ค้นหา :

ผลการค้นหา "ฆ่าฝังดิน"

ข่าวภูมิภาค
10 ต.ค. 62

ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด

ตาก-เจ้าหน้าที่นำกำลังปูพรมค้นหาศพนางปราณี อินธิมา อายุ 54 ปี ภรรยาของนายอนุชา คำพา อายุ 45 ปี ที่เสียชีวิต จากการที่ถูกสามีฆ่าอำพราง โดยญาติของนางปราณีได้ออกตามหาจนพบฟัน และเส้นผมจำนวนหนึ่ง ในสวนลำไยของฝ่ายชาย หลังผู้ตายเข้าฝันบอกกับหลานสาว   ต่อมาพบศพนางปราณี ฝังอยู่ในดินใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อย ฝั่งตรงข้ามของสวนลำไยประมาณ 150 เมตร ศพถูกหมกในดินขุดลงไปลึกประมาณครึ่งเมตร อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่พบตามร่างกายถูกทำร้ายหลายแห่ง คาดว่าเสียชีวิตนานประมาณ 20 วัน ทางญาติยืนยันเป็นศพของนางปราณีจริง   อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตาก เพื่อจับกุมนายอนุชา สามีผู้ตาย ซึ่งอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะกลายศพถูกฆ่าอำพรางฝังดินและ มีการเคลื่อนย้ายศพจากบริเวณสวนลำไย ไปไว้ที่ใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อยของเพื่อนบ้าน เพื่ออำพรางความผิด ก่อนที่นายอนุชาจะหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้   ด้านบิดาของนางปราณี ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้เร่งติดตามคดี จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอบอกให้นายอนุชา คนร้ายให้มามอบตัว ยอมรับในสิ่งที่ทำไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีลงโทษให้ถึงที่สุดประหารชีวิต และจะไม่อโหสิกรรมให้นายอนุชา เพราะคนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยม   ขณะที่พ่อแม่ของนายอนุชา เผยว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ลูกชายมาก่อเหตุฆาตกรรมนางปราณี ลูกสะใภ้ แม้หลักฐานจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็คาดการณ์ไปว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นความจริง รู้สึกเสียใจจนน้ำตาตกใน ทันทีที่มีการขุดพบชิ้นส่วนเส้นผมฟันกราม เชื่อว่าเป็นของนางปราณี ซึ่งพฤติกรรมของนายอนุชา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่พ่อได้ทำความดีสั่งสมมาตลอดชีวิต เขียนด้วยมือแต่ลูกชายลบด้วยเท้า   โดยทั้ง 2 จะชอบดื่มสุราเป็นประจำ แต่นางปราณีทำหน้าที่ลูกสะใภ้ดูแลพ่อแม่สามีอย่างดี ผิดกับลูกของตนที่ก้าวร้าว มักจะตบตีเมีย แม้แต่ตนเองก็ถูกลูกชายด่าทอด้วยคำหยาบคาย จนระยะหลังตนเองไม่พูดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oP3t7m6E3Tk

 5,956
อาชญากรรม
10 ต.ค. 62

ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด

ตาก-เจ้าหน้าที่นำกำลังปูพรมค้นหาศพนางปราณี อินธิมา อายุ 54 ปี ภรรยาของนายอนุชา คำพา อายุ 45 ปี ที่เสียชีวิต จากการที่ถูกสามีฆ่าอำพราง โดยญาติของนางปราณีได้ออกตามหาจนพบฟัน และเส้นผมจำนวนหนึ่ง ในสวนลำไยของฝ่ายชาย หลังผู้ตายเข้าฝันบอกกับหลานสาว   ต่อมาพบศพนางปราณี ฝังอยู่ในดินใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อย ฝั่งตรงข้ามของสวนลำไยประมาณ 150 เมตร ศพถูกหมกในดินขุดลงไปลึกประมาณครึ่งเมตร อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เจ้าหน้าที่พบตามร่างกายถูกทำร้ายหลายแห่ง คาดว่าเสียชีวิตนานประมาณ 20 วัน ทางญาติยืนยันเป็นศพของนางปราณีจริง   อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดตาก เพื่อจับกุมนายอนุชา สามีผู้ตาย ซึ่งอยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่จะกลายศพถูกฆ่าอำพรางฝังดินและ มีการเคลื่อนย้ายศพจากบริเวณสวนลำไย ไปไว้ที่ใต้กอไผ่ท้ายไร่อ้อยของเพื่อนบ้าน เพื่ออำพรางความผิด ก่อนที่นายอนุชาจะหลบหนีไปไม่สามารถติดต่อได้   ด้านบิดาของนางปราณี ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ได้เร่งติดตามคดี จนสามารถคลี่คลายคดีได้ในระดับหนึ่ง ก็ขอบอกให้นายอนุชา คนร้ายให้มามอบตัว ยอมรับในสิ่งที่ทำไป และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีลงโทษให้ถึงที่สุดประหารชีวิต และจะไม่อโหสิกรรมให้นายอนุชา เพราะคนร้ายกระทำการอย่างโหดเหี้ยม   ขณะที่พ่อแม่ของนายอนุชา เผยว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ลูกชายมาก่อเหตุฆาตกรรมนางปราณี ลูกสะใภ้ แม้หลักฐานจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็คาดการณ์ไปว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นความจริง รู้สึกเสียใจจนน้ำตาตกใน ทันทีที่มีการขุดพบชิ้นส่วนเส้นผมฟันกราม เชื่อว่าเป็นของนางปราณี ซึ่งพฤติกรรมของนายอนุชา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่พ่อได้ทำความดีสั่งสมมาตลอดชีวิต เขียนด้วยมือแต่ลูกชายลบด้วยเท้า   โดยทั้ง 2 จะชอบดื่มสุราเป็นประจำ แต่นางปราณีทำหน้าที่ลูกสะใภ้ดูแลพ่อแม่สามีอย่างดี ผิดกับลูกของตนที่ก้าวร้าว มักจะตบตีเมีย แม้แต่ตนเองก็ถูกลูกชายด่าทอด้วยคำหยาบคาย จนระยะหลังตนเองไม่พูดด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/oP3t7m6E3Tk

 5,956
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
10 ต.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 10 ต.ค.62 เจอซากช้างป่าเขาใหญ่ 2 ตัว - ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้แค่ 5 ล้านคน - สงสัยพ่อข่มขืนลูกวัย 12 ท้องโต

