ค้นหา :

ผลการค้นหา "อาหารเสริม"

สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

จนท.บุกจับเจลลี่กัญชา และอาหารเสริม กลางเมือง พบลักลอบนำเข้าจากสหรัฐ

วานนี้ (22 พ.ย.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.กก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.4 บก.ปคบ. เดินทางไปตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางอาหารเสริมและยา ประเภทเยลลี่ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนผสมต้องห้าม ประเภทกัญชา และยานอนหลับ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ จำนวนมาก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดี โดยวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดกับประชาชน ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข   ด้าน พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวถึงกรณีเยลลี่กัญชาที่กำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียงในขณะนี้ ว่า หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นน่าจะลักลอบเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยหลายประเทศกัญชาไม่ได้ผิดกฎหมายแต่เมื่อเข้าประเทศไทยถือว่าเป็นยาเสพติด ใครมีในครอบครองก็จะมีความผิด   ส่วนเยลลี่นอนหลับที่มีจำหน่ายทางเว็บไซด์จำหน่ายสินค้าออนไลน์นั้นเป็นการจำหน่ายผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่อาหารเสริม สินค้าดังกล่าวเป็นยาจะต้องขออนุญาตจาก อย. ฝากเตือนประชาชนระมัดระวังอย่าไปสั่งซื้อออนไลน์มาบริโภคเองเพราะเยลลี่นอนหลับ ดังกล่าวเป็นสิ่งผิดฎหมาย   ด้านความคืบหน้าในกรณีของ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ นั้นทางด่านตำรวจได้ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ กับใคร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u9NSvWYxmMM

 2,832
สังคม
23 พ.ย. 62

จนท.บุกจับเจลลี่กัญชา และอาหารเสริม กลางเมือง พบลักลอบนำเข้าจากสหรัฐ

วานนี้ (22 พ.ย.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.กก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.4 บก.ปคบ. เดินทางไปตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางอาหารเสริมและยา ประเภทเยลลี่ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนผสมต้องห้าม ประเภทกัญชา และยานอนหลับ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ จำนวนมาก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดี โดยวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดกับประชาชน ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข   ด้าน พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวถึงกรณีเยลลี่กัญชาที่กำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียงในขณะนี้ ว่า หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นน่าจะลักลอบเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยหลายประเทศกัญชาไม่ได้ผิดกฎหมายแต่เมื่อเข้าประเทศไทยถือว่าเป็นยาเสพติด ใครมีในครอบครองก็จะมีความผิด   ส่วนเยลลี่นอนหลับที่มีจำหน่ายทางเว็บไซด์จำหน่ายสินค้าออนไลน์นั้นเป็นการจำหน่ายผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่อาหารเสริม สินค้าดังกล่าวเป็นยาจะต้องขออนุญาตจาก อย. ฝากเตือนประชาชนระมัดระวังอย่าไปสั่งซื้อออนไลน์มาบริโภคเองเพราะเยลลี่นอนหลับ ดังกล่าวเป็นสิ่งผิดฎหมาย   ด้านความคืบหน้าในกรณีของ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ นั้นทางด่านตำรวจได้ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ กับใคร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u9NSvWYxmMM

 2,832
บันเทิง
04 ก.ย. 62

‘ตั๊ก บงกช’ ปฏิวัติตัวเอง น้ำหนักลด 32 กิโล ใน 3 ปี ปัดใช้ยา-อาหารเสริม แนะเคล็ดลับหุ่นสวย

