ค้นหา :

ผลการค้นหา "อาหารเสริม"

บันเทิง
07 ก.พ. 63

'ไบรอัน แอล มาร์การ์' เปิดตัว 'ฟอร์เดย์' ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร-บำรุงผิวจากญี่ปุ่น

นายไบรอัน แอล มาร์การ์ เปิดตัว ฟอร์เดย์ ครั้งแรกในไทย ขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและบำรุงผิว เปี่ยมคุณภาพ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น   นายไบรอัน แอล มาร์การ์ ร่วมมือกับคุณเคอิโกะ วาดะ ประธานบริษัท ฟอร์เดย์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) เปิดตัวธุรกิจใหม่ บริษัท ฟอร์เดย์ (ประเทศไทย) จำกัด อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา   ตลอดระยะเวลากว่า 20ปี นายไบรอัน ถือเป็นบุคลากรชั้นนำผู้บุกเบิกหลายอย่างในวงการบันเทิงไทย ที่ตอนนี้กำลังจะเริ่มต้นความท้าทายใหม่ ก้าวสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและบำรุงผิว ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้กับทุกคนในประเทศ จากสุขภาพกายและสุขภาพผิวพรรณที่ดี พร้อมให้โอกาสทางธุรกิจผ่านการขายตรงระบบสมาชิก   สำหรับบริษัทฟอร์เดย์ เป็นบริษัทชั้นนำที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและบำรุงผิว ที่ประสบความสำเร็จสูงมากในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของฟอร์เดย์จะนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคชาวไทยที่ต้องการดูแลให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดีและต้องการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฟอร์เดย์ประเทศไทย หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ www.fordays.co.th หรือทางเฟซบุ๊ก fordaysthailand   รับชมผ่านยูทูบได้ที่ :  https://youtu.be/d6p2tYCU0dY

 91
สังคม
27 ธ.ค. 62

'หมอโอ๊ค-โอปอล์' ฮึ่มแจ้งความ ปอท. โดนแอบอ้างชื่อขายยาลดความอ้วน-ครีมนวดขยายขนาด

หมอโอ๊คและโอปอล์ คู่สามีภรรยาคนดัง เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ ปอท. หลังถูกนำภาพไปตัดต่อแอบอ้างขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ทั้งยาลดความอ้วน อาหารเสริม และครีมเพิ่มขนาดอวัยวะ สร้างความเสียหาย พร้อมยืนยัน ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของตนเองและไม่มีผลิตภัณฑ์ใดที่สามารถช่วยลดความอ้วน หรือเพิ่มขนาดได้ภายใน 3 วันตามที่มีการอวดอ้างสรรพคุณ   นายแพทย์สมิทธิ์ อารยะสกุล หรือหมอโอ๊ค พร้อมด้วย นางปาณิสรา อารยะสกุล หรือโอปอล์ ภรรยา ดารานักแสดงชื่อดัง เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ปอท. หลังถูกผู้ไม่หวังดีนำภาพไปตัดต่อแอบอ้างหลอกขายผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน และอาหารเสริมต่างๆ ครีมนวดเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย   เมื่อทราบข่าวได้มีการให้ทนายความทดลองสั่งซื้อสินค้ากับเพจดังกล่าว พบว่ามีการทำงานเป็นขั้นตอน เป็นกระบวนการ มีคนรับออเดอร์ ตอบข้อสงสัยและจัดส่สินค้า ซึ่งการจ่ายเงินจะใช้วิธีการให้ทางผู้ซื้อจ่ายกับทางเคอรี่ เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ เจ้าของบัญชี   จึงเดินทางมาพร้อมหลักฐานที่รวบรวมทั้งหมดเพื่อแจ้งความเอาผิดกับกลุ่มผู้กระทำความผิด เพราะไม่อยากให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ ซึ่งทางตนเองได้พยายามแจ้งสแปมเพจ และให้ทางเฟซบุ๊กลบเพจแต่ก็พบว่สมีการเปิดเพจมาใหม่ตลอด และยังมีการใช้วิธีการบูทโพสต์ เพื่อสร้างการเข้าถึงประชาชนอีกด้วย ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และขอหากมีใครพบเห็นสินค้าที่มีหลักฐานแอบอ้างแบบนี้ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบ   ส่วนผลิตภัณฑ์ของตนเองยืนยันส่ามีเพียงสกินแคร์ เพียงเท่านั้น และยังขอฝากถึงพี่น้องประชาชนหากพบว่ามีผู้ใดประกาศสรรพคุณสินค้าประเภทผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ว่าเมื่อใช้จะเห็นผลได้ใน 3 วัน ขอให้ถือว่าลักษณะแบบนี้คือการหลอกลวง เพราะในฐานะที่เป็นแพทย์ยังไม่พบว่ามีผลิตภัณฑ์ใดจะสามารถรักษาหรือช่วยให้เห็นผลภายใน 3 วันตามที่มีการอวดอ้างลักษณะพวกนี้   พันตำรวจเอกศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือ ปอท. ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการตั้งใจกระทำความผิดจริง และมีการทำงานเป็นทีม มีขั้นตอน เป็นมืออาชีพ มีการพยายามปกปิดร่องรอย เส้นทางการเงินต่างๆ   แต่ตำรวจก็ยังพบว่ามีจุดที่สามารถตามร่องรอยคนร้ายได้ ต้องขอเวลาในการทำงานก่อน แต่สิ่งที่ตอบได้มนตอนนี้คือความผิดที่พบเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พร้อมฝากถึงประชาชนระมัดระวังในการซื้อสินค้าจากทางออนไลน์  

