ค้นหา :

ผลการค้นหา "30บาทรักษาทุกโรค"

การเมือง
18 ต.ค. 62

นายกฯปัดพูดเอาความดีความชอบ พาดพิงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคบนเวที un

บรรยากาศการอภิปราย พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 วันแรก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ชี้แจงหลังจากนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า การไปพูดในการประชุมสุดยอดผู้นำสหประชาชาติ หรือ UN ไม่ได้พูดเอาความดีความชอบแล้วไปพาดพิงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่พูดถึงโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าซึ่งรัฐบาลชุดนี้ทำต่อมาจากในอดีต ไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดใดที่ทำให้เกิดความเสียหายค้างจ่ายค่าหมอพยาบาลหลายหมื่นล้านบาท   พร้อมย้ำถึงการพัฒนาโครงการโรงพยาบาลสุขภาพประจำตำบล ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วก็พัฒนาไปกว่า 6,500 โรงพยาบาลแล้ว ขณะที่การขึ้นเงินเดือนอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. เดือนละ 10,000 บาทต่อคน ก็เป็นเรื่องที่พยายามพัฒนากันต่อไป   ส่วนเรื่องแพทย์ที่ขาดแคลน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มีการแก้ปัญหาโดยเพิ่มหมอชุมชนกว่า 1,500 ทีม รับผิดชอบประชาชนต่อ 3 หมื่นคน เพื่อพัฒนาการรักษาระบบปฐมภูมิ รวมถึงดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลจะดำเนินการให้มากต่อไปให้ดียิ่งขึ้น   นายศรัณย์ วุฒิศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงการอภิปรายเกี่ยวกับการพัฒนาโรงพยาบาลประจำตำบล ว่า การยกระดับโรงพยาบาลประจำตำบลในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำมาดีแล้ว แต่รัฐบาลในยุคที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควรจะสร้างโรงพยาบาลประจำตำบลให้สมบูรณ์แบบ มีเครื่องมือครบมีเครื่องสแกน MRI ตรวจโรคให้ประชาชนเพื่อจะได้รักษาโรคได้ ส่วนการขึ้นเงินเดือน อสม. เป็นเดือนละ 10,000 บาท ก็จะมีการอภิปรายเกี่ยวกับการหารายได้ให้กับรัฐ เพื่อนำงบประมาณมาใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เพิ่มขึ้นต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/MVvp6Kw0VxQ