ตั๊ก บงกช แจงน้ำหนักลดลง 32 กิโล ภายใน  3 ปี เหตุปฏิวัติตัวเองเพื่อทำงานในวงการ ปัดใช้อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถูกนำไปโฆษณาหวั่นโดนหางเลข ยันไม่ตัดลำไส้ ไม่ตัดกระเพาะ     มากันที่ ‘ตั๊ก บงกช’ ที่เมื่อวานี้ก็ออกงานมาร่วมงานแถลงข่าว การแสดงโขน ตอน สืบมรรคา ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ  และนักข่าวก็เห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างของ ‘ตั๊ก’    ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า พยายามมาตลอด 3 ปี ตอนนี้น้ำหนักลดลงกว่า 32 กิโลกรัม จากเคยหนักสูงสุดเกือบ 90 กิโล ตอนนี้เหลือ 55 กิโล และเอวก็ 25 นิ้ว โดย ‘ตั๊ก’ บอกว่าเหตุที่ต้องมาปฎิวัติตัวเองเพราะอยากอยู่กับลูกไปนานๆ และกลัวว่าลูกจะอายเพื่อนที่โรงเรียนที่แม่อ้วน และ อีกหนึ่งสาเหตุที่ ‘ตั๊ก’ ต้องลดความอ้วนเพราะว่าแรงกดดันจากวงการบันเทิง เพราะตนอยากกลับมาทำงานที่รัก     แต่หลังจากที่ ‘ตั๊ก’ หุ่นดี ก็มีคนนำรูปของ ‘ตั๊ก’ ไปแอบอ้างขายอาหารเสริมลดน้ำหนัก ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าต้องรีบชี้แจง เพราะกลัวว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะผิดกฎหมาย ก็จะซวยไปด้วย  พร้อมกับยืนยันว่าที่ผอมได้ ไม่ได้ให้ยา หรือ อาหารเสริมเป็นตัวช่วยเลย  แต่ก็ยอมรับว่าเมื่อตอนเด็กๆ เคยใช้แต่ไม่เป็นผลได้ถาวรก็ไม่เคยกลับมาใช้อีกเลย    และที่มีข่าวลือว่า ตนไป ผ่าตัดลำไส้ ผ่าตัดกระเพาะ เพื่อจะได้ทานได้น้อยๆ เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่เคยทำ เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่คิดจะทำให้อะไรที่เสี่ยง เพราะตนอยากมีชีวิตอยู่กับลูกไปนานๆ   เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่า ‘ตั๊ก บงกช’ ใช้วิธีไหนในการลดน้ำหนัก เจ้าตัว แนะให้เริ่มจากการนำเลือดไปตรวจ เพื่อดูเรื่องการเผาผลาญของร่างกายว่าเผาผลาญอะไรมากแค่ไหน ก็จะรู้ว่าสิ่งใดที่เราทานเข้าไปแล้วไม่เผาผลาญเลย เขาก็จะลิสต์มาว่าอะไรที่เราทานไม่ได้บ้าง แล้วจะทานอะไรได้บ้างที่จะเผาผลาญพลังงานเราดีขึ้น พอทำไปประมาณ 8 เดือนระบบเผาผลาญเราก็จะเปลี่ยน พอเปลี่ยนแล้วน้ำหนักเราก็จะลงคือไม่จำเป็นต้องอด และออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรง กระชับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SPMbii6XXo0

 9,831
บันเทิง
09 พ.ค. 62

'แต้ว' ไม่หวั่นดราม่าอาหารเสริม มั่นใจไม่มีปัญหา 'ต้นหอม-มะตูม'

แต้ว ณฐพร เผยชกระแสดราม่าอาหารเสริมระหว่าง ปู ไปรยา และต้นหอม-ดีเจมะตูม จนถูกจับตาและลามมาที่ตัวเอง แต้วแจงที่ยังทำธุรกิจนี้อยู่เพราะเป็นความรับผิดชอบ และแบรนด์ที่ทำอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เผยสถานะการเป็นบอสต้องทำหน้าที่พรีเซนเตอร์และการประชาสัมพันธ์ มั่นใจสัญญาที่ทำร่วมกับต้นหอม-มะตูมไม่มีปัญหา เพราะคุยขอบเขตงานและผลประโยชน์ชัดเจนตั้งแต่แรก และไม่กลัวเสียชื่อเสียง เพราะเป็นการทำธุรกิจตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3SIVPqoxlcU

