ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
10 ก.ย. 62

ร้อยโทปัดข่มขืนเด็ก 14 โอดถูกสังคมมองเป็นโรคจิต ซัดฝั่งเด็กบิดเบือนความจริง

กรณีที่มีแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกสาววัย 14 ปี ถูกทหารยศร้อยโท ค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จังหวัดสงขลา ล่อลวงไปข่มขืนนานกว่าครึ่งปี แล้วยังมีการถ่ายคลิปไว้ แม่เข้าแจ้งความเจอข่มขู่ อ้างเส้นใหญ่ ขณะที่ลูกสาวกลายเป็นเด็กเก็บกดและมีอาการซึมเศร้า   โดยแม่ของเด็กหญิงวัย 14 เล่าให้ฟังว่า ทราบเรื่องเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เมื่อคุณครูประจำชั้นโทรมาบอกว่ามีคนขับรถมารับเด็ก แต่เด็กขึ้นรถไปด้วยท่าทางไม่เต็มใจ ซึ่งเจ้าของรถก็คือนายทหารยศร้อยโท ที่บ้านอยู่ใกล้กัน ที่ผ่านมาแม่สงสัยในพฤติกรรมลูกมาตลอด ว่าทำไมดูกลัวนายทหารคนนี้เวลาวิ่งผ่านหน้าบ้านพัก    ด้านลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ถูกกระทำชำเรามาแล้วกว่า 10 ครั้ง โดยครั้งแรกมาหลอกชวนไปกินไก่ทอดยี่ห้อดัง แต่สุดท้ายก็พาไปที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอำเภอจะนะ แล้วก็ข่มขืนถ่ายคลิป หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์ก็จะส่งไลน์หาลูกสาว ถ้าไม่ไปก็ขู่จะเอาคลิปเผยแพร่ในโซเชียล ทำให้ลูกต้องอยู่ในภาวะจำยอม รวมทั้งเล่าให้ฟังว่า เคยลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายทหารหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกกระทำ ทั้งมัดด้วยสายไฟรัดข้อมือ และใช้ผ้าอุดปาก เป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ตนเองจึงพาลูกเข้าแจ้งความที่ สภ.นาทวี   หลังจากนั้น พอทหารยศร้อยโทรู้ว่าแม่แจ้งความ ทหารก็ถือปืนมาข่มขู่และยิงสามี กระสุนเข้าที่ชายโครงและแขนซ้ายแบบถากๆ ส่วนสามีก็ใช้ปืนยิงขู่ลงพื้น 2 นัด ซึ่งต่างฝ่ายต่างแจ้งความ แต่ปรากฎว่าสามีถูกตั้งกรรมการสอบ ถูกสั่งขังวินัย 7 วัน แถมครอบครัวยังถูกให้ย้ายออกจากบ้านพักราชการ ต้องไปเช่าบ้านอยู่   แม่ของผู้เสียหายบอกด้วยว่า ภรรยาของนายทหารพอทราบเรื่อง ได้ส่งข้อความไปถามเพื่อนๆ ของลูกสาว ถามว่าสามีตัวเองทำแบบที่โดนแจ้งความจริงหรือไม่ ทำให้เพื่อนของลูกจากที่ไม่มีใครรู้เรื่อง กลายเป็นรู้เรื่องกันหมด ลูกสาวเกิดความอับอาย ก็คิดสั้นพยายามผูกคอตายไปแล้วครั้งนึง และต่อมาพอรู้ว่าพ่อติดคุกก็พยายามจะคิดสั้นอีกครั้ง ส่วนพ่อก็คิดจะยิงตัวตาย ตอนนี้ก็ต้องไปพบจิตแพทย์ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัว   ก่อนหน้านี้ทหารยศร้อยโทพยายามขอให้ผู้ใหญ่ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย โดยจะจ่ายเงินชดใช้ให้แต่แม่ไม่ขอรับ และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และที่ผ่านมาทราบว่านายทหารรายนี้ไม่ได้ทำกับลูกสาวเป็นคนแรก มีเด็กผู้เสียหายหลายราย แต่ทุกคนรับเงินแล้วยอมความหมด ล่าสุดตอนนี้ทราบว่าในส่วนคดีของลูกสาว ตำรวจตั้ง 2 ข้อหาหนัก คือพรากผู้เยาว์ และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นอกจากนี้ยังข้อหาทำร้ายร่างกาย ถูกนำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันตัวออกมา   ส่วนทางด้านคดีสามี ถูกตั้งข้อหา พยายามฆ่าโดยไต่ตรองไว้ก่อน บุกรุกเคหะสถานยามวิกาล ขณะที่นายทหารคนก่อเหตุ ถูกคดีพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร และข่มขืนกระทำชำเรา และพยายามฆ่า แต่ตนเองสงสัยทำไมนายทหารผู้กระทำ จึงไม่ได้ถูกคุมขัง ขณะที่สามี ถูกขัง 7 วัน และให้ออกจากบ้านภายพักราชการภายใน 7 วัน แต่เมื่อถูกตัดสินโดยผู้บังคับบัญชาแล้ว ก็ต้องยอมรับ   ด้านพล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของ ทหารทั้ง 2 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ ที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 5 อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องทหารยศร้อยโทก่อเหตุข่มขืนเด็กหญิง ทางกรมทหารราบได้ประสานกับตำรวจ สภ.นาทวี เจ้าของคดีมาอย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินคดีไปตามหลักฐาน และตามกฎหมาย ไม่มีการช่วยเหลือใดๆ กับผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งคดีที่ทหารทั้ง 2 นายมีเรื่องยิงกันในค่ายทหาร   ขณะที่ ร้อยโทที่ถูกกล่าวหาระบุว่า ไม่ได้ข่มขืนเด็ก โดยมีพยานและยืนยันได้ ซึ่งได้ให้การกับตำรวจหมดแล้ว โดยมีทนายความให้การช่วยเหลือในเรื่องคดี ผมไม่สามารถให้ข่าวใดๆ ได้ กลัวว่าจะมีผลต่อรูปคดี ตอนนี้ชีวิตตนกลายเป็นจำเลยสังคม หาว่าเป็นคนโรคจิต ทำร้ายเด็กหญิง ใช้สายเคเบิลรัดมือผ้าปิดปาก ซึ่งตนรักเหมือนลูกหลาน   ตนเครียดมากอยากฆ่าตัวตาย แต่มีภรรยาและลูกกำลังน่ารัก ตอนนี้แยกกับภรรยาออกมาอยู่ตัวคนเดียว ทีวีเอารูปภรรยาออกสื่อ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เกี่ยวข้องจนสังคมประณาม ลูกไม่กล้าไปโรงเรียน การที่เป็นข่าวออกสื่อวันนี้ ฝ่ายแม่ของเด็กหญิงออกมาให้ข่าวฝ่ายเดียว จงใจบิดเบือนให้ข่าวเท็จ เนื่องจากสามีกระทำผิดวินัยร้ายแรง ก่อเหตุเมาสุรายิงปืนในค่ายทหารและพยายามฆ่า รวมทั้งพัวพันเรื่องอาวุธปืน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z26dVnYSMt4

 5,381
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

ร้อยโทหื่น ขยี้กามวิปริตมัดมือ-อุดปากถ่ายคลิป นร.หญิงวัย 14 ซ้ำข่มขู่ลั่นเส้นใหญ่ ใครทำอะไรไม่ได้

