ค้นหา :

ผลการค้นหา "เตะ"

ต่างประเทศ
30 เม.ย. 61

ชาวเน็ตเสียงแตก! หนุ่มจีนทุ่มเด็ก 7 ขวบลงพื้นกระทืบซ้ำกลางรถเมล์ ฉุนโดนเด็กยกเท้าเตะก่อน

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตกใจที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ขณะผู้โดยสารหนุ่มฟิวส์ขาดจับเด็กชายวัย 7 ปี ทุ่มลงกับพื้นและใช้เท้ากระทืบซ้ำบนรถเมล์ หลังโมโหที่ถูกเด็กก่อกวน     รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์น่าตกใจเกิดขึ้นบนรถเมล์สายหนึ่งในมณฑลเสฉวน โดยชนวนเหตุเริ่มมาจากเด็กชายยื่นเท้าไปเตะมือชายหนุ่มวัย 21 ปี ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหลายครั้ง จนในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้จับตัวเด็กฟาดลงกับพื้นและใช้เท้ากระทืบที่ศีรษะอย่างแรง 3 ครั้ง ก่อนที่ผู้โดยสารคนอื่นจะเข้ามาห้ามปราม     ภายหลังเกิดเรื่องแม่เด็กถูกโทรเรียกให้มาพาตัวลูกชายไปส่งโรงพยาบาล เคราะห์ดีที่ผลซีทีสแกนพบว่าสมองไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใด ขณะที่ชายหนุ่มถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 15 วันและปรับเงินอีกจำนวนหนึ่ง     โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นำมาสู่การถกเถียงอย่างดุเดือดในโซเชียลมีเดีย มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการกระทำของชายหนุ่ม เนื่องจากมองว่าเป็นการดัดนิสัยเด็กดื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอยากทำแต่ไม่กล้าทำ สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ใส่ใจของพ่อแม่ที่ปล่อยปละละเลยลูกของตัวเอง สุดท้ายสังคมก็จะเป็นผู้มอบบทเรียนราคาแพงให้กับลูกของพวกเขาเอง     แต่ก็มีไม่น้อยที่มองว่าการกระทำของชายหนุ่มไม่ต่างจากเด็กไม่รู้จักโต และใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ    

 6,138
ข่าวภูมิภาค
03 เม.ย. 61

สาวมึนไม่เคยกู้เงิน แต่ถูกแก๊งทวงหนี้โหดเตะสลบกลางตลาด คาดทำร้ายผิดตัว

เพชรบูรณ์-ผู้จัดการสาวบริษัททัวร์นำเที่ยวและเจ้าของร้านสินค้ามือสองจากประเทศญี่ปุ่น ถูกแก๊งเงินกู้โหดลงมือทำร้ายร่างกายจนสลบคาที่ เหตุเกิดที่หลังตลาดเกษม ต.ซับสมอทอด   ขณะที่ผู้เสียหายมานั่งรอใส่บาตรพระอยู่ในร้านไก่ย่าง ส้มตำ โดยคนร้าย 2 คนเป็นชายวัยรุ่น ขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบหญิง สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอด โดยคนขับขี่สวมหมวกกันน็อกปิดหน้า สตาร์ทรถรอ จากนั้นได้มีชายที่นั่งซ้อนท้ายรูปร่างผอม ผิวดำแดง สูง อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อแขนยาวลายสก๊อต สีชมภู ขาว เดินอ้อมเข้ามาทางด้านหลัง และลงมือทำร้ายด้วยการต่อย เตะ เข้าที่ใบหน้าและศีรษะ จนสลบ หลังลงมือเสร็จก็ขับรถหลบหนีลอยนวล ไปตามถนนสายสระบุรี-หล่มสัก โดยมุ่งหน้าไปทาง 4 แยกราหุล   ต่อมา ตร.สืบทราบมาว่าผู้ลงมือก่อเหตุทราบขื่อเล่นคือนาย เบส กับบาส เป็นขาโหดปล่อยเงินกู้ที่มีประวัติทำร้ายลูกหนี้เป็นประจำ จนมีลูกหนี้หลายรายต้องขนย้ายข้าวของ หรือย้ายอออกจากบ้านพักเพื่อหนีตาย   ส่วนการลงมือทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายผิดตัว เพราะจากข้อมูลที่ได้ผู้เสียหายไม่เคยไปกู้เงินนอกระบบ หรือค้ำประกันเงินกู้นอกระบบ แต่บริเวณใกล้เคียงมีหญิงสาวอีกรายที่ทำเรื่องกู้เงินนอกระบบ แล้วย้ายบ้านหนีออกไปแล้ว เพราะถูกแก๊งเงินกู้ขู่อาฆาตเอาไว้ จึงน่าจะเป็นการเข้าใจผิด และทำร้ายผิดตัว   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7-lGgjY6GkI  

 14,485
สังคม-อาชญากรรม
30 มี.ค. 61

สวดอภิธรรมศพ'คุณตาซาเล้ง' คืนแรก ครอบครัวร่ำไห้ สุดอาลัย ไร้เงาจ๊อดร่วมงาน ภรรยาคุณตาขออโหสิกรรม วอนจ๊อดสำนึกอย่าไปก่อเหตุอีก

