ค้นหา :

ผลการค้นหา "กรรโชกทรัพย์"

สังคม
29 ธ.ค. 62

พมจ.เข้าคุ้มครองสาวออทิสติก หลังเป็นนกต่อล่าหนุ่มให้แม่เพื่อตบทรัพย์

จากกรณีที่แม่ได้พาลูกสาวที่เป็นออทิสติกไปหลอกลวงชายหนุ่มมาหลับนอน แล้วก็มีการแชทผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในเชิงรู้จักกันและเชิญชวนไปหลับนอนด้วยกัน ซึ่งตัวเองได้แต่งตัวเป็นข้าราชการต่างๆ มาอ้างจะขู่กรรโชกทรัพย์ต่างๆ โดยแลกกับการไม่ดำเนินคดี    ซึ่งมีความคืบหน้าหลังจากที่เหยื่อได้เข้าไปแจ้งความดำเนินคดีแก๊งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมป้าและมารดาที่ไปกรรโชกทรัพย์ แต่จากากรสืบสวน ทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ ส่วนฝ่ายชาย เหยื่อคนล่าสุดเผยรักจริงหวังแต่ง แต่ต้องช๊อคเมื่อรู้ความจริงว่าเป็นแค่การจัดฉากเพื่อตบทรัพย์ และที่สำคัญยังมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเรื่อยๆ   ขณะที่นางสิริวิมล ภู่หริย์วงศ์สุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี (พมจ.) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ พมจ.อุดรธานี ได้เดินทางไปพบ น.ส.บี นามสมมติ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นคนพิการทางสมองระดับ 4 ที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม เพื่อดูแลคุ้มครอง พบว่า น.ส.บี อาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งจากการพูดคุย น.ส.บี และญาติไม่ยินยอมมาอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ พมจ. แต่ประสงค์จะอยู่กับญาติ และญาติรับปากว่าจะดูแลกันเอง แต่ พมจ.สามารถไปเยี่ยมเยียนและติดตามได้ แต่ในบัตรคนพิการระบุว่า พ่อของน้องเป็นผู้ดูแลที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาศัยอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งจะได้คิดหาแนวทางให้การช่วยเหลือ น.ส.บี ต่อไป     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/wshSNozAYdc

 989
ข่าวภูมิภาค
27 ธ.ค. 62

สุดทราม! แม่แท้ๆ หลอกพาลูกสาวป่วยออทิสติก แชทหาคู่บำเรอกาม ก่อนตบทรัพย์ เรียกเงินเหยื่อนับแสน

อุดรธานี-ตำรวจจับกุมตัวนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เพชรฤาชารัตน์ อายุ 39 ปี หลังร่วมมือกับนางยิ่งลักษณ์ อยู่อินทร์ อายุ 49 ปี นำ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกสาวแท้ๆ ซึ่งพิการทางสมอง หรือออทิสติก มาร่วมหลับนอนผู้ชายที่รู้จักผ่านแอปหาคู่ ก่อนตามมากรรโชกทรัพย์เป็นเงินจำนวน 250,000 บาทและทำพิธีหมั้นหมาย หากไม่ตกลงจะแจ้งตำรวจดำเนินคดี   นายธนากร จันทะโชติ อายุ 24 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า ได้เล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ และรู้จักกับ น.ส.บี อ้างว่าอายุ 16 ปี เรียนอยู่ ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร และได้แลกเบอร์โทร ก่อนนัดพบกันที่โรงพยาบาลหนองหาน ซึ่ง น.ส.เอ หน้าตาดี แต่ไม่ค่อยพูด จึงพาไปร่วมหลับนอนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง กระทั่งเช้าได้ไปส่งขึ้นรถบัสโดยสารกลับไป ส่วนตนไปทำงานตามปกติ   ไม่นานมีผู้หญิง 2 คน แต่งตัวข้าราชการ อ้างตัวเป็นแม่กับป้า น.ส.บี มาโวยวายกล่าวหาว่าตนพาลูกสาวไปร่วมหลับนอนจะดำเนินคดีทางกฎหมาย พูดจาข่มขู่ว่าพ่อ น.ส.บี เป็นตำรวจยศพันตำรวจโท เป็นรอง ผกก.สังกัด สภ.น้ำโสม เตรียมดำเนินคดีพรากผู้เยาว์   ตนรู้สึกตกใจ จึงให้พ่อช่วยเจรจา ซึ่งตอนแรกเรียกค่าเสียหาย 3 แสน ต่อรองเหลือ 2.5 แสนบาท โดยจ่ายก่อน 5 หมื่นบาท อีก 2 แสนให้ไปจ่ายที่บ้านใน อ.น้ำโสม และจัดพิธีหมั้นหมายด้วย และให้ตนสัญญาว่าจะส่ง น.ส.บี เรียนจนจบปริญญาตรี จึงจะแต่งงาน ซึ่งตนได้ตกลง และนำญาติ 30 คน เดินทางไปทำพิธีมั่นหมายที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.น้ำโสม และมอบเงินที่เหลือให้ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2562 จำนวน 200,000 บาท   หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ มีผู้มาบอกว่า ตนถูกจัดฉากกรรโชกทรัพย์ โดยนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เป็นแม่ น.ส.บี จริง แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นพ่อ จึงให้ป้าและลุงรับเป็นลูก ซึ่ง น.ส.บี เป็นเด็กพิการทางสมอง ระดับ 4 ส่งไปเรียนโรงเรียนคนพิการ ที่ จ.กาฬสินธุ์   เมื่อเริ่มโตเป็นสาว อายุประมาณ 15 ปี นางกัญญ์ณณัฎฐ์ ได้วางแผนพาลูกสาวแท้ๆ ไปหลับนอนกับผู้ชาย แล้วกรรโชกทรัพย์ครั้งละ 50,000-500,000 บาท พอตนรู้ว่าถูกหลอก จึงมาแจ้งตำรวจดำเนินคดีกับแก๊งตบทรัพย์ดังกล่าวจนถึงที่สุด   ด้านนางกัญญ์ณณัฎฐ์ สารภาพว่า ได้ร่วมกับพวก 6 คน นำรูป น.ส.บี แม้จะป่วยพิการทางสมอง แต่ถือว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีไปสมัครในแอพพิเคชั่นหาคู่ แชทกับนายธนากร ซึ่ง น.ส.บี เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านไม่ออก   กระทั่งนายธนากรขอนัดพบ น.ส.บี พวกตนได้นำ น.ส.บี นั่งรถกระบะไปส่งที่หน้า รพ.หนองหาน ไปร่วมหลับนอนกับนายธนากร ตื่นเช้าพวกตนก็เข้าข่มขู่กรรโชกทรัพย์เงิน 2.5 แสนบาท และจัดพิธีหมั้น เมื่องานสำเร็จก็จะนำเงินมาแบ่งกัน และกระทำเช่นนี้กับผู้ชายอีก 6 ราย ในพื้นที่ อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร หนองบัวลำภู ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนางกัญญ์ณณัฎฐ์ทันที   ซึ่งเงินที่ได้มาจากการกรรโชกทรัพย์ ก็จะนำไปเล่นการพนัน โดยนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เป็นบุคคลที่เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 10 ครั้ง มีหมายจับจำนวนมากกว่า 10 หมายในหลายท้องที่ มีผู้ตกเป็นเหยื่อและแจ้งความแล้ว 6 ราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหาจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้ว 2 คน กำลังสอบสวนขยายผลว่า มีผู้ใดร่วมขบวนการอีกบ้าง ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/UffvzuTnUhE

 12,242
สังคม
27 ธ.ค. 62

สุดทราม! แม่แท้ๆ หลอกพาลูกสาวป่วยออทิสติก แชทหาคู่บำเรอกาม ก่อนตบทรัพย์ เรียกเงินเหยื่อนับแสน

