ค้นหา :

ผลการค้นหา "น้ำ"

สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ค. 61

เล็งใช้อัตราภาษีควบคุมระดับความหวาน! ปรามเครื่องดื่มฯ ลุ้นชิงโชค หลังชูสูตรหวานน้อย เพื่อลดการจ่ายภาษีน้ำตาล

กรมอนามัยเล็งใช้อัตราภาษีควบคุมระดับความหวาน เพื่อปราบแผนการตลาด"ลุ้นชิงโชค" ของเครื่องดื่มต่างๆ ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสม แม้จะปรับสูตรให้หวานน้อยแล้วก็ตาม เนื่องจากการร่วมเล่นเกมส์ผนวกกับการโฆษณาว่าเป็นสูตรหวานน้อย ทำให้ผู้บริโภคไม่ระวัง ในการดื่ม จนส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น โรคอ้วน   จากการปรับสูตรความหวานของเครื่องดื่มต่างๆ เช่น ชาเขียว,น้ำอัดลม โดยชูสูตรน้ำตาลน้อย(หวานน้อย) ออกมา เพื่อรับมือกับ ภาษีน้ำตาลที่มีบังคับใช้มาตั้งแต่กันยายนปี2560 แต่ได้ผ่อนปรนให้เวลาปรับสูตรเป็นเวลา 2ปี จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาทำเครื่องดื่มสูตรหวานน้อย กันมากขึ้น เพื่อลดการจ่ายภาษีโดยเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลในอัตรากรัมต่อ 100 มิลลิลิตร มากขึ้น ก็ยิ่งเสียภาษีสูงขึ้น    ทางกรมอนามัยโดย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เครื่องดื่มเหล่านี้ เมื่อทำสูตรน้ำตาลน้อย จะเสีย ภาษีน้อยลง แต่การทำการตลาดโดยการชิงโชคเท่ากับให้คนหันมาบริโภคเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งทำให้มีรายได้มากขึ้น ประชาชนต้องรู้เท่าทัน ในเรื่องเหล่านี้ เนื่องจากการกินหวานมากๆ ส่งผลทั้งโรคอ้วนและเบาหวาน อาจต้องใช้ กม.ห้ามแบบเครื่องดื่มชูกำลัง หากการชิงโชคในเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น ชาเขียวหรือน้ำอัดลม เป็นปัญหามาก เนื่องจากการเสนอใช้กฎหมายควบคุมตรงนี้ จะเหมือนการคุมเครื่องดื่มชูกำลังในอดีต ซึ่งประสบความสำเร็จมาแล้ว    โดยกรมอนามัยจะทำข้อมูลว่า "การชิงโชคของเครื่องดื่มเหล่านี้ ส่งผลกระทบมากหรือไม่แค่ไหน เพื่อเสนอข้อมูลไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา(อย.)หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) เพื่อพิจารณาออกประกาศห้ามการชิงโชคในเครื่องดื่มเหล่านี้ ซึ่งทางกรมอนามัยเคยประสบความสำเร็จในการนำเสนอกรมสรรพสามิตให้ใช้การคุมด้วยภาษีน้ำตาลมาแล้ว แต่ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ ก็อยากให้ ผู้บริโภคตระหนัก ถึงเรื่องเหล่านี้ด้วยว่า ไม่ควรกินหวานมากเกินไป น่าดีที่สุดและได้ผลที่สุด   สำหรับอัตราภาษีตามค่าความหวาน มี 6 ระดับ   1. ค่าความหวาน 0-6 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ไม่เสียภาษี  2. ค่าความหวาน 6-8 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 10 สตางค์ต่อลิตร  3. ค่าความหวาน 8-10 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 30 สตางค์ต่อลิตร  4. ค่าความหวาน 10-14 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 50 สตางค์ต่อลิตร  5. ค่าความหวาน 14-18 กรัมต่อ 100 มิลลิลิตร เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร  6. ค่าความหวาน 18 กรัม ต่อ 100 มิลลิลิตร ขึ้นไป เสียภาษี 1 บาทต่อลิตร หากผ่านพ้นเวลาผ่อนผันไปแล้ว(ภายใน2ปีนี้) หากค่าความหวานไม่ลดลง จะมีการปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได

 2,644
ต่างประเทศ
07 มี.ค. 61

ชาวจีนเปิดน้ำทิ้งไว้ในบ้านหลายวันในหน้าหนาว กลับมาอีกทีพื้นบ้านกลายเป็นลานสเก็ต

เหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อมีชาวจีนเผลอเปิดน้ำทิ้งไว้ในบ้าน ขณะออกไปพักร้อนนอกบ้านหลายวัน แต่เมื่อกลับมาต้องตะลึง เมื่อน้ำที่เปิดไว้เกิดแข็งตัว ทำให้พื้นบ้านกลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็ง เนื่องจากความหนาวเย็นของอากาศบริเวณทางตอนเหนือของจีน ทำให้เจ้าของบ้านต้องนำเครื่องมือมาเจาะพื้นน้ำแข็ง   เรียนภาษาอังกฤษกับ อ.อดัม What would happen if you went on vacation and left your water running? จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณเปิดน้ำทิ้งไว้ในบ้าน ขณะที่ออกไปพักร้อน? Your house would become an ice skating rink! พื้นบ้านกลายเป้นลานสเก็ตน้ำแข็ง If you did this in Thailand, you might come back to a hot spring. ถ้าทำแบบนี้ในประเทศไทย เมื่อคุณกลับมาคงกลายเป็นบ่อน้ำพุร้อน    

 22,544
เศรษฐกิจ
15 ม.ค. 61

'ฉัตรชัย' ตั้งเป้าพัฒนาภาคใต้ปี62 ใช้งบ 3.5 หมื่นลบ. เน้นท่องเที่ยว-เกษตร-ประมง-น้ำ

             พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการนโยบาย พัฒนาภาคใต้ และภาคใต้ชายแดน ครั้งที่ 1/2561 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่ออนุมัติงบประมาณแผนการพัฒนาจังหวัดภาคใต้และภาคใต้ชายแดน ให้สอดรับกับแผนพัฒนาภาคพ.ศ. 2560-2564 แผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด พ.ศ. 2561-2564 โดยเบื้องต้นได้มีการอนุมัติงบประมาณประจำปี 2561 ไปแล้ว แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแผนงานโครงการ จำนวน 10 โครงการเนื่องจากต้องเปลี่ยนเส้นทางทำถนนให้เลี่ยงเขตป่า ใช้งบประมาณเพิ่ม 120 ล้านบาท                 ส่วนงบประมาณปี 2562 ได้ตั้งเป้าสำหรับงบประมาณไว้ที่ 35,000 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณพัฒนาภาคใต้ ระหว่างปี 2560-2564 อยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้านบาท แต่ตัวเลขต้องผ่านการกลั่นกรองอีกครั้งหนึ่ง ในการประชุม วันที่ 25 มกราคมนี้อีกครั้ง ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือน            โดยจะเน้นที่การท่องเที่ยวต้องพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมให้มีความสะอาด ปลอดภัย และขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปในชุมชนต่างๆเพื่อกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเกษตรหลักใน พื้นที่ คือ ยางพารา และ ปาล์มน้ํามัน ต้องแก้ปัญหาปริมาณผลผลิตที่มากเกิน และ ราคาผลผลิตอิงกับราคาใน ตลาดโลก ต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร โดยเฉพาะการทําการเกษตรผสมผสาน เพื่อลดการพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว และมีรายได้จากทางอื่น ทั้งนี้ ยังรวมถึงการทำประมง เนื่องจากเห็นว่าภาคใต้มีศักยภาพทำได้ แต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากทรัพยากรประมงลดน้อยลง ดังนั้น ต้องเร่งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปพร้อมกับการทําประมงที่เหมาะสม ไม่ทําลายล้างมากเกินไป เพื่อให้ เกิดความยั่งยืน และ สินค้าประมงของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของนานาชาติ            นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เพิ่มเติม การแก้ปัญหาด้านทรัพยากรน้ํา ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้ มีฝนตกมากกว่าภาคอื่นๆ ของประเทศไทย ไม่มีปัญหาด้านการขาดแคลนน้ํา แต่มีปัญหาน้ําท่วม เนื่องจากสิ่งกีดขวางทางน้ํา จึงต้องเน้นการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ําท่วม ส่วนในพื้นที่เมืองและเกาะต่างๆ อาจมีน้ําสําหรับอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ เนื่องจากไม่มีพื้นที่สร้างแหล่งเก็บน้ํา จึงต้องให้ความสําคัญเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้กระทบกับประชาชน และ นักท่องเที่ยว  

