ค้นหา :

ผลการค้นหา "สงขลา"

ข่าวภูมิภาค
18 ม.ค. 63

บุกจับแหล่งมั่วสุมยาเสพติด เจอลูกเป็นคนขายส่วนพ่อของลูกชายเป็นคนเสพ!

เมื่อวานนี้ (17 ม.ค.) เจ้าหน้าที่อส.ชุดเหยี่ยวดำของอำเภอเทพา จ.สงขลา นำโดย นายสมปอง จันทรักษ์ นายอำเภอเทพา นายสมศักดิ์ ชูศรี ปลัดป้องกันอำเภอเทพา เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายเลขที่ 10/1หมู่4 ต.สะกอม อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งเป็นบ้านเป้าหมายที่ทั้งค้ายาเสพติดและมั่วสุมเสพยาเสพติด   ซึ่งขณะเข้าตรวจค้นพบว่ามีชาย5 คนกำลังนั่งล้อมวงเล่นยากันอยู่กลางบ้านและกำลังเคลิ้มหนีไม่รอดเจ้าหน้าที่จับกุมได้ทั้งหมด โดยมี นายสุริยา ติเอียดย่อ อายุ 32 ปี และนายดลรอหีม ติเอียดย่อ อายุ 52 ปี ซึ่งพ่อลูกกันและเป็นเจ้าของบ้านกำลังนั่งเสพยาบ้าอยู่ด้วยกัน พร้อมยึดของกลางยาเสพติดสารพัดชนิดทั้งยาบ้า จำนวน 1,500 เม็ด เฮโรอีน 4 หลอดบิ๊ก ไอซ์ 5 กรัม และกระสุนปืนลูกซองจำนวนหนึ่ง   จากการสอบสวน นายสุริยา รับว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดทั้งหมดส่วนพ่อเพียงแค่มานั่งร่วมวงเสพยาบ้าด้วยทุกเย็นหลังเลิกงาน ส่วนที่เหลืออีก3คนซึ่งเป็นวัยรุ่นเป็นลูกค้าที่มาซื้อยาและนั่งเล่นยา ซึ่งมีให้บริการครบหมดเกือบทุกประเภทที่ลูกค้าในพื้นที่ต้องการทั้งยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน โดยเฉพาะยาบ้ามีทุกขนาดทุกราคาตามกำลังซื้อของลูกค้าทั้งถุงละ 200 เม็ด 100 เม็ด 50 เม็ด 10 เม็ด 5 เม็น 2 เม็ด และและ1 เม็ด   เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่าในกลุ่มของผู้เสพยาจะรู้กันดีว่าที่บ้านหลังนี้มียาเสพติดเกือบทุกชนิดทุกขนาดทุกราคาทุกกลุ่มให้ซื้อพร้อมบริการอุปกรณ์เสพ และมีสโลแกนที่พูดกันติดปากว่าที่นี่”บริการทุกระดับประทับใจ” และลักลอบค้ายาเสพติดมานานแล้ว   รับชมผ่านยูทูป : https://youtu.be/yUssSqY_gFY

 2,046
ข่าวภูมิภาค
16 ม.ค. 63

บุกจับเอเย่นต์ค้ายาไอซ์คาบ้าน ร่ำไห้สะอื้นกราบแม่สำนึกผิด

สงขลา-ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ หรือชุดตะวัน เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่บ้านคลองแห ม.3 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านที่มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ มิ่งรัตนา อายุ 25 ปี    จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวมถุง 12.60 กรัม เครื่องชั่ง ถุงแบ่ง และหลอดตัก ซึ่งนายภาณุพงศ์ ยอมรับว่าเป็นของตัวเองที่สั่งซื้อมาขาย โดยล็อตนี้สั่งซื้อมา 20 กรัม เป็นเงิน 9,000 บาทและนำมาแบ่งขายเป็นถุง ถุงละ 200-300 บาท   แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นได้มีแม่ของนายภาณุพงศ์ เข้ามาดูลูกชายด้วยความเป็นห่วงและบอกให้ยอมรับสารภาพกับตำรวจให้หมดว่าซ่อนของไว้ที่ไหนบ้าง เพราะรู้ดีว่าลูกชายค้ายาไอซ์ ทำให้ลูกชายถึงกับร่ำไห้สะอื้นและสำนึกผิดต่อหน้าแม่   และด้วยหัวอกแม่ยังพูดกับลูกชายว่าแม่ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายก็เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้วเมื่อออกมาก็บอกว่าจะบวชให้แม่ซึ่งแม่ดีใจมากแต่ก็ทำไม่ได้ จนมาถูกจับครั้งนี้ ซึ่งแม่ก็จะดูแลลูกเมียให้เองไม่ต้องเป็นห่วง โดยทางตำรวจได้ให้นายภาณุพงศ์ ยกมือไหว้ขอขมาพ่อแม่จากความผิดที่ได้ทำลงไป ซึ่งนายภาณุพงศ์ ก็สำนึกผิดร่ำไห้สะอื้น ส่วนพ่อก็บอกว่าให้ตำรวจดำเนินคดีเพราะผิดจริงไม่มีใครช่วยได้   ตำรวจจึงควบคุม นายภาณุพงษ์ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดี 3 ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพสารเสพติดให้โทษประเภทท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ขับรถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jHkA4QHiCoc