อุดรธานี-ตำรวจจับกุมตัวนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เพชรฤาชารัตน์ อายุ 39 ปี หลังร่วมมือกับนางยิ่งลักษณ์ อยู่อินทร์ อายุ 49 ปี นำ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ลูกสาวแท้ๆ ซึ่งพิการทางสมอง หรือออทิสติก มาร่วมหลับนอนผู้ชายที่รู้จักผ่านแอปหาคู่ ก่อนตามมากรรโชกทรัพย์เป็นเงินจำนวน 250,000 บาทและทำพิธีหมั้นหมาย หากไม่ตกลงจะแจ้งตำรวจดำเนินคดี   นายธนากร จันทะโชติ อายุ 24 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า ได้เล่นแอพพลิเคชั่นหาคู่ และรู้จักกับ น.ส.บี อ้างว่าอายุ 16 ปี เรียนอยู่ ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.มุกดาหาร และได้แลกเบอร์โทร ก่อนนัดพบกันที่โรงพยาบาลหนองหาน ซึ่ง น.ส.เอ หน้าตาดี แต่ไม่ค่อยพูด จึงพาไปร่วมหลับนอนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง กระทั่งเช้าได้ไปส่งขึ้นรถบัสโดยสารกลับไป ส่วนตนไปทำงานตามปกติ   ไม่นานมีผู้หญิง 2 คน แต่งตัวข้าราชการ อ้างตัวเป็นแม่กับป้า น.ส.บี มาโวยวายกล่าวหาว่าตนพาลูกสาวไปร่วมหลับนอนจะดำเนินคดีทางกฎหมาย พูดจาข่มขู่ว่าพ่อ น.ส.บี เป็นตำรวจยศพันตำรวจโท เป็นรอง ผกก.สังกัด สภ.น้ำโสม เตรียมดำเนินคดีพรากผู้เยาว์   ตนรู้สึกตกใจ จึงให้พ่อช่วยเจรจา ซึ่งตอนแรกเรียกค่าเสียหาย 3 แสน ต่อรองเหลือ 2.5 แสนบาท โดยจ่ายก่อน 5 หมื่นบาท อีก 2 แสนให้ไปจ่ายที่บ้านใน อ.น้ำโสม และจัดพิธีหมั้นหมายด้วย และให้ตนสัญญาว่าจะส่ง น.ส.บี เรียนจนจบปริญญาตรี จึงจะแต่งงาน ซึ่งตนได้ตกลง และนำญาติ 30 คน เดินทางไปทำพิธีมั่นหมายที่บ้านโนนสมบูรณ์ ต.น้ำโสม และมอบเงินที่เหลือให้ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2562 จำนวน 200,000 บาท   หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ มีผู้มาบอกว่า ตนถูกจัดฉากกรรโชกทรัพย์ โดยนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เป็นแม่ น.ส.บี จริง แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นพ่อ จึงให้ป้าและลุงรับเป็นลูก ซึ่ง น.ส.บี เป็นเด็กพิการทางสมอง ระดับ 4 ส่งไปเรียนโรงเรียนคนพิการ ที่ จ.กาฬสินธุ์   เมื่อเริ่มโตเป็นสาว อายุประมาณ 15 ปี นางกัญญ์ณณัฎฐ์ ได้วางแผนพาลูกสาวแท้ๆ ไปหลับนอนกับผู้ชาย แล้วกรรโชกทรัพย์ครั้งละ 50,000-500,000 บาท พอตนรู้ว่าถูกหลอก จึงมาแจ้งตำรวจดำเนินคดีกับแก๊งตบทรัพย์ดังกล่าวจนถึงที่สุด   ด้านนางกัญญ์ณณัฎฐ์ สารภาพว่า ได้ร่วมกับพวก 6 คน นำรูป น.ส.บี แม้จะป่วยพิการทางสมอง แต่ถือว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีไปสมัครในแอพพิเคชั่นหาคู่ แชทกับนายธนากร ซึ่ง น.ส.บี เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านไม่ออก   กระทั่งนายธนากรขอนัดพบ น.ส.บี พวกตนได้นำ น.ส.บี นั่งรถกระบะไปส่งที่หน้า รพ.หนองหาน ไปร่วมหลับนอนกับนายธนากร ตื่นเช้าพวกตนก็เข้าข่มขู่กรรโชกทรัพย์เงิน 2.5 แสนบาท และจัดพิธีหมั้น เมื่องานสำเร็จก็จะนำเงินมาแบ่งกัน และกระทำเช่นนี้กับผู้ชายอีก 6 ราย ในพื้นที่ อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร หนองบัวลำภู ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนางกัญญ์ณณัฎฐ์ทันที   ซึ่งเงินที่ได้มาจากการกรรโชกทรัพย์ ก็จะนำไปเล่นการพนัน โดยนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เป็นบุคคลที่เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 10 ครั้ง มีหมายจับจำนวนมากกว่า 10 หมายในหลายท้องที่ มีผู้ตกเป็นเหยื่อและแจ้งความแล้ว 6 ราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหาจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้ว 2 คน กำลังสอบสวนขยายผลว่า มีผู้ใดร่วมขบวนการอีกบ้าง ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด     อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/UffvzuTnUhE

 12,242
สังคม
27 ธ.ค. 62

สุดหดหู่! แม่พาลูกสาวพิการทางสมอง ไปบำเรอชายหนุ่ม ก่อนกรรโชกทรัพย์

อุดรธานี - ที่หน้ากองกำกับการสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ มีชัย ผกก.สภ.น้ำโสม พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส. ภ.จ.อุดรธานี และตร.ชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าว จับนางกัญญ์ณณัฎฐ์ เพชรฤาชารัตน์ อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ 296/2562 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 โดยกล่าวหา “กรรโชกทรัพย์ ไม่มีสิทธิ์สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายจองเจ้าพนักงาน กระทำการเช่นนั้นเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ์” พร้อมชุดเครื่องแบบข้าราชการตุลาการศาล โดยจับกุมได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร   พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 18 ก.ค.62 ร.ต.อ.วราเทพ โลทัง รอง สว.(สอบสวน) สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งจากนายธนากร จันทะโชติ อายุ 24 ปี ว่า ถูกนางกัญญ์ณณัฎฐ์ หรือแซ็ก พร้อมกับนางยิ่งลักษณ์ อยู่อินทร์ อายุ 49 ปี นำ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิการทางสมอง หรือออทิสติก มาร่วมหลับนอนกับตน ก่อนตามมากรรโชกทรัพย์เป็นเงินจำนวน 250,000 บาทและทำพิธีหมั้นหมาย หากไม่ตกลงจะแจ้งตำรวจดำเนินคดี   ต่อมาตำรวจได้เรียก นางยิ่งลักษณ์ อยู่อินทร์ หรือชื่อเดิมนางกุหลาบ ผลเหลือ ป้า น.ส.บี มาสอบสวน และให้การรับสารภาพว่า เรื่องที่นายธนากร กล่าวหาเป็นความจริง โดยนางกัญญ์ณณัฎฐ์ ได้ร่วมกับพวก 6 คน นำรูป น.ส.บี แม้จะป่วยพิการทางสมอง แต่ถือว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีไปสมัครในแอพพิเคชั่น แชทกับนายธนากร ซึ่ง น.ส.บี เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านไม่ออก กระทั่งนายธนากรขอนัดพบ น.ส.บี พวกตนได้นำ น.ส.บี นั่งรถปิกอัพไปส่งที่หน้า รพ.หนองหาน ไปร่วมหลับนอนกับนายธนากร ตื่นเช้าพวกตนก็เข้าข่มขู่กรรโชกทรัพย์เงิน 2.5 แสนบาท และจัดพิธีหมั้น เมื่องานสำเร็จก็จะนำเงินมาแบ่งกัน และกระทำเช่นนี้กับผู้ชายอีก 6 ราย ในพื้นที่ อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร หนองบัวลำภู ตำรวจจึงได้รวบรวมพยาน หลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนางกัญญณณัฎฐ์ทันที   ทางด้าน พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สำหรับนางกัญญ์ณณัฎฐ์ หลังจากได้เงินที่ได้จากการกรรโชกทรัพย์แล้วก็นำ ไปเล่นการพนัน และเป็นบุคคลที่เปลี่ยนชื่อมาแล้ว 10 ครั้ง มีหมายจับจำนวนมากกว่า 10 หมายในหลายท้องที่ มีผู้ตกเป็นเหยื่อและแจ้งความแล้ว 6 ราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้แจ้งข้อหาจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้ว 2 คน กำลังสอบสวนขยายผลว่า มีผู้ใดร่วมขบวนการกับ นางกัญญณณัฎฐ์ อีกบ้าง เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติจับกุมมาดำเนินคดีให้หมด ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่แม่แท้ๆ นำลูกของตนเองที่ป่วยพิการทางสมองให้ไปบำเรอกามกับชายอื่นแล้ววางแผนกับคนในแก๊งตบทรัพย์ หากใครเคยตกเป็นเหยื่อนางกัญญ์ณณัฎฐ์และพวก ให้แจ้งความดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุได้หรือแจ้งมายัง กองกำกับการสืบสวนภูธร จ.อุดรธานี ได้ตลอดเวลา