สงขลา-นางแดง (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าหน้าที่ทหารยศ จ.ส.อ.นายหนึ่ง ในสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่งใน อ.นาทวี จ.สงขลา และเป็นแม่บุญธรรมของ ด.ญ.ฟ้าใส (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งของตัวอำเภอ ได้เดินทางมาร้องเรียนว่า   ลูกสาวถูกนายทหารยศ ร.ท.นายหนึ่งในสังกัดเดียวกัน ล่วงละเมิดทางเพศมานานหลายครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมเรื่อยมา จนเด็กมีท่าทีหวาดกลัวเมื่อเห็นรถยนต์ของนายทหารคนดังกล่าว ขับผ่านหน้าบ้านพักของพ่อแม่เด็กซึ่งอยู่ใกล้กันในค่าย   โดยเมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมา ครูที่โรงเรียนโทรศัพท์มาบอกว่า มีนายทหารขับรถ 4 ประตูมารับลูกสาวที่โรงเรียนในเวลาบ่ายโมงเศษๆ โดยท่าทางลักษณะเด็กไม่อยากไป จึงตรวจสอบรถพบว่าเป็นของนายทหารยศ ร.ท.คนดังกล่าว จึงได้ออกตามหา จนทราบว่า ด.ญ.ฟ้าใสอยู่กับนายทหารยศ ร.ท.จริง และให้มารับตัวลูกสาวที่อู่ช่างวัฒน์ แถววัดนาทวี   จากนั้นเด็กสาวได้เล่าความจริงว่า เคยถูกลวงไปข่มขืนที่บ้านพักในค่ายหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งถูกข่มขืนอย่างทารุณ วิปริต ใช้สายเคเบิ้ลรัดข้อมือเอาผ้าอุดปาก ถ่ายคลิป ถ่ายภาพเปลือย หากวันไหนต้องการมีเพศสัมพันธ์จะส่งไลน์หาลูกสาว พร้อมข่มขู่จะประจานเอารูปไปลงในโซเชียล จนเด็กต้องจำยอม เป็นการกระทำอย่างป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ยังเป็นเด็ก ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตนเองจึงนำลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.นาทวี และพาไปตรวจร่างกายที่ รพ.นาทวี   แต่หลังจากที่ไปแจ้งความ นายทหารหื่นพกปืนมาข่มขู่ที่บ้านพัก ข่มขู่ว่าไปแจ้งความทำไม ทำไมไม่พูดเหมือนที่บอกให้พูด พร้อมตะคอกอีกว่า "กูเส้นใหญ่ พวกมึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก" พร้อมยิงข่มขู่สามีตนที่เป็นทหารยศต่ำกว่า และมีการยิงปืนตอบโต้กัน   จนสามีโดนตั้งกรรมการสอบสวน สั่งขัง 7 วัน ฐานยิงปืนในค่ายทหาร และให้พักราชการจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้น จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาเคยใช้เชือกแขวนคอตัวเอง เพราะคิดว่าเขาคือต้นเหตุ จนต้องไปพบแทพย์ที่โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาทุกสัปดาห์ ส่วนนายทหารหื่นคู่กรณีกลับใช้ชีวิตตามปกติ ยังมาออกกำลังที่ค่ายทหารทุกวัน   ขณะที่ลูกสาวได้รับความอับอาย ต้องออกจากโรงเรียนไปเรียนต่อที่ต่างจังหวัดกับยาย ที่ผ่านมามีนายทหารหลายท่าน บอกให้ยอมความรับค่าเสียหายของนายทหารหื่น ซึ่งยอมจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินสด 500,000 บาท และที่ดินอีก 1 แปลงราคา 800,000 บาท ย้ำด้วยว่าสู้ไปก็เจ็บตัว และพร้อมจะประสานให้โยกตำแหน่งไปที่อื่น จะได้ไม่ต้องเจอกัน   ซึ่งตนเองและสามีจะไม่ขอรับข้อเสนอใดๆ เนื่องจากไม่ต้องการเงิน อยากให้กฎหมายลงโทษคนผิดจิตวิปริต ทั้งที่นายทหารคนนี้มีภรรยาและลูกแล้ว แต่กลับมีพฤติกรรมแบบนี้กับเด็กอีกหลายคน ทั้งในค่ายและนอกค่าย   ด้านผู้บังคับบัญชาค่ายทหารดังกล่าวได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับทราบเรื่องนี้มาโดยตลอด ยืนยันว่าตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่าย โดยนายทหารยศ ร.ท. ได้โทรมาผมที่บ้าน บอกว่าฝ่าย จ.ส.อ.มายิงข่มขู่ที่บ้านพัก กลายเป็นว่ามีเรื่องเพิ่มคดี 1 คดี ทาง ร.ท.มีการแจ้งความกลับเอาผิด จ.ส.อ.เช่นกัน   ตนได้แนะนำให้ผู้เสียหายที่กลัวว่าไม่ได้รับความปลอดภัยให้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน ส่วน ร.ท.คู่กรณีที่ยังทำงานอยู่ในค่ายนั้น เนื่องจากได้เสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อน แต่คำสั่งยังไม่ตกลงมา เจ้าตัวจึงยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในค่าย จนกว่าจะมีคำสั่ง เรื่องทั้งหมดขอให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป   ด้านตำรวจระบุ ตอนนี้อยู่ในระหว่างรอผลพิสูจน์ทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พร้อมตั้งข้อหาไว้ 2 ข้อหาคือ พรากผู้เยาว์ และข้อห้าข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี นำตัวฝากขังที่ศาลทหาร จากนั้นได้ประกันออกมา อย่างไรก็ตามขอไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เนื่องจากเกรงงว่าจะเสียรูปคดี ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/j79eeyfLRjY

 13,418
ข่าวภูมิภาค
09 ก.ย. 62

ควันพิษไฟป่าอินโดฯ ลอยปกคลุมภาคใต้ ค่าฝุ่นจิ๋วสงขลาเริ่มสูงเกินมาตรฐาน

สงขลา-พบหมอกควันไฟป่าจากอินโดนีเซียพัดเข้ามาปกคลุมเมืองสงขลาทั้งในทะเลและในตัวเมืองสงขลา เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนเรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือ เพราะอาจทำให้เรือชนกันได้ เนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำมาก ในขณะเดียวกันในตัวเมืองสงขลาก็ปกคลุมไปด้วยหมอกควันเช่นเดียวกันเต็มทั้งในตัวเมือง   สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของสงขลา หมอกควันได้ปกคลุมทะเลจนบดบังเกาะหนูเกาะแมว เห็นแต่ทะเลขาวโพลนไปหมด บางจุดค่าฝุ่นจิ๋วเริ่มสูงเกินมาตรฐาน เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เตือนประชาชนใส่หน้ากากป้องกัน และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RUWy0QkFYEw

 601
ข่าวภูมิภาค
06 ก.ย. 62

ไซส์ไหนดี?? ปั๊มน้ำมันสงขลาติดป้ายบอกไซส์ที่โถฉี่เล็ก-ใหญ่ ช่อง xxl คนฮิตใช้เยอะสุด