 1,696
สังคม
16 ม.ค. 63

บุกจับเอเย่นต์ค้ายาไอซ์คาบ้าน ร่ำไห้สะอื้นกราบแม่สำนึกผิด

สงขลา-ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ หรือชุดตะวัน เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่บ้านคลองแห ม.3 ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านที่มีการลักลอบจำหน่ายยาเสพติด และควบคุมตัวนายภาณุพงศ์ มิ่งรัตนา อายุ 25 ปี    จากการตรวจค้นภายในบ้านพบยาไอซ์ จำนวน 3 ถุง น้ำหนักรวมถุง 12.60 กรัม เครื่องชั่ง ถุงแบ่ง และหลอดตัก ซึ่งนายภาณุพงศ์ ยอมรับว่าเป็นของตัวเองที่สั่งซื้อมาขาย โดยล็อตนี้สั่งซื้อมา 20 กรัม เป็นเงิน 9,000 บาทและนำมาแบ่งขายเป็นถุง ถุงละ 200-300 บาท   แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นได้มีแม่ของนายภาณุพงศ์ เข้ามาดูลูกชายด้วยความเป็นห่วงและบอกให้ยอมรับสารภาพกับตำรวจให้หมดว่าซ่อนของไว้ที่ไหนบ้าง เพราะรู้ดีว่าลูกชายค้ายาไอซ์ ทำให้ลูกชายถึงกับร่ำไห้สะอื้นและสำนึกผิดต่อหน้าแม่   และด้วยหัวอกแม่ยังพูดกับลูกชายว่าแม่ไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายก็เคยถูกจับกุมคดียาเสพติดมาแล้วเมื่อออกมาก็บอกว่าจะบวชให้แม่ซึ่งแม่ดีใจมากแต่ก็ทำไม่ได้ จนมาถูกจับครั้งนี้ ซึ่งแม่ก็จะดูแลลูกเมียให้เองไม่ต้องเป็นห่วง โดยทางตำรวจได้ให้นายภาณุพงศ์ ยกมือไหว้ขอขมาพ่อแม่จากความผิดที่ได้ทำลงไป ซึ่งนายภาณุพงศ์ ก็สำนึกผิดร่ำไห้สะอื้น ส่วนพ่อก็บอกว่าให้ตำรวจดำเนินคดีเพราะผิดจริงไม่มีใครช่วยได้   ตำรวจจึงควบคุม นายภาณุพงษ์ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดี 3 ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เสพสารเสพติดให้โทษประเภทท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ขับรถในขณะมีสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) อยู่ในร่างกายโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/jHkA4QHiCoc

 1,696
ข่าวภูมิภาค
13 ม.ค. 63

หนุ่มเมายาคลั่งหลอนทำร้ายแม่กับลูก อ้างจำไม่ได้เพราะทำศัลยกรรมหน้ามา

สงขลา-ตำรวจสภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเกิดเหตุชายเมายาคลุ้มคลั่ง ทำร้ายลูกสาว ภายในบ้านพัก ซอย9 ถนนรัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่   จากการตรวจสอบพบว่าชายคลุ้มคลั่งรายนี้คือ นายสิทธิชัย แซ่ก่วน อายุ 37 ปี มีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง หวาดระแวงกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันจับตัวอย่างทุลักทุเล เพราะไม่ยอมให้เข้าใกล้และเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น   สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ แต่ก็ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกที่มือ 1 นาย เจ้าหน้าที่ต้องประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหาดใหญ่ มาฉีดยาเพื่อระงับอาการคลั่งก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   แม่ของนายสิทธิชัยบอกว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างปูกระเบื้อง แต่พักหลังตกงาน ไม่มีใครจ้างเนื่องจากติดยาจนเบลอ ปูกระเบื้องผิด จึงทำให้ตกงานและเครียดหนักเพราะกับฤทธิ์ยาบ้าทำให้เกิดอาการหลอนและเพ้อหนัก จำใครไม่ได้แม่แต่ตัวเองและลูก ทุกครั้งที่เห็นหน้าตนก็บอกว่าไม่ใช่แม่หรือเห็นลูกสาว ก็บอกว่าไม่ใช่ลูกและทุบตีทำร้ายลูกสาวหลายครั้ง   พักหลังอาการกำเริบหนักหลังจากพ่อเสียชีวิตและภรรยาทิ้งเพราะติดยา มักมีอาการหูแว่วกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย และจำใครไม่ได้ลูกสาวถูกทุบตีจนนอนไม่หลับมาหลายคืน พยายามพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น   ด้านลูกสาวอายุ 12 ปี บอกว่า พ่อพูดไม่รู้เรื่อง จำตัวเองไม่ได้บอกว่าเป็นตัวปลอม และตบตนเองขว้างโทรศัพท์บ้างซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aqIT4On18k8

