ค้นหา :

ผลการค้นหา "ก่อความไม่สงบ"

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง
11 ก.พ. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 11 ก.พ.62 แตกตื่นคลิปทหารเคลื่อนรถถัง-ตร.เป็นโจรงัดรถเพื่อนตำรวจเสียเอง-ทษช.เคลื่อนไหวแล้ว

-ระทึกปอยเปต ระเบิดหน้าคาสิโนช่วงหัวค่ำ นักพนันแตกฮือหนีกลับฝั่งไทย เจอระเบิดซุกที่บ่อนใกล้เคียงอีก 5 ลูก ยังไม่ทราบสาเหตุ แต่คาดเป็นระเบิดเวลาที่มีคนลอบมาวาง ยังไม่มีรายงานคนเจ็บ-ตาย   -อุตุฯเตรียมประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการสัปดาห์นี้ ปีนี้ร้อนอบอ้าวเฉลี่ย35-37องศา สูงกว่าปีก่อนและค่าปกติ เหนือ-อีสานพุ่ง40-43องศา กลาง-ตะวันออก40-42องศา กทม.-ปริมณฑล37-38องศา ช่วงวาเลนไทน์อากาศนิ่ง มีฝนเล็กน้อย อุณหภูมิลดลง และฝุ่นอาจจะกลับมา ส่วนวิกฤตฝุ่นจิ่ว หลายจังหวัดยังวิกฤตหนัก โดยเฉพาะเลย ลำปาง ขอนแก่น   -พลตรีปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ แจงคลิปเคลื่อนย้ายรถถังของกองทัพ ยันว่าเป็นเพียงการเคลื่อนย้ายเพื่อร่วมฝึกซ้อมของเหล่าทัพประจำปี 2562 ที่ลพบุรีเท่านั้น ใช้เส้นทางสระแก้ว-ปราจีนบุรี-ชลบุรี-ลพบุรี มีป้ายติดชัดเจนว่า "เพื่อการฝึก" ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ผู้ไม่หวังดีอย่าบิดเบือน   -ระดมตร.คุมเข้มพื้นที่รับเหตุป่วนเลือกตั้ง มีแชร์เอกสารด่วนที่สุด ชั้นความลับ จาก สตช.สั่งการ ตร.ภูธรพิจิตร เตรียมกำลังตำรวจและกองร้อยควบคุมฝูงชนให้ได้ภายใน 1 ชม.   -กกต.เตรียมประชุมปมเสนอชื่อแคนดิเดตของพรรคไทยรักษาชาติ หลายฝ่ายคาดอาจมีการเสนอยุบพรรค ปธ.กกต.ยอมรับมีวาระของ ทษช.เพราะมีคำร้องเข้ามา ปัดให้ความเห็นว่าจะถูกยุบพรรคหรือไม่ แต่จะพิจารณาตามกม.และความเป็นธรรม   เลขา กกต.เผยอาจใช้ ม.93 พรบ.ประกอบ รธน. รวบรวมพยานหลักฐานว่าการเสนอชื่อแคนดิเดต เป็นการกระทำที่ผิด ม.92 เพื่อเสนอให้ กกต.ส่งศาล รธน.วินิจฉัยยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิ   -ชยิกา หลานทักษิณ โพสต์ภาพทำบุญร่วมกับปรีชาพล หน.พรรคไทยรักษาชาติที่อยุธยา หลังเก็บตัวเงียบ ด้านเพจของพรรคขอขอบคุณทุกกำลังใจ ยันมีจุดยืนเหมือนเดิม และเดินหน้าต่อในสนามเลือกตั้ง สมาชิกพรรคยันกรรมการพรรคไม่ได้ถูกคุมตัวตามข่าวลือ ณัฐวุฒิโพสต์ยังอยู่ดี แต่ลืมโทรศัพท์ เลยติดต่อไม่ได้   -อุตตม พรรคพลังประชารัฐ บอกเป็นนัยว่าจะไม่ร่วมงานพรรคไทยรักษาชาติ เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน ไม่เคารพกฎกติกาเลือกตั้ง และธรรมเนียมประเพณีของไทยที่ยึดถือกันมา   -อภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์บอกจะไม่เคลื่อนไหวอะไร ไม่ยื่นยุบพรรค ทษช. จี้ ทษช.ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไป และเป็นหน้าที่กกต.พิจารณา และขอร้องให้นายกฯทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเลือกตั้งนี้จะเป็นธรรม จะไม่เอาเปรียบพรรคอื่น จากอำนาจพิเศษที่ถืออยู่   -อุตตม พรรคพลังประชารัฐ บอกการที่นายกฯจะมาหาเสียง ต้องเป็นไปตามกติกาเลือกตั้ง อะไรทำได้หรือไม่ได้ ส่วนการขึ้นป้ายนายกฯบนป้ายหาเสียงสามารถทำได้ และมีผู้สมัครบางคนทำแล้ว   -รัฐตั้งเป้าเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีละ 4 หมื่นล้านบาท หลังผ่าน สนช. รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา เริ่ม 1 ม.ค.ปีหน้า เตรียมออกกฎหมายลูกกำหนดรายละเอียดการเก็บ 20 ฉบับ   -ร.ต.อ.เป็นโจรเสียเอง งัดรถเพื่อนตรวจลักทรัพย์ ในรั้ว สตช. แถมก่อนหน้ายังขึ้นไปขโมยของบนตึก ขโมยได้ รองเท้าคอมแบท รองเท้าผ้าใบ ยางอะไหล่ พระเครื่อง คอมพิวเตอร์ ตลับม้วนเทป โดนตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อน ผบ.ตร.รับทราบแล้ว   -แว้นซิ่งเกี่ยวกันเอง ล้มเกลื่อน ถ.พระราม 2 รวม 15 คัน ตาย 1 เจ็บ 18 เพื่อนแว้นด้วยกันโพสต์รูปสมองคนตายกระจายเต็มถนน เหลือไว้แค่ชื่อและความทรงจำ เหตุยกล้อเสียหลักล้มเกี่ยวคันอื่น จนล้มระเนระนาดต่อกัน ตกใจแต่ไม่กลัว ลั่นจะเป็นเด็กแว้นก็ตเองเจออุบัติเหตุกันบ้าง ตายกันบ่อยๆ   -ทหารพรานสนธิกำลัง ตร.ทุ่งยางแดงปิดล้อมบ้าน จับแกนนำ RKK ตัวการใหญ่ก่อคดีโชกโชน ทั้งฆ่าโหดสามีภรรยา ดักสังหารผู้กำกับเสียชีวิต ระเบิดชุดคุ้มครองครู และถล่มฐานทหาร ด้านหน่วยข่าวเตือนกลุ่มก่อความไม่สงบ เตรียมก่อเหตุเมืองยะลา หวังก่อกวนและชิงอาวุธ จนท.ไปฆ่าผู้บริสุทธิ์และป้ายความผิด ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Do8dg_sgp9k  