 311
ข่าวภูมิภาค
13 ธ.ค. 62

วิทยาศาสตร์ลวงโลก! ใช้เครื่อง 'ควอนตัม' หลอกตรวจสุขภาพให้พระ แฝงขายอาหารเสริม

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระลูกวัดตำหรุ ย่านบางปู จ.สมุทรปราการ ว่าถูกกลุ่มคนนำเครื่องตรวจสุขภาพ หรือที่เรียกว่าเครื่องควอนตัม (Quantum Resonance Megnetic Analyzer)ไปหลอกตรวจสุขภาพวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยให้พระสงฆ์สูงอายุที่วัดดังกล่าว จากนั้นก็โฆษณาหลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารเสริมต่าง ๆ ให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาไปฉัน โชคดีที่พระสงฆ์ ในวัดไม่หลงเชื่อ      พระรูปดังกล่าว เล่าว่า มีชายหญิง 2 คน ขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียนนครปฐม เข้ามาจอดบริเวณภายในวัด ได้มาขอตั้งโต๊ะเพื่อขอตรวจสุขภาพให้พระสงฆ์ โดยได้หยิบเครื่องควอนตัม มาตรวจวินิจฉัยโรคให้พระสงฆ์วัยชรารูปหนึ่งบอกเป็นโรคนั้นโรคนี้ พร้อมกับบอกให้ซื้อคลอโรฟิลล์อวดอ้างสรรพคุณต่าง ๆ นา ๆ ว่าสามารถหยอดตาได้รักษา อาการตาแฉะและแนะนำให้ซื้ออาหารเสริมอื่น ๆ ที่นำมาวางขายด้วยราคาไม่กี่พันเอง   พระสงฆ์รูปดังกล่าว ระบุว่า เคยติดตามข่าวว่าเครื่องควอนตัมเป็นเครื่องมือลวงโลก ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้จริงอีกทั้งกลุ่มคนที่มานั้นมีพฤติกรรมผิดสังเกตคิดว่าว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ จึงทำทีไปลองตรวจหลอกสอบถามว่าความดันปกติของคนเราควรเป็นเท่าไหร่ ความดันเท่าไหร่ ที่เสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง การวัดดัชนีมวลร่างกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คำนวณยังไงก็ตอบไม่ได้   จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวเริ่มมีอาการตื่นกลัวแล้วบอกว่าจะถวายปัยจัยให้แต่ไม่รับ และบอกกลับไปว่าการตรวจสุขภาพแบบนี้ไม่ถูกต้อง ก็ยังดื้อดันตรวจสุขภาพให้พระภิกษุสงฆ์ต่อไป จึงโทรแจ้งสายตรวจ เมื่อตำรวจมาถึงคนกลุ่มนี้แสดงความไม่พอใจด่าอาตมาว่า “เป็นพระไม่ควร มายุ่ง” ก่อนจะเก็บของขึ้นรถบึ่งออกจากวัดไป    ทั้งนี้การทำงานของเครื่องมือควอนตัมจะมีขั้วต่อไฟฟ้า 2 ขั้ว ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลให้ผู้ตรวจเห็น แล้วให้ชาวบ้านกำแท่งเหล็กไม่กี่นาที จากนั้นเครื่องจะวิเคราะห์ ประมวลผลร่างกายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่แสดงเป็นร่างกายคน ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์จะระบุว่ามีโรคอะไรบ้าง อ้างว่าสามารถบ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายได้อย่างแม่นยำ จากนั้นก็จะแฝงขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยเครื่องนี้มีการเซทโปรแกรมไว้ ใครหลงเชื่ออาจตกเป็นเหยื่อได้  กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้สูงอายุ      ด้านเรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า เครื่องควอนตัมไม่สามารถนำมาตรวจวินิจฉัยโรคได้ มันเป็นวิทยาศาสตร์โกหกลวงโลก ซึ่ง อย.เคยเตือนมานานแล้ว   อีกทั้งเครื่องดังกล่าว อย.ก็ไม่เคยขออนุญาตนำเข้าหรือขาย อย.ไม่เคยอนุญาตนำเข้า เรื่องนี้มีมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด คนที่มักนำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพวกขายตรง และแพทย์ทางเลือกที่ไม่ใช่หมอจริง ๆ ดังนั้นการตรวจสุภาพต้องตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์จากสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ytr_6fzCz0Y