-จนท.เข้าถึงซากช้างป่าเขาใหญ่ตายได้แล้ว 2 ตัว จากทั้งหมด 11 ตัว พลัดตกน้ำตาเหวนรก ร่วงลงมาจากชั้น 5 ติดโขดหิน จนท.อยู่อีกฝั่งยังข้ามไปไม่ได้ เพราะกระแสน้ำไหลแรง ชี้อาจต้องชำแหละเป็นส่วนๆ ใส่ถุงดำซีลหลายชั้น นำเรือลากออกจากน้ำตก ไปจนถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล แล้วนำใส่รถไปเผาที่วัดท่าด่าน กระดูกนำไปฝังที่น้ำตกเหวนรก คาดวันนี้เตรียมชำแหละ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เจอซากช้างตกเหวนรกแล้ว 2 ตัว ลอยติดซอกหิน จนท.เตรียมชำแหละก่อนลำเลียงออก   -เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตร วูบไม่สบายต้องออกจากกระทรวงกะทันหัน ระหว่างรอหารือ 2 ม็อบต้านและหนุน 3 สารเคมี คลอร์ไพริฟอส-พาราควอต-ไกลโซเฟต จนเกิดม็อบชนม็อบ ด้านมนัญญาแจ้งไม่สบายเช่นกัน ทำให้ 2 รมต.ไม่ได้หารือกับ 2 ม็อบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ม็อบชนม็อบ ทั้งหนุน-ต้าน 3 สารอันตราย บุก ก.เกษตรฯ 'เฉลิมชัย-มนัญญา' ป่วยคู่ ไม่ได้เข้าหารือ    -51 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เข้าชื่อถึง ปธ.สภา ใช้อำนาจส่งเรื่องถึงศาลรธน.วินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของ 6 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในกรณีจัดเสวนาชายแดนใต้ มีการพูดถึงการแก้ไข รธน.มาตราหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ควร และใช้อนาจ ส.ส.แทรกแซงการทำงานของ กอ.รมน. สิระ เจนจาคะ หยุดฝ่ายค้านทำลายประเทศและรัฐบาล เชื่อมีกระบวนการแบ่งกันทำงานทำลายรัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ และอีกฝ่ายพยายามทำลายตุลาการ เตือนคนทำลายประเทศจะไม่มีแผ่นดินอยู่เช่นเดียวกับทักษิณ ชินวัตร ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 51 ส.ส.พปชร.ยื่นสอบ 6 ส.ส.ฝ่ายค้านปมจัดเสวนา 'สิระ' ซัดพวกทำร้ายประเทศ ระวังไม่มีแผ่นดินอยู่   -นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ยื่นเรื่องถึงป.ป.ช.ให้ไต่สวนนายกฯในฐานะ ผอ.กอ.รมน./พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ฐานจงใจปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อำนาจขัดต่อกม.กรณีแจ้งความเท็จพรรคฝ่ายค้านยุยงปลุกปั่น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'นิคม' หน.พรรคพลังปวงชนไทย ยื่น ป.ป.ช.ไต่สวน บิ๊กตู่ - กอ.รมน.   -บิ๊กป้อมท้าเดิมพันสื่อ มั่นใจพ.ร.บ.งบประมาณปี 63 ผ่านสภาแน่ หลังวิษณุบอก รมต.ที่เป็น ส.ส.ลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณได้   -บิ๊กตู่บอกระหว่างตรวจเยี่ยมกองทัพบก ตั้งแต่รับราชการทหารมาไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนเป็นนายกฯ แต่ต้องอดทนเพราะภารกิจยังไม่จบสิ้น ยันไม่ได้ต้องการมาอยู่ตรงนี้ แต่สถานการณ์จำเป็นต้องทำให้เข้ามาแก้ไข อยู่มา 5 ปีไม่ใช่ไม่ฟังใคร แต่ต้องมาถูกด่า ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' รับตั้งแต่เป็นทหารมา ไม่เคยโดนด่าเหมือนตอนมาเป็นนายกฯ   -เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม รายงานขีดความสามารถในการแข่งขันโลกปี 62 ไทยร่วง 2 อันดับจาก 38 ไปอยู่ที่อันดับ 40 จากทั้งหมด141 ประเทศ จับตาเวียดนามกลายเป็นประเทศอัตราเติบโตก้าวกระโดดสูงสุดในโลก ขยับขึ้น 10 อันดับ จาก 77 มาอยู่ 67 สิงคโปร์ขึ้นอันดับ 1 โค่นสหรัฐฯอเมริกา กอบศักดิ์ระบุแม้ไทยถูกลดลำดับแต่คะแนนรวมมากขึ้น ที่ถูกปรับลดเพราะบางประเทศทำคะแนนได้เพิ่มขึ้นมากกว่า นักวิชาการแนะทำสปีดหนีเวียดนาม ควรอยู่อันดับ 29 ขึ้นไป หวังรถไฟไฮสปีด รถไฟทางคู่ รฟฟ. ช่วยให้ไทยอันดับดีขึ้น ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขีดความสามารถไทยร่วงลง 2 อันดับ จาก 38 มาอยู่ที่ 40 จับตาเวียดนามโตก้าวกระโดด ขยับขึ้น 10 อันดับ   -ชิมช้อปใช้เฟส 2 จ่อให้สิทธิ์แค่ 5 ล้าน เปลี่ยนลงทะเบียนช่วงกลางวัน ไม่ต้องอดนอน อุตตมเตรียมเสนอ ครม.ภายในสิ้นเดือนนี้ เน้นกระตุ้นเมืองรอง รูปแบบไม่เหมือนเฟสแรก คนได้สิทธิเฟสแรกแล้วยังลงซ้ำได้ ส่วนลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟสแรกรอบเก็บตก 217 คน เต็มในเวลา 00.01 น. ครบแล้ว 10ล้านคน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'ชิมช้อปใช้' รอบเก็บตก เต็มใน 1 นาที คาดเฟส 2 ให้สิทธิ์ 5 ล้านคน ใครเคยลงแล้วลงซ้ำได้   -ร้านค้า ร้านกาแฟมึนมาตรการจัดเก็บข้อมูลจราจรออนไลน์ ของคนใช้ WiFi ฟรีในร้าน 90 วัน บางร้านไม่เห็นด้วยระบุ สร้างภาระให้ร้าน เกรงลูกค้าไม่สบายใจ ไม่กลับมาร้านอีก มองเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ บางส่วนเห็นด้วยแต่ขอภาครัฐช่วยงานระบบ ไม่ผลักภาระให้ร้าน ต้องควบคุมไม่ให้ร้านนำข้อมูลไปใช้ด้านอื่นแล้วไม่ปลอดภัยกับตัวลูกค้าเอง รองโฆษก ตร.ยันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นหลักสากล ตปท.ทำคล้ายเรา ขออย่าตื่นตระหนก ย้ำเป็นหน้าที่ทุกคนต้องทำ เพื่อความสงบของบ้านเมือง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ฟังเสียงร้านกาแฟ เห็นด้วย-ค้านเก็บข้อมูลผู้ใช้ wifi 90 วัน 'พุทธิพงษ์' โพสต์แจงแค่ขอความร่วมมือ    -รวบอดีต จนท.ไฟแนนซ์ประกันรถ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้า 25 ราย เสียหาย 3 แสน ใช้วิธีเลือกเวลากลางคืน โทรหาคอลเซนเตอร์เปลี่ยนเบอร์โทรที่ใช้ติดต่อ เพื่อรับรหัส OTP แทนเหยื่อ สวมรอยทำธุรกรรมการเงิน คนร้ายสารภาพทำไปเพราะเครียด มีภาระหนี้บัตรเครดิต เลือกทำคนใกล้ตัว เพราะคิดว่าถ้าถูกจับได้จะให้อภัย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับอดีต จนท.ไฟแนนซ์ สวมรอยใช้บัตรเครดิตลูกค้ากว่า 20 ใบ เลือกทำกับคนใกล้ตัว เวลาจับได้จะให้อภัยง่ายกว่า    -สลด ด.ญ.วัย 12 ถูกข่มขืนจนท้อง 8 เดือนที่อ่างทอง เพื่อนบ้านสงสัยพ่อแท้ๆอาจทำ เพราะเด็กไม่มีเพื่อนชาย อยู่บ้านกับพ่อที่ติดยา 2 ต่อ 2 แม่ออกทำงานนอกบ้าน อ้างเคยมีผู้ชายบุกบ้านข่มขืนเด็กแล้วหนีไป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ด.ญ.วัย 12 ปีไม่สุงสิงกับใคร ท้องโต 8 เดือน ชาวบ้านสงสัยอาจถูกพ่อติดยาข่มขืน    -อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาค 9 เสียใจปมผู้พิพากษายิงตัวเอง ยันทำตามระเบียบไม่มีเจตนาแทรกแซง ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหรือแก้คำพิพากษา ทำได้เพียงทักท้วงเพื่อให้เกิดความรอบคอบ เชื่อชนวนเหตุอาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : อธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 แจงทำตามระเบียบ ปัดแทรกแซงผลตัดสิน ปม 'คณากร' ยิงตัวเอง    -พบแล้วศพหญิงหายตัวปริศนานาน 3 เดือนถูกฆ่าฝังดิน ขุดศพเจอเริ่มเน่าเปื่อย ส่งพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ญาติเชื่อฝีมือสามีผู้ตาย หลังผู้ตายเข้าฝันหลานสาวว่าถูกฆ่าฝังดินในสวน จึงพากันไปขุดศพ ด้านพ่อเชื่อลูกชายก่อเหตุ เพราะชอบดื่มเหล้าทั้งคู่ ยอมรับลูกตบตีเมีย แม้แต่พ่อก็ถูกด่าหยาบคาย ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ขุดเจอศพหญิงถูกฆ่าฝังดินหมกสวน เร่งล่าตัวสามี คาดเป็นมือสังหารโหด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/U32d3ZuwhsA

 4,637
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
01 ส.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 1 ส.ค.62 จ่อออกหวยใหม่แบบรูปภาพ-กระบะพุ่งกลางวงข้าว-รอลงอาญาเสี่ยเบนซ์