 1,961
การเมืองเข้มข้น
19 ม.ค. 62

'บิ๊กตู่' ให้กำลังใจพี่น้องชายแดนใต้ ประณามเหตุถล่มยิงวัดเมืองสุไหงปาดี กำชับจนท.เร่งล่าคนร้าย

โฆษกรัฐบาลเผยนายกรัฐมนตรีให้กำลังใจพี่น้องชายแดนใต้ หลังเกิดเหตุถล่มยิงวัดเมืองสุไหงปาดี พร้อมกำชับเร่งไล่ล่าคนร้าย   นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้กำลังใจพี่น้องประชาชน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองทุกคน ในพื้นที่จังหวัดใช้แดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุคนร้ายกว่า 10 คนบุกเข้าโจมตีภายในวัดรัตนานุภาพ อ.สุไหงปาดี ทำให้พระภิกษุมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป   โดยนายกรัฐมนตรี ประณามการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาข้อเท็จจริงและไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษให้ได้ โดยย้ำว่ารัฐบาลจะปกป้องประเทศชาติและประชาชนด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยให้ดีที่สุด จึงขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในรัฐบาล และร่วมมือกันสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นทุกตารางนิ้วบนผืนแผ่นดินขวานทองของเรา   ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกชีวิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเข้มงวดตรวจตราจุดเสี่ยงต่าง ๆ และดูแลเยียวยาผู้เสียชีวิตและญาติพี่น้องอย่างดีที่สุด รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่หากพบเห็นสิ่งผิดปกติด้วย          ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/fwMQSiqQhr0

 589
ข่าวภูมิภาค
05 ก.ย. 61

เผารถยนต์ 2 คัน พื้นที่ อ.เทพา คาดขัดแย้งส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องก่อความไม่สงบ