 6,143
สังคม-อาชญากรรม
22 พ.ย. 60

อุตุฯ เตือน 10 จว.ใต้ ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน ชี้เหนือ-อีสานอุณหภูมิลดลงต่ำสุด 4 องศา

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยจะมีฝนบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลและรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย  สำหรับภาคใต้ตอนบนมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง    ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันพรุ่งนี้ (23 พ.ย.60) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิลดลงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนืออุณหภูมิลดลงในระยะต่อไป ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันจะมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 23-28 พ.ย. 60   พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้.   ภาคเหนือ อากาศเย็น โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง และตาก  อุณหภูมิต่ำสุด 20-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส  บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-16 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.    ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง  อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง  บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร    ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่  ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล  อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร    กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่  อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

 13,103
สังคม-อาชญากรรม
13 พ.ย. 60

สลด! แม่ใจร้ายโยนทารกเพิ่งคลอดทิ้งลงบึงน้ำ ดับมาแล้ว 2 วัน ตร.คาดเป็นวัยรุ่นที่ไม่พร้อมจะมีลูก

แม่ใจร้ายโยนลูกชายเพิ่งคลอดลงบึงทุ่งสร้าง ตรวจสอบเบื้องต้นเสียชีวิตได้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งล่าตัวมาดำเนินคดี   เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพเด็กทารกแรกคลอด เสียชีวิตสภาพศพขึ้นอืด ลอยอยู่ริมบึงทุ่งสร้าง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งก็ได้ประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมด้วยแพทย์เวรปฏิบัติการจาก รพ.ศรีนครินทร์เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ   จากการตรวจสอบพบว่า สภาพศพขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน เป็นทารกแรกเกิดเพศชาย มีสายสะดือยังไม่ถูกตัด ลอยโผล่ผิวน้ำอยู่ริมตลิ่งบึงทุ่งสร้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้ช่วยกันนำร่างของทารกแรกเกิดเพศชายดังกล่าวขึ้นมาส่งต่อให้แพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ทำการชันสูตรตามขั้นตอนต่อไป   จากการสอบถามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าแม่เด็กรายนี้อาจจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่ไม่พร้อมจะมีลูก หลังคลอดจึงนำเด็กมาโยนทิ้งภายในบึงทุ่งสร้างแห่งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนหาตัวแม่ใจร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 3,741
สังคม-อาชญากรรม
10 พ.ย. 60

กองปราบเรียกประชุมลับหาหลักฐานถอนประกัน “โมนา” นายจ้างสาวฆ่าฝังดิน “น้องน้ำ”