 4,107
สังคม
27 ธ.ค. 62

แม่-ป้าจัดฉากลูกพิการ หลอกผู้ชายมาหลับนอนแล้วตามไปตบทรัพย์

ที่ จ.อุดรธานี แม่แท้ๆ พาลูกสาวัย 19 ปี สวยหน้าตาดี แต่ป่วยพิการทางสมอง มานำรูปขึ้นโปรไฟล์ในแชทหาคู่ ก่อนจะร่วมแก๊งพาลูกสาวไปส่งให้หลับนอนกับชายหนุ่ม หลังมีคนตกเป็นเหยื่อก็จะแต่งชุดข้าราชการไปกรรโชคทรัพย์ และมีผู้ตกเป็นเหยื่อหลายราย   ตำรวจชุดสืบสวน สภ.น้ำโสม ได้วางแผนจับกุมจับกุม นางกัญญ์ณณัฎฐ์ เพชรฤาชารัตน์ และ นางยิ่งลักษณ์ อยู่อินทร์ ผู้ต้องหาในคดีกรรโชกทรัพย์ พร้อมชุดเครื่องแบบข้าราชการตุลาการศาล โดยจับกุมได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ หลังมีผู้เสียหาย คือ นายธนากร จันทะโชติ เข้าแจ้งความว่า ถูกนางกัญญ์ณณัฎฐ์ และ นางยิ่งลักษณ์ ได้นำลูกสาว หรือ นางสาว บี อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิการทางสมอง หรือ ออทิสติก มาร่วมหลับนอนกับตน ก่อนตามมากรรโชกทรัพย์เป็นเงิน 2 แสน 5 หมื่นบาท และทำพิธีหมั้นหมาย หากไม่ตกลงจะแจ้งตำรวจดำเนินคดี    นายธนากรเล่าให้ฟังว่า เริ่มรู้จักกับนางสาวบีจากการคุยกันในแอพพลิเคชั่นหาคู่ หรือแอพพลิเคชั่น Badoo และรู้จักกับนางสาวบี จากนั้นมีการแลกเบอร์โทรกัน ก่อนนัดพบกันที่รพ.หนองหาญ ซึ่งนางสาวบีเป็นคนหน้าตาดี ไม่ค่อยพูด และพากันไปร่วมหลับนอนที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง กระทั่งตอนเช้าได้ส่งนางสาวบีกลับบ้านไป ต่อมาไม่นาน มีผู้หญิง 2 คนแต่งตัวเป็นข้าราชการ บอกว่าเป็นแม่และป้าของนางสาวบี มาพูดจาข่มขู่บอกจะดำเนินคดีตามกฏหมายที่เขานั้นพาลูกสาวมาร่วมหลับนอน และยังขู่อีกว่าพ่อของนางสาวบีเป็นตำรวจยศพันตำรวจโท หากว่าพ่อรู้ก็จะถูกดำเนินคดีพรากผู้เยาว์ด้วย   จากนั้นมีการเรียกค่าเสียหายจำนวน 3 แสนบาท และบอกว่าต้องจัดพิธีหมั้นหมายพร้อมส่งเสียค่าเล่าเรียนให้นางสาวบีเรียนจบปริญญาตรี ตนก็ยอมและมีการต่อรองค่าเสียหาย และทำพิธีหมั้นหมาย ต่อมา จึงทราบว่าทั้งหมดเป็นการจัดฉากกรรโชกทรัพย์ และพบว่ามีการทำลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง    ขณะที่ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรอุดรธานี บอกว่า นางกัญญ์ณณัฎฐ์ หลังจากได้เงินจากการกรรโชกทรัพย์ก็จะนำไปเล่นการพนัน และเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 10 ครั้ง มีหมายจับมากกว่า 10 หมายในหลายท้องที่ และมีผู้ตกเป็นเหยื่อและแจ้งความแล้ว 6 ราย ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังขยายผลว่า มีใครร่วมขบวนการกับนางกัญญณณัฎฐ์อีกบ้าง เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/uIMmcr2fbR8

 1,079
สรุปข่าว
27 ธ.ค. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 27 ธ.ค.62 แห่ชมสุริยุปราคาวงแหวน-ผลตรวจหางปริศนาในชามก๋วยเตี๋ยว-จับแอดมินเพจหลวงพี่จัสติน