สงขลา-ที่ห้องน้ำชายภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายสนามบินหาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบที่โถปัสสาวะมีการติดไซส์หรือขนาดเอาไว้บนโถปัสสาวะทุกอัน ซึ่งมีตั้งแต่ไซส์ S, M, L, XL,และ XXL เพื่อให้ผู้ที่ไปใช้บริการเลือกได้ตามใจชอบว่าจะปัสสาวะในโถไซส์ขนาดไหน   ซึ่งผู้ที่เข้าไปใช้บริการหากไม่สังเกตให้ดี หรือรีบๆ ก็อาจจะไม่รู้ว่ามีการติดไซส์เอาไว้ และไม่ได้คิดอะไร และเลือกตามความสะดวก แต่หากผู้ที่สังเกตเห็นก็อมยิ้ม และบางคนที่รู้ก็เจาะจงเลือกที่จะเข้าไปปัสสาวะในโถที่ไซส์ใหญ่สุดคือ XXL   จากการสอบถามพนักงานปั๊มน้ำมันถึงเหตุผลในการติดไซส์ที่โถปัสสาวะ ก็ได้รับคำตอบว่าเพื่อความสวยงามและความเป็นระเบียบเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรที่ลึกซึ้งไปกว่านี้ แต่ลูกค้าที่เข้ามาส่วนใหญ่ก็เดินอมยิ้มออกไป เช่น มีฝรั่งบางคนเมื่อเข้ามาใช้บริการก็เจาะลงเลือกที่ไซส์ XXL ทันที พร้อมกับบอกว่า XXL และหัวเราะชอบใจ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xq6drbBXmIw

 1,782
ข่าวภูมิภาค
31 ส.ค. 62

ลุงวัย 68 ปีกลัดมัน ย่องข่มขืนวัวสาววัย 2 ปี ก่อนถูกเจ้าของวัวจับได้

สงขลา - เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีชายสูงอายุกระทำอนาจารกับวัวสาวที่เจ้าของได้นำมาล่ามไว้   ที่เกิดเหตุพบ ลุง อายุ 68 ปี ถูกเจ้าของวัว และชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้ในสภาพที่เปลือยกายล่อนจ้อน โดยลุงบอกว่ายังไม่ได้ลงมือทำอนาจารวัว แต่ยอมรับว่า เคยข่มขืนวัวตัวนี้มาแล้วถึง 2 ครั้ง เพราะทำตามเพื่อนอีกคนที่เคยข่มขืนวัวมาก่อน จึงนึกสนุกอย่างลองทำบ้าง แต่ครั้งนี้ยังทำไม่สำเร็จ เพราะวัวดิ้นและเจ้าของตามมาพบเสียก่อน    ด้านเจ้าของวัวบอกกับตำรวจว่า นำวัวมาเลี้ยงไว้ที่ชายป่าบริเวณนี้เป็นประจำ และก่อนหน้านี้ชาวบ้านมาบอกกับตนว่า มีชายต้องสงสัยแอบมากระทำอนาจารวัวของตนหลายครั้ง วันนี้จึงได้มาแอบซุ่มดู และพบกับ ลุงที่อยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนกำลังพยายามกระทำอนาจารวัวตนอยู่ แต่เมื่อเห็นตนก็ทำทีเหมือนกับว่าเข้ามาเก็บผักเก็บหญ้า และปฏิเสธว่า ไม่ได้ทำแต่อย่างใด จึงได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมาช่วยกันจับกุม    ทั้งนี้ในทางคดีทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือยกายหรือเปิดเผยร่างกาย แต่คดีนี้เป็นเพียงคดีลหุโทษเพียงแค่เปรียบเทียบปรับไป 300 เท่านั้น และได้ปล่อยตัวไป       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/FCsJV5JBjCg

 34,463
สังคม-อาชญากรรม
27 ส.ค. 62

'บิ๊กป้อม' คาด 17 มือปล้นร้านทอง 85 ล้าน หนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน เร่งขอตัวดำเนินคดี

ประวิตร คาด 17 มือปล้นร้านทอง 85 ล้าน  'อ.นาทวี' หนีเข้าประเทศเพื่อนบ้าน รอตรวจสอบรายชื่อ ก่อนขอตัวดำเนินคดี   วันที่ 27 ส.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเหตุปล้นทอง จำนวน 85 ล้านบาท ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า ทาง พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคใต้ ได้แถลงข่าวแล้วว่าประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับความมั่นคงภาคใต้ โดยมีผู้เกี่ยวข้อง 17 คน ส่วนรายละเอียดยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเป็นคนในพื้นที่ อ.นาทวี อย่างไรก็ตามต้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน   เมื่อถามว่า เป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์ปล้นทองเพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน แล้วไปซื้ออาวุธนำไปให้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่รู้ แล้วเขาจะซื้อที่ไหนได้ จะซื้อนอกประเทศไทย หรือจะไปซื้อที่ประมาเลเซียก็ไม่ได้ โดยทางเจ้าหน้าที่คาดว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เพราะทองที่ปล้นได้ก็ไม่รู้จะไปขายที่ไหน ก็ต้องเป็นประเทศเพื่อนบ้าน    ส่วนการประสานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อขอตัวมาดำเนินคดีนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบชื่อผู้ก่อเหตุทั้งหมด ทั้งนี้ทราบว่าร้านทองดังกล่าวถูกปล้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ทราบว่า 2 เหตุการณ์นี้เกี่ยวโยงกันหรือไม่     ข่าวที่เกี่ยวข้อง : - ตร.เชื่อคดีปล้นร้านทอง 85 ล้าน เอี่ยวความมั่นคง ขอเวลา 2 วันรู้ตัวคนร้าย คาดเป็นแก๊งใหญ่ 20 คน - รู้ตัวมือปล้นร้านทอง 85 ล้าน เชื่อกลุ่ม 'เจะอารง บาเฮง' เจ้าของร้านยังสู้ แม้เคยถูกปล้นมาแล้วเมื่อปี 48   

 1,048
ข่าวภูมิภาค
27 ส.ค. 62

รู้ตัวมือปล้นร้านทอง 85 ล้าน เชื่อกลุ่ม 'เจะอารง บาเฮง' เจ้าของร้านยังสู้ แม้เคยถูกปล้นมาแล้วเมื่อปี 48