-กองสลากเคาะแล้วหวยออนไลน์ รูปแบบภาพ 12 นักษัตรเป็นครั้งแรกของโลก ซื้อขายผ่านออนไลน์ชุดละ 50 บาท ผู้ซื้อเลือกภาพนักษัตร 1 ภาพจาก 12 ภาพ ครบ 4 หลัก มีสิทธิ์ถูกรางวัล 2 ประเภท ถูก 4 ภาพตรง หรือ 4 ภาพสลับหลัก เงินรางวัลมาจาก 60% ของยอดขาย เฉลี่ยตามผู้ถูกรางวัล ถ้าไม่มีใครถูกให้ทบไปงวดหน้า     คาดดึงเงินจากผู้ซื้อใต้ดินได้ไม่ค่ำกว่าแสนล้าน ยันไม่มอมเมา ปชช. ขายให้คนอายุ 20 ปีขึ้นไป ผู้ถือบัตรคนจนหมดสิทธิ์ซื้อ ยังไม่ระบุเริ่มได้เหมื่อไร่ เตรียมส่งกฤษฎีกาตีความ เปิดประชาพิจารณ์ 2-3 เดือน ก่อนเสนอ ครม. ลุ้นหวยแบบใหม่ ภาพ 12 นักษัตร ที่แรกของโลก ขายออนไลน์ใบละ 50 บาท ทั้งเต็ง-โต๊ด คนถือบัตรคนจนอาจซื้อไม่ได้   -ศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ปรับ 1 แสน คดีเสี่ยเบนซ์เมาขับชนรองตี๋และภรรยาเสียชีวิต โทษคุกให้รอลงอาญา 3 ปี ต้องรายงานตัว 8 ครั้งใน 2 ปี บริการสังคม 48 ชม.ใน 1 ปี เสี่ยเบนซ์เผยขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ให้อภัยตั้งแต่วันแรก ขอบคุณศาลที่ให้โอกาส ขอบคุณสังคมที่ให้อภัย พร้อมให้เงินครอบครัวเหยื่อเพิ่มอีกเดือนละ 4 หมื่นเป็นเวลา 8 ปี สัญญาเลิกดื่มตลอดชีวิต   ลูกสาวรองตี๋ร่วมพิจารณาคดี น้องแพรลูกสาวคนเล็กผู้ตายสวมกอดเสี่ยเบนซ์ เดินจูงมือกันเหมือนพ่อลูก ญาติรองตี๋บอกไม่ติดใจ ให้อภัยตั้งแต่วันที่เสี่ยเข้ามากราบเท้าแม่ 'เสี่ยเบนซ์' ซึ้งใจศาลให้รอลงอาญา เพิ่มเงินให้บ้านรองตี๋เดือนละ 4 หมื่น ลูกสาวผู้ตายสวมกอดเหมือนเป็นพ่ออีกคน    -สุดารัตน์ไม่เชื่อมั่นบิ๊กตู่ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจเอง ชี้ทีมเศรษฐกิจเดิม นายกคนเดิม 5 ปีที่ผ่านมาแก้ปัญหาไม่ได้ สิ่งเดียวที่ต่างคือตอนนั้นมีม.44 แต่วันนี้ไม่มี ไม่มั่นใจความสามารถบิ๊กตู่ว่าจะทำให้ดีกว่าเก่า แต่ก็ขอรอดูผลงาน     -นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรฯสมัยยิ่งลักษณ์ อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์เลือดไหลออกจากเพื่อไทยไม่เลิก แม้ผ่านพ้นเลือกตั้งไปแล้ว สุดารัตน์บอกการดูด ส.ส.เป็นเรื่องของคดีต่อรอง ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งในพรรค เป็นการใช้อนาจเงินและอำนาจรัฐ ด้านเจ้าตัวยันไม่ได้ถูกบังคับหรือต่อรองเรื่องคดี เพราะไม่เคยมีคดีความอาญาต่อรองอะไร แต่ถึงมีจริงก็ต้องย้ายมาก่อนเลือกตั้ง ยันมาร่วมเพื่อทำงานพัฒนาและช่วยเหลือชาวศรีสะเกษ พปชร.เปิดตัว 'พรศักดิ์' ย้ายขั้ว 'หญิงหน่อย' แฉถูกดูดแลกคดีความ    -วิกฤต ร.ร.ขนาดเล็ก สพฐ.เสนอยุบรวม ร.ร.เล็ก 18,000 แห่งทั่วประเทศ แก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา ร.ร.ขาดใหญ่หรือ ร.ร.แม่เหล็กสามารถควบรวมได้ 3-4 แห่ง แต่ที่ผ่านมาปล่อยควบรวมสมัครใจได้แค่ 83 ร.ร. หากปล่อยแบบนี้ต้องใช้เวลา 28 ปีแก้ปัญหา เตรียมเสนอแผนให้ รมว.ศึกษาพิจารณา     -เตือนภัยสาวจอดรถในห้าง หนุ่มหื่นชักปืนจี้สาวในลานจอดรถดังย่านบางนา บังคับขับรถเข้าโรงแรมหวังขืนใจ เหยื่อสาวเผยกำลังนั่งแต่งหน้าในรถ มีชายอ้วนเปิดประตูชักปืนบังคับให้ขับไป ร.ร.ม่านรูด 2 แห่ง แต่ที่แรกปิดบริการ   ก่อนเหยื่อสาวไหวพริบดี จอดรถแกล้งขับชนโต๊ะ หวังให้พนง.เห็นพิรุธ สบโอกาสวิ่งร้องให้คนช่วย ชายหื่นเห็นท่าไม่ดีขับรถเหยื่อหนี ตร.แกะรอยกล้องวงจรปิด พบชายหื่นส่วมยูนิฟอร์ม พนง.บริษัทตามล่าถึงที่ทำงาน รวบตัวไว้ได้ สารภาพเป็น พนง.ขับรถ เห็นเหยื่อหน้าตาดี เปิดประตูรถทิ้งไว้ เลยเกิดอารมณ์ รับทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนถูกญาติเหยื่อรุมประชาทัณฑ์คาโรงพัก สาวแต่งหน้าไม่ปิดประตูรถ ถูกชายหื่นชักปืนขู่คาลานจอด บังคับขับเข้าม่านรูด ก่อนใช้ไหวพริบหนีรอดมาได้   -สยอง กระบะขับลากศพตาพิการวัย 85 ปี อยู่ใต้ท้องรถไกลกว่า 40 กม.ก่อนจอดลงไปลากศพทิ้งกลางตลาดสดอุดรฯ วงจรปิดเห็นภาพคนขับพยายามดึงศพใต้ท้องรถ สภาพศพสยองร่างขาดตั้งแต่หัว-เท้า ญาติเผยคนตายเดินไม่ได้ อาจคลานออกจากบ้านแล้วถูกรถชน ร่างมุดเข้าใต้ท้องรถ ตร.ติดตามคนขับมาสอบสวน กระบะลากศพชายพิการติดใต้ท้องรถ ร่างขาดสยองขับข้ามจังหวัด ก่อนหลบหนี    -ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม มีมติเห็นชอบอธิบดีศาลอาญาภาค 8 ในคลิปเพื่อนโชคไม่ผิดวินัย แต่กระทำไม่เหมาะสมกับ ตร.นครศรีธรรมราชที่จุดตรวจ อ้างเป็นเพื่อนผู้กำกับโชค เห็นควรให้มีหนังสือว่ากล่าวตักเตือน อธิบดีศาลอาญาภาค 8 ไม่ผิดวินัย 'คลิปเพื่อนโชค' ด้าน ผกก.โชค ยัน ตร.ยังทำหน้าที่เหมือนเดิม   -ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 2 ผู้ต้องหาอุ้มฆ่าสาวทอม โบกปูนฝังดินที่รีสอร์ทกาญจนบุรี ส่วนผกก.โรงพักบ้านโป่งและกำนันคนจ้างวานโดนคุก 15 และ 10 ปี ยกฟ้องสาวต้นเรื่องที่เป็นกิ๊กอดีต ผกก. พ่อแม่เหยื่อน้อมรับคำตัดสิน แต่เห็นว่าลงโทษน้อยไป แม่บอกคนตายแต่งตัวหล่อมาเข้าฝัน เชื่อไปสู่ภพภูมิที่ดีแล้ว จำคุกตลอดชีวิต 2 มืออุ้มฆ่าสาวทอม - คุก 15 ปี อดีต ตร.บงการ ยกฟ้องสาวคนสนิท   -ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เตรียมเสนอเอาผิดคนขับรถน้อยกว่า 80 กม./ชม.วิ่งเลนขวา ต้นตอทำรถติด แจงใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ขับได้แต่ถนน 4 เลนขึ้นไป เล็งใช้ทางหลัก-ทางคู่ขนานก่อน ส่วนรถโดยสารต้องขับตามกฎตามเดิม เสนอไอเดียแก้รถติด จับรถวิ่ง 80 กม./ชม. ขับแช่เลนขวา - แจงวิ่ง 120 กม./ชม. บนถนน 4 เลน ได้แค่รถส่วนตัว   -กระบะส่งของพุ่งทะลุบ้านกลางวงข้าว เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 3 ตาเจ้าของบ้านเล่ากำลังกินข้าวกัน 4 คน เห็นแส่งไฟพุ่ง รีบคว้าหลานมาอุ้ม ลูกสาวถูกอัดก็อปปี้ติดรั้วบ้าน คนขับกระบะอ้างเห็นเงาดำตัดหน้าเลยตกใจ นั่งล้อมวงกินข้าว เจอกระบะพุ่งทะลุบ้านผ่ากลางวงดับ 1 เจ็บ 3 คนขับอ้างตกใจเงาดำตัดหน้า    -เสี่ยเอก บ่อพลอย น้อง สจ.ดังผู้ต้องหาคดียาเสพติด คิดสั้นใช้เสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขัง สภ.กบินทร์บุรี เสียชีวิตคาลูกกรงต่อหน้าเพื่อนผู้ต้องหา 14 คน หลังถูกจับบ่นว่าอยากตายพยายามผูกคอมาแล้ว 1 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ก่อนอาศัยช่วงชุลมุนหลังญาติมาเยี่ยมปลิดชีพตัวเอง 'เสี่ยเอก บ่อพลอย' เครียดถูกจับยา 6 พันเม็ด คว้าเสื้อวอร์มผูกคอตายคาห้องขังดับ   -พ่อ นร.เตรียมทหารที่เสียชีวิตจากการโดดร่มเมื่อปี 57 ยืนถือป้ายประท้วงหน้าอัยการสูงสุด หลังคดีไม่คืบ มีผู้ถูกกล่าวหาพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมชั้นอัยการ ผ่านไปปีครึ่งไม่สั่งฟ้อง จนท.แจงล่าช้าเพราะมีคำร้องเยอะ ตร.และอัยการขัดแย้งกันบางประเด็น ยันไม่มีการแทรกแซง     -หนุ่ม ผจก.ร้านอาหารมอบตัว หลังตีเนียนขี่ จยย.ตามสาวเข้าหอพักลาดพร้าว อ้างแค่มาตามหาเพื่อน จะเข้าห้องน้ำ สารภาพนั่งกินเหล้าแล้วมีเพื่อนผู้หญิงโทรมาให้ไปหาที่ห้อง แต่ไม่รู้ว่าห้องไหน เลยเมาบิดประตูทุกห้อง ยันไม่ได้ตั้งใจ เมาไม่มีสติ จำอะไรไม่ได้ โดนปรับ 2 พัน หนุ่มตระเวนเคาะห้องสาวในหอพักโร่มอบตัว อ้างเมาจำอะไรไม่ได้เลย    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rzvgUdUmiNI

 2,504
สังคม-อาชญากรรม
31 ก.ค. 62

ศาลสั่งจำคุก 15 ปี อดีต ผกก.สภ.บ้านโป่ง สั่งอุ้มฆ่าฝั่งดิน ‘น้องหญิง’ ที่กาญจนบุรี

ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พิพากษาจำคุก อดีตผู้ ผกก.สภ.บ้านโป่ง สั่งอุ้มสาวทอมฆ่าฝังดินที่จังหวัดกาญจนบุรี 15 ปี ส่วนจำเลยที่ 1,2 จำคุกตลอดชีวิต และจำเลยที่ 5 จำคุก 10 ปี   วันที่ 31 ก.ค. 62 ศาลจังหวัดตลิ่งชัน นัดอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น คดีที่พนักงานอัยการได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี กับพวก จำเลยในฐาน ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย ต่อชีวิต ร่างกาย ของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเอง หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องจำยอมต่อสิ่งนั้น หน่วงเหนี่ยวกักขัง และ ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน    ในกรณีอุ้ม น.ส.สุภัคสรณ์ หรือ หญิง พลไธสง อายุ 28 ปี สาวทอม ซึ่งถูกอุ้มจากย่านพุทธมณฑลสาย 4 ไปฆ่าฝังดินในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2559   โดยในวันนี้ มีบิดา-มารดา ของ น.ส.สุภัคสรณ์ มารอคำพิพากษา พร้อมกับนำรูปถ่ายของบุตรมาด้วย ด้วย โดยหวังว่าศาลจะลงโทษจำเลยทั้งหมดด้วยโทษสถานหนักเพื่อบุตรจะได้รับยุติธรรม   โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ มีความสอดคล้องต้องกัน คำกล่าวอ้างของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่าถูกข่มขู่และนำชี้ที่เกิดเหตุตามคำสั่งของตำรวจนั้น เลื่อนลอยไม่อาจหักล้างพยานโจทก์ได้ จึงพิพากษาว่ามีความผิดตามฟ้อง   ส่วน พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ อดีตผู้กำกับ สภ.บ้านโป่ง จำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 5 นั้น จากการนำสืบ เชื่อได้ว่ามีเจตนาเพื่อสั่งสอนผู้ตายให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ 3 ที่ตนเองมีความสัมพันธ์เท่านั้น จึงพิพากษาให้มีความผิดฐานใช้ จ้างวาน กระทำการหน่วงเหนี่ยว กักขัง ข่มขืนใจ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย    ส่วนจำเลยที่ 3 พยานโจทก์มีเพียงการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับ พ.ต.อ.อำนวย และยังพบข้อความผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ในเชิงหึงหวง ผู้ตายจึงเชื่อว่ายังมีความรักความห่วงใยกับผู้ตายอยู่พิพากษายกฟ้อง   รวมแล้วศาลพิพากษาจำคุก จำเลยที่ 1 และ ที่ 2 ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 15 ปี และจำเลยที่ 5 จำนวน 15 ปี แต่ จำเลยที่ 1,2 และที่ 5 ได้รับสารภาพในชั้นสอบสวน จึงลดโทษให้เหลือ 1 ใน 3 โดยสั่งจำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 และ 2 ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 10 ปี ทั้งนี้ ศาลยังให้จำเลยทั้งหมดชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงิน 2,790,000 บาทแก่พ่อแม่ผู้เสียชีวิต    ด้านพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ระบุว่า พอใจกับคำพิพากษาส่วนหนึ่ง แต่ก็อยากจะเรียกร้องให้มีการเพิ่มโทษ ผู้กระทำความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป  

 2,019
ข่าวภูมิภาค
20 มิ.ย. 62

จับ 2 ผู้ต้องหาฆ่าฝังดินในป่าลึก อ้างฆ่าเพราะโมโหถูกด่าแม่

สุราษฎร์ธานี-จากคดีพบศพชายถูกฆ่าฝังดินในป่าลึก ตำรวจจับกุมนายพิเชษฐ์ หรือโอ๋ สังข์ศิลปชัย และ นายสุรพงศ์ หรือจิ้งจก สุขแก้ว ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซ่อนเร้นศพ หรือปิดบังเหตุแห่งการตาย   โดยทั้งคู่เป็น 2 ใน 4 คนที่ได้เชิญตัวมาสอบสวนหลังจากลงพื้นที่เก็บพยานหลักฐานและกดดันอย่างหนัก เบื้องต้นนายพิเชษฐ์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งผู้ตายและผู้ต้องหา ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันหาในสวนของนายมานิตย์ ชูศร โดยผู้ตายได้ด่าแม่ ตนจึงได้เตะผู้ตายตกจากเปล และนายมานิตย์ เจ้าของสวนได้เข้าห้ามปราม จนเลิกรากันไปแล้ว   แต่ระหว่างผู้ตายเดินกลับบ้าน ในเวลาประมาณ 19:00 น. จึงไปดักรอ และยิงด้วยปืนลูกซอง จำนวน 1 นัดและ 9 มม.จำนวน 3 นัด ก่อนที่นายสุรพงศ์จะมาพบและช่วยนำศพไปฝัง   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การและเชื่อว่า ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ และยังคงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rMQzOFY-1CI

 1,369
สังคม-อาชญากรรม
16 พ.ค. 62

คุมตัวเมียใหม่ทำแผนนาทีสังหาร 'อบต.เย๋' ยิงผ่านหมอนขณะหลับ เปิดแอร์ให้ศพแข็ง ก่อนร่วมน้องชายใช้แบ็คโฮขุดฝังดิน

