ค้นหา :

ผลการค้นหา "หมิ่นเบื้องสูง"

แชร์ออฟเดอะเดย์
24 ต.ค. 62

พ่อจ่อส่ง 'หนุ่มแว่น' กลับนอก ยันบ้านไม่ได้รวยมาก รับลูกป่วยซึมเศร้า คุมอารมณ์ไม่ได้ คนฮือล้อมโรงพักขอดูหน้า

กลายเป็นกระแสเดือดในโลกโซเชียล เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปอุบัติเหตุ บนถนนอุทยาน หรือถนนอักษะ ย่านทวีวัฒนา กทม. เชื่อมต่อ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 23 ต.ค.โดยเหตุการณ์นี้ผู้โพสต์ระบุว่า   รถเก๋งคู่กรณีขับกลับรถแล้วไม่ดูรถที่มาทางตรง ทำให้เฉี่ยวชนกัน แต่หนุ่มแว่นคู่กรณี ซึ่งเป็นนักเรียนนอก ด่าทอเหยียดหยาม และลงท้ายว่า บ้านรวย มีเงินเก็บ 1 ล้านบาท อยู่บ้านหรูหลังละ 5 ล้าน แม้ในคลิปแฟนสาวพยายามเตือนสติและขอโทษคนขับกระบะ แต่หนุ่มคนดังกล่าวกลับไม่ฟังเสียง   พอคลิปนี้แชร์ออกไป โลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของหนุ่มรายนี้อย่างดุเดือด และมีการแชร์ประวัติการเรียนก การทำงานและครอบครัว โดยพบว่า หนุ่มรายนี้ เรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กจริง และเพิ่งกลับมาประเทศไทยได้ปีกว่า   จากนั้นไม่นาน มีจดหมายแถลงการณ์ของบริษัท กาซ่า ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทที่หนุ่มรายนี้ทำงานอยู่ ระบุว่ามีคำสั่งให้ออกจากงานที่ปฏิบัติทันที หลังเพิ่งมาทำงานได้ 6 เดือน   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยเปิดใจกับคุณพ่อของหนุ่มนักเรียนนอกรายนี้  พ่อเปิดเผยว่า ลูกชายชื่อว่านายหมู เรื่องที่เกิดขึ้น หมูและแฟนสาว กำลังเดินทางไปทำบุญที่วัด และช่วงที่กลับรถ ได้เฉี่ยวชนกับรถกระบะคู่กรณี และมีปากเสียงเป็นไปตามคลิป   โดยครอบครัวขอโทษลูกชายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอโทษสังคมและขอโทษกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมทุกอย่าง ซึ่งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกชายตนป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและมีภาวะควบคุมอารมรณ์ตนเองไม่ได้ มีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลมโนรมย์ ย่านบางนา รับการรักษามาปีกว่าแล้ว ต้องกินยาตลอดเวลา   เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ลูกชายตนเองมีความคิดที่ผิด โดยลูกตนไปอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่ยังเด็ก เรียนและใช้ชีวิตที่ต่างประเทศจนเรียนจบและกลับมาอยู่เมืองไทยได้ปีกว่า ทุกครั้งที่ลูกขับรถก็จะมักมาบ่นว่าความเป็นระเบียบของเมืองไทยไม่ดี ไม่มีน้ำใจและแตกต่างจากเมืองนอก หากขับรถที่เมืองนอกหากเปิดไฟขอทางเขาจะให้ทาง แต่ถ้าเป็นเมืองไทยเปิดไฟใส่บางทีคือด่า ไม่มีน้ำใจ ทำให้เวลาเขาขับรถ เกิดอุบัติเหตุ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว และพอมีอุบัติเหตุเขาก็จะด่าด้วยความโกรธแค้นไม่เข้าใจและควบคุมตนเองไม่ได้ก็เป็นไปตามคลิป   ตั้งแต่รู้ว่าลูกป่วยต้องกินยาประจำ ก็คอยดูแลกันมาตลอด และลูกไม่เคยมีอาการก้าวร้าวหรือมีอารมณ์เหมือนในคลิป แต่หากมีอะไรไปสะกิดใจเขาหรือกระตุ้นก็จะมีอาการทันที  โรคซึมเศร้านั้นมีหลายประเภท แต่ลูกตนเป็นประเภทนี้   ที่ผ่านมาพ่อและแม่สอนเสมอว่าในท้องถนนมีทั้งคนไม่มีน้ำใจและมีน้ำใจต้องแยกแยะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ตนไม่ได้ดูคลิป เพราะลูกบอกว่าประกันเคลียร์กับรถคู่กรณีเรียบร้อยแล้ว แต่พอเห็นคลิปออกมาก็ตกใจ เมื่อเย็นวานนี้ก็ต้องให้ลูกกินยาตามที่หมอให้ และหมอประจำตัวก็ขอให้เข้าไปพบในเช้าวันนี้ ที่รพ.มโนรมย์   ตนและครอบครัวทุกคนขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และอยากให้สังคมให้อภัยลูกเพราะเขาป่วยจริง ทุกวันต้องกินยา ซึ่งยอมรับว่าลูกชายเรียนเก่งและเป็นอาจารย์สอนภาษา เขาตั้งใจทำงานมาก หากไม่มีอาการหรือสิ่งมากระตุ้นก็ไม่มีอาการ เรื่องการขับรถ จากนี้จะไม่ให้ลูกขับรถอีกแล้ว   ส่วนเรื่องการถูกให้ออกจากงานลูกก็รับรู้แล้วและบอกว่า บริษัทไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้ก็ให้ลูกพัก และรักษาตัวก่อน และอาจจะพิจารณาว่าจะให้กลับไปอยู่ที่ต่างประเทศหรือไม่ ครอบครัวของตนมีลูกชายคนเดียว เมื่อเรียนจบก็อยากให้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่   ส่วนกรณีเรื่องลูกบอกว่าบ้านมีฐานะร่ำรวยมาก พ่อขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ก็เป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อและแม่ก็ยังต้องทำงาน สิ่งที่ลูกพุดไปเพราะอาการป่วยของเขาด้วยความคิดไปเอง และพยายามด่าทอคู่กรณี ส่วนเงินเก็บนั้นเป็นเงินเก็บที่ลูกทยอยเก็บสะสมมาด้วยตนเองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง   พ่ออยากร้องขอสังคมให้อภัยและหยุดแชร์คลิปและอยากบอกกลุ่มที่ปลอมเฟสบุ๊กลูกชายตนนั้นให้หยุดพฤติกรรม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องลุกก็ปิดเฟสบุ๊กและช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลทั้งหมด   ส่วนรถของคู่กรณีนั้นทางประกันภัยก็เคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว คู่กรณีก็ไม่ได้ติดใจอะไร เข้าใจดี พ่อและแม่ก็ไปขอทางคู่กรณีและปรับความเข้าใจแล้ว   ต่อมา ตำรวจ สภ.พุทธมณฑลก็เชิญตัวหนุ่มแว่น ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า พร้อมกับได้นำยาระงับโรคซึมเศร้ามายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ควบคุมตนเองไม่ได้   ตำรวจระบุว่า ในระหว่างสอบปากคำหนุ่มแว่นมีอาการกำมือ นำมือที่กำกระแทกศีรษะตนเอง เอาหัวโขกกับโต๊ะสอบปากคำบ่อยครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยตัวให้กลับบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะได้มีประชาชนกว่า 200 คน มาบุกล้อมหน้าโรงพักเพื่อดูหน้าของหนุ่มแว่น จากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะควบคุมตัวในห้องควบคุม ก่อนที่จะมีการนำตัวส่งศาลในวันนี้ (24 ต.ค.) ต่อไป   ภายหลังจากเกิดเรื่องขึ้น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mhurach Wongitcharoensuk ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนุ่มแว่นนักเรียนนอก ได้โพสต์เฟซบุ๊กหลายครั้งทั้งภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส ขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแฟนสาวไม่รู้เรื่องด้วยและพยายามห้ามปรามแล้ว ได้เจรจาคู่กรณีเรียบร้อยแล้ว ขอให้สังคมให้อภัย และจะจำไว้เป็นบทเรียนของชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UKVcMuKCyqo

