ค้นหา :

ผลการค้นหา "ศัลยแพทย์"

แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ธ.ค. 61

อึ้ง! ซิลิโคนจีนแบ่งชั่งกิโลขายในเน็ต หวั่นคลินิกในไทยซื้อมาใช้ ศัลยแพทย์แนะวิธีดู ต้องสีขาวใส อย.รับรอง

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพซิลิโคนเสริมจมูก จำนวนมากวางเรียงกัน รวมไปถึงมีซิลิโคนเสริมจมูกถูกบรรจุอยู่ในถุงจำนวนมาก พร้อมกับมีข้อความเป็นภาษาจีนเขียนใส่กระดาษ A4 วางอยู่บนถุงดังกล่าว โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า   “วันนี้หาของจะมาลงขาย หาไปหามาเจอนี่ เขาขายเป็นกิโลฯ ซิลิโคนจมูก คางพรีเมี่ยมเมกา เกาหลี พี่จีนมีหมด ขายเป็นกิโลฯ กันเลยจ้า ทุนตกอันละไม่ถึง 100 หมอศัลฯ นี่รวยชิบ สงสัยจมูกตัวเองก็โรงงานนี้มั้ง 5555”   ซึ่งหลังการโพสต์ ชาวเน็ตต่างแห่แชร์ต่อเป็นจำนวนมาก พร้อมพากันวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสังเกตว่า คลินิกเสริมความงามในประเทศไทย อาจนำซิลิโคนจากแหล่งดังกล่าวมาเสริมให้ลูกค้าก็เป็นได้   ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ได้พูดคุยกับคุณลิ้นจี่ ผู้โพสต์ดังกล่าว โดยบอกว่า ตนเข้าไปในเว็บไซต์หนึ่งของจีน เพื่อสั่งซื้อของมาขายทางออนไลน์ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเจอร้านหนึ่งในเว็บไซต์ ขายซิลิโคนเสริมจมูก หลายแบบหลายทรง โดยขายแบบชั่งกิโล ซึ่งดูจากภาพแล้วเหมือนกับหน่อไม้บ้านเรา พอกดเข้าไปดูก็ตกใจกว่าเดิม เพราะพบว่าราคาถูกมาก ขายปลีกเพียงอันละ 20 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีซิลิโคนเสริมคาง ราคา 400 บาท ซิลิโคนแบบก้อนสำหรับนำมาเหลาเอง ราคา 1,000 บาท และมีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ขายด้วย   ซึ่งร้านนี้มีคะแนนความนิยมสูง มีลูกค้าสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ตนรู้สึกกังวล เนื่องจากตนเคยเสริมจมูกและแก้จมูกมาแล้วหลายครั้ง ดูจากภาพแล้วลักษณะเหมือนซิลิโคนที่ตนเคยเสริม จึงนำภาพมาโพสต์เพื่อให้เพื่อนในเฟซบุ๊กดู เนื่องจากมีเพื่อนที่ทำศัลยกรรมเป็นจำนวนมาก ไม่ได้ตั้งใจจะรับมาขายต่อแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากการโพสต์ ก็มีบางคนเข้ามาสอบถามว่าสั่งซื้อที่ไหนอย่างไร แต่ส่วนใหญ่จะวิพากษ์วิจารณ์ว่าคลินิคในไทยอาจจะนำซิลิโคนแบบนี้มาเสริมให้ลูกค้าก็เป็นได้   ด้านนายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน บอกกับทีมข่าวว่า ซิลิโคนมีหลายแบบ ทั้งซิลิโคนแข็ง ซิลิโคนเหลว และซิลิโคนผง ซึ่งปกติจะทำมาจากทราย เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีขายทั่วไปในประเทศไทย จึงไม่แปลกที่จะพบในจีน   ขั้นตอนการทำคือนำซิโคนไปผสมและทำให้เหลว จากนั้นนำมาหล่อเป็นบล็อก ซึ่งเป็นประเภทเดียวกันกับซิลิโคนที่ใช้ในงานก่อสร้าง และคอนแทคเลนส์ มีแหล่งผลิตหลายแห่ง ทั้งยุโรป เกาหลี จีน และไทย   สำหรับซิลิโคนที่ใช้ในการแพทย์ สามารถนำเข้าในตัวคนได้นั้น จะเป็นซิลิโคนเกรดดี มีคุณภาพ ซึ่งก่อนนำมาใช้จะต้องขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข และผ่านการรับรองจาก อย. ก่อน ส่วนซิลิโคนของจีนนั้นไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นเพียงซิลิโคนคุณภาพต่ำ   ปัจจุบันทางแพทยสภา ได้ห้ามใช้ซิลิโคนเหลวในการฉีดจมูก เนื่องจากมีปฏิกิริยาต่อร่างกาย อาจทำให้เป็นเนื้องอกได้ ซึ่งยังพบว่ามีการใช้ในหมอเถื่อนเป็นจำนวนมาก   ที่ผ่านมาเคยแก้จมูกให้ลูกค้ามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นซิลิโคนคุณภาพต่ำ ซึ่งตอนแรกจะไม่มีปัญหา แต่พอนานไปจะพบปัญหาตามมา เช่น จมูกทะลุ ซิลิโคนกรอบและเปื่อย ที่หนักที่สุดเคยพบรายหนึ่งใช้ยางลบแทนซิลิโคน ซึ่งหลังจากถอดออก หมอจะนำมาใส่ไว้ในขวดแก้ว   สำหรับคลินิกในประเทศไทยนั้น คาดว่ามีการใช้ซิลิโคนเกรดต่ำ เนื่องจากต้นทุนต่ำ และภาวะการแข่งขันสูง ซึ่งสังเกตได้จากราคาศัลยกรรมที่ถูกเกินไป มีโอกาสที่จะใช้ซิลิโคนเกรดต่ำเสริมให้กับลูกค้า   วิธีการตรวจสอบซิลิโคนนั้น หากเป็นซิลิโคนเกรดดีจะมีสีขาวหรือสีใส เนื่องจากเป็นซิลิโคนบริสุทธิ์ ส่วนซิลิโคนเกรดต่ำนั้นจะมีการผสมสีเพิ่มเข้าไป จึงจะมีสีเข้มขึ้น เช่น สีเนื้อไปจนถึงสีเทา   สำหรับผู้ที่จะทำศัลยกรรม แนะนำให้ศึกษา เช็คข้อมูลแพทย์ให้ดี ระมัดระวังหมอเถื่อน นอกจากนี้การรับบริการควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อความปลอดภัย ใช้ซิลิโคนที่มีคุณภาพ ไม่เสริมจมูกจนโด่งเกินไป เนื่องจากคนเอเชียเนื้อจมูกบาง หากเสริมโด่งเกินไป อาจเกิดปัญหาจมูกทะลุได้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mR1CCez3CNA