 1,124
สังคม
13 ม.ค. 63

หนุ่มเมายาคลั่งหลอนทำร้ายแม่กับลูก อ้างจำไม่ได้เพราะทำศัลยกรรมหน้ามา

สงขลา-ตำรวจสภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งเกิดเหตุชายเมายาคลุ้มคลั่ง ทำร้ายลูกสาว ภายในบ้านพัก ซอย9 ถนนรัตนอุทิศ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่   จากการตรวจสอบพบว่าชายคลุ้มคลั่งรายนี้คือ นายสิทธิชัย แซ่ก่วน อายุ 37 ปี มีอาการพูดจาไม่รู้เรื่อง หวาดระแวงกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันจับตัวอย่างทุลักทุเล เพราะไม่ยอมให้เข้าใกล้และเกิดการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขึ้น   สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ แต่ก็ทำให้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกที่มือ 1 นาย เจ้าหน้าที่ต้องประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหาดใหญ่ มาฉีดยาเพื่อระงับอาการคลั่งก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล   แม่ของนายสิทธิชัยบอกว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างปูกระเบื้อง แต่พักหลังตกงาน ไม่มีใครจ้างเนื่องจากติดยาจนเบลอ ปูกระเบื้องผิด จึงทำให้ตกงานและเครียดหนักเพราะกับฤทธิ์ยาบ้าทำให้เกิดอาการหลอนและเพ้อหนัก จำใครไม่ได้แม่แต่ตัวเองและลูก ทุกครั้งที่เห็นหน้าตนก็บอกว่าไม่ใช่แม่หรือเห็นลูกสาว ก็บอกว่าไม่ใช่ลูกและทุบตีทำร้ายลูกสาวหลายครั้ง   พักหลังอาการกำเริบหนักหลังจากพ่อเสียชีวิตและภรรยาทิ้งเพราะติดยา มักมีอาการหูแว่วกลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย และจำใครไม่ได้ลูกสาวถูกทุบตีจนนอนไม่หลับมาหลายคืน พยายามพาไปรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชแต่อาการก็ไม่ดีขึ้น   ด้านลูกสาวอายุ 12 ปี บอกว่า พ่อพูดไม่รู้เรื่อง จำตัวเองไม่ได้บอกว่าเป็นตัวปลอม และตบตนเองขว้างโทรศัพท์บ้างซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/aqIT4On18k8

 1,124
ข่าวภูมิภาค
08 ม.ค. 63

กระบะเบรคไม่ทัน พุ่งชนท้ายรถสองแถว เจ็บยกคัน 16 คน สลดนักเรียนชายขาขาด

สงขลา-กระบะพุ่งชนท้ายกระบะโดยสารสองแถว ผู้โดยสารบาดเจ็บยกคัน 16 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน   เมื่อวันที่ 7 ม.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาหม่อม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถกระบะสองแถว บนถนนสายเอเชีย พื้นที่หมู่ 4 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ฝั่งขาไป อ.จะนะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก   ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ อีซูซุ สี่ประตู สีบรอนด์ พุ่งชนท้ายรถกระบะโดยสารสองแถว สายหาดใหญ่-สะพานไม้แก่น ทำให้มีผู้โดยสารที่นั่งมาในรถบาดเจ็บยกคันทั้งหมด 16 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการหนักสุด เป็นนักเรียนชายจำนวน 3 คน และนักเรียนหญิง 1 คน ที่ยืนโหนท้ายรถและที่นั่งอยู่ด้านท้าย เนื่องจากถูกรถกระบะพุ่งชนอย่างแรง   หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นนักเรียนชาย ม.5 อายุ 17 ปี ขาขวาขาดตรงน่อง เท้าติดอยู่กับท้ายรถ เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล   จากการสอบถาม หนึ่งในนักเรียนชายที่นั่งมาในรถ บอกว่า ขณะเกิดเหตุรถสองแถวกำลังจะเบรครับผู้โดยสาร ทำให้รถกระบะที่วิ่งตามหลังมาเบรคไม่ทันพุ่งชนท้าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ZH4jUenKsM4

 12,098
แชร์ออฟเดอะเดย์
07 ม.ค. 63

ตร.หาดใหญ่น้อมรับผิด หากเป็นสาเหตุให้คนตาย หลังหนุ่มถูกล็อคล้อ นำออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทัน

สงขลา-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า สมชาย เพชรชุม ได้โพสต์ข้อความเหตุการณ์ที่ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ล็อคล้อขณะนำรถไปจอดในที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพราะรีบไปเช่าเครื่องออกซิเจนจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อนำไปให้แม่ที่ป่วย และพยายามบอกตำรวจจราจรแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักก่อนจึงจะปลดล็อคให้ สุดท้ายก็นำเครื่องออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทันและเสียชีวิตในเวลา 11.25 น. วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงวิจารณ์ตำรวจว่ารักษากฎหมายดี แต่ขาดจริยธรรม   พ.ต.ท.นฤทธิ์ เครือเนตร สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่รอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีปัญหาการจอดรถมาก จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายโดยการบังคับล้อกับรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ถนนอย่างเท่าเทียมกัน   ซึ่งกรณีนี้ตำรวจไม่รู้ว่าข้อมูลที่ประชาชนบอกนั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ถ้ารู้ความจริงว่ามีใครสักคนรอความช่วยเหลืออยู่ ตำรวจไม่ใจดำ และจะจัดรถนำพาไปถึงบ้านผู้ป่วยทันที และหากกรณีนี้เป็นสาเหตุหลักที่ให้ทำผู้ป่วยท่านนี้เสียชีวิต ตนก็กราบขออภัย และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา และออกคำสั่งให้ตำรวจจราจรนายนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตำรวจจราจรทุกนายไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในสังคม เพียงแค่ต้องการจัดระเบียบจราจรให้ดีที่สุดเท่านั้น   พ.ต.ท.นฤทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ยืนยันว่า ตำรวจจราจรไม่หวังผลประโยชน์แอบแฝง และทำไปตามกฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน ส่วนเหตุผลและความจำเป็นนั้น สามารถคุยกันได้ ไม่ได้ต้องการจะปรับ 500 หรือ 1,000 บาท เพราะบางรายก็ปรับแค่ 200 หรือแค่ว่ากล่าวตักเตือนก็มี   ด้านผู้โพสต์ที่อยู่ระหว่างจัดงานศพให้แม่ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ไม่ขอเป็นข่าว โดยบอกแต่เพียงว่า ที่โพสต์เรื่องนี้ลงไป เพราะ อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจให้ฟังเหตุผล และอะลุ่มอล่วยบ้าง แต่ตนก็มีส่วนผิดที่ทำผิดกฎจราจรไปจอดในที่ห้ามจอด และขอจบเรื่องนี้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว หรือเป็นข่าวยืดเยื้อ และไม่ติดใจเอาความใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eVjMw3H7_dU

 53,238
ข่าวโซเชียล
07 ม.ค. 63

ตร.หาดใหญ่น้อมรับผิด หากเป็นสาเหตุให้คนตาย หลังหนุ่มถูกล็อคล้อ นำออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทัน

สงขลา-จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า สมชาย เพชรชุม ได้โพสต์ข้อความเหตุการณ์ที่ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ล็อคล้อขณะนำรถไปจอดในที่จอดรถจักรยานยนต์ข้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพราะรีบไปเช่าเครื่องออกซิเจนจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อนำไปให้แม่ที่ป่วย และพยายามบอกตำรวจจราจรแล้วแต่ก็ไม่ฟัง ต้องให้ไปจ่ายค่าปรับที่โรงพักก่อนจึงจะปลดล็อคให้ สุดท้ายก็นำเครื่องออกซิเจนไปให้แม่ไม่ทันและเสียชีวิตในเวลา 11.25 น. วันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงวิจารณ์ตำรวจว่ารักษากฎหมายดี แต่ขาดจริยธรรม   พ.ต.ท.นฤทธิ์ เครือเนตร สารวัตรจราจร สภ.หาดใหญ่ เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่รอบโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีปัญหาการจอดรถมาก จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายโดยการบังคับล้อกับรถที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ถนนอย่างเท่าเทียมกัน   ซึ่งกรณีนี้ตำรวจไม่รู้ว่าข้อมูลที่ประชาชนบอกนั้นเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ถ้ารู้ความจริงว่ามีใครสักคนรอความช่วยเหลืออยู่ ตำรวจไม่ใจดำ และจะจัดรถนำพาไปถึงบ้านผู้ป่วยทันที และหากกรณีนี้เป็นสาเหตุหลักที่ให้ทำผู้ป่วยท่านนี้เสียชีวิต ตนก็กราบขออภัย และขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา และออกคำสั่งให้ตำรวจจราจรนายนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ตำรวจจราจรทุกนายไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในสังคม เพียงแค่ต้องการจัดระเบียบจราจรให้ดีที่สุดเท่านั้น   พ.ต.ท.นฤทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ยืนยันว่า ตำรวจจราจรไม่หวังผลประโยชน์แอบแฝง และทำไปตามกฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน ส่วนเหตุผลและความจำเป็นนั้น สามารถคุยกันได้ ไม่ได้ต้องการจะปรับ 500 หรือ 1,000 บาท เพราะบางรายก็ปรับแค่ 200 หรือแค่ว่ากล่าวตักเตือนก็มี   ด้านผู้โพสต์ที่อยู่ระหว่างจัดงานศพให้แม่ ได้ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ไม่ขอเป็นข่าว โดยบอกแต่เพียงว่า ที่โพสต์เรื่องนี้ลงไป เพราะ อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับสังคมและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตำรวจให้ฟังเหตุผล และอะลุ่มอล่วยบ้าง แต่ตนก็มีส่วนผิดที่ทำผิดกฎจราจรไปจอดในที่ห้ามจอด และขอจบเรื่องนี้ ไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราว หรือเป็นข่าวยืดเยื้อ และไม่ติดใจเอาความใด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eVjMw3H7_dU