 11,517
สังคม
13 ธ.ค. 62

วิทยาศาสตร์ลวงโลก! ใช้เครื่อง 'ควอนตัม' หลอกตรวจสุขภาพให้พระ แฝงขายอาหารเสริม

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพระลูกวัดตำหรุ ย่านบางปู จ.สมุทรปราการ ว่าถูกกลุ่มคนนำเครื่องตรวจสุขภาพ หรือที่เรียกว่าเครื่องควอนตัม (Quantum Resonance Megnetic Analyzer)ไปหลอกตรวจสุขภาพวินิจฉัยอาการเจ็บป่วยให้พระสงฆ์สูงอายุที่วัดดังกล่าว จากนั้นก็โฆษณาหลอกขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ อาหารเสริมต่าง ๆ ให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาไปฉัน โชคดีที่พระสงฆ์ ในวัดไม่หลงเชื่อ      พระรูปดังกล่าว เล่าว่า มีชายหญิง 2 คน ขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียนนครปฐม เข้ามาจอดบริเวณภายในวัด ได้มาขอตั้งโต๊ะเพื่อขอตรวจสุขภาพให้พระสงฆ์ โดยได้หยิบเครื่องควอนตัม มาตรวจวินิจฉัยโรคให้พระสงฆ์วัยชรารูปหนึ่งบอกเป็นโรคนั้นโรคนี้ พร้อมกับบอกให้ซื้อคลอโรฟิลล์อวดอ้างสรรพคุณต่าง ๆ นา ๆ ว่าสามารถหยอดตาได้รักษา อาการตาแฉะและแนะนำให้ซื้ออาหารเสริมอื่น ๆ ที่นำมาวางขายด้วยราคาไม่กี่พันเอง   พระสงฆ์รูปดังกล่าว ระบุว่า เคยติดตามข่าวว่าเครื่องควอนตัมเป็นเครื่องมือลวงโลก ไม่สามารถตรวจวินิจฉัยโรคได้จริงอีกทั้งกลุ่มคนที่มานั้นมีพฤติกรรมผิดสังเกตคิดว่าว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพ จึงทำทีไปลองตรวจหลอกสอบถามว่าความดันปกติของคนเราควรเป็นเท่าไหร่ ความดันเท่าไหร่ ที่เสี่ยงเป็นโรคเส้นเลือดในสมอง การวัดดัชนีมวลร่างกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คำนวณยังไงก็ตอบไม่ได้   จากนั้นกลุ่มคนดังกล่าวเริ่มมีอาการตื่นกลัวแล้วบอกว่าจะถวายปัยจัยให้แต่ไม่รับ และบอกกลับไปว่าการตรวจสุขภาพแบบนี้ไม่ถูกต้อง ก็ยังดื้อดันตรวจสุขภาพให้พระภิกษุสงฆ์ต่อไป จึงโทรแจ้งสายตรวจ เมื่อตำรวจมาถึงคนกลุ่มนี้แสดงความไม่พอใจด่าอาตมาว่า “เป็นพระไม่ควร มายุ่ง” ก่อนจะเก็บของขึ้นรถบึ่งออกจากวัดไป    ทั้งนี้การทำงานของเครื่องมือควอนตัมจะมีขั้วต่อไฟฟ้า 2 ขั้ว ต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงผลให้ผู้ตรวจเห็น แล้วให้ชาวบ้านกำแท่งเหล็กไม่กี่นาที จากนั้นเครื่องจะวิเคราะห์ ประมวลผลร่างกายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่แสดงเป็นร่างกายคน ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์จะระบุว่ามีโรคอะไรบ้าง อ้างว่าสามารถบ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายได้อย่างแม่นยำ จากนั้นก็จะแฝงขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยเครื่องนี้มีการเซทโปรแกรมไว้ ใครหลงเชื่ออาจตกเป็นเหยื่อได้  กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้สูงอายุ      ด้านเรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า เครื่องควอนตัมไม่สามารถนำมาตรวจวินิจฉัยโรคได้ มันเป็นวิทยาศาสตร์โกหกลวงโลก ซึ่ง อย.เคยเตือนมานานแล้ว   อีกทั้งเครื่องดังกล่าว อย.ก็ไม่เคยขออนุญาตนำเข้าหรือขาย อย.ไม่เคยอนุญาตนำเข้า เรื่องนี้มีมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งเกิด คนที่มักนำมาใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพวกขายตรง และแพทย์ทางเลือกที่ไม่ใช่หมอจริง ๆ ดังนั้นการตรวจสุภาพต้องตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์จากสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Ytr_6fzCz0Y