-ทั่วไทยคึกคัก แห่ชมปรากฎการณ์สุริยุปราคาแบบวงแหวน เหนือท้องฟ้าเมืองไทย ตั้งแต่เวลา 10.00-13.57 น. หลายพื้นที่ต่างนำกล้องดูดาวติดฟิล์มกรองแสง กล้องดูสุริยุปราคา แว่นสุริยะ ของประดิษฐ์ DIY กระชอน หน้ากากอ๊อกเหล็ก ขณะที่ปชช.ในต่างจังหวัดต่างนำกระบอกไม้ไผ่มาเคาะ หรือเคาะปี๊ป เคาะต้นไม้เสียงดังลั่น เพื่อไล่ราหูที่อมดวงอาทิตย์ให้คายดวงอาทิตย์ออกมา   บางคนจะวิ่งไปเคาะต้นไม้ เชื่อว่าจะให้ออกลูกดก หรือเคาะกระเป๋าสตางค์ ให้มีเงินเต็มกระเป๋า ปรากฎการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวงนี้ เคยเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2538 และจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงอีกครั้งในอีก 51 ปีข้างหน้า คือวันที่ 11 เมษายน 2613 ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : แห่ชมสุริยุปราคาแบบวงแหวน ตีเกราะเคาะไม้ไล่ราหูตามความเชื่อ รอแบบเต็มดวงอีกที 51 ปีข้างหน้า    -จับแล้วเยาวชน อายุ 18 ปีก่อเหตุอุกอาจ ดักฉุดนักเรียนหญิงวัย 13 ปี ขึ้นรถกระบะ ขณะนั่งหน้าบ้านรอไปโรงเรียน ก่อนนำไปปล่อยหน้าโรงเรียนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา แม่เผยนาทีลูกถูกฉุด ได้ยินเสียงลูกร้อง จึงวิ่งออกมาดู พบเพียงกระเป๋านักเรียนลูกวางทิ้งไว้หน้าบ้าน แต่ตัวไม่อยู่ เห็นรถกระบะต้องสงสัย วิ่งออกไป มุ่งหน้าเข้าถนนทางหลวงชนบท เขาใหญ่-วังน้ำเขียว จึงรีบแจ้งตำรวจให้เร่งติดตามตัวคนร้าย ก่อนถูกฉุดขึ้นรถ ลูกสาวแชทบอกแม่ว่า  กลัวพร้อมถ่ายภาพชายต้องสงสัย   กระทั่งได้รับแจ้งว่า มีเด็กถูกนำมาปล่อยไว้ที่หน้าโรงเรียน เด็กวิ่งร้องไห้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากครู ตร.ตามรวบตัวคนขับกระบะคันดังกล่าวได้ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 7 กม. พบเป็นเยาวชน ญาติเด็กกรูเข้าประชาทัณฑ์ เบื้องต้นเจ้าตัวให้การปฏิเสธว่า ไม่รู้อะไร และไม่ยอมให้การใด ๆ ตร.แจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ไว้ก่อน พร้อมประสานหลายฝ่ายเข้าสอบสวนเนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเยาวชน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จับแล้ว หนุ่ม 18 ฉุด นร.หญิงวัย 13 ขึ้นรถกระบะ ก่อนนำมาปล่อยหน้า ร.ร. แม่ปัดไม่มีเรื่องชู้สาว    -ระทึก ท่อร้อยสายโทรศัพท์เอกชนระเบิดกลางถนน กล้องวงจรปิดจับภาพสาวฟู้ดแพนด้าขี่ จยย.ผ่าน เจอแรงอัดใส่เต็ม ๆ ทั้งตัว และรถกระเด็นลอยสูงถึง 3 เมตร  ตกกระแทกพื้นถูกรถที่ตามมาเหยียบซ้ำ เหตุเกิดกลางถนนท่าคราวน้อย หน้าตลาดสดอัศวิน ต.สบตุ๋ย อ.เมือง จ.ลำปาง ชาวบ้านแตกตื่นคิดว่าระเบิดกลางเมือง   จนท.เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบ พบว่าน้ำมีความขุ่นเล็กน้อย มีคราบน้ำมันลอยอยู่ มีกลิ่นเหม็น และมีความอุ่น ต่างจากบ่อปกติทั่วไป พบสาร 2 ชนิด คาร์บอนและซัลเฟอร์ ที่พบในบ่อขยะ คาดเกิดจากก๊าซมีเทนที่ระเบิด ส่วนสาวผู้เคราะห์ร้ายยังไม่รู้สึกตัว ญาติเรียกร้องความรับผิดชอบ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ท่อร้อยสายโทรศัพท์เอกชน ระเบิดกลางเมืองลำปาง สาวเคราะห์ร้ายขี่จยย.ผ่าน เจ็บสาหัสไม่ได้สติ   -บิ๊กตู่-บิ๊กป้อมร่วมประชุมสภากลาโหมนัดส่งท้ายปี 2562  ทั้งนี้พลเอกประยุทธ์ กล่าวกับเหล่าทัพที่มาอวยพรว่า  สิ่งที่เป็นห่วงและกังวลคือเรื่องของสุขภาพร่างกายจิตใจที่ต้องเข้มแข็งไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เพราะอุปสรรคมีไว้ให้แก้ไข แต่เป้าหมายมีไว้ให้มุ่งเข้าหาไปสู่ เป้าหมายสุดท้ายที่เราต้องการ ซึ่งก็ยังอยู่ห่างไกลมากพอสมควร พร้อมย้ำให้ ทุกคนจะต้องระมัดระวัง เพราะสถานการณ์ต่างๆก็ยังไม่เป็นไปปกติสุขนัก ฝากทุกคนช่วยดูแล   -นายกฯเดินทางมาสถานีขนส่งหมอชิต ส่งคนกลับบ้าน พร้อมโชว์เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์  ซึ่งมีค่าตรวจวัดออกมาเป็น 0 มิลลิกรัม พร้อมระบุ “ใครว่าผมเมาหมัด ไม่มี” พร้อมโชว์ผลการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ก่อนจะเดินแจก ของที่ระลึกให้กับประชาชนที่มารอรถเพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา   นายกฯทำใจดีสู้ หลังเจอชาวบ้านเบื่อใส่กลางหมอชิต  ซึ่งมีทั้งประชาชนที่ให้ความสนใจและไม่ให้ความสนใจนายกรัฐมนตรีจึงได้สอบถามผู้หญิงรายหนึ่งที่แสดงท่าทีไม่พอใจว่าเป็นอะไรไม่สบายหรือเบื่อนายกฯ  หญิงดังกล่าวจึงตอบกลับว่าเบื่อ ขณะที่นายกฯตอบว่า "ไม่เป็นไรขอบคุณที่เบื่อนายกรัฐมนตรี  แต่คุณเบื่อผมยังไงก็ได้  แต่ผมเบื่อคุณไม่ได้เพราะคุณเป็นคนไทยจำไว้" ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : 'บิ๊กตู่' ส่งคนกลับบ้านปีใหม่ที่หมอชิต เจอหญิงทำหน้าไม่พอใจบอก "เบื่อ" นายกฯตอบ "ไม่เป็นไร แต่ผมเบื่อคุณไม่ได้"   -ศาลฎีกาพิพากษา แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 จากศาลอุทธรณ์ คงเหลือจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา นางเบญจา หลุยเจริญ อายุ 66 ปี อดีต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ พวก คดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้อง จำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีเอื้อประโยชน์ให้นายพานทองแท้ และ นางสาวพิณทองทา ชินวัตร ไม่ต้องจ่ายภาษีจากการขายหุ้น มีกำไรส่วนต่างรวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท   หลังพิพากษาให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ผู้ต้องหาทั้งหมดมีสีหน้าเคร่งขรึมและเสียใจ โดยญาติได้เข้าไปโอบกอดให้กำลังใจ บางคนพยายามกลั้นน้ำตาและกล่าวขอบคุณเสียงเครือ ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปี 'เบญจา หลุยเจริญ' รมช.คลังสมัย 'ยิ่งลักษณ์' ช่วย 'โอ๊ค-เอม' เลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป   -กรมการค้าภายในย้ำผู้ค้าออนไลน์ทั้งเว็บไซต์และขายผ่านโซเชียล ต้องแสดงราคาสินค้าและบริการ ค่าจัดส่ง ค่าติดตั้ง ต้องชัดเจนครบถ้วน อ่านง่าย ห้ามให้ผู้ซื้ออินบ็อกซ์ถามiคาหลังไมค์ ใครฝ่าฝืนโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ผู้แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1569 ได้รางวัลนำจับ 25% ของเงินค่าปรับ เช่นถ้าปรับ 10,000 บาทได้รางวัลไปเลย 2,500 บาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ย้ำอีกรอบ! ขายของออนไลน์ ห้ามให้อินบ็อกซ์ถามราคา โดนปรับเป็นหมื่น คนแจ้งได้รางวัล 25%    -สุดทราม! แม่แท้ๆ ผีพนันเข้าสิง ร่วมมือกับญาติ หลอกพาลูกป่วยทิสติกอายุ 19 ปี แชทหาคู่ในแอพพลิเคชั่น ก่อนให้ไปนอนกับชาย สุดท้ายแต่งชุดข้าราชการตุลาการศาล เข้าตบทรัพย์ เรียกเงิน 50,000-500,000 บาท ก่อนพาลูกหนีเข้ากทม. พบหลอกผู้ชายมากว่า 4 จังหวัดภาคอีสาน ตรวจประวัติแม่พบเปลี่ยนชื่อมาแล้ว 10 ครั้ง นำเงินทีได้ไปเล่นการพนัน มีหมายจับจำนวนมากกว่า 10 หมายในหลายท้องที่ มีผู้ตกเป็นเหยื่อและแจ้งความแล้ว 6 ราย   หนุ่มวัย 24 ปี เหยื่อรายล่าสุดแฉ เล่นแอพหาคู่รู้จักหญิงสาวรายหนึ่งก่อนจะขอเบอร์-นัดเจอกันและพาเข้ารีสอร์ท ต่อมามีหญิง 2 คนแต่งตัวข้าราชการ อ้างตัวเป็นแม่กับป้าของหญิงคนดังกล่าวมาโวยวายที่บ้าน ซ้ำข่มขู่ว่ามีพ่อเป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ท. จะแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์ ก่อนจะเรียกค่าเสียหาย 3 แสน แต่ต่อรองเหลือ 2.5 แสนบาท และให้จัดพิธีหมั้นอีกด้วย  ก่อนจะมีผู้หวังดีมากระซิบบอกว่าถูกจัดฉากกรรโชกทรัพย์ และหญิงสาวที่หมั้นหมายด้วยนั้นป่วยออทิสติกระดับ 4 จึงเข้าแจ้งความกับตร. ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : สุดทราม! แม่แท้ๆ หลอกพาลูกสาวป่วยออทิสติก แชทหาคู่บำเรอกาม ก่อนตบทรัพย์ เรียกเงินเหยื่อนับแสน    -จ่าทหารเรือปืนดุจ่อยิงเรือโทดับคาโรงอาหาร ใน ร.ร.พลาธิการทหารเรือ โดยขณะที่ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งกินข้าว จ่าคนก่อเหตุได้เดินมาบริเวณหน้าต่างตรงผู้ตายนั่ง และชักอาวุธปืนจ่อยิงใส่ จำนวน 2 นัด ก่อนจะเดินอ้อมเข้ามาดูผู้เสียชีวิตที่นอนคว่ำอยู่ และจ่อยิงซ้ำอีก 3 นัด อย่างเลือดเย็น หลังก่อเหตุจ่าปืนดุเดินทางไปมอบตัวที่ สถานีตำรวจภูธรสำโรงเหนือ เบื้องต้นอ้างผู้ตายเล่นคุณไสยใส่ และถูกกลั่นแกล้งเรื่องงาน ไม่ให้ได้เบี้ยเลี้ยง ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : จ่าทหารเรือปืนดุ จ่อยิงเรือโทดับคาโรงอาหาร ร.ร.พลาธิการทหารเรือ อ้างโดนทำของใส่-ถูกกลั่นแกล้งเรื่องงาน   -ปอท.จับแอดมินเพจ หลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าผู้ต้องหาฉ้อโกงโดยการหลอกขายเสื้อออนไลน์บนหน้าเพจ แต่ไม่มีการส่งสินค้าให้ ตรวจประวัติผู้ต้องหาเคยเป็นกระเป๋ารถประจำทางสายหนึ่ง ที่มีหน้าตาดี จนมีการพูดถึงในโลกออนไลน์ มีการยกให้เป็นเน็ตไอดอล   ต่อมาได้มีการเปิดเพจขายเสื้อผ้า แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาเปิดเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อโพสต์ข้อความโจมตีและล้อเลียน ศาสนาพุทธ จนมีผู้ติดตามสูงถึง 3 แสนคน ซึ่งเมื่อผู้ต้องเห็นว่าเพจดังกล่าวมีผู้ติดตามมากขึ้นจึงมีการทำเสื้อ สกรีนคำว่า supatipanno ออกมาจำหน่าย ให้กับผู้ติดตามเพจ ซึ่งก็มีผู้เสียหายหลงเชื่อและสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการส่งให้กับผู้เสียหาย ตร.แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เกมแล้ว! รวบแอดมินเพจดัง 'หลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน' โพสต์ล้อเลียนศาสนา-หลอกขายเสื้อก่อนเชิดเงินนับแสน   -ยังไม่จบ ทวี ไกรคุปต์ พ่อ ส.ส.ปารีณา ขับรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดมีภาพจากกล้องหน้ารถ อีกมุม  นาทีนทีขับชน จยย.ในภาพจะเห็น รถของนายทวีขับชน และวิ่งไปอีกระยะไกลจึงหยุด ก่อนกลับรถไปบริเวณที่เกิดเหตุอีกครั้ง ชี้ให้เห็นว่าเป็นการชนแล้วหนีหรือไม่ สยบดราม่าที่กู้ภัยถูกกล่าวหาว่าตัดต่อคลิป ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : เปิดอีกคลิป 'ทวี ไกรคุปต์' ชน จยย.เด็ก ขับไกล 2 กม.ก่อนวกมาดู ยันไม่มีการตัดต่อ   -ได้ข้อสรุปกรณีนักท่องเที่ยวหนุ่มชาวฝรั่งเศสร้องเรียนสถานทูตฝรั่งเศสว่า ถูกตำรวจสน.ทองหล่อ รีดเงินกว่า 8 พันดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 แสนบาท แลกไม่ดำเนินคดี พบมี 4 ตร.ทองหล่อ ตบทรัพย์หนุ่มฝรั่งเศส มีมูลจริง จ่อฟันวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน   -เฉลยแล้ว หางปริศนาที่พบในชามก๋วยเตี๋ยวเรือ จ.เชียงใหม่ ผลแล็บพบเป็นขั้วตับหมู ไม่ใช้หางหนูหรือพยาธิ ตามที่เคยมีผู้ตั้งข้อสงสัย เจ้าของร้านระบุหลังเกิดเหตุทางร้านก็ได้รับผลกระทบลูกค้าหายไปกว่าครึ่ง และขาดทุนมานานเกือบสัปดาห์ ตั้งแต่เกิดเหตุทางร้านไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามติดต่อขอโทษลูกค้า แต่ไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งทางร้านมั่นใจว่าสิ่งที่พบเป็นเอ็นขั้วตับหมู แต่ยังไม่ได้ชี้แจง เพราะรอผลตรวจจากห้องแล็บก่อน ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : ผลแล็บยัน ชิ้นส่วนปริศนาในก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นเอ็นขั้วตับหมู เจ้าของร้านวอนลูกค้ากลับมาอุดหนุน   อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/FddMcISr-xQ