 1,726
การเมือง
16 ต.ค. 61

'สรรเสริญ' โต้ 'สุดารัตน์' โพสต์ดราม่า 30 บาทรักษาทุกโรค เชื่อหวังผลการเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความวิจารณ์คณะรัฐมนตรี เรื่อง "อย่าทำให้คนไทยไม่เท่ากันด้วยบัตรคนจน"  หลังมีมติอนุมัติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ หรือ ซูเปอร์บอร์ดสุขภาพ ที่มีสัดส่วนประชาชนแค่ 3 คน จากทั้งหมด 45 คน โดยที่เหลือเป็นข้าราชการและตัวแทนจากบริษัทยาข้ามชาติมาเป็นกรรมการ ทำให้ตั้งคำถามว่าแล้วประชาชนอยู่ตรงไหน?   พร้อมท้วงติงรัฐบาลว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ทำให้คนไทยได้รับสิทธิต่างๆ ที่ไม่เท่ากัน แม้จริงอยู่ที่คนจนได้รับสิทธิ์การรักษาฟรี แต่บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้คนไทยได้รับการรักษาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยไม่แบ่งแยกกัน มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับบัตรคนจนที่ออกมา ทำให้ประเทศไทยย้อนกลับไปเหมือนยุค บัตรอนาถา สำหรับคนจนเมื่อปี 2518   ดังนั้นตนจึงไม่ยอม ถ้าหากจะมีใครหรือรัฐบาลไหนบิดเบือนหลักการของโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และนำไปหาเสียงผิดๆ ว่า บัตรคนจน ทำให้คนจนได้รักษาฟรี   ในเวลาต่อมาพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอบโต้กรณีดังกล่าวว่า รัฐบาลนี้ให้ผู้ถือบัตรคนจนรักษาฟรี เป็นการแบ่งแยกคนรวยคนจน คุณหญิงสุดารัตน์อาจจะไม่ได้ศึกษาจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าอะไรเป็นอะไร โดยมองปัญหาจากความคิดของตัวท่านเองเป็นหลัก เพราะมติ ครม.ที่ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรักษาฟรีนั้น เป็นเพียงการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในกฎหมายให้ครอบคลุมผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการฯ ไม่ได้มีผลต่อสิทธิรับการรักษาที่ฟรีอยู่แล้ว   และเมื่อดูจากเนื้อหาที่คุณหญิงสุดารัตน์เขียนก็น่าจะหวังผลทางการเมือง เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลมากกว่าที่จะเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับสังคม คล้ายกับที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลเคยถูกกล่าวหาว่าจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง   สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำเสมอว่า คนไทยทุกคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบราชการหรือประกันสังคมจะได้รับสิทธินี้ ซึ่งเป็นการรักษาฟรีด้วยคุณภาพที่ดีทัดเทียมกัน ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ แต่หากใครมีกำลังพออยากจะร่วมจ่ายกับภาครัฐก็สามารถทำได้   ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยแบ่งแยกประชาชน มีแต่นักการเมืองบางกลุ่มบางคนที่ชอบใช้วาทกรรมแบ่งแยกคนรวยคนจนให้เกิดความขัดแย้ง พร้อมทั้งย้ำว่า สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้รับการพัฒนาไปมาก ทั้งเรื่องงบประมาณรายหัวที่รัฐสนับสนุน ประเภทของโรคและยาที่เพิ่มขึ้น และอีกหลายเรื่อง จนได้รับการยกย่องชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกและนานาชาติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mqeHCYImi_A

 2,790
เศรษฐกิจ
02 ส.ค. 61

จ่อเสนอให้เอกสิทธิ์บัตรคนจน รักษาฟรี ไม่ต้องจ่าย 30 บาท - คืนเงินภาษี vat

กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบมาตรการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน ให้สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลผ่านโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคได้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแสดงบัตรสวัสดิการกับโรงพยาบาลก็สามารถรับการรับบริการได้ทันที   ส่วนมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียด เบื้องต้นตั้งเป้าหมายว่าจะเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-31 ธ.ค. 2561 คิดเป็นเวลา 3 เดือน ส่วนเพดานการคืนภาษีแวตนั้น ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน คงต้องรอให้การวางระบบไอทีต่าง ๆ เรียบร้อยก่อน   ทั้งนี้ ในหลักการเบื้องต้นนั้น ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการ จะต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ดังนั้น การคืนเงินภาษีแวต จึงจะคิดเป็นจำนวนเท่ากับภาษีแวตที่เสียไปผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือไม่ควรเกิน 7 พันบาทต่อราย เพราะหากการขอคืนภาษีแวตสูงกว่าจำนวนดังกล่าว ก็ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นผู้มีรายได้น้อยแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pKloKz2XsjQ

 2,635
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ม.ค. 61

คลิปเดือดหมอ vs คนไข้วางมวยกลางคลินิก ฝ่ายคนไข้เผยโดนไล่ไปรักษาที่อื่น เหตุแค่ถามอาการลูก