 22,773
ข่าวโซเชียล
24 ต.ค. 62

พ่อจ่อส่ง 'หนุ่มแว่น' กลับนอก ยันบ้านไม่ได้รวยมาก รับลูกป่วยซึมเศร้า คุมอารมณ์ไม่ได้ คนฮือล้อมโรงพักขอดูหน้า

กลายเป็นกระแสเดือดในโลกโซเชียล เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปอุบัติเหตุ บนถนนอุทยาน หรือถนนอักษะ ย่านทวีวัฒนา กทม. เชื่อมต่อ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 23 ต.ค.โดยเหตุการณ์นี้ผู้โพสต์ระบุว่า   รถเก๋งคู่กรณีขับกลับรถแล้วไม่ดูรถที่มาทางตรง ทำให้เฉี่ยวชนกัน แต่หนุ่มแว่นคู่กรณี ซึ่งเป็นนักเรียนนอก ด่าทอเหยียดหยาม และลงท้ายว่า บ้านรวย มีเงินเก็บ 1 ล้านบาท อยู่บ้านหรูหลังละ 5 ล้าน แม้ในคลิปแฟนสาวพยายามเตือนสติและขอโทษคนขับกระบะ แต่หนุ่มคนดังกล่าวกลับไม่ฟังเสียง   พอคลิปนี้แชร์ออกไป โลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของหนุ่มรายนี้อย่างดุเดือด และมีการแชร์ประวัติการเรียนก การทำงานและครอบครัว โดยพบว่า หนุ่มรายนี้ เรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กจริง และเพิ่งกลับมาประเทศไทยได้ปีกว่า   จากนั้นไม่นาน มีจดหมายแถลงการณ์ของบริษัท กาซ่า ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัทที่หนุ่มรายนี้ทำงานอยู่ ระบุว่ามีคำสั่งให้ออกจากงานที่ปฏิบัติทันที หลังเพิ่งมาทำงานได้ 6 เดือน   ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยเปิดใจกับคุณพ่อของหนุ่มนักเรียนนอกรายนี้  พ่อเปิดเผยว่า ลูกชายชื่อว่านายหมู เรื่องที่เกิดขึ้น หมูและแฟนสาว กำลังเดินทางไปทำบุญที่วัด และช่วงที่กลับรถ ได้เฉี่ยวชนกับรถกระบะคู่กรณี และมีปากเสียงเป็นไปตามคลิป   โดยครอบครัวขอโทษลูกชายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอโทษสังคมและขอโทษกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมทุกอย่าง ซึ่งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะลูกชายตนป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและมีภาวะควบคุมอารมรณ์ตนเองไม่ได้ มีประวัติรักษาตัวที่โรงพยาบาลมโนรมย์ ย่านบางนา รับการรักษามาปีกว่าแล้ว ต้องกินยาตลอดเวลา   เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ลูกชายตนเองมีความคิดที่ผิด โดยลูกตนไปอยู่ที่ต่างประเทศตั้งแต่ยังเด็ก เรียนและใช้ชีวิตที่ต่างประเทศจนเรียนจบและกลับมาอยู่เมืองไทยได้ปีกว่า ทุกครั้งที่ลูกขับรถก็จะมักมาบ่นว่าความเป็นระเบียบของเมืองไทยไม่ดี ไม่มีน้ำใจและแตกต่างจากเมืองนอก หากขับรถที่เมืองนอกหากเปิดไฟขอทางเขาจะให้ทาง แต่ถ้าเป็นเมืองไทยเปิดไฟใส่บางทีคือด่า ไม่มีน้ำใจ ทำให้เวลาเขาขับรถ เกิดอุบัติเหตุ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว และพอมีอุบัติเหตุเขาก็จะด่าด้วยความโกรธแค้นไม่เข้าใจและควบคุมตนเองไม่ได้ก็เป็นไปตามคลิป   ตั้งแต่รู้ว่าลูกป่วยต้องกินยาประจำ ก็คอยดูแลกันมาตลอด และลูกไม่เคยมีอาการก้าวร้าวหรือมีอารมณ์เหมือนในคลิป แต่หากมีอะไรไปสะกิดใจเขาหรือกระตุ้นก็จะมีอาการทันที  โรคซึมเศร้านั้นมีหลายประเภท แต่ลูกตนเป็นประเภทนี้   ที่ผ่านมาพ่อและแม่สอนเสมอว่าในท้องถนนมีทั้งคนไม่มีน้ำใจและมีน้ำใจต้องแยกแยะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ตนไม่ได้ดูคลิป เพราะลูกบอกว่าประกันเคลียร์กับรถคู่กรณีเรียบร้อยแล้ว แต่พอเห็นคลิปออกมาก็ตกใจ เมื่อเย็นวานนี้ก็ต้องให้ลูกกินยาตามที่หมอให้ และหมอประจำตัวก็ขอให้เข้าไปพบในเช้าวันนี้ ที่รพ.มโนรมย์   ตนและครอบครัวทุกคนขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และอยากให้สังคมให้อภัยลูกเพราะเขาป่วยจริง ทุกวันต้องกินยา ซึ่งยอมรับว่าลูกชายเรียนเก่งและเป็นอาจารย์สอนภาษา เขาตั้งใจทำงานมาก หากไม่มีอาการหรือสิ่งมากระตุ้นก็ไม่มีอาการ เรื่องการขับรถ จากนี้จะไม่ให้ลูกขับรถอีกแล้ว   ส่วนเรื่องการถูกให้ออกจากงานลูกก็รับรู้แล้วและบอกว่า บริษัทไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนี้ก็ให้ลูกพัก และรักษาตัวก่อน และอาจจะพิจารณาว่าจะให้กลับไปอยู่ที่ต่างประเทศหรือไม่ ครอบครัวของตนมีลูกชายคนเดียว เมื่อเรียนจบก็อยากให้กลับมาอยู่บ้านกับพ่อแม่   ส่วนกรณีเรื่องลูกบอกว่าบ้านมีฐานะร่ำรวยมาก พ่อขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ก็เป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อและแม่ก็ยังต้องทำงาน สิ่งที่ลูกพุดไปเพราะอาการป่วยของเขาด้วยความคิดไปเอง และพยายามด่าทอคู่กรณี ส่วนเงินเก็บนั้นเป็นเงินเก็บที่ลูกทยอยเก็บสะสมมาด้วยตนเองด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเอง   พ่ออยากร้องขอสังคมให้อภัยและหยุดแชร์คลิปและอยากบอกกลุ่มที่ปลอมเฟสบุ๊กลูกชายตนนั้นให้หยุดพฤติกรรม เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องลุกก็ปิดเฟสบุ๊กและช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลทั้งหมด   ส่วนรถของคู่กรณีนั้นทางประกันภัยก็เคลียร์ให้เรียบร้อยแล้ว คู่กรณีก็ไม่ได้ติดใจอะไร เข้าใจดี พ่อและแม่ก็ไปขอทางคู่กรณีและปรับความเข้าใจแล้ว   ต่อมา ตำรวจ สภ.พุทธมณฑลก็เชิญตัวหนุ่มแว่น ไปรับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า พร้อมกับได้นำยาระงับโรคซึมเศร้ามายืนยันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ควบคุมตนเองไม่ได้   ตำรวจระบุว่า ในระหว่างสอบปากคำหนุ่มแว่นมีอาการกำมือ นำมือที่กำกระแทกศีรษะตนเอง เอาหัวโขกกับโต๊ะสอบปากคำบ่อยครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยตัวให้กลับบ้านแต่อย่างใด เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัยเพราะได้มีประชาชนกว่า 200 คน มาบุกล้อมหน้าโรงพักเพื่อดูหน้าของหนุ่มแว่น จากนี้จะมีการสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนจะควบคุมตัวในห้องควบคุม ก่อนที่จะมีการนำตัวส่งศาลในวันนี้ (24 ต.ค.) ต่อไป   ภายหลังจากเกิดเรื่องขึ้น ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Mhurach Wongitcharoensuk ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนุ่มแว่นนักเรียนนอก ได้โพสต์เฟซบุ๊กหลายครั้งทั้งภาษาไทยและภาษาฝรั่งเศส ขอโทษเรื่องที่เกิดขึ้น ยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งแฟนสาวไม่รู้เรื่องด้วยและพยายามห้ามปรามแล้ว ได้เจรจาคู่กรณีเรียบร้อยแล้ว ขอให้สังคมให้อภัย และจะจำไว้เป็นบทเรียนของชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UKVcMuKCyqo