เกิดเหตุเผารถยนต์ 2 คัน ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามาจากเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับการก่อความไม่สงบ   วันนี้ (5 ก.ย. 2561) ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางเพลิงเผารถยนต์เก๋ง และรถยนต์กระบะ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย โดยเหตุเกิดที่ หมู่ 7 ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โชคดีคนภายในบ้านช่วยกันดับไว้ได้ทัน   พ.ต.อ.ปัญหาวัฒน์ เพชรชุม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรห้วยปลิง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการสอบสวน เบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียหายกับผู้ก่อเหตุมีเรื่องทะเลาะวิวาทปลูกต้นทุเรียนรุกล้ำพื้นที่ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะนี้ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน EOD อยู่ระหว่างเข้าเก็บหลักฐานในพื้นที่เกิดเหตุ ป้องกันแผนลวงเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อเหตุซ้ำ  

 581
ข่าวภูมิภาค
03 พ.ค. 61

รับผลกรรม! ศาลตัดสินประหาร 6 คนร้ายวางระเบิด 6 คดีภาคใต้ ที่เหลืออีก 4 จำคุก 39 ปีและตลอดชีวิต

ปัตตานี-พันเอก ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกันแถลงข่าว กรณีศาลจังหวัดปัตตานีได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษ 10 ผู้ต้องหาคดีระเบิดเมืองปัตตานี ประกอบด้วย ประหารชีวิต 6 ราย จำคุกตลอดชีวิต 3 ราย และจำคุก 39 ปี 12 เดือน 1 รายโดยมีรายละเอียดดังนี้   ตามที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายมะซัน หรือฮากิบ สาและ กับพวกรวม 10 คนในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ก่อให้เกิดระเบิด ความผิดต่อชีวิตทำให้เสียทรัพย์ ความผิดต่อ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน   จากคดีเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม หน้าตลาดโต้รุ่ง เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 59, ระเบิดร้าน JP เฟอร์นิเจอร์ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 59, ระเบิดเรือประมง 2 ลำ เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.59, ระเบิดหน้าร้านศรีปุตรีข้างมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 ก.ค.59 และขยายผลตรวจยึดอาวุธปืนพกและอุปกรณ์ประกอบระเบิดหลายรายการ รวม 6 คดี โดยทั้งหมดเหตุเกิดในพื้นที่เทศบาลเมืองปัตตานีในห้วงเดือน มิถุนายน – ธันวาคม 2559   ต่อมาเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 10 คน ดังนี้   ประหารชีวิต 6 คน ประกอบด้วย นายอิบรอเฮง ยูโซ๊ะ, นายอัมรีย์ ลือเย๊าะ, นายสันติ จันทรกุล นายอายุบ เปาะลี, นายอิสมาแอ ตุยง และนายนิรอนิง นิเดร์   จำคุกตลอดชีวิต 3 คน ประกอบด้วย นายมะซัน สาและ, นายอับดุลเลาะ หะยีอูมาร์ และนายรูสรัน แวหะยี ทั้งนี้เนื่องจากจำเลยทั้ง 3 คน ให้การที่เป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี ศาลจึงลดโทษจากประหารชีวิตเป็นจำคุกตลอดชีวิต   และจำคุก 39 ปี 12 เดือน 1 คน คือ นายฮามิด เจะมะ   โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้ากล่าวอีกว่า กลุ่มที่ก่อเหตุสร้างสถานการณ์จนเป็นเหตุให้ประชาชนต้องเสียชีวิตนั้น ผู้กระทำย่อมต้องได้รับผลกรรมที่ตามมา และจากพฤติกรรมที่ปรากฏของจำเลยทั้ง 10 คน ที่ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 6 คดี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 ราย และทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในห้วงที่ผ่านมาส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้สูญเสียดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว   แต่สำหรับครอบครัวและญาติพี่น้องของผู้ที่กระทำความผิด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยได้รับการดูแลจากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังของการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด โดยทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานหรือบุคคลในครอบครัวอย่างใกล้ชิด สำหรับผลคำพิพากษาตัดสินคดีขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ซึ่งได้พิจารณาตามพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานแวดล้อม ที่ทำให้ศาลเชื่อว่าจำเลยทั้ง 10 คน ได้ร่วมกันกระทำความผิดจริง จึงมีคำสั่งพิพากษาลงโทษดังกล่าว อย่างไรก็ตามจำเลยทั้ง 10 คนยังมีสิทธิในการยื่นขออุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนดไว้     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/0D5dtzVY_cM  