           บรรยากาศการสวดอภิธรรมศพ นายจรูญ มณีพันธ์ อายุ 82 ปี หรือตาซาเล้ง ที่วัดสุนทราราม อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา  เป็นไปด้วยความโศกเศร้า  ครอบครัวและญาติพี่น้อง ยังทำใจไม่ได้กับการจากไปของคุณตาซาเล้ง               ขณะที่คุณวนิดา บุตรสาว กล่าวว่า การสวดอภิธรรมศพวันนี้ทางครอบครัวเป็นเจ้าภาพ และจะตั้งบำเพ็ญกุศลทั้งหมด5วัน  ส่วน นายนราธร โสตติยัง หรือ จ๊อด อายุ 21 ปี   ได้โทรศัพท์มาบอกว่าวันนี้ไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะติดภารกิจ แต่แจ้งว่าจะมาร่วมงานในวันพรุ่งนี้ ( 31 มี.ค. ) และจะขอบวชในวันฌาปณกิจศพ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับคุณพ่อ                   ด้านนางฉลวย ภรรยาคุณตา กล่างด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า คุณตาไปสบายแล้ว ขออโหสิกรรมให้กับจ๊อด ใจจริงๆก็สงสารจ๊อดนะ เพราะผลของการกระทำของจ๊อด คุณตาก็มาเสียชีวิต ส่วนครอบครัวจ๊อดก็ต้องมาเดือดร้อน ขณะที่เพื่อนบ้านของคุณตา กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกโกรธกับการกระทำของจ๊อด ที่มาทำร้ายคนแก่ไม่มีทางสู้       ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,396
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 มี.ค. 61

ผกก.สน.ห้วยขวางแถลง วัยรุ่นเตะซาเล้งยันไม่ได้เล่นมือถือแต่รับบันดาลโทสะ พร้อมรับผิด-ชดใช้ค่าเสียหาย

นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ เข้าเยี่ยมนายจรูญ มีพันธ์ อายุ 82 ปี คุณตาที่ขับรถซาเล้งเก็บขยะขาย ที่ถูกนายนราธร โสดติยัง อายุ 21 ปี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ หลังไม่พอใจที่ขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวรถซาเล้งจนรถตนเองล้มคว่ำลง ภายในซอยชานเมืองแยก 2 ประชาสงเคราะห์ ย่านดินแดง โดยมอบกระเช้าดอกไม้ให้กับภรรยา และลูกสาวผู้เสียหาย      นางสาววนิดา ระบุว่าอาการของพ่อมีบาดแผลคิ้วขวาแตก เบื้องต้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวังเรื่องความดันที่ยังไม่ปกติ และยังคงสูงอยู่ จนถึงตอนนี้พ่อยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะ พ่อมีการหลงลืมอยู่ก่อนแล้ว พร้อมยอมรับว่าหลังเห็นคลิปรู้สึกโกรธคู่กรณีมากและจะเอาเรื่องถึงที่สุด แต่เมื่อคู่กรณีมากราบขอโทษและยอมรับผิด โดยอ้างว่าทำไปเพราะความเมาและบันดาลโทสะ ซึ่งยินดีชดใช้และดูแลค่าเสียหายทั้งหมด ตนและครอบครัวจึงอโหสิกรรมให้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยขอให้พ่อเลิกขับซาเล้ง แต่คุณพ่อไม่ยอม หลังจากนี้เตรียมจะย้ายไปเช่าบ้านอยู่ที่จังหวัดลพบุรี เพื่อไม่ให้พ่อออกไปขับซาเล้งอีก    ด้านนายเกิดโชคระบุว่า วันนี้มาเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 โดยจะให้ทำเรื่องเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาช่วยเหลือ โดยสิทธิตามพระราชบัญญัติคือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาลให้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท, ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจไม่เกิน 20,000 บาท, ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ ให้จ่ายในอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ไม่สามารถทำงานได้, ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นๆ ให้จ่ายเป็นเงินตามจำนวนที่คณะกรรมการเห็นสมควรแต่ไม่เกิน 50,000 บาท และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าห้องและค่าอาหารวันละไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งในวันนี้เมื่อเสร็จสิ้นการเข้าพบแล้ว จะดำเนินการกลับไปดำเนินการทางเอกสารทันที    ขณะที่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุระบุว่า ส่วนตัวจะเห็นคุณตาขี่รถซาเล้งไปมาเป็นประจำ และคนในซอยจะช่วยเหลือคุณตาเสมอ เพราะคุณตาไม่เคยมีปัญหากับใคร แต่ในวันเกิดเหตุไม่ทราบว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวมีปัญหาอะไรกับคุณตามาก่อน แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์แล้วก็เข้าไปช่วยกันห้าม ก่อนจะเรียกรถพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือคุณตา และยังฝากถึงวัยรุ่นรายอื่นๆขอให้ใจเย็น เพราะหากเกิดความสูญเสียมากกว่านี้จากอารมณ์ชั่ววูบที่ไม่คุ้มกับอนาคต   ด้านพันตำรวจเอกกัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่าหลังเกิดเหตุ สน.ห้วยขวางได้ทราบเรื่องเมื่อราว 4 ทุ่มวานนี้ จากภาพที่ปรากฎในเพจ "แหม่มโพธิ์ดำ" จากนั้นจึงได้รับคำสั่งให้เสาะหาตัวผู้ต้องหาโดยด่วน พนักงานสอบสวนจึงได้ลงพื้นที่ติดตามและกดดันผู้ต้องหา จนผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนกลางดึกคืนที่ผ่านมาและให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง เพราะเกิดบันดาลโทสะจากการที่ขับรถมาแล้วถูกเฉี่ยวชนรถล้ม เมื่อบอกให้นายจรูญหยุดก็ไม่หยุด แต่ขณะนี้รู้สึกสำนึกและพร้อมยอมรับผิด พร้อมชดใช้ค่าเสียหายทุกประการ ส่วนผลการตรวจสารเสพติดนั้นไม่พบสารเสพติดในร่างกาย แต่ขณะมาพบตำรวจอาจมีอาการเมาเนื่องจากดื่มเบียร์เพราะเกิดอาการเครียด ซึ่งขณะก่อเหตุไม่มีอาการเมา ผู้ต้องหายังยืนยันว่าไม่ได้เล่นโทรศัพท์มือถือ เพียงแต่ถือไว้เท่านั้น   โดยหลังจากสอบสวนเสร็จแล้วได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย ก่อนจะนำตัวไปผัดฟ้องต่อศาลก่อนปล่อยตัวกลับบ้านไปก่อน เนื่องจากต้องรอผลการตรวจรักษาจากแพทย์ว่านายจรูญนั้นถูกทำร้ายร่างกายถึงขั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ ถ้าผู้เสียหายมีอาการสาหัสก็จะเรียกมาแจ้งข้อหาเพิ่ม ก่อนจะสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อไป

