยู่กับแม่ตลอด แล้วกลับมาอยู่กับตน หลังจากแม่หายตัวไป แต่ก็ไม่ได้เปิดปากบอกอะไรกับตนและญาติพี่น้อง ที่ผ่านมาตนมีความสงสัยอยู่ในใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของพ่อตนกับน้องชายมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนจึงได้พูดจากดดันโดยอ้างกฎหมายต่างๆ ข่มขู่น้องชายตนเองจนยอมปริปากออกมาว่า "แม่ถูกพ่อฆ่าตายแล้วขุดหลุมฝังไว้บริเวณต้นไม้หน้าบ้านพักคนงานภายในสวนปาล์ม" ตนเองถึงกับตกใจไม่คิดว่าพ่อจะทำแบบนั้น แต่ทั้งนี้ ต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขุดหาศพแม่ให้พบเสียก่อน เพราะจุดที่ฝั่งศพอาจจะคาดเคลื่อนได้เพราะนานแล้ว เพื่อนำศพมาชันสูตรสาเหตุการตาย   ด้านน้องชายของนางสาวอำพร กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปเล่นเกมในตลาดหลังสวน กระทั่งช่วงค่ำได้กลับเข้าบ้านพักคนงาน ขณะเดินมาถึงใกล้กับบ้านพัก ได้เจอพ่อกำลังขุดดินเป็นหลุมขนาดใหญ่ลึกพอประมาณอยู่ใต้โคนต้นไม้ และเห็นร่างแม่นอนอยู่บนลานดินสภาพไม่หายใจแล้ว เมื่อพ่อเห็นตนก็ข่มขู่ว่าห้ามนำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด หากไปบอกใครก็จะฆ่าให้ตายแล้วฝังศพในหลุมเดียวกัน ซึ่งตนเองยอมรับว่ากลัวมาก จึงต้องทนดูพ่อลากศพแม่โยนลงในหลุมแล้วตักดินฝังกลบแม่ไปต่อหน้าต่อตาตนเอง   ต่อมา เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ได้นำรถแบ็กโฮมาขุดตามจุดที่นายสมบูรณ์ชี้ยืนยันว่าขุดหลุมฝังศพเมียตัวเอง อยู่ใกล้กับห้องแถวคนงาน เจ้าหน้าที่ต้องคุมพื้นที่อย่างรัดกุมและขุดเป็นวงจำกัดลักษณะรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เนื่องจาก สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปจากเดิมเพราะเจ้าของได้นำพื้นที่มาใช้ประโยชน์ก่อสร้างทำเป็นตลาดแห่งที่ 2 ใช้เวลาขุดนานกว่า 1 ชั่วโมงยังไม่พบศพแต่อย่างใด จึงยุติการขุดและจะนำตัวนายสมบูรณ์มาชี้จุดที่ชัดเจนต่อไป   ขณะที่ พ.ต.ต.มงคล เพชรนิล สว.(สืบสวน) สภ.หลังสวน กล่าวว่าจากการสอบปากคำทั้งฝ่ายนายสมบูรณ์ผู้พ่อกับนางสาวอำพรและนายสมหมาย ลูกสาวและลูกชาย ยังขัดแย้งกันอยู่ แต่ทั้งนี้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เพียงรับแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ก่อน ส่วนในทางคดีนั้น ทางเจ้าหน้าที่ก็จะกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจนอีกครั้งก่อนเพื่อขุดดินหาศพนางบุปผาขึ้นมา ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการคงรู้ผลเร็วๆ นี้    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด พ.ต.ท.มงคล เพชรนิล สารวัตรสืบสวน สภ.หลังสวน ได้ควบคุมตัวนายสมบูรณ์ มาสอบปากคำ เบื้องต้นทางนายสมบูรณ์ ได้สารภาพเป็นผู้ฝังภรรยาจริง โดยอ้างว่าภรรยาเป็นลมตาย ตนไม่อยากให้ใครลำบาก และต้องเดือดร้อนในการจัดพิธีงานศพซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก จึงได้ขุดหลุมฝังศพภรรยาตนเอง เพื่อตัดปัญหา

 1,014
ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด

