ค้นหา :

ผลการค้นหา "สามเณร"

สังคม-อาชญากรรม
26 ธ.ค. 62

รวบ 'อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า' อนาจารเณร-ลูกศิษย์ สารภาพร่วมเพศจริงแต่ไม่ใช่ทั้งวัด ด้านพระลูกวัด-ชาวบ้านไม่เชื่อ เพราะเป็นพระปฏิบัติดี

ความคืบหน้าการจับกุมเจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดัง ในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร หลังไปก่อเหตุอนาจารสามเณรในวัดกว่า 10 รายและเด็กวัด จนสามเณรทนไม่ไหว แจ้งผู้ปกครองเข้าแจ้งความ ซึ่งตำรวจสืบสวนจนขอศาลจังหวัดสมุทรสาครออกหมายจับ และไปจับกุม ซึ่งตอนที่ตร.เข้าจับกุมพระรูปนี้ก็หน้าถอดสี ตกใจที่ถูกจับและตำรวจพาไปสึก และชี้จุดต่างๆในกุฏิ เจ้าตัวให้การปฏิเสธ อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งและตัดพ้อว่า ทำความดีสะสมมาตลอด 20 ปี แต่ต้องมาโดนแบบนี้ ตามที่มีการรายงานนั้น          ล่าสุด ตร.สอบปากคำพระรูปนี้อย่างละเอียด เจ้าตัวก็ยังปากแข็งปฏิเสธ จนตำรวจนำหลักฐานเป็นภาพชุด การร่วมเพศกับสามเณร ซึ่งเห็นใบหน้าชัดเจนว่าพระรูปนี้ กระทำอย่างไรบ้างกับสามเณรและเด็กหนุ่ม    โดยเป็นภาพที่คล้ายกับหลังร่วมเพศ หน้าพระรูปนี้ใกล้อวัยวะเพศสามเณร พอตำรวจเปิดภาพ พระรูปนี้ก็จำนนต่อหลักฐาน ให้การรับสารภาพ โดยยืนยันว่าร่วมเพศกับสามเณรเพียงแค่บางคนไม่ใช่ทั้งวัด ตามที่ถูกกล่าวหา          นอกจากหลักฐานภาพชุด และคลิปการอนาจารสามเณรแล้ว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก็ได้เข้าเก็บหลักฐานในจุดอื่น ภายในกุฏิวัด โดยเฉพาะอาคาร 2 ชั้น ที่พักของสามเณรและลูกศิษย์ ซึ่งพบถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้งาน 3 ชิ้น กระดาษทิชชู่ที่เปื้อนคราบอสุจิและคราบเลือด นอกจากนี้ยังพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว 1 ชิ้น ตกอยู่ตรงบันไดใกล้กับห้องทำงานของพระรูปนี้           สำหรับพฤติกรรมของพระรูปนี้ จะเข้าไปล่วงละเมิดและกระทำอนาจารสามเณร ในช่วงเวลากลางคืน ในขณะที่สามเณรจำวัด โดยจะนำไฟฉายไปส่องดู ก่อนข่มขู่และลงมือก่อเหตุ เมื่อสำเร็จความใคร่แล้วก็จะมีการใช้กระดาษทิชชู่เช็ดทำความสะอาด ซึ่งตรงนี้ตำรวจก็พบหลักฐานอยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งทิชชู่เลอะคราบอสุจิ และคราบเลือด          สำหรับเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากมีผู้ปกครอง นำสามเณรเข้าแจ้งความว่าถูกพระรูปนี้ อนาจารและบังคับร่วมเพศ โดยผู้เสียหายบอกกับตร.ว่า พระรูปนี้บังคับจับมัดมือ มัดเท้านั่งบนเก้าอี้ และก็ลงมือร่วมเพศ  และบางครั้งก็ให้สามเณรด้วยกันมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก พระรูปนี้นั่งดูและสำเร็จความใคร่  ซึ่งตำรวจรับทราบข้อมูลก็สืบสวนและพบว่าไม่ใช่เณรแค่รายเดียวที่ถูกกระทำ แต่มีอีกหลายรายและพระรูปนี้ก็ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 เรื่อยมา   เมื่อได้ข้อมูลตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งทราบว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนมีสามเณร ซึ่งบวชอยู่ที่วัดป่าแห่งนี้มาประมาณ 2 ปี ได้หลบหนีออกจากวัดไปจริง โดยได้กลับไปบอกกับแม่ว่าไม่อยากอยู่ที่วัดนี้แล้ว แต่ไม่ได้เล่าถึงเหตุผล ซึ่งแม่ของสามเณรรูปนี้มีฐานะยากจนและเลื่อมใสศรัทธาเจ้าอาวาส  ที่ก่อนหน้านี้เป็นพระนักพัฒนา สุดท้ายจึงส่งสามเณรกลับมาบวชเรียนที่วัดนี้อีก ตำรวจจึงสืบสวนหาข้อมูลจากแม่ของสามเณรรูปนี้ กระทั่งมีการส่งภาพขณะถูกอดีตพระครูสังฆรักษ์ ทำอนาจารมาให้ นี่จึงเป็นหลักฐานสำคัญในการจับกุม          สำหรับวัดนี้มีสามเณรทั้งหมด 19 รูป 18 รูปเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มีเพียง 1 รูป ที่อายุ 19 ปี  ส่วนลูกศิษย์หรือเด็กวัดมีทั้งหมด 10 คน ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ            พระรูปนี้ ประวัติ  เป็นคนในพื้นที่บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่มาบวชเรียนอยู่ที่วัดในอำเภอเมืองสมุทรสาคร มากว่า 20 ปี แล้ว กระทั่งได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้ส่งเสริมด้านการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่  ชักชวนเด็กมาบวชเรียน มามอบเงินให้ พร้อมระบุจะส่งเสียให้เรียนจนจบ จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ส่งบุตรหลานให้มาบวชเรียนและอยู่ในความดูแล โดยมีการโอนทะเบียนบ้านมาอยู่ที่วัดและให้ผู้ปกครองเซ็นเอกสารมอบการปกครองไว้          เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี , พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้าย , ยุยงส่งเสริมให้เด็กทำอนาจาร , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร  และเช้าวันนี้ จะนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลจังหวีดสมุทรสาครและคัดค้านการประกันตัว         ในส่วนของพระลูกวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นพระคนสนิท ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พระลูกวัดคนสนิทระบุว่า ไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้และไม่เคยมีเหตุการณ์หรือเห็นความผิดปกติมาก่อน    ส่วนหลักฐานที่ตำรวจถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วเป็นของลูกศิษย์วัด ที่คาดว่ามีเพศสัมพันธ์ในวัด ส่วน CPU ที่ตรวจพบหลายเครื่อง ก็เป็นของวัดที่ ใช้ในการทำสื่อการเรียนการสอนให้กับสามเณร     ส่วนมือถือที่ตรวจยึด 29 เครื่องนั้น เป็นของสามเณรที่พระจะยึดไว้เวลาเรียน เพื่อให้ใส่ใจกับการเรียนมากกว่าโทรศัพท์ ไม่ใช่การยึดไว้คอยตรวจสอบข้อมูลตามที่ถูกกล่าวหา    นอกจากพระลูกวัดแล้วในส่วนของชาวบ้าน นายต้อม (นามสมมุติ) บอกว่า ลูกก็บวชเรียนเป็นสามเณรที่วัดนี้มาสามปี ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้แน่นอน เณรก็อยู่ปกติไม่เคยบอกเรื่องราวเหล่านี้ และพระท่านก็เป็นพระปฏิบัติดี ไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นตร.เอาหลักฐานอะไร          ขณะที่แม่สามเณร เห็นทีมข่าวก็ถึงกับร้องไห้ กลัวว่าลูกชายที่บวชเป็นเณรที่วัดนี้จะโดนกระทำ โดยบอกว่า สามเณรอายุ 14 ปี บวชมาแล้ว 3 ปี ด้วยฐานะต้องทำงานหนักทั้งตนและสามีจึงไม่มีเวลาและส่งเสียให้ลูกเรียน จึงให้มาบวชเรียน ช่วงแรกๆก็ปกติไม่ทีปัญหาอะไรไม่เคยงอแง อยากสึกหรืออยากกลับบ้าน    แต่มาระยะหลัง ลูกบอกอยากสึก ไม่อยากอยู่วัดนี้อีกแล้ว พอสอบถามก็บอกว่าเบื่อ และเมื่อสองวันที่ผ่านมาลูกก็หนีออกจากวัดไปบ้านญาติ แต่พระก็ไปตามกลับมาวัด และก็มารู้ข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมเจ้าอาวาส ตอนนี้ตนกังวลใจและเป็นห่วงลูกไม่รู้ว่าลูกจะโดนกระทำอนาจารหรือไม่ และเสียใจที่พระที่นับถือเป็นแบบนี้   โดยตำรวจระบุว่า หากสามเณรที่เคยบวชวัดนี้ถูกกระทำอนาจาร หรือล่วละเมิดทางเพศให้เข้าแจ้งความกับตำรวจปคม.  ส่วนการดำเนินคดีกับพระรูปนี้นั้นแม้จะให้การยอมรับแค่บางส่วน แต่ตร.มีหลักฐานแน่นหนา พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQR8eedFliY

