ค้นหา :

ผลการค้นหา "บันดาลโทสะ"

ข่าวภูมิภาค
11 ก.ค. 62

ลูกสาว 7 ขวบคิดว่าแม่ป่วย ที่แท้แม่ถูกฆ่าตาย พ่อทิ้ง จม.รับสารภาพก่อนหลบหนี

ลำปาง-พบศพ น.ส.รุ่งธิวา ชุ่มธิ อายุ 35 ปี เสียชีวิตในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายโทรศัพท์ แพทย์ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ในที่เกิดเหตุไม่มีการรื้อค้นทรัพย์สินหรือร่องรอยการต่อสู้จึงนำร่างส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ลำปางอีกครั้ง   นอกจากนี้ที่บริเวณราวบันไดชั้น 2 ยังพบเชือกที่ผูกเป็นบ่วงคล้ายกับจะเตรียมเพื่อผูกคออีก 1 เส้น และที่บริเวณโต๊ะทีวีชั้นล่างพบจดหมาย ที่เขียนด้วยลายมือและคาดว่าสามีของผู้ตายเป็นคนเขียน ลงวันที่ 9 ก.ค.62 มีใจความโดยสรุปว่า   ข้าพเจ้านายนิรันดร์ กันฟอง ขอแสดงเจตจำนงไว้ก่อนตายดังนี้โดยเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเขียนพินัยกรรมว่ายกทรัพย์สินให้ใครบ้าง แต่มีการลงท้ายว่าที่ข้าพเจ้าทำไปเพราะสาเหตุจากบันดาลโทสะ ขณะทำนั้นขาดสติเพราะมึนเมาและตกลงกันไม่ได้ จึงได้ก่อเหตุครั้งนี้ขึ้น ขอชดใช้กรรมในครั้งนี้ด้วยชีวิต   เบื้องต้น จนท.สันนิษฐานว่า สามีผู้ตายอาจจะเป็นคนลงมือใช้หมอนกดปิดหน้าภรรยาจนเสียชีวิตและคิดจะผูกคอตาย จึงเขียนจดหมายลาตายไว้ แต่เกิดใจไม่กล้าพอ และได้ขับรถหลบหนีออกไปเมื่อตอนเช้ามืดวันนี้   จากการตรวจสอบพบว่า สามีของผู้ตายคือ นายนิรันดร์ กันฟอง อายุ 51 ปี เป็นชาวจังหวัดน่าน ปัจจุบันทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายปกครอง เทศบาลตำบลสบปราบ อ.สบปราบ วันนี้ไม่ได้ไปทำงานที่เทศบาลดังกล่าวคาดว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะหลบหนีไป ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนกำลังเร่งหาตัวและพนักงานสอบสวนเตรียมที่จะออกหมายจับ   ด้านเพื่อนบ้านระบุ ช่วงเช้านี้ลูกสาววัย 7ขวบของผู้ตายลงมาบอกว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย แม่เป็นอะไรไม่รู้ปลุกไม่ยอมตื่น ตัวก็เย็น สงสัยแม่เป็นไข้ เมื่อขึ้นไปดูตนเองถึงกับผงะ เพราะแม่ของหนูน้อยตัวแข็งท่อเสียชีวิตแล้วจึงแจ้งตำรวจ   ขณะที่แม่ของผู้ตายเปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ลูกสาวและลูกเขยยังซื้อปั้มน้ำมาให้ และไม่มีทีท่าว่าจะทะเลาะกัน และไม่มีเหตุจูงใจที่จะฆ่ากันเลย แต่ก็ยอมรับว่าอยู่บ้านคนละหลัง ตอนเช้าทราบว่าหลานสาววัย 7 ขวบมาบอกคนข้างบ้านว่าให้ไปดูแม่ให้หน่อย แม่เป็นอะไรไม่รู้ปลุกไม่ยอมตื่น ตัวก็เย็นสงสัยแม่เป็นไข้เมื่อขึ้นไปดูตนเองจึงทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YuSF5oniezo

 18,079
สังคม-อาชญากรรม
13 มี.ค. 62

'น๊อต' ร่ำไห้ไม่ได้ตั้งใจฆ่าพยาบาล แจงโกรธไม่ให้ยืมเงิน กลับคำไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาว สามีผู้ตายไม่ขออโหสิกรรม

อยุธยา-ความคืบหน้าการเสียชีวิตของ น.ส.ศรีสุภางค์ สุวรรณศิลป์ อายุ 48 ปี พยาบาลวิชาชีพ รพ.ภาชี  จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกนายอั๋น ฟักศิริ หรือ น๊อต อดีตพนักงานเวรเปล รพ.เดียวกัน ฆ่าปาดคอ เสียชีวิตในรถเก๋งโตโยต้า อัลติส สีขาว บริเวณกลางซอย ฝั่งตรงข้าม รพ.ภาชี   ล่าสุด เมื่อวานนี้ (12 มี.ค.) ตำรวจควบคุมตัวนายน๊อตมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยก่อนทำแผน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ์ ศรีวราขาน รองผบ.ตร. สอบถามนายน๊อตด้วยตนเอง โดยผู้ต้องหามีท่าทางสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด และได้เข้ากราบขอโทษ นายแพทย์ฐาปกรณ์ จิตตนูนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลภาชี และหัวหน้าพยาบาล เพื่อนสนิทของผู้ตาย   จากนั้น ตร.ควบคุมตัว นายน๊อต มาทำแผนเหตุการณ์ทีเกิดขึ้น ตั้งแต่ขึ้นรถมา และมีปากเสียงกับผู้ตาย โดยที่ผู้ตายเป็นคนขับรถ เมื่อขับออกจากรพ.ประมาณ 400 เมตร ก็จอดรถ หน้าคลินิกสัตว์แพทย์   จุดที่มีปากเสียงกับผู้ตาย โดยนายน๊อตอ้างว่า ถูกผู้ตายด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง หลังจากขอยืมเงนจำนวน 1 หมื่นบาท แต่ไม่ได้ และยังถูกด่า   จากนั้นจึงนำคัตเตอร์ที่พกติดตัว ปาดคอผู้ตาย แต่ผู้ตายไม่ได้เสียชีวิตทันทีและพยายามต่อสู้ จึงจับหน้าของผู้ตายกดลงที่เบาะรถด้านหลังจนขาดอากาศหายใจเสียชีวิต และก็ลงรถมาขับรถผู้ตาย มาจอดจุดที่พบรถ และขโมยเอาสร้อยคอทองคำ และแหวนทอง ของผู้ตายหลบหนีไป   หลังจากทำแผนเสร็จสิ้น นายน๊อต เข้ามาในห้องพนักงานสอบสวน มีช่วงจังหวะที่มารดาของผู้ตาย เดินเข้าไปผลักอกนายน๊อต จนตำรวจต้องเข้ามาห้าม และแยกออกไป ช่วงจังหวะนี้นายน๊อตก็ร้องไห้ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก็เข้าตรวจดีเอ็นเอ และลายนิ้วมือ   ต่อมา นายน็อต ได้รับสารภาพ และร้องไห้ ขอโทษผู้ตาย ไม่ได้ตั้งใจ ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เนื่องจากต้องการเงิน จำนวน 1หมื่นบาท โดยเจตนาครั้งแรกจะไปยืมเพื่อน รปภ.รพ.ภาชี แต่เพื่อนไม่มี จังหวะนั้นเห็นผู้ตายกำลังออกเวร จึงมารอด้านหน้ารพ.เพื่อขอยืมเงิน แต่ไม่ได้ และถูกตำหนิ จึงบันดาลโทสะ ฆ่าผู้ตายไปด้วยอารมณ์  ตอนนี้ยอมรับผิดแล้ว และ อยากไปขอขมาผู้ตาย และอยากกราบเท้าขอโทษพ่อและแม่ของตัวเอง พร้อมยืนยันไม่ได้มีสัมพันธ์ชู้สาวกับผู้ตายตามที่กล่าวอ้างในตอนแรก   ด้านนายพัฒนา อ่วมเทศ สามีผู้ตาย หลังทำแผนเสร็จสิ้นก็ขอตำรวจเข้าพบนายน๊อต เพื่อสอบถามข้อสงสัย และอยากรู้เหตุผลที่ต้องฆ่าเมียจากปากนายน๊อต แต่นายน๊อตปฏิเสธที่จะพบ โดยสามีผู้ตายระบุว่า แม้ว่าผู้ต้องหาจะร้องไห้ สำนึกผิด ขอโทษ แต่ตนก็ไม่ขอให้อภัยและอโหสิกรรม เพราะสิ่งที่เขาทำมันโหดร้ายเกินคน อยากขอให้รับโทษประหาร   และไม่ต้องมาขอขมาศพ ส่วนเรื่องปมชู้สาว นายน๊อตบอกกับตำรวจว่าไม่ได้คบกับภรรยาตน แต่นับถือเป็นพี่สาวร่วมงาน และมักขอยืมเงินภรรยาตนมาเป็นระยะ จนกระทั่งมาก่อเหตุฆ่าภรรยา   สำหรับคดีนี้ ตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เพียงข้อหาเดียว ซึ่งจาการสอบปากคำ ยังไม่เข้าข่ายข้อหา เจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้เตรียมตัวมาฆ่า แต่ตำรวจจะสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด และหากพบว่าเข้าข่ายความผิด ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม   จากนั้นจะนำตัวไปขออำนาจศาล ฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยตลอดระยะเวลาที่ควบคุมตัวที่โรงพัก นายน๊อตมีอาการเคร่งเครียตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องจัดเปลี่ยนเวรคอยดูแล และนำอาวุธ หรือสิ่งมีคม และปลายแหลม ออกจากผู้ตาย เกรงว่าจะมีการคิดสั้นทำร้ายตัวเอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4QDsQMjnLto

 3,908
สังคม-อาชญากรรม
02 ก.พ. 62

รวบได้แล้ว 2 มีดสังหารโหด เหตุหัวร้อนขับปาดหน้า คว้ามีดแทงดับ อ้างเป็นเพราะบันดาลโทสะ