 53,238
ข่าวภูมิภาค
07 ม.ค. 63

ล่าเดือด! เก๋งขับแหกด่าน 20 กม. สุดท้ายจนมุม อ้างต้องหนีเพราะเพิ่งเสพยาบ้ามา

สงขลา-ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สภ.หาดใหญ่ เผยภาพเหตุการณ์การไล่ล่ารถยนต์เก๋งต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ซึ่งมีชาย 2 คน ขับขี่มา หลังจากที่ขับมาพบจุดตรวจ และเลี้ยวกลับรถหนีกะทันหัน ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดสกัดชั่วคราวบนถนนสายบางแฟบ-ลพบุรีราเมศวร์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางสายรองเลี่ยงเมืองหาดใหญ่   จากนั้นทางตำรวจชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ของ สภ.หาดใหญ่ จึงขับติดตามไล่ล่ารถเก๋งคันนี้ ซึ่งพยายามขับหนีไปตามเส้นทางถนนสายท่าท้อน ถ.ลพบุรีราเมศวร์ ย้อนเข้าสู่เส้นทางผ่าเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดเสียงสัญญาณไซเรน และ ไฟกะพริบ เพื่อส่งสัญญาณให้หยุด แต่ก็ไม่ยอมหยุดพยามยามขับปาดซ้ายปาดขวา ย้อนศร รวมทั้งฝ่าไฟแดง และเกือบชนกับชาวบ้านหลายครั้ง   สุดท้ายก็ไม่รอดเจ้าหน้าที่ได้เรียกกำลังเสริมทั้งสายตรวจรถยนต์ และสายตรวจรถจักรยานยนต์มาช่วยไล่ล่า และสกัดจับตามเส้นทางที่หลบหนีจนตามไปทันที่หน้าบ้าน ถ.พลพิชัย-คลองหวะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากขับรถไล่ล่ากันมาเกือบครึ่งชั่วโมงระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร   จับกุมนายอภิชญา แก้วได้ปาน อายุ 26 ปี คนขับ และนายธีรวัฒน์ ดินสละ อายุ 26 ปี ที่นั่งมาด้วยกัน จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวไปตรวจสอบประวัติ แต่ก็ไม่มีหมายจับ แต่จากการตรวจปัสสาวะพบว่า ทั้ง 2 คน มีสารเสพติดในร่างกาย   จากการสอบสวนคนขับ ให้การว่าสาเหตุที่ตนขับรถหนีจุดสกัดเนื่องจากตนกับเพื่อนได้เสพยาบ้ามาเมื่อ 3 วันก่อนและเกิดตกใจ เมื่อขับรถมาพบกันจุดตรวจ   ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายอภิชญา ฐานขับรถไม่คํานึงถึงความปลอดภัยหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น, เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายธีรวัฒน์ ถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mht0ULJ4VfA

 802
สังคม
07 ม.ค. 63

ล่าเดือด! เก๋งขับแหกด่าน 20 กม. สุดท้ายจนมุม อ้างต้องหนีเพราะเพิ่งเสพยาบ้ามา

สงขลา-ตำรวจฝ่ายป้องกันและปราบปราม สภ.หาดใหญ่ เผยภาพเหตุการณ์การไล่ล่ารถยนต์เก๋งต้องสงสัยยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีดำ ซึ่งมีชาย 2 คน ขับขี่มา หลังจากที่ขับมาพบจุดตรวจ และเลี้ยวกลับรถหนีกะทันหัน ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตั้งจุดสกัดชั่วคราวบนถนนสายบางแฟบ-ลพบุรีราเมศวร์ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นเส้นทางสายรองเลี่ยงเมืองหาดใหญ่   จากนั้นทางตำรวจชุดสายตรวจรถจักรยานยนต์ของ สภ.หาดใหญ่ จึงขับติดตามไล่ล่ารถเก๋งคันนี้ ซึ่งพยายามขับหนีไปตามเส้นทางถนนสายท่าท้อน ถ.ลพบุรีราเมศวร์ ย้อนเข้าสู่เส้นทางผ่าเมืองหาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เปิดเสียงสัญญาณไซเรน และ ไฟกะพริบ เพื่อส่งสัญญาณให้หยุด แต่ก็ไม่ยอมหยุดพยามยามขับปาดซ้ายปาดขวา ย้อนศร รวมทั้งฝ่าไฟแดง และเกือบชนกับชาวบ้านหลายครั้ง   สุดท้ายก็ไม่รอดเจ้าหน้าที่ได้เรียกกำลังเสริมทั้งสายตรวจรถยนต์ และสายตรวจรถจักรยานยนต์มาช่วยไล่ล่า และสกัดจับตามเส้นทางที่หลบหนีจนตามไปทันที่หน้าบ้าน ถ.พลพิชัย-คลองหวะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังจากขับรถไล่ล่ากันมาเกือบครึ่งชั่วโมงระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร   จับกุมนายอภิชญา แก้วได้ปาน อายุ 26 ปี คนขับ และนายธีรวัฒน์ ดินสละ อายุ 26 ปี ที่นั่งมาด้วยกัน จากการตรวจค้นภายในรถไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงควบคุมตัวไปตรวจสอบประวัติ แต่ก็ไม่มีหมายจับ แต่จากการตรวจปัสสาวะพบว่า ทั้ง 2 คน มีสารเสพติดในร่างกาย   จากการสอบสวนคนขับ ให้การว่าสาเหตุที่ตนขับรถหนีจุดสกัดเนื่องจากตนกับเพื่อนได้เสพยาบ้ามาเมื่อ 3 วันก่อนและเกิดตกใจ เมื่อขับรถมาพบกันจุดตรวจ   ตำรวจจึงแจ้งข้อหานายอภิชญา ฐานขับรถไม่คํานึงถึงความปลอดภัยหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น, เป็นผู้ขับขี่ยานพาหนะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย ส่วนนายธีรวัฒน์ ถูกแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้าสู่ร่างกายโดยผิดกฎหมาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mht0ULJ4VfA