 2,813
สังคม-อาชญากรรม
16 ก.ค. 61

เอเจนซี่โพสต์แจงเงินเยียวยา 'เม จีระนันท์' ปมศัลยกรรมเกาหลี หลังโดนเรียกร้อง 60 ล้าน

จากกรณีเม-จีระนันท์ กิจประสาน อดีตนักร้องสาว บินผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอกที่โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ ด้วยราคา 8 แสนบาท แล้วเกิดอาการเลือดไหลไม่หยุด-หนองทะลัก-ติดเชื้อในกระแสเลือด-โอกาสรอด 10% ทำให้ต้องนอนรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลในไทยนานกว่า 5 เดือน พร้อมเรียกร้องให้เอเจนซี่และโรงพยาบาลรับผิดชอบเงิน 60 ล้าน       ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Russarin Chusinkawiphat ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงโดยระบุว่า   ขอชี้แจงเนื่องจากกรณีข่าวการทำศัลยกรรมที่พาดพิงมาถึงตัวอุ้ม ในเรื่องของคุณเมที่มาทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลเกาหลีเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว   **ในการชี้แจงครั้งนี้ อุ้มจะไม่พูดถึงเรื่องการแพทย์ใดๆ เพราะทางโรงพยาบาลเกาหลีจะออกมาชี้แจงเองนะคะ** ตัวอุ้มเองทำงานในนามบริษัทเกาหลีที่นี่อยู่แล้ว   เริ่มต้นจากคุณเมติดต่อเข้ามาหาอุ้ม ว่าอยากเสริมหน้าอกในช่วงเดือนธันวาคม 2560 คุณเมได้เอ่ยถึงชื่อคุณหมอรี เเละแจ้งว่ามีเพื่อนของคุณเมมาแก้ไขหน้าอกกับคุณหมอและพอใจ คุณเมจึงสนใจอยากทำ   ต่อมาเริ่มต้นด้วยการเข้ารับการปรึกษาครั้งแรกกับคุณหมอเจ้าของโรงพยาบาล ( วันที่ 19 ธันวาคม 2560 ) และคุณเมตัดสินใจเองที่จะเสริมหน้าอกและทำตา โดยไม่ได้มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้นจากอุ้ม และคุณเม ได้จ่ายชำระเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดกับโรงพยาบาลโดยตรง ไม่ได้จ่ายผ่านอุ้ม หลังจากนั้นก็ ได้เข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 21 ธันวาคม 2560   ...ตั้งแต่ทราบว่าเกิดปัญหาเมื่อคุณเมกลับมาประเทศไทย อุ้มมีความเครียดเเละความกังวลอย่างมากที่สุด เพราะคุณเมต้อง admit โรงพยาบาล โดยอุ้มเป็นคนสอบถามคุณแม่ของคุณเมว่าอยากย้ายไปทำการรักษาที่อื่นไหมเเละรพ.เกาหลี จะออกค่าใช้จ่ายการรักษาของคุณเมให้ทั้งหมด   อุ้มติดตามอาการของคุณเมมาโดยตลอดและส่งเรื่องให้ทางโรงพยาบาลเกาหลีทุกครั้ง อุ้มไม่เคยทิ้งขว้าง ถ้าตอบช้าในบางครั้งก็เพราะต้องรอคำตอบกลับจากโรงพยาบาลเช่นกัน โดยทุกคำตอบต้องได้รับการคอนเฟิร์มจากแพทย์เจ้าของเคสจึงจะตอบกลับไปได้ อุ้มพยายามพูดคุยสอบถามอาการของคุณเมผ่านคุณแม่เกือบทุกวัน เเละเเจ้งว่าหากไม่สบายใจตรงไหน อยากเปลี่ยนโรงพยาบาลก็สามารถบอกอุ้มได้เลยอุ้มจะคอยประสานงานให้ เเละยังให้คนไปเยี่ยมอาการ ทั้งที่โรงพยาบาลแรกและโรงพยาบาลที่สองอยู่เสมอ   คุณเมได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆโดยคุณหมอแจ้งว่าปลอดภัยเเล้ว คุณแม่ของคุณเมจึงได้นัดทำการเจรจา โดยในการเจรจานั้นฝ่ายคุณเมได้เรียกร้องค่าเสียหายรวมแล้วคือ จำนวนเงินทั้งหมด 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) และยืนยันว่าต้องได้เงินจำนวนนี้ ซึ่งทางฝ่ายของคุณเม แจ้งว่าเป็นค่าสูญเสียรายได้จากการทำงานและค่าเสียหายในการทำธุรกิจที่ไม่สามารถทำงานได้เป็นเวลานาน รวมถึงค่าเยียวยาจิตใจ   เมื่อมีการเรียกร้องเงินจำนวน 60 ล้านบาท เกิดขึ้น ตัวแทนของโรงพยาบาลเกาหลีจึงต้องกลับไปประชุมหารือก่อนแล้วจะแจ้งกลับในภายหลัง ซึ่งในระหว่างนั้นอุ้มก็ทำการต่อรองเเละขอเจรจากับทางโรงพยาบาลเกาหลีถึง 2 ครั้ง เพื่อขอให้ได้เงินตามที่คุณเมต้องการ     หลังจากนั้นไม่นานโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับไปทางคุณเมว่าไม่สามารถให้ค่าชดเชยได้ครบ 60 ล้านบาท ตามที่ขอมา แต่ขอชดใช้ใน 3 ประการ ดังนี้   1.