วันนี้(2 ม.ค.62) ที่ สภ.แสนสุข พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมาร่วมกันแถลงข่าว หลังที่ได้มีคำสั่ง ให้เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.แสนสุข ตามคดี 2มือมีดแทงดับคาถนน หน้าห้างแหลมทองบางแสน ต.แสนสุข เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 1 ก.พ.62 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่อยู่ในช่วงเวลาเกิดเหตุทั้งหมด จนสามารถรู้ว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นใคร จึงขอหมายศาล จนสามารถจับกุมตัวมาได้ คือ นายพีรพล จันทรากาศ อายุ 49 ปี หลังที่ก่อเหตุกับพักพวกแล้วหลบหนี้    หลังที่เจ้าหน้าที่จับกุมตัวมาได้ นายพีรพลเล่าว่า เนื่องจากวันที่เกิดเหตุตนกับเพื่อนกลับจากดื่มกินสังสรรค์ จนมาเจอะผู้ตายทั้ง2 ขับรถปาดหน้ารถของตนก่อนจึงเกิดบันดานโทสะ ตามเอาคืน พอจอดรถได้ไม่พูดพรามคว้ามีจ้วงแทงผู้ตายทั้งคู่คือนาย สุริยา ปิ่นขุนทด อายุ 26 ปี กับนาย ธนกฤต แซ่หลาย อายุ 37 ปี ถูกแทงจนแน่นิ่งก่อนที่จะขับรถหลบหนีกลับบ้าน จนมารู้ช่วงเข้าว่าทั้งคู่เสียชีวิต จึงไม่รู้จะทำอย่างไรเหตุที่ทำไปเพราะความเมากับที่ขาดสติด้วย จนในที่สุดก็โดนเจ้าหน้าที่ ตามมาที่บ้านและจับกุม ก่อนที่จะพามาหาเพื่อนที่อยู่ร่วมในวันดังกล่าวด้วย โดยให้ทางญาติติดต่อทนายขอประกันตัว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ยังคงไม่ให้ประกันเนื่องจากเป็นเหตุอุคฉกรรจน์ เป็นที่สะเทือนขวัญของชาวบ้าน ตัองรอการสอบสวนและอยู่ในดุลพินิจของศาล    ทั้งนี้ทางผู้สิ่งข่าวได้เดินทางมาที่ สภ.แสนสุข เพื่อที่จะได้รับการแถลงข่าวจาก พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พร้อมกับผู้ต้องหาทั้ง2 แต่ต้องผิดหวังเนื่องจาก ทางทนายของผู้ก่อเหตุ ขอสู้คดีในชั้นศาลไม่ขอไม่ให้นำตัวออกแถลงข่าวต่อหน้าสื่อ จึงได้แค่คำแถลงและหลักฐานตามภาพที่ได้มาเท่านั้น

 3,803
สังคม-อาชญากรรม
07 ม.ค. 62

รวบหนุ่มคนสนิท ฆ่ารัดคอนักธุรกิจนวดแผนไทย ตร.คุมตัวทำแผน อ้าง บันดาลโทสะ

วันที่ 7 ม.ค. 62 จากกรณี นายปรัชญา อำนรรฆมณี อายุ 59 ปี นักธุรกิจร้านนวดแผนไทยหุ้นส่วนกิจการร้านนวดแผนไทยย่านพหลโยธิน หายตัวปริศนา ก่อนถูกพบกลายเป็นศพถูกฆ่ารัดคอ ในคอนโดย่านหลักสี่   พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คุมตัวนายอธิพันธ์ พิมพ์เรือง อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาฆ่ารัดคอนายปรัชญา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่คอนโดย่านหลักสี่ เขตดอนเมือง พร้อมชี้จุดที่ลงมือก่อเหตุในห้องพัก โดย พล.ต.ต.คัชชา ระบุว่า ภายหลังได้รับแจ้งความจากน้องสาวผู้ตายว่าพี่ชายหายตัวไป ชุดสืบสวน สน.ดอนเมือง และตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่านายปรัชญา เสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก จึงเริ่มทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายอธิพันธ์    ซึ่งหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปพร้อมทรัพย์สินผู้ตาย รวมถึงนำรถผู้ตายเดินทางไปเที่ยวที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนจะหลบกลับมาพักที่คอนโดย่านบางเขน    จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพลงมือก่อเหตุจริง โดยสาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะเกิดบันดาลโทสะ เพราะผู้ตายจะให้ตนอยู่ค้างตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. ไม่ยอมให้กลับบ้าน เมื่อขอกลับบ้านผู้ตายขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับเนื่องจาก ขณะที่อยู่ด้วยกันมีการร่วมกันเสพยาไอซ์ จึงทนไม่ไหวและเริ่มมีปากเสียงทะเลาะกัน จนคว้าสายไฟปลั๊กพ่วงมาพันคอผู้ตายจนเสียชีวิต   ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากในที่เกิดเหตุพบยาไอซ์จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะมีการสอบสวนเพิ่มเติม โดยแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา   ด้านนายอธิพันธ์ ผู้ก่อเหตุ ระบุว่าคบหาดูใจกับผู้ตายมา 1 สัปดาห์ แต่วันเกิดเหตุต้องการกลับต่างจังหวัดในช่วงปีใหม่ แต่ผู้ตายหึงหวงกลัวตนจะกลับไปหาแฟนเก่า จึงมีปากเสียงก่อนพลั้งมือใช้สายไฟรัดคอเสียชีวิต โดยใช้เวลาในการก่อเหตุประมาณ 10 นาที พร้อมยอมรับถูกบังคับให้เสพไอซ์ ในช่วงก่อนเกิดเหตุ    ส่วนทรัพย์สินที่ขโมยของผู้ตายไปเพราะไม่มีเงินต้องการนำไปขายเพื่อใช้ในการเที่ยวเตร่ ยังมีรายงานว่าสำหรับตัวนายอธิพันธ์ เคยเป็นข่าวที่แต่งงานกับหนุ่มคู่รักในจังหวัดอุดรธานี เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ก่อนจะเลิกลาและมาเริ่มคบหากับผู้ตายได้เพียง 1 อาทิตย์  

 2,350
ข่าวภูมิภาค
11 ธ.ค. 61

รวบแล้วมือยิงคนขับรถตู้ดับ ค้นบ้านพบอาวุธ-กระสุนอื้อ สารภาพไม่รู้จักมาก่อน แค่ฉุนขับรถปาดหน้า