 12,930
ต่างประเทศ
17 ม.ค. 61

วงจรปิดจับภาพ ลูกค้าจีนหัวร้อนรุมกระทืบสาวเจ้าของร้านอาหารคาห้องครัว ฉุนเสิร์ฟช้า

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ประเทศจีน ขณะเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองฉางชุน ถูกแก๊งอันธพาลทำร้ายร่างกายอย่างป่าเถื่อน เพราะโมโหที่ให้บริการช้า     วงจรปิดแสดงภาพของ Kathy Wang หญิงสาววัย 26 ปี ถูกลูกค้าผู้ชายจับเหวี่ยงไปรอบๆ ห้องครัว พร้อมทั้งลงมือทำร้ายด้วยการตบ ตี และเตะเข้าที่ใบหน้า       ด้านผู้เสียหายเล่าว่า กลุ่มของคนร้ายเป็นผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คน เดินเข้ามาในร้านช่วงประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ในสภาพมึนเมา ซึ่งหลังจากแจ้งให้ทราบว่าเป็นร้านอาหารแบบให้บริการตัวเอง ลูกค้าจะต้องไปตักอาหารเอง ก็ทำให้กลุ่มคนร้ายไม่พอใจ พนักงานที่เห็นท่าไม่ดีจึงพยายามไกล่เกลี่ย แต่คู่กรณีก็ยังเร่งให้เธอรีบนำอาหารมาเสิร์ฟ เพราะต้องการจะกินเดี๋ยวนั้น     สุดท้ายก็เปิดฉากความวุ่นวายด้วยการโยนกล่องทิชชูใส่หญิงสาว และตามเข้ามารุมทำร้ายถึงในครัวตามภาพที่เห็นจากกล้องวงจรปิด เมื่อตำรวจมาถึงก็พบว่ากลุ่มคนร้ายได้หนีไปแล้ว ทิ้งให้เหยื่อร้องไห้ในสภาพได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกาย ขณะที่เจ้าตัวเชื่อว่าสาเหตุที่ถูกทำร้ายน่าจะเป็นเพราะให้บริการไม่ทันใจลูกค้าที่อยู่ในอาการมึนเมา     ล่าสุดตำรวจสามารถจับกุมตัว 2 ผู้ต้องสงสัยมีอายุ25 ปีและ 32 ปีที่ปรากฏในคลิปได้คลิป โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดต่อไป   

 15,666
สังคม-อาชญากรรม
17 ม.ค. 61

ได้ตัวแล้ว! 'บังรูน' เตะก้านคอเด็ก 4 ขวบคว่ำ อ้างทำไปเพราะเหนื่อย-เครียด ประวัติโชกโชนชกคนแก่-ต่อยคนท้อง