ฝ่ายสืบสวนกองปราบปราม ชุดทำคดี “น้องน้ำ” เร่งหาหลักฐานในทางลับ เพื่อตามล่าหาตัวคนที่โทรข่มขู่พยานในคดี เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเพิกถอนการประกันตัวนายจ้างสาว โดยในวันนี้จะมีการประชุมลับอีกครั้ง    มีรายงานจากฝ่ายสืบสวน กองปราบปรามชุดทำคดีน้องน้ำ สาวคนงานวัย 16 ปี ที่ถูกนายจ้างสาวทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตและนำร่างฝังอำพรางคดี นานกว่า 5 ปี หลังจากที่ นางสาวกฤษณา สุวรรณพิทักษ์ หรือ โมนา นายจ้างสาวผู้ต้องหาในคดีนี้ ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดค้ำประกันกว่า 2.5 แสนบาท ในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังการประกันตัว มีพยานในคดีบางรายได้รับการติดต่อจากชายลึกลับ โทรมาก่อกวน ในลักษณะข่มขู่ ไม่ให้เข้ามายุ่งในคดี ซึ่งทำให้พยานในคดีเกิดความหวาดกลัว เกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย ซึ่งภายหลังจากที่กองปราบทราบเรื่อง ก็ได้มีการส่งฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ ไปรวบรวมข้อมูลและหาตัวชายลึกลับคนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอศาลเพิกถอนการประกันตัว ผู้ต้องหาในคดีนี้   โดยยังมีรายงานอีกว่า ในช่วงเย็นวันนี้ ได้มีการเรียกให้ฝ่ายสืบสวนในคดีนี้ ประชุมลับในเซฟเฮ้าส์ แห่งหนึ่งเพื่อสรุปแนวทางการ หลังลงพื้นที่ และเป็นการติดตามความคืบหน้าในคดีนี้ด้วย ส่วนผลารตรวจดีเอ็นเอ เบื้องต้นทราบว่าเป็นข้องน้องน้ำจริง ส่วนรายละเอียดคาดว่า สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจจะมีการชี้แจงในช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่นางจันทิรา ศรีศักดิ์ มารดาน้องน้ำ พร้อมมูลนิธิปวีณาหงสกุล จะเดินทางมาฟังผลการตรวจดีเอ็นเอ ในช่วงบ่ายก่อนรับกระดูกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดจ.เพชรบุรี   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 10,185
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ย. 60

สถานการณ์น้ำท่วม จ.ประจวบฯ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ น้ำแห้งทุกจุด จนท.-ชาวบ้านช่วยกันเร่งฟื้นฟูความเสียหาย

  สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.บางสะพานและอ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ น้ำแห้งทุกจุดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตลอดทั้งวันหลายหน่วยงานร่วมกับชาวบ้านช่วยกันเร่งฟื้นฟูความเสียหาย   สภาพโรงเรียนบ้านอ่างทอง บนถนนเพชรเกษมล่าสุดที่น้ำได้แห้งเกือบทุกจุด ยกเว้นบริเวณลานสนามฟุตบอลหน้าอาคารเรียนซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ บรรยากาศจึงแตกต่างจากเมื่อวานนี้อย่างชัดเจนวันนี้ทหารจากกองบิน5ทหารอากาศ,มณฑลทหารบกที่15,กองกำลังรักษาความสงบ ชุดปฏิบัติการที่ 2 อำเภอทับสะแก (ร้อย รส.ชป.ที่2) , อบต.อ่างทอง ,ครูและนักเรียนโรงเรียนอ่างทอง อ.ทับสะแกช่วยกันขนย้ายอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของที่ถูกน้ำท่วมออกจากอาคารเรียน ซึ่งได้รับความเสียหาย เพื่อเตรียมบิ๊กคลีนนิ่ง ทำความสะอาดอาคารเรียน ซึ่งแห้งเกือบทุกจุด มีเพียงสนามฟุตบอลที่มีน้ำขังอยู่เพียงเล็กน้อย เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า เมื่อทำความสะอาดแล้วเสร็จ น่าจะเปิดเรียนได้ทันวันพรุ่งนี้ หรืออาจเป็นวันจันทร์สัปดาห์หน้าสำหรับความเสียหายของสะพานหนองหญ้าปล้อง ถนนเพชรเกษม อ.บางสะพาน ที่ฐานตอม่อได้ทรุดตัวลง ทั้งฝั่งขาขึ้นกรุงเทพและขาล่องใต้ เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้ข่วยกันนำกระสอบทรายไปเสริมที่ฐานเพื่อไม่ให้เกิดการชำรุดของต่อม่อ โดยน้ำในคลองหนองหญ้าปล้องได้ลดลงไป 1 เมตร    โดยแขวงการทางประจวบคีรีขันธ์(หัวหิน) ยืนยันว่าการจราจรจุดนี้สามารถสัญจรได้ตามปกติ ส่วนสถานการณ์ในหมู่บ้านต่างๆ ของตำบลอ่างทอง ก็แห้งแล้วเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหมู่บ้านจักล่างที่เป็นจุดรับน้ำก่อนไหลออกสู่ทะเล รวมถึงหมู่บ้านต้นน้ำกับอ่างเก็บน้ำและเทือกเขา ทำให้ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยตลอดวันนี้สภาพอากาศในอำเภอทับสะแกและอำเภอบางสะพาน ปลอดโปร่ง ไม่มีฝนตก เริ่มมีแดดออกตามปกติ เช่นเดียวกับระดับน้ำในคลองบ้านกรูดและคลองอ่างทอง น้ำลดลงอย่างเห็นชัด และจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าตั้งแต่วันนี้ฝนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เกิดจากหย่อมความกดอากาศต่ำจะกลับสู่ภาวะปกติ   ข่าวที่เกี่ยวข้อง </iframe</div>