 2,017
ข่าวภูมิภาค
23 ม.ค. 61

เร่งล่ามือบึ้มกลางตลาดยะลา แม่ทัพภาค 4 ประณามคนร้าย "ร่างกายเป็นคน แต่จิตใจเป็นสัตว์"

ยะลา-จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้ในรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าสกูปปี้ไอ แล้วนำมาจอดไว้ที่หน้าแผงขายเนื้อหมู ซอย 3 ในตลาดพิมลชัย เขตเทศบาลนครยะลา โดยกลุ่มคนร้ายเป็นชายวัยรุ่นจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มาไว้แล้วก็เดินหนีไป จากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บรวม 31 ราย   ในเวลาต่อมา พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ก็จะต้องเรียกผู้ประกอบการทั้งหมดมาพูดคุยกัน เพราะตลาดพิมลชัย เป็นพื้นที่ของรถไฟ ที่ยังไม่ให้เข้ามาจัดระเบียบ ซึ่งที่อื่นก็มีการจัดระเบียบกันหมดแล้ว ตลาดแห่งนี้เอกชนที่รับเหมาได้ไม่ได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ามาจัดระเบียบ จึงมีช่องโหว่ ทางเจ้าหน้าที่ก็มีความพยายามที่จะปิดช่องโหว่ให้ได้ ก็ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความสูญเสียที่เกิดขึ้น ที่จะมีการพูดคุยจัดระเบียบเพิ่มขึ้น เช่นเมื่อเลิกตลาด ก็จะต้องเก็บของ และจะมีเจ้าหน้าที่มาดูแล ส่วนในช่วงเช้าก็จะต้องช่วยกันดูว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่   ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นการต้องการทำลายเศรษฐกิจ เพราะทางรัฐบาลได้ดำเนินการตามนโยบาย สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาที่ถูกทาง ประชาชนปฎิเสธความรุนแรงหมด คนร้ายจึงมีความพยายามที่จะทำลายเศรษฐกิจ ทั้งๆที่รู้ว่าที่แห่งนี้มีประชาชนมาซื้ออาหารกันจำนวนมาก ตนเองเชื่อว่าคนก่อเหตุมีร่างกายเป็นคน แต่จิตใจเป็นสัตว์ บอกว่าเกลียดหมา แต่ทำตัวเป็นหมาซะเอง ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐก็จะทำให้ดีที่สุด พี่น้องก็ต้องช่วยดูแลกันด้วย หากมีอะไรผิดปกติ ก็ให้รีบแจ้ง เรื่องของเหตุการณ์อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน เป็นเพียงคนร้ายที่รับคำสั่งมา ที่ก็ทราบกันว่ามีไม่กี่ตระกูลที่ทำแบบนี้ได้ 3-4 เพราะตระกูลที่มีชื่อเสียงอยู่ในขณะนี้ เป็นคนทำ   ทั้งนี้จากการตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบว่า เบื้องต้นนั้น ระเบิดที่เกิดขึ้น เป็นระเบิดแสวงเครื่อง แบบที่คนร้ายประกอบขึ้นเอง และบรรจุไว้ในตัวรถจักรยานยนต์คันที่นำมาก่อเหตุ และจากการตรวจสอบอย่างละเอียด ตามทะเบียนประวัติ และเลขตัวเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ ที่กลายเป็นเศษเหล็กกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ   เจ้าหน้าที่พบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวนั้น เป็นรถที่ได้เคยถูกแจ้งหายไว้ ที่ สภ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2560 โดยเจ้าของเป็นชาวจังหวัดยะลา และเพียง 1 ปี วันที่ 22 มกราคม 2561 รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว ก็ถูกคนร้ายนำมาก่อเหตุระเบิดในตลาดสดพิมลชัย เขตเทศบาลนครยะลา   โดยทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่า กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น มีการวางแผน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักทรัพย์ หรือโจรกรรมรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งในแต่ละวันจะมีรถจักรยานยนต์ถูกลักขโมยไปจำนวนไม่ต่ำกว่า 1-2 รายเป็นประจำทุกสัปดาห์   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Yf5GXzzdC0g    

 4,807
ข่าวภูมิภาค
25 ธ.ค. 60

ป่วนหนัก! คนร้ายก่อเหตุป่วนใต้อย่างน้อย 5 จุดที่ยะลาและนราธิวาส เบตงไฟดับทั้งเมืองแล้ว