 11,517
สังคม-อาชญากรรม
23 พ.ย. 62

จนท.บุกจับเจลลี่กัญชา และอาหารเสริม กลางเมือง พบลักลอบนำเข้าจากสหรัฐ

วานนี้ (22 พ.ย.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.กก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.4 บก.ปคบ. เดินทางไปตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางอาหารเสริมและยา ประเภทเยลลี่ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนผสมต้องห้าม ประเภทกัญชา และยานอนหลับ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ จำนวนมาก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดี โดยวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดกับประชาชน ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข   ด้าน พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวถึงกรณีเยลลี่กัญชาที่กำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียงในขณะนี้ ว่า หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นน่าจะลักลอบเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยหลายประเทศกัญชาไม่ได้ผิดกฎหมายแต่เมื่อเข้าประเทศไทยถือว่าเป็นยาเสพติด ใครมีในครอบครองก็จะมีความผิด   ส่วนเยลลี่นอนหลับที่มีจำหน่ายทางเว็บไซด์จำหน่ายสินค้าออนไลน์นั้นเป็นการจำหน่ายผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่อาหารเสริม สินค้าดังกล่าวเป็นยาจะต้องขออนุญาตจาก อย. ฝากเตือนประชาชนระมัดระวังอย่าไปสั่งซื้อออนไลน์มาบริโภคเองเพราะเยลลี่นอนหลับ ดังกล่าวเป็นสิ่งผิดฎหมาย   ด้านความคืบหน้าในกรณีของ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ นั้นทางด่านตำรวจได้ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ กับใคร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u9NSvWYxmMM

 3,214
สังคม
23 พ.ย. 62

จนท.บุกจับเจลลี่กัญชา และอาหารเสริม กลางเมือง พบลักลอบนำเข้าจากสหรัฐ

วานนี้ (22 พ.ย.) ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.กก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ กก.4 บก.ปคบ. เดินทางไปตรวจค้นและควบคุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางอาหารเสริมและยา ประเภทเยลลี่ที่น่าเชื่อว่ามีส่วนผสมต้องห้าม ประเภทกัญชา และยานอนหลับ ที่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ จำนวนมาก ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาดำเนินคดี โดยวันที่ 24 พ.ย.นี้ จะมีการให้ข้อมูลรายละเอียดกับประชาชน ณ สำนักงาน อย. กระทรวงสาธารณสุข   ด้าน พ.ต.ท.สง่า เอี่ยมงาม รอง ผกก.4 บก.ปคบ. กล่าวถึงกรณีเยลลี่กัญชาที่กำลังตกเป็นข่าวเกี่ยวกับบุคคลมีชื่อเสียงในขณะนี้ ว่า หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสก็ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นน่าจะลักลอบเข้ามาจำหน่ายในประเทศ โดยหลายประเทศกัญชาไม่ได้ผิดกฎหมายแต่เมื่อเข้าประเทศไทยถือว่าเป็นยาเสพติด ใครมีในครอบครองก็จะมีความผิด   ส่วนเยลลี่นอนหลับที่มีจำหน่ายทางเว็บไซด์จำหน่ายสินค้าออนไลน์นั้นเป็นการจำหน่ายผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่อาหารเสริม สินค้าดังกล่าวเป็นยาจะต้องขออนุญาตจาก อย. ฝากเตือนประชาชนระมัดระวังอย่าไปสั่งซื้อออนไลน์มาบริโภคเองเพราะเยลลี่นอนหลับ ดังกล่าวเป็นสิ่งผิดฎหมาย   ด้านความคืบหน้าในกรณีของ ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ นั้นทางด่านตำรวจได้ออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาใดๆ กับใคร      รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/u9NSvWYxmMM

 3,214
บันเทิง
04 ก.ย. 62

‘ตั๊ก บงกช’ ปฏิวัติตัวเอง น้ำหนักลด 32 กิโล ใน 3 ปี ปัดใช้ยา-อาหารเสริม แนะเคล็ดลับหุ่นสวย

ตั๊ก บงกช แจงน้ำหนักลดลง 32 กิโล ภายใน  3 ปี เหตุปฏิวัติตัวเองเพื่อทำงานในวงการ ปัดใช้อาหารเสริมลดน้ำหนัก ถูกนำไปโฆษณาหวั่นโดนหางเลข ยันไม่ตัดลำไส้ ไม่ตัดกระเพาะ     มากันที่ ‘ตั๊ก บงกช’ ที่เมื่อวานี้ก็ออกงานมาร่วมงานแถลงข่าว การแสดงโขน ตอน สืบมรรคา ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ  และนักข่าวก็เห็นได้ชัดถึงความเปลี่ยนแปลงในรูปร่างของ ‘ตั๊ก’    ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า พยายามมาตลอด 3 ปี ตอนนี้น้ำหนักลดลงกว่า 32 กิโลกรัม จากเคยหนักสูงสุดเกือบ 90 กิโล ตอนนี้เหลือ 55 กิโล และเอวก็ 25 นิ้ว โดย ‘ตั๊ก’ บอกว่าเหตุที่ต้องมาปฎิวัติตัวเองเพราะอยากอยู่กับลูกไปนานๆ และกลัวว่าลูกจะอายเพื่อนที่โรงเรียนที่แม่อ้วน และ อีกหนึ่งสาเหตุที่ ‘ตั๊ก’ ต้องลดความอ้วนเพราะว่าแรงกดดันจากวงการบันเทิง เพราะตนอยากกลับมาทำงานที่รัก     แต่หลังจากที่ ‘ตั๊ก’ หุ่นดี ก็มีคนนำรูปของ ‘ตั๊ก’ ไปแอบอ้างขายอาหารเสริมลดน้ำหนัก ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าต้องรีบชี้แจง เพราะกลัวว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะผิดกฎหมาย ก็จะซวยไปด้วย  พร้อมกับยืนยันว่าที่ผอมได้ ไม่ได้ให้ยา หรือ อาหารเสริมเป็นตัวช่วยเลย  แต่ก็ยอมรับว่าเมื่อตอนเด็กๆ เคยใช้แต่ไม่เป็นผลได้ถาวรก็ไม่เคยกลับมาใช้อีกเลย    และที่มีข่าวลือว่า ตนไป ผ่าตัดลำไส้ ผ่าตัดกระเพาะ เพื่อจะได้ทานได้น้อยๆ เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่เคยทำ เพราะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ไม่คิดจะทำให้อะไรที่เสี่ยง เพราะตนอยากมีชีวิตอยู่กับลูกไปนานๆ   เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะรู้ว่า ‘ตั๊ก บงกช’ ใช้วิธีไหนในการลดน้ำหนัก เจ้าตัว แนะให้เริ่มจากการนำเลือดไปตรวจ เพื่อดูเรื่องการเผาผลาญของร่างกายว่าเผาผลาญอะไรมากแค่ไหน ก็จะรู้ว่าสิ่งใดที่เราทานเข้าไปแล้วไม่เผาผลาญเลย เขาก็จะลิสต์มาว่าอะไรที่เราทานไม่ได้บ้าง แล้วจะทานอะไรได้บ้างที่จะเผาผลาญพลังงานเราดีขึ้น พอทำไปประมาณ 8 เดือนระบบเผาผลาญเราก็จะเปลี่ยน พอเปลี่ยนแล้วน้ำหนักเราก็จะลงคือไม่จำเป็นต้องอด และออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรง กระชับ    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/SPMbii6XXo0