 2,870
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

มท.1 สั่งเร่งควบคุมสถานการณ์อ่างเก็บน้ำรั่ว จ.ลพบุรี

  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเร่งคุมสถานการณ์อ่างเก็บน้ำรั่ว ที่ ตำบลเพนียด จังหวัดลพบุรี มั่นใจไม่กระทบพื้นที่เขตเมือง ยืนยันให้ความช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่เสียหายตามหลักเกณฑ์อย่างเต็มที่     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งเร่งคุมสถานการณ์อ่างเก็บน้ำรั่ว ที่ ตำบลเพนียด จังหวัดลพบุรี มั่นใจไม่กระทบพื้นที่เขตเมือง ยืนยันให้ความช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่เสียหายตามหลักเกณฑ์อย่างเต็มที่    พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีอ่างเก็บน้ำรั่วที่ตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรีว่า เป็นอ่างเก็บน้ำของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความจุไม่กี่แสนลูกบาศก์เมตร ซึ่งไม่น่ากังวลเพราะไม่ใช้ผนังกั้นน้ำขนาดใหญ่ ทั้งนี้เชื่อว่าปริมาณน้ำที่ไหลออกมาจากอ่างเก็บน้ำจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดลพบุรี แต่อาจมีไร่น้ำของชาวบ้านถูกน้ำท่วมเสียหาย พร้อมทั้งยืนยันว่าความเสียหายทั้งหมด รัฐบาลจะเยียวค่าเสียหายตามหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด   คลิปเหตุการณ์

 6,604
ข่าวภูมิภาค
18 ต.ค. 60

ก.เกษตรฯ สั่งกรมชลฯ ห้ามระบายน้ำเกิน 2.60 ล้านลบ.เมตรต่อวินาที มั่นใจฝนไม่ตกเพิ่มในพื้นที่น้ำท่วม ภาคกลางเข้าสู่ภาวะปกติใน 1 เดือน