ผู้ใช้ facebook รายหนึ่ง โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างคนไข้ กับ นายแพทย์คนหนึ่งในคลินิก โดยคลิปเป็นฝ่ายสามีภรรยาที่พาลูกมารักษา เป็นผู้ถ่ายเอาไว้ ตอนที่กำลังมีปากเสียงกับหมอจับใจความได้ว่า ฝ่ายสามีภรรยาถามอาการของลูกตน แต่แพทย์กลับบอกว่า หากไปถามคนอื่นมา แล้วเชื่อคนอื่น ก็ให้ไปรักษาที่อื่น ไม่ต้องมารักษาที่นี่  สามีภรรยาไม่พอใจที่แพทย์ใช้คำพูดไม่เหมาะสม จึงเกิดการปะทะคารม จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกันตามที่ปรากฎในคลิป   ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ สามี-ภรรยา ผู้ถ่ายคลิปดังกล่าว โดยฝ่ายภรรยาเปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตนพาลูกไปหาหมอที่คลินิกที่เกิดเหตุ ย่านสะพานสูง เนื่องจากลูกชายวัย 3 ขวบ มีผื่นแดงขึ้นที่แก้มทั้งสองข้าง  ที่ตัดสินใจไปที่คลินิกแห่งนี้เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน และเห็นว่าลูกไม่ได้เจ็บป่วยรุนแรง จึงไปใช้สิทธิ 30 บาท (ประกันสุขภาพถ้วนหน้า)  โดยตอนที่พาลูกเข้าไปตรวจ สามีนั่งรออยู่นอกห้องตรวจ   ตอนที่เข้าไปตรวจ ก็เล่าอาการให้หมอฟังว่าลูกมีผื่นขึ้น ตนหาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต สงสัยว่าจะเป็นกลากน้ำนม จึงถามหมอว่า ใช่กลากน้ำนมหรือไม่  ตอนนั้นหมอไม่ได้มองผื่นที่หน้าลูกแม้แต่นิดเดียว กลับหันมาตะคอกใส่ตนว่า “ถ้าถามคนอื่นมาแล้วเชื่อคนอื่น ก็ไปรักษาที่อื่น ไม่ต้องมารักษาที่นี่  ไป !!”   ตอนนั้นตกใจที่หมอพูดแบบนี้ออกมา แต่ก็ยอมออกมาจากห้องโดยไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่หมอยังตามออกมานอกห้อง พูดอีกว่า “นี่มันสิทธิ 30 บาท ถ้าจะรักษาตามอำเภอใจ ให้ไปรักษาที่อื่น”  สามีซึ่งรออยู่ข้างนอกได้ยินเข้า จึงเข้ามาถามว่าทำไมต้องพูดแบบนี้ จนลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์ในคลิป   ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้ เมื่อหลายเดือนก่อน ตนเคยพาลูกไปรักษาไข้หวัดที่คลินิกนี้ กับหมอคนนี้มาแล้ว ตอนนั้นหมอหยิบเครื่องมือตรวจลำคอขึ้นมา แต่ไม่ได้บอกให้ลูกของตนอ้าปาก และไม่ได้บอกอะไรกับตน พอเห็นว่าเด็กไม่อ้าปาก ก็ด่าตนอย่างหยาบคายว่า “ถ้าผู้ปกครองเข้ามายืนทื่อแบบนี้ จะเข้ามาทำ..(คำหยาบ)..อะไร”  ตอนนั้นตนเข้าใจว่าหมออาจจะเหนื่อย จึงแสดงอารมณ์ออกมา ไม่ได้ติดใจอะไร แต่พอมาเจอเหตุการณ์ซ้ำสองอีก ยอมรับว่าทนไม่ไหวจริงๆ   หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ พยาบาลที่คลินิกก็เข้ามาขอโทษ และบอกกับตนว่า หมอรายนี้มีพฤติกรรมแบบนี้ประจำ และมีกรณีพิพาทกับคนไข้ในลักษณะนี้หลายครั้งแล้ว   ด้านสามี ซึ่งลงไม้ลงมือกับหมอในคลิป เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยอมรับผิดที่ใช้อารมณ์รุนแรง ยืนยันว่ายังไม่ได้ต่อยหมอ แค่กระชากเสื้อแล้วเกิดการชุลมุนเท่านั้น  ในมุมของตนมองว่า ไม่ว่าใครมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็คงควบคุมอารมณ์ไม่ไหว ตอนแรกตนพยายามบอกหมอให้ออกไปคุยกันนอกคลินิก เพราะเกรงใจคนไข้คนอื่นๆที่นั่งรออยู่ แต่หมอไม่ยอมออก  และหมอยังบอกว่าตัวเองมีคลิปเหตุการณ์ทั้งหมด  ตนก็อยากให้หมอเอาคลิปที่ว่าออกมาเผยแพร่ เพื่อให้สังคมได้ฟังความทั้งสองข้าง และตัดสินกันไปเลยว่าใครถูกใครผิด อย่าฟังจากตนแค่ฝ่ายเดียว หรือไปถามจากคนไข้รายอื่นๆที่เคยมารักษากับหมอคนนี้ก็ได้ ว่าเคยเจอเหตุการณ์อะไรมาบ้าง   หลังเกิดเหตุ ฝ่ายหมอบอกว่าจะแจ้งความ ดำเนินคดีกับตน ซึ่งฝ่ายตนก็พร้อม อยากให้เรื่องดังกล่าวไปตัดสินกันด้วยกระบวนการยุติธรรม   ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังนายแพทย์คู่กรณี ทั้งทาง facebook และทางโทรศัพท์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้ เบื้องต้นทราบว่า นายแพทย์ได้ไปแจ้งความเอาผิด สองสามีภรรยาไว้แล้ว ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/H5OXLbIB710