 9,971
บันเทิง
09 พ.ค. 62

'แต้ว' ไม่หวั่นดราม่าอาหารเสริม มั่นใจไม่มีปัญหา 'ต้นหอม-มะตูม'

แต้ว ณฐพร เผยชกระแสดราม่าอาหารเสริมระหว่าง ปู ไปรยา และต้นหอม-ดีเจมะตูม จนถูกจับตาและลามมาที่ตัวเอง แต้วแจงที่ยังทำธุรกิจนี้อยู่เพราะเป็นความรับผิดชอบ และแบรนด์ที่ทำอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร เผยสถานะการเป็นบอสต้องทำหน้าที่พรีเซนเตอร์และการประชาสัมพันธ์ มั่นใจสัญญาที่ทำร่วมกับต้นหอม-มะตูมไม่มีปัญหา เพราะคุยขอบเขตงานและผลประโยชน์ชัดเจนตั้งแต่แรก และไม่กลัวเสียชื่อเสียง เพราะเป็นการทำธุรกิจตามปกติ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/3SIVPqoxlcU

 2,073
บันเทิง
27 เม.ย. 62

'ดีเจต้นหอม' ลั่นหลังจากนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย แจง 'ปู-ไปรยา' ทิ้งงาน-ผิดสัญญา

จากกรณีที่ ปู-ไปรยา ประกาศถอนตัวจากบริษัทอาหารเสริม ที่มีหุ้นส่วนคือ ดีเจมะตูม และ ดีเจต้นหอม ก่อหน้านี้ดีเจมะตูมได้โพสต์ข้อความแขวะ ปู-ไปรยา หลัง ปู-ไปรยา บอกว่าไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว ส่วนเรื่องอาหารเสริมไม่ต้องมาเรียกบอส เพราะสงสารตัวแทนจำหน่าย ที่เกิดเรื่องอยู่ตลอด   ล่าสุด ดีเจต้นหอม หนึ่งในหุ้นส่วน ประกาศ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการฟ้องร้อง เพราะ ปู-ไปรยา ทิ้งงาน ไม่ทำตามสัญญา เป็นคนร่างสัญญาเอง แต่ไม่ทำตาม เสียความรู้สึก หลังจากนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่นี่ : https://youtu.be/p7ELCdZDM38