 14,013
บันเทิง
30 พ.ย. 62

'เปิ้ล ไอริณ' ตกใจ ถูกตร.จอร์เจียคุมตัวไปสอบสวน กลางสนามบิน หลังแจ้งความถูกแท็กซี่ลวนลามด้วยคำพูด-กรรโชกทรัพย์

เปิ้ล ไอริณ เดินทางไปเที่ยวประเทศจอร์เจีย แต่เกิดเหตุการณ์ที่เกือบจะทำให้ไม่ได้กลับบ้าน เมื่อไปเรียกแท็กซี่กลับที่พักโรงแรม แต่ถูกแท็กซี่ลวนลามด้วยคำพูด    โดย แท็กซี่ บอกว่า ให้ย้ายมานั่งข้างหน้า ก่อนบอกว่าสาวไทยชอบนวดนะ ไปนวดที่บ้านไหม แลกกับค่าแท็กซี่ พอขับถึงโรงแรม ก็ทำทีหาไม่เจอ แท็กซี่ก็ควักโทรศัพท์ออกมาโทรหาโรงแรม แต่จังหวะนั้นโทรศัพท์ตก แท็กซี่บอกให้เราจ่ายเงินค่าเสียหาย ตนมองว่าเป็นการกรรโชกทรัพย์จึงไปแจ้งความ และแท็กซี่ยังถุยน้ำลายใส่กระเป๋าเดินทาง   เปิ้ล ไอริณ เล่าต่อว่า ตอนจะเดินทางกลับบ้าน ขณะอยู่ที่สนามบิน มีตำรวจจำนวนมาก มาคุมตัว ตนไปสอบสวน ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง สรุปว่าลงบันทึกประจำวัน และมอบหลักฐานให้ตร.เพื่อไปดำเนินการต่อ     รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/TFQE4ivJpsI

 14,565
ข่าวภูมิภาค
26 พ.ย. 62

ศาลให้ประกันตัว 'นัน กิ่งเพชร' ตีราคา 3 แสน เงื่อนไขใส่กำไล em - รายงานศาลทุก 12 วัน

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นายนัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาคดี กรรโชกทรัพย์ จากการบุกจับลิขสิทธิ์การ์ตูน   ล่าสุดญาติของนายนัน ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว โดยได้นำที่ดินจำนวน 3 แปลงมาเป็นหลักทรัพย์ ก่อนตีราคาเป็นเงิน 300,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว ก่อนที่จะติดกำไล EM และศาลให้มารายงานตัวทุก 12 วัน   ด้าน พ.ต.ท.วุฒิ ศรีวิลัย รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ในชั้นศาล ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยญาติได้วางหลักทรัพย์ตีเป็นวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งนายภูมิภากร จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกๆ 12 วัน ส่วนสำนวนของทางตำรวจ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ต้องหาที่อีกรายที่หลบหนีคือ นายพิพล โตตันติกุล ได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมเข้ามา ว่าไม่ได้กระทำการกรรโชกทรัพย์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด   ส่วนประเด็นที่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับหมายจับที่ทางจังหวัดมหาสารคามได้ออกหมายจับแก็งลิขสิทธิ์ได้ แต่ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังขอศาลออกหมายจับไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วจำนวน 61 ราย   พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายจับที่จังหวัดมหาสารคามนั้น เป็นกรณีที่พบการกระทำความผิดชัดเจนที่จังหวัดมหาสารคาม นายนัน กิ่งเพรช ได้ไปว่าจ้างสั่งให้ผู้เสียหายทำตู้ไม้ติดภาพการ์ตูนละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นทางผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีการทำตู้ไม้การ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกนายนันสั่งให้ทำตู้ไม้ลายการ์ตูนเพื่อหลอกให้มาถูกจับกุม พฤติกรรมของนายนันจึงเป็นการทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน   ส่วนกรณีของที่จังหวัดนครราชสีมาเองนั้น ทางผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้โพสต์ขายสินค้าลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งพฤติการณ์ของคดีทั้งสองคดีแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับแก็งลิขสิทธิ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ศาลได้ยกคำร้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ   ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดแก็งลิขสิทธิ์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรอยืนยันเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนต่างๆ ซึ่งเอกสารบางอย่างต้องส่งมาจากต่างประเทศ จึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mhNYmoTYG4