 45,152
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ค. 60

พม.จ.ชุมพร เตรียมลงเยี่ยมบ้าน ด.ญ.วัย 13 ปี บังคับเพื่อนกราบเท้า เผยรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ยันต้องซ่อมพฤติกรรม

            จากกรณี ด.ญ.เอ (นามสมมติ) วัย 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ถูก ด.ญ.เฟรช (นามสมมติ) อายุ 13 ปี บุตรสาวของอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียนอนุบาลด้วยกัน บังคับให้ก้มกราบแทบเท้า จากนั้น ด.ญ.เฟรชได้ทำร้ายร่างกาย ด.ญ.เอด้วยการทุบตี เตะถีบ อีกทั้งใช้เล็บข่วนตามลำตัว ก่อนจับถอดเสื้อยืดและเสื้อยกทรง โดยให้เพื่อนถ่ายคลิปโพสต์ขึ้น Facebook จนมีการส่งต่อคลิปดังกล่าวทางสังคมออนไลน์กันตั้งแต่วันที่ 9-10 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นผู้ปกครองของ ด.ญ.เอผู้เสียหายได้พาบุตรสาวเข้าแจ้งความที่ สภ.ท่าแซะ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้                ล่าสุด น.ส.วัลภา แก้วสวี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร (พม.จ.ชุมพร) เปิดเผยว่า เด็กหญิงเฟรช (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี ผู้ก่อเหตุ พร้อมด้วย เพื่อนชาย อีก 2 คน ได้เข้ามอบตัว โดยได้ดำเนินการตามป.วิอาญา พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ที่ศาลคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชุมพร โดยได้รับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหาคือ 1.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายทางร่างกายและจิตใจ 2.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยที่เด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และ 3.นำภาพลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์               เบื้องต้น ทั้งหมดให้การรับสารภาพ ก่อนจะได้รับการประกันตัวไป จากนี้ ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชุมพร จะได้จัดทีมลงเยี่ยมบ้านเพื่อพบปะพูดคุย ทั้งตัวเด็กและผู้ปกครอง อีกครั้งหนึ่ง               นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่ามีความห่วงใย ในเรื่องดังกล่าว เพราะเกี่ยวข้องกับสถาบันครอบครัว จึงได้กำชับให้ พม.จ.ชุมพร เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานให้ทราบโดยตลอด เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว จึงจำเป็นต้องมีการคุ้มครองเยียวยาเด็กที่ถูกกระทำทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ส่วนเด็กที่กระทำผิดก็ต้องมีการซ่อมพฤติกรรม รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็จะต้องมีส่วนในการรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่าง นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงไปเยี่ยมบ้าน ทั้งผู้เสียหายและผู้ก่อเหตุ อีกครั้งหนึ่ง      ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 67,997
สังคม-อาชญากรรม
13 มิ.ย. 60