 1,230
สังคม
26 ธ.ค. 62

รวบ 'อดีตเจ้าอาวาสวัดป่า' อนาจารเณร-ลูกศิษย์ สารภาพร่วมเพศจริงแต่ไม่ใช่ทั้งวัด ด้านพระลูกวัด-ชาวบ้านไม่เชื่อ เพราะเป็นพระปฏิบัติดี

ความคืบหน้าการจับกุมเจ้าอาวาสวัดป่าชื่อดัง ในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร หลังไปก่อเหตุอนาจารสามเณรในวัดกว่า 10 รายและเด็กวัด จนสามเณรทนไม่ไหว แจ้งผู้ปกครองเข้าแจ้งความ ซึ่งตำรวจสืบสวนจนขอศาลจังหวัดสมุทรสาครออกหมายจับ และไปจับกุม ซึ่งตอนที่ตร.เข้าจับกุมพระรูปนี้ก็หน้าถอดสี ตกใจที่ถูกจับและตำรวจพาไปสึก และชี้จุดต่างๆในกุฏิ เจ้าตัวให้การปฏิเสธ อ้างว่าถูกกลั่นแกล้งและตัดพ้อว่า ทำความดีสะสมมาตลอด 20 ปี แต่ต้องมาโดนแบบนี้ ตามที่มีการรายงานนั้น          ล่าสุด ตร.สอบปากคำพระรูปนี้อย่างละเอียด เจ้าตัวก็ยังปากแข็งปฏิเสธ จนตำรวจนำหลักฐานเป็นภาพชุด การร่วมเพศกับสามเณร ซึ่งเห็นใบหน้าชัดเจนว่าพระรูปนี้ กระทำอย่างไรบ้างกับสามเณรและเด็กหนุ่ม    โดยเป็นภาพที่คล้ายกับหลังร่วมเพศ หน้าพระรูปนี้ใกล้อวัยวะเพศสามเณร พอตำรวจเปิดภาพ พระรูปนี้ก็จำนนต่อหลักฐาน ให้การรับสารภาพ โดยยืนยันว่าร่วมเพศกับสามเณรเพียงแค่บางคนไม่ใช่ทั้งวัด ตามที่ถูกกล่าวหา          นอกจากหลักฐานภาพชุด และคลิปการอนาจารสามเณรแล้ว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก็ได้เข้าเก็บหลักฐานในจุดอื่น ภายในกุฏิวัด โดยเฉพาะอาคาร 2 ชั้น ที่พักของสามเณรและลูกศิษย์ ซึ่งพบถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้งาน 3 ชิ้น กระดาษทิชชู่ที่เปื้อนคราบอสุจิและคราบเลือด นอกจากนี้ยังพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว 1 ชิ้น ตกอยู่ตรงบันไดใกล้กับห้องทำงานของพระรูปนี้           สำหรับพฤติกรรมของพระรูปนี้ จะเข้าไปล่วงละเมิดและกระทำอนาจารสามเณร ในช่วงเวลากลางคืน ในขณะที่สามเณรจำวัด โดยจะนำไฟฉายไปส่องดู ก่อนข่มขู่และลงมือก่อเหตุ เมื่อสำเร็จความใคร่แล้วก็จะมีการใช้กระดาษทิชชู่เช็ดทำความสะอาด ซึ่งตรงนี้ตำรวจก็พบหลักฐานอยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งทิชชู่เลอะคราบอสุจิ และคราบเลือด          สำหรับเรื่องนี้ เกิดขึ้นจากมีผู้ปกครอง นำสามเณรเข้าแจ้งความว่าถูกพระรูปนี้ อนาจารและบังคับร่วมเพศ โดยผู้เสียหายบอกกับตร.ว่า พระรูปนี้บังคับจับมัดมือ มัดเท้านั่งบนเก้าอี้ และก็ลงมือร่วมเพศ  และบางครั้งก็ให้สามเณรด้วยกันมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก พระรูปนี้นั่งดูและสำเร็จความใคร่  ซึ่งตำรวจรับทราบข้อมูลก็สืบสวนและพบว่าไม่ใช่เณรแค่รายเดียวที่ถูกกระทำ แต่มีอีกหลายรายและพระรูปนี้ก็ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2560 เรื่อยมา   เมื่อได้ข้อมูลตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กระทั่งทราบว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนมีสามเณร ซึ่งบวชอยู่ที่วัดป่าแห่งนี้มาประมาณ 2 ปี ได้หลบหนีออกจากวัดไปจริง โดยได้กลับไปบอกกับแม่ว่าไม่อยากอยู่ที่วัดนี้แล้ว แต่ไม่ได้เล่าถึงเหตุผล ซึ่งแม่ของสามเณรรูปนี้มีฐานะยากจนและเลื่อมใสศรัทธาเจ้าอาวาส  ที่ก่อนหน้านี้เป็นพระนักพัฒนา สุดท้ายจึงส่งสามเณรกลับมาบวชเรียนที่วัดนี้อีก ตำรวจจึงสืบสวนหาข้อมูลจากแม่ของสามเณรรูปนี้ กระทั่งมีการส่งภาพขณะถูกอดีตพระครูสังฆรักษ์ ทำอนาจารมาให้ นี่จึงเป็นหลักฐานสำคัญในการจับกุม          สำหรับวัดนี้มีสามเณรทั้งหมด 19 รูป 18 รูปเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มีเพียง 1 รูป ที่อายุ 19 ปี  ส่วนลูกศิษย์หรือเด็กวัดมีทั้งหมด 10 คน ซึ่งขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ            พระรูปนี้ ประวัติ  เป็นคนในพื้นที่บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ที่มาบวชเรียนอยู่ที่วัดในอำเภอเมืองสมุทรสาคร มากว่า 20 ปี แล้ว กระทั่งได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ซึ่งระหว่างนั้นก็ได้ส่งเสริมด้านการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสในพื้นที่  ชักชวนเด็กมาบวชเรียน มามอบเงินให้ พร้อมระบุจะส่งเสียให้เรียนจนจบ จึงทำให้ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ส่งบุตรหลานให้มาบวชเรียนและอยู่ในความดูแล โดยมีการโอนทะเบียนบ้านมาอยู่ที่วัดและให้ผู้ปกครองเซ็นเอกสารมอบการปกครองไว้          เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหากระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี , พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้าย , ยุยงส่งเสริมให้เด็กทำอนาจาร , ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร  และเช้าวันนี้ จะนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลจังหวีดสมุทรสาครและคัดค้านการประกันตัว         ในส่วนของพระลูกวัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นพระคนสนิท ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พระลูกวัดคนสนิทระบุว่า ไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้และไม่เคยมีเหตุการณ์หรือเห็นความผิดปกติมาก่อน    ส่วนหลักฐานที่ตำรวจถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วเป็นของลูกศิษย์วัด ที่คาดว่ามีเพศสัมพันธ์ในวัด ส่วน CPU ที่ตรวจพบหลายเครื่อง ก็เป็นของวัดที่ ใช้ในการทำสื่อการเรียนการสอนให้กับสามเณร     ส่วนมือถือที่ตรวจยึด 29 เครื่องนั้น เป็นของสามเณรที่พระจะยึดไว้เวลาเรียน เพื่อให้ใส่ใจกับการเรียนมากกว่าโทรศัพท์ ไม่ใช่การยึดไว้คอยตรวจสอบข้อมูลตามที่ถูกกล่าวหา    นอกจากพระลูกวัดแล้วในส่วนของชาวบ้าน นายต้อม (นามสมมุติ) บอกว่า ลูกก็บวชเรียนเป็นสามเณรที่วัดนี้มาสามปี ไม่เคยมีเรื่องแบบนี้แน่นอน เณรก็อยู่ปกติไม่เคยบอกเรื่องราวเหล่านี้ และพระท่านก็เป็นพระปฏิบัติดี ไม่เชื่อเรื่องที่เกิดขึ้นตร.เอาหลักฐานอะไร          ขณะที่แม่สามเณร เห็นทีมข่าวก็ถึงกับร้องไห้ กลัวว่าลูกชายที่บวชเป็นเณรที่วัดนี้จะโดนกระทำ โดยบอกว่า สามเณรอายุ 14 ปี บวชมาแล้ว 3 ปี ด้วยฐานะต้องทำงานหนักทั้งตนและสามีจึงไม่มีเวลาและส่งเสียให้ลูกเรียน จึงให้มาบวชเรียน ช่วงแรกๆก็ปกติไม่ทีปัญหาอะไรไม่เคยงอแง อยากสึกหรืออยากกลับบ้าน    แต่มาระยะหลัง ลูกบอกอยากสึก ไม่อยากอยู่วัดนี้อีกแล้ว พอสอบถามก็บอกว่าเบื่อ และเมื่อสองวันที่ผ่านมาลูกก็หนีออกจากวัดไปบ้านญาติ แต่พระก็ไปตามกลับมาวัด และก็มารู้ข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมเจ้าอาวาส ตอนนี้ตนกังวลใจและเป็นห่วงลูกไม่รู้ว่าลูกจะโดนกระทำอนาจารหรือไม่ และเสียใจที่พระที่นับถือเป็นแบบนี้   โดยตำรวจระบุว่า หากสามเณรที่เคยบวชวัดนี้ถูกกระทำอนาจาร หรือล่วละเมิดทางเพศให้เข้าแจ้งความกับตำรวจปคม.  ส่วนการดำเนินคดีกับพระรูปนี้นั้นแม้จะให้การยอมรับแค่บางส่วน แต่ตร.มีหลักฐานแน่นหนา พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/QQR8eedFliY