สงขลา-ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมากวาดทองรูปพรรณน้ำหนัก 3,300 บาท มูลค่ากว่า85 ล้านบาทพร้อมเครื่องเพชรและทองแท่งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคดีนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุซึ่งมีประมาณ 17-20 คนและเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ   ล่าสุด พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภาค9 เปิดถึงความคืบหน้าการสอบสวนว่า ในทางการเจ้าหน้าที่จะเก็บรายละเอียดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเชื่อมโยงกับเหตุที่ร้านทองร้านนี้เคยถูกปล้นเมื่อปี 48 แต่ยังบอกไม่ได้ว่าคนร้ายได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่   ส่วนที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มก่อความไม่สงบเพราะเหตุปล้นในครั้งนี้แผนปทุษกรรมก็เหมือนกันซึ่งครั้งนั้นก็เชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ ขณะนี้พอทราบกลุ่มแล้วว่ากลุ่มไหนรอเพียงหลักฐานที่ลงลึกในรายละเอียดให้มากกว่านี้ก็จะชี้ชัดได้ว่าเป็นใครและใครคนวางแผนเป็นใคร ส่วนเป้าหมายของการปล้นมาจากกลุ่มก่อความไม่สงบต้องการเงินซึ่งก็เคยก่อเหตุวางระเบิดตู้เอทีเอ็มหลายครั้งนั้นไม่แน่แต่ขัดกับแนวทางของกลุ่มก่อความไม่สงบ   ส่วนความคืบหน้าในทางการสอบสวนมีรายงานว่าการสอบพยานแวดล้อมไปแล้ว 11 ปาก และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 6 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น 5 กระบอก   นอกจากนี้ผลการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ที่คนร้ายยิงขู่ชาวบ้านขณะชิงรถจักรยานยนต์หลบหนีในพื้นที่บ้านพอบิดใต้ หมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี หลังนำรถตู้ไปจอดทิ้งไว้พบว่าเคยใช้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ต.ห้วยปลิง อ.เทพา จ.สงขลา เมื่อปี 61 จึงเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเหตุปล้นร้านทองเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างจ.ปัตตานีกับสีอำเภอชายแดนสงขลา   ทั้งนี้ ในแนวทางการสืบสวนเป็นได้สูงว่าการปล้นร้านทองครั้งนี้เป็นฝีมือกลุ่มของ นายเจะอารง เฮง อายุ 39 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่12 ต.นาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในระดับปฏิบัติการรับผิดชอบเคลื่อนไหวในพื้นที่4 อำเภอชายแดนสงขลา โดยเฉพาะนาทวี และเป็นระดับมือยิง มีหมายจับติดตัวของสภ.สะบ้าย้อย 1 หมายจับ รวม 8 ข้อหา เช่น ร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันมีระเบิดไว้ในครอบครอง ร่วมกันทำให้เกิดระเบิด   เหตุผลที่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่กลุ่มของเจะอารง เพราะเหตุปล้นร้านทองในครั้งนี้รูปแบบเหมือนกับการปล้นเต้นรถวังโต้คาร์เซ็นเตอร์ใน อ.นาทวี เมื่อปี 60 ทั้งการปล้นรถมาก่อเหตุ ลักษณะการลงมือที่ทำกันเป็นทีมซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกัน และครั้งนั้นในทางการสืบสวนพบว่า นายเจะอารง มีส่วนเกี่ยวข้องในการร่วมวางแผนด้วย   ส่วนเป้าหมายของการปล้นจะเป็นการสร้างสถานการณ์โดยตรงของกลุ่มก่อความไม่สงบหรือเพียงแค่รับงานมานั้นเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เพราะยังพบข้อพิรุธของคนร้ายหลายอย่างในการปล้นร้านทองครั้งนี้ ส่วนเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซียพร้อมกับทองที่ขโมยไปเพราะแค่ขโมยรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านขับหลบหนีซึ่งน่าจะไปไม่ไกลและพื้นที่เกิดเหตุก็อยู่ใกล้กับชายแดนไทย-มาเลเซีย   ด้าน นายสมัคร อนุจร อายุ 56 ปี เจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า ขณะคนร้ายลงมือก่อเหตุภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ เพราะแม้คนร้ายจะถอดปลั๊กและขโมยกล้องไปแต่ก็เอาไปผิดตัว   โดยร้านทองของตนสาขานี้เมื่อปี 2548 ก็เคยถูกคนร้ายบุกปล้นมาแล้วครั้งหนึ่งและได้ทองไปจำนวนมากเช่นกันและคดียังไม่สิ้นสุด ครั้งนี้สามารถจับกุมคนร้ายได้ 3 คน มอบตัว 1 คนและยังหลบหนีอีก 1 คนและครั้งนั้นมีลูกจ้างในร้านร่วมด้วยและคนร้ายก็มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การปล้นครั้งนี้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบเพราะมากันถึง 14 คนและอาวุธครบมือ และคนธรรมดาทำไม่ได้ และอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมีคนในซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างโดยเฉพาะที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีปล้นครั้งเก่าร่วมด้วย   แต่แม้จะเคยถูกปล้นมาแล้วถึง 2 ครั้งและครั้งนี้คนร้ายได้ทองคำไปเกลี้ยงร้านมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท และทางร้านก็ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ทุกอย่างหมดไม่มีเหลือ แต่ตนก็จะสู้ต่อโดยหลังจากนี้จะเร่งซ่อมแซมร้านที่ถูกคนร้ายทุบกระจกพังหมดและกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีก 1 สัปดาห์ เพราะยังมีลูกค้าที่ไว้ใจ และมีกำลังใจที่จะสู้ต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/St9GkjAF8Ow

 3,585
ข่าวภูมิภาค
26 ส.ค. 62

ตร.เชื่อคดีปล้นร้านทอง 85 ล้าน เอี่ยวความมั่นคง ขอเวลา 2 วันรู้ตัวคนร้าย คาดเป็นแก๊งใหญ่ 20 คน

สงขลา-ความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกปล้นร้านทอง ห้างทองสุธาดา กลางตลาดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งคนร้ายกวาดทองคำไปเกือบเกลี้ยงร้านหนัก 2,400 บาท และเครื่องเพชรทองคำแท่งอีกบางส่วน รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 85 ล้านบาท   พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ได้เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.นาทวีว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทั้งใน จ.สงขลา และ จ.ปัตตานี ได้ดูพื้นที่เกิดเหตุและลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายให้น้ำหนักเชื่อมโยงว่าเกี่ยวกับคดีความมั่นคงถึง 80 เปอร์เซ็น ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องรอผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ถึงจะฟันธงและสรุปได้   เหตุผลที่ให้น้ำหนักเกี่ยวข้องกับความมั่นคง เพราะดูจากพฤติกรรมในการก่อเหตุของคนร้าย เมื่อมองย้อนหลังกลับไป เหมือนกับคดีปล้นเต็นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ ใน อ.นาทวี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2560 คือ มีการปล้นรถมาก่อน แล้วนำมาใช้ก่อเหตุ โดยคนร้ายที่ลงมือปล้นร้านทองจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานมีอย่างน้อย 17-20 คน   มีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำเป็นอย่างดี ทั้งคนที่ทำหน้าที่ปล้นรถ ส่วนหนึ่งก็คุมคนขับรถเอาไว้ กลุ่มหนึ่งก็เอารถมาส่งให้กับทีมปล้นร้านทอง โดยในส่วนของทีมปล้นน่าจะมี 12 คน บางคนแต่งกายเป็นผู้หญิงแฟงตัวเป็นลูกค้ามาเคาะประตูร้านทองเพื่อให้เปิดประตูเพราะต้องเปิดสวิทจากด้านในและดันประตูเอาไว้ จากนั้นคนร้ายที่ถืออาวุธปืนสงครามก็บุกเข้าไปในร้าน   ผบช.ภาค 9 กล่าวถึงกรณีคนร้ายที่สวมชุดคล้ายทหารว่า คนร้ายไม่ได้แต่งกายด้วยชุดทหาร อาจจะมีบางคนที่สวมเสื้อลายพรางและนุ่งกางเกงยีนส์ ไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเหมือนกับที่ไปก่อเหตุสร้างความไม่สงบ   คดีนี้ขอเวลา 2 วันก็น่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับตัวคนร้าย เพราะต้องรอผลการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยาน เนื่องจุดเกิดเหตุมีหลายจุดทั้งจุดที่ปล้นรถที่อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จุดที่คนร้ายนัดรวมตัวรับคนขึ้นรถมาปล้น ซึ่งต้องตรวจทุกจุดอย่างละเอียดโดยเฉพาะรถตู้คันที่ใช้ก่อเหตุซึ่งได้ส่งไปตรวจเก็บลายนิ้วแฝงและร่องรอยของคนร้ายที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10   เส้นทางในการก่อเหตุของคนร้ายพบว่าขับรถมาจากตามเส้นทางแยกดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หลังก่อเหตุเสร็จก็หนีนำรถไปทิ้งไว้ในพื้นที่สวนยางหมู่4 ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี ก่อนที่จะแยกย้ายกันหลบหนี พร้อมทองที่ขโมยไป   พบว่าในคดีนี้นอกจากรถตู้ที่ปล้นมาแล้ว ยังมีรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้จำนวน 3 คัน เป็นรถรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1 กค 1828 ปัตตานี ซึ่งถูกขโมยมาเช่นกันนำมาจอดทิ้งไว้บริเวณเดียวกับที่ทิ้งรถตู้ ซึ่งอาจจะขับมารับคนร้ายแต่รถเกิดเสียจึงทิ้งเอาไว้ ส่วนอีก2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ ทะเบียน 1 กค 1827 ปัตตานี และรถจักรยานยนต์ซูซูกิ ขทอ 640 ปัตตานี ที่คนร้ายจี้เอาไปจากใต้ถุนบ้านพักในพื้นที่ หมู่ 11 ต.นาทวี อ.นาทวี ซึ่งยังไม่พบรถทั้งสองคันแต่ได้แจ้งเตือนให้เป็นรถอันตรายแล้ว   ผบช.ภาค9 ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของรายละเอียดอื่นของคดีทั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีคนในร่วมด้วยหรือไม่หรืออดีตลูกจ้าง เพราะคนร้ายรู้ทุกอย่างภายในร้านเป็นอย่างดี และลงมืออย่างง่ายดาย ในเรื่องนี้ก็ต้องสอบสวนเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยมาสอบสวนทุกคน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/XGISDlteCEg