ปทุมธานี-จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ได้เกิดเหตุคนขับรถตู้ถูกยิงขณะกำลังขับรถอยู่บนถนนสายบางขัน-หนองเสือ บริเวณหน้าสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยผู้ตายทราบชื่อภายหลังคือ นายสิทธิชัย ชอบธรรม อายุ 50 ปี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่หัวไหล่ข้างขวา   ต่อมาตำรวจ สภ.คลองห้า ได้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบภาพวงจรปิดและพยานหลักฐานอื่นๆ จนขอศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุคือ นายภาสกร ภาประจง อายุ 26 ปี โดยพบว่าทั้งผู้ตายและผู้ต้องหาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คาดว่าสาเหตุมาจากการกระทบกระทั่งขณะใช้รถใช้ถนนนั้น   ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 พร้อมด้วยตำรวจ สภ.คลองห้า ได้ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวคือ  นายภาสกร ภาประจง อายุ 26 ปี พร้อมของกลางที่ยึดได้จากบ้านพักเป็นอาวุธปืนยาว 1 กระบอก, ปืนสั้น 2 กระบอก, ปืนยาวอัดลม ไม่มีทะเบียน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนชนิดต่างๆ 325 นัด รวมทั้งยังพบยาเสพติดเป็นกัญชา 142.20 กรัม และยาบ้า 47 เม็ด   เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาติ และพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยเปิดเผยสาเหตุว่าเป็นเพราะบันดาลโทษะ เนื่องจากมีการขับปาดหน้ากันไปมากับรถของผู้ตาย   ต่อมาได้ควบคุมตัวนายภาสกร ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าสำนักปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์ โดยนายภาสกร บอกว่า ก่อนหน้านี้ได้ขับรถออกจากบ้านพักก่อนจะมาเจอกับรถผู้ตายที่แยกคลอง 9 จากนั้นมีการขับรถปาดหน้ากันประมาณ 2-3 ครั้งไล่กันมา   จนเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถตู้ผู้ตายขับชะลอ จึงอาศัยจังหวะขับแซงก่อนเปิดกระจกและใช้ปืนที่พกมาซึ่งบรรจุกระสุน 2 นัดยิงเข้าใส่รถตู้ของผู้ตาย โดยนัดแรกยิงไปโดนรถของคู่กรณี แต่นัดที่ 2 กระสุนไปโดนประตูรถกระบะของตนเอง จากนั้นเมื่อเห็นว่ารถเสียหลักลงข้างทาง จึงรีบขับรถหลบหนีโดยได้ทิ้งปลอกกระสุนไว้ข้างทาง ก่อนขับรถกลับบ้าน   จากการสอบสวนผู้ต้องหายอมรับว่า ไม่ได้รู้จักกับผู้ตายหรือมีเรื่องบาดหมางกันก่อนจะมาเกิดเหตุปาดหน้ากัน ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเพราะเพียงแค่พกอาวุธปืนแล้วมีเหตุบันดาลโทษะ ก็สามารถใช้ปืนก่อเหตุยิงกันจนเสียชีวิตได้ โดยได้มีการสั่งการให้ตำรวจทุกพื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัดให้เข้มข้น เพราะหากมีการพกอาวุธปืนขณะขับขี่รถแล้วเกิดใจร้อนก็อาจก่ออาชญากรรมได้โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้   ส่วนอาวุธปืนที่พบนั้น พบว่ามีทั้งมีใบอนุญาตถูกต้องซึ่งเป็นของพ่อของผู้ต้องหา ส่วนปืนของตัวผู้ต้องหาเองเป็นปืนเถื่อน ซึ่งจากการสอบปากคำทราบว่า ผู้ต้องหาชื่นชอบอาวุธปืน และมีการฝึกซ้อมยิงในสนามยิงปืนมาโดยตลอด และจากการตรวจค้นที่บ้านก็พบเป้ากระสุนปืน และที่อาวุธปืนมีการติดกล้องเล็ง ก็แสดงให้เห็นว่ามีความชำนาญในการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี   ส่วนการตรวจค้นที่บ้านพักของผู้ต้องหาแล้วพบยาเสพติดนั้น จากการสอบปากคำรับว่าเคยเสพยาเสพติดมาก่อน โดยทางตำรวจได้ส่งตัวไปตรวจสารเสพติดแล้ว หากพบก็จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติม นอกจากนี้จะได้มีการสอบปากคำเพื่อขยายผลในกระเด็นนี้เพิ่มเติมเพื่อหาตัวเอเยนต์รายใหญ่ด้วย ส่วนประวัติอาชญากรกำลังให้ชุดสืบสวนตรวจสอบว่าเคยก่อเหตุมาก่อนหรือไม่   ขณะที่ผู้ต้องหาบอกว่าช่วงเกิดเหตุมีลูกกระสุนเพียง 2 นัดนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะจากการตรวจค้นในบ้านจะเห็นว่ามีเครื่องกระสุนจำนวนมาก โดยจะได้มีการสอบสวนต่อไป ซึ่งหากการสอบสวนแล้วเสร็จจะมีการนำตัวไปฝากขังต่อศาล   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ https://youtu.be/eX9PKDPRQl8  