 1,230
สังคม
26 ธ.ค. 62

เสื่อมผ้าเหลือง! ปคม.บุกจับ ‘รักษาการเจ้าอาวาส’ บังคับล่วงละเมิดสามเณร-เด็กวัด

สมุทรสาคร - เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สนธิกำลังร่วมกับ ตำรวจภูธรภาค 7 ตำรวจ สภ.บ้านแพ้ว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วย นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าตรวจค้นวัดป่าสุวัฑฒนาราม (วัดทุ่งอินทรี) โดยนำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในวัดเพื่อจับกุมพระครูสังฆรักษ์ ศักดิ์สิทธิ์ กิตติโก หรือ นายศักดิ์สิทธิ์ สนบ้านแผ้ว รักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าสุวัฑฒนาราม(ทุ่งอินทรี) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาจังหวัดสมุทรสาคร ที่ จ.451/2562 ลงวันที่ 24 ธ.ค. 2562 ข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี, พาผู้อื่นไปเพื่อการกระทำอนาจาร โดยใช้กลอุบายหลอกลวงหรือข่มขู่ประทุษร้ายซึ่งเป็นการกระทำต่อผู้สืบสันดานหรือกระทำต่อศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการในลักษณะลามกอนาจาร โดยจับกุมตัวพระครูสังฆรักษ์ ได้ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ภายในวัดดังกล่าวขณะกำลังจะออกบิณฑบาต   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากเณรที่ตกเป็นเหยื่อของพระครูสังฆรักษ์หรือนายศักดิ์สิทธิ์ โดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายและภาพเคลื่อนไหว แสดงพฤติกรรมของรักษาการเข้าอาวาส ซึ่งพฤติกรรมไม่เหมาะสม เสพเมถุน กระทำอนาจารต่อสามเณรที่มาบวชเรียนช่วงปิดภาคเรียน และเด็กวัด โดยรักษาการเจ้าอาวาสจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือของสามเณรและเด็กวัดทุกคนเพื่อป้องกันการแอบถ่ายหรือโทรศัพท์ไปบอกให้กับคนอื่นทราบ ซึ่งจะให้เณรใช้โทรศัพท์ได้เฉพาะช่วงเวลา 19.00-21.00 น. แต่เรื่องมาแดงขึ้นเมื่อเหยื่อเริ่มทนพฤติกรรมดังกล่าวไม่ไหว จึงได้แอบถ่ายภาพหลักฐานและแอบติดต่อกับผู้ปกครองจนมีการร้องเรียนและนำมาสู่การจับกุมตัวดังกล่าว   จากการตรวจสอบพบว่าวัดดังกล่าวมีสามเณรทั้งหมด 19 รูป แบ่งเป็นสามเณรอายุต่ำกว่า 18 ปี 18 รูป อายุ 19 ปี 1 รูป และเด็กวัดอีกจำนวน 10 คน ซึ่งสามเณรที่อายุน้อยสุดในจำนวนนี้มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น โดยเบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยเหลือเยียวยาตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมกับเตรียมประสานไปยังสำนักพระพุทธศาสนา เพื่อให้ช่วยตรวจสอบกลุ่มสามเณรรูปอื่นๆ ที่เคยมาบวชเรียนอยู่ที่วัดดังกล่าว   โดยขณะเข้าตรวจสอบและตรวจค้นกุฏิต่างๆ ภายในวัดดังกล่าว พบโทรศัพท์มือของสามเณรที่ถูกเก็บไว้จำนวนหลายเครื่อง พร้อมกับตรวจพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ที่บริเวณด้านหลังกุฏิพักของสามเณรตกอยู่ และยังพบถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้ 3 อัน จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับเชิญตัวพระครูสังฆรักษ์ไปทำการลาสิกขาจากความเป็นพระเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย   ด้านผู้ปกครองของสามเฌร อายุ 14 ปี ซึ่งบวชได้ 3 ปี ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองรู้สึกเครียดและกังวลกลัวลูกจะตกเป็นเหยื่อหรือถูกกระทำ ที่ผ่านมาลูกไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังมีแต่บ่นว่าอยากสึกอย่างเดียว เมื่อถามว่าทำไมถึงอยากสึกก็บอกเพียงว่าเบื่อ และลูกเคยหนีออกจากวัดไปหาญาติที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่พ่อกับแม่ก็ไปพาตัวกลับมาที่วัด และไม่คิดว่ามีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ส่วนที่ต้องให้ลูกมาบวช เพราะตนเองกับสามีทำงานรับจ้างไปวันๆอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี  

 183
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 62

สามเณรวัย 13 โวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังขังในกุฎิ 5 วัน บังคับบีบนวด-อมนกเขา ทนไม่ไหวต้องย้ายวัด

กาญจนบุรี-นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นำตัวสามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังสามเณรนัท ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กักขังตัวให้อยู่แต่ในกุฎิของหลวงพ่อนาน 5 วัน ไม่ยอมให้ออกไปไหน   ก่อนบังคับให้บีบนวด และอมอวัยวะเพศให้จนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนสามเณรทนไม่ไหวต้องโทรบอกพ่อและพี่สาวให้ช่วยพาตัวย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ก่อนตัดสินใจนำเอาข้อความแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ รวมถึงข้อความที่ทางหลวงพ่อส่งให้ตัวสามเณร เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     โดยนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายของตนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งต้นเดือนกันยายน