คืบหน้าคลิป ชายเตะก้านคอเด็กชายวัย 4 ขวบล้มลงกับพื้น ขณะเดินมากับย่าบนฟุตปาธย่านรามคำแหง ทั้งที่ไม่ได้รู้จักหรือมีเรื่องกันมาก่อน   โดยเบื้องต้นพยานระบุรูปพรรณสัณฐานและชื่อของผู้ก่อเหตุว่า บังรูน ล่าสุดไปจับกุมตัวได้ที่สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา ในสภาพที่ใส่ชุดเดิมที่ใช้ก่อเหตุ ก่อนคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.หัวหมาก โดยทางผู้เสียหายได้ชี้ตัวว่านี่คือคนที่ก่อเหตุตัวจริง   ด้าน ตร.ระบุผู้ต้องหาคือ นายสมศักดิ์ นาอุดม หรือ บังรูน อายุ 31 ปี มีพฤติกรรมโวยวายก่อความเดือดร้อนรำคาญอยู่ที่สถานีรถไฟแปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา ขณะแอบขึ้นรถไฟโดยไม่ซื้อตั๋วเพื่อจะโดยสารกลับบ้าน เมื่อถามว่าก่อเหตุเตะเด็กทำไมก็ให้การวกวนบอกว่าเหนื่อยและเครียดกับปัญหาบางอย่างที่บอกไม่ได้   จากการตรวจสอบประวัติพบว่า บังรูนเคยก่อเหตุทำให้เสียทรัพย์เมื่อปี 2557 ท้องที่สน.ลาดพร้าว และก่อเหตุบุกรุกเมื่อปี 2559 ท้องที่สน.มีนบุรี ทั้งนี้ยังพบว่านายสมศักดิ์ เคยได้รับการรักษาอาการทางจิตที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา 3 ครั้ง   ซึ่งจากนี้ ตร.จะตำรวจได้ประสานพ่อของบังรูน พร้อมด้วยแพทย์มาร่วมสอบปากคำอย่างเอียดเพื่อพิสูจน์ว่ามีอาการทางจิตอยู่ในระดับใด ลักษณะไหน   ด้านแม่ค้าในตลาดบางกะปิ ระบุว่าเมื่อหลายปีก่อน บังรูนได้รับจ้างเข็นผัก จากนั้นได้มีพฤติกรรมผิดปกติขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใส่เสื้อผ้า ชอบลวนลามผู้หญิง หากเห็นคนไม่สบอารมณ์จะเข้าทำร้าย เคยก่อเหตุชกลุงวัย 70 ที่เดินซื้อของในตลาด ต่อยผู้หญิงท้องมาแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/X3LVnEdfICo    

 53,299
แชร์ออฟเดอะเดย์
15 ม.ค. 61

ตร. เร่งตามล่า ชายเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น คาดเป็นคนวิกลจริต

แชร์สนั่นโซเชียลคลิปเหตุการณ์ชายคนหนึ่งเตะเด็กล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกองกับพื้น ขณะเดินสวนกันบนฟุตบาทย่านรามคำแหง ผู้ปกครองของเด็กแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวเพื่อไม่ให้ไปก่อเหตุกับใครอีกซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม คาดน่าจะเป็นคนวิกลจริต    โดยจากคลิปที่แชร์ต่อกันในโลกออนไลน์และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ซึ่งโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ชัยมงคล ชาตินาฝาย' คลิปนี้มาจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งจอดอยู่ริมฟุตบาทหน้าปากซอยรามคำแหง 85 จับภาพวินาทีสองย่าหลานเดินมาด้วยกันตามปกติบนฟุตบาทระหว่างซอยรามคำแหง 83 และซอยรามคำแหง 85 โดยเด็กชายคนที่เห็นในคลิปเดินตามหลังย่าในระยะใกล้ ๆ ไม่ห่างกันมากนัก แต่จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมสูงใหญ่ สวมใส่กางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เดินสวนทางมา และได้ใช้เท้าซ้ายเตะเข้าที่ก้านคอด้านหน้าของเด็กอย่างแรงจนล้มทั้งยืนหัวฟาดลงไปกับพื้น ก่อนที่จะเดินไปอย่างช้าๆ อย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่ย่าของเด็กจะหันมาเจอและเข้าไปโอบกอดพยุงหลานลุกขึ้นและไม่ทันวิ่งไล่ติดตามชายคนดังกล่าวไป เพราะมัวแต่ปลอบหลานที่ร้องไห้ด้วยความตกใจ คนที่เดินผ่านมาเจอก็พยายามช่วยกันตามตัวชายคนดังกล่าว   ผู้โพสต์ระบุว่า "ดูมันตอนเตะเด็กกระเด็น ของขวัญวันเด็ก มันลืมไว้ใครเจอทักหน่อย แชร์ไปจนกว่าจะเจอ" ขณะที่โลกออนไลน์วิจารณ์อย่างหนักบอกเป็นมนุษย์อันตราย น้องเขาผิดอะไรเดินอยู่ดี ๆ ก็ถูกทำร้ายไม่ทราบสาเหตุ นี่เพิ่งผ่านวันเด็กไปได้วันเดียวเท่านั้น แต่กลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ ถือเป็นภัยใกล้ตัวอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการ    นางสาวลี ธรรมมา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเป็นย่าของน้องในคลิปดังกล่าว โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.15 น. ตนเดินออกจากที่ทำงานที่ศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งบริเวณหน้าปากซอย เพื่อพาหลานกลับไปทานข้าวที่บ้าน ซึ่งห่างจากที่ทำงานประมาณ 300 เมตร ระหว่างนั่นเห็นชายคนหนึ่งเดินสวนมาดูท่าทางเป็นคนปกติไม่น่าจะทำอะไรใคร จากน้ันก็เตะเข้าที่หัวของหลาน ตอนนั้นตนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทราบอีกทีจากคนที่เดินผ่านมาเห็นเหตุการณ์ตะโกนบอกว่า "ลูกเจ้าถูกเตะ" ตนจึงหันไปดูแล้ววิ่งไปพยุงตัวหลาน โดยหลานบอกว่า "ผีบ้าเตะหัวหนู" ยอมรับไม่ได้คิดวิ่งตามชายคนดังกล่าวเพราะมัวแต่เป็นห่วงหลาน หลังเกิดเหตุได้พาหลานไปตรวจร่างกายและไปแจ้งความที่ สน.หัวหมาก อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวให้ได้ หากไปก่อเหตุอีกจะเป็นอันตรายต่อคนอื่น ตอนนี้น้องจิ๋วปลอดภัยแล้วแต่ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด   นางรุ่งลาวัลย์ อานนท์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังเดินไปทำงานผ่านมาเจอพอดี เห็นชายคนดังกล่าวใช้เท้าเตะหัวเด็กจนล้มลง ตนและคนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันกรีดร้องเสียงดังว่า "ทำอย่างนี้ได้ยังไงเตะเด็กทำไม" จากนั้นตนก็วิ่งไปบอก รปภ.ช่วยกันติดตามตัวแต่วิ่งตามไม่ทัน เพราะชายคนดังกล่าวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ตนไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจนของผู้ก่อเหตุ สังเกตเห็นมือซ้ายใส่ถุงมือไม่แน่ใจเป็นถุงมือยางหรือถุงมือผ้า มีข้อมูลว่าก่อเหตุชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุโวยวายที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งหน้าโรงพยาบาลรามคำแหง ก่อนที่คนแถวนั้นจะแจ้งตำรวจ จึงหนีขึ้นรถสองแถวมาลงใกล้กับจุดเกิดเหตุแล้วมาก่อเหตุเตะหัวเด็ก   ด้าน ร.ต.อ.พีรเชษฐ์ สว่างอารมณ์ รอง.สว.(สอบสวน)สน.หัวหมาก บอกว่า ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่กล้องวงจรปิด เนื่องจากภาพกล้องหน้ารถมองเห็นใบหน้าไม่ชัดเพราะจับภาพจากด้านหลัง หากกล้องวงจรปิดตัวไหนจับภาพใบหน้าได้ก็จะออกหมายจับตามภาพจากกล้องวงจรปิดทันที   ตรวจสอบเบื้องต้นชายคนดังกล่าวคล้ายคนป่วยทางจิต หากมีอาการวิกลจริตจริงต้องส่งตัวเพื่อรับการรักษา ไม่อย่างนั้นจะไปสร้างปัญญาให้กับคนอื่นอีก ขณะนี้ยังไม้มีข้อมูลว่าชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุจุดใดบ้าง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง     คลิปเหตุการณ์   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 21,549
ต่างประเทศ
09 ต.ค. 60