 22,773
การเมือง
18 ก.ย. 62

ศาลไม่รับฟ้อง 'อนาคตใหม่-ธนาธร' ฟ้อง 'ม.จ.จุลเจิม' ชี้วิจารณ์สร้างสรรค์ ไม่ต้องการให้ละเมิดเบื้องสูง

ศาลอาญาอ่านคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดีที่พรรคอนาคตใหม่ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง ม.จ.จุลเจิม ยุคล อายุ 72 ปี เป็นจำเลย ฐานความผิดหมิ่นประมาท   สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 จำเลยเผยแพร่ข้อความลงในเฟซบุ๊กใส่ความโจทก์แพร่สู่สาธารณชน ทำนองว่านโยบายการเลือกตั้งของโจทก์มีเนื้อหาล้มล้างสถาบัน  ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิด พรรคอนาคตใหม่ได้รับความเสียหาย   ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยวิจารณ์สร้างสรรค์ ไม่ต้องการให้โจทก์ละเมิดเบื้องสูง เปรียบเทียบกับภารกิจคณะราษฎร 2475 จำเลยเป็นเชื้อพระวงศ์ย่อมมีความจงรักภักดี ไม่ปรากฏพฤติการณ์โจทก์ละเมิดเบื้องสูง สังเกตได้จากผลการเลือกตั้งพรรคของโจทก์ได้คะแนนความไว้วางใจจากประชาชนถึง 6 ล้านกว่าเสียง มี ส.ส.รวมกว่า 80 คน แสดงให้เห็นว่า ข้อห่วงใยของจำเลย ไม่ส่งผลกระทบต่อโจทก์ให้เสียหายพิพากษายกฟ้อง ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/PctwMc6Q_Ts

 1,445
สังคม-อาชญากรรม
30 ก.ค. 62

'จิน เดอะวอยซ์' เปิดใจเพจดัง หลังถูกแก๊ง ม.ร.ว.กำมะลอ แอบอ้างเบื้องสูง เป็นลูกสาว ผบ.ทบ. หลอกลวง

เพจบิ๊กเกรียน เปิดโปงหญิงสาวแอบอ้างเป็นหม่อมราชวงศ์ มีพฤติกรรม 18 มงกุฎ หลอกต้มตุ๋นคนดังหลายคน ทั้งศิลปินในวงการเพลง นักกีฬา และนักธุรกิจ มูลค่าความเสียหายหลายล้าน และถึงขั้นเตรียมจัดงานแต่งงานแล้วด้วย ก่อนที่เจ้าตัวจะหอบเงินล้านหนีหาย   โดยมีข้อมูลว่า สาวแสบคนดังกล่าวใช้ภาพไม่ตรงปก หลอกเหยื่อคนดังที่มีฐานะ อ้างเป็นลูกสาวของ พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. แถมมีการตั้งกลุ่มไลน์ครอบครัวบิ๊กแดง ใช้ภาพบิ๊กแดงขึ้นโปรไฟล์เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ก่อนดึงเหยื่อเข้ากลุ่มครอบครัว ทำเอาหนุ่มๆ หลงเชื่อและสูญเงินกันระนาว   ทั้งนี้ นายจินดา วิริยะแสงจันทร์ หรือ จิน เดอะวอยซ์ ซีซั่น 6 ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียหาย ถูกทักแชทแนะนำตัวเป็นหม่อมราชวงศ์ ก่อนขยับตัวเองเป็นลูก ผบ.ทบ. หนุ่มนักร้องเห็นรูปโปรไฟล์สวยดุจนางฟ้า แถมมีชาติตระกูล จึงเกิดหลงรัก แต่ไม่ทันไรสาวแสบก็เอ่ยปากขอเงิน เป็นค่าเสื้อที่สั่งตัดไว้ 445 บาท ฝ่ายชายจึงรีบโอนทันที ระหว่างที่พูดคุยกัน สาวแสบก็ดึงเข้ากลุ่มครอบครัว จากนั้นก็เริ่มแผนในการขอเงิน อ้างแม่เอาบ้านเข้าจำนอง ใกล้หลุดแล้ว ขาดเงินอีก 6 หมื่นบาท อ้างจ่ายค่าซ่อมบ้าน 2 หมื่นบาท สุดท้ายอ้างขาดเงินค่าเทอมอีก 20,550 บาท   นอกจากนี้เพจบิ๊กเกรียนยังมีการเปิดเผยคลิปที่สาวรายที่ชื่อ น.ส.วนิดา ทองตุ้ม โทรศัพท์เข้ามาหาจิน เดอะวอยซ์ โดยสาวคนนั้นทำน้ำเสียง เหมืนอร้องไห้​ ทำทีเป็นโทรผิด โดยบอกว่าจะโทรหาแม่ และทำเป็นไม่รู้จักคุณจิน เดอะวอยซ์ ทั้งๆที่ซิมเบอร์โทรที่โทรเข้ามาเป็นซิมที่คุณจินได้เปิดให้หญิงคนดังกล่าวใช้   นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยหลักฐานสาวแสบพิมพ์การ์ดงานแต่งกับนักกีฬามีชื่อคนหนึ่ง ซึ่งในการ์ดมีการแอบอ้างเบื้องสูง มีชื่อนายกรัฐมนตรี อีกทั้งมีการบังคับพิธีกรชื่อดังประกาศกลางรายการถ่ายทอดสด ในการแข่งขันกีฬาประเภทหนึ่ง   ก่อนจะเอาไปแบล็กเมล์นักกีฬามีชื่อคนหนึ่ง อ้างว่าขอยกเลิกงานแต่ง เพราะจับได้ว่านักกีฬารายนี้เจ้าชู้ จนการจัดเตรียมงานต้องสูญเงินไป ทำให้วงศ์ตระกูลเสียหาย และขอเรียกค่าชดเชยเป็นเงิน 3 ล้านบาท   อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปลี่ยนจากออกหมายเรียก เป็นการเสนอศาลขออนุมัติออกหมายจับ น.ส.วนิดา ทองตุ้ม หรือ เฟีย แล้ว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/sllZwTiuMmk