ลูกชายได้โทรมาหาน้องสาวของตน บอกว่าอยากย้ายวัดไม่อยากอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อน้องสาวของตนเค้นถาม จึงทราบความจริงว่าลูกชายถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่อง ตนได้บอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่น กระทั่งสามารถพาลูกชายไปอยู่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามได้   ขณะที่ตัวของสามเณรนัท ได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลวงพ่อ มักจะเรียกให้ตนเข้าไปหาที่กุฎิ พร้อมบอกให้ช่วยบีบนวด ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศให้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางช่วงถูกหลวงพ่อบังคับให้อยู่แต่ในกุฎิหลวงพ่อไม่ให้ออกไปไหน หากออกไปก็จะถูกตี ด้วยความกลัวหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฎิ สามเณรนัทจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงพยายามโทรหาน้าสาวและโทรบอกพ่อ ให้ช่วยย้ายตนเองไปจำวัดที่วัดอื่น   กระทั่งมีพระในวัดที่ยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฎิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่า พระรูปดังกล่าว ถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยหลังเข้าแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ด้านเจ้าอาวาสได้ปฎิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ สามเณรนัทอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้ง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายและชักปืนข่มขู่พระลูกวัด มีเพียงการต่อว่าและผลักอก เนื่องจากไม่พอใจที่หายออกไปจากวัดโดยไม่บอกกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองกรณีอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องคดีความทั้งสองกรณี ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7XTqCYEwys

 9,423
สังคม
16 ต.ค. 62

สามเณรวัย 13 โวยถูกเจ้าอาวาสวัดดังขังในกุฎิ 5 วัน บังคับบีบนวด-อมนกเขา ทนไม่ไหวต้องย้ายวัด

กาญจนบุรี-นายพงษ์พิสุทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นำตัวสามเณรนัท (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรชาย เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อำเภอท่าม่วง หลังสามเณรนัท ถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง กักขังตัวให้อยู่แต่ในกุฎิของหลวงพ่อนาน 5 วัน ไม่ยอมให้ออกไปไหน   ก่อนบังคับให้บีบนวด และอมอวัยวะเพศให้จนสำเร็จความใคร่ทุกวัน จนสามเณรทนไม่ไหวต้องโทรบอกพ่อและพี่สาวให้ช่วยพาตัวย้ายไปอยู่ที่วัดอื่น ก่อนตัดสินใจนำเอาข้อความแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ รวมถึงข้อความที่ทางหลวงพ่อส่งให้ตัวสามเณร เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ     โดยนายพงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า ลูกชายของตนมาบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 กระทั่งต้นเดือนกันยายน ลูกชายได้โทรมาหาน้องสาวของตน บอกว่าอยากย้ายวัดไม่อยากอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อน้องสาวของตนเค้นถาม จึงทราบความจริงว่าลูกชายถูกหลวงพ่อล่วงละเมิดทางเพศ หลังทราบเรื่อง ตนได้บอกให้ลูกชายอดทนและพยายามรวบรวมหลักฐานให้แน่นหนาส่วนตนประสานกับพระในวัดเพื่อหาทางพาลูกชายไปอยู่ที่วัดอื่น กระทั่งสามารถพาลูกชายไปอยู่ที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามได้   ขณะที่ตัวของสามเณรนัท ได้เล่าเหตุการณ์ว่า หลวงพ่อ มักจะเรียกให้ตนเข้าไปหาที่กุฎิ พร้อมบอกให้ช่วยบีบนวด ก่อนจะบังคับให้อมอวัยวะเพศให้ เป็นแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง บางช่วงถูกหลวงพ่อบังคับให้อยู่แต่ในกุฎิหลวงพ่อไม่ให้ออกไปไหน หากออกไปก็จะถูกตี ด้วยความกลัวหลวงพ่อเพราะหลวงพ่อมีมีดและชอบบอกว่ามีปืนอยู่ในกุฎิ สามเณรนัทจึงไม่กล้าขัดขืน เมื่อมีโอกาสจึงพยายามโทรหาน้าสาวและโทรบอกพ่อ ให้ช่วยย้ายตนเองไปจำวัดที่วัดอื่น   กระทั่งมีพระในวัดที่ยื่นมือเข้าช่วยจนสามารถพาตนออกจากกุฎิหลวงพ่อและย้ายไปอยู่วัดอื่นได้สำเร็จ ซึ่งภายหลังทราบว่า พระรูปดังกล่าว ถูกหลวงพ่อด่าว่าและทำร้ายร่างกายเช่นกัน โดยหลังเข้าแจ้งความแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป   ด้านเจ้าอาวาสได้ปฎิเสธว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ สามเณรนัทอย่างที่ถูกกล่าวหา รวมทั้ง ไม่ได้ทำร้ายร่างกายและชักปืนข่มขู่พระลูกวัด มีเพียงการต่อว่าและผลักอก เนื่องจากไม่พอใจที่หายออกไปจากวัดโดยไม่บอกกล่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าคณะอำเภอท่าม่วง ได้มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งสองกรณีอย่างเร่งด่วนแล้ว ส่วนเรื่องคดีความทั้งสองกรณี ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/l7XTqCYEwys