 802
ข่าวภูมิภาค
06 ม.ค. 63

ตร.สงขลาไล่ล่าเก๋งแหกด่าน ขับหนีไกล 15 กม. ต้องยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บ

สงขลา-ตร.ไล่ล่าเก๋งยี่ห้อเชฟโรแลต REVO สีขาว ขับแหกด่านขับหลบหนี 15 กม. ทำให้หนุ่มวัย 28 ปี คนขับรถถูก จนท.ยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บบริเวณ ลำคอ ขาซ้าย   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสงขลา ตั้งด่านตรวจภายในซอย 69 กาญจนวนิช ต.เขารูปช้าง อ.เมือง สงขลา รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับผ่านมาแต่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้จอดรถเก๋งคันดังกว่าก็เร่งเครื่องแหกด่าน    เจ้าหน้าที่จึงไล่ล่าติดตามมาโดยรถเก๋งได้ขับมุ่งหน้ามาทาง ถ.กาญจนวานิช และขับย้อนศร ก่อนจะขับข้ามถนนมุ่งหน้าห้าแยกน้ำกระจายและเลี้ยวซ้ายตรงแยกน้ำกระจาย มุ่งหน้าไปยังแยกอ่างทอง และเลี้ยวขวาเข้าถนนสงขลา-นาทวี และเลี้ยวขวาซอยข้างวัดอ่างทอง   เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถไล่ติดตาม ต้องอาวุธปืนยิงสกัดจนรถเก๋งคันดังกล่าว กระสุนถูกคนขับได้รับบาดเจ็บและจอดรถบริเวณหน้าบ้านวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ที่ไล่ติดตามสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้และเรียกหน่วยกู้ชีพมานำตัวคนขับที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล รวมระยะทางการติดตามไล่ล่ากว่า 15 กิโลเมตร   หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่มีข้อสังเกตว่าช่องคอนโซลตรงกลาง ที่ติดกับวิทยุถูกถอนออกไป   ด้านแม่ของคนขับรถเก๋งบอกว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างเชื่อมของบริษัทขนส่งน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองสงขลา เกิดเหตุขณะลูกชายขับรถกลับบ้าน ทั้งนี้ตำรวจจะสอบสวนคนขับรถเก๋งอย่างละเอียด ถึงสาเหตุของการขับรถแหกด่าน พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพภายในร่างกายอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BVL7l9LKERY

 1,261
สังคม
06 ม.ค. 63

ตร.สงขลาไล่ล่าเก๋งแหกด่าน ขับหนีไกล 15 กม. ต้องยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บ