รัฐมนตรีเกษตรฯ สั่งกรมชลฯ ระบายน้ำไม่เกิน 2,600 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วง 7 วัน มั่นใจฝนไม่ตกเพิ่มในพื้นที่น้ำท่วม ภาคกลางเข้าสู่ภาวะปกติใน 1 เดือน     ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ฉัตรชัย  สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ และอธิบดีกรมชลประทาน บินสำรวจสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถึง จ.นครสวรรค์ พบว่า มีน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นการท่วมในพื้นที่เกษตรที่เก็บเที่ยวแล้วใช้เป็นทุ่งรับน้ำ รวมทั้งหมด 1.1 ล้านไร่ เทียบกับปี 2554 พื้นที่เกษตรภาคกลางน้ำท่วม 7.3 ล้านไร่ เป็นเพราะปัจจุบันมีการบริหารจัดการน้ำ ทั้งตัดยอดน้ำ พักน้ำ ดีขึ้น เมื่อรวมกับภาคเหนือตอนล่างแล้ว ข้อมูลล่าสุดระบุว่า น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 3 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 7 ของพื้นที่ทั้งหมด และมีผลผลิตเสียหาย หรือข้าวจมน้ำเกิน 10 วัน อยู่ที่ร้อยละ 3    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ สั่งการ 3 ข้อ คือ ข้อแรก ให้กรมชลฯ รักษาระดับการระบายน้ำไม่เกิน 2,600 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ภายใน 7 วัน ถ้าไม่มีฝนตกเพิ่มให้ลดปริมาณการระบายน้ำให้กลับสู่ภาวะปกติ  ข้อ 2 สำรวจความเสียหายเบื้องต้นเอาไว้ก่อน เมื่อน้ำลดจึงสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรวดเร็วต่อการอนุมัติความช่วยเหลือจากภาครัฐ และสุดท้าย ให้เตรียมแผนการระบายน้ำจากทุ่งรับน้ำ ทั้ง บางระกำ และ 12 ทุ่งใต้เขื่อนเจ้าพระยา ที่เก็บน้ำได้มากกว่า 1 พันล้านลูกบาตรเมตร มากกว่าเขื่อนป่าสัก ไม่ให้พื้นที่ได้รับผลกระทบ   พร้อมทั้งให้กรมชลฯ ,จิสด้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาทุ่งรับน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำให้มากขึ้น พร้อมทั้งวางแผนปรับฤดูกาลเพราะปลูก เหมือนกับบางระกำโมเดล ที่สามารถเพาะปลูก และเก็บเกี่ยวได้ก่อนน้ำหลาก    ด้านนายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำหนุนสูงช่วง 16-18 ต.ค.ทำให้ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาวันที่ 17 อยู่ที่ 2,639 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้อยกว่าปี 54 ที่อยู่ระดับ 3,610 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และตั้งแต่วันที่ 19 ความกดอากาศสูงจะเข้ามา ทำให้ปริมาณฝนลดลง และจะไม่ตกตั้งแต่วันที่ 23 เป็นต้นไป    หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยในจังหวัดชัยนาท และ สั่งให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่เร่งเยียวยาและสร้างความรับรู้ความเข้าใจกับคนในพื้นที่ และช่วยเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องสุขา ตามที่นายกรัฐมนตรีกำชับ    

 1,966
ข่าวภูมิภาค
17 ต.ค. 60

สถานการณ์น้ำ 6 เขื่อนหลักประจำวันที่ 16 ต.ค.60 พบเขื่อนแควน้อยฯ-จุฬาภรณ์-อุบลรัตน์ น้ำเต็มความจุอ่าง

ปริมาณน้ำใน 6 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์ ในวันที่ 16 ต.ค.2560 พบเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน, เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ น้ำเต็ม 100% ของความจุ ไม่สามารถรับน้ำได้เพิ่มแล้ว ขณะที่เขื่อนที่เหลือ โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็มีปริมาณน้ำสูง เกือบเต็มความจุอ่าง ขณะที่เขื่อนภูมิพลยังรองรับน้ำได้อีก 4,130 ล้านลบ.ม.   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/T4l15SxBFQ8  

 5,633
สังคม-อาชญากรรม
10 ต.ค. 60

'อนุพงษ์' เผยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทุกพื้นที่ เร่งระบายน้ำในพื้นที่รับน้ำภาคกลาง

  อนุพงษ์ เผยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำทุกพื้นที่ เร่งระบายน้ำในพื้นที่รับน้ำภาคกลาง ยันวางแผนระบายน้ำเขื่อนภูมิพล และเขื่อนป่าสัก   พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์น้ำ ว่า ล่าสุดเหลือเพียง 5 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งได้มีการประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า สำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจะมีน้ำท่วมอีก เพื่อเตรียมการระบบการแจ้งเตือน และการช่วยเหลือประชาชนขั้นต้น เช่น เรื่องการจราจร และขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง    ส่วนพื้นที่รับน้ำในจังหวัดอยุธยานั้น ไม่ใช่น้ำที่มาจากฝนอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการระบายน้ำด้วย ซึ่งขณะนี้สามารถระบายได้ในระดับ 2,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่ภายในสัปดาห์นี้จะเพิ่มการระบายเป็น 2,200-2,600 ลูกบาศก์เมตร/วินาที เพื่อเร่งระบายน้ำทางตอนเหนือ และรองรับสถานการณ์น้ำระรอกใหม่   อย่างไรก็ตามต้องมีมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน ส่วนโบราณสถานที่สำคัญต่างๆ ก็ได้เตรียมการป้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับความสามารถการรับน้ำของเขื่อนในพื้นที่ภาคกลาง ได้มีการเตรียมรับน้ำใน 2 ทางใหญ่ คือเขื่อนภูมิพล และเขื่อนป่าสัก ซึ่งขณะนี้มีความกังวล เรื่องการรับมือสถานการณ์น้ำ เนื่องจากต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน ขณะที่ฝนก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมได้   นอกจากนี้ พลเอกอนุพงษ์ ยังกล่าวถึง กรณีกระทรวงมหาดไทยอนุมัติให้บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของกระทิงแดง เช่าพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบล รัตน์ จ.ขอนแก่น ว่า ล่าสุดทางบริษัทได้ยกเลิกการเช่าพื้นที่แล้ว โดยตนได้ให้นโยบายปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการสอบสวนยิอนหลัง ถึงกรณีที่มีประชาชนคัดค้าน แต่ยังส่งเรื่องรายงานมาว่าไม่มีคนคัดค้าน ซึ่งเรื่องดังกล่าวหากทราบผู้กระทำผิดก็ต้องได้รับโทษสถานหนัก