 2,016
บันเทิง
27 เม.ย. 62

'ดีเจต้นหอม' ลั่นหลังจากนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย แจง 'ปู-ไปรยา' ทิ้งงาน-ผิดสัญญา

จากกรณีที่ ปู-ไปรยา ประกาศถอนตัวจากบริษัทอาหารเสริม ที่มีหุ้นส่วนคือ ดีเจมะตูม และ ดีเจต้นหอม ก่อหน้านี้ดีเจมะตูมได้โพสต์ข้อความแขวะ ปู-ไปรยา หลัง ปู-ไปรยา บอกว่าไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว ส่วนเรื่องอาหารเสริมไม่ต้องมาเรียกบอส เพราะสงสารตัวแทนจำหน่าย ที่เกิดเรื่องอยู่ตลอด   ล่าสุด ดีเจต้นหอม หนึ่งในหุ้นส่วน ประกาศ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการฟ้องร้อง เพราะ ปู-ไปรยา ทิ้งงาน ไม่ทำตามสัญญา เป็นคนร่างสัญญาเอง แต่ไม่ทำตาม เสียความรู้สึก หลังจากนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/p7ELCdZDM38

 12,010
บันเทิง
24 เม.ย. 62

'มะตูม' รับโพสต์แขวะ 'ปู ไปรยา' หลังเคลียร์ชัดถอนตัวธุรกิจอาหารเสริม

นักแสดงสาว 'ปู ไปรยา' ที่ก่อนหน้านี้ ได้ร่วมทำธุรกิจอาหารเสริมร่วมกับ 'ดีเจต้นหอม' และ 'ดีเจมะตูม'  ต่อมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับการทำธุรกิจนี้ ออกมาเรื่อยๆ จนล่าสุด ปู ไปรยา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้ถอนตัวออกมาจากธุรกิจนี้ได้ 3 เดือนแล้ว เพราะไม่เป็นไปตามข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ แต่ทั้งหมดก็ให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ให้ทนายความเป็นคนจัดการ   โดยปูบอกว่าที่ผ่านมา พอมีปัญหาตนก็จะต้องเป็นคนออกหน้าก่อนตลอด หลังจากทำมาได้ 1 ปี รู้ว่าวงการอาหารเสริมเป็นวิธีทำเงินได้ง่าย และเป็นเทรนด์ที่จะดึงดารามาเป็นส่วนรวม ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นหุ้นส่วนบริษัท แต่ใช้ชื่อเสียงเพื่อที่จะดึงดูด ยอดขาย และพอได้เห็นข่าวหลายครั้ง ก็รู้ว่าคนที่น่าสงสารคือตัวแทนจำหน่าย   ส่วนความสัมพันธ์กับดีเจมะตูมและต้นหอม เจ้าตัวก็บอกว่าไม่มีการได้คุยกันแล้ว ไม่มีเรื่องผิดใจกัน เพราะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่มาทำธุรกิจร่วมกันเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น   ทางฝั่งดีเจมะตูม ได้แชร์ข่าวของ ปู ไปรยา โดยมีแคปชั่นว่า "ตามนี้นะคะ ต่อไปนี้อย่าไปเรียกคุณปูว่าบอสนะคะ สงสารเค้า เค้าอุตส่าห์สงสารตัวแทนแล้ว จบกันด้วยดีเนาะ" ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง   แต่ต่อมาดีเจมะตูม ได้โพสต์ชี้แจงว่า "ที่มะตูมแชร์ เพราะมีเจตนาต้องการกระจายข่าวให้ตัวแทนทราบ จะได้ไม่ต้องพาดพิงหรือใช้ชื่อเค้าในการขาย เพราะเค้าออกมาพูดก่อนบริษัท ไม่ได้ต้องการแขวะ หรือให้คนเข้าไปรุมด่านะครับ ลำพังมะตูมเองก็ไม่ใช่นางเอก และก็รู้ดีว่าชื่อเสียงตัวเองก็ลบมากกว่าบวก ยังไงไม่ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวว่าร้ายใครเหมือนกัน แต่ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวพูดความจริงดีกว่าครับ   ปล.โพสต์ก่อนหน้านี้แขวะมั้ย เอาแบบตรงๆก็แขวะแหละ ก็รู้สึกแบบอะไรว๊า อุตสาห์เงียบ รอเคลียร์หลังบ้าน จะได้ไม่มีฝ่ายไหนเสียหรือเป็นข่าว พอโดนแบบนี้ก็เลยอิน+ดูกรงกรรมเพิ่งจบ เลยแชร์แบบแขวะไป ต้องอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจริงๆ อันนี้ไม่ตอแหล แชร์ได้" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xTsP-wPMgBY