 1,004
ข่าวภูมิภาค
22 ส.ค. 62

ทลายโรงฆ่าสัตว์เถื่อนในสงขลา ผงะกำลังเชือดหมู สภาพสกปรกสุดๆ

สงขลา-เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงฆ่าสัตว์เถื่อน ใน อ.ควนเนียง ซึ่งมีการต่อเติมโรงเรือนติดกับบ้านพักเป็นโรงฆ่าสัตว์ และขณะเข้าตรวจค้นก็กำลังมีการเชือดหมูและชำแหละกันสดๆร้อนๆ และสภาพภายในสกปรกมาก   พบซากหมูทั้งที่รอการชำแหละอยู่บนเขียง และกองอยู่บนพื้นรวมทั้งซากที่ชำแหละแล้วรวม6 ตัว และเครื่องในหมู หัวหมูที่กองอยู่กับพื้นปนกับเลือดและน้ำซึ่งสกปรกมาก อีกทั้งมีหมูตัวเป็นๆอีก 4 ตัวที่กำลังรอการเชือด รวมทั้งกระทะน้ำร้อนที่กำลังเดือดอยู่บนเตาเพื่อแช่หมู เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดเอาไว้ทั้งหมดพร้อมอุปกรณ์การชำแหละเช่น มีด ขวาน กระทะ เตาแก๊ส   จนท.ได้ควบคุมตัว นางวิไล บางโรย อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและเจ้าของโรงฆ่าสัตว์เถื่อนแห่งนี้ ไปสอบสวนทราบว่าลักลอบเปิดมานานกว่า 6 ปี แต่ไม่มีใบอนุญาต แต่ละวันละเชือดหมูประมาณ 5 ตัว แต่วันนี้มีลูกค้าสั่งเข้ามาเป็นพิเศษถึง10 ตัว ซึ่งหมูที่ชำแหละเสร็จแล้วจะส่งไปขายที่ตลาดในตัวเมืองสงขลา   จึงดำเนินคดีฐานทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ.2559 มาตรา 15 บทกำหนดโทษมาตรา 56 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และมาตรา 31 บทกำหนดโทษมาตรา 60 ปรับรายตัวสุกรตัวละไม่เกิน 20,000 บาท   ส่วนซากหมูเจ้าหน้าที่ได้เอาไปทำลายด้วยการฝังกลบเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับสั่งปิดโรงฆ่าสัตว์เถื่อนแห่งนี้ทันที เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต และสภาพแวดล้อมที่แทบจะไม่ได้มาตรฐานอะไรเลยโดยเฉพาะเรื่องของความสะอาด เสี่ยงที่จะปนเปื้อนเชื้อโรค ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pqUoEdt2pFQ

 1,782
ข่าวภูมิภาค
19 ส.ค. 62

ไล่ยิงรถกระบะบรรทุกหอย ผัวเมียเจ็บ 2 ชนวนเหตุขับรถปาดหน้ากัน

สงขลา-ตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รับแจ้งได้เกิดเหตุยิงกันบนถนนโชคสมานคุณซอย 1 หลังวัดโคกสมานคุณ (พระอารามหลวง) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา   ที่เกิดเหตุพบรถรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแม็คตอนครึ่งสีขาว ซึ่งเป็นรถบรรทุกหอย ที่ท้ายกระบะมีหอยในใส่กระสอบมาเต็มคันรถ และจอดอยู่บนถนนในซอย ที่กระจกด้านคนขับมีรอยกระสุนปืน 1 รู และที่ขอบประตูอีก 1 รู   มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายมนพ กลิ่นผกา อายุ 36 ปี เป็นชาว จ.ระนอง ถูกด้วยอาวุธปืน 11 มม.เข้าที่ข้อขวา 1นัด และ น.ส.อมรรัตน์ นาคนิล อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ถูกยิงเข้าที่ข้างเอวขวา1 นัด หน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคีหาดใหญ่นำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบหัวกระสุนปืน 11 มม.ตกอยู่ 1 หัว ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน     จากการสอบสอบสวนทราบถูกคนร้ายขับรถกระบะสี่ประตูสีดำ ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนไล่ยิง และคาดว่าน่าจะหลบหนีออกไปตามถนนรัตนอุทิศหรือไม่ก็ถนนราษฎร์อุทิศหรือเขต 8 ซึ่งเป็นซอยที่ทะลุกับจุดเกิดเหตุ ซึ่งหลังจากนี้ตำรวจชุดสืบสวนจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะนั่งมาในรถอย่างน้อย 2 คน   ส่วนสาเหตุของการถูกยิง ทราบจากเพื่อนที่มีการโทรศัพท์พูดคุยกันก่อนเกิดเหตุว่า ทั้งสองคนได้ขับรถกระบะมาจาก จ.ระนอง เพื่อมาส่งหอยที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยส่งให้เพื่อนที่ ต.ควนลัง และเข้ามาส่งให้กับลูกค้าอีกเจ้าที่ในเมืองหาดใหญ่ และระหว่างทางได้มีการขับปาดหน้ากับรถกระบะคันหนึ่งและกลายเป็นเรื่องมีการขับรถปาดกันไปมา จึงกลายเป็นเรื่องและถูกรถกระบะคันนี้ตามมาไล่ยิง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Q9kfbtiiaMo

 1,134
ข่าวภูมิภาค
15 ส.ค. 62

เจ้ามือหวยใต้ดินมาเลย์ ขยาดไม่รับเลข 6995 ทะเบียนรถชน 5 ศพที่สงขลา

สงขลา-จากกรณีการเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งยี่ห้อโปรตอน สีดำ หมายเลขทะเบียน WYH 6995 ตีเป็นทะเบียนไทย ภยฌ 6995 ชนคนงานตัดหญ้าเสียชีวิตหมู่ 5 ศพ บาดเจ็บสาหัส 1 คน เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ขณะกำลังนั่งพักเหนื่อยอยู่ริมถนนสายเอเชียพื้นที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา   ปรากฏว่าเลขป้ายทะเบียนรถคันที่ก่อเหตุ นี้ได้มีบรรดาคอหวยในพื้นที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะชายแดนไทยมาเลเซีย ทั้ง อ.สะเดา และอ.หาดใหญ่ ได้นำไปซื้อหวยใต้ดินมาเลเซียงวดประจำวันพุธที่ 14 สิงหาคม กันเป็นจำนวนมาก และเป็นเลขดังของงวดนี้   แต่ปรากฏว่าเจ้ามือหวยมาเลเซียที่อยู่ในประเทศมาเลเซียได้สั่งยกเลิกเลขนี้ แบบกะทันหันในเวลา 17.00 น. ก่อนที่หวยมาเลเซียจะออกในเวลา 18.00 น.หรือ ก่อนหวยออกเพียงแค่ 1 ชั่วโมง โดยผู้ขายหวยมาเลเซียบอกว่า เลขนี้มีคนซื้อเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ นายทุนที่เป็นเจ้ามือหวยในมาเลเซีย จึงสั่งยกเลิกเลขนี้ทันที และคืนเงินให้กับผู้ซื้อ   ทั้งนี้ ผู้สันทัดกรณี ระบุว่า เรื่องแบบนี้นานๆ ครั้งที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวงการหวยมาเลเซีย และคาดว่าน่าจะสะเทือนไปถึงสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยงวดวันที่ 16 สิงหาคมนี้ และบรรดาเจ้ามือหวยใต้ดินด้วยเช่นกัน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/I_-e6iL-z78