 1,658
ต่างประเทศ
10 ต.ค. 60

ขาสั่นเลย! ไกด์จีนเดินไม่เป็นทาง ผวาเอฟเฟกต์พื้นกระจกร้าวริมหน้าผาสูง สมจริงขนาด 4dx

ชาวเน็ตแพร่คลิปไกด์จีนผวาขาสั่น เมื่อต้องเดินบนพื้นกระจกที่ติดตั้งสเปเชียลเอฟเฟกต์ ให้มีรอยแตกร้าว และเสียงกระจกแตก ขณะเดินบนทางเดินกระจกเลียบผาสูง ในมณฑลเหอเป่ย ที่มีระดับความสูง 3,800 ฟุต ซึ่งถึงแม้จะเป็นเพียงแค่เอฟเฟกต์ ที่จงใจทำขึ้นมาสร้างความตื่นเต้นเท่านั้น แต่ก็อดที่จะสร้างความหวาดผวาให้กับนักท่องเที่ยวไม่ได้ จนบางคนต้องเลือกวิธีการคลานแทนการเดินซะเลย

 98,693
การเมือง
02 ต.ค. 60

'วิษณุ' ยันไม่เก็บภาษีน้ำชาวนา ชี้จะเก็บจากผู้ประกอบการรายใหญ่ เสียดาย 'ชัชชาติ' ลาออก เชื่อไม่เกี่ยวกับการเมืองแทรกแซง

  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเสนอกฎหมายเรียกเก็บภาษีผู้ใช้น้ำว่า เรื่องนี้เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเพราะรัฐบาลไม่เคยมีความคิดที่ตะไปเรียกเก็บภาษีจากผู้ใช้น้ำรายย่อย โดยเฉพาะเกษตรกรหรือชาวนา ให้เป็นภาระ แต่กฎหมายที่ร่างขึ้นจะเก็บภาษีจากผู้ใช้น้ำรายใหญ่โดยเฉพาะ ผู้ใช้น้ำเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรมเท่านั้นเพราะมีความจำเป็นที่คนใช้น้ำมากจะต้องรับผิดชอบจากเดิมที่ไม่เคยเรียกเก็บเลย อีกทั้งเงินที่ได้จากการเรียกเก็บภาษีจะนำไปพัฒนาระบบน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ได้นำเงิยฝนไปใช้จ่ายในภารกิจของรัฐบาล     รองนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลาออกจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีการเปลี่ยนใจ และเชื่อว่าไม่ได้เป็นปัญหามาจากการแทรกแซงหรือแรงกดดันทางการเมือง ยืนยันว่าการทาบเชิญนายชัชชาติ รัฐบาลไม่ได้ดูว่าเป็นคนของพรรคการเมืองใดแต่ดูที่คุณสมบัติที่นายชัชชาติมีความเชี่ยวชาญทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน วิศวะกรรม และคมนาคม   เพราะแต่ละคนไม่ได้มาโดยเส้นสาย ยอมรับว่าเสียดายที่นายชัชชาติตัดสินใจลาออกเมื่อลาออกแล้วก็จบไม่ต้องไปพูดถึงอีก ส่วนตะแต่งตั้งเพิ่มเติมหรือไม่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะแต่งตั้งเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนการทำงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ หลังจากนี้จะนำเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อรับฟังนโยบายต่อไป   ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 3,963
การเมือง
13 ก.ย. 60