จากกรณีที่นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี สมาชิก อบต.วังใหม่ อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หายตัวลึกลับ ตั้งแต่เมื่อกลางดึกของวันที่ 15 เม.ย. 62 จากบ้านพักใน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย กระทั่งภรรยาใหม่เปิดปากสารภาพยิงสามีตนเองตาย แล้วจ้างรถแบ็คโฮมาขุดดินฝังศพกลางสวนทุเรียนภายใน ซ.ฟาร์มไก่ ม.2 ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี   อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาใหม่ของผู้ตายที่อยู่กินด้วยกันมานานกว่า 10 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยและให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ อบต.เย๋ ท้ายที่สุดจำนนต่อหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้บ้านหลังเกิดเหตุ บันทึกภาพขณะที่รถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านเกิดเหตุในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.62 โดยมีนางเบญจวรรณ ภรรยาใหม่ของผู้ตาย ลงจากรถมาเปิดประตูบ้าน หลังจากที่ผู้ตายถอยรถเข้าไปจอดในบ้านแล้วนางเบญจวรรณได้ปิดประตูบ้าน     3 ชั่วโมงต่อมา วงจรปิดบันทึกภาพนางเบญจวรรณ ได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว ออกจากบ้านพักไปเพียงคนเดียว ไม่พบว่าผู้ตายนั่งออกมาด้วย โดยนางเบญจวรรณ ให้การอ้างว่ามีชายขับรถกระบะ 4 ประตูมารับ อบต.เย๋ ออกไปกลางดึกวันที่ 15 เม.ย.62 (คืนวันดังกล่าวนี้คือช่วงที่ อบต.เย๋ ถูกยิง)   เวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 17 เม.ย.62 วงจรปิดจับภาพนางเบญจวรรณ ขับออกจากบ้านหลังเกิดเหตุ โดยนางเบญจวรรณขับมาจอดบริเวณหน้าบ้านแลงจากรถมาปิดประตูบ้าน ก่อนจะขับรถออกไป (เป็นช่วงที่นางเบญจวรรณ และน้องชายได้ช่วยกันยกศพขึ้นหลังรถ เพื่อนำศพไปฝังอำพรางที่สวนทุเรียน )   ขณะที่นายวัชรพงศ์  ไทยเจีย อายุ 36 ปี  น้องชายของนางเบญจวรรณ เป็นผู้นำศพฝังดินนั้น ได้เข้ามอบตัว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 14 พ.ค. ยอมรับสารภาพว่า มีส่วนร่วมในการช่วยนางเบญจวรรณ เคลื่อนย้ายศพและฝั่งศพ อยต.เย๋ หลังจากที่นางเบญจวรรณยิงจนเสียชีวิตที่บ้านพักแล้ว ได้มาปรึกษาว่าจะทำอย่างไรดี จากนั้นได้ช่วยกันวางแผน โดยการนำศพขึ้นรถยนต์ก่อนนำไปฝั่งดินด้วยการใช้รถแบ็คโฮขุดดิน และฝังกลบภายในสวนทุเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่ของนางเบญจวรรณ เพื่ออำพรางคดี   ต่อมาตำรวจได้คุมตัวนางเบญจวรรณและนายวัชพงศ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 จุด จุดแรกคือบ้านพักจุดที่ผู้ตายถูกนางเบญจวรรณใช้อาวุธปืนขนาด .38 จ่อยิงศีรษะเสียชีวิตขณะที่ผู้ตายนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านในอาการมึนเมา หลังกลับจากไปทานข้าวนอกบ้านกับนางเบญจวรรณในช่วงเย็นวันที่ 15 เม.ย.   นางเบญจวรรณ อ้างว่า ระหว่างนั่งรถกลับบ้านได้มีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากเห็นเบอร์แปลกโทรมาหาผู้ตายหลายครั้ง จึงหึงหวงระแวงว่าผู้ตายไปติดพันหญิงอื่น พอกลับถึงบ้านผู้ตายนอนอยู่ที่โซฟา ตนจึงเข้าไปหยิบปืนในห้องนอนมาก่อเหตุยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง นัดแรกนำถุงพลาสติกสวมมือหลับตายิงปรากฎว่ากระสุนด้าน  นัดที่ 2 ใช้ผ้ารองมือถือปืนแล้วยิงอีกครั้งกระสุนก็ด้านอีก จากนั้นตนจึงลุกไปไหว้รูปพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ร่ำไห้บอกช่วยดลบันดาลให้กระสุนไม่ด้าน แล้วกลับมายิงเป็นครั้งที่ 3 ปลิดชีพ อบต.เย๋ สำเร็จ สาเหตุที่ทำเพราะผู้ตายขู่จะทำร้ายตนกับลูก หากไม่ฆ่าเขาก็ต้องฆ่าตนเอง ประกอบกับตนมีอาการเมาสุราจึงบันดาลโทสะ   หลังก่อเหตุฆ่า อบต.เย๋ แล้ว ก็เปิดแอร์ให้เย็น 18 องศา ทิ้งศพไว้ในบ้าน 1 คืน ส่วนตนออกไปนอนกับลูกที่บ้านอีกหลังหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี โทรเรียกให้นายวัชรพงศ์ มาหาอ้างไม่สบาย และสารภาพกับน้องขายว่าได้ฆ่า อบต.เย๋ เสียชีวิต ก่อนร่วมกันวางแผนเพื่อนำศพไปอำพราง   จากนั้นช่วงเช้า ได้กลับมาที่บ้านเกิดเหตุพบว่าศพแข็งตัว จึงนำผ้าและพลาสติกคลุ้มรถมาห่อศพ ช่วงกลางดึกได้ช่วยกันยกขึ้นท้ายรถฟอร์จูนเนอร์ ไปฝังกลบในสวนทุเรียน ห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร และกลับเข้าบ้านในช่วงสายของวันที่ 17 พ.ค.เพื่อทำความสะอาดคราบเลือด แล้วออกไปซื้อโฟฟาใหม่มาเปลี่ยน ใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ต้องหาได้จุดธูปขอขมาภาพผู้ตายภายในบ้าน     พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.จันทบุรี  กล่าว่า สาเหตุเกิดจากเรื่องหึงหวง ที่ผ่านมาทะเลาะกันบ่อยครั้ง แต่ยังไม่ตัดประเด็นฆาตกรรมหวังทรัพย์สินทิ้ง เจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป เบื้องต้นตั้งข้อหานางเบญจวรรณ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพเพื่อปกปิดการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายวัชรพงศ์ น้องชายผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหาเป็นผู้ช่วยเหลือปิดบังซ่อนเร้นศพ   ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับนางสาวจินตนา เจือพงษ์ อดีตพี่สะใภ้ของผู้ต้องหา เผยว่า คืนวันที่ 16 พ.ค. นายวัชรพงศ์ ได้มาขอยืมรถแบ็คโฮ อ้างรถติดหล่มจะนำไปขุดดิน ตนก็ไม่ได้เอะใจและไม่ได้ถามว่านำไปขุดดินที่ไหน จากนั้นก็นำมาคืน   กระทั่งมาทราบข่าวนางเบญจวรรณ อบต.เย๋ มาก ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ อบต.เย๋ รัก แต่ฝ่ายชายเป็นคนเจ้าชู้ ส่วนเรื่องที่ฝ่ายชายเป็นหนี้ตนไม่ทราบ ผู้ตายไม่ได้มีทรัพย์สินอะไร อยู่กินทุกวันนี้เพราะนางเบญจวรรณ ส่วนแม่ของนางเบญจวรรณ ทำใจได้แต่ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะกล้าลงมือก่อเหตุอย่างนี้   ขณะที่ลูกชายของผู้ตาย เผยว่า หลังจากที่พ่อหายตัวไป นางเบญจวรรณ พยายามเบี่ยงประเด็นว่ามีชายขับรถฟอร์จูนเนอร์มารับพ่อไป และบอกว่าพ่อไปมีผู้หญิงคนใหม่ ตนเริ่มสงสัยว่านางเบญจวรรณ อาจมีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของพ่อ เพราะพบพิรุธหลายอย่างทั้ง เปลี่ยนกุญแจประตูหน้าบ้านใหม่ คราบเลือดที่พบในบ้าน มีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนโฟฟาใหม่ วงจรปิดที่จับภาพพ่อและนางเบญจวรรณเข้าบ้านด้วยกันจากนั้นก็ไม่พบตัวพ่ออีก รวมถึงประกาศขายบ้าน ขายรถอ้างนำไปใช้หนี้ให้พ่อ   ลูกชายของผู้ตาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่แน่ใจว่านางเบญจวรรณ สังหารพ่อของตนเพื่อหวังทรัพย์สินหรือไม่ อย่างไรก็ตามบ้านกับรถเป็นชื่อของนางเบญจวรรณ ทราบว่าพ่อและภรรยาใหม่ทำสัญญาขายสวนทุเรียนร่วมกัน 12 ล้านบาท ซึ่งจะเซ็นสัญญาต้นเดือน มิ.ย.นี้ แต่ก็มาเกิดเรื่องนี้ขึ้นก่อน ชนวนเหตุที่แท้จริงไม่รู้เกิดจากอะไรเพราะคนตายพูดไม่ได้   ด้านภรรยาเก่าของผู้ตาย เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเลิกรากับผู้ตายเกือบ 10 ปี แล้ว ตอนที่คบกันก็ทราบว่าผู้ตายคบหากับนางเบญจวรรณ หลังจากที่เลิกรากันก็ไม่ทราบเรื่องส่วนตัวของเขาโดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน จะคุยกันเฉพาะเรื่องลูกเท่านั้น ตอนนี้สงสารลูกมาก เสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ERuYG5EfOps

 8,337
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ค. 62

ทำแผนฆ่าฝังดิน ‘อบต.เย๋’ เมีย เผยนาทีลั่นไก ก่อนให้น้องชายช่วยย้ายศพฝังอำพราง

จากกรณีนายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ อายุ 46 ปี สมาชิกองค์การบริหารส่วน ต.วังใหม่ หายตัวไป 1 เดือน ก่อนพบว่าถูกภรรยาฆ่าแล้วนำร่างมาฝังดินอยู่ในสวนทุเรียน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี   ความคืบหน้าวันที่ 15 พ.ค. 62 ที่สภ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี พล.ต.ต.สัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพฑูรย์ ปาปะคัง ผู้กำกับการ สภ.ท่าใหม่ และชุด นปพ.อีกจำนวนหนึ่ง ได้นำตัว 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือนางเบญจวรรณ ไทยเจีย อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นภรรยาผู้ตายและเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่าสามี และอีก 1 คน คือนายวัชรพงศ์ ไทยเจีย อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นน้องชายผู้ก่อเหตุ ที่ได้เข้ามามอบตัวช่วงกลางดึกของเมื่อคืน   โดย เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ต้องหาไปทำแผนไปที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุด คือบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ หมู่บ้านอุดมทรัพย์อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี โดยนางเบญจวรรณ ให้การว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง จำนวน 3 นัด แต่กระสุนด้าน 2 นัด และเข้า 1 นัด ในช่วงที่สามีนอนหลับอยู่ภายในห้อง   จากนั้น ได้ตามน้องชายมาช่วยเคลื่อนย้ายศพในช่วงประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 16 เม.ย. โดยได้นำศพใส่ท้ายรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ นำศพไปฝังพื้นที่บริเวณที่กำลังจะปลูกสวนทุเรียน หมู่ 2 ต.ทุ่งเบญจา ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 20 กม. ก่อนใช้รถแบ็คโฮขุดเพื่อฝังศพลึกกว่า 2-3 เมตร   ข่าวที่เกี่ยวข้อง เค้นสอบเมียใหม่รับฆ่าฝังดิน 'อบต.เย๋' อ้างชิงฆ่าก่อน เพราะถูกขู่ทำร้าย ใช้แบ็คโฮขุดฝังศพ ยันลงมือคนเดียว      

 11,820
สังคม-อาชญากรรม
15 พ.ค. 62

เค้นสอบเมียใหม่รับฆ่าฝังดิน 'อบต.เย๋' อ้างชิงฆ่าก่อน เพราะถูกขู่ทำร้าย ใช้แบ็คโฮขุดฝังศพ ยันลงมือคนเดียว

จันทบุรี-จนท.พบศพ นายทรงศักดิ์ เพิ่มสุข หรือ อบต.เย๋ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลวังใหม่ อายุ 46 ปี ที่หายตัวไป 1 เดือนแล้ว โดยพบว่าถูกคนร้ายฆ่าฝั่งดินอยู่ในสวนทุเรียน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี   ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้รถแบ็คโฮเพื่อทำการขุดร่างของ นายทรงศักดิ์ ที่ถูกฝังดินลึกกว่า 2-3 เมตร ขึ้นมาตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตนุ่งผ้าขนหนูเพียงตัวเดียว และถูกห่อด้วยผ้าพลาสติกคลุมรถ จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงที่ศีรษะ 1 นัด ก่อนที่จะถูกคนร้ายนำมาฝังกลบในสวนทุเรียน   ด้านผู้ต้องหาคือ นางเบญจวรรณ ไทยเจีย ภรรยาของผู้เสียชีวิตคนปัจจุบัน โดยสาเหตุที่ทำไปเพราะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ประกอบกับภรรยามีอาการเมาสุราจึงเกิดบันดาลโทสะ ที่ถูกผู้เสียชีวิตขู่จะทำร้ายตนเองและลูก โดยให้การว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงศีรษะ นายทรงศักดิ์ สามีของตนเองจนถึงแก่ความตายจริง ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตใส่ท้ายรถเข้าไปในสวนทุเรียน และใช้รถแบ็คโฮทำการฝั่งกลบเพื่ออำพรางคดี   ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่า นางเบญจวรรณ จะก่อเหตุเพียงคนเดียว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องมีการสืบสวน หาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำไปหาผู้ที่ร่วมลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นางเบญจวรรณ ไปตรวจค้นที่บ้านพักในหมู่บ้านอุดมทรัพย์ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม   ด้านนางเบญจวรรณ ให้การว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผ่านหมอนเพื่อเก็บเสียง จำนวน 3 นัด แต่กระสุนด้าน 2 นัด และเข้า 1 นัด ในช่วงที่สามีนอนหลับอยู่ภายในห้อง ก่อนที่จะนำศพสามีไปฝั่งดินโดยได้บอกว่าได้ทำเพียงคนเดียว ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนว่ามีใครที่มีส่วนรู้เห็น หรือซ่อนเร้นอำพรางศพด้วยอีกหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดเพิ่มก็จะต้องนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ทั้งนี้จะมีการส่งศพของนายทรงศักดิ์ ไปตรวจสอบที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจอีกครั้ง   พล.ต.ต.วัฒนา ยี่จีน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ในชั้นต้นผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงสามีตนเองจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะเกิดอาการเมา และถูกบันดาลโทสะ รวมทั้งถูกผู้ตายขู่จะทำร้ายตนเองและลูก จึงได้ใช้อาวุธปืนที่อยู่ภายในบ้านก่อเหตุในครั้งนี้ขึ้น   ด้าน พล.ต.ท.วีระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทั้งนี้ต้องขอชื่นชมตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ที่ได้มีการติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด จนนำไปสู่การพบตัวผู้เสียชีวตและแจ้งว่าในวันนี้ (15 พ.ค.) เวลา 10.00 น.จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและนำตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/r4EJOIW0FtE