 9,423
สังคม-อาชญากรรม
11 ก.ย. 62

วิจารณ์ หลวงพี่ใส่จีวรโชว์แดนซ์-ลิปซิ้งเพลงลงแอป tiktok อวดสาว

มีรายงานว่าแอปพลิเคชั่นติ๊กต่อก (TikTok) ที่บรรดากลุ่มวัยรุ่นคนหนุ่มสาวนิยมหันมาเล่นกัน ถ่ายคลิปสั้นไม่เกิน 15 วินาที มีเสียงเพลงประกอบ หรือ เป็นเสียงคลิปพูดตอบโต้กันแล้วนำมาตัดต่อเป็นที่สนุกสนาน   แต่ปรากฏว่าได้มีพระสงฆ์และสามเณรหลายรูป เข้าไปเล่นแอปติ๊กต่อกเช่นกัน ดูแล้วไม่เหมาะสมที่พระสงฆ์ต้องอยู่ในพระธรรมวินัย เช่น คลิปร้องเพลงลิปซิ้งทำท่าทางดราม่าเรียกร้องความสนใจ, คลิปสูบบุหรี่ไฟฟ้า เป็นต้น   ด้านนายเฉลิม อภิวาท รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า รู้สึกอ่อนใจเมื่อเห็นคลิปดังกล่าว เตรียมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไข เพราะเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vSL28wl0DL0

 6,430
ต่างประเทศ
21 ส.ค. 62

เณรน้อยพม่า ทดสอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว มันสุดๆจนจีวรปลิว

สามเณร 2 รูปในเมียนมา อยากจะทดสอบเครื่องเล่นหวาดเสียวในสวนสนุกตามประสาเด็ก ปรากฏแรงเหวี่ยงของเครื่องทำให้จีวรปลิวกระเจิง  

 3,439
แชร์ออฟเดอะเดย์
13 ก.ค. 62

ปอท.สั่งตรวจสอบ ภาพชายแต่งกายคล้ายพระ-สามเณร ชวนให้เข้ากลุ่มลับดูโชว์สยิว

จากกรณี เพจสำนักข่าวเจริญพวง โพสต์ภาพและข้อความเชิญชวนเข้ากลุ่มลับเฉพาะ โดยมีข้อความว่า สนใจเข้ากลุ่มทักแชทมาครับค่าเข้า 100 เดียว เปิดกล้อง 200 ไม่เห็นหน้านะครับ หาค่าเทอม ซึ่งในภาพเป็นชายหนุ่มนุ่งผ้าเหลืองคล้ายพระสงฆ์ และสามเณร ทำท่าทางไม่เหมาะสม ทั้งโชว์ของลับ และนอนสวมกอดกัน โดยอ้างว่าผู้ที่ปรากฎอยู่ในภาพเป็นพระสงฆ์ และสามเณรของวัดแห่งหนึ่งเป็น   ล่าสุด ทาง พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้กำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บก.ปอท. ) ในฐานะโฆษก บก.ปอท.กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ หากเป็นภาพที่ลามกอนาถจาร หรือส่อให้เกิดกามรมณ์ โดยได้สั่งการให้ทีมสืบสวนตรวจสอบภาพดังกล่าวและกลุ่มไลน์นี้แล้ว    ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ปอท.ได้รับเรื่องร้องเรียนปล่อยครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถระบุว่า พระ-เณรที่ปรากฎในภาพ เป็นพระจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าเมื่อเป็นข่าวกลุ่มลับต่างๆ นี้ก็จะหายไปลบทิ้ง และก็จะสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งคนที่ทำก็เพื่อหารายได้ เรียกรับเงินจากการโชว์ภาพและคลิปลามกอนาจาร   ภาพจาก  สำนักข่าวเจริญพวง  

 3,911
สังคม-อาชญากรรม
15 มิ.ย. 62

สามเณรวัย 14 เครียดจัด คว้าจีวรมัดคอตัวเองมรณะในโรงเรียน

สามเณรวัย 14 ปีเครียดจัดก่อเหตุแขวนคอตายภายในอาคารเรียน จาการสอบสวนเพื่อๆสามเณร สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดมาจากความเครียดในเรื่องส่วนตัว ซึ่งสามเณรปรเมษฐ์ มีอาการเหมือนคนซึมเศร้าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยบอกกับใครว่าเป็นอะไร กระทั่งได้ก่อเหตุดังกล่าว   ร.ต.อ.อมรชัย ตรังวัชรกุล ร้อยเวร สภ.ภูพิงค์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีเณรวัดสวนดอก (พระอารามหลวง) ถนนสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้แขวนคอเสียชีวิต หลังได้รับแจ้งจึงได้รีบรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เอนก ไชยวงค์ รอง ผกก.(สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ พ.ต.อ.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล ผกก.พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ ร่วมกับแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัรยรวมใจ อปพร.เชียงใหม่ เข้าชันสูตรพลิกศพ   เมื่อไปถึงทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า เหตุเกิดบริเวณทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า เหตุเกิดที่บริเวณหน้าห้องเรียน ชั้น 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ภายในวัดสวนดอก ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินไปตรวจสอบ ก็พบศพเณรแขวนคอห้อยโตงเตงอยู่บริเวณทางขึ้นบันไดชั้น 4 สภาพศพเริ่มเขียวคล้ำแล้ว จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นพบว่า ใช้ผ้ารัดอกแขวนคอจากราวกั้นบันไดชั้น 4 ลงมา และมีสายประคตพาดไว้ที่หอ ลักษณะการแต่งกายสวมอังสะ และสบง แต่ไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย และคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 - 12 ชั่วโมง ทราบชื่อต่อมาคือ สามเณรปรเมษฐ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี      จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ตอนเช้าวันนี้ได้มีพระเณร เดินมาพบ จึงได้ไปเรียกอาจารย์ประจำ มจร. มาร่วมตรวจสอบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นก็ได้ไปสอบถามพระเณรภายในวัดว่ามีใครรู้จักบ้าง เนื่องจากไม่ใช่นักเรียนของ มจร. และโรงเรียนแห่งนี้ก็จะสอนช่วงวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็จะไม่มีการสอน แต่อาคารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในวัดสวนดอก และมีสัญญาณไวไฟให้พระและเณรใช้กัน จึงเป็นเหมือนอาคารที่มีพระและสามเณรมาอยู่ใกล้ๆ อาคารในช่วงวันเสาร์ และอาทิตย์บ่อยๆ กระทั่งต่อมาพระและเณร ภายในวัดสวนดอก แจ้งว่าเป็นสามเณรที่มาบวชที่วัด และมีบ้านอยู่ใกล้ๆ กับวัดด้วย ซึ่งช่วงเวลาประมาณ 21.00 น.ของคืนวันที่ 14 มิ.ย. 62 มีสามเณร ภายในวัดเดียวกันพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายว่า สามเณรปรเมษฐ์ เกิดอาการเครียดและอยากกลับบ้าน ซึ่งบ้านก็อยู่ใกล้วัด จึงได้เดินมาส่ง จากนั้นก็กลับไปแล้วไม่มีใครพบเห็นอีก กระทั่งมาทราบว่าได้แขวนคอตัวเองเสียชีวิตแล้วดังกล่าว หลังการสอบสวนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดมาจากความเครียดในเรื่องส่วนตัว ซึ่งสามเณรปรเมษฐ์ มีอาการเหมือนคนซึมเศร้าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เคยบอกกับใครว่าเป็นอะไร กระทั่งได้ก่อเหตุดังกล่าว    ภายหลังการสอบสวนสวนแล้ว ได้ส่งศพสามเณร ปรเมษฐ์ ไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่นอนอีกครั้ง ก่อนจะติดต่อญาติให้มารับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 4,482
ข่าวภูมิภาค
21 พ.ค. 62