ตาก-เจ้าหน้าที่นำกำลังปูพรมค้นหาศพนางปราณี อินธิมา อายุ 54 ปี ภรรยาของนายอนุชา คำพา อายุ 45 ปี ที่เสียชีวิต จากการที่ถูกสามีฆ่าอำพราง โดยญาติของนางปราณีได้ออกตามหาจนพบฟัน และเส้นผมจำนวนหนึ่ง ในสวนลำไยของฝ่ายชาย หลังผู้ตายเข้าฝันบอกกับหลานสาว   ต่อมาพบศพนางปราณี ฝังอยู่ในดินใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อย ฝั่งตรงข้ามของสวนลำไยประมาณ 150 เมตร ศพถูกหมกในดินขุดลงไปลึกประมาณครึ่งเมตร อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่พบตามร่างกายถูกทำร้ายหลายแห่ง คาดว่าเสียชีวิตนานประมาณ 20 วัน ทางญาติยืนยันเป็นศพของนางปราณีจริง   อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตาก เพื่อจับกุมนายอนุชา สามีผู้ตาย ซึ่งอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะกลายศพถูกฆ่าอำพรางฝังดินและ มีการเคลื่อนย้ายศพจากบริเวณสวนลำไย ไปไว้ที่ใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อยของเพื่อนบ้าน เพื่ออำพรางความผิด ก่อนที่นายอนุชาจะหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้   ด้านบิดาของนางปราณี ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้เร่งติดตามคดี จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอบอกให้นายอนุชา คนร้ายให้มามอบตัว ยอมรับในสิ่งที่ทำไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีลงโทษให้ถึงที่สุดประหารชีวิต และจะไม่อโหสิกรรมให้นายอนุชา เพราะคนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยม   ขณะที่พ่อแม่ของนายอนุชา เผยว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ลูกชายมาก่อเหตุฆาตกรรมนางปราณี ลูกสะใภ้ แม้หลักฐานจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็คาดการณ์ไปว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นความจริง รู้สึกเสียใจจนน้ำตาตกใน ทันทีที่มีการขุดพบชิ้นส่วนเส้นผมฟันกราม เชื่อว่าเป็นของนางปราณี ซึ่งพฤติกรรมของนายอนุชา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่พ่อได้ทำความดีสั่งสมมาตลอดชีวิต เขียนด้วยมือแต่ลูกชายลบด้วยเท้า   โดยทั้ง 2 จะชอบดื่มสุราเป็นประจำ แต่นางปราณีทำหน้าที่ลูกสะใภ้ดูแลพ่อแม่สามีอย่างดี ผิดกับลูกของตนที่ก้าวร้าว มักจะตบตีเมีย แม้แต่ตนเองก็ถูกลูกชายด่าทอด้วยคำหยาบคาย จนระยะหลังตนเองไม่พูดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oP3t7m6E3Tk

 6,369
อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด

ตาก-เจ้าหน้าที่นำกำลังปูพรมค้นหาศพนางปราณี อินธิมา อายุ 54 ปี ภรรยาของนายอนุชา คำพา อายุ 45 ปี ที่เสียชีวิต จากการที่ถูกสามีฆ่าอำพราง โดยญาติของนางปราณีได้ออกตามหาจนพบฟัน และเส้นผมจำนวนหนึ่ง ในสวนลำไยของฝ่ายชาย หลังผู้ตายเข้าฝันบอกกับหลานสาว   ต่อมาพบศพนางปราณี ฝังอยู่ในดินใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อย ฝั่งตรงข้ามของสวนลำไยประมาณ 150 เมตร ศพถูกหมกในดินขุดลงไปลึกประมาณครึ่งเมตร อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่พบตามร่างกายถูกทำร้ายหลายแห่ง คาดว่าเสียชีวิตนานประมาณ 20 วัน ทางญาติยืนยันเป็นศพของนางปราณีจริง   อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตาก เพื่อจับกุมนายอนุชา สามีผู้ตาย ซึ่งอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะกลายศพถูกฆ่าอำพรางฝังดินและ มีการเคลื่อนย้ายศพจากบริเวณสวนลำไย ไปไว้ที่ใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อยของเพื่อนบ้าน เพื่ออำพรางความผิด ก่อนที่นายอนุชาจะหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้   ด้านบิดาของนางปราณี ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้เร่งติดตามคดี จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอบอกให้นายอนุชา คนร้ายให้มามอบตัว ยอมรับในสิ่งที่ทำไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีลงโทษให้ถึงที่สุดประหารชีวิต และจะไม่อโหสิกรรมให้นายอนุชา เพราะคนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยม   ขณะที่พ่อแม่ของนายอนุชา เผยว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ลูกชายมาก่อเหตุฆาตกรรมนางปราณี ลูกสะใภ้ แม้หลักฐานจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็คาดการณ์ไปว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นความจริง รู้สึกเสียใจจนน้ำตาตกใน ทันทีที่มีการขุดพบชิ้นส่วนเส้นผมฟันกราม เชื่อว่าเป็นของนางปราณี ซึ่งพฤติกรรมของนายอนุชา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่พ่อได้ทำความดีสั่งสมมาตลอดชีวิต เขียนด้วยมือแต่ลูกชายลบด้วยเท้า   โดยทั้ง 2 จะชอบดื่มสุราเป็นประจำ แต่นางปราณีทำหน้าที่ลูกสะใภ้ดูแลพ่อแม่สามีอย่างดี ผิดกับลูกของตนที่ก้าวร้าว มักจะตบตีเมีย แม้แต่ตนเองก็ถูกลูกชายด่าทอด้วยคำหยาบคาย จนระยะหลังตนเองไม่พูดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oP3t7m6E3Tk

 6,369
สรุปข่าว
10 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ต.ค.62 เจอซากช้างป่าเขาใหญ่ 2 ตัว - ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้แค่ 5 ล้านคน - สงสัยพ่อข่มขืนลูกวัย 12 ท้องโต

-จนท.เข้าถึงซากช้างป่าเขาใหญ่ตายได้แล้ว 2 ตัว จากทั้งหมด 11 ตัว พลัดตกน้ำตาเหวนรก ร่วงลงมาจากชั้น 5 ติดโขดหิน จนท.อยู่อีกฝั่งยังข้ามไปไม่ได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรง ชี้อาจต้องชำแหละเป็นส่วนๆ ใส่ถุงดำซีลหลายชั้น นำเรือลากออกจากน้ำตก ไปจนถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วนำใส่รถไปเผาที่วัดท่าด่าน กระดูกนำไปฝังที่น้ำตกเหวนรก คาดวันนี้เตรียมชำแหละ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจอซากช้างตกเหวนรกแล้ว 2 ตัว ลอยติดซอกหิน จนท.เตรียมชำแหละก่อนลำเลียงออก   -เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร วูบไม่สบายต้องออกจากกระทรวงกะทันหัน ระหว่างรอหารือ 2 ม็อบต้านและหนุน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต จนเกิดม็อบชนม็อบ ด้านมนัญญาแจ้งไม่สบายเช่นกัน ทำให้ 2 รมต.ไม่ได้หารือกับ 2 ม็อบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ม็อบชนม็อบ ทั้งหนุน-ต้าน 3 สารอันตราย บุก ก.เกษตรฯ 'เฉลิมชัย-มนัญญา' ป่วยคู่ ไม่ได้เข้าหารือ    -51 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เข้าชื่อถึง ปธ.สภา ใช้อำนาจส่งเรื่องถึงศาลรธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของ 6 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในกรณีจัดเสวนาชายแดนใต้ มีการพูดถึงการแก้ไข รธน.มาตราหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ควร และใช้อนาจ ส.ส.แทรกแซงการทำงานของ กอ.รมน. สิระ เจนจาคะ หยุดฝ่ายค้านทำลายประเทศและรัฐบาล เชื่อมีกระบวนการแบ่งกันทำงานทำลายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ และอีกฝ่ายพยายามทำลายตุลาการ เตือนคนทำลายประเทศจะไม่มีแผ่นดินอยู่เช่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 51 ส.ส.พปชร.ยื่นสอบ 6 ส.ส.ฝ่ายค้านปมจัดเสวนา 'สิระ' ซัดพวกทำร้ายประเทศ ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่   -นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นเรื่องถึงป.ป.ช.ให้ไต่สวนนายกฯในฐานะ ผอ.กอ.รมน./พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจขัดต่อกม.กรณีแจ้งความเท็จพรรคฝ่ายค้านยุยงปลุกปั่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'นิคม' หน.พรรคพลังปวงชนไทย ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวน บิ๊กตู่ - กอ.รมน.   -บิ๊กป้อมท้าเดิมพันสื่อ มั่นใจพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ผ่านสภาแน่ หลังวิษณุบอก รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้   -บิ๊กตู่บอกระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพบก ตั้งแต่รับราชการทหารมาไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนเป็นนายกฯ แต่ต้องอดทนเพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ยันไม่ได้ต้องการมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์จำเป็นต้องทำให้เข้ามาแก้ไข อยู่มา 5 ปีไม่ใช่ไม่ฟังใคร แต่ต้องมาถูกด่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' รับตั้งแต่เป็นทหารมา ไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ   -เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันโลกปี 62 ไทยร่วง 2 อันดับจาก 38 ไปอยู่ที่อันดับ 40 จากทั้งหมด141 ประเทศ จับตาเวียดนามกลายเป็นประเทศอัตราเติบโตก้าวกระโดดสูงสุดในโลก ขยับขึ้น 10 อันดับ จาก 77 มาอยู่ 67 สิงคโปร์ขึ้นอันดับ 1 โค่นสหรัฐฯอเมริกา กอบศักดิ์ระบุแม้ไทยถูกลดลำดับแต่คะแนนรวมมากขึ้น ที่ถูกปรับลดเพราะบางประเทศทำคะแนนได้เพิ่มขึ้นมากกว่า นักวิชาการแนะทำสปีดหนีเวียดนาม ควรอยู่อันดับ 29 ขึ้นไป หวังรถไฟไฮสปีด รถไฟทางคู่ รฟฟ. ช่วยให้ไทยอันดับดีขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขีดความสามารถไทยร่วงลง 2 อันดับ จาก 38 มาอยู่ที่ 40 จับตาเวียดนามโตก้าวกระโดด ขยับขึ้น 10 อันดับ   -ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้สิทธิ์แค่ 5 ล้าน เปลี่ยนลงทะเบียนช่วงกลางวัน ไม่ต้องอดนอน อุตตมเตรียมเสนอ ครม.ภายในสิ้นเดือนนี้ เน้นกระตุ้นเมืองรอง รูปแบบไม่เหมือนเฟสแรก คนได้สิทธิเฟสแรกแล้วยังลงซ้ำได้ ส่วนลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟสแรกรอบเก็บตก 217 คน เต็มในเวลา 00.01 น. ครบแล้ว 10ล้านคน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชิมช้อปใช้' รอบเก็บตก เต็มใน 1 นาที คาดเฟส 2 ให้สิทธิ์ 5 ล้านคน ใครเคยลงแล้วลงซ้ำได้   -ร้านค้า ร้านกาแฟมึนมาตรการจัดเก็บข้อมูลจราจรออนไลน์ ของคนใช้ WiFi ฟรีในร้าน 90 วัน บางร้านไม่เห็นด้วยระบุ สร้างภาระให้ร้าน เกรงลูกค้าไม่สบายใจ ไม่กลับมาร้านอีก มองเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ บางส่วนเห็นด้วยแต่ขอภาครัฐช่วยงานระบบ ไม่ผลักภาระให้ร้าน ต้องควบคุมไม่ให้ร้านนำข้อมูลไปใช้ด้านอื่นแล้วไม่ปลอดภัยกับตัวลูกค้าเอง รองโฆษก ตร.ยันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นหลักสากล ตปท.ทำคล้ายเรา ขออย่าตื่นตระหนก ย้ำเป็นหน้าที่ทุกคนต้องทำ เพื่อความสงบของบ้านเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ    -รวบอดีต จนท.ไฟแนนซ์ประกันรถ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้า 25 ราย เสียหาย 3 แสน ใช้วิธีเลือกเวลากลางคืน โทรหาคอลเซนเตอร์เปลี่ยนเบอร์โทรที่ใช้ติดต่อ เพื่อรับรหัส OTP แทนเหยื่อ สวมรอยทำธุรกรรมการเงิน คนร้ายสารภาพทำไปเพราะเครียด มีภาระหนี้บัตรเครดิต เลือกทำคนใกล้ตัว เพราะคิดว่าถ้าถูกจับได้จะให้อภัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับอดีต จนท.ไฟแนนซ์ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้ากว่า 20 ใบ เลือกทำกับคนใกล้ตัว เวลาจับได้จะให้อภัยง่ายกว่า    -สลด ด.ญ.วัย 12 ถูกข่มขืนจนท้อง 8 เดือนที่อ่างทอง เพื่อนบ้านสงสัยพ่อแท้ๆอาจทำ เพราะเด็กไม่มีเพื่อนชาย อยู่บ้านกับพ่อที่ติดยา 2 ต่อ 2 แม่ออกทำงานนอกบ้าน อ้างเคยมีผู้ชายบุกบ้านข่มขืนเด็กแล้วหนีไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน    -อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 เสียใจปมผู้พิพากษายิงตัวเอง ยันทำตามระเบียบไม่มีเจตนาแทรกแซง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้คำพิพากษา ทำได้เพียงทักท้วงเพื่อให้เกิดความรอบคอบ เชื่อชนวนเหตุอาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แจงทำตามระเบียบ ปัดแทรกแซงผลตัดสิน ปม 'คณากร' ยิงตัวเอง    -พบแล้วศพหญิงหายตัวปริศนานาน 3 เดือนถูกฆ่าฝังดิน ขุดศพเจอเริ่มเน่าเปื่อย ส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ญาติเชื่อฝีมือสามีผู้ตาย หลังผู้ตายเข้าฝันหลานสาวว่าถูกฆ่าฝังดินในสวน จึงพากันไปขุดศพ ด้านพ่อเชื่อลูกชายก่อเหตุ เพราะชอบดื่มเหล้าทั้งคู่ ยอมรับลูกตบตีเมีย แม้แต่พ่อก็ถูกด่าหยาบคาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U32d3ZuwhsA

 7,214
สรุปข่าว
01 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 ส.ค.62 จ่อออกหวยใหม่แบบรูปภาพ-กระบะพุ่งกลางวงข้าว-รอลงอาญาเสี่ยเบนซ์

-กองสลากเคาะแล้วหวยออนไลน์ รูปแบบภาพ 12 นักษัตรเป็นครั้งแรกของโลก ซื้อขายผ่านออนไลน์ชุดละ 50 บาท ผู้ซื้อเลือกภาพนักษัตร 1 ภาพจาก 12 ภาพ ครบ 4 หลัก มีสิทธิ์ถูกรางวัล 2 ประเภท ถูก 4 ภาพตรง หรือ 4 ภาพสลับหลัก เงินรางวัลมาจาก 60% ของยอดขาย เฉลี่ยตามผู้ถูกรางวัล ถ้าไม่มีใครถูกให้ทบไปงวดหน้า     คาดดึงเงินจากผู้ซื้อใต้ดินได้ไม่ค่ำกว่าแสนล้าน ยันไม่มอมเมา ปชช. ขายให้คนอายุ 20 ปีขึ้นไป ผู้ถือบัตรคนจนหมดสิทธิ์ซื้อ ยังไม่ระบุเริ่มได้เหมื่อไร่ เตรียมส่งกฤษฎีกาตีความ เปิดประชาพิจารณ์ 2-3 เดือน ก่อนเสนอ ครม. ลุ้นหวยแบบใหม่ ภาพ 12 นักษัตร ที่แรกของโลก ขายออนไลน์ใบละ 50 บาท ทั้งเต็ง-โต๊ด คนถือบัตรคนจนอาจซื้อไม่ได้   -ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน คดีเสี่ยเบนซ์เมาขับชนรองตี๋และภรรยาเสียชีวิต โทษคุกให้รอลงอาญา 3 ปี ต้องรายงานตัว 8 ครั้งใน 2 ปี บริการสังคม 48 ชม.