ข่าวด่วน : เกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างน้อย 5 จุดซ้อน ทั้งที่ อ.ยะหา, อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และไฟฟ้าดับทั้งเมืองเบตงหลังเกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า   จุดที่ 1 : เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถบรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน ที่รอยต่อหมู่ 5-6 บ.บาจุ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา โดยเป็นรถบรรทุกน้ำยางพารา และถูกกระสุนบริเวณถังเก็บน้ำยางด้านขวามือเป็นรูพรุน น้ำยางพาราไหลนองเต็มพื้นยาวกว่า 200 เมตร ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนอาวุธสงครามจำนวนหนึ่ง ส่วนคนขับทราบชื่อนายบัสรี บูลัดรีจิง อายุ 26 ปี ถูกกระสุนถากนิ้วนางข้างซ้ายได้รับบาดเจ็บ กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา ได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหาแล้ว ตามไปสอบสวน   จากการสอบสวนทราบว่ารถคันดังกล่าว เป็นรถนำขบวนรถทั้งสิ้น 4 คัน ซึ่งขับไปรับน้ำยางใน อ.เบตง และขณะขับกลับโรงงานโดยใช้เส้นทางหมายเลข 4077 ยะหา-บันนังสตา มาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มดังกล่าว คันที่ขับตามมาจึงถอยไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่    ต่อมามีชาวบ้านแจ้งว่าพบรถต้องสงสัยที่ถนนสุขาภิบาล 3 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตรเจ้าหน้าหน้าที่เก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิดได้ทำการเข้าตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยีห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีบรอนซ์ จอดทิ้งไว้ภายในตลาดนัดเขตเทศบาลยะลา จึงยิงทำลายเพื่อตัดวงจร ปรากฎว่าไม่พบวัตถุระเบิด โดยมีรายงานว่าหลังเกิดเหตุ คนร้ายใช้ความชำนาญหลบหนีเข้าป่า และเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมพื้นที่เพื่อตามจับผู้ก่อเหตุแล้ว   จุดที่ 2 และ 3 : เวลา 20.55 น. คนร้ายไม่ทราบกลุ่มและจำนวนแยกย้ายกันก่อเหตุในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยจุดที่ 2 ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มจุดตรวจฉัตรวาริน ตั้งอยู่แยกบายพาสทางไปน้ำตกฉัตรวาริน เขตเทศบาลตำบลปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี ปฏิบัติหน้าที่อยู่ และจุดที่ 3 คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มใส่ฐานปฏิบัติการทหารพราน ร้อย ทพ.4812 ซึ่งตั้งอยู่บ้านบือราแง ม.3 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซึ่งทั้ง 2 จุด เจ้าหน้าที่ได้เกิดปะทะและยิงต่อสู้กับกลุ่มคนร้าย นานประมาณ 20 นาที โดยเจ้าหน้าที่ปลอดภัย ซึ่งคนร้ายได้โปรยตะปูเรือใบห่างจากฐานปฏิบัติการทหารพราน ร้อย ทพ.4812 ประมาณ 400 เมตร เพื่อสกัดกั้นเจ้าหน้าที่เข้าสนับสนุนและให้การช่วยเหลือกำลังพล   จุดที่ 4 : คนร้ายได้แฝงตัวบุกเข้าไปวางเพลิงตู้คอนเทรนเนอร์ของเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือดีแทค ซึ่งตั้งอยู่บ้านต้นไม้สูง ม.2 ต.ปะลูรู อ.สุไหงปาดี ได้รับความเสียหาย รวมทั้งตัดต้นไม้ขวางถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี สุไหงโก-ลก ช่วงบริเวณบ้านบาโงฮูมอ ม.5 ต.กาวะ อ.สุไหงปาดี ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือชีวิต    สำหรับสถานการณ์ในจุดที่ 2-4 ขณะนี้นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดี และ พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี ลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนอาศัยอยู่ภายในบ้านพัก เกรงอาจจะได้รับอันตราย หากกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเคลื่อนไหวเพื่อลอบสร้างความปั่นป่วนซ้ำ   และจุดที่ 5 เป็นเหตุระเบิดเสาไฟฟ้าช่วง กม.26 หมู่ 1 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา หลังเกิดเหตุดังกล่าวในช่วงเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ปิดถนนสาย 410 ซึ่งเป็นเส้นทางมุ่งหน้า อ.เบตง และเกิดไฟฟ้าดับทั้งอำเภอเบตงแล้ว   (ข่าว/ภาพ : ผู้สื่อข่าวไทยทีวีสีช่อง 3 และมติชน)  