บุกกุฏิ 2 สามเณรมั่วสุมยาไอซ์ กร่างด่า จนท.หยาบคาย

ฉะเชิงเทรา-ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อย กองพลทหารราบที่ 11 พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจค้นกุฏิสามเณรหลังได้รับการร้องเรียนมีพฤติกรรมก้าวร้าว ใช้กิริยาวาจาหยาบคาย มั่วสุมเสพยา   ทหารได้จู่โจมเข้าตรวจค้น พบสามเณรภพ อายุ 28 ปี และสามเณรพล อายุ 19 ปี อยู่ภายในห้องพร้อมของกลางอุปกรณ์การเสพไอซ์ พร้อมถุงเป็กใสสำหรับใส่ยาเสพติด โดยขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้น สามเณรทั้ง 2 รูปยังแสดงกิริยาหยาบคายด่าทอเจ้าหน้าที่อยู่ตลอดเวลา ก่อนนำตัวไปตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติดในร่างกายทั้ง 2 รูป จึงนำตัวไปสึกแล้วควบคุมตัวส่ง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา สอบสวนขยายผลและแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดี   สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องัรียนจากพระและชาวบ้าน ว่าทั้ง 2 คนมั่วสุมเสพยาในกุฏิ เมื่อถ่ายภาพไปรายงานเจ้าอาวาส ก็ถูกเณรด่าด้วยคำหยาบคาย และยังมีพฤติกรรมก้าวร้าวกับพระภายในวัด จนต้องแจ้งมาเจ้าหน้าที่ทหารมาจับกุมตัวส่งไปบำบัดต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/qdF2OFDotF4

 2,474
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 62

รวบตีนแมวขโมยมือถือสามเณร 31 เครื่องภายในศาลาวัด ขณะบวชฤดูร้อน

นครปฐม-เกิดเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ในวัดธรรมศาลา ตำบลธรรมศาลาอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัด พบชายต้องสงสัย จำนวน 1 คน มีท่าทีลุกลี้ลุกลน เดินเข้าออกกุฏิพระหลายครั้ง ใส่เสื้อสีแดง   จากการสืบทราบว่าชายที่ปรากฏภายในภาพวงจรปิด คือนายพิมาน หรือก้อย คงบางพระ ต่อมาทางตำรวจได้จับกุมได้ พร้อมด้วยโทรศัพท์มือถือและทรัพย์สินอื่นๆ หลายรายการ   ผู้ต้องหาระบุว่านายพิมาน หรือก้อย ก่อเหตุเพียงคนเดียว ผู้ก่อเหตุได้ลักขโมยโทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินอื่นจากวัดธรรมศาลา โดยโทรศัพท์มือถือทั้ง 31 เครื่อง เป็นของสามเณร บวชฤดูร้อนในวัดธรรมศาลา ที่ทางวัดให้พระภายในวัด เป็นคนดูแลโทรศัพท์ดังกล่าว เพื่อไม่ให้สามเณรได้นำมาเล่นระหว่าง เรียนหรือหลับนอน   ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดธรรมศาลาพบสามเณร ที่ถูกขโมยโทรศัพท์ จึงได้เข้าสอบถามสามเณรดังกล่าวได้เล่าว่า พวกตนมาบวช ที่วัดธรรมศาลา ฤดูร้อนและได้นำโทรศัพท์ไปฝากกับพี่เลี้ยงไว้เพื่อ ไม่ให้บางองค์เล่นโทรศัพท์ในเวลากลางคืน ได้ข่าวว่าพวกตนถูกขโมยโทรศัพท์ไปหมดเลยทุกคนจำนวน 31 เครื่อง   โดยช่วงเวลาประมาณ ตี 1 ถึง ตี 2 เห็นคนร้ายใส่เสื้อสีแดงวนเวียนไปมา และยังมี ผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน รวม 3 คนโดยสามารถจับกุมได้แล้ว 2 คน และยังติดตามผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ยังหลบหนีอยู่   เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เข้าลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์ไป หรือรับของโจร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นายพิมาน ไปทำแผนที่วัดธรรมศาลาประกอบการรับสารภาพ   ช่วงทำแผนนายพิมานได้พาไปดูสถานที่ก่อเหตุภายในห้องกุฏิพระ ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนีอยู่มาดำเนินคดีต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/58eo_pgyAao

 2,134
สังคม-อาชญากรรม
12 เม.ย. 62

สามเณร 50 รูปท้องเสียระหว่างอยู่บนทางด่วน ต้องเรียกรถพยาบาลมารับ

มีรายงานว่า สามเณร 50 รูปท้องเสีย หลังไปทัศนศึกษาต่างจังหวัด ระหว่างอยู่บนทางด่วนเณร 50 รูปเกิดท้องเสีย ต้องรีบลงจากทางด่วน และเรียกรถพยาบาลนำส่งโรงพยาบาล โดยท้องร่วงเป็นโรคที่มาพร้อมกับหน้าร้อน ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารด้วย

 3,409
สังคม-อาชญากรรม
01 เม.ย. 62

จบด้วยดี! กลุ่มสามเณรรุมทำร้ายเพื่อนเณรยอมขอโทษ ผู้ปกครองไม่ติดใจเอาความ ย้ายไปจำวัดใหม่แล้ว