 16,134
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้างปัดเกี่ยวคดีฆ่าโบกปูนฝังดิน

วันที่ 27 มี.ค.62 ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่พบศพนายอัชฌา หนูปทุม หรือ นายขิก ชาวจังหวัดพัทลุง ถูกฆ่ายัดถังน้ำมัน 200 ลิตร ถูกฝั่งบริเวณด้านหลังร้านอาหารที่อยู่ระหว่างสร้างใหม่ ริมถนนเทพรักษ์ พื้นที่ สน.บางเขน    โดยได้พูดคุยกับเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ที่นายอัชฌา มาเป็นลูกจ้างในร้านก่อนที่จะหายตัวไป โดยทางเจ้าของร้าน ยอมรับว่า ผู้ตายเพิ่งมาทำงานได้ 1-2 เดือน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตนั้น จะต้องเป็นหน้าที่ของตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นแต่อย่างใด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 4,754
สังคม-อาชญากรรม
27 มี.ค. 62

ฆ่ายัดถังโบกปูนฝังดิน คาดฝีมือญาติห่างๆที่แจ้งหาย ให้น้ำหนักปมชู้สาว

ตร.สน.บางเขน รับแจ้งจากฝ่ายสืบสวน กองกำกับการ 1 กองปราบปราม พบมีศพถูกฝั่งบริเวณด้านหลังร้านอาหารที่อยู่ระหว่างสร้างใหม่แห่งหนึ่ง ริมถนนเทพรักษ์ ในเขตพื้นที่ สน.บางเขน หลังจากที่ฝ่ายสืบสวนสามารถยืนยันได้ว่ามีศพผู้เสียชีวิตถูกอำพรางฝั่งในดินในจุดดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ผ่านมา   โดยการตรวจสอบของตำรวจ ได้ใช้รถแบคโฮ เข้าขุดดินบริเวณด้านหลังร้าน ที่พบว่าเป็นบึงขนาดใหญ่และป่ากก ซึ่งมีเศษหินและปูนจำนวนมาก และเมื่อรถแบคโฮขุดลงไปประมาณ 3-4 เมตร พบถังน้ำมัน 200 ลิตร ถูกฝังอยู่ จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ ก่อนพบศพถูกยัดอยู่ภายในถัง และมีการโบกปูนปิดทับไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้อุปกรณ์เจาะปูนเพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาตรวจชันสูตร   เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ครอบครัวของนายอัชฌา หนูปทุม หรือ นายขิก ชาวจังหวัดพัทลุง ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปราม เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ว่าให้ช่วยสืบสวนกรณีการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของนายอัชฌา ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม   ซึ่งก่อนหน้านี้นายประยูน แก้วพยศ หรือจุ๊บ ผู้ดูแลร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่เป็นญาติห่างๆที่ได้ชักชวนมาทำงานที่ร้านใกล้จุดเกิดเหตุ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้เข้าแจ้งความว่านายขิก หายตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน เมื่อวันที่ 10 มีนาคม แต่ผ่านไปหลายวันไม่มีความคืบหน้า ครอบครัวของนายอัชฌา จึงเกรงว่าจะถูกฆาตกรรม จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกองปราบปราบเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือ จนมาพบเป็นศพถูกฆาตกรรมอำพรางดังกล่าว   ด้านพันตำรวจเอกธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ1 กองบังคับการปราบปราม ระบุว่าหลังรับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ตำรวจกองปราบปรามได้ลงพื้นที่ สืบสวนหาเบาะแสนายอัชฌา ก่อนทราบว่า เข้ามาทำงานเป็นช่างซ่อมรถที่ร้านขายวัสดุก่อสร้าง ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ และหลังหายตัวไป โดยพบพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่านายอัชฌา ยังอยู่ในพื้นที่ คือข้อมูลของการใช้สัญญาณโทรศัพท์   ประกอบกับตำรวจยังได้เบาะแสจากพยานแวดล้อม และพบความผิดปกติ ที่มีการเคลื่อนย้ายสิ่งของบางอย่างจากบุคคลหนึ่ง มาฝังบริเวณดังกล่าว รวมถึงการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของร้านวัสดุก่อสร้าง พบว่ามีการบันทึกภาพนายขิกได้ขณะเข้าไปในร้าน แต่ไม่พบว่ามีภาพที่นายขิกเดินทางออกจากร้าน จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบทั้งร้านค้าวัสดุก่อสร้างและจุดเกิดเหตุจนพบศพ   เบื้องต้นตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัย คือ นายจุ๊บ ผู้ดูแลร้านขายวัสดุก่อสร้าง ที่หายตัวไปหลังเข้าแจ้งความคนหาย ส่วนสาเหตุในการก่อเหตุขณะนี้มีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าเป็นเรื่องชู้สาว แต่จะมีเรื่องอื่นหรือไม่ต้องรอการสอบปากคำพยานเพิ่มเติม เเพทย์นิติเวชรพ.ภูมิพล ระบุว่าผลการตรวจชันสูตรศพเบื้องต้น ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือนายอัชฌา เนื่องจากพบบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ในกระเป๋ากางเกง และพบร่องรอยถูกทำร้ายด้วยของแข็งไม่มีคม 2 แห่งที่ศีรษะ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ซึ่งเบื้องต้นให้น้ำหนักปมชู้สาว  ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qls-jn66YdI

 5,330
ข่าวภูมิภาค
15 มี.ค. 62

คุมตัว 'พรานเบี้ยว' ทำแผนยิงนักมวยเด็ก 9 ขวบก่อนฝังดิน พ่อโมโห เป็นญาติกันแท้ๆทำกันได้ลง

ประจวบคีรีขันธ์-กรณีพบศพเด็กชายเฉลิมชัย โจปะถา หรือน้องกล้วย อายุ 9 ปี เด็กกตัญญูรับจ้างต่อยมวยหาเงินเลี้ยงพ่อแม่ยากจน ถูกยิงนำศพไปฝังดินแล้วมีหินทับไว้ หมกป่าละเมาะเชิงเขา บ้านแพรกตะคร้อ ม.11 อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์   ต่อมาจับคนร้ายได้คือนายประมุข โคสินธิ์ หรือพรานเบี้ยว อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นญาติกับผู้ตาย อ้างไปซุ่มยิงสัตว์ป่า เห็นพุ่มไม้สั่นไหวจึงลั่นไกยิง กระสุนพลาดไปโดนเด็กซึ่งปีนอยู่บนต้นไม้พลัดตกลงมา กลัวความผิดจึงนำศพไปฝังดินอำพราง   สำหรับนายประมุข ผู้ต้องหา ได้ระบุว่า “ผมเสียใจครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษผมผิดไปแล้ว ผมก่อเหตุคนเดียวและไม่ได้หนีไปที่ไหน”   จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายประมุข ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณต้นไทรจุดเกิดเหตุ ห่างบ้านผู้ตาย 500 เมตร เป็นจุดที่นายประมุข นั่งซุ่มยิงสัตว์ห่างจากต้นไทรประมาณ 20 เมตร ก่อนจะใช้ปืนลูกกรดยิงใส่น้องกล้วย ซึ่งอยู่บนต้นไทร ในลักษณะเสยขึ้นจนเด็กพลัดตกลงมา จากนั้นนายประมุข ก็วิ่งเข้าไปอุ้มขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่เด็กเสียชีวิตก่อน จึงคิดวางแผนอำพรางศพ ทั้งนี้มีพยานเห็นผู้ต้องหาอุ้มเด็กออกมา นำไปสู่การแกะรอยคลี่คลายคดี   เจ้าหน้าที่แจ้ง 6 ข้อหา 1.กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ไม่มีเหตุอันสมคสรเคลื่อนย้ายศพ 3.ลอบฝังซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย 4.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 6.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยไม่มีเหตุในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน ก่อนนำตัวส่งศาลฝากขัง   ผู้สื่อข่าวได้ไปคุยกับภรรยาของผู้ต้องหา ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า ไม่เคยรู้ว่าสามีไปก่อเหตุเพราะเขาไม่ได้บอก มารู้อีกทีเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ตอนที่เด็กหายตนก็ช่วยตามหา อยากไปขอโทษครอบครัวน้องกล้วย แต่กลัวเขาจะเกลียดคิดว่าเรารู้เรื่องด้วยแต่ไม่ยอมบอก ตนก็สงสารเด็ก ได้คุยกับสามีเขาก็บอกว่าไม่ตั้งใจ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นแบบนี้ ตอนนี้สามีถูกดำเนินคดีก็ต้องเลี้ยงลูกน้อย 4 คน ตามลำพัง   สำหรับศพของน้องกล้วย ขณะนี้ส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น พบว่า บริเวณเอวข้างซ้ายมีรูกระสุนปืน 1 รู เอกซเรย์พบหัวกระสุนฝังอยู่ในตัว ร่างกายส่วนอื่นไม่พบบาดแผลใด ๆ โดยวันนี้(15 มี.ค.) จะรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ประจวบฯ   ทั้งนี้ พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า การตรวจชันสูตรพลิกศพน้องกล้วย พบกระสุนปืนขนาดเล็ก ถูกยิงจากบริเวณปีกรักแร้ซ้าย ตัดขั้วหัวใจ และไปฝังที่หัวไหล่ขวา ซึ่งถือว่าเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนที่จะถูกนำไปฝัง ไม่น่าจะใช่การฝังทั้งเป็น ซึ่งสามารถชี้แจงประเด็นที่ครอบครัวสงสัยได้ ส่วนจะเป็นเจตนายิงหรืออุบัติเหตุหรือไม่นั้น ทางแพทย์นิติเวช ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการพิสูจน์ทราบ   ด้านนายสมพร เมฆสว่าง พ่อของน้องกล้วย กล่าวว่า ส่งสัยนายประมุขตั้งแต่แรกเพราะออกไปล่าสัตว์ป่ากัน หลังจากลูกหายไปนายประมุขก็หายไปเช่นกัน คิดว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับลูกแน่ ๆ ตนเสียใจมาก ยิ่งรู้เป็นญาติพี่น้องกันยิ่งโมโห มีอะไรน่าจะคุยกัน ถ้าเจอนายประมุข อยากถามว่ากล้าทำได้ยังไง ถ้ายอมรับแต่ทีแรกจะไม่ว่าอะไรเพราะเหตุมันเกิดขึ้นแล้ว แต่นี่นำไปฝังดิน ตนทรมานเห็นศพลูกแล้วหดหู่ใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/y7jh3fdccS4