 1,883
สังคม-อาชญากรรม
17 ก.ค. 62

'ทอม ดันดี' ร่ำไห้ออกจากเรือนจำ ได้พักโทษคดีหมิ่นเบื้องสูง หลังรับโทษแล้ว 4 ปี 10 เดือน

นายพันทิวา ภูมิประเทศ หรือนายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือที่รู้จักในนาม ทอม ดันดี ผู้ต้องขังในคดีหมิ่นเบื้องสูง ตาม ม.112 ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครแล้ว หลังได้รับการพักโทษเนื่องจากเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี 10 เดือน ได้รับพระราชทันอภัยโทษลด 1 ใน 2 เหลือโทษจำคุก 5 ปี 5 เดือน   ซึ่งทอม ดันดี รับโทษจำคุกมาแล้ว 4 ปี 10 เดือน เหลือโทษ อีก 7 เดือน จึงมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษ และได้รับการปล่อยตัวในวันนี้   ซึ่งบรรยากาศที่ด้านหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มีภรรยา, นายเจ๋ง ดอกจิก รวมทั้งนายเอกชัย หงส์กังวาน และมวลชนอีกจำนวนหนึ่งที่มารอรับ เมื่อทอมได้รับการปล่อยตัวออกมา ได้พบกับภรรยา ก็สวมกอดกันด้วยความดีใจ   ทอม ดันดี กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หลังได้รับการปล่อยตัวว่า สิ่งแรกที่อยากจะทำหลังจากได้รับอิสรภาพ คือไปทำบุญ เพราะอยู่ด้านในเรือนจำ ได้ใช้ธรรมะในการฝึกตน ฝึกกรรมฐาน จึงอยากจะทำบุญเพื่อความสบายใจ นอกจากนี้ยังต้องสะสางงานอีกหลายอย่างที่คั่งค้างไว้ ทั้งเรื่องของเพลง เรื่องของการบริหารจัดการภายในไร่   ทอม ดันดี ยังกล่าวถึงชีวิตที่อยู่ในเรือนจำว่า เหมือนกับมาอยู่โรงเรียนประจำ ได้รู้วถีชีวิตของคนที่อยู่ข้างใน เป็นอย่างไร ส่วนเรื่องความเคลื่อนไหวทางด้านการเมืองนั้น ทอม ดันดี ระบุว่า ประชาธิปไตย ต้องขับเคลื่อนโดยประชาชน และขอขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างกับประชาธิปไตย มาโดยตลอดและในตอนท้าย ทอม ดันดี ได้ร้องเพลง ที่แต่งขึ้นมาเอง เป็นเพลงเกี่ยวกับครองครัว ก่อนที่หลั่งน้ำตา ด้วยความตื้นตันใจ จากนั้นได้เดินทางขึ้นรถ กลับออกจากหน้าเรือนจำทันทีพร้อมครอบครัว   สำหรับทอม ดันดี ถูกดำเนินคดีในความผิดคดีหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 จำนวน 2 คดี โดยคดีแรก อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดา กรณีปรากฏคลิปปราศรัยของทอม ดันดี ในอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ถึง 26 เมษายน 2557 ซึ่งเป็นคดีที่เกิดก่อน คสช.จะเข้าควบคุมอำนาจ   โดยคดีนี้ทอม ดันดี ขอเปลี่ยนคำให้การเดิมจากปฏิเสธเป็นให้การรับสารภาพ ศาลอาญาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 7 ปี 6 เดือน ไปเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ส่วนคดีวันนี้ อัยการทหาร ยื่นฟ้องกรณีการปราศรัยเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ซึ่งปรากฏเป็นคลิปในอินเทอร์เน็ตระหว่าง 6 พฤศจิกายน 2556 ถึง 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ คสช.ประกาศให้คดีหมิ่นสถาบันฯ มาตรา 112 เป็นคดีที่ต้องขึ้นศาลทหาร ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/IbAcmqRNXlk

 5,076
การเมือง
14 มิ.ย. 62

กลุ่มคนรักชาติร้อง ปอท.แจ้งจับ 'ช่อ' ฐานหมิ่นเบื้องสูง อีกกลุ่มเอาบ้างจี้สอบ น้องชายนายกฯ-ภรรยา

กลุ่มคนรักชาติและคนทำดี รวมตัวเข้าแจ้งความ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดี ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ฐานหมิ่นเบื้องสูง จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสม ขณะใส่ชุดครุยรับปริญญา ซึ่งล่าสุดช่อ พรรณิการ์ เดินทางกลับถึงไทยแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจประชุมที่เมียนมา แต่ไม่สามารถติดต่อได้   อีกด้านกลุ่มทนายเบญจรัตน์ มีเทียน นำหลักฐานเข้าร้อง ปอท.เช่นกัน ให้ตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกฯและภรรยา ว่าเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงหรือไม่ หลังมีภาพว่อนเน็ต เลียนแบบเชื้อพระวงศ์ จนถูกวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rvW4U0HRIL8

 2,441
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 มิ.ย. 62

กลุ่มคนรักชาติร้อง ปอท.แจ้งจับ 'ช่อ' ฐานหมิ่นเบื้องสูง อีกกลุ่มเอาบ้างจี้สอบ น้องชายนายกฯ-ภรรยา