 2,397
ข่าวภูมิภาค
15 พ.ย. 61

ดาบตร.เครียด ยิงเพื่อนตำรวจดับพร้อมภรรยา รวม 2 ศพคาแฟลต

ชัยภูมิ-เกิดเหตุที่บ้านพักข้าราชการตำรวจ สถานีตำรวจ สภ.ภูเขียว ทะเลาะวิวาท หลังจากไปฝึกยุทธวิธีกลับมาที่บ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูเขียว เมาเหล้าแล้วเสียงดังทะเลาะกันมาหลายวัน ซึ่งประจวบกับมือปืนมีเรื่องทะเลาะกับภรรยาเพิ่งแยกทางไป และฝ่ายหญิงหอบลูก 3 คนไปด้วย   ทราบชื่อมือปืนคือ ดาบตำรวจชีวานนท์ นาผา ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงดาบตำรวจทองปลิว ราชประสงค์ และภรรยา เสียชีวิตคาบ้านพักข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรภูเขียว   พ.ต.อ.ธนวัฒน์ ภัคคะธนิตศักดิ์ รอง ผบ.ภ.จว.ชัยภูมิ และพ.ต.อ.เวชบุตร ชมบุญ ผกก.สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เข้าเจรจา ดาบชีวานนท์ มือปืนแต่ยังไม่สำเร็จเนื่องจากมือปืนรายนี้มีอาวุธปืนครบ   และยังมีอาการเมาไม่ได้สติ ขังตัวเองอยู่ในห้องเพียงคนเดียว ถ้าเข้าจับกุมในช่วงนี้อาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้มือปืนมีปัญหาทางครอบครัว แยกทางกับภรรยา คาดว่าหน้าจากเกิดความเครียดจึงบันดาลโทสะ กินเหล้าเมาจนขาดสติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pGppOlQiyzs

 1,741
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 61

มือฆ่าหนุ่มติวเตอร์ อ้างออกอุบายให้มาสอน ก่อนนัดเคลียร์ปัญหารัก แต่กลับถูกด่าเลยแค้นยิงดับ

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย ตำรวจนครบาลเตาปูน คุมตัวนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่านายณัฐวัฒน์ เพียรสกุล อายุ 27 ปี อาจารย์สอนพิเศษ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 ซึ่งเป็นจุดที่หลังก่อเหตุยิง   โดยเจ้าตัวได้นำรถยี่ห้อฟอร์ดมาจอด ก่อนนำศพลงจากรถไปซุกซ่อนใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสียไว้ ก่อนจะนำไปจุดทิ้งโทรศัพท์ในคลอง ไม่ห่างจากจุดอำพรางศพ แล้วจึงคุมตัวไปที่ห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ สน. บุปผาราม ซึ่งเป็นจุดที่ก่อเหตุยิง   นายสุรสิทธิ์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่า สาเหตุการลงมือเป็นเพราะหึงหวง โดยในวันเกิดเหตุได้เจอกับผู้ตาย จึงพยายามที่จะขอให้เลิกกับอดีตแฟนสาว แต่ก็ไม่สำเร็จ ก่อนที่จะมีการโต้เถียงกัน อ้างว่าผู้ตายได้ว่าตนว่า "ไอ้ควาย อยากโง่ให้คนอื่นมาแย่งเมียทำไม"   ตนเองจึงรู้สึกโกรธ และบันดาลโทสะก่อนนำอาวุธปืนออกมายิง และนำศพไปทิ้งที่ซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 และซุกใต้รถแท็กซี่ที่จอดเสีย เพราะเป็นจุดที่ตนคุ้นเคย ซึ่งปืนเป็นปืนชี่ตนเองพกพาไปอยู่แล้ว และไม่คิดว่าเรื่องราวจะมาถึงขั้นนี้ พร้อมกันนี้อยากขอโทษแม่ผู้เสียชีวิต และเสียใจจริงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น   ก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ก่อนเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวไม่มีอะไรซับซ้อน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ออกอุบายให้ผู้ตายมาพบ โดยอ้างว่าให้มาติวหนังสือ ก่อนที่จะพยายามเคลียร์กับผู้ตาย และเกิดการโต้เถียงกัน   กระทั่งผู้ตายลงจากรถ ตนเองจึงใช้อาวุธปืนขนาด .38 ซึ่งเป็นปืนที่เป็นมรดกของบิดา มาก่อเหตุยิง ก่อนนำศพไปซ่อนอำพราง โดยสาเหตุที่ลงมือเนื่องจากความหึงหวง และปฏิเสธว่า ไม่ได้มีการวางแผน ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบให้รอบคอบว่าเป็นการบันดาลโทสะ หรือมีการวางแผนมา   ทั้งนี้ยังให้การอีกว่า ตนเองเลิกกับแฟนสาวมานาน 1 เดือน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขู่ แต่พูดแบบบันดาลโทสะว่า มีแฟนใหม่ให้ระวัง แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปฆ่า ซึ่งทั้งคนตาย และผู้ต้องหาไม่เคยเจอกันมาก่อน   เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ได้แจ้งข้อหา ทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้นศพ ก่อนจะนำตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขังผัดแรกในช่วงบ่าย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ieMecO7QNFo