 12,225
บันเทิง
24 เม.ย. 62

'มะตูม' รับโพสต์แขวะ 'ปู ไปรยา' หลังเคลียร์ชัดถอนตัวธุรกิจอาหารเสริม

นักแสดงสาว 'ปู ไปรยา' ที่ก่อนหน้านี้ ได้ร่วมทำธุรกิจอาหารเสริมร่วมกับ 'ดีเจต้นหอม' และ 'ดีเจมะตูม'  ต่อมามีกระแสข่าวเกี่ยวกับการทำธุรกิจนี้ ออกมาเรื่อยๆ จนล่าสุด ปู ไปรยา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้ถอนตัวออกมาจากธุรกิจนี้ได้ 3 เดือนแล้ว เพราะไม่เป็นไปตามข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ แต่ทั้งหมดก็ให้เป็นเรื่องของกฎหมาย ให้ทนายความเป็นคนจัดการ   โดยปูบอกว่าที่ผ่านมา พอมีปัญหาตนก็จะต้องเป็นคนออกหน้าก่อนตลอด หลังจากทำมาได้ 1 ปี รู้ว่าวงการอาหารเสริมเป็นวิธีทำเงินได้ง่าย และเป็นเทรนด์ที่จะดึงดารามาเป็นส่วนรวม ทั้งๆที่ตนไม่ได้เป็นหุ้นส่วนบริษัท แต่ใช้ชื่อเสียงเพื่อที่จะดึงดูด ยอดขาย และพอได้เห็นข่าวหลายครั้ง ก็รู้ว่าคนที่น่าสงสารคือตัวแทนจำหน่าย   ส่วนความสัมพันธ์กับดีเจมะตูมและต้นหอม เจ้าตัวก็บอกว่าไม่มีการได้คุยกันแล้ว ไม่มีเรื่องผิดใจกัน เพราะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่มาทำธุรกิจร่วมกันเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น   ทางฝั่งดีเจมะตูม ได้แชร์ข่าวของ ปู ไปรยา โดยมีแคปชั่นว่า "ตามนี้นะคะ ต่อไปนี้อย่าไปเรียกคุณปูว่าบอสนะคะ สงสารเค้า เค้าอุตส่าห์สงสารตัวแทนแล้ว จบกันด้วยดีเนาะ" ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง   แต่ต่อมาดีเจมะตูม ได้โพสต์ชี้แจงว่า "ที่มะตูมแชร์ เพราะมีเจตนาต้องการกระจายข่าวให้ตัวแทนทราบ จะได้ไม่ต้องพาดพิงหรือใช้ชื่อเค้าในการขาย เพราะเค้าออกมาพูดก่อนบริษัท ไม่ได้ต้องการแขวะ หรือให้คนเข้าไปรุมด่านะครับ ลำพังมะตูมเองก็ไม่ใช่นางเอก และก็รู้ดีว่าชื่อเสียงตัวเองก็ลบมากกว่าบวก ยังไงไม่ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวว่าร้ายใครเหมือนกัน แต่ขอใช้พื้นที่ส่วนตัวพูดความจริงดีกว่าครับ   ปล.โพสต์ก่อนหน้านี้แขวะมั้ย เอาแบบตรงๆก็แขวะแหละ ก็รู้สึกแบบอะไรว๊า อุตสาห์เงียบ รอเคลียร์หลังบ้าน จะได้ไม่มีฝ่ายไหนเสียหรือเป็นข่าว พอโดนแบบนี้ก็เลยอิน+ดูกรงกรรมเพิ่งจบ เลยแชร์แบบแขวะไป ต้องอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยจริงๆ อันนี้ไม่ตอแหล แชร์ได้" ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xTsP-wPMgBY

 17,356
สังคม-อาชญากรรม
02 พ.ย. 61

กลุ่มตัวแทนอาหารเสริมร้องกองปราบเอาผิด บริษัทเรียกคืนสินค้าแต่ไม่คืนเงิน เสียหายนับล้าน

กลุ่มตัวแทนขายอาหารเสริม เข้าค้องกองปราบ หลังบริษัทเรียกคืนสินค้า อ้างจะคืนเงินแต่เมื่อส่งสินค้าคืนแล้วกลับไม่ได้เงินคืน เสียหายนับ 5 ล้านบาท   (2 พ.ย.61) จากกรณีที่นายพศุตม์ บานแย้ม หรืออาร์ต นักแสดงและผู้ที่มีชื่อถือหุ้นบริษัทดีซูส (ประเทศไทย) จำกัด เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองชุมพร เพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการหุ้นส่วน 2 ราย ตามความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนบริษัท หลังพบปัญหาการจัดการภายในบริษัท และมีการสั่งเรียกคืนสินค้าจากตัวแทนจำหน่าย ตัวแทนผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้รับสินค้ามาจำหน่ายรวมกว่า 20 คน ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีหนึ่งในกรรมการบริษัทดังกล่าว ในความผิดฐานฉ้อโกง หลังไม่ปฏิบัติตามสัญญาคืนเงินค่าสินค้าตามที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้กับตำรวจ และที่ได้ประกาศกับกลุ่มตัวแทนจำหน่ายสินค้าก่อนหน้านี้    หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายสินค้า ระบุว่า ได้รับสินค้ามาจำหน่ายให้ลูกค้ามานานกว่า 1 ปี นับตั้งแต่ที่เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2560 ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการจำหน่ายมีทั้งครีมบำรุงผิวหน้าและอาหารเสริม จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อนได้รับประกาศจากทางบริษัทให้เรียกเก็บสินค้าคืน โดยอ้างว่าจะปิดกิจการและจะคืนเงินค่าสินค้าให้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม โดยมีการออกประกาศจากบริษัทอย่างเป็นทางการ จากนั้นตัวแทนบริษัทยังได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองชุมพร ซึ่งมาทราบภายหลังว่ามีการเปลี่ยนแปลงว่าจะคืนเงินในวันที่ 1 พฤศจิกายนแทน ซึ่งปัจจุบันสินค้าได้ส่งคืนไปทั้งหมดแล้ว แต่กลุ่มตัวแทนผู้จำหน่ายก็ยังไม่ได้รับเงินคืน เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวคล้ายมีเจตนาบ่ายเบี่ยงฉ้อโกง จึงตัดสินใจรวมตัวเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ดำเนินคดีกับกรรมการบริษัทดังกล่าว    ทั้งนี้สำหรับผู้ที่จะดำเนินคดี ตัวแทนผู้จำหน่ายสินค้า ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับหนึ่งในกรรมการบริษัทที่ไม่ใช่นายพศุตม์ บานแย้ม เนื่องจากกรรมการบริษัทรายดังกล่าวเป็นผู้เดียวที่ดำเนินการทั้งหมด ทั้งเรียกคืนสินค้า ออกเอกสารต่างๆ ส่วนความเสียหายที่พบรวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยจะแจ้งข้อหาฉ้อโกงกับหนึ่งในกรรมการบริษัทคนดังกล่าว พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาเพื่อส่งเรื่องให้ผู้ที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อไป ซึ่งคาดว่าจะเป็น กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