 17,076
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 61

กลุ่มตัวแทนอาหารเสริมร้องกองปราบเอาผิด บริษัทเรียกคืนสินค้าแต่ไม่คืนเงิน เสียหายนับล้าน

กลุ่มตัวแทนขายอาหารเสริม เข้าค้องกองปราบ หลังบริษัทเรียกคืนสินค้า อ้างจะคืนเงินแต่เมื่อส่งสินค้าคืนแล้วกลับไม่ได้เงินคืน เสียหายนับ 5 ล้านบาท   (2 พ.ย.61) จากกรณีที่นายพศุตม์ บานแย้ม หรืออาร์ต นักแสดงและผู้ที่มีชื่อถือหุ้นบริษัทดีซูส (ประเทศไทย) จำกัด เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการหุ้นส่วน 2 ราย ตามความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนบริษัท หลังพบปัญหาการจัดการภายในบริษัท และมีการสั่งเรียกคืนสินค้าจากตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้รับสินค้ามาจำหน่ายรวมกว่า 20 คน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีหนึ่งในกรรมการบริษัทดังกล่าว ในความผิดฐานฉ้อโกง หลังไม่ปฏิบัติตามสัญญาคืนเงินค่าสินค้าตามที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้กับตำรวจ และที่ได้ประกาศกับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้าก่อนหน้านี้    หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายสินค้า ระบุว่า ได้รับสินค้ามาจำหน่ายให้ลูกค้ามานานกว่า 1 ปี นับตั้งแต่ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2560 ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการจำหน่ายมีทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและอาหารเสริม จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนได้รับประกาศจากทางบริษัทให้เรียกเก็บสินค้าคืน โดยอ้างว่าจะปิดกิจการและจะคืนเงินค่าสินค้าให้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม โดยมีการออกประกาศจากบริษัทอย่างเป็นทางการ จากนั้นตัวแทนบริษัทยังได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร ซึ่งมาทราบภายหลังว่ามีการเปลี่ยนแปลงว่าจะคืนเงินในวันที่ 1 พฤศจิกายนแทน ซึ่งปัจจุบันสินค้าได้ส่งคืนไปทั้งหมดแล้ว แต่กลุ่มตัวแทนผู้จำหน่ายก็ยังไม่ได้รับเงินคืน เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวคล้ายมีเจตนาบ่ายเบี่ยงฉ้อโกง จึงตัดสินใจรวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทดังกล่าว    ทั้งนี้สำหรับผู้ที่จะดำเนินคดี ตัวแทนผู้จำหน่ายสินค้า ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับหนึ่งในกรรมการบริษัทที่ไม่ใช่นายพศุตม์ บานแย้ม เนื่องจากกรรมการบริษัทรายดังกล่าวเป็นผู้เดียวที่ดำเนินการทั้งหมด ทั้งเรียกคืนสินค้า ออกเอกสารต่างๆ ส่วนความเสียหายที่พบรวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยจะแจ้งข้อหาฉ้อโกงกับหนึ่งในกรรมการบริษัทคนดังกล่าว พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาเพื่อส่งเรื่องให้ผู้ที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็น กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

 2,415
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 61

อย.ย้ำ อาหารเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรค เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