วงจรปิดจับภาพ สาวสหรัฐฯ กระทืบ ‘หมาชิสุ’ ในลิฟต์ พบยังวิ่งตามเจ้าของแม้ถูกทำร้าย

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวิดีโอน่าตกใจ จับภาพขณะเจ้าของเตะลูกสุนัขของตัวเองภายในลิฟต์ของแฟลตแห่งหนึ่งในเมืองไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา     กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์โดยสารบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะ Keevonna Wilson หญิงสาววัย 24 ปี ใช้เท้าไล่เตะสุนัขพันธุ์ชิสุตัวเล็ก ก่อนจะตามไปกระทืบซ้ำๆ และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ลูกหมาน้อยก็ยังวิ่งตามเจ้านายออกไป แม้จะเพิ่งถูกเธอทำร้ายก็ตาม     ด้านสัตวแพทย์เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่พบสุนัขตัวนี้มันมีอาการหวาดกลัว ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีมาเป็นมิตรตามลักษณะนิสัยของสุนัขสายพันธุ์นี้ โดยผลการตรวจพบว่า มันได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง กระดูกสันหลังส่วนเอว และช่องท้อง     ทั้งนี้ภายหลังทำการรักษาสุนัขเคราะห์ร้ายถูกนำตัวไปไว้ในความดูแลของบ้านอุปถัมภ์สุนัขแล้ว ขณะที่หญิงสาวถูกตำรวจดำเนินคดีและได้รับการประกันตัวด้วยวงเงินเกือบ1.7 แสนบาท      

 51,232
ข่าวภูมิภาค
02 ต.ค. 60

หนุ่มเมาเกิดอารมณ์ วางแผนข่มขืนเมียเพื่อนนอนป่วยติดเตียง เจอเตะสลบระหว่างมุดมุ้ง

ปราจีนบุรี- 2 หนุ่มเพื่อนรักกันมานาน ได้มานั่งดื่มสุราที่ห้องเช่าตั้งแต่บ่าย 2 โมงเย็น ส่วนภายในห้องมีนางแมว (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี ภรรยาเจ้าของบ้านที่ป่วยนอนติดเตียงมานานกว่า 3 ปี ด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก จนกระทั่งเวลาผ่านไป เพื่อนเกิดเมาได้ที่ ชักเกิดอารมณ์เปลี่ยว ได้วางแผนออกกลอุบายให้เจ้าของบ้านออกไปซื้อสุรา เพื่อหวังจะข่มขืนภรรยาที่นอนป่วยอยู่ในมุ้ง   ก่อนที่สามีผู้เสียหายจะกลับมาเห็นพอดี เมื่อเห็นภาพดังกล่าวด้วยความบันดาลโทสะ จึงใช้ขวดสุราที่ซื้อมาเข้ากระหน่ำตี และใช้เท้าเตะผู้ก่อเหตุจนสลบคาห้อง ก่อนที่จะไปแจ้งความดำเนินคดี       ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/kMagzzHcsFs  

 83,664
สังคม-อาชญากรรม
01 ก.ย. 60

"สวนสุนันทา" แถลงพักการเรียนรุ่นพี่รับน้องโหดสูงสุด 1 ปี ประณามคนล่าแม่มด-ให้ข้อมูลเท็จในโซเชียล

นายฤเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) ออกแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัย ถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก "รับน้องสร้างสรรค์ระดับพระกาฬ" เผยแพร่คลิปการรับน้องที่รุ่นพี่ชายเตะรุ่นน้องอย่างรุนแรง โดยมีเสียงรุ่นพี่หญิงตะโกนยุ ซึ่งพบว่าเป็นการรับน้องใน มร.สส. โดยแถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความว่า   "สืบเนื่องจากกรณีการเผยแพร่เหตุการณ์รุนแรงในการรับน้องทางสื่อสังคมออนไลน์ของสาขาจิตรกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์นั้น มหาวิทยาลัยขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม 2560 ในเวลาประมาณ 17.30 น. และมหาวิทยาลัยรับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. หลังจากนั้นได้มีคำสั่งให้งดกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในทันที พร้อมกับมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งในวันถัดมาคณะกรรมการฯ ได้มีข้อสรุปเบื้องต้นให้ลงโทษทางวินัยนักศึกษาผู้ก่อเหตุโดยพักการเรียนเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา ตัดคะแนนความประพฤติและทำทัณฑ์บนผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 15 คน ประกอบด้วยนักศึกษาชาย 10 คน และนักศึกษาหญิง 5 คน ต่อมามหาวิทยาลัยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมถึงพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมทั่วทั้งกระบวนการของการรับน้อง ไม่พิจารณาเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ในภายหลังคณะกรรมการจึงได้พิจารณาโทษเพิ่มเติม โดยพักการเรียนนักศึกษาชายที่ก่อเหตุรุนแรงเป็นเวลา 1 ปี และพักการเรียนนักศึกษาที่ร่วมก่อการอีก 15 คนเป็นเวลา 1 ภาคการศึกษา   มหาวิทยาลัยขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า การดำเนินการของมหาวิทยาลัย  ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎระเบียบและวินัยของนักศึกษาอย่างเคร่งครัด และดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในทันทีหลังเหตุการณ์เกิดขึ้น การดำเนินการต่างๆ มีข้อยุติก่อนที่จะมีผู้นำเหตุการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ มหาวิทยาลัยขอประณามผู้ที่กล่าวอ้างหลักสิทธิมนุษยชนแล้วมีการนำคลิปเหตุการณ์ต่างๆ ไปเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยจะได้ดำเนินการกรณีดังกล่าวนี้จบสิ้นไปแล้ว แต่บุคคลกลุ่มนี้กลับไม่ยอมยุติเรื่อง มีการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จเสริมแต่งเข้าไปในเนื้อหาของการนำเสนอ ซึ่งส่งผลให้เกิดความโกรธแค้น เกลียดชังขึ้น รวมทั้งได้มีการเปิดเผยใบหน้าและที่อยู่ของนักศึกษารุ่นพี่ที่ก่อเหตุเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงมากกว่าการละเมิดทางกายเสียอีก กรณีดังกล่าวนี้ มหาวิทยาลัยถือเป็นพฤติกรรมที่ชั่วร้ายยิ่งกว่า จึงขอประณามการกระทำเช่นว่านั้น และขอเรียกร้องให้ยุติพฤติการณ์ดังกล่าวนี้"     ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 6,165
แชร์ออฟเดอะเดย์
31 ส.ค. 60

ด.ช.ถูกพ่อเตะหน้าร้านชาบู เข้าอยู่บ้านพักเด็กชั่วคราว สะเทือนใจแม่เข้าเยี่ยม กอดลูกร่ำไห้

จากกรณีคลิปพ่อเตะลูกชาย ในลานจอดรถร้านชาบู ใน จ.นครราชสีมา เนื่อจากโกรธที่ลูกเดินเล่น หายออกไปจากร้าน ซึ่งหลังเกิดเหตุ พ่อเด็กได้อัดคลิปขอโทษต่อสังคม ยอมรับผิดที่ลงโทษลูกเกินกว่าเหตุ โดยบอกว่าที่ทำไปเพราะกลัวว่าลูกจะหายไป หรือได้รับอันตราย   ล่าสุด (30 ส.ค.) ในเพจ Social Hunter ได้โพสต์ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ทางบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นครราชสีมา ได้รับลูกชายทั้งสองคนของครอบครัวนี้ ไปอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่เป็นการชั่วคราว โดยเพจ Social Hunter ยังโพสต์คลิปวีดีโอ ตอนที่แม่ของเด็กไปเยี่ยมลูกที่บ้านพักเด็กฯ  ในคลิปจะเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนยังร่าเริงดี แต่แม่ยังทำใจไม่ได้ที่ลูกถูกแยกออกไปอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ ทำให้แม่นั่งร้องไห้ตลอดเวลา มีการดึงลูกเข้ามากอดพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย   สำหรับกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นครราชสีมา ได้รับการเปิดเผยว่า จากที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ของทางครอบครัว พบว่าสภาพที่บ้านไม่เหมาะสมในการเลี้ยงดูเด็กๆทั้งสองคน รวมทั้งจากการสอบถามจากครูที่โรงเรียน ก็ทราบว่า เด็กๆมาโรงเรียนในสภาพเสื้อผ้ามอมแมมเป็นประจำ  ทางเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพประเมินร่วมกันแล้วว่า สมควรให้รับเด็กทั้งสองคนเข้ามาอยู่ในการดูแลของบ้านพักเด็กฯก่อน จนกว่าผู้ปกครองจะปรับปรุงสภาพบ้าน และปรับปรุงความพร้อมในการเลี้ยงดูให้ดีขึ้น จึงจะสามารถรับบูกกลับไปอยู่ด้วยได้   อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวทั้งพ่อแม่ และเด็ก ไปตรวจสุขภาพ ทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจ พร้อมให้นักจิตวิทยามาประเมินสภาพอารมณ์ของผู้เป็นพ่อ ว่ามีสภาพอารมณ์ที่น่าเป็นห่วงอย่างไรหรือไม่ ตอนนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจต่างๆ   โดยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ให้อำนาจทางหน่วยงานในการรับเด็กมาดูแลได้ไม่เกิน 30 วัน ซึ่งระหว่างนี้ เจ้าหน้าที่จะมีการติดตามผล ประเมินสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเป็นระบะ หากพบว่ามีการปรับปรุงจนพร้อมที่จะรับเด็กกลับไปเลี้ยงดูได้ตามปกติแล้ว จะจะส่งเด็กกลับสู่ครอบครัวทันที   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zb8p1jlsWGs    