 1,887
สังคม
26 พ.ย. 62

ศาลให้ประกันตัว 'นัน กิ่งเพชร' ตีราคา 3 แสน เงื่อนไขใส่กำไล em - รายงานศาลทุก 12 วัน

ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม นำตัวนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นายนัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาคดี กรรโชกทรัพย์ จากการบุกจับลิขสิทธิ์การ์ตูน   ล่าสุดญาติของนายนัน ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัว โดยได้นำที่ดินจำนวน 3 แปลงมาเป็นหลักทรัพย์ ก่อนตีราคาเป็นเงิน 300,000 บาท โดยศาลอนุญาตให้ประกันตัว ก่อนที่จะติดกำไล EM และศาลให้มารายงานตัวทุก 12 วัน   ด้าน พ.ต.ท.วุฒิ ศรีวิลัย รองผู้กำกับการสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ในชั้นพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้คัดค้านการประกันตัว แต่ในชั้นศาล ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยญาติได้วางหลักทรัพย์ตีเป็นวงเงิน 300,000 บาท ซึ่งนายภูมิภากร จะต้องมารายงานตัวต่อศาลทุกๆ 12 วัน ส่วนสำนวนของทางตำรวจ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ ส่วนผู้ต้องหาที่อีกรายที่หลบหนีคือ นายพิพล โตตันติกุล ได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมเข้ามา ว่าไม่ได้กระทำการกรรโชกทรัพย์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด   ส่วนประเด็นที่สังคมได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับหมายจับที่ทางจังหวัดมหาสารคามได้ออกหมายจับแก็งลิขสิทธิ์ได้ แต่ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมายังขอศาลออกหมายจับไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วจำนวน 61 ราย   พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับการออกหมายจับที่จังหวัดมหาสารคามนั้น เป็นกรณีที่พบการกระทำความผิดชัดเจนที่จังหวัดมหาสารคาม นายนัน กิ่งเพรช ได้ไปว่าจ้างสั่งให้ผู้เสียหายทำตู้ไม้ติดภาพการ์ตูนละเมิดสิขสิทธิ์ ซึ่งแต่เดิมนั้นทางผู้เสียหายนั้นไม่ได้มีการทำตู้ไม้การ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกนายนันสั่งให้ทำตู้ไม้ลายการ์ตูนเพื่อหลอกให้มาถูกจับกุม พฤติกรรมของนายนันจึงเป็นการทำผิดฐานกรรโชกทรัพย์อย่างชัดเจน   ส่วนกรณีของที่จังหวัดนครราชสีมาเองนั้น ทางผู้เสียหายที่เป็นเด็กหญิงวัย 15 ปี ได้โพสต์ขายสินค้าลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งพฤติการณ์ของคดีทั้งสองคดีแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับแก็งลิขสิทธิ์มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ศาลได้ยกคำร้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ   ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดแก็งลิขสิทธิ์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรอยืนยันเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูนต่างๆ ซึ่งเอกสารบางอย่างต้องส่งมาจากต่างประเทศ จึงทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งยืนยันว่าตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสามารถตรวจสอบได้ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4mhNYmoTYG4

 1,887
สังคม-อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

นาที 'นัน กิ่งเพชร' ตกใจหน้าซีด ถูกบุกจับคารีสอร์ท หลังรีดเงินจับลิขสิทธิ์การ์ตูน

ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุม นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม จากคดีแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน เรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยได้ทำการบุกเข้าจับกุมนายนันได้ขณะหลบหนีมากบดานอยู่ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง   ขณะเข้าจับกุมนายนันอยู่ภายในห้องพักรีสอร์ทเพียงคนเดียว และมีอาการตกใจหน้าซีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้นายนันฟังต่อหน้า ก่อนนำตัวนายนันมาสอบสวนต่อที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3   ต่อมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรี อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัน ได้ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ได้ร่วมไปจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์จริง แต่ไม่ได้มีการกรรโชกทรัพย์ และพร้อมที่จะต่อสู้คดี โดยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ส่งตัวนายนันไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ   สำหรับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนันท์ กิ่งเพชร เป็นหนึ่งในขบวนการผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดัง ซึ่งได้ทำการล่อซื้อกระทงลายการ์ตูน และทำการจับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูนในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเงิน 50,000 บาท แต่ครอบครัวเด็กหญิงต่อรองจ่ายเงินให้ 5,000 บาท จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งต่อมาพบว่ากลุ่มของนายนันได้ไปก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามจนถูกศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมตัวได้ในที่สุด   สำหรับในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 61 ราย โดย พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะได้แถลงความคืบหน้าในเรื่องของคดีให้รับทราบในวันนี้ (25 พ.ย.)   ด้านนางโสภาพรรณ ปัญยาง ผู้เสียหายที่เคยถูกคู่กรณีเข้าจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายได้นี้ เพราะตนและครอบครัวยังคงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่โดนอีกฝ่ายข่มขู่มาตลอด   "ดีใจที่ตำรวจจับกุมคู่กรณีได้แล้ว อยากถามว่าโดนจับเสียเองแบบนี้ รู้สึกยังไงบ้าง สำหรับบุคคลที่โดนแก๊งจับลิขสิทธิ์ทำการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ไม่ต้องไปกลัวบุคคลเหล่านี้อีกแล้ว ขอให้รีบเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เจ้าหน้าที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรม ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริง และขอบคุณตำรวจทุกคน ที่ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ" นางโสภาพรรณ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NHBA5f9iRmw

 1,387
อาชญากรรม
25 พ.ย. 62

นาที 'นัน กิ่งเพชร' ตกใจหน้าซีด ถูกบุกจับคารีสอร์ท หลังรีดเงินจับลิขสิทธิ์การ์ตูน

ชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้บุกเข้าจับกุม นายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหากรรโชกทรัพย์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม จากคดีแอบอ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์การ์ตูน เรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม โดยได้ทำการบุกเข้าจับกุมนายนันได้ขณะหลบหนีมากบดานอยู่ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง   ขณะเข้าจับกุมนายนันอยู่ภายในห้องพักรีสอร์ทเพียงคนเดียว และมีอาการตกใจหน้าซีด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายจับให้นายนันฟังต่อหน้า ก่อนนำตัวนายนันมาสอบสวนต่อที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3   ต่อมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจตรี อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัน ได้ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ได้ร่วมไปจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์จริง แต่ไม่ได้มีการกรรโชกทรัพย์ และพร้อมที่จะต่อสู้คดี โดยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ส่งตัวนายนันไปให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อ   สำหรับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือนายนันท์ กิ่งเพชร เป็นหนึ่งในขบวนการผู้แอบอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดัง ซึ่งได้ทำการล่อซื้อกระทงลายการ์ตูน และทำการจับกุมเด็กหญิงวัย 15 ปี ที่ทำกระทงลายการ์ตูนในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ก่อนเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นเงิน 50,000 บาท แต่ครอบครัวเด็กหญิงต่อรองจ่ายเงินให้ 5,000 บาท จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง ซึ่งต่อมาพบว่ากลุ่มของนายนันได้ไปก่อเหตุลักษณะเช่นนี้ในอีกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามจนถูกศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 จับกุมตัวได้ในที่สุด   สำหรับในส่วนของจังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกเรียกค่าละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 61 ราย โดย พลตำรวจตรี สุจินต์ นิจพานิชย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะได้แถลงความคืบหน้าในเรื่องของคดีให้รับทราบในวันนี้ (25 พ.ย.)   ด้านนางโสภาพรรณ ปัญยาง ผู้เสียหายที่เคยถูกคู่กรณีเข้าจับลิขสิทธิ์ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายได้นี้ เพราะตนและครอบครัวยังคงเจ็บปวดกับความรู้สึกที่โดนอีกฝ่ายข่มขู่มาตลอด   "ดีใจที่ตำรวจจับกุมคู่กรณีได้แล้ว อยากถามว่าโดนจับเสียเองแบบนี้ รู้สึกยังไงบ้าง สำหรับบุคคลที่โดนแก๊งจับลิขสิทธิ์ทำการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ ไม่ต้องไปกลัวบุคคลเหล่านี้อีกแล้ว ขอให้รีบเข้าแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เจ้าหน้าที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรม ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันนำเสนอข้อเท็จจริง และขอบคุณตำรวจทุกคน ที่ช่วยกันทำความจริงให้ปรากฏ" นางโสภาพรรณ กล่าว ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/NHBA5f9iRmw