 8,626
สังคม-อาชญากรรม
14 มี.ค. 62

วงจรปิดนาทีวิสามัญ 'โอ' มือฆ่าฝังดิน แม่โวยลูกผิดอะไรถึงต้องยิงจนตาย 'ปลา' ยันไม่ได้แชทลวงมาฆ่า

จากกรณีนายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินสินค้า สถานีส่งน้ำสุวรรณภูมิ ถูกนายสมศักดิ์ เล็ดรอด หรือโอ พร้อมพวกรวม 8 คน ร่วมกันฆ่าฝังดินในป่ารกร้าง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่นายโอ หัวหน้าแก๊ง จะถูกตำรวจวิสามัญที่ จ.ยโยธร เนื่องจากพยายามหลบหนีใช้ปืนยิงสู้   ต่อมาทางตำรวจได้คุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดย น.ส.ปลา ที่เป็นคนแชทลวงให้มาฆ่าอ้างว่า ผู้ตายเป็นคนติดต่อมาหาตนเองก่อน และนายโอเป็นคนลวงให้ผู้ตายมาหาที่บ้านพัก ก่อนจะทำร้ายร่างกาย ตนไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่มีอะไรอยากพูดถึงคนตาย ขอให้เรื่องจบไปดีกว่า   ขณะนำตัวไปทำแผน มีญาติของผู้ตายมายืนดูด้วย และได้วิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปตบศีรษะนางสาวปลาด้วยอารมณ์โกรธแค้น จนเกิดเหตุการณ์เกือบชลมุน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะกันญาติคนดังกล่าวออกไป   คดีนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 7 คน ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือสาเหตุแห่งการตาย   ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นางสาวปลา นายเก่ง นายอู  นายต้อม นายเป้  หลังทำแผนเสร็จเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางบ่อ ก่อนส่งศาลจังหวัดสมุทรปราการฝากขัง ส่วนนายบาส ถูกอายัดตัวในเรือนจำ เพราะถูกตำรวจ สภ.บางเสาธง จับกุมก่อนหน้านี้เมื่อ 14 ก.พ.62 ในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย   สำหรับนางสาวปิยะพร เล็ดรอด หรือมด น้องสาวนายโอ จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่พบว่า พานายโอหลบหนีหรือไม่ จึงไม่ได้จับกุม และนางสาวมด ให้การปฏิเสธไม่ได้พานายโอหนีแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจะทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง หากเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมาย    ตร.เผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า ผู้ที่ลงมือทำร้ายนายตั้มจนเสียชีวิตมีเพียงแค่นายโอคนเดียว แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อและจะทำการสอบสวนต่อไป ขณะมูลเหตุจูงใจครั้งนี้พบว่าเป็นเรื่องหึงหวง  จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้งหมด พบว่ามีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด บางรายทั้งค้าและครอบครอง ส่วนนายตั้มผู้ตาย ยังไม่มี ข้อมูลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด   สอบถามนายมานพ  บุญเลิศ พ่อของผู้ตาย กล่าวว่า การที่ตำรวจวิสามัญนายโอนั้น สาสมกับสิ่งที่คนร้ายทำกับผู้ตายแล้ว ชีวิตแลกด้วยชีวิต ตอนนี้ยังคงรู้สึกโกรธแค้น น.ส.ปลา ที่ทำให้ลูกชายของตนต่อมาเสียชีวิต อยากให้ถูกประหารตายตามกันไป สภาพจิตใจคนในครอบครัวตอนนี้ยัง โกรธแค้นแต่ก็อโหสิกรรมให้ทุกคน ลูกของตนจะได้ไปสบายให้มีเวรต่อกัน   นอกจากนี้ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดร้านทองเยาวราช สาขา คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะ ตร.วิสามัญนายโอ โดยจะเห็นว่านายโอหนีตาย โดยวิ่งไปกระชากประตูรถปิกอัพคันแรกแต่เปิดไม่ได้เพราะล็อกไว้ ก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูรถกระบะอีกคัน ที่จอดติดไฟแดงอยู่หน้าสุด ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่าวิสามัญ ซึ่งตำรวจยืนยันว่านายโอมีพฤติกรรมอันตราย การวิสามัญไม่ใช่การทำเกินกว่าเหตุ   ด้านแม่ของนายโอ ได้ขอความเป็นธรรมว่าทำไมตำรวจต้องจับตายลูกชายตนด้วย ทั้งที่ไม่มีปืน อยากถามว่าลูกตนทำผิดร้ายแรงมากถึงต้องโดนยิงตายอย่างนั้นหรือ ขอให้ตำรวจออกมาชี้แจงให้ตนฟังด้วย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Qz6Lpx2-aE0

 57,987
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
14 มี.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 14 มี.ค.62 ฆ่าฝังดินนักมวยเด็ก-คลิปนาทีวิสามัญไอ้โอ-บิ๊กป้อมยันไม่รู้จัก 250 ส.ว.

-ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ภาคเหนือยังวิกฤต อยู่โซนสีแดง มช.ประกาศหนุดเรียน 2 วันหลังเชียงใหม่อยู่อันดับ 1 เมืองสภาพยอดแย่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 อุตุฯเตือนทั่วไทยรับมือพายุฤดูร้อน รวมทั้งกทม.ฝนถล่ม-ลูกเห็บตก แนะเกษตรกรเตรียมป้องกัน ระวังพืชผลเสียหาย ฝุ่นจิ๋ว pm2.5 เชียงใหม่อยู่โซนสีแดง ติดอันดับ 1 โลก 3 วันต่อเนื่อง มช.ประกาศปิดเรียน 2 วัน    -ไทยห้ามบิน 7 วัน โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 9 ของไทยไลอ้อนแอร์ หลังไม่ได้รับความชัดเจนจากบริษัทผู้ผลิต ด้านสหรัฐฯทานกระแสโลกไม่ไหว ยอมระงับใช้โบอิ้ง 737 แม็กซ์ 8-9  CNNรายงานมีนักบินสหรัฐฯหลายคนเคยส่งรายงานพบความผิดปกติของระบบการบินอัตโนมัติ เกิดภาวะหัวเครื่องดิ่งลงเมื่อเข้าสู่ระบบ Auto Pilot ส่วนลำล่าสุดของเอธิโอเปีย แอร์ไลน์พบกล่องดำแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบวิเคราะห์สาเหตุ สหรัฐฯประกาศระงับใช้ เครื่องบิน โบอิ้ง 737 ตระกูล max แฉนักบินหลายคนเคยแจ้งเครื่องมีปัญหา    -กกต.เตรียมตั้งกรรมการไต่สวน กรณีอดีตสมาชิกไทยรักษาชาติ ประกาศเทคะแนนให้พรรคคะแนนอื่น และรณรงค์ให้โหวตโน ชี้เข้าข่ายครอบงำ ชี้นำ ชักจูง โดยสามารถตั้งกรรมการสอบเป็นรายจังหวัด ด้านจาตุรนต์บอก อดีตสมาชิกไทยรักษาชาติ ไม่อยู่ในสภาพนักการเมืองแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องขององค์กร และการที่ ปชช.จะตัดสินใจเลือกใคร ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับการชี้นำของพวกตนแต่อย่างใด 'จาตุรนต์' ย้อนถาม กกต. ถ้าไทยรักษาชาติเทคะแนนให้ พปชร. จะโดนยุบพรรคไหม?    -นายกฯลงพื้นที่ตรวจราชการที่โคราชบ้านเกิด หลังตัดสินใจไม่ขึ้นหาเสียงกับพรรคพลังประชารัฐ วันนี้ไม่ได้มาพูดโอ้อวด โม้ผลงาน 5 ปีที่หลายอย่างทำสำเร็จ วันหน้าขอให้คิดดูว่าจะเอาใครมาทำ  อย่าไปฟังคนที่บอกจะให้ แต่ตนสัญญาว่าจะทำให้ เป็นสัญญาจากชายชาติทหาร แต่ตนพูดมากไม่ได้เพราะจะถูกโจมตี ยันเจตนารมณ์ไม่ใช่การสืบทอดอำนาจ ถ้าได้เป็นต่อจะทำให้เรื่อยๆ ให้ดีกว่าอีสานเขียว มีช่วงหนึ่งร้องเพลงสัญญาและหยุดตรงนี้ที่เธอ มีชาวบ้านมายืนต้อนรับบอกนายกฯตัวจริงหล่อมาก แต่นายกฯตอบว่าต้องหล่อด้วยและทำงานดีด้วย 'บิ๊กตู่' อ้อนขอคะแนนโคราช-ขอนแก่น หวานใส่ "ฮักหลายเด้อ ยอมตายเพื่ออีสานบ้านฉัน"   -สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพลังประชารัฐ บอกเป้าหมายพรรคต้องได้ ส.ส.เป็นอันดับ 1 หรือ 2 ถ้าหลุดเป็นที่ 3 จะไม่ชอบธรรมในการเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล มั่นใจว่าพลังประชารัฐจะเชิญคนมาจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ยาก แต่ต้องเป็นแกนนำให้ได้ เพื่อชิงความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล ชี้ควรมี ส.ส.150 คน หากต่ำกว่า 120 คนจะไม่ปลอดภัย พลังประชารัฐหวังได้ ส.ส.150 เสียงชิงตั้งรัฐบาล ชี้การเมือง 2 ก๊กเก่า ทำบ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้   -ชัชชาติบอกการสืบทอดอำนาจเป็นเรื่องปกติของ ปชต. แต่ต้องสืบทอดโดย ปชช.ที่เลือก แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มี 250 ส.ว.ที่ถูก คสช.แต่งตั้งมาเลือกด้วย นายกฯต้องประกาศไปเลยว่าให้ ส.ว.เลือกตามปชช.แล้วจะได้ยุติข้อครหา 'ชัชชาติ-สุดารัตน์' จี้ 'ประยุทธ์' สั่ง ส.ว.โหวตนายกฯตามมติประชาชน   -บิ๊กป้อมในฐานะ ปธ.คัดเลือก ส.ว. ยันไม่รู้จักใครที่รายชื่อว่าที่ ส.ว. ที่ส่งให้ คสช.พิจารณา ชี้เราตั้งก็ต้องจับจุดเขาให้ได้ โต้คิดกันไปเองว่าเป็นใกล้ชิดนายกฯและตัวเอง 'บิ๊กป้อม' ยันไม่รู้จักว่าที่ 250 ส.ว. แต่คนอื่นคิดกันไปเอง    -ตร.สนธิกำลัง ปปง.ยึดอายัดทรัพย์ 170 ล้าน นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา เขต 2 พรรคเพื่อไทย คดีตุ๋นเหยื่อลงทุนหุ้นน้ำมัน แล้วเชิดเงินค่าตอบแทน ความเสียหาย 29 ล้านบาท เจ้าตัวโวยไม่เป็นความจริง ไม่มีการตรวจค้น ไม่มีส่วนรู้เห็น อย่ามาเล่นกันแบบนี้ ชี้เป็นการหวังผลทางการเมือง 'บิ๊กโจ๊ก' แถลงยึดทรัพย์ 170 ล้าน 'วิสุทธิ์' ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา พท. ตุ๋นเหยื่อลงทุนหุ้นน้ำมัน   -23 หน่วยงานรัฐและเอกชนจ้างคนสูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปทำงาน รัฐช่วยหนุนนำค่าจ้างผู้สูงอายุ ยกเว้นภาษีเงินได้ หักรายจ่ายได้ 2 เท่า กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ 45 บาท/ชม. ทำงานไม่เกิน 7 ชม./วัน ไม่เกิน 6 วัน/สัปดาห์ 23 หน่วยงานรัฐ-เอกชน จ้างงานผู้สูงวัย 60 อัพ ค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 45 บาท/ชม.   -ศาลอุทธรณ์ภาค 6 สั่งจำคุกชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ จำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานหมิ่นประมาทนายสมัคร ดอนนาปี อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ล่าสุดใช้ตำแหน่งประกันตัวและขอสู้คดีต่อในศาลฎีกา 'ชัยวัฒน์' หน.ชุดพญาเสือ ยื่นประกันตัว คดีหมิ่นประมาทบิ๊กอุทยาน ขอสู้ฎีกาต่อ    -ฆ่านักมวยเด็ก 9 ขวบฝังดิน กตัญญูรับจ้างต่อยมวยหาเลี้ยงพ่อแม่ยากจน เข้าฝันน้องบอกจุดฝัง ก่อนขุดเจอศพกลางไร่ที่หัวหิน คนร้ายสารภาพออกยิงสัตว์ในป่าไปทำอาหาร เห็นมีอะไรไหวๆในพุ่มไม้ คิดว่าเป็นสัตว์ป่าเลยลั่นไกยิง กลัวความผิดเลยเอาไปฝัง ฆ่าฝังดินนักมวยเด็กกตัญญูวัย 9 ขวบ มือปืนสารภาพจะยิงสัตว์แต่พลาด ตกใจกลัวเลยอำพรางศพ    -ยายวัย 78 ปี แจ้งความถูกพระอายุ 50 ใช้มีดพร้าจี้ข่มขืนขณะเก็บมะม่วงหิมพานต์ข้างวัด จ.กระบี่ หลังข่มขืนพระยังบอกขอบคุณก่อนหลบหนี ตรวจสอบพบเป็นพระต่างถิ่น เพิ่งมาอยู่ในพื้นที่ได้ 5 วัน รู้แค่ชื่อเล่นว่า พระหลวง ติดเหล้างอมแงม ล่าสุดหนีไปนครศรีธรรมราช เร่งล่าพระวัยเกือบ 50 ใช้มีดจี้บังคับข่มขืนยายวัย 78 เหยื่อโอดไม่กล้าสู้เพราะถูกขู่ฆ่า   -เปิดวงจรปิดนาทีวิสามัญ ไอ้โอ มือฆ่าฝังดิน กลางสี่แยกยโสธร เป็นจังหวะวิ่งหนีตายไปกระชากรถคันอื่น แต่เปิดไม่ได้ จึงไปเปิดอีกคันที่จอดติดไฟแดงอยู่หน้าสุด ก่อนถูกยิงสวน แม่ร่ำไห้ขอความเป็นธรรมถามลูกทำผิดร้ายแรงมากหรือ ถึงต้องถูกจับตาย ตร.นำตัวเพื่อนร่วมแก๊งทำแผน ญาติผู้ตายแค้นจัด เข้าตบหัว น.ส.ปลา คนแชทลวงมาฆ่า ลั่นชีวิตแลกด้วยชีวิต วงจรปิดนาทีวิสามัญ 'โอ' มือฆ่าฝังดิน แม่โวยลูกผิดอะไรถึงต้องยิงจนตาย 'ปลา' ยันไม่ได้แชทลวงมาฆ่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ropClkk8fvM

 4,192
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 62

สิ้นชื่อ 'โอ' ฆาตกรฆ่าฝังดิน ถูกจับตายกลางสี่แยกเมืองยโสธร ทำทีขอมอบตัว กลับชักปืนยิงสู้ตร.

จากกรณีนายสมศักดิ์ เล็ดลอด หรือ โอ อายุ 29 ปี ร่วมกับลูกสมุน 8 คนฆ่าฝังดิน นายประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี พนักงานคลังสินค้าสถานีส่งน้ำมันสุวรรณภูมิ นำไปฝังดินในพื้นที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา โดย วันที่ 12 มี.ค. 2562 เวลา 19.00 น.   ต่อมาทางชุดสืบภาค 1 และชุดสืบจังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้าประกบ นายสมศักดิ์ ที่หลบหนีในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี โดยคนร้ายได้ไหวตัวทัน จึงได้ขับรถหลบหนีไปยังพื้นที่ จ.ยโสธร ก่อนจะจนมุม เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นทุกเส้นทาง นายสมศักดิ์ จึงได้ใช้อาวุธปืน ไม่ทราบขนาด กระหน่ำยิงเข้าใส่รถเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตาม เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ตามยุทธวิธี จนนายสมศักดิ์ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบ   ทั้งนี้ก่อนที่นายสมศักดิ์ จะถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมนั้น มารดานายสมศักดิ์ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่ขอเกลี่ยกล่อมให้ลูกชายมอบตัว เนื่องจากลูกสาวได้บอกว่า พี่ชายจะไม่ยอมถูกจับเป็นอันขาด จะขอสู้จนตัวตาย ด้วยความรักของคนเป็นแม่ที่ไม่อยากจะสูญเสียลูกชายจึงได้เดินทางมาพบตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ให้มารดาโทรศัพท์ติดต่อกับนายสมศักดิ์เพื่อให้เข้ามามอบตัว   แต่ปรากฎว่าผู้เป็นแม่ไม่สามารถติดต่อกับลูกชายได้ จนกระทั่งลูกชายถูกตำรวจปิดล้อมแล้วตัดสินใจชักอาวุธปืนเปิดฉากยิงใส่ตำรวจกลางแยกไฟแดง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัวและเพื่อไม่ให้ประชาชนถูกลูกหลง จนกระทั่งนายสมศักดิ์ถูกตำรวจจับตายในที่สุด   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SXEuN7vEW3c

 14,541

Top