 2,450
สังคม-อาชญากรรม
06 ก.ย. 61

อย.ย้ำ อาหารเสริม ไม่ใช่ยารักษาโรค เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

อย. เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมว่าสามารถรักษาโรคได้ เพราะไม่ใช่ยารักษาโรค เบื้องต้นสั่งสาธารณสุขจังหวัด ขอนแก่น เก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ทำให้ผู้ป่วยสูญเสียดวงตาจากสถานที่จำหน่ายทั้งหมด นำไปตรวจสอบว่ามีสารอันตรายหรือไม่ วอนขออย่าโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง   นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แจงกรณีข่าวผู้ป่วยรายหนึ่งที่จังหวัดขอนแก่น สูญเสียดวงตา จากการโฆษณาชวนเชื่อของผู้ขายอาหารเสริมว่าใช้หยอดตารักษาอาการต้อกระจกได้ จนติดเชื้ออย่างรุนแรง แพทย์ต้องควักลูกตาออก โดยนายแพทย์สุรโชค ยืนยันว่าอาหารเสริมไม่ใช่ยาที่ใช้รักษาโรคใดๆได้ ที่สำคัญการจ่ายยาให้ผู้ป่วย ต้องเป็นแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้เข้าข่ายโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือหลอกลวงมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 30000 หรือทั้งจำทั้งปรับ    ซึ่งสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นเก็บผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ขออนุญาติ อย. ใช่ชื่อ คอลดาต้า หรือ อาหารเสริมน้ำพลูดาว ที่ผลิตโดยบริษัท คิงส์ เฮิร์บเวิลด์ 1999 จำกัด ที่จำหน่ายตามร้านค้าในจังหวัดขอนแก่นทั้งหมดแล้ว เพื่อนำไปตรวจสอบว่ามีส่วนผสมสารที่เป็นอันตรายหรือไม่หากพบมีการปลอมปนสารอันตรายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20000 หรือทั้งจำทั้งปรับ    นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบแล้วว่าใครเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ จึงประสานไปยัง สคบ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมาย พร้อมประสาน กสทช ให้ปิดเวปไซด์ที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ดังดล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม อย. ขอเตือนประชาชนที่บริโภคอาหารเสริมให้ตรวจสอบเลขทะเบียนและตรารองรับจาก อย. ให้ถูกต้อง หากมีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงให้โทรสอบถามสายด่วน 1556 และหากพบผลิตภัณฑ์ใดโฆษณาโอ้อวดเกินจริง อย.จะถอนทะเบียนการค้าทันที    ข่าวที่เกี่ยวข้อง ป้าวัย 55 ปีตาบอด โดนเซลล์หลอกขาย น้ำสมุนไพรครอบจักรวาลหยอดตา

 1,775
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 61

อย.-กสทช. ลุยสั่งแบนโฆษณาอาหาร-เครื่องสำอางผิดกฎหมาย สั่งห้ามออกอากาศเพิ่มอีก 2 ช่อง

อย. - กสทช. เดินหน้าสั่งระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ทั้งอาหารและเครื่องสำอางต่อเนื่อง พบจำนวนช่องที่ออกอากาศลดลง ทีวีดิจิตอลเหลือเพียง 2 ช่อง   นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) พร้อมด้วยนายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยผลการเฝ้าระวังการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และเว็บไซต์ ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. เป็นต้นมาพบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น โดยจำนวนช่องที่มีการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายมีจำนวนลดลง   โดยตั้งแต่วันที่ 16-18 พ.ค. 2561 พบว่า มีทีวีดิจิตอลเพียง 2 ช่องที่ออกอากาศโฆษณาอาหารและเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ ช่องสปริงนิวส์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร REAL อัลฟ่า คลอโรฟิลล์ และช่อง Nation TV ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางชาริส ส่วนช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวี มีทั้งหมด 10 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ แต่การโฆษณาในฝั่งเว็บไซต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น 20 URL ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาว่ามีผลกับโครงสร้างของร่างกาย การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อ้างสรรพคุณเพื่อการรักษาโรค   ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบจากวันที่ 4-15 พ.ค. 2561 ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกที่ทั้งสองหน่วยงานร่วมมือกัน สำนักงาน กสทช. ได้ระงับการออกอากาศโฆษณาที่ผิดกฎหมายในทีวีดิจิตอลไปแล้วจำนวน 7 ช่อง รวม 13 ผลิตภัณฑ์ ช่องโทรทัศน์ดาวเทียม/เคเบิลทีวีจำนวน 25 ช่อง 22 ผลิตภัณฑ์ และเว็บไซต์จำนวน 10 URL