คืนเงินค่าทำหน้าอก 14,700,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 441,000 บาท (สี่เเสนสี่หมื่นหนึ่งพันบาทถ้วน)   2.จ่ายค่าเสียโอกาสในการทำงาน 40,000,000 วอน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,200,000 บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)   3.จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับคุณเม ทั้ง 2 โรงพยาบาลในไทย จำนวน 1,468,641 บาท (หนึ่งล้านสี่แสนหกหมื่นแปดพันหกร้อยสี่สิบเอ็ดบาทถ้วน) โดยได้ชำระกับโรงพยาบาลนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   หลังจากที่โรงพยาบาลได้แจ้งคุณเมว่าจะจ่ายตาม 3 ข้อข้างต้น ทางคุณเมยืนยันขอเรียกร้อง 60,000,000 บาท (หกสิบล้านบาทถ้วน) ตามจำนวนเดิม โดยไม่ขอลดหย่อนใดๆ ซึ่งอุ้มก็ยังกลับมาขอพบโรงพยาบาลด้วยตัวเองอีกเป็นครั้งที่สามเพื่อช่วยต่อรองให้คุณเมจงได้ แต่ทางโรงพยาบาลเกาหลีก็แจ้งกลับมาว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเกินไป จึงทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้ จนท้ายที่สุดคุณแม่ของคุณเมแจ้งอุ้มว่าจะไม่ขอรับขอเสนอใดๆอีกต่อไป   เมื่อไม่นานมานี้ คุณเมได้ให้ทนายส่งเอกสารเรียกร้องค่าเสียหายต่างๆมายังอุ้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เเละหลังจากนี้ทางอุ้มเอง ก็คงต้องขอให้เป็นเรื่องของทางกฏหมายดำเนินต่อไป   อุ้มทำงานนี้มาหลายปี มีคนมาให้อุ้มดูแลมากมาย ซึ่งเป็นคนที่ทำแล้วพอใจก็แนะนำบอกกันปากต่อปากเป็นส่วนใหญ่ อุ้มได้พยายามตั้งใจทำงานอย่างที่สุดและรับผิดชอบสุดความสามารถของอุ้มเสมอ   สุดท้ายนี้อุ้มก็ได้ชี้แจงความจริงในส่วนของอุ้มแล้ว อยากให้ทุกคนลองฟังอีกมุมหนึ่งเท่านั้น อุ้มเป็นคนไทยและรักประเทศไทยค่ะ ตลอดหลายปีที่อยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยคิดว่าจะไม่ช่วยเหลือคนไทยด้วยกันเลย แต่บางอย่างมันเกินกำลัง อุ้มก็พยายามเต็มที่ ที่สุดแล้ว เพื่อรักษาสิทธิให้สาวๆในทุกกรณี   ขอขอบคุณสำนักข่าวทุกสำนักที่ให้ความสนใจและที่สำคัญที่สุดคือ กำลังใจจากกัลยาณมิตร เเละลูกค้าที่น่ารักทุกท่านที่คอยถามไถ่และให้กำลังใจกันเข้ามาตลอดนะคะ     ด้านนายแพทย์ชลทิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน พูดถึงเชื้อที่นักร้องสาวติดมานั้นเป็นเชื้อสกปรกตามโรงพยาบาลใหญ่ๆที่มีสารพัดโรค ซึ่งปกติจะไม่พบเชื้อนี้โดยเด็ดขาดในโรงพยาบาลศัลยกรรม   ทั้งนี้เมืองไทยถือว่าเป็นศูนย์ศัลยกรรมติดอันดับโลก แต่การที่ต้องบินไปทำไกลถึงเกาหลีถือว่าเป็นอิทธิพลโฆษณามาร์เก็ตติ้ง ซึ่งขณะนี้เมืองไทยยังไม่มีกฎหมายควบคุมเอเจนซี่ ปล่อยให้เอเจนซี่ทำธุรกิจอย่างไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมาทางแพทย์ไทยต้องแก้เคสศัลยกรรมของลูกค้าที่ไปทำจากต่างประเทศเยอะมาก จึงอยากฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมให้ศึกษาหาข้อมูลให้ดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X7P6-q8XKrU