กลุ่มคนรักชาติและคนทำดี รวมตัวเข้าแจ้งความ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดี ช่อ-พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ฐานหมิ่นเบื้องสูง จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพไม่เหมาะสม ขณะใส่ชุดครุยรับปริญญา ซึ่งล่าสุดช่อ พรรณิการ์ เดินทางกลับถึงไทยแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจประชุมที่เมียนมา แต่ไม่สามารถติดต่อได้   อีกด้านกลุ่มทนายเบญจรัตน์ มีเทียน นำหลักฐานเข้าร้อง ปอท.เช่นกัน ให้ตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกฯและภรรยา ว่าเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูงหรือไม่ หลังมีภาพว่อนเน็ต เลียนแบบเชื้อพระวงศ์ จนถูกวิจารณ์ไม่เหมาะสม ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/rvW4U0HRIL8

 2,441
การเมือง
14 มิ.ย. 62

'ปรเมศวร์' โต้ 'มจ.จุลเจิม' ไม่ได้บอก 'ช่อ' ถูกหรือผิด ดึงสติอย่านำสถาบัน มาเล่นทางการเมือง

จากกรณีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ถ่ายรูปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนขณะสวมชุดครุยในลักษณะไม่เหมาะสมว่า “ตอนเราเด็ก​เราก็คิดอย่างเด็ก​ พอเราโต​เราคิดอย่างผู้ใหญ่​ ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงานตอนเขาเป็นเด็กเมื่อ​ ​9​ ปีที่แล้ว​ เพื่ออะไร?”   ต่อมา ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความวิจารณ์ท่าทีของนายปรเมศวร์ว่า “ทำไมไม่สำนึกตัวเองว่าเป็นใคร เป็นถึงรองอธิบดี ข้าราชการระดับสูง เช่นนี้สมควรโดนยึดเครื่องราชฯ และไล่ออกจากสำนักอัยการสูงสุด ไปอยู่กับ แม่ช่อซะเลยจะดีกว่า”   ต่อมานายปรเมศวร์ชี้แจงว่า ท่านใหม่จะคิดยังไง มันก็เป็นเรื่องของท่าน จะว่าอะไรก็ว่าไป แต่ท่านใหม่ต้องเข้าใจว่าการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย เขาแสดงกันอย่างไร อันนั้นคือหลัก ผมไม่ได้โกรธใครทั้งนั้น   เรื่องนี้ตนไม่ได้บอกว่า น.ส.พรรณิการ์ ผิดหรือไม่ผิด ตนแค่ถามว่าเราจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร นำสถาบันลงมาเล่นกันเพื่อให้เกิดความแตกแยกกันอีกแล้วหรือ เรื่องนี้อย่าทำคดีด้วยความโกรธ ถ้าเขาผิดก็ทำคดีไป เรื่องนี้ตำรวจเขาก็ดำเนินการอยู่ ตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยอยู่แล้ว   บ้านเมืองเรากำลังเป็นอยู่แบบนี้ จะไปนำเรื่องขึ้นมาให้เกิดความแตกแยก เรื่องของสถาบันหรือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่านำมาเล่นกันในทางการเมือง จะดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป ผมเเค่มองไปว่าเขาทำตอนที่เขายังเป็นเด็ก กับตอนปัจจุบันนี้ คุณคิดอย่างไรกันก็เท่านั้น อย่าเอาความรู้สึกมาตอบ คนบางคนมีความเห็นโดยเอาแค่ความรู้สึกเท่านั้น   ประการแรก ผมไม่ได้บอกสักคำว่าใครผิดไม่ผิด ประการที่ 2 คือผมไม่ได้พูดอะไรถึงสถาบันหรือพระเจ้าอยู่หัวเลย เราทำงานอยู่ในหน้าที่ไปดูได้ตามโพสต์เก่าๆของผม ยกพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แต่ที่นี้กลับมามองผมมุมเดียว คนไทยเรายังมีข้อเสียตรงนี้ วันนี้เราอยากได้คนที่มองเห็นทุกมุมทุกมิติ ถ้าถามถึงความจงรักภักดีถึงผมไม่แสดงออก แต่ผมมีเต็มร้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fza7yuwDbXs

 1,740
เลือกตั้ง62-ข่าวเลือกตั้ง
14 มิ.ย. 62

'ปรเมศวร์' โต้ 'มจ.จุลเจิม' ไม่ได้บอก 'ช่อ' ถูกหรือผิด ดึงสติอย่านำสถาบัน มาเล่นทางการเมือง

จากกรณีนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด โพสต์ถึงกรณีที่มีการแชร์ภาพของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่ถ่ายรูปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนขณะสวมชุดครุยในลักษณะไม่เหมาะสมว่า “ตอนเราเด็ก​เราก็คิดอย่างเด็ก​ พอเราโต​เราคิดอย่างผู้ใหญ่​ ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงานตอนเขาเป็นเด็กเมื่อ​ ​9​ ปีที่แล้ว​ เพื่ออะไร?”   ต่อมา ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความวิจารณ์ท่าทีของนายปรเมศวร์ว่า “ทำไมไม่สำนึกตัวเองว่าเป็นใคร เป็นถึงรองอธิบดี ข้าราชการระดับสูง เช่นนี้สมควรโดนยึดเครื่องราชฯ และไล่ออกจากสำนักอัยการสูงสุด ไปอยู่กับ แม่ช่อซะเลยจะดีกว่า”   ต่อมานายปรเมศวร์ชี้แจงว่า ท่านใหม่จะคิดยังไง มันก็เป็นเรื่องของท่าน จะว่าอะไรก็ว่าไป แต่ท่านใหม่ต้องเข้าใจว่าการแสดงความคิดเห็นตามระบอบประชาธิปไตย เขาแสดงกันอย่างไร อันนั้นคือหลัก ผมไม่ได้โกรธใครทั้งนั้น   เรื่องนี้ตนไม่ได้บอกว่า น.ส.พรรณิการ์ ผิดหรือไม่ผิด ตนแค่ถามว่าเราจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร นำสถาบันลงมาเล่นกันเพื่อให้เกิดความแตกแยกกันอีกแล้วหรือ เรื่องนี้อย่าทำคดีด้วยความโกรธ ถ้าเขาผิดก็ทำคดีไป เรื่องนี้ตำรวจเขาก็ดำเนินการอยู่ ตนไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยอยู่แล้ว   บ้านเมืองเรากำลังเป็นอยู่แบบนี้ จะไปนำเรื่องขึ้นมาให้เกิดความแตกแยก เรื่องของสถาบันหรือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่านำมาเล่นกันในทางการเมือง จะดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป ผมเเค่มองไปว่าเขาทำตอนที่เขายังเป็นเด็ก กับตอนปัจจุบันนี้ คุณคิดอย่างไรกันก็เท่านั้น อย่าเอาความรู้สึกมาตอบ คนบางคนมีความเห็นโดยเอาแค่ความรู้สึกเท่านั้น   ประการแรก ผมไม่ได้บอกสักคำว่าใครผิดไม่ผิด ประการที่ 2 คือผมไม่ได้พูดอะไรถึงสถาบันหรือพระเจ้าอยู่หัวเลย เราทำงานอยู่ในหน้าที่ไปดูได้ตามโพสต์เก่าๆของผม ยกพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ แต่ที่นี้กลับมามองผมมุมเดียว คนไทยเรายังมีข้อเสียตรงนี้ วันนี้เราอยากได้คนที่มองเห็นทุกมุมทุกมิติ ถ้าถามถึงความจงรักภักดีถึงผมไม่แสดงออก แต่ผมมีเต็มร้อย ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fza7yuwDbXs