 1,629
ข่าวภูมิภาค
04 มิ.ย. 61

รวบแล้ว! กระบะโมโหบิ๊กไบค์ยกล้อใส่ บันดาลโทสะชักปืนจ่อหัวกลางเมืองพัทยา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chitsanupong Saejai  โพสต์คลิปชายขับกระบะแต่งซิ่งชักอาวุธปืนจอหัว 2 หนุ่มบิ๊กไบค์ กลางถนนเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง   ในเวลาต่อมานายเถลิงศักดิ์ แน่ใหม่ อายุ 20 ปี พนักงานโรงแรม และนายฤทธิ์เกียรติ เข็มเพชร อายุ 23 ปี โปรแกรมเมอร์ (ผู้ถ่ายคลิป) เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา สอบสวนผู้เสียหายให้การว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 02.30 น. ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมพวกประมาณ 7 คน ได้นัดมีตติ้งรวมกลุ่มรถจยย.บิ๊กไบค์ ที่ชายหาดบางแสน จากนั้นได้แยกย้ายกันเดินทางกลับจนเหลือเพียงพวกตน 2 คัน   เมื่อมาถึงบริเวณถนนสุขุมวิท-นาเกลือ ได้พบกับกระบะคู่กรณี ลักษณะการขับซิ่งปาดไปปาดมา ก่อนจะมาจอดติดไฟแดงบริเวณแยกถนนสาย7 ตอน 5 แล้วเหตุการณ์ก็เป็นไปตามคลิปวิดีโอ โดยคนขับกระบะได้ใช้อาวุธปืนมาจ่อศรีษะ นายเถลิงศักดิ์ ก่อนจะนำมาจ่อที่หลังของนายฤทธิ์เกียรติ แต่เมื่อคนขับกระบะดังกล่าวเห็นว่ามีการบันทึกภาพจากกล้องติดหมวก จึงรีบกลับขึ้นรถไป   ต่อมานายสมพร แสงศร อายุ 32 ปี คนขับกระบะ นำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เดินทางเข้ามอบตัวตร. เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้น รถกระบะเชฟโลเลต ไม่พบสิ่งผิดกฏหมายแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบอาวุธปืนพบว่าเป็นปืนไฟแช็ค ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นกระบอกเดียวกันกับในคลิปวิดีโอ   สอบสวนคนขับกระบะ ให้การรับสารภาพว่า ถูกรถจยย. ยกล้อใส่จึงบันดาลโทสะ ใช้อาวุธปืนที่เก็บไว้ในรถออกมาข่มขู่กลุ่มผู้เสียหายดังกล่าว   เบื้องต้นถูกแจ้งข้อกล่าวหา ข่มขู่ให้ผู้อื่นตกใจกลัวได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ส่วนความผิดด้านอาวุธปืน เนื่องจากเป็นปืนไฟแช็ค หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน จึงต้องตรวจสอบว่าเข้าข่ายความใดบ้าง ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มและดำเนินคดีต่อไป   อย่างไรก็ตาม สำหรับนายฤทธิ์เกียรติ เข็มเพชร ผู้ขับขี่จยย.บิ๊กไบค์ ได้ขับจยย.ยกล้อบนท้องถนนถือว่ามีความผิดฐาน ขับขี่จยย.ประมาทหวาดเสียว จะต้องถูกดำเนินคดีเช่นกัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WXSU8J3DG4I    

 1,658
ข่าวภูมิภาค
08 ธ.ค. 60

ชายยิงภรรยาเข้ามอบตัว หลังเห็นลูกสาววอนขอผ่านไลฟ์สด ยันทำไปเพราะบันดาลโทสะ

ราชบุรี-จากกรณีลูกสาวอายุ 28ปี ได้ออกมาไลฟ์สดในเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อให้คนที่รู้จักกับนายสามารถ คำแก้ว อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพ่อ ได้ช่วยบอกให้พ่อมาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองราชบุรี หลังก่อเหตุยิงภรรยาเสียชีวิตที่หน้าบ้าน หลังเกิดความหวาดระแวงว่าภรรยาตนเองนั้นจะมีชู้ ประกอบกับเสพยาบ้าเข้าไปด้วย จึงทำให้เกิดบันดาลโทสะใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงเมียตัวเองต่อหน้าลูกสาว โดยเหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 29 พ.ย.60 ที่ผ่านมา   ล่าสุดนายสามารถ คำแก้ว ผู้เป็นพ่อ ได้เดินทางมาที่สภ.เมืองราชบุรี เพื่อติดต่อขอมอบตัว พร้อมกับบอกว่า หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปโดยทำโทรศัพท์หล่นหายและไม่สามารถติดต่อกับลูกสาวได้เลย จนมีคนเห็นข่าวที่ลูกสาวออกมาวอนขอให้มอบตัวหลังกำพร้าแม่แล้วก็ไม่อยากกำพร้าพ่ออีกคน และนำข่าวมาบอกให้ต้นรู้ จึงรู้สึกสงสารลูกมากทำให้ตัดสินเข้ามอบตัว ประกอบกับในช่วงเดือนนี้เป็นวันพ่อด้วยลูกคงอยากมากราบพ่อ จึงได้เข้ามอบตัวในวันนี้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ก่อเหตุในวันนี้ก็เป็นการบันดาลโทสะมากกว่า   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5SlleJ6QsSQ    

 8,235
ต่างประเทศ
20 พ.ย. 60

หนุ่มอินเดียป่วยไข้เลือดออก ฉุนภรรยาไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วย พลั้งมือบีบคอจนตาย

สำนักข่าว mirror รายงานข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย กรณีสามีบันดาลโทสะบีบคอภรรยาจนเสียชีวิต หลังถูกปฏิเสธไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์ด้วยเนื่องจากเขากำลังป่วยโรคไข้เลือดออก ขณะที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ     Sanjiv Kumar ชายวัย 35 ปี จากรัฐหรยาณา ลงมือฆ่าภรรยาวัย 30 ปี ที่แต่งงานอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี และมีลูกด้วยกันถึง 2 คน หลังได้รับคำปฏิเสธไม่ร่วมหลับนอนด้วยมาระยะหนึ่ง นับตั้งแต่แพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นไข้เลือดออก กระทั่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขาถูกภรรยาปฏิเสธเหมือนครั้งก่อนๆ ทำให้มีปากเสียงและต่อสู้กันจนพลั้งมือบีบคอภรรยาจนขาดใจตาย     ทั้งนี้จากข้อมูลของตำรวจระบุว่าประเทศอินเดียมีคดีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นทุกๆ 5 นาที โดยเฉพาะกับผู้หญิง แต่นักเคลื่อนไหวอ้างว่าตัวเลขที่แท้จริงสูงกว่านั้นมาก      