 1,387
สรุปข่าว
25 พ.ย. 62

เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 25 พ.ย.62 จับตาพิพากษาคดีพานทองแท้-บุกจับนัน กิ่งเพชร-คูฮารา ไอดอลเกาหลีเสียชีวิต

-กรมป่าไม้และ ส.ป.ก.เข้าตรวจสอบพื้นที่ 1,700 ไร่ของส.ส.ปารีณา พบพื้นที่เขาสนฟาร์ม 690 ไร่ ที่ปารีณาทำฟาร์มไก่รุกพื้นที่ป่าสงวน 46 ไร่ ต้องยึดคืนและแจ้งความเอาผิด ด้านปารีณาหายเงียบ ผู้ใหญ่บ้านต้องนำชี้แนวเขตแทน ขณะที่วีระ สมความคิด ตั้งข้อสงสัยทำไม จนท.ทำงานล่าช้า กว่าจะเข้าตรวจก็เลื่อนหลายครั้ง จนมีการเคลื่อนย้ายไก่ของกลางและแรงงานผิดกม.   -จับตาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาวันนี้ 10.00 น. คดีฟอกเงินกู้แบงก์กรุงไทย ต่อโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายคนโต นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ต้องจับตาว่าพานทองแท้จะไปฟังคำพิพากษาหรือไม่ หลังไม่ปรากฏตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว   วัฒนา เมืองสุข เชื่อโอ๊คยังอยู่ในประเทศไทย หลังเจ้าตัวยันจะไปฟังคำพิพากษา เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ และจะต่อสู้คดีนี้อย่างถึงที่สุด ด้านเอม พิณทองทา น้องสาว โพสต์ภาพครอบครัวทำบุญวันเกิดคุณหญิงพจมาน   -ธนาธร เดินหน้าทำงานนอกสภา ลงพื้นที่อยุธยารณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ชี้ กกต.มีปากกาอยู่ในมือ จะเขียนหรือไม่เขียนอะไรก็ได เราไม่มีปากกา เราสู้ไม่ได้อยู่แล้ว ทุกอย่างตนพร้อมยอมรับ ไม่สนใจถูกเปรียบเทียบเหมือนทักษิณ ส่วนกรณีศรีสุวรรณจี้เอาผิด สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เขียนบนประตูกระจกรัฐสภา ธนาธรชี้เขียนลงบนสติ๊กเกอร์พรรค ไม่ใช่กระจก และขออนุญาตสภาแล้ว   เพจพรรคอนาคตใหม่โพสต์หัวข้อ ความเหมือน ความต่างของคดีหุ้นรัฐบาล ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ รอด - ธนาธรไม่รอด เรื่องราวคล้ายกันแต่ผลลัพธ์ต่างกันสุดขั้ว   -ก.คลังพร้อมแจกไม่ยั้งเป็นของขวัญปีใหม่ เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปีเข้าสู่ ครม. เน้นช่วยกลุ่มเกษตรกรและปชช.ฐานรากมีรายได้น้อย ได้แก่ 4 มาตรการ ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว-พักหนี้เงินต้น1ปี-สินเชื่อปล่อยกู้ใหม่อัตราดอกเบี้ยต่ำ-จัดสรรเงินเพิ่มเติมให้กองทุนหมู่บ้าน   -บุกจับนัน กิ่งเพชร ผู้ต้องหาเรียกเก็บลิขสิทธิ์การ์ตูน ขณะนี้ไปกบดานที่รีสอร์ทระยอง คุมตัวส่งโรงพักมหาสารคามดำเนินคดีข้อหากรรโชกทรัพย์ แอบอ้างลิขสิทธิ์โดราเอมอน เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเป็นผู้ได้ร่วมไปจับกุมละเมิดลิขสิทธิ์จริง แต่ไม่ได้มีการกรรโชกทรัพย์ และพร้อมที่จะต่อสู้คดี ขณะที่ญาติเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว   ด้านผู้เสียหายคดีถูกหลอกทำตู้โดราเอมอน ฝากถามรู้สึกยังไง ถูกจับเสียเอง พร้อมแนะผู้เสียหายที่เคยถูกแก๊งนี้เล่นงาน ให้แจ้งตำรวจ ก่อนขอบคุณสื่อที่ทำให้ความจริงปรากฏ   -แพทย์เผยผลการวินิฉัยพบผู้ป่วยชายไทยรายแรกเป็นปอดอักเสบเฉียบพลัน และระบบหายใจล้มเหลว หลังสูบสารกัญชา CBD และ THC ด้วยบุหรี่ไฟฟ้า หลังได้รับการวินิจฉัยเป็นมะเร็งปอด เข้ารับการรักษาด้วยยาจนผลการรักษาก้อนมะเร็งปอดเล็กลง และดีขึ้นตามลำดับ   แต่สุดท้ายผู้ป่วยลดยาเองโดยไม่ได้บอกแพทย์ เพราะเชื่อคำบอกเล่าของผู้อื่นว่ายารักษามะเร็งทานมากๆ ไม่ดี อาจมีผลเสียต่อร่างกาย จึงหันไปสูบน้ำมันสารกัญชาด้วยบุหรี่ไฟฟ้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศ โดยสูบวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอน ร่วมกับการหยดน้ำมันกัญชาใต้ลิ้น จนเริ่มมีอาการเหนื่อยมากขึ้น และเข้าโรงพยาบาลเพราะมีไข้ ไอ หอบ   กระทั่งต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แพทย์เอกซเรย์ปอด พบมีลักษณะเป็นฝ้าขาวทั้งสองข้าง ส่วนมะเร็งปอดขวาล่างมีขนาดใหญ่กว่าเดิม เตือนคนไทย อย่าหลงเชื่อการสูบสารกัญชาด้วยบุหรี่ไฟฟ้า ในความเป็นจริงกลับทำร้ายปอด ทำให้ปอดอักเสบเฉียบพลันถึงขั้นระบบหายใจล้มเหลวได้   -มนัญญาฉุน สั่งกรมวิชาการเกษตรชี้แจงด่วนหลังขอเสนอยืด 6 เดือนจัดเก็บ 3 สารเคมี โดยอ้างว่าเคลียร์สต็อกไม่ทัน อัดตอนประชุมถามซ้ำ 3 รอบยืนยัน 1 เดือนเก็บเรียบ แต่ต่อมากลับคำ ปัดตั้งม็อบเสื้อขาวมาสู้ม็อบเสื้อดำ ยันทำตามหน้าที่เป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวไทย ด้านกลุ่มเกษตรกรค้านมติยกเลิกสารเคมี เตรียมเข้าพบนายก 26 พ.ย.นี้   -ดาบตำรวจเสมียนคดี สน.ทองหล่อ เครียดใช้อาวุธปืนจ่อขมับตัวเองคาห้องทำงาน ผกก.คาดสาเหตุมาจากความเครียด หลังถูกดำเนินคดีปลอมแปลงบัตรเครดิต และกำลังจะไปขึ้นศาล 28 พ.ย.นี้ กล้องวงจรปิดใน สน.จับภาพไว้ได้ อาการล่าสุดยังอยู่ในห้อง ICU   -3 วัยรุ่นเมืองจันทบุรีทะเลาะกัน นักมวยหนุ่มเข้าหย่าศึกแต่ถูกทำร้าย เจ้าตัวสุดทนสวนหมัดไปอย่างจังจนทั้ง 3 สลบเหมือดกลางถนน ล่าสุดอาการทั้งหมดปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีแผลระบมและกรามเคลื่อนผิดรูปอยู่ ด้านนักมวยมัดน็อกเผยทนไม่ไหวหลังห้ามแล้วกลับถูกทำร้าย ทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นไม่ได้แจ้งความ แต่ตัวเองได้เข้าแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และคิดว่าทุกอย่างน่าจะจบลงด้วยดี หลังจากนี้ก็ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น   -แม่สุดทน แจ้งตำรวจจับลูกชายติดยางอมแงม ทั้งเสพยาบ้า เสพน้ำต้มใบกระท่อม พาเพื่อนมามั่วสุมกันในบ้าน กระทั่งมีอาการคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของในบ้านจนเสียหาย ซ้ำยังเคยจุดไฟเผาบ้านตัวเองมาแล้วแต่โชคดีดับไฟได้ทัน จนรู้สึกหวาดกลัว ไม่กล้าอยู่ในบ้านกับลูกชายคนนี้ ต้องไปนอนที่บ้านอีกหลัง ขณะที่ลูกชายทาสยายังมีอาการหลอนขู่อาฆาตญาติที่แจ้งให้ตำรวจมาจับกุมว่า “ออกมาเมื่อไรเตรียมตัวไว้นะพวกมึง”   -น้องเฟิร์ส ด.ช.วัย 5 ขวบหายตัวหลังปู่พาออกไปขุดหาปูในทุ่งนาแต่โดนด่า เจ้าตัวงอนจึงเดินหนี ปู่คิดว่ากลับบ้านเลยตามมาแต่ไม่พบ จึงระดมชาวบ้านทั้งอำเภอ / ตชด. / สุนัขดมกลิ่น ออกตามหาก็ยังไม่เจอ บางคนเชื่อเด็กจมน้ำตาย โดนคนร้ายแก๊งลักเด็ก บ้างก็ว่าผีบังตา ขณะที่มีชาวบ้านฝันว่า น้องเฟิร์สเข้าฝันว่า “ช่วยผมด้วย” ซึ่งเชื่อเด็กยังมีชีวิตอยู่   -2 วัยรุ่นเมาขี่รถจักรยานยนต์ล้มเอง ก่อนที่คนและรถจักรยานยนต์จะไถลไปคนละทาง สักพักเจ้าตัวโมโหลุกขึ้นได้ มาทุบกระจกมองข้างรถยนต์ที่จอดใกล้ที่เกิดเหตุพังเสียหาย ขณะที่เจ้าของรถยนต์เผยโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะคนเมาแล้วขับไม่ควรที่จะไปทำลายทรัพย์สินคนอื่น และไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีอะไร อยากเจ้าตัวเห็นคลิปและออกมาขอโทษกับทางครอบครัว   -ชาวเน็ตแห่ชื่นชม หนุ่มฮีโร่ทีมเจ็ทสกีสมุยช่วยชีวิตเด็กกำลังจะจมน้ำทะเล เจ้าตัวเปิดใจบอกทุกปีบริเวณหาดเฉวงแห่งนี้ เมื่อถึงหน้ามรสุม คลื่นจะมีความแรง และมีผู้ประสบเหตุจมทะเลทุกปี ฝากเตือนผู้ปกครองช่วยเตือนบุตรหลานหากมีคลื่นลมแรง อย่าได้ลงเล่นน้ำทะเล เพราะอันตรายมีรอบด้าน   -สุดช็อก! คู ฮารา ศิลปินเกาหลี อดีตสมาชิกวง KARA เสียชีวิตในบ้านพัก หลังจากซอลลี่ เพื่อนสนิทฆ่าตัวตายเมื่อเดือนที่แล้ว สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน มีรายงานว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เครียดจากชีวิตรัก เคยพยายามฆ่าตัวตายด้วยการรมควันมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ช่วยไว้ได้ทัน แฟนคลับอาลัยติดแฮชแท็ก #goohara ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์   - ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล เศร้าโพสต์ประกาศข่าวร้าย สูญเสียน้องชาย ไมเคิล ไปด้วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ไปในวัย 41 ปี หลังเพิ่งตรวจเจอได้เพียง 2 เดือน ไม่มีอาการบอกล่วงหน้า ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พยายามสู้แต่สุดท้ายเสียชีวิต ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/zDJMMVgu7MY