มติ ปปช. ไม่ชี้ มูล อภิสิทธิ์ – ยิ่งลักษณ์ บริหารจัดการน้ำผิดพลาด ปี 54 ชี้ เป็นเหตุสุดวิสัย ไม่มีหลักฐานเพียงพอ

  พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าที่ประชุม ปปช. มีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหา อดีตนายกฯ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับพวก มีพฤติการณ์กระทำความผิดต่อหน้าที่ราชการบริหารจัดการน้ำผิดพลาด เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในปี 2554 เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสามารถชี้มูลความผิดไดว่าเป็นความบกพร่องของใคร เพราะเป็นเรื่องของธรรมชาติ และพายุมาหลายลูกมาก   โดย ปปช. ยังมีมติ ไม่ชี้มูลความผิด คดีกล่าวหาของอดีตนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรณีเดียวกันด้วยตามที่กล่าวหาว่าการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดมาตั้งแต่ยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่ง ปปช. มีมติไม่ชี้มูลเพราะ เห็นว่าเป็นภัยทางธรรมชาติ ที่ไม่มีใครทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้น และทั้ง 2 รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ไปตามสภาพปัญหา ไม่ถือเป็นการละเลยให้เกิดปัญหา   โดย ปปช. จะมีการแถลงผลการพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนนี้    

 21,896
ข่าวภูมิภาค
03 ส.ค. 60

ปภ.เตือน! ยังมีน้ำท่วม 10 จ. ชี้กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด-ยโสธร-อุบลราชธานี เตรียมรับมือมวลน้ำสูงขึ้น ยันต้องระวังตลอด 24 ชม.

  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยสถานการณ์น้ำท่วมใน 10 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมยังมีคำเตือนต่อเนื่อง 4 จังหวัดท้ายเขื่อนลำปาว รับมือปริมาณน้ำขึ้นสูงจากการเร่งระบายน้ำ   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานสถานการณ์น้ำท่วม ว่าขณะนี้ มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 10 จังหวัด 101 อำเภอ 595 ตำบล 4,840 หมู่บ้าน ประกอบด้วย จังหวัดสกลนคร ,กาฬสินธุ์ ,นครพนม ,ยโสธร ,อํานาจเจริญ ,นครราชสีมา ,ร้อยเอ็ด ,อุบลราชธานี ,หนองคาย และ พระนครศรีอยุธยา ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 235,961 ครัวเรือน721,500 คน มีผู้เสียชีวิต 23 ราย   โดยที่ จังหวัดสกลนคร ยังมีน้ําท่วมขังใน 18 อำเภอ 1,267 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 135,044 ครัวเรือน 426,037คน ปัจจุบันได้เร่งสูบน้ำจำนวน 4 เครื่อง บริเวณโรงบำบัดน้ำเสียในเขตเทศบาลนคร และด้านหลังโรงพยาบาลสกลนคร เพื่อระบายน้ำที่สะสมในเขตเมืองสกลนครลงหนองหาน เพื่อออกไปยังแม่น้ำโขง    ขณะที่ จังหวัดนครพนม จุดรับน้ำต่อจากจังหวัดสกลนคร ขณะนี้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมใน 6 อำเภอ 61 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 360 ครัวเรือน โดยล่าสุดได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดต่างๆ รวม 34 เครื่อง โดยเฉพาะ ประตูระบายของลำน้ำก่ำ และ ประตูลำน้ำอูน เพื่อเร่งระบายลงสู่แม่น้ำโขงให้เร็วขึ้น    อย่างไรก็ตาม กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสารณภัยกลาง ได้ประกาศแจ้งเตือน 4 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์,ร้อยเอ็ด,ยโสธร และ อุบลราชธานี รับมือปริมาณน้ำขึ้นสูง จากความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนลำปาว ที่ต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง  

 3,058

Top