 59,315
สังคม-อาชญากรรม
24 ต.ค. 60

สามีสุดโหด! ยิงภรรยา-พ่อแม่ฝ่ายหญิงดับ ก่อนฆ่าตัวตาย คาดตามง้อไม่สำเร็จ บันดาลโทสะยิงยกครัว 4 ศพ

  เมื่อเวลาประมาณ09.00น.ของวันที่ 24 ตุลาคม 2560 พ.ต.ท.ไพศาล ขุนณรงค์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.โคกขาม รับแจ้งเหตุมีการยิงกันเสียชีวิตภายในหมู่บ้านสวนปาลม์ ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาครจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และแพทย์จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร    ที่เกิดเหตุอยู่ในห้องนอนชั้นล่างภายในห้องมีเลือดนองเต็มพื้นห้องและพบศพนายเยิ้ม (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 67 ปี นางสมพร  (ขอสงวนนามสกุล )  อายุ 60 ปี นางสาววลีรัตน์  (ขอสงวนนามสกุล )  อายุ 33 ปี และนายวรเดช (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 33 ปี นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และ อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก ส่วนบริเวณนอกห้องมีปลอกระสุนกระจายเกลื่อนและมีรอยเลือดเป็นทาง นอกจากนี้ยังมีเด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 3 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวรหน้าขาด้านซ้ายถูกนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร    จากการสอบถามนายอิสระพร  (ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายเยิ้มผู้ตาย เผยว่าคนก่อเหตุเป็นน้องเขยตน คือนายวรเดช สาเหตุนั้นมาจากปัญหาครอบครัวเพราะว่าทะเลาะกันกับน้องสาวและได้แยกกันอยู่ได้ประมาณ1เดือน แต่มาข่มขู่เป็นประจำเนื่องจากว่าน้องสาวไปมีปัญหากับแม่ของสามี    ด้านนายทองแดง ราศีมา อายุ 52 ปี เพื่อนบ้าน เผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเห็นนายวรเดช ได้มาตะโกนเรียกแฟนที่หน้าบ้านจากนั้นประมาณ 10 นาที ก็ได้กระโดดข้ามรั้วบ้านเข้าไปและเรียกอีกแต่ไม่มีใครเปิดจึงใช้เท้าถีบพังประตูบ้านเข้าไป สักพักประมาณ 5 นาที ก็มีเสียงร้องโวยวายและมีเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 10 นัด และก็มีเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือจากผู้หญิง ซึ่งตนก็ไม่กล้าเข้าไป จนเสียงเงียบก็มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ สักพักเห็นนายวรเดช เดินมาที่รถอีกรอบและก็วิ่งเข้าไปในบ้านอีกครั้งพร้อมกับมีเสียงปืนดังขึ้นอีก 2 นัด จากนั้นก็เงียบเสียง   ส่วนทางด้านพ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ทรัพย์ละออ ผกก.สภ.โคกขาม กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากปัญหาครอบครัวเพราะว่าสองคนผัวเมียแยกกันอยู่ ซึ่งสามีก็มาตามง้อแต่ผู้หญิงไม่ยอม เลยอาจบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งจะได้สอบข้อเท็จจริงจากพยานอีกครั้งหนึ่ง ส่วนศพทั้งหมดเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการส่งไปสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรศพก่อนจะประสานญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อ  

 13,220
ข่าวภูมิภาค
10 ส.ค. 60

ส.อ.ปัตตานีเมาทะเลาะเมีย ชักปืนยิงขู่ นศ.สาว ฉุนขับรถเฉี่ยว โดน 5 ข้อหาหนัก

ปัตตานี-เกิดเหตุ ส.อ.ปรีชา อินทะรังษี อายุ 31 ปี ตำแหน่ง ผบ.ชุดปฏิบัติการณ์ ร้อย ทพ.2207 กรมทหารพรานที่ 22 พร้อมด้วยภรรยา ขับรถยนต์กระบะเพื่อเดินทางกลับบ้านภายในซอย 3 เจริญประดิษฐ์ อ.เมือง จ.ปัตตานี แล้วเกิดเฉียวชนกับรถจักรยานยนต์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี   ก่อนที่ ส.อ.ปรีชา จะใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ยิงขู่กลุ่มนักศึกษา เนื่องจากความโกรธ ประกอบกับมีอาการมึนเมา ทะเลาะกับภรรยา ทำให้คุมสติอารมณ์ไม่อยู่ แต่โชคดีไม่ผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา   ล่าสุดตำรวจ สภ.เมืองปัตตานี ได้นำตัวนักศึกษาที่ได้รับความเสียหายเข้ามาทำแผนชี้จุดที่เกิดเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดี โดยพบว่า บ้านที่เกิดเหตุเป็นห้องแถว ชั้นเดียว จำนวน 5 ห้อง โดยห้องพักของนักศึกษาอยู่ที่ห้องที่ 3 ส่วนห้องของ ส.อ.ปรีชา อยู่ห้องที่ 5 ซึ่งห่างกันเพียงห้องเดียว ส่วนระยะเกิดเหตุที่ ส.อ.ปรีชา ใช้อาวุธปืนยิงขู่นักศึกษาห่างกันเพียงไม่เกิน 6 เมตร นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังได้สอบถามพยานบุคคลที่อยู่รอบข้างในที่เกิดเหตุ มาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ทางด้านคดีคืบหน้าไปมากแล้ว   ด้าน สอ.ปรีชา ถูกดำเนินคดี 5 ข้อหา คือ 1.พยายามฆ่าโดยเจตนา 2.ข่มขู่เอาชีวิต 3.ทำให้ผู้อื่นตกใจหวาดกลัว 4.พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะ และ 5.ยิงปืนขึ้นฟ้า ซึ่งหลังจากพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาจึงได้นำตัวส่งไปยังเรือนจำทหาร ภายในมนฑลทหารบกที่ 46 เพื่อดำเนินขั้นตอนตามกฏหมายของศาลทหารต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/m-4wMwW5I-Y    