 1,740
การเมือง
13 มิ.ย. 62

ทนายลุยฟ้อง 'บิ๊กติ๊ก' และภรรยา เข้าข่ายผิด ม.112 หรือไม่

ทนายกลุ่มปกป้องความยุติธรรมและพุทธศาสนา ฟ้อง บิ๊กติ๊ก และภรรยา ชี้เข้าข่ายผิด ม.112   เมื่อเวลา 12.00 น. นางเบญจรัตน์ มีเทียน ทนายกลุ่มปกป้องความยุติธรรมและพุทธศาสนา นำพยานหลักฐานซึ่งเป็นรูปภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ นามสกุลเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กระทำพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่นการนั่งบนที่สูง และให้ประชาชนหมอบอยู่ข้างล่าง และการติดภาพตัวเองสูงกว่าภาพเชื้อพระวงศ์ เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาแจ้งความ ปอท. ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิด รวมถึงกลุ่มคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะหมิ่นเบื้องสูงบนโลกโซเชียล จึงต้องการให้ ปอท.ตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะแจ้งความตามป.อาญามาตรา112   โดยนางเบญรัตน์ กล่าวว่า ความยุติธรรมต้องไม่สองมาตรฐาน โดยย้ำว่าไม่ได้ปกป้องใคร แต่มาเพื่อให้รู้ว่า ความสามัคคีจะเกิดได้ต้องมีความยุติธรรม ซึ่งในรัฐบาลนี้ผู้เป็น ส.ว. ต้องขาวสะอาดและตรวจสอบได้ เช่นเดียวกับนางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ที่มีพฤติกรรมเข้าข่าย ม.112 ก็ต้องตรวจสอบเช่นกัน  

 12,834
การเมือง
13 มิ.ย. 62

แกนนำกลุ่มคนไทยผู้รักชาติเดินทางเข้าแจ้งความปอท.เอาผิด 'ช่อ' หมิ่นเบื้องสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 มิ.ย.) เมื่อเวลา 11.30 น. แกนนำกลุ่มคนไทยผู้รักชาติเดินทางเข้าแจ้งความต่อ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช หรือ ช่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ภาพในลักษณะที่ไม่เหมาะสมนฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 กำลังเดินทางไปร้องทุกข์ต่อ พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เร่งตรวจสอบการแชร์ภาพ ว่าเข้าข่ายละเมิดต่อกฎหมายและกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่    ภายหลังแกนนำกลุ่มเดินทางมาถึงได้ปฏิเสธที่จะให้เป็นข่าวเพียงต้องการร้องทุกข์กล่าวโทษเนื่องจากมีกระแสข่าวว่ายังไม่ถูกเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษนางสาวพรรณิการ์ ก่อนที่จะมีการปะทะคารมณ์กับผู้สื่อข่าวที่รอทำข่าวพร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์  

 1,974
สรุปข่าว
30 พ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 30 พ.ค.62 นักโทษชายหนีจากรพ.-ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถไม่ได้-ปารีณาบอกอีช่อเป็นคำท้องถิ่น