 19,316
ข่าวภูมิภาค
09 ส.ค. 62

วงจรปิดมัดลูกชายตัวดี หลอกเอาเงินจากแม่วัย 88 ปี ไป 1.4 ล้านบาท ล่าสุดต่อรองขอคืนแค่ 1 แสน

สงขลา - กรณีเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ยาย อายุ 88 ปี พร้อมกับลูกๆ ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ลูกชายแท้ๆ ที่หลอกให้แม่ถอนจนเกลี้ยงบัญชีจำนวน 1,462,595 บาท ซึ่งเป็นเงินที่แม่ ได้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตของลูกสาว ที่เสียชีวิตจำนวน 3 กรมธรรม์ ซึ่งลูกสาวได้ระบุให้แม่เป็นผู้รับประโยชน์เพียงคนเดียว แต่กลับถูกลูกชาย ถอนออกไปจนเกลี้ยง   ยาย ให้การกับตำรวจว่า ลูกชายซึ่งเป็นนักดนตรีอยู่ที่จ.ภูเก็ต ได้มารับตนที่บ้านที่ต.น้ำน้อย แล้วพาไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งหนึ่งย่านถนนจุติอนุสรณ์ อ.หาดใหญ่ บอกว่าจะโอนเงินมาให้ใช้พร้อมกับให้เซ็นเอกสารหลายใบแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเอกสารอะไร แล้วก็พาไปกินข้าวซึ่งตนก็เป็นคนจ่ายเงินเลี้ยงข้าวลูกชายด้วยแล้วพาไปส่งบ้านและลูกชายอ้างว่าต้องรีบกลับไปเล่นดนตรีที่ภูเก็ต    ลูกชายคนโต ให้การว่า เรื่องนี้เริ่มจากน้องสาวคนสุดท้องซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและ น้องชายเป็นคนไปรับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดที่ ต.น้ำน้อย ต่อมาทางตัวแทนบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งบอกว่าน้องสาวได้ทำประกันชีวิตไว้ 3 กรมธรรม์ รวมเป็นเงิน 1,462,595 ล้านบาท โดยให้แม่รับผลประโยชน์ เมื่อเสร็จงานศพทางตัวแทนประกันได้ขอหลักฐานต่างๆ ของแม่ไป แต่ผ่านมากว่า 5 เดือนเรื่องยังเงียบ จึงโทรไปสอบถามตัวแทนประกันได้รับคำตอบว่าทางบริษัทประกันปฏิเสธการจ่ายสินไหม เนื่องจากผู้ตายมีประวัติรักษามาก่อนการทำประกัน และจะคุยเรื่องนี้กับ น้องชายเพียงคนเดียว และได้โทรไปคุยกับน้องชายก็บอกว่าไม่ต้องโทรไปที่บริษัทประกันอีกเพราะเขาไปจ่าย   ลูกชายคนโต กล่าวว่า ด้วยความสงสัยจึงได้โทรไปสอบถามผ่านคอลเซนเตอร์บริษัทประกันแห่งนี้ก็ได้รับคำตอบว่าบริษัทได้จ่ายสินไหมมาแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมาโดยจ่ายเป็นเช็ค จึงเชื่อว่าเรื่องนี้ น้องชายน่าจะร่วมมือกับตัวแทนประกันชีวิตหลอกลวงให้แม่ไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อเอาเช็คเข้าบัญชีและหลอกให้แม่ถอนเงินออกมาจนหมด เนื่องจากทั้งน้องชายและตัวแทนประกันชีวิตต่างบอกว่ากรณีของน้องสาวทางบริษัทประกันได้ปฏิเสธการจ่ายสินไหมทดแทน จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีกับน้องชายรวมทั้งตัวแทนประกันชีวิตคนนี้   ลูกชายคนโต บอกว่า ญาติพี่น้องไม่มีใครรับได้กับการกระทำของ นายมนตรีน้องชาย เพราะหลอกได้แม้แต่แม่ของตัวเอง และต้องการให้น้องชายนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาคืนแม่ให้หมด และอยากจะตัดพี่ตัดน้องเพราะใจดำเกินไป   ยาย ผู้เป็นแม่บอกว่า ด้วยความเป็นแม่รู้สึกเสียใจมากที่ลูกชายทำแบบนี้ และเรื่องนี้หากไม่ได้เงินคืนก็ให้เอาตัวลูกชายมาดำเนินคดี   ความคืบหน้าล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ได้รวบรวมพยานหลักฐานและเตรียมออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 4 คน ประกอบด้วย ลูกชาย และตัวแทนประกันชีวิตอีก 3 คน ซึ่งพบว่าทั้งหมดน่าจะมีส่วนร่วมในการวางแผนพา ผู้เป็นแม่ ไปเปิดบัญชีเพื่อนำเช็คเงินสดเข้าและถอนออกทันทีจนเกลี้ยงบัญชีกว่า 1 ล้าน 4 แสนบาทซึ่งหลักฐานสำคัญคือภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารแห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่    โดยลูกชาย พร้อมกับตัวแทนบริษัทประกันอีก 3 คน ซึ่งทราบว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ได้พาแม่ เดินทางไปเปิดบัญชีที่ธนาคารแห่งนี้เมื่อวันที่16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ให้แม่ เปิดบัญชีธนาคาร และการถอนเงินสดกว่า 1 ล้าน4 แสนบาทออกมา ซึ่งในภาพแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลยและใช้เวลาดำเนินการอยู่เกือบ 2 ชั่วโมง มีลูกชายและตัวแทนบริษัทประกันจัดการให้เองทั้งหมด เนื่องจากลูกชายบอกแต่เพียงว่าจะพามาเปิดบัญชีให้เพื่อที่จะโอนเงินมาให้ใช้เท่านั้น    โดยหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะรวบรวบหลักฐานโดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้เพื่อยื่นขอหมายจับทั้ง 4 คนในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์    ล่าสุด ร.ต.อ.รัชกฤต ภูวเดชเดชาสิน รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีนี้ ได้เดินทางไปพบกับนางฟื้น เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเคลื่อนไหว และข้อมูลของ ลูกชาย เพื่อประกอบสำนวนคดี    จากการสอบถามผู้เป็นแม่ ยังยืนยันคำเดิมว่า ขอให้ลูกชาย นำเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เอาไปมาคืนให้หมด หรือให้มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคุยความจริงกัน หากไม่เป็นไปตามนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยอะไรกันอีก ถ้ายังมีสำนึกของความเป็นคนอยู่คงไม่ทำแบบนี้ และให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด    และยืนยันว่าในวันที่ ลูกชาย พาไปเปิดบัญชีแทบไม่รู้เรื่องอะไรเขาให้เซ็นอะไร ก็เซ็นไป เพราะ ลูกชายบอกว่า เปิดบัญชี เพื่อโอนเงินมาให้ใช้ และบัญชีธนาคารลูกชายก็เป็นคนเอาไป ตนไม่ได้รู้เห็นอะไรเลย    ด้าน ลูกชายคนโต เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถ้าน้องชาย มาคุยความจริง ก็อาจจะให้อภัยได้ และเท่าที่ทราบหลังเกิดเรื่อง น้องอ้างว่า ตัวเองได้เงินมาแค่ 5 แสน เท่านั้น ส่วนที่เหลือทางบริษัทประกันเป็นคนเอาไปทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอยๆ และหลังเข้าแจ้งความก็แทบติดต่อไม่ได้อีกเลย โทรไปก็ไม่รับ ส่งไลน์ไปเปิดดู แต่ก็ไม่ตอบ มีบ้างบางครั้งที่น้องสาว และหลานอีกคนพอจะติดต่อพูดคุยได้บ้าง    ในขณะที่หลานสาวอีกคนบอกว่า หลังกลายเป็นเรื่องขึ้นมาได้ติดต่อเพื่อให้โอนเงินที่ยังเหลืออยู่กลับมาให้ ยาย และยอมโอนเงินกลับมาให้ 1 แสนบาท โดยให้ไปเปิดบัญชีใหม่ แต่ยายไม่เอา และบอกว่า ต้องเอาเงินมาคืนทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้โอนเงินค่าใช้จ่ายเรื่องการจัดงานศพน้องสาวที่เสียชีวิตมาให้บางส่วนด้วย แต่หลังจากนั้นก็หายไปไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย    ส่วนฝ่ายตัวแทนบริษัทประกันชีวิตนั้น ทางพนักงานสอบสวนได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังผู้จัดการภาคอาวุโสบริษัทประกันแห่งนี้ ซึ่งเป็นชายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดที่มาเปิดบัญชี และถอนเงินในวันเกิดเหตุ ได้ชี้แจงว่า ในวันนั้นเพียงแค่มาช่วยบริการลูกค้าในการเคลมเงินประกันเท่านั้น เพราะตัวแทนประกันชีวิตคนนี้เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ และมาดูว่า ผู้รับเงินตรงกับเอกสารที่ยื่นหรือไม่    ส่วนเงินทั้งลูกชาย และแม่ เป็นคนเปิดบัญชี และถอนเงิน ตนไม่เกี่ยวข้อง เพียงแต่คอยดูอยู่ห่างๆ ว่า มีปัญหาอะไรหรือไม่ และในวันนั้น ลูกชาย ก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจากกรุงเทพฯ มาหาดใหญ่ เพื่อมาช่วยอำนวยความสะดวก    ส่วนประเด็นที่ว่าทำไมต้องติดต่อเรื่องเงินเคลมประกันผ่าน ลูกชาย คนเดียว ไม่ผ่านญาติคนอื่นๆ เนื่องจาก ลูกชายเป็นคนยื่นเอกสารของตัวเอง และของแม่ ในการติดต่อประสานงานขอเคลมเงินประกัน รวมทั้ง ลูกชาย ก็กำชับว่า เรื่องนี้ให้ติดต่อผ่านตัวเองคนเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องที่จะถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ด้วยนั้น ก็พร้อมที่จะไปพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจ้งข้อเท็จจริงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fj9MCyWRjWE