ใน 1 ปี เสี่ยเบนซ์เผยขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัยตั้งแต่วันแรก ขอบคุณศาลที่ให้โอกาส ขอบคุณสังคมที่ให้อภัย พร้อมให้เงินครอบครัวเหยื่อเพิ่มอีกเดือนละ 4 หมื่นเป็นเวลา 8 ปี สัญญาเลิกดื่มตลอดชีวิต   ลูกสาวรองตี๋ร่วมพิจารณาคดี น้องแพรลูกสาวคนเล็กผู้ตายสวมกอดเสี่ยเบนซ์ เดินจูงมือกันเหมือนพ่อลูก ญาติรองตี๋บอกไม่ติดใจ ให้อภัยตั้งแต่วันที่เสี่ยเข้ามากราบเท้าแม่ 'เสี่ยเบนซ์' ซึ้งใจศาลให้รอลงอาญา เพิ่มเงินให้บ้านรองตี๋เดือนละ 4 หมื่น ลูกสาวผู้ตายสวมกอดเหมือนเป็นพ่ออีกคน    -สุดารัตน์ไม่เชื่อมั่นบิ๊กตู่ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง ชี้ทีมเศรษฐกิจเดิม นายกคนเดิม 5 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาไม่ได้ สิ่งเดียวที่ต่างคือตอนนั้นมีม.44 แต่วันนี้ไม่มี ไม่มั่นใจความสามารถบิ๊กตู่ว่าจะทำให้ดีกว่าเก่า แต่ก็ขอรอดูผลงาน     -นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรฯสมัยยิ่งลักษณ์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เลือดไหลออกจากเพื่อไทยไม่เลิก แม้ผ่านพ้นเลือกตั้งไปแล้ว สุดารัตน์บอกการดูด ส.ส.เป็นเรื่องของคดีต่อรอง ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งในพรรค เป็นการใช้อนาจเงินและอำนาจรัฐ ด้านเจ้าตัวยันไม่ได้ถูกบังคับหรือต่อรองเรื่องคดี เพราะไม่เคยมีคดีความอาญาต่อรองอะไร แต่ถึงมีจริงก็ต้องย้ายมาก่อนเลือกตั้ง ยันมาร่วมเพื่อทำงานพัฒนาและช่วยเหลือชาวศรีสะเกษ พปชร.เปิดตัว 'พรศักดิ์' ย้ายขั้ว 'หญิงหน่อย' แฉถูกดูดแลกคดีความ    -วิกฤต ร.ร.ขนาดเล็ก สพฐ.เสนอยุบรวม ร.ร.เล็ก 18,000 แห่งทั่วประเทศ แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา ร.ร.ขาดใหญ่หรือ ร.ร.แม่เหล็กสามารถควบรวมได้ 3-4 แห่ง แต่ที่ผ่านมาปล่อยควบรวมสมัครใจได้แค่ 83 ร.ร. หากปล่อยแบบนี้ต้องใช้เวลา 28 ปีแก้ปัญหา เตรียมเสนอแผนให้ รมว.ศึกษาพิจารณา     -เตือนภัยสาวจอดรถในห้าง หนุ่มหื่นชักปืนจี้สาวในลานจอดรถดังย่านบางนา บังคับขับรถเข้าโรงแรมหวังขืนใจ เหยื่อสาวเผยกำลังนั่งแต่งหน้าในรถ มีชายอ้วนเปิดประตูชักปืนบังคับให้ขับไป ร.ร.ม่านรูด 2 แห่ง แต่ที่แรกปิดบริการ   ก่อนเหยื่อสาวไหวพริบดี จอดรถแกล้งขับชนโต๊ะ หวังให้พนง.เห็นพิรุธ สบโอกาสวิ่งร้องให้คนช่วย ชายหื่นเห็นท่าไม่ดีขับรถเหยื่อหนี ตร.แกะรอยกล้องวงจรปิด พบชายหื่นส่วมยูนิฟอร์ม พนง.บริษัทตามล่าถึงที่ทำงาน รวบตัวไว้ได้ สารภาพเป็น พนง.ขับรถ เห็นเหยื่อหน้าตาดี เปิดประตูรถทิ้งไว้ เลยเกิดอารมณ์ รับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนถูกญาติเหยื่อรุมประชาทัณฑ์คาโรงพัก สาวแต่งหน้าไม่ปิดประตูรถ ถูกชายหื่นชักปืนขู่คาลานจอด บังคับขับเข้าม่านรูด ก่อนใช้ไหวพริบหนีรอดมาได้   -สยอง กระบะขับลากศพตาพิการวัย 85 ปี อยู่ใต้ท้องรถไกลกว่า 40 กม.