อย. เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมว่าสามารถรักษาโรคได้ เพราะไม่ใช่ยารักษาโรค เบื้องต้นสั่งสาธารณสุขจังหวัด ขอนแก่น เก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียดวงตาจากสถานที่จำหน่ายทั้งหมด นำไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่ วอนขออย่าโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง   นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แจงกรณีข่าวผู้ป่วยรายหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น สูญเสียดวงตา จากการโฆษณาชวนเชื่อของผู้ขายอาหารเสริมว่าใช้หยอดตารักษาอาการต้อกระจกได้ จนติดเชื้ออย่างรุนแรง แพทย์ต้องควักลูกตาออก โดยนายแพทย์สุรโชค ยืนยันว่าอาหารเสริมไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาโรคใดๆได้ ที่สำคัญการจ่ายยาให้ผู้ป่วย ต้องเป็นแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือหลอกลวงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30000 หรือทั้งจำทั้งปรับ    ซึ่งสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขออนุญาติ อย. ใช่ชื่อ คอลดาต้า หรือ อาหารเสริมน้ำพลูดาว ที่ผลิตโดยบริษัท คิงส์ เฮิร์บเวิลด์ 1999 จำกัด ที่จำหน่ายตามร้านค้าในจังหวัดขอนแก่นทั้งหมดแล้ว เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีส่วนผสมสารที่เป็นอันตรายหรือไม่หากพบมีการปลอมปนสารอันตรายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20000 หรือทั้งจำทั้งปรับ    นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบแล้วว่าใครเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ จึงประสานไปยัง สคบ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมาย พร้อมประสาน กสทช ให้ปิดเวปไซด์ที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ดังดล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม อย. ขอเตือนประชาชนที่บริโภคอาหารเสริมให้ตรวจสอบเลขทะเบียนและตรารองรับจาก อย. ให้ถูกต้อง หากมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงให้โทรสอบถามสายด่วน 1556 และหากพบผลิตภัณฑ์ใดโฆษณาโอ้อวดเกินจริง อย.จะถอนทะเบียนการค้าทันที    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ป้าวัย 55 ปีตาบอด โดนเซลล์หลอกขาย น้ำสมุนไพรครอบจักรวาลหยอดตา

 1,734
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 61

อย.-กสทช. ลุยสั่งแบนโฆษณาอาหาร-เครื่องสำอางผิดกฎหมาย สั่งห้ามออกอากาศเพิ่มอีก 2 ช่อง

อย. - กสทช. เดินหน้าสั่งระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ทั้งอาหารและเครื่องสำอางต่อเนื่อง พบจำนวนช่องที่ออกอากาศลดลง ทีวีดิจิตอลเหลือเพียง 2 ช่อง   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) พร้อมด้วยนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยผลการเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. เป็นต้นมาพบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจำนวนช่องที่มีการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายมีจำนวนลดลง   โดยตั้งแต่วันที่ 16-18 พ.ค. 2561 พบว่า มีทีวีดิจิตอลเพียง 2 ช่องที่ออกอากาศโฆษณาอาหารและเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ช่องสปริงนิวส์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร REAL อัลฟ่า คลอโรฟิลล์ และช่อง Nation TV ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชาริส ส่วนช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวี มีทั้งหมด 10 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ แต่การโฆษณาในฝั่งเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น 20 URL ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่ามีผลกับโครงสร้างของร่างกาย การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณเพื่อการรักษาโรค   ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบจากวันที่ 4-15 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมมือกัน สำนักงาน กสทช. ได้ระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายในทีวีดิจิตอลไปแล้วจำนวน 7 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ ช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวีจำนวน 25 ช่อง 22 ผลิตภัณฑ์ และเว็บไซต์จำนวน 10 URL