 9,637
ข่าวภูมิภาค
09 พ.ย. 60

ยิงปะทะเดือดปัตตานี จนท.วิสามัญกลุ่มป่วนใต้ดับ 2

ปัตตานี-เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ซึ่งเป็นบ้านร่างอยู่ในพื้นที่ ม.1 บ้านเจาะโบ ต.แป้น อ.สายบุรี ปรากฏว่าถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากในบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกระโดดหลบกระสุนก่อนจะเกิดการยิงตอบโต้และเกิดการปะทะกันขึ้น ถึงแม้ว่าทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้พยายามให้ผู้นำชุมชนเจรจาให้ออกมามอบตัว แต่คนร้ายก็ไม่ยยนยอมจนมีการยิงปะทะกันเป็นระยะ เป็นเหตุให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิตภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นไปเครียพบคนร้ายเสียชีวิต 2 ราย   จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนพบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคง และตรวจสอบภายในบ้านก็พบข้าวของเครื่องใช้และเอกสารจำนวนหนึ่งจึงได้นำไปตรวจสอบ   สำหรับการปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้รับข้อมูลข่าวสารการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน ที่ 44 เสียชีวิต 4 นายเมื่อวันที่ 22 กค.ที่ผ่านมา   จึงได้ติดตามแกะรอยจึงรู้ว่าเข้ามาหลบซ่อนตัวในบ้านหลังดังกล่าวและทราบว่าทั้งสองจะมีกรวางแผนเพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่ และขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นก็ได้พยายามเจรจาเพื่อให้มอบตัว แต่คนร้ายต่อสู้จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้นเป็นเหตุให้ทั้งสองถูกวิสามัญเสียชีวิต    ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/WECNpDXKgLQ    

 890
ข่าวภูมิภาค
16 ต.ค. 60

คนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจตากใบ ชาวบ้านโดนลูกหลงดับ 1 ตร.ขับรถเข้าช่วยถูกวางระเบิดซ้ำ

นราธิวาส-คนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจตาบา ใน อ.ตากใบ เป็นเหตุให้มีราษฎรซึ่งเป็นชาวมาเลเซียถูกลูกหลงเสียชีวิต 1 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นรถจักรยานยนต์ของชาวมาเลเซีย   หลังรับแจ้งเหตุ จนท.ได้ร่วมเดินทางเข้าสนับสนุนยังที่เกิดเหตุ แต่ถูกคนร้ายลอบจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปวางไว้ริมถนนบริเวณใกล้ปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยี่ห้อซัลโก ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 ก.ม. ส่งผลทำให้ไฟฟ้าดับแต่โชคดีไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ มีเพียงรถยนต์กระบะถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/TQXCgnvsv10  

 2,395
ข่าวภูมิภาค
18 ส.ค. 60

เจอรถครบ 7 คันหลังถูกปล้นจากเต้นท์รถ ไปทำคาร์บอมบ์ แม่ทัพภาค 4 ประณามเหมือนแมลงสาบ