ก่อนจอดลงไปลากศพทิ้งกลางตลาดสดอุดรฯ วงจรปิดเห็นภาพคนขับพยายามดึงศพใต้ท้องรถ สภาพศพสยองร่างขาดตั้งแต่หัว-เท้า ญาติเผยคนตายเดินไม่ได้ อาจคลานออกจากบ้านแล้วถูกรถชน ร่างมุดเข้าใต้ท้องรถ ตร.ติดตามคนขับมาสอบสวน กระบะลากศพชายพิการติดใต้ท้องรถ ร่างขาดสยองขับข้ามจังหวัด ก่อนหลบหนี    -ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติเห็นชอบอธิบดีศาลอาญาภาค 8 ในคลิปเพื่อนโชคไม่ผิดวินัย แต่กระทำไม่เหมาะสมกับ ตร.นครศรีธรรมราชที่จุดตรวจ อ้างเป็นเพื่อนผู้กำกับโชค เห็นควรให้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือน อธิบดีศาลอาญาภาค 8 ไม่ผิดวินัย 'คลิปเพื่อนโชค' ด้าน ผกก.โชค ยัน ตร.ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม   -ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 ผู้ต้องหาอุ้มฆ่าสาวทอม โบกปูนฝังดินที่รีสอร์ทกาญจนบุรี ส่วนผกก.โรงพักบ้านโป่งและกำนันคนจ้างวานโดนคุก 15 และ 10 ปี ยกฟ้องสาวต้นเรื่องที่เป็นกิ๊กอดีต ผกก. พ่อแม่เหยื่อน้อมรับคำตัดสิน แต่เห็นว่าลงโทษน้อยไป แม่บอกคนตายแต่งตัวหล่อมาเข้าฝัน เชื่อไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว จำคุกตลอดชีวิต 2 มืออุ้มฆ่าสาวทอม - คุก 15 ปี อดีต ตร.บงการ ยกฟ้องสาวคนสนิท   -ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เตรียมเสนอเอาผิดคนขับรถน้อยกว่า 80 กม./ชม.วิ่งเลนขวา ต้นตอทำรถติด แจงใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ขับได้แต่ถนน 4 เลนขึ้นไป เล็งใช้ทางหลัก-ทางคู่ขนานก่อน ส่วนรถโดยสารต้องขับตามกฎตามเดิม เสนอไอเดียแก้รถติด จับรถวิ่ง 80 กม./ชม. ขับแช่เลนขวา - แจงวิ่ง 120 กม./ชม. บนถนน 4 เลน ได้แค่รถส่วนตัว   -กระบะส่งของพุ่งทะลุบ้านกลางวงข้าว เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 3 ตาเจ้าของบ้านเล่ากำลังกินข้าวกัน 4 คน เห็นแส่งไฟพุ่ง รีบคว้าหลานมาอุ้ม ลูกสาวถูกอัดก็อปปี้ติดรั้วบ้าน คนขับกระบะอ้างเห็นเงาดำตัดหน้าเลยตกใจ นั่งล้อมวงกินข้าว เจอกระบะพุ่งทะลุบ้านผ่ากลางวงดับ 1 เจ็บ 3 คนขับอ้างตกใจเงาดำตัดหน้า    -เสี่ยเอก บ่อพลอย น้อง สจ.ดังผู้ต้องหาคดียาเสพติด คิดสั้นใช้เสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขัง สภ.กบินทร์บุรี เสียชีวิตคาลูกกรงต่อหน้าเพื่อนผู้ต้องหา 14 คน หลังถูกจับบ่นว่าอยากตายพยายามผูกคอมาแล้ว 1 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ก่อนอาศัยช่วงชุลมุนหลังญาติมาเยี่ยมปลิดชีพตัวเอง 'เสี่ยเอก บ่อพลอย' เครียดถูกจับยา 6 พันเม็ด คว้าเสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขังดับ   -พ่อ นร.เตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการโดดร่มเมื่อปี 57 ยืนถือป้ายประท้วงหน้าอัยการสูงสุด หลังคดีไม่คืบ มีผู้ถูกกล่าวหาพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมชั้นอัยการ ผ่านไปปีครึ่งไม่สั่งฟ้อง จนท.แจงล่าช้าเพราะมีคำร้องเยอะ ตร.และอัยการขัดแย้งกันบางประเด็น ยันไม่มีการแทรกแซง     -หนุ่ม ผจก.ร้านอาหารมอบตัว หลังตีเนียนขี่ จยย.ตามสาวเข้าหอพักลาดพร้าว อ้างแค่มาตามหาเพื่อน จะเข้าห้องน้ำ สารภาพนั่งกินเหล้าแล้วมีเพื่อนผู้หญิงโทรมาให้ไปหาที่ห้อง แต่ไม่รู้ว่าห้องไหน เลยเมาบิดประตูทุกห้อง ยันไม่ได้ตั้งใจ เมาไม่มีสติ จำอะไรไม่ได้ โดนปรับ 2 พัน หนุ่มตระเวนเคาะห้องสาวในหอพักโร่มอบตัว อ้างเมาจำอะไรไม่ได้เลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rzvgUdUmiNI