 12,718
แชร์ออฟเดอะเดย์
18 ส.ค. 60

ทบ.สั่งขังทหาร เตะ-ตีผู้ต้องหายาเสพติด 15 วัน ต้นสังกัดเรียกกำลังพลปรับปรุงวินัย ห้ามใช้อำนาจเกิน กม.

ความคืบหน้ากรณีคลิปเจ้าหน้าที่ทหาร จับกุมผู้ต้องหาเสพยาเสพติด บนพื้นที่เกาะล้าน โดนคลิปบันทึกเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่จับชายผู้ต้องหามาลงโทษด้วยการใช้ไม้ตี และใช้เท้าเตะ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์   ล่าสุดวานนี้ (17 ส.ค.) พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างการควบคุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยเป็นการปฏิบัติภารกิจร่วมกันของทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่เกาะล้าน ,สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ในการเข้าตรวจค้นยาเสพติดในชุมชนบนเกาะล้าน จากการตรวจค้นดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คน และได้ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย   แต่ในระหว่างที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารแสดงพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสมตามที่ปรากฏในคลิป หน่วยงานต้นสังกัดจึงได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้ ทหารชุดรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่เกาะล้าน พ้นจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ทันที และสั่งขังกำลังพลที่ปรากฏในคลิปเป็นเวลา 15 วัน นอกจากนี้ ทางหน่วยได้มีการติดกับครอบครัวของผู้ต้องหา เพื่อขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว   หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว หน่วยงานต้นสังกัด ได้เรียกกำลังพลทุกส่วนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ มาดำเนินการปรับปรุงวินัย และย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของกองทัพบก บนพื้นฐานของหลักกฎหมายและมนุษยธรรมโดยเคร่งครัด   พันเอกหญิงศิริจันทร์ ยังบอกอีกว่า กองทัพบกขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมของกำลังพลเพียงคนเดียวก็ตาม และขอย้ำว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายให้กำลังพลใช้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติงานในภารกิจใดๆ ก็ตาม   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/lsjW3xh50GE

 1,038
แชร์ออฟเดอะเดย์
17 ส.ค. 60

วิจารณ์สนั่น คลิปทหารใช้ไม้ฟาด-เตะหนุ่มติดยา ล่าสุดเข้าขอโทษแล้ว

เพจแหม่มโพธิ์ดำ โพสต์คลิปวีดีโอ เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง นำตัวชายสองคนมาลงโทษ โดยใช้ไม้ตีตามร่างกาย และใช้เท้าเตะ ผู้โพสต์ระบุว่าชายที่ถูกลงโทษ ถูกบุกตรวจขณะอยู่ที่บ้าน บนเกาะล้าน ตรวจปัสสาวะพบว่าเสพยาเสพติด จึงถูกทหารนำตัวมาลงโทษตามที่ปรากฎ คลิปดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก หลายคนตั้งคำถามว่า หากเป็นผู้ต้องหา เหตุใดไม่ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายอย่างนี้หรือไม่   ล่าสุดผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี ไปสอบถามเรื่องดังกล่าวจาก พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ได้รับการเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้จับกุมตัวชายในคลิป ในข้อเสพยาเสพติด และมียาบ้าไว้ครอบครอง 1 เม็ด ก่อนจะนำตัวส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัทยาดำเนินการต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินการตามกฎหมาย และส่งตัวไปบำบัดตามขั้นตอนแล้ว   โดยในพื้นที่เกาะล้าน ไม่มีสถานีตำรวจ และตอนที่จับกุม ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้วย จึงไม่ทราบเหตุการณ์ว่าเป็นอย่างไร แต่ตอนที่ได้รับตัวชายในคลิปมา ก็ไม่พบว่ามีบาดแผลตามร่างกาย และทางญาติของผู้ต้องหา ก็ไม่ได้แจ้งความเรื่องทำร้ายร่างกาย แม้แต่ตัวผู้ต้องหาเองก็ไม่ได้ให้การอะไร ทราบเพียงว่าเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยามาแล้ว 5-6 ครั้ง   ส่วนภาพที่ปรากฎตามคลิป พ.ต.อ.อภิชัยบอกว่า ตามกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจในการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา แต่ในทางปฏิบัติ บางครั้งอาจจะมีการตกลงกับผู้นำชุมชน หรือครอบครัว ให้มีการลงโทษให้เกิดความหลาบจำ แต่ก็ไม่รุนแรงถึงขั้นใช้เท้าเตะอย่างที่ปรากฎ ซึ่งในกรณีนี้ หากทางครอบครัวติดใจ สามารถมาแจ้งความดำเนินคดีได้ ทางตำรวจก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย   ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปยังชายที่ถูกทำร้ายร่างกายในคลิป ได้รับคำตอบว่า ยังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ เพราะครอบครัวยังประกอบธุรกิจอยู่บนเกาะล้าน เกรงว่าจะได้รับผลกระทบ ส่วนญาติของชายคนดังกล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทหารในคลิปได้มาขอโทษทางครอบครัวกับกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ทั้งตัวชายคนดังกล่าวและครอบครัว ยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลใดๆเพิ่มเติมในตอนนี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rpd-LqKJP7M    