ความคืบหน้าชายฉกรรจ์มากกว่า 7 คน ใช้รถปิกอัพ มาสด้า ทะเบียน บง 8378 นราธิวาส แต่งกายด้วยชุดดำ อาวุธครบมือ บุกปล้นเต้นท์รถยนต์มือสอง วังโต้คาร์เซ็นต้น อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โดยจับเจ้าของเต้นท์พนักงาน 4 คน มัดมือเท้า ขึ้นท้ายกระบะ หมายนำไปสังหารหมู่ ที่บ้านวังใหญ่ ตำบลเทพา จังหวัดสงขลา ก่อนนำรถไปก่อเหตุคาร์บอมบ์ที่โรงพักมายอ จ.ปัตตานี   ในการนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายวีรนันทน์ เพ็งจันทน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้เชิญกระเช้าสิ่งของพระราชทานให้กับ เจ้าหน้าที่ทหาร ชุดแพทย์เคลื่อนที่ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 24 จำนวน 4 นาย ประกอบด้วย ร.ต มนัส ธนาศรี อายุ 55 ส.อ วิเชษฐ์ รวมสุข. อายุ 27 ปี. ส.อ อิศรา ไชยะ. อายุ 29 ปี และพลทหารนุกูลกิจ ฉิมแก้ว อายุ 23 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ   จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดซึ่งเป็นรถยนต์ที่คนร้ายได้ปล้นเต้นท์รถวังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ อ.นาทวี จ.สงขลา ในขณะกำลังเดินทางด้วยรถยนต์เพื่อกลับไปยังหน่วยที่ตั้ง เหตุเกิดบนถนนสายปัตตานี-ยะลา ต.ยาบี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 นายขณะนี้อาการปลอดภัย นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี สร้างความปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างหาที่สุดมิได้   ขณะที่ความคืบหน้าทางคดี พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งเดินทางลงพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา พร้อมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ตรวจสอบรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งคนร้ายนำไปก่อเหตุปล้นเต้นท์รถยนต์เมืองสองในอำเภอนาทวี ภายหลังตรวจสอบรถยนต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวผ่านสื่อมวลชนประณามการกระทำคนร้ายกลุ่มนี้ ซึ่งกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ ไม่มีทางสู้ เหมือนแมลงสาบ เชื่อต่อไป ชาวบ้านอาจจะต้องระวังตัวมากขึ้นไม่เว้นแม้กระทั้งแม่ค้าส้มตำ หรือขายน้ำเต้าหู้ พราะขาดอุดมการณ์ ต้องการลดปมด้อยตัวเองเนื่องจากไม่สามารถประกอบอาชีพสุจริตเป็นของตนเอง ส่วนกระแสข่าวมีกลุ่มไอเอส เป็นผู้บงการณ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ออกมาปฏิเสธทันที เมืองไทยไม่มีกลุ่มขบวนการนี้   พร้อมกันนี้ได้พบรถยนต์คนร้ายใช้ก่อเหตุปล้นเต้นท์รถมือสอง อ.นาทวีแล้ว ถูกจอดทิ้งไว้ ในป่าสวนยางริมคลอง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา คาดว่าคนร้ายจะหลบเข้าพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา แต่ต้องทิ้งรถหนีด่านสกัดจับ ทำให้พบรถที่ใช้ก่อเหตุและปล้นมาจากเต้นท์รถครบทั้ง 7 คันแล้ว ด้าน จนท.จะรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าเป็นคนร้ายหน้าใหม่ เนื่องจากไม่พบข้อมูลประวัติทางคดี   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/7tqog1aHqfI

 3,462
ข่าวภูมิภาค
11 พ.ค. 60

ออกหมายจับแล้ว 1 มือระเบิดบิ๊กซีปัตตานี คาดหวังสังหารหมู่ เหยื่อเล่านาทีบึ้มหวิดถูกเหยียบตาย

คืบหน้าเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ห้างบิ๊กซี ปัตตานี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 80 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่คาดมีผู้ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 4 คน ซึ่งได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบแล้ว 1 คน เป็นชายที่นั่งซ้อนท้ายสวมเสื้อสีดำแล้ว 1 คน คือ นายมะกอเซ็ง หม้าแอ้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคง ที่ถูกออกหมายจับมาแล้ว 3 คดี โดยเฉพาะคดีลอบวางระเบิดใกล้มัสยิดกลางปัตตานี เมื่อวันที่ 5 มกราคมปี 2560 และคดีระเบิดร้านก๋วยเตี๋ยวในตลาดโต้รุ่ง อ.เมืองปัตตานี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมปี 2549 ขณะที่เด็กหญิงวัย 5 ขวบ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดอาการสาหัสยังคงพักรักษาตัวในห้องไอซียู   ด้าน 1 ในเหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นแม่ลูกที่เดินทางเข้าไปซื้อของให้ลูกสาวเพื่อเตรียมจะเปิดเทอม แต่ต้องมาประสบกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่ตัวเองไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาอยู่ในสภาพผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิด ยิ่งไปกว่านั้นลูกสาวต้องมาบาดเจ็บด้วย ยอมรับว่าช่วงชุลมุนตนกับลูกเกือบถูกเหยียบตายเพราะประชาชนจำนวนมากต่างตกใจวิ่งหนีตาย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/1kbrXspyIdA  