สงขลา-ตร.ไล่ล่าเก๋งยี่ห้อเชฟโรแลต REVO สีขาว ขับแหกด่านขับหลบหนี 15 กม. ทำให้หนุ่มวัย 28 ปี คนขับรถถูก จนท.ยิงสกัดจนได้รับบาดเจ็บบริเวณ ลำคอ ขาซ้าย   จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองสงขลา ตั้งด่านตรวจภายในซอย 69 กาญจนวนิช ต.เขารูปช้าง อ.เมือง สงขลา รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับผ่านมาแต่เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกให้จอดรถเก๋งคันดังกว่าก็เร่งเครื่องแหกด่าน    เจ้าหน้าที่จึงไล่ล่าติดตามมาโดยรถเก๋งได้ขับมุ่งหน้ามาทาง ถ.กาญจนวานิช และขับย้อนศร ก่อนจะขับข้ามถนนมุ่งหน้าห้าแยกน้ำกระจายและเลี้ยวซ้ายตรงแยกน้ำกระจาย มุ่งหน้าไปยังแยกอ่างทอง และเลี้ยวขวาเข้าถนนสงขลา-นาทวี และเลี้ยวขวาซอยข้างวัดอ่างทอง   เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถไล่ติดตาม ต้องอาวุธปืนยิงสกัดจนรถเก๋งคันดังกล่าว กระสุนถูกคนขับได้รับบาดเจ็บและจอดรถบริเวณหน้าบ้านวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ที่ไล่ติดตามสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้และเรียกหน่วยกู้ชีพมานำตัวคนขับที่ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล รวมระยะทางการติดตามไล่ล่ากว่า 15 กิโลเมตร   หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรถเก๋งคันดังกล่าวอย่างละเอียด ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่มีข้อสังเกตว่าช่องคอนโซลตรงกลาง ที่ติดกับวิทยุถูกถอนออกไป   ด้านแม่ของคนขับรถเก๋งบอกว่า ลูกชายทำงานเป็นช่างเชื่อมของบริษัทขนส่งน้ำมันแห่งหนึ่งในเมืองสงขลา เกิดเหตุขณะลูกชายขับรถกลับบ้าน ทั้งนี้ตำรวจจะสอบสวนคนขับรถเก๋งอย่างละเอียด ถึงสาเหตุของการขับรถแหกด่าน พร้อมทั้งตรวจหาสารเสพภายในร่างกายอีกด้วย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/BVL7l9LKERY

 1,261
สังคม
05 ม.ค. 63

เก๋งไม่ชำนาญทาง ถูกรถไฟชนสนั่น ลูกน้อยวัย 2 ขวบกระเด็นดับ

เกิดอุบัติเหตุรถไฟขนสินค้าพุ่งชนรถเก๋งครอบครัว ลูกสาววัย 1 ขวบ 10 เดือน ร่างกระเด็นออกนอกรถ เสียชีวิตพร้อมบิดา บาดเจ็บอีก 3 คน    ที่เกิดเหตุเป็นจุดตัดทางรถไฟ บ้านหลบมุม หมู่ 8 ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รถเก๋งโตโยต้า ยาริส กำลังจะขับข้ามทางลักผ่าน ถูกรถไฟขนส่งสินค้าจากปาดังเบซาร์ ชนเข้าอย่างจัง รถเก๋งกระเด็นออกไปไกลราว 30 เมตร ส่งผลให้นายพลนรินทร์ คงมี คนขับ เสียชีวิตคาที่ ส่วนลูกสาววัย 1 ปี 10 เดือน ร่างลอยกระเด็นออกมานอกรถกระแทกพื้นเสียชีวิต ขณะที่ภรรยา และลูกสาวอีกคน รวมถึงน้องสาวของนายพลนรินทร์ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์    ล่าสุดอาการทั้ง 3 คน ปลอดภัยแล้วสอบสวนทราบว่า ครอบครัวนี้ขับรถจากบ้านที่พัทลุง มาเยี่ยมญาติ แต่ไม่ชำนาญเส้นทาง จึงไม่ทันสังเกตรถไฟ    ด้านพนักงานขับรถไฟ ระบุว่า วิ่งมาด้วยความเร็วปกติไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สังเกตเห็นรถเก๋งกำลังจะขับผ่านทางรถไฟโดยไม่ชะลอ พยายามเปิดหวูดเตือน และพยายามเบรกห้ามล้อแต่ไม่ทัน   สำหรับจุดดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ล่าสุด ช่วงกลางเดือน ต.ค. รถไฟชนรถกระบะบาดเจ็บ 3 คน จึงอยากให้มีการทำเครื่องกั้น แต่การรถไฟ บอกว่า ทำไม่ได้ เพราะเป็นทางลักผ่าน        ชมผ่านยูทูปที่นี่ :  https://youtu.be/-TsWeQ0Ql7U

 3,352
ข่าวภูมิภาค
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,913
สังคม
04 ม.ค. 63

มอบตัวแล้ว 2 มือยิง พนง.ร้านกาแฟดับ ฉุนเตือนแฟนสาวเล่นมือถือในเวลางาน อ้างไม่ได้ตั้งใจยิง