-สลด พ่อช่วยลูกสาววัย 7 และ 9 ขวบพลัดตกบ่อพักมูลสุกร หลังไปวิ่งเล่นบนผ้าเต็นท์คลุมบ่อพักที่ชำรุด ทำให้ก๊าซไข่เน่าระเหยขึ้นมาจนเด็กสลบ พ่อพยายามช่วยลูก สุดท้ายเสียชีวิตรวม 3 ศพ   -สภาพัฒน์แถลงขีดความสามารถการแข่งขันของไทยปีนี้ ดีขึ้น 5 อันดับ จากเดิม 30 ขึ้นมาอยู่ที่ 25 แต่ยังอยู่อันดับ 3 ในอาเซียนตามหลังสิงคโปร์-มาเลเซีย ขณะที่สิงคโปร์คว้าแชมป์อันดับ 1 แซงหน้าสหรัฐฯ   -อนุทิน ประกาศหากประชาธิปัตย์ไม่รวมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยก็รวมรัฐบาลด้วยไม่ได้ ย้ำหลักการรัฐบาลต้องมีเสถียรภาพ ท่ามกลางกระแสข่าวพลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ยังตกลงกันไม่ได้ ก่อนไปโหวตนายกฯ พรรคแกนนำต้องนำพรรคร่วมมาแถลงก่อนโหวตนายกฯ ยันภูมิใจไทยไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะผิดคำพูด ถ้าต่ำกว่า 250 เสียง ภูมิใจไทยไปไม่ได้   -พลังประชารัฐตั้งโต๊ะแถลงยันเดินหน้าตั้งรัฐบาล ยึดประโยชน์บ้านเมืองมากกว่าการต่อรองทางบ้านเมือง เชื่อเสร็จตามกรอบที่กำหนด การเจรจาไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น แต่ยังไม่เคาะกระทรวงไหนให้ใคร หลังโหวตเลือกนายกฯก็มีอำนาจตามกม.ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต. ส่วนกระแสที่ประชาธิปัตย์เลื่อนการประชุมไม่มีกำหนด เพราะไม่พอใจพลังประชารัฐเรื่องโควต้า รมต. และไม่พอใจท่าทีบิ๊กตู่ที่จะพิจารณารายชื่อ รมต.ด้วยตัวเอง และไม่ตอบรับเงื่อนไขแก้ รธน. ยันการหารือกับ ปชป.คุยในหลักการเบื้องต้น ยังไม่ลงรายละเอียดว่าใครคุมกระทรวงใด   ส่วนแนวคิดรัฐบาลเสียงข้างน้อยให้โหวตเลือกนายกฯก่อนไปยุบสภาภายหลัง ยังไม่บอกถึงขั้นนั้น เป็นเพียงแนวคิดของณัฏฐพล ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะเดินตามนั้น   -ความคืบหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ชัดเจนว่าประชุมพรรคเมื่อไร หลังเลื่อนไม่มีกำหนด เนื่องจากยังตกลงเรื่องดีลโควต้า รมต.ไม่สำเร็จกับพลังประชารัฐ หลังมีเงื่อนไขขอให้โหวตนายกฯก่อนจัดสรร รมต.ทีหลัง ทำให้แกนนำพรรค ปชป.ไม่พอใจ มองเป็นการไม่ให้เกียรติกัน หากไปร่วก็ถูกกดหัวเป็นแค่ไม้ประดับ หากไม่ได้ ก.เกษตรฯ ก็ขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไม่ได้ ทำให้ไม่มีประโยชน์ที่จะเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้มี ส.ส.หลายคนเริ่มไม่อยากเข้าร่วมด้วยมากขึ้น     -พลังประชารัฐเตรียมเทียบเชิญชาติไทยพัฒนาเป็นทางการวันนี้ หลังมีข่าวไม่พอใจเรื่องโควต้า ทั้งที่ประกาศตัวเป็นพรรคแรกๆที่ร่วมรัฐบาล กระแสข่าวสลับเก้าอี้ก.พัฒนาสังคมแทน ก.ทรัพยากร อุตตมยันชาติไทยพัฒนาจะได้ตามที่เสนอมาคือ รมว.ทรัพยากรและ รมช.เกษตร   -ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรีแจงปมไลฟ์สดเรียกอีช่อ บอกเป็นคำท้องถิ่นแถวบ้าน เรียกคนไม่มีระเบียบ อยู่ในกฎเกณฑ์ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลาย ยันไม่ได้อคติกับช่อ พรรณิการ์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อเล่นว่าช่อ ยันไม่ใช่นักเลงแต่ก็ไม่กลัวใคร ตัวเองมีสิทธิแสดงออกบนเฟซบุ๊ก โลกออนไลน์โต้ คนราชบุรีประสานเสียง อีช่อไม่ใช่ภาษาถิ่น ด้านทวี พ่อปารีณายันลูกสาวเป็นคำสุภาพ ใจนักเลงไม่กลัวใคร หากไม่ดีจริงคงไม่ได้เป็น ส.ส.4 สมัย   ส่วนช่อ พรรณิการ์ บอกไม่ติดใจว่าเรื่องจบหรือไม่ เพราะยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ เป็นสิทธิแต่ละคนที่มีสิทธิจะพูด ตนขอไม่เกี่ยวข้อง   -ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ยกฟ้องวันกษัตริย์ พรหมทอง หรืออดีตพระวันกษัตริย์ คดีหมิ่นเบื้องสูง แก้เป็นคดีฉ้อโกง ปชช. และใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่มีสิทธิ์ จำคุก 2 ปี 9 เดือน นำตัวขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ   -ดีเดย์ 1 ต.ค.ใบสั่งค้างต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ กรมการขนส่งทางบกจับมือ สตช. เชื่อมข้อมูลใบสั่งค่าปรับย้อนไปตั้งแต่ 30 ก.ย.61 ใครไม่จ่ายค่าปรับ เวลาต่อภาษีจะไม่ได้ป้ายวงกลมตัวจริง หลังพบปี 61 ตัวเลขใบสั่ง 11 ล้าน จ่ายจริงแค่ล่านกว่าใบ ไม่จ่าย 85% เตรียมแก้ลำใบสั่งไร้ความหมาย ปลายปีจะใช้ระบบตัดแต้มถ้าทำผิดกฎจราจร แต้มหมดถูกใช้ใบขับขี่ 90 วัน   -นักโทษชายหนีออกจาก รพ.สมุทรสาคร ทำทีปวดท้องหลอกผู้คุมให้ปลดโซ่ตรวนเข้าห้องน้ำ ฉวยโอกาสหนี แล้วไปชิง จยย.ชาวบ้าน เรือนจำพิเศษธนบุรีตั้งรางวัลนำจับ วอนญาติช่วยกล่อมให้มอบตัว   -สาวพม่าแจ้งความแม่นำทอง 7 บาทใส่กระปุกฝังดินไว้ข้างบ้านพักที่นครนายก ถูกมือดีลอบขุดหายเกลี้ยง ทิ้งมีดปักตอที่ใช้ขุด กระปุกใส่ทองและรองเท้าแตะไว้ให้ดูต่างหน้า เจ้าของบ้านอุตส่าห์เก็บทั้งหมดใส่ถุงรอ จนท.มาตรวจสอบ หัวขโมยยังวกกลับไปอีก วอนขอทองคืน ไม่คิดเอาความ   -ศาลสั่งปล่อยตัวพ่อค้าส้มขับแกร็บพลเมืองดี หลังก่อนหน้าเจอยาบ้าซุกลังส้ม แจ้งตร.กลับถูกขัง 1 เดือน โผเข้ากอดลูกเมีย เจ้าตัวบอกทรมานมาก เป็นพลเมืองดีทำไมต้องถูกจับ   -เตรียมแจ้ง 3 ข้อหาหนุ่ม 19 ขี่ จยย.บนทางเท้าชน พนง.ลาลามูฟล้มกลิ้ง ขณะรอซื้อราดหน้าย่านซอยเอกชัย 55 คนเจ็บอาการดีขึ้น เล่าเหตุการณ์ สังคมวอนเพิ่มโทษเอาให้หนัก เทียบกรณีแมสเซนเจอร์ชน นร.บนทางเท้า โดนโทษคุก 2 เดือน   -เจนี่ แฮปปี้ประกาศข่าวดีตั้งท้องแล้ว โพสต์ภาพอัลตร้าซาวน์ลูกในท้อง พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ หัวใจฉันตื้นตันมาก มิกกี้โพสต์ลูกรักของพ่อและแม่ ด้านกรณ์ ณรงค์เดช คุกเข่าขอศรีริต้า เจนเซ่น สุดโรแมนติก ในวันครบรอบดูใจ 3 ปี    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/z6r7BNZjnJY

 4,105
สังคม-อาชญากรรม
21 พ.ค. 62

ดารารุ่นใหญ่ 'แม็ก โสภณ' แจงสัมพันธ์พลเอกเก๊ ปัดเอี่ยวหมิ่นเบื้องสูง

นายโสภณ ชัยมี หรือ แม็ก อายุ 66 ปี ดารานักแสดงอิสระ เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม กรณีที่ถูกพาดพิง ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นเบื้องสูงของนายวันกษัตริย์ พรหมทอง ที่อ้างตัวเป็นพลเอกเก๊ และถูกจับกุมเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังไปร่วมงานวันเกิดของบิ๊กจิ๋ว-พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สโมสรทหารกองทัพบก ก่อนขยายผลพบซากสัตว์หลายรายการ   โดยนายโสภณ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นเบื้องสูง ตนเองเคารพ และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัติย์ ไม่เคยคิดและแสดงความคิดเห็นจาบจ้วง โดยตนเอง และนายวันกษัตริย์รู้จักกันหลายเดือนที่ผ่านมาในงานอีเว้นท์ที่ตนเองไปร่วมในฐานะนักแสดง ซึ่งมีคนแนะนำให้รู้จัก โดยเรียกนายวันกษัติย์ว่าท่านชาย ทำให้ตนเรียกตาม และยอมรับว่าหลังที่เจอกันก็มีการโทรศัพท์คุยกันหลายครั้ง เพราะตนคิดว่าเป็นท่านชายจริง   ทั้งนี้ เมื่อมาทราบว่านายวันกษัตริย์ถูกจับกุม ตนก็รู้สึกตกใจ และกังวลว่าอาจจะถูกดำเนินคดีไปด้วย เพราะในวันเกิดของพลเอกชวลิตตนก็ไปร่วมงานเหมือนกัน ส่วนเรื่องที่ว่าตนจะถูกพาดพิงกรณีใด แต่ก็พร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดกับพนักงานสอบสวน ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/UJzhuDNfvMc