กรรมการยกร่าง กม.บัตรทอง ยันไม่ปรับแก้กระทบสิทธิ ปชช.

คณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้แถลงรายละเอียด ร่างพ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างถูกต้อง โดยย้ำว่าไม่มีการปรับแก้ที่ไปกระทบต่อสิทธิการรับบริการของประชาชนแม้แต่น้อย ไม่มีการยุบบัตรทอง ไม่มีการยุบสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ   ส่วนการประชาพิจารณ์ที่ผ่านมา 2 เวที คือ ภาคเหนือและภาคใต้นั้น แม้จะมีการวอล์กเอาท์ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า ถือเป็นการแสดงออกรูปแบบหนึ่งของภาคประชาชน  ซึ่งคณะอนุกรรมการดำเนินงานประชาพิจารณ์ฯ ได้นำความคิดเห็นจากทั้งในที่ประชุมและนอกห้องประชุมบันทึกไว้ทั้งหมด ทั้งนี้ไม่กังวลว่าจะมีการวอล์กเอาท์ในอีก 2 เวทีที่เหลือ เพราะไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่เป็นการแสดงออกในระบบประชาธิปไตย   ทั้งนี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็น แบ่งออกเป็น   1. แสดงความคิดเห็นผ่านออนไลน์ในเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข และสปสช. ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 19 มิถุนายนนี้    2.เวทีประชาพิจารณ์ 4 ภาค ซึ่งการรวบรวมความคิดเห็นนั้น จะไม่มีการแบ่งว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย หรือส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่จะเป็นการรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมด แบ่งเป็นหมวดหมู่ว่า เห็นต่าง เห็นด้วย และความคิดเห็นเพิ่มเติม   และ3.เวทีปรึกษาสาธารณะ เป็นการระดมความเห็นหาทางออกร่วมกัน โดยจะหยิบประเด็นที่ถูกให้ความเห็นมากๆ มาพูด เช่น การร่วมจ่าย ซึ่งมีการพูดถึงว่าหากงบประมาณไม่พอจะทำอย่างไร จะทำยังไงให้ระบบยั้งยืน ขณะที่ภาคประชาชนกังวลว่าหากร่วมจ่ายจะเป็นอุปสรรคต่อการรับบริการหรือไม่ ซึ่งตรงนี้จะหาทางออกร่วมกัน โดยเวทีปรึกษาสาธารณะจะมีขึ้น วันที่ 20-21  มิถุนายน เพื่อรวบรวมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/JlT-Zq9LrVE  

 10,068
การเมือง
02 พ.ค. 60

นายกฯปราศรัยวันแรงงาน ยันไม่ยกเลิกโครงการ 30 บาท

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวคำปราศรัยเนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2560 ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยว่า   เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศทุกท่าน ซึ่งแรงงานถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและบริการให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศ   พร้อมยืนยันว่ายังไม่เคยบอกว่าจะลดโครงการอะไร มีแต่จะเพิ่ม ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล โต้กระแสว่าจะยกเลิกโครงการ 30 บาท โดยระบุ "ยกเลิกได้ยังไง ไปบอกพ่อแม่พี่น้อง ไอ้คนที่ไปพูด จับตบปากสักที ไม่มีหรอกครับ เรากำลังปฎิรูประบบสาธารณูปโภค ระบบสาธารณสุขให้ดีขึ้น"   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/mmRv8XV2W08

 25,212

Top