 9,591
ข่าวภูมิภาค
06 ส.ค. 62

เร่งช่วย สุนัขกว่า 20 ตัว สภาพอดอยากถูกขังลืมในบ้าน สลด แทะกินซากเพื่อนที่ตาย

สงขลา-ชมรมคนรักหมาได้มีการโพสต์ภาพสุนัขผอมโซ ซึ่งถูกขังไว้ภายในบ้านพักหลังหนึ่ง ซอย 45 ถนนกาญจนวนิช อ.เมือง จ.สงขลา ในสภาพที่อดอยากอดข้าวอดน้ำ เนื่องจากคนเช่าบ้านหายไปและปล่อยสุนัขกว่าสิบตัว ทิ้งไว้ในจำนวนนี้ตายไป 3 ตัวและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ     จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านทาวเฮ้าส์ 2 ชั้น ที่บริเวณหลังบ้านมีฝูงสุนัขเลี้ยงไว้ประมาณ 20 ตัว โดยใช้พลาสติกสีดำคลุมรั่วเอาไว้ด้านนอกเพื่อไม่ให้ใครเห็น แต่ละตัวอยู่ในสภาพที่ผอมโซมีแค่หนังหุ้มกระถูก น่าสงสารมาก และสภาพที่สุนัขเหล่านี้อยู่ก็สกปรกมาก   จากสภาพคาดว่าน่าจะถูกทิ้งให้อดข้าวอดน้ำมานานหรือถูกเลี้ยงในลักษณะที่อดอยากอาหารไม่เพียงพอ นอกจากนี้ที่หน้าบ้านก็มีสุนัขตัวเล็กๆ อีก 2 ตัวด้วยซึ่งก็อยู่ในสภาพเดียวกัน     ชาวบ้านในละแวกนี้บอกว่า รู้ว่าที่บ้านหลังนี้ได้มีการเลี้ยงสุนัขเอาไว้เพราะได้ยินเสียงร้องตลอด แต่คนเลี้ยงไม่แน่ใจว่าจะเป็นเจ้าของบ้านหรือผู้ที่มาเช่าบ้าน บางครั้งก็จะนำอาหารมาให้แต่บางครั้งก็หายไปนาน ทิ้งสุนัขเหล่านี้เอาไว้ในบ้านเมื่อมีคนผ่านไปมาก็จะส่งเสียงร้องอย่างน่าสงสารด้วยความหิว หากเป็นไปได้ก็ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือองค์กรที่เกี่ยวกับสัตว์มาช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้เพราะอดอยากจนผมโซซึ่งหากปล่อยไว้ก็อาจจะตายได้   ต่อมาปศุสัตว์จังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปตรวจสอบและหาทางช่วยเหลือสุนัขทั้งหมดโดยเร็วที่สุดเนื่องจากอาการบางตัวผมโซเริ่มแย่หนังติดกระดูกจนแทบไม่มีแรงเดิน และที่สลดใจคือระหว่างที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าได้มีสุนัขตายเพิ่มอีก 2 ตัว แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยพวกมันได้ เพราะติดระเบียบข้อกฎหมายฐานบุกรุก และที่ยิ่งสลดกว่านั้นคือสุนัขที่เหลือได้พยายามที่จะไปแทะกินซากสุนัขที่ตายด้วยความหิว เจ้าหน้าที่จึงรีบนำอาหารเม็ดมาให้กินซึ่งทุกตัวต่างแย่งกันกินด้วยความหิวโหยและตะกุยตะกายแย่งกินอย่างน่าเวทนา   จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงพยายามติดต่อผู้ที่เช่าบ้านหลังนี้ซึ่งเป็นผู้ชายและทีแรกก็สามารถติดต่อได้และรับปากว่าจะเดินทางมาที่บ้านหลังนี้เพื่อเปิดประตูให้ โดยบอกว่าอยู่ที่ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ แต่เจ้าหน้าที่ต้องรอเก้อเกือบ 3 ชั่วโมงก็ไม่มาและพยายามติดต่อไปหาก็ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ต้องถอนตัวออกมาก่อนแม้จะพยายามช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้อย่างถึงที่สุดแล้วก็ตาม     ทั้งนี้ทุกฝ่ายยังคงพยายามที่จะทำทุกวิถีทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือสุนัขในบ้านหลังนี้ให้ได้ โดย น.ส.ศิรพันธ์ งามพร้อมวงษ์ ประธานองค์กรจัดสวัสดิภาพสัตว์บ้านหมายิ้ม ได้ใช้มาตรการทางกฏหมายเข้ามาช่วยโดยได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ว่ามีสุนัขถูกขังไว้ในบ้าน เพื่อให้พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องขอหมายค้นเข้าตรวจค้นภายในบ้าน แต่เนื่องจากเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) ยื่นคำร้องไม่ทันจึงยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือสุนัขในบ้านได้   ด้าน พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการสภ.เมืองสงขลา ได้ลงพื้นที่มาตรวจที่เกิดเหตุทันทีหลังจากที่มีการเข้าแจ้งความ และเปิดเผยว่า ในวันนี้ (6 ส.ค.) ตำรวจจะยื่นคำร้องขอหมายค้นเพื่อเข้าไปตรวจค้นภายในบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวเพื่อให้การช่วยเหลือสุนัขที่ถูกขังไว้ในบ้าน   อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งวันบรรยากาศที่บ้านหลังนี้ได้มีกลุ่มผู้รักสุนัขและประชาชนทั่วไป ได้นำอาหารและน้ำมาให้สุนัขกิน ซึ่งทุกตัวต่างแย่งกันกินด้วยความหิวแสดงให้เห็นว่าถูกปล่อยให้อดอาหารมานาน และมีการเตรียมกรงสุนัขไว้พร้อมทันทีที่เข้าไปในบ้านได้ก็จะนำสุนัขไปตรวจร่างกายและวางแผนการช่วยเหลือ ซึ่งอาจจะต้องให้อยู่ที่บ้านหลังนี้ไปก่อนจะกว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้ แต่จะมีการทำความสะอาดคอกเลี้ยงใหม่ทั้งหมด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/vCZbpn5XWHY