 4,730
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 61

เรียก 6 ดาราสาวให้ปากคำ รีวิวยาลดความอ้วน 'แกลโล' ใส่สารไซบูทรามีน

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย 6 รายชื่อ ดารานักแสดง ที่ร่วมรีวิวผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนที่ใส่สารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารอันตรายที่ทำให้ผู้ที่รับประทานเสียชีวิต ซึ่งเป็นการขยายผลจาการที่ จนท.สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เข้าตรวจค้นโรงงานผลิตอาหารเสริม และพบมีจำนวน 10 ยี่ห้อ ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน   รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กลุ่มดารานักแสดง เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ประกอบการผลิตอาหารเสริม ต้องการให้มารีวิวสินค้า โดยสินค้าล่าสุดที่พบ คือ ผลิตภัณฑ์แกลโล มีดารานักแสดงจำนวน 6 คน ที่ตำรวจออกหมายเรียกมาให้ข้อมูล คือ กิ๊บซี่-วนิดา เติมธนาภรณ์ และนานา ไรบีน่า ซึ่งทั้งสองคนนี้ ซ้ำกับการรีวิวสินค้าเมจิก สกิน จึงออกหมายเรียกให้มาพบตำรวจในวันที่ 28 พฤษภาคม 2561   ส่วน เจนนิเฟอร์ คิ้ม-พรพรรณ ชุนหชัย, ปุยฝ้าย เอเอฟ-ณัฎฐพัชร์ วิภัทรเตชตระกูล, น้ำฝน-กุลณัฐ กุลปรียาวัฒน์ และนาตาลี เดวิส ให้มาพบตำรวจ ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ซึ่งดารากลุ่มนี้ อาจเข้าข่ายความผิด 3 ข้อหา คือ โฆษณาอันเป็นเท็จ และโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติ อาหาร และความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยต่อจากนี้จะขยายผลว่า กลุ่มดารามีความเกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วยหรือไม่   ซึ่งหากพบว่า มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ก็จะมีความผิดเพิ่มเติม อีก 2 ข้อหา คือร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ ซึ่งจะมีโทษจำคุก 5 ปี และ 2 ปี   สำหรับผลิตภัณฑ์ แกลโล เบื้องต้นพบสารอันตรายที่ อย.แจ้งเตือนในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนสารไซบูทรามีน มักพบผสมในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนัก ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย อาจทำให้เสียชีวิตได้ และในขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งให้ยกเลิกการจำหน่าย แต่มีการประกาศเตือนประชาชน ให้ทราบถึงผลการตรวจจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FqkQhT5h_Sc  

 2,913
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

อย.เร่งหา หญ้ารีแพร์ - บิ๊กเอ็ม มาตรวจสอบ หลังพบไม่มีข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร-ยา

อย.ยังหา หญ้ารีแพร์-BIG-M สองผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายผิดมาตรวจสอบ หลังมีการร้องเรียน เบื้องต้นตรวจสอบไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา   จากกรณีที่ทาง อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ หญ้ารีแพร์ ทางเฟซบุ๊กรายหนึ่งที่พบว่ามีการโฆษณาขายหญ้ารีแพร์ ที่อ้างสรรพคุณช่วยในการฟิตกระชับ กลับสู่วัยสาว ลดอาการปวดประจำเดือน ลดอาการตกขาว ขับสารพิษ ลดไขมันในเส้นเลือด และผลิตภัณฑ์ BIG-M ที่มีคำโฆษณา อ้างว่าเป็นสมุนไพรหมามุ่ยอินเดีย มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ไม่เหนื่อยง่าย ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ กระตุ้นการสร้างน้ำอสุจิ เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนเพศ บำรุงต่อมลูกหมาก แก้ต่อมลูกหมากโต ซึ่งการโฆษณาทางสื่อโซเชียลมีเดียดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตจาก อย. และเป็นการโฆษณาเกินจริง   นายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่าจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ไม่พบข้อมูลการอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยาจึงยืนยันได้ว่าเป็นการโฆษณาขายโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ส่วนผู้ผลิต ขาย ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา มีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ    ขณะนี้ทาง อย. อยู่ระหว่างหาตัวผลิตภัณฑ์ทั้งสองมาตรวจว่ามีการผสมส่วนผสมใดบ้าง จึงจะสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร หรือผลิตภัณฑ์ยา และจะสามารถระบุได้ว่าผิดในข้อใดเพิ่มนอกจากการโฆษณาโดยไม่ได้ระบอนุญาต   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,341

Top