 1,250
การเมือง
10 ต.ค. 60

'ทักษิณ' ทวิตเตรียมดำเนินคดี คนพาดพิงอ้างชื่อจาบจ้วงสถาบัน

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว @ThaksinLive เมื่อวันที่ 8 ต.ค.2560 ระบุว่า   ผมได้ทราบข่าวเรื่องข้อความจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง โดยมีการกล่าวอ้างถึงชื่อผม ด้วยความไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ผมขอยืนยันว่าไม่เคยรู้จักบุคคลดังกล่าว และไม่เคยแม้แต่จะคิด ที่จะล่วงเกินสถาบันฯ เลยแม้แต่น้อยผมขอประณามในวิธีการดังกล่าว และยืนยันที่จะเอาเรื่องจนถึงที่สุด ในการที่นำชื่อผมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผมขอประกาศให้ทราบไว้ ณ ที่นี้ว่า ไม่ว่าใครที่ผมจะรู้จักหรือไม่ก็ตาม หากมีการแอบอ้างหรือพาดพิงถึงตัวผม โดยมีการก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงอีก ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีกับทุกคน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/5RlcGkbDPaA  

 26,585
การเมือง
16 ส.ค. 60

ศาลพิพากษา 'ไผ่ ดาวดิน' จำคุก 2 ปี 6 เดือน ฐานผิด ม.112

ศาล จ.ขอนแก่น ได้มีการนัดพิพากษาคดีตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน โดยมีคำสั่งพิพากษาจำคุกผู้ต้องหา 5 ปี แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงมีคำสั่งลดโทษครึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้รับโทษมาตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2559 ซึ่งจนถึงขณะนี้ผู้ต้องหานั้นจะครบกำหนดการคุมขัง 8 เดือน ในวันที่ 22 ส.ค. ที่จะถึงนี้ เท่ากับว่าผู้ต้องหาจะมีการนับวันคุมขังหลังมีคำพิพากษาในคดีนี้ต่อไปอีก 1 ปี 10 เดือน หรือ 22 เดือน   สำหรับในการยื่นขออุทรณ์ต่อศาลหรือไม่นั้นคงต้องปรึกษากับครอบครัวและผู้ต้องหาอีกครั้ง ในการดำเนินการใดๆต่อไป ซึ่งมีเวลา 30 วันตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งทีมทนายความจะกลับไปประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายรวมทั้งการเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา เพื่อหารือร่วมกันในส่วนต่างๆ ทั้งนี้ผู้ต้องหายังคงเหลือการพิจารณาคดี ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นศาล แยกเป็นศาล มทบ.23 ว่าด้วยความมั่นคง และศาล จ.ภูเขียว ตามความผิดกฎหมายประชามติ ซึ่งทีมทายความจะหารือร่วมกันในการต่อสู้คดีที่คงเหลือต่อไป   ขณะที่นายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาไผ่ ดาวดิน กล่าวว่า เมื่อลูกถูกศาลพิพากษาให้จำคุกครอบครัวก็เสียใจและเชื่อว่าทุกครอบครัวไม่มีใครอยากให้ลูกนั้นต้องถูกจำคุก คดีความนี้เราต่อสู้กันมานานกว่า 8 เดือน มีการยื่นขอประกันตัวมากถึง 10 ครั้ง แต่เราก็ไม่ได้รับการประกันตัว ดังนั้นการที่ไผ่ให้การรับสารภาพมีเหตุผลอยู่ 2 อย่าง คือความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของไทย เพราะเรามีการต่อสู้คดีความนี้มาโดยตลอด ด้วยหลักฐานที่ไผ่คัดลอกข้อความของเวปไซต์บีบีซีไทยมาลงในเฟชบุคส่วนตัวซึ่งเป็นการกระทำที่คนอีก 2,500 คนกระทำการเช่นกัน แต่มีเพียงไผ่ที่ถูกจับกุมดำเนินคดีและไม่ให้มีการประกันตัว   อีกทั้งการพิจารณาคดีความดังกล่าวนั้นเป็นทางลับ ซึ่งถือว่าเป็นการสู้แบบถูกบีบบังคับและไม่มีอะไรที่เปิดเผยต่อสาธารณชนได้ แม้องค์กรระหว่างประเทศจะออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ก็ตาม อีกหนึ่งเหตุผลคือการที่ไผ่ต้องการยุติความขัดแย้งในด้านต่างๆลงด้วยตัวเองเพราะที่ทราบคือคดีนี้สร้างความขัดแย้งเกิดขึ้นในด้านต่างๆ ดังนั้นเมื่อลูกตัดสินใจก็ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด   ก่อนที่ลูกชายผมจะให้การรับสารภาพศาลได้ขอพูดคุยกันในห้องเป็นความลับ โดยมีผม มีแม่ไผ่ และไผ่ พูดคุยกับท่านผู้พิพากษาว่าให้รับสารภาพ จากนั้นก็จะเข้าสู่การพิจารณาคดี รายละเอียดต่างๆผมไม่ขอบอก แต่บอกได้เพียงว่าเมื่อศาลพิจารณาคดีออกมาแบบนี้มันคนละเรื่อง ศาลไม่ทำตามที่พูด แต่เมื่อมีคำสั่งมาแล้วเราก็ต้องดำเนินการในด้านต่างๆต่อไป คดีที่เหลืออีก 2 คดีเราก็สู้กันไป วันนี้กระบวนการยุติธรรมของไทยแสดงให้เห็นแล้วว่าเป็นอย่างไร​​​   นายวิบูลย์ กล่าวต่ออีกว่า สภามหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้อนุมัติการสำเร็จการศึกษาของบุตรชายแล้วในคณะนิติศาสตร์ และได้มีการขึ้นทะเบียนเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงปลายปีนี้ พร้อมกับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทุกคณะ ดังนั้นไผ่คงเข้ารับพระราชทานปริญญาในปีนี้ไม่ได้ อย่างไรก็ดีจากนี้ไปเมื่อไผ่พ้นโทษ เจ้าตัวจะมาทำหน้าที่ทนายความเพื่อต่อสู้ให้กับคนที่ไม่มีทางสู้ สู้เพื่อสิทธิมนุษยชน สู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องตามที่ตนเองนั้นได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ครอบครัวก็ไม่ห้ามขอเพียงไผ่ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและทำในสิ่งที่ถูกต้อง​    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LgoJic6SffY    

 3,773

Top