 4,652
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 61

เรียก 6 ดาราสาวให้ปากคำ รีวิวยาลดความอ้วน 'แกลโล' ใส่สารไซบูทรามีน

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย 6 รายชื่อ ดารานักแสดง ที่ร่วมรีวิวผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนที่ใส่สารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ทำให้ผู้ที่รับประทานเสียชีวิต ซึ่งเป็นการขยายผลจาการที่ จนท.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เข้าตรวจค้นโรงงานผลิตอาหารเสริม และพบมีจำนวน 10 ยี่ห้อ ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน   รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กลุ่มดารานักแสดง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ประกอบการผลิตอาหารเสริม ต้องการให้มารีวิวสินค้า โดยสินค้าล่าสุดที่พบ คือ ผลิตภัณฑ์แกลโล มีดารานักแสดงจำนวน 6 คน ที่ตำรวจออกหมายเรียกมาให้ข้อมูล คือ กิ๊บซี่-วนิดา เติมธนาภรณ์ และนานา ไรบีน่า ซึ่งทั้งสองคนนี้ ซ้ำกับการรีวิวสินค้าเมจิก สกิน จึงออกหมายเรียกให้มาพบตำรวจในวันที่ 28 พฤษภาคม 2561   ส่วน เจนนิเฟอร์ คิ้ม-พรพรรณ ชุนหชัย, ปุยฝ้าย เอเอฟ-ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเตชตระกูล, น้ำฝน-กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ และนาตาลี เดวิส ให้มาพบตำรวจ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ซึ่งดารากลุ่มนี้ อาจเข้าข่ายความผิด 3 ข้อหา คือ โฆษณาอันเป็นเท็จ และโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติ อาหาร และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยต่อจากนี้จะขยายผลว่า กลุ่มดารามีความเกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วยหรือไม่   ซึ่งหากพบว่า มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็จะมีความผิดเพิ่มเติม อีก 2 ข้อหา คือร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งจะมีโทษจำคุก 5 ปี และ 2 ปี   สำหรับผลิตภัณฑ์ แกลโล เบื้องต้นพบสารอันตรายที่ อย.แจ้งเตือนในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนสารไซบูทรามีน มักพบผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย อาจทำให้เสียชีวิตได้ และในขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งให้ยกเลิกการจำหน่าย แต่มีการประกาศเตือนประชาชน ให้ทราบถึงผลการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FqkQhT5h_Sc  

 2,872
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

อย.เร่งหา หญ้ารีแพร์ - บิ๊กเอ็ม มาตรวจสอบ หลังพบไม่มีข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร-ยา

อย.ยังหา หญ้ารีแพร์-BIG-M สองผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผิดมาตรวจสอบ หลังมีการร้องเรียน เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา   จากกรณีที่ทาง อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หญ้ารีแพร์ ทางเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่พบว่ามีการโฆษณาขายหญ้ารีแพร์ ที่อ้างสรรพคุณช่วยในการฟิตกระชับ กลับสู่วัยสาว ลดอาการปวดประจำเดือน ลดอาการตกขาว ขับสารพิษ ลดไขมันในเส้นเลือด และผลิตภัณฑ์ BIG-M ที่มีคำโฆษณา อ้างว่าเป็นสมุนไพรหมามุ่ยอินเดีย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ บำรุงต่อมลูกหมาก แก้ต่อมลูกหมากโต ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาเกินจริง   นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาจึงยืนยันได้ว่าเป็นการโฆษณาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนผู้ผลิต ขาย ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    ขณะนี้ทาง อย. อยู่ระหว่างหาตัวผลิตภัณฑ์ทั้งสองมาตรวจว่ามีการผสมส่วนผสมใดบ้าง จึงจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา และจะสามารถระบุได้ว่าผิดในข้อใดเพิ่มนอกจากการโฆษณาโดยไม่ได้ระบอนุญาต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,224
บันเทิง
09 พ.ค. 61