 7,255
ข่าวภูมิภาค
03 ส.ค. 62

ไฟไหม้บ้าน 3 หลัง ยายถูกไฟคลอกบาดเจ็บสาหัส เพราะฝ่ากองเพลิง ช่วย 'หมา-แมว' ทั้งหมด 12 ชีวิต

สงขลา - เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ในชุมชนทุ่งรีเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ อ.หาดใหญ่    จุดเกิดเหตุพบบ้านที่ถูกไฟไหม้อยู่ติดกัน 3 หลัง เป็นบ้านไม้มุงด้วยสังกะสี 2 หลังและบ้านปูนสองชั้น1 หลัง เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรงลุกลามไหม้บ้านทั้ง3 หลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองคอหงส์ระดมรถดับเพลิงไปฉีดน้ำดับไฟรวมทั้งหน่วยกู้ชีพมัชฌิมาเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ใช้เวลานานนับชั่วโมงจึงสามารถดับไปได้แต่บ้านถูกทั้ง 3 หลังถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดรวมทั้งทรัพย์สินที่สูญหายไปในกองเพลิง    เหตุการณ์นี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ1 คน คือหญิงชราอายุ 65 ปี ถูกไฟไหม้ บริเวณร่างกายประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสงขลาครินทร์อาการสาหัส เนื่องจากขณะเกิดเหตุได้วิ่งไปช่วยเหลือสุนัข7 ตัวและแมวอีก 5 ตัวที่เลี้ยงไว้ในบ้านจนรอดออกมาได้ทั้งหมด แต่ตัวเองเกือบเอาชีวิตไม่รอด   จากการสอบถาม น.ส.บี ซึ่งเปิดเป็นร้านซักรีด เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนอนหลับอยู่ก็ได้กลิ่นควันไฟเข้ามาในบ้านพร้อมกับกลุ่มควันจึงออกมาดูก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ขึ้น จึงได้รีบไปเรียกยายแหม๊ะ ซึ่งพักอยู่คนเดียวในบ้านที่อยู่ติดกันและพากันวิ่งหนีตายออกมาจากบ้านและแทบไม่ได้หยิบฉวยอะไรติดมือและเห็นไฟลุกไหม้บ้านจนเสียหายไปต่อหน้าต่อตา   ทั้งนี้หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบหาเสียสาเหตุของไฟไหม้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งในขณะที่เทศบาลเมืองคอหงส์จะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบของทางราชการ       รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/YlejWBMrI5s

 3,660
ข่าวภูมิภาค
25 ก.ค. 62

ชาวบ้านขับไล่ เจ้าอาวาสวัดดังสงขลา กกสีกาพม่าคากุฏิ-บริหารวัดไม่โปร่งใส

สงขลา-ชาวบ้านกว่า 500 คน ใน ต.พะวง อ.เมือง รวมตัวกันหน้ากุฎิเจ้าอาวาส เพื่อกดดันและขับไล่ให้ พระมหาเอกชัย ชุติมนุโต เจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย ออกจากวัดโดยทันที หลังชาวบ้านได้สังเกตุเห็นมีผู้หญิงอยู่ในกุฎิพระในยามวิกาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม   อีกทั้งที่ผ่านมาชาวบ้านยังตั้งข้อสงสัยถึงการบริหารเงินวัดที่ไม่โปร่งใสโดยไม่มีคณะกรรมการวัดคอยกำกับดูแลการเบิกจ่ายเงินของวัด อีกทั้งยังมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน ไม่เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าอาวาส ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบ   ซึ่งหลังจากที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้บุกเข้าไปตรวจสอบที่กุฏิเจ้าอาวาส พบว่าภายในกุฏิซึ่งอยู่ด้านหลังวัด พบผู้หญิงสัญชาติพม่า จำนวน 5 คน อยู่ในกุฎิ และพบพระสงฆ์สัญชาติพม่าจำนวน 2 รูป ซึ่งอยู่กุฎิติดกัน หลังจากที่เจ้าหน้าตำรวจตรวจสอบเอกสารพบว่าทั้งหมดได้เข้ามาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถถามถึงสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในวัดนี้ได้เนื่องจากพูดจากันไม่รู้เรื่อง   หลังจากนั้นได้มีชาวบ้านเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ จนเต็มพื้นที่วัด ขณะเดียวกันชาวบ้านอีกกลุ่มได้เข้าไปนำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาสซึ่งนั่งสวดมนต์ อยู่ในศาลาการเปรียญ พร้อมกับตะโกนขับไล่เจ้าอาวาสให้ออกจากวัด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเจ้าอาวาสเข้าไปนั่งในรถเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายจากชาวบ้าน   ต่อมาเจ้าคณะตำบลพะวง พร้อมด้วยตำรวจ ได้เดินทางมาหาข้อยุติในเรื่องดังกล่าว โดยได้นำพระมหาเอกชัย เจ้าอาวาส พร้อมกับผู้หญิงสัญชาติพม่า และพระสงฆ์สัญชาติพม่า อีก 2 รูป ขึ้นรถตำรวจออกจากวัด ทันทีและยอมลาออกจากการเป็นเจ้าอาวาสวัดน้ำกระจาย และจะทำการย้ายวัดไปอยู่ที่วัดอื่น ทำให้ชาวบ้านต่างพอใจและแยกย้ายกับกลับบ้าน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Xtt-u6Pt3T8

 4,185