 2,833
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 15 ปี อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง สั่งอุ้มฆ่าฝั่งดิน ‘น้องหญิง’ ที่กาญจนบุรี

ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พิพากษาจำคุก อดีตผู้ ผกก.สภ.บ้านโป่ง สั่งอุ้มสาวทอมฆ่าฝังดินที่จังหวัดกาญจนบุรี 15 ปี ส่วนจำเลยที่ 1,2 จำคุกตลอดชีวิต และจำเลยที่ 5 จำคุก 10 ปี   วันที่ 31 ก.ค. 62 ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กับพวก จำเลยในฐาน ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น หน่วงเหนี่ยวกักขัง และ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน    ในกรณีอุ้ม น.ส.สุภัคสรณ์ หรือ หญิง พลไธสง อายุ 28 ปี สาวทอม ซึ่งถูกอุ้มจากย่านพุทธมณฑลสาย 4 ไปฆ่าฝังดินในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559   โดยในวันนี้ มีบิดา-มารดา ของ น.ส.สุภัคสรณ์ มารอคำพิพากษา พร้อมกับนำรูปถ่ายของบุตรมาด้วย ด้วย โดยหวังว่าศาลจะลงโทษจำเลยทั้งหมดด้วยโทษสถานหนักเพื่อบุตรจะได้รับยุติธรรม   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ มีความสอดคล้องต้องกัน คำกล่าวอ้างของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่าถูกข่มขู่และนำชี้ที่เกิดเหตุตามคำสั่งของตำรวจนั้น เลื่อนลอยไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ จึงพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง   ส่วน พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 5 นั้น จากการนำสืบ เชื่อได้ว่ามีเจตนาเพื่อสั่งสอนผู้ตายให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ที่ตนเองมีความสัมพันธ์เท่านั้น จึงพิพากษาให้มีความผิดฐานใช้ จ้างวาน กระทำการหน่วงเหนี่ยว กักขัง ข่มขืนใจ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย    ส่วนจำเลยที่ 3 พยานโจทก์มีเพียงการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับ พ.ต.อ.อำนวย และยังพบข้อความผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ในเชิงหึงหวง ผู้ตายจึงเชื่อว่ายังมีความรักความห่วงใยกับผู้ตายอยู่พิพากษายกฟ้อง   รวมแล้วศาลพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 15 ปี และจำเลยที่ 5 จำนวน 15 ปี แต่ จำเลยที่ 1,2 และที่ 5 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงลดโทษให้เหลือ 1 ใน 3 โดยสั่งจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 และ 2 ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 10 ปี ทั้งนี้ ศาลยังให้จำเลยทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน 2,790,000 บาทแก่พ่อแม่ผู้เสียชีวิต    ด้านพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ระบุว่า พอใจกับคำพิพากษาส่วนหนึ่ง แต่ก็อยากจะเรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษ ผู้กระทำความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป  

 2,309

Top