'ปู ไปรยา' เคลียร์ดราม่า อาหารเสริมโฆษณาเกินจริง ยันแก้ไขแล้ว

ปู-ไปรยา สวนดอกไม้ ชี้แจงกรณีผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แบรนด์ PRAYA BY LB มีคำโฆษณาเกินจริง ชูสรรพคุณรักษามะเร็ง บำรุงตับ ลดความดัน บำรุงหัวใจ ฯลฯ    ซึ่งเจ้าตัวยืนยันค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องนี้ เพราะเป็นคนทำอะไรจริงจัง ถ้าตนเห็นโฆษณานี้ออกก่อน จะไม่มีทางอนุมัติ แต่ในเมื่อไม่ได้เห็น ก็ต้องยอมรับว่านี่คืออีกบทเรียนในชีวิต ที่ผ่านมาลองทานแล้วมา 2 เดือน ซึ่งขอชี้แจงว่าตัวสินค้าเอง มี อย. ปลอดภัย แต่ขอย้ำเรื่องการโฆษณา ที่ตนไม่เห็นด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการแก้ไขแล้ว    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-OLEExK-Ejo    

 4,057
บันเทิง
09 พ.ค. 61

'มะปราง' เข้าพบ จนท. แจงบริษัทจดทะเบียนอาหารเสริมถูกต้อง น้อมรับผิดหากโฆษณาเกินจริง

มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล ดาราช่อง 3 พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Be curve ของตนเอง ซึ่งมีดาราสาวอย่าง เบลล่า-ราณี แคมเปน เป็นหุ้นส่วนร่วมด้วย   ซึ่งการเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เป็นการชี้แจงใน 2 กรณี คือชี้แจงในส่วนของบริษัทที่ตนเองจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ได้เป็นบริษัทที่ทำการหลอกลวงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด โดยก่อนที่จะเดินทางมากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตนเองได้เดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อชี้แจงว่าบริษัทตนเองไม่ใช่การทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่   สำหรับส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ได้ส่งไปให้ทางอ.ย.และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบและขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล แต่ตนเองได้ให้ทางแลปเอกชนตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ประชาชนสามารถมั่นใจได้   ประเด็นที่ 2 ที่จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคือมีสมาชิกในบริษัททำการเขียนข้อความเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกินจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตัวมะปรางเองได้มีการแจ้งตักเตือนไปยังสมาชิกแล้วว่าอย่าเขียนข้อความโฆษณาเกินจริง ซึ่งทางมะแรางก็ยอมรับว่าเป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจ อาจจะมีการกระทำที่ผิดพลาดไปบ้าง   โดยข้อความที่มีการโฆษณาเกินจริงคือ ฉีกชงผอม ซึ่งทางตัวบริษัทเองไม่ได้มีการโฆษณาข้อความในลักษณะนี้ การเขียนคำโฆษณาของสมาชิก หากมีความผิดปรางก็ขอรับโทษเองเพื่อเป็นการปกป้องสมาชิกทุกคน   ในส่วนของการให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. เป็นผู้สอบปากคำเบื้องต้น จากการตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดทางบริษัท เพราะจดแจ้งถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เหลือเพียงแต่ข้อความในโฆษณาที่ทางตำรวจจะต้องส่งข้อความรายละเอียดไปให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่โฆษณาเกินจริงหรือไม่ หากมีความผิดจริงก็จะต้องรับโทษ โดยการเรียกมะปรางมาเสียค่าปรับ   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bc4po3Q8U2M      

 2,940
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ค. 61

"มะปราง" ดาราสาวพบตร.กรณีพบข้อความโฆษณาอาหารเสริมเกินจริง ระบุสมาชิกเขียนแต่ยินดีรับโทษแทน