 19,770
ข่าวภูมิภาค
28 เม.ย. 60

คนร้ายแต่งกายคล้ายชุด ตชด. ลอบวางระเบิด-ยิงถล่ม จนท.นราธิวาส เสียชีวิต 6

นราธิวาส-คนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดแล้วยิงถล่มซ้ำเจ้าหน้าที่ทหารชุดลาดตระเวน สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 1114 กรมทหารพรานที่ 11 เหตุเกิดริมถนนบ้านริแง ม.3 ต.ผดุงมาตร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตทันที 4 นาย และเสียชีวิตต่อมาอีก 2 นาย รวมสูญเสียเจ้าหน้าที่ทั้งสิ้น 6 ราย   จากการสอบสวน ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ จนท.หัวหน้าชุด ได้นำกำลังรวม 6 นาย เดินทางไปราชการในพื้นที่ อ.เมืองนราธิวาส เมื่อแล้วเสร็จกำลังพลทั้งหมดได้นั่งรถยนต์กระบะเพื่อกลับฐาน ถึงที่เกิดเหตุพบคนร้ายแต่งกายชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน จำนวนประมาณ 10 คน พร้อมอาวุธปืนสงครามครบมือ กำลังเดินและยืนรวมพลอยู่ริมถนน   เจ้าหน้าที่ทหารจึงไม่ได้เอะใจ จึงได้นั่งรถผ่านไปประมาณ 100 เมตร กลับถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิดแล้วใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ จนเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจนหมดสติ ก่อนหลบหนีคนร้ายได้หยิบอาวุธปืนเอ็ม.16 ซึ่งเป็นอาวุธปืนประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 6 กระบอก   นอกจากนี้คนร้ายยังได้ใช้น้ำมันเบนซินราดศพของเจ้าหน้าที่ทหารบางนายแล้วจุดไฟเผาก่อนหลบหนี พร้อมด้วยมีการโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดกั้นการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ด้วยคาดเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/xRSaF4_SVsg    

 6,636
ข่าวภูมิภาค
21 เม.ย. 60

เร่งเก็บหลักฐาน ไล่ล่ากลุ่มคนร้ายป่วน 3 จ.ชายแดนใต้หลายจุด

จากกรณีกลุ่มก่อความไม่สงบได้กลับมาก่อเหตุอีกครั้งในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส พร้อมกันรวมหลายจุด ในเวลาไล่เลี่ยกันของวันที่ 19 เมษายน 2560   จากนั้น เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 20 เม.ย. จนท.ตรวจสอบพบหลุมระเบิด จำนวน 2 จุดอยู่ที่ด่านตรวจบนถนน และพบหลุมระเบิดอยู่ภายในเต้นท์ โดยแรงระเบิดทำให้โต๊ะเก้าอีก รวมถึงหลังคาเต้นเป็นรูได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ห่างประมาณ 2 เมตรพบระเบิดชนิดขว้างประกอบเอง แบบไปป์บอมจำนวน 1 ลูก เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิดจึงได้ทำการยิงทำลาย ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน   ขณะที่ จ.นราธิวาส จนท.เจอหลักฐานกล้องวงจรปิดมัดภาพ4 คนร้ายขว้างระเบิดแล้วได้ใช้อาวุธปืนเอ็ม.16 ยิงถล่มซ้ำนานกว่า 5 นาที ก่อนที่จะอาศัยความมืดล่าถอยไป ทำให้ อส.ปาดีเจ็บ 1 นาย โดยได้ทำระเบิดขว้างแบบลูกเกลี้ยงหล่นไว้ที่เกิดเหตุ 1 ลูก   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/Fx4qcNGTHa4

 5,867
ข่าวภูมิภาค
07 เม.ย. 60

เร่งตรวจสอบเหตุป่วนปัตตานีหลายจุดกลางดึก ไฟดับทั้งเมือง เบื้องต้นไม่พบผู้เสียชีวิต

จากเหตุคนร้ายก่อกวนสร้างความวุ่นวายในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีช่วงค่ำคืน พบเสียงดังคล้ายระเบิดดังขึ้นเป็นระยะในทุกพื้นที่ใน 12 อำเภอ จ.ปัตตานี ส่งผลให้ไฟฟ้าดับโดยทั่ว โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองปัตตานี   ล่าสุดจากการตรวจสอบยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดเหตุกี่จุด ทั้งนี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งจนท.จะเข้าตรวจสอบต่อในช่วงเช้านี้   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LZ-tOKQJ4Nw  

 6,741

Top