จากกรณีสามเณรวัย 13 ปี ของวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านถนนจันทน์ กทม. ถูกเพื่อนสามเณรด้วยกันรุมทำร้าย มีการใช้กำลังตบศีรษะ ผลักดัน ดึงกระชาก  ซึ่งผู้ปกครองของสามเณรที่ถูกทำร้ายได้ได้นำคลิปมาร้องเรียนกับสื่อ พร้อมระบุว่า บุตรชายบวชเรียนเป็นสามเณรอยู่วัดแห่งนี้มานาน 2 ปี เล่าให้ฟังไม่อยากบวชต่อเพราะโดนเพื่อนสามเณรแกล้งมาตลอดหลายครั้ง จนต้องย้ายไปอยู่วัดอื่น ซึ่งทางวัดชี้แจงว่าเป็นการเล่นแกล้งกันตามประสาเด็ก   ล่าสุด ผู้ปกครองของสามเณรทั้งสองฝ่าย เดินทางไปที่วัดไผ่เงินโชตนาราม ซึ่งเป็นวัดเกิดเหตุตามที่ปรากฎในคลิป เพื่อเจรจากัน โดยมีตำรวจ สน.วัดพระยาไกร เป็นตัวกลางในการพูดคุย ทั้งนี้ทางวัดได้เชิญผู้ปกครองสามเณรที่ถูกทำร้ายและผู้ปกครองของสามเณรคู่กรณี จำนวน 4 รูป เข้าไปนั่งไกล่เกลี่ย บริเวณด้านหน้ากุฏิเจ้าอาวาส ไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปบันทึกภาพหรือร่วมรับฟังด้วย   หลังจากเจรจาเสร็จได้ข้อสรุป 4 ข้อ   1.ขอให้สามเณรที่ก่อเหตุไปขอโทษสามเณรที่โดนรุมทำร้าย   2.ขอให้ทางวัดทำหนังสือแจ้งทางโรงเรียนทราบไม่ให้มีการกลั่นแกล้งกันหรือก่อเหตุอีก แม้จะย้ายวัดแล้วแต่ยังเรียนอยู่ที่เดียวกัน   3.ขอให้ทางวัดจัดพระพี่เลี้ยงเพิ่มอีก 1 รูป จากเดิมมีเพียงรูปเดียวเท่านั้น   4.ผู้ปกครองของสามเณรที่ถูกทำร้ายไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับสามเณรที่ก่อเหตุทั้งหมด  ซึ่งผู้ปกครองของสามเณรที่ก่อเหตุยอมรับข้อตกลง จากนั้นผู้ปกครองสามเณรทั้งสองฝ่ายได้ไปทำบันทึกข้อตกลงที่ สน.วัดพระยาไกร   ด้าน นายอัศวิน บุตรชาติ บิดาของสามเณรผู้เสียหาย ไม่ติดใจเอาความแค่อยากให้กลุ่มสามเณรที่ก่อเหตุไปขอโทษลูกชายของตน สำหรับสาเหตุสามเณรคู่กรณีอ้างว่า ลูกชายได้ขโมยของและเงินจำนวน 100 บาท    ตอนนี้รู้สึกสบายใจเพราะได้ย้ายลูกชายไปอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งที่ จ.นนทบุรี  โดยตนเคยบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้มีความสงบอย่างมาก สามเณรมีสภาพจิตใจดีขึ้น พร้อมกันนี้ได้ระงับการดำเนินคดีกับสามเณรคู่กรณี เพราะไม่ต้องการให้ได้รับผลกระทบในอนาคต โดยครอบครัวฝั่งสามเณรคู่กรณีทั้ง 4 รูป ได้เข้ามาขอโทษพร้อมจะกลับไปตักเตือนลูกของตนเอง   นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปพูดคุยกับผู้ปกครอง หนึ่งในสามเณรที่ร่วมกันรุมทำร้ายเณรวัย 13 ปี  ยอมรับเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าลูกชายจะไปก่อเหตุดังกล่าว ขอโทษผู้ปกครองและสามเณรที่โดนทำร้ายด้วย เด็กทะเลาะกันบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา ตนคงยังไม่ให้ลูกชายสึกเพราะอยากให้เรียนให้จบก่อน แต่จะพยายามตักเตือนไม่ให้ไปก่อเหตุแบบนี้อีก หลังเกิดเหตุได้ถามลูกชายบอกว่าแค่หยอกล้อกันเท่านั้น   ขณะที่ทางวัดขอให้ยุติเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่อยากให้มีการเผยแพร่ข่าวอีกเพราะทำให้วัดเสื่อมเสีย และได้ลงโทษตัดเบี้ยเลี้ยงการศึกษาของสามเณรคู่กรณี พร้อมระบุว่า หากก่อเหตุขึ้นอีกจะพิจารณาไม่ส่งเสียให้เรียน และอาจจะยุติการรับบวชสามเณร   ผู้สื่อข่าวไปสอบถาม พระครูอดุลธรรมาวัตร เจ้าอาวาสวัดไผ่เงินโชตนาราม  กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เรียกสามเณรที่ก่อเหตุมาสอบถาม แค่เรื่องการทะเลาะเล็กน้อย หยอกล้อเล่นกันจนเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งได้ตักเตือนสามเณรทั้ง 4 รูป และพิจารณาบทลงโทษไม่ถึงขั้นจับสึก ตอนนี้เรื่องจบลงด้วยดี เพราะได้พูดคุยขอโทษด้วยคำพูดและทำความเข้าใจกันแล้ว เมื่อสอบถามว่าต่อจากนี้ทางวัดจะมีมาตรการดูแลสามเณรอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก เจ้าอาวาสไม่ตอบลุกขึ้นแล้วก็เดินเข้ากุฏิไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/HFh2NzmKvgw