 16,548
ต่างประเทศ
29 พ.ค. 60

สุดเจ๋ง! ศัลยแพทย์ใช้ไขมันจากหลังมาฟื้นฟูใบหน้าให้คนไข้หนุ่ม หลังรักษามะเร็งจนเสียโฉม

สำนักข่าว metro นำเสนอเรื่องราวน่าสนใจของ Lorenz Dries ชายชาวเบลเยียม วัย 29 ปี ผู้ป่วยรอดชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคีเมีย เข้ารับการผ่าตัดตกแต่งใบหน้าโดยใช้ไขมันที่หลังมาสร้างกราม หลังใบหน้าได้รับความเสียหายอย่างหนักถึงขั้นเสียโฉม จากการฉายรังสีและเคมีบำบัดขณะรักษาอาการป่วยเมื่อปี 2012     ชายหนุ่มมีความพยายามจะแก้ไขขากรรไกรด้านขวาให้กลับมาใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุดแต่ก็ล้มเหลว เพราะต้องต่อสู้กับมะเร็งร้ายที่กำเริบเป็นรอบที่2 ในปี 2015 และโชคดีที่ครั้งนี้เขาสามารถรักษาอาการป่วยจนหายขาดได้     โดยล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา เขาได้เข้ารับการศัลยกรรมใบหน้า ซึ่งศัลยแพทย์ได้ดูดไขมันสะสมที่หลังมาฉีดเข้าไปในแก้ม เพื่อเติมเต็มเนื้อบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวผิดรูป ให้กลับมาเป็นปกติมากที่สุด     ขณะที่ชายหนุ่มยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังมีบางคนที่รู้สึกกลัวกับความผิดปกติบนใบหน้าของเขา แต่ก็มีคนอีกมากที่ให้ความเป็นมิตร ดังนั้นเขาจึงไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มารบกวนจิตใจและพยายามใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจหลังสามารถรอดชีวิตจากความตายมาได้ นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้โพสต์คลิปแบ่งบันประสบการณ์ขณะออกเดินทางผ่านทางเว็บไซต์ยูทูปที่ใช้ชื่อว่า BigBoiBenzo อีกด้วย     

 13,138

Top