สงขลา -  มอบตัวแล้ว 2 ผู้ต้องหายิงหนุ่มร้านกาแฟหาดใหญ่ ทั้งมือปืนและคนขับรถจักรยานยนต์ หลังทนต่อแรงดูถูก เหยียดหยาม และการข่มขู่คุกคามจากผู้ตายไม่ไหว สารภาพแค่อยากเข้าไปคุยดีๆ แต่กลับถูกผู้ตายด่าแม่ใส่ และเปิดฉากต่อยไม่ยั้ง จนต้องชักปืนออกมาและยื้อยุดกันจนปืนลั่นทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งใจที่จะยิง พร้อมขอโทษครอบครัว และอยากเข้าไปกราบขอขมาศพ   กรณีนายสุเมธ หรือ บอล อายุ 25 ปี ชาว จ.สตูล ถูก 2 คนร้ายที่เข้ามาคุยด้วยชักอาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาดออกมายิงใส่ถูกเข้าที่ท้อง 1 นัด และรีบขับรถจักยานยนต์หลบหนีไป ก่อนที่แฟนและเพื่อนอีกคนที่อยู่ภายในบ้านจะออกมา และรีบช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อช่วงประมาณ 22.30 น. วันที่ 1 ม.ค. 63 ที่ผ่านมา และศาล จ.สงขลา ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นมือปืนแล้ว 1 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปแล้วนั้น   ล่าสุดเมื่อช่วงเที่ยงคืนวันที่ 3 ม.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนร้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง 2 คน คือ นายชนะกิจ มหาวงค์ หรือ เฟน อายุ 22 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นมือปืนที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว และ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร อายุ 22 ปี ชาว อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ในคืนเกิดเหตุ แต่ยังไม่ถูกออกหมายจับ ได้ให้ทางญาติช่วยประสานติดต่อขอมอบตัวกับทางตำรวจแล้ว   โดยทางชุดสืบสวนตำรวจ สภ.หาดใหญ่ รวมทั้งชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 4 ตำรวจภูธร ภาค 9 ได้จัดกำลังไปรับมอบตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ที่ในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง และควบตัวกลับมาทำการสอบสวนที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในทันที   ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุยิง นายสุเมธ วัฒนพรหม หนุ่มร้านกาแฟจริง โดย นายชนะกิจ มหาวงค์ มือปืน ให้การว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยาม และข่มขู่กัน โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ในที่ทำงานของแฟนสาวจริง แต่ที่ผ่านมาก็ตนก็พยายามปรับปรุงคุยน้อยลง และหลีกเลี่ยงแล้ว แต่ฝ่ายผู้ตายก็ยังคงท้ายทาย และข่มขู่ อยู่อีก และทุกครั้งที่ตนโทรคุยกับแฟนสาว ก็จะได้ยินเสียงของผู้ตายทั้งตักเตือน ข่มขู่ ด่าทอ เข้ามาในสายทุกครั้ง   จากนั้นตนจึงตัดสินใจบินลงจากที่ทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งตนเดินทางลงมาเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. และทางฝ่ายผู้ตายก็ยังข่มขู่กับแฟนสาวของตนก่อนหน้านั้น 1 วัน ด้วยว่า หากแฟนมึงลงมา กูจะเอาปืนไปดักรอที่หน้าสนามบินเลย รวมทั้งยังพูดกับเพื่อนร่วมงานและคนอื่นด้วยว่า ทำไมตนปากดีจัง ถ้าเจอจะเอาให้นอนโรงบาลที   และในวันเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ม.ค. ตนจึงพยามที่จะเข้าไปเคลียร์กับผู้ตาย เพื่อจบปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะ ทนการข่มขู่คุกคามต่อทั้งตนและแฟนสาวไม่ไหว โดยได้ชวนเพื่อนคือ นายเชาวรินทร์ ดิษฐ์สร ให้ขับรถจักยานยนต์ไปเป็นเพื่อน เนื่องจากตนเองก็ไม่กล้าเข้าไปคนเดียว และเมื่อถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุก็โทรไปหาแฟนสาวของผู้ตาย เพื่อบอกให้ลงมาคุยกัน เนื่องจากผู้ตายไม่มีโทรศัพท์   และทันที่ผู้ตายเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้าน และแฟนสาวยืนรออยู่หน้าประตูนั้น ปรากฏว่า ผู้ตายก็เปิดฉากด่าแม่ใส่ตนในทันที พร้อมกับเดินลงมากระหน่ำหมัดชกใส่ตนทั้งๆที่ยังนั่งคร่อมซ้อนท้ายมอไซค์จนล้มคว่ำลง ซึ่งมีหลักฐานจากรอยแผลที่บริเวณลำคอของตนที่ถูกเล็บของผู้ตายในช่วงที่กำลังเอี้ยวตัวหลบ และเมื่อตนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองเสียเปรียบ จึงชักเอาอาวุธปืนลูกโม่ .32 ซึ่งเพิ่งหาซื้อมาในราคา 20,000 บาท ที่พกมาด้วยออกมา แต่ก็ถูกฉุดกระชากลากดึงกันอยู่ครูหนึ่ง จนปืนเกิดลั่นขึ้น 1 นัด ทั้งๆที่ตนไม่ได้ตั้งใจจะยิงแต่อย่างใด และหลังจากนั้นจึงได้ชวนเพื่อนหลบหนีไป   นายชนะกิจ เผยว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรู้สึกเสียใจ และอยากที่จะขอโทษกับทางครอบครัวของผู้ตายด้วย ซึ่งตนยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะยิงผู้ตายเลย และหากมีโอกาสก็อยากที่จะเข้าไปกราบขอขมาศพด้วย   ทั้งนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาทั้ง 2 คน ในฐานความผิดร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/4NPs1WluFLU

 2,913

Top