 1,006
สังคม-อาชญากรรม
29 มี.ค. 62

แม่สามเณรวัดดัง เปิดคลิปลูกโดนเพื่อนเณรรุมแกล้งจนอยากสึก ไปบอกพระก็โดนด่าซ้ำ

น.ส.เย็น (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี พักอยู่ที่พัทยา ซึ่งเป็นมารดาของสามเณรเอ อายุ 13 ปี เปิดเผยว่า บุตรชายบวชเรียนเป็นสามเณร อยู่วัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านถนนจันทน์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.มานานได้ 2 ปีแล้ว ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ไลน์มาบอกว่าอยากจะขอสึก แต่ไม่ยอมบอกเหตุผล   ต่อมาตนได้ไปเยี่ยมสามเณรลูกชาย สังเกตเห็นความผิดปกติจากที่เคยร่าเริงก็เงียบไม่พูดคุย จึงซักถามจนทราบเรื่องว่าโดนเพื่อนเณรด้วยกันที่วัด 3-4 รูป กลั่นแกล้งต่างๆ นานา ตนจึงคาดคั้นให้เณรลูกชายยอมเล่าให้ฟังว่าไม่อยากบวชต่อเพราะโดนเพื่อนสามเณรแกล้งมาตลอดหลายครั้งหลายหน   พบว่ามีการใช้กำลังตบศีรษะ บ้าง พลักดันดึงกระชากบ้าง อีกคลิปจะเห็นกลุ่มสามเณรรุ่นพี่ 3-4 คนก็พากันทำร้ายอีก คราวนี้นอนๆ อยู่ก็เอาเท้ามาเขี่ยปลุกให้ลุกขึ้น ก่อนช่วยกันใช้ผ้า สายรัดประคตตีไปที่ลำตัว ทราบมาอีกว่าสามเณรลูกชายยังโดนเพื่อนๆ เณรขับไล่ไม่ให้นอนจำวัดในกุฏิด้วย โชคดีที่พระซึ่งเคยดูแลเณรลูกชายทราบเรื่อง จึงพาไปนอนที่กุฏิด้วย   แม่ของสามเณรกล่าวว่า ทีแรกตนก็รู้สึกเฉยๆ คิดว่าสามเณรก็เป็นเหมือนเด็กชายทั่วๆ ไป ชอบหยอกล้อเล่นกันแรงๆ แต่เมื่อตนมีโอกาสเห็นคลิปดังกล่าวแล้วรู้สึกรับไม่ได้ จึงตัดสินใจไปกราบเรียนให้พระผู้ใหญ่ในวัดที่ดูแลสามเณรทราบเรื่อง แต่กลับได้รับคำตำหนิมาว่าทำไมสามเณรเอ ไม่เอาเรื่องนี้มาบอกก่อน ทำไมถึงต้องไปบอกโยมแม่ให้เป็นเรื่องใหญ่   ตนสอบถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเพื่อนสามเณรที่กลั่นแกล้งและรุมทำร้ายสามเณรลูกชาย ก็ไม่มีคำตอบ จึงตัดสินใจคิดว่าจะย้ายสามเณรเอ ไปอยู่วัดอื่นเพื่อความปลอดภัย จะได้ไม่โดนแกล้งอีกต่อไป น้องชายได้ถามเณรกลุ่มนั้นที่แกล้งบอกว่าหมั่นไส้ ส่วนในคลิปที่มีเสียงเกี่ยวกับว่าเงินหาย 300 บาทนั้นตนยังไม่ได้สอบถาม ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ถูกกลั่นแกล้งด้วยหรือเปล่า   ตนจึงตัดสินใจไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้ประสงค์จะดำเนินคดีกับใคร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแนะนำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านการปกครองของสงฆ์ที่รับผิดชอบดูแลกัน ตนจำต้องร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อต้องการให้ทางพระผู้ใหญ่ให้ความสนใจแก้ปัญหาเหล่านี้ จะได้ไม่ไปสร้างเรื่องให้เป็นปัญหากับสามเณรรายอื่นต่อไปอีก ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sWJtPUZ3y_M

 2,454
ปากท้องร้องทุกข์
09 ส.ค. 61

แม่แฉคลิปพระ ผอ.ร.ร.วัดดังเชียงใหม่ ใช้ไม้กวาดฟาดสามเณรฟกช้ำทั่วร่าง

เชียงใหม่-ผู้ปกครองพร้อมด้วยลูกชาย ซึ่งบวชเป็นสามเณร อายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ กรณีถูกตีบริเวณโคนขาจนมีบาดแผลฟกช้ำ ห้อเลือด ซึ่งสาเหตุมาจากถูกลงโทษโดย ผอ.ของโรงเรียนวัดดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่   เนื่องจากลูกชายที่เป็นสามเณรและเพื่อนอีก 5 คน ไม่ทำวัตร จึงถูกทำโทษด้วยการใช้ไม้กวาดฟาดลงโทษคนละ 3 ครั้ง แบบรุนแรงจนกระทั่งมีรอยฟกช้ำ ด้วยความที่ทนเห็นพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้จึงหอบหลักฐานเข้าทำการแจ้งความ   โดยหลังพูดคุยกับทาง ผอ.โรงเรียน ซึ่งปรากฎภายในคลิปแล้ว โดยทางเจ้าตัวก็ยอมรับว่าได้กระทำจริงแต่ไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต เนื่องจากเกรงจะส่งผลเสียต่อทางโรงเรียน ซึ่งทางแม่ได้ชี้แจงว่าถ้าหากลูกชายผิดจริงก็สามารถให้ลงโทษได้ แต่ไม่ใช่การลงโทษในลักษณะเช่นนี้ เพราะถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง   ซึ่งหลังการพูดคุยกันแล้วทาง ผอ.โรงเรียน ก็ขอให้คุยกันภายในก่อน แต่ทางตนรอไม่ได้จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน เผื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก เพราะตนก็อยู่ต่างจังหวัด อีกทั้งพระที่ลงโทษนี้ก็เป็นถึงพระชั้นผู้ใหญ่ เป็นถึง ผอ.โรงเรียน และก่อนหน้าที่จะมาแจ้งความนี้ตนก็ได้คุยกับเจ้าตัวแล้ว แต่ก็ไม่ดำเนินการอะไร   ด้านสามเณรที่ถูกทำโทษ ได้เปิดเผยว่า สาเหตุที่ถูกทำโทษ เนื่องจากตนกับเพื่อนอีก 5 คนไม่ทำวัตร เพราะว่ามีการเช็คชื่อ โดยหลังจากที่ทราบพระ ผอ.ได้เรียกไปพบที่กุฏิช่วงเย็น พร้อมกับเพื่อนทั้ง 5 คน จากนั้นก็ได้ต่อว่าแล้วใช้ไม้กวาดพลาสติกฟาดไปที่สามเณรคนแรกก่อน 3 ครั้ง แต่ปรากฏว่าไม้พลาสติกหักจึงได้เปลี่ยนไปคว้าไม้กวาดที่ด้ามจับทำจากไม้ มาฟาดสามเณรที่เหลือคนละ 3 ครั้ง   ส่วนสาเหตุที่ไม่ไปทำวัดนั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ไปช่วยงานของโรงเรียน ประกอบกับเรียนมาหนัก แล้วเกิดอาการเพลียอยากจะนอนพักจึงไม่ได้ไปทำวัตร เมื่อทาง ผอ.ทราบเรื่องก็ไม่พอใจและได้เรียกพวกตนไปพบและลงมือตีดังกล่าว และทำการยึดโทรศัพท์พวกตนไว้ด้วย เพราะเกรงว่าจะโทรบอกพ่อแม่ผู้ปกครอง แต่แม่ที่เดินทางมาแล้วได้ใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายภาพเหตุการณ์ในวันดังกล่าวไว้ได้   ด้าน ตร.ระบุ ได้พยายามไกล่เกลี่ยแล้วให้ค่อยๆ พูดกันและให้มีการย้ายสามเณรไปอยู่อีกอาคารหนึ่งเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากับ ผอ.โรงเรียน แต่ทางผู้ปกครองสามเณร ยืนยันจะเอาเรื่องถึงที่สุด จึงส่งตัวสามเณร 2 รูปไปตรวจร่างกาย และได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว หากผลแพทย์ออกมาอย่างไรก็ว่ากันไปตามกฎหมายต่อไป ขณะที่ทางเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวได้สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TjyOqxKQ3NY

 4,145

Top