 6,918
ต่างประเทศ
23 พ.ค. 60

วงจรปิดจับภาพ สาวจีนปรี๊ดแตกเตะ ด.ญ.4ขวบ ทำเสียงดังในร้านอาหาร ก่อนเปิดฉากตบกับแม่เด็กสุดชุลมุน

สำนักข่าว mirror เผยแพร่คลิปวงจรปิดที่เกิดขึ้นภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในมณฑลเหลียวหนิง ประเทศจีน กรณีนักศึกษาสาวฟิวส์ขาดเตะเด็กหญิงวัย 4 ปี หลังวิ่งเล่นและส่งเสียงดังรบกวน ขณะกำลังรับประทานอาหารฉลองวันเกิดให้แฟนหนุ่มเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา     คลิปความยาวประมาณ 1 นาที จับภาพของนักศึกษาสาวที่อยู่ในอารมณ์โกรธสุดขีดลุกจากโต๊ะไปหาเด็กหญิงที่กำลังนั่งเล่นอยู่ใต้โต๊ะ ใกล้กับโต๊ะที่แม่ของตัวเองนั่งรับประทานอาหารอยู่  และเตะเข้าไปที่เก้าอี้ ก่อนแม่ของเด็กจะโผเข้ามาตบตีหญิงสาว กลายเป็นสถานการณ์สุดชุลมุน เพราะแม้ว่าทั้งแฟนหนุ่มและพนักงานเสิร์ฟจะเข้ามาห้ามปรามก็ยังไม่สามารถยุติเหตุการณ์ได้แถมยังถูกลูกหลงเจ็บตัวไปด้วย กระทั่งพนักงานเสิร์ฟชายที่ถูกทำร้ายทนไม่ไหวชกเข้าไปที่ใบหน้าแม่ของเด็กอย่างแรงอีกฝ่ายจึงได้สติและหยุดร้องโวยวายทันที        

 12,129
สังคม-อาชญากรรม
26 เม.ย. 60

จบด้วยดี เรียกตร.- คู่กรณีในคลิป ขี่จยย.ล้ม โมโหเตะถังขยะปรับความเข้าใจ

คืบแชร์คลิป ตร.เตะถังขยะ ผกก.เรียก 2 ฝ่ายคุยตกลงปรับความเข้าใจ พร้อมลบคลิป โพสต์แก้ไขให้   จากกรณีมีการแชร์คลิปเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ ขับรถจักรยานยนต์ นำหลาน 2 คน พร้อมแม่ขับไปธุระแล้วเกิดเสียหลักล้มเนื่องจากเบรกกะทันหันเพราะมีรถยนต์ด้านหน้าขับออกจากริมถนน ทำให้ตำรวจนายดังกล่าว ซึ่งทราบต่อมาคือ ส.ต.อ.ธนกฤต บุญชู ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองกระบี่ ได้เขวี้ยงหมวกกันน็อคลงบนพื้นถนนและเดินไปเตะถุงขยะข้างถนนก่อนกระชากแขนเสื้อสาวประเภท 2 ทราบชื่อต่อมาคือนายศิริพร โซ่แหลม อายุ 22 ปี ซึ่งต่อมาได้มีการนำวงจรปิดไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล ส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมในการแสดงออก   ความคืบหน้าวันนี้ ทาง พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ ได้เรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือ เนื่องจากพบว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งทาง ส.ต.อ.ธนกฤต ได้อธิบายว่าได้มีการทำความเข้าใจกันตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุแล้ว เช่นเดียวกับนายศิริพร ก็ยอมรับได้และเป็นผู้เดินทางนำหลานของส.ต.อ.ธนฤกต ส่ง รพ.ด้วย แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือได้มีเพื่อนของนายศิริพร ได้นำคลิปไปลง โดยไม่ได้แจ้งรายละเอียด จึงไม่มีผู้ใดทราบถึงที่มาที่ไป ส่งผลให้มีการวิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ    พ.ต.อ.สงบ จันทร์สิงห์ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวในตอนแรกเกิดจากความเข้าใจผิดแต่ต่อมาก็ได้ตกลงกันได้ ไม่มีการเอาเรื่องใดๆ แต่เมื่อมีการนำไปโพสต์ในโลกโซเชียล ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความไม่เหมาะสม เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร. ก็ได้ให้ทางฝ่ายของนายศิริพร ไปแจ้งเพื่อนลบคลิปดังกล่าว และลงข้อความแก้ไขให้แล้ว   ข่าวที่เกี่ยวข้อง        

 30,888

Top