นางสาววิรากานต์ เสณีตันติกุล หรือมะปราง ดารานักแสดงทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อชี้แจงรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Be curve ของตนเอง ซึ่งมีดาราสาวอย่าง เบลล่า ราณี แคมเปน เป็นหุ้นส่วนร่วมด้วย   ซึ่งการเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้เป็นการชี้แจงใน 2 กรณี คือชี้แจงในส่วนของบริษัทที่ตนเองจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ไม่ได้เป็นบริษัทที่ทำการหลอกลวงประชาชนหรือแชร์ลูกโซ่แต่อย่างใด โดยก่อนที่จะเดินทางมากองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ตนเองได้เดินทางไปที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อชี้แจงว่าบริษัทตนเองไม่ใช่การทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ สำหรับส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ได้ส่งไปให้ทางอ.ย.และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบและขณะนี้อยู่ระหว่างการรอผล แต่ตนเองได้ให้ทางแลปเอกชนตรวจสอบเบื้องต้นก่อนเพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค ซึ่งผลการตรวจไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ประชาชนสามารถมั่นใจได้    ประเด็นที่ 2 ที่จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคือมีสมาชิกในบริษัททำการเขียนข้อความเพื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกินจริง ซึ่งก่อนหน้านี้ทางตัวปรางเองได้มีการแจ้งตักเตือนไปยังสมาชิกแล้วว่าอย่าเขียนข้อความโฆษณาเกินจริง ซึ่งตัวปรางเองก็ยอมรับว่าตนเองและสมาชิกเป็นมือใหม่อาจจะมีการกระทำที่ผิดพลาดไปบ้าง โดยข้อความที่มีการโฆษณาเกินจริงคือ ฉีกชงผอม ซึ่งทางตัวบริษัทเองไม่ได้มีการโฆษณาข้อความในลักษณะนี้ การเขียนคำโฆษณาของสมาชิก หากมีความผิดปรางก็ขอรับโทษเองเพื่อเป็นการปกป้องสมาชิกทุกคน    ในส่วนของการให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. เป็นผู้สอบปากคำเบื้องต้น จากการตรวจสอบข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ไม่พบความผิดทางบริษัท เพราะจดแจ้งถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน เหลือเพียงแต่ข้อความในโฆษณาที่ทางตำรวจจะต้องส่งข้อความรายละเอียดไปให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความที่โฆษณาเกินจริงหรือไม่ หากมีความผิดจริงก็จะต้องรับโทษ โดยการเรียกมะปรางมาเสียค่าปรับ

 2,528
บันเทิง
08 พ.ค. 61

'มะปราง' พร้อมพบ จนท. หลัง อย.ชี้อาหารเสริมเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง เจ้าตัวยันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่

จากกรณี 2 ดาราสาว มะปราง-วิรากานต์ เสณีตันติกุล และเบลล่า ราณี ร่วมกันทำธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก Be curve ทำให้มีหลายฝ่ายมองว่าอาจเข้าข่ายความผิดโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาต โฆษณาเกินจริง และอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่   ล่าสุด อย.ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขอเลขสารบบของ อย.อย่างถูกต้อง แต่การโฆษณาอาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อความในการโฆษณาอาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง   ซึ่งจะมีบทลงโทษตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   และมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม อย.จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการเรียกสอบและดำเนินคดีต่อไป   ด้านมะปราง ระบุจนถึงขณะนี้ยังไม่มี ตร.ติดต่อ หรือมีหมายเรียกใดๆ ช่วงนี้คุยกับเบลล่าตลอดเพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคำว่าชงผอม ใช้สิทธิ์จองรวย เป็นคำที่ตัวแทนจำหน่ายเอาไปใช้ ไม่ได้มาจากบริษัทแต่อย่างใด ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการตักเตือนตัวแทนไปแล้ว   ทั้งนี้ยอมรับว่าเพิ่งทำธุรกิจ ทำให้ยังมีบางเรื่องที่ยังไม่ทราบและบกพร่องไป ยืนยันตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่ายด้วยตัวเอง และธุรกิจนี้ไม่เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ อย่างไรก็ตามตนพร้อมชี้แจงกับ จนท.หากมีการติดต่อมา   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sj5tX55l-nE    

 1,925

Top