 1,210
สังคม-อาชญากรรม
19 มิ.ย. 60

รวบหนุ่ม รปภ. มือมีดแทงลูกบ้านย่านลาดพร้าวดับ อ้างบันดาลโทสะถูกผู้ตายหาเรื่องก่อน

ตร.โชคชัยใช้ 14 ชั่วโมงคุมตัวหนุ่มรปภ. มือมีดแทงลูกบ้านดับ มาดำเนินคดี เจ้าตัวรับ ก่อเหตุเพราะบันดาลโทสะที่ผู้ตายเข้ามาหาเรื่องและทำร้ายร่างกายก่อน   ตำรวจจับกุม นายทนงศักดิ์ หรือเก่ง ประกาย หลังลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายชยานนท์ แดงเลิศ เสียชีวิต บริเวณหน้าลิฟท์ ภายในอพาร์ทเม้นท์ ซอยลาดพร้าว 93/1 ในช่วงกลางดึกของคืนวันศุกร์ต่อนเนื่องเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนจะหลบหนีและถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมได้อย่างรวดเร็ว   โดยภายหลังการจับกุมนายทนงศักดิ์ รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยสาเหตุมาจากที่ผู้ตายเข้ามาหาเรื่อง โดยใช้คำพูดว่า "อยากมีเรื่อง" ในขณะที่กำลังตั้งวงสุราอยู่ด้านหลังอพาร์ทเม้นท์ ที่นั่งพร้อมกับเพื่อนหลังเลิกงาน ซึ่งตนเองพยายามเดินหนีเพราะไม่อยากมีเรื่อง แต่ขณะกำลังเดินทางกลับบ้าน ผู้ตายก็เข้ามาทำร้ายร่างกายตนเอง หลายครั้งจนทำให้บันดาลโทสะ ประกอบกับอยู่ในอาการมึนเมาจึงลงมือใช้อาวุธมีดที่พกไว้ แทงผู้ตายก่อนจะวิ่งตามผู้ตายมาแทงซ้ำอีกหลายครั้ง จนถึงแก่ความตาย   ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดมีเพื่อนพนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด หลังก่อเหตุก็ได้หลบหนีไปด้วยความตกใจ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาเพียงแค่ 14 ชั่วโมง จนทราบว่าผู้ต้องหากำลังหลบหนีไปทางรถไฟ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟสกัดจับ จับกุมนายทรงศักดิ์ ได้บนรถไฟ ขณะกำลังหลบหนีเดินทางไปจังหวัด อุบลราชธานี นอกจากนี้จากการสอบสวนยังพบว่า ตัวผู้ตายเองก็อยู่ในอาการมึนเมาเช่นกัน จึงคาดว่าสาเหตุมีเพียงการทะเลาะวิวาทจากการมึนเมาเพียงเท่านั้น    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายทนงศักดิ์ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปทางสาธารณะ โดยไม่เหตุอันควร ก่อนจะดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาฝากขังต่อไป ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zBIS0gk6rJk    

 11,652
ข่าวภูมิภาค
30 พ.ค. 60

ภรรยาแค้นถูกนอกใจ ไม่ทำการบ้าน บันดาลโทสะเฉือนเจ้าโลกสามี ก่อนกินยาฆ่าตัวตาย

ลำปาง-ชายอายุ45ปี ถูกภรรยาใช้มีดทำครัวเฉือนอวัยวะเพศจนขาด เนื่องจากมีพฤติกรรมนอกใจฝ่ายหญิง ก่อนที่ภรรยาจะบันดาลโทสะใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศของฝ่ายจนขาด ซึ่งก็คิดว่าฝ่ายชายจะเสียชีวิต ทางฝ่ายหญิงจึงได้ตัดสินใจกินยาฆ่าหญ้าเพื่อจะฆ่าตัวตายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา   ขณะที่อาการของฝ่ายชาย ล่าสุดแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรม และแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ได้ทำการผ่าตัดรักษาบาดแผลจนอาการดีขึ้น ซึ่งทางแพทย์ยังได้นำอวัยวะเพศที่ขาดมาต่อร่างกายแล้วแต่อาจจะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติอีก เนื่องจากเส้นเอ็นและเส้นประสาทได้ขาดออกจากกันแล้ว แต่ยังสามารถใช้เป็นทางเดินของท่อปัสสาวะได้          ชมผ่านยูทูปได้ที่ :https://youtu.be/b1qQuXIVSJk

 18,566
ต่างประเทศ
12 เม.ย. 60

หนุ่มรัสเซียสะใจ เทปูนใส่รถภรรยา แก้เผ็ดฐานนอกใจ-แอบเปลี่ยนนามสกุลไม่บอก

สามีชาวรัสเซียขี้โมโห ไม่พอใจที่ภรรยานอกใจ และแอบเปลี่ยนนามสกุลเป็นชื่อตามซูเปอร์มาร์เก็ต โดยที่ไม่บอกกล่าว จึงบันดาลโทสะใช้รถโม่ปูนมาเทปูนซีเมนต์ใส่รถยนต์คันโปรดของภรรยาจนเละทั้งคัน ด้วยความสะใจไม่สะทกสะท้าน 

 40,988

Top