 4,880
สรุปข่าว
24 พ.ย. 62

'ธนาธร' เดินหน้ารณรงค์ยกเลิกเกณฑ์ทหาร - 'นัน กิ่งเพชร ' ให้การภาคเสธยืนยันไม่ได้กรรโชกทรัพย์ - ชาวฮ่องกงแห่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น

 862
สังคม
08 พ.ย. 62

ยอดเหยื่อล่อซื้อสินค้าลิขสิทธิ์พุ่ง 36 ราย พบเป็นทีมจับเดิม ตร.เร่งขอหมายจับ 4 ข้อหาหนัก

ยอดเหยื่อลิขสิทธิ์ที่โคราชพุ่ง 36 ราย ในจำนวนนี้พบเข้าข่ายถูกกรรโชกทรัพย์ 16 ราย ขณะตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานก่อนขอศาลออกหมายจับเอาผิดแก๊งลิขสิทธิ์ 4 ข้อหา    วันที่ 8 พ.ย. ความคืบหน้าคดีขบวนการล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์การ์ตูนดังที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดมียอดผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนแล้วจำนวน 36 ราย ยอดเงินที่ถูกเรียกจ่ายเป็นค่าละเมิดรวมกันกว่า 7 แสนบาท    โดยในช่วงสายของวันนี้มีรายงานว่าพนักงานสอบสวนได้นัดผู้เสียหายอีกหลายรายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีกทั้งนี้มีรายงานว่า ในจำนวนผู้เสียหายทั้ง 36 ราย ถูกจับกุมในพื้นที่ 4 โรงพักของจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย สภ.เมืองนครราชสีมา 26 ราย /สภ.โพธิ์กลาง 8 ราย /สภ.พิมาย 1 ราย และ สภ.โชคชัย 1 ราย และในจำนวนนี้มีจำนวน 16 ราย ที่ถูกล่อซื้อจับกุมสินค้าการ์ตูนโดราเอม่อน เนื่องจากลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดราเอม่อนสิ้นสุดการคุ้มครองมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ตัวแทนลิขสิทธิ์จึงไม่มีอำนาจในการจับกุม    จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายทั้ง 36 ราย ถูกแก๊งค์ลิขสิทธิ์กลุ่มเดียวกันทำการล่อซื้อจับกุม ซึ่งในส่วนนี้พนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีกับแก๊งค์นี้ในฐานความผิด 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และใช้เอกสารปลอม /ข้อหาแจ้งความเท็จ /ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ /และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว    นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังได้คัดแยกกลุ่มตัวการ์ตูนประเภทอื่นๆ และรวบรวมพยานหลักฐานให้มีน้ำหนักก่อนเอาผิดกับกลุ่มตัวแทนลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องกลับขณะเดียวกันคดีนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้ามาติดตามคดีด้วยตนเอง ซึ่งได้คาดโทษเอาไว้ หากมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนรู้เห็นเป็นไปหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับพฤติกรรมของขบวนการนี้ จะดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาด    ส่วนแนวทางการสอบสวนคดีพบว่า มีบริษัทในประเทศไทยที่ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนที่มีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งเมื่อวานนี้ พลตำรวจเอกวิระชัย ได้สอบปากคำ นายภควรรษก์ ศรสำราญ ผู้บริหารบริษัท เวอริเซค จำกัด ดูแลลิขสิทธิ์การ์ตูนแมวการ์ฟิลด์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา และการ์ตูน ริลัคคุมะจากญี่ปุ่น ยอมรับว่า นายประจักษ์ โพธิผล เป็นตัวแทนรับมอบอำนาจจากบริษัทจริง แต่ไม่มีนโยบายไล่จับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์    กรณีที่นายประจักษ์ พร้อมพวกไปล่อจับกุมเด็กอายุ 15 ปี ผลิตกระทงขาย และพ่อค้าแม่ค้ารายอื่นๆ แล้วเรียกค่าเสียหายสร้างความเดือดร้อนไปทั่วนั้น นายประจักษ์ ไม่ได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์และไม่ได้รายงานให้บริษัทรับทราบ    โดยในวันนี้ (8 พ.ย.) พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา พร้อมด้วยทีมพนักงานสอบสวน จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อติดต่อขอพยานหลักฐานกับบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนต่างๆ และตรวจสอบเรื่องใบอนุญาตของตัวแทนลิขสิทธิ์ว่าถูกต้องหรือไม่เพื่อนำไปประกอบกับสำนวนคดี ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนในเรื่องคดี

 474
สังคม-อาชญากรรม
08 พ.ย. 62

สั่งสอบ ตร.เอี่ยวทีมรีดไถจับลิขสิทธิ์ แฉมีการซื้อขายใบลิขสิทธิ์ 3 แสน หากินกับชาวบ้านไม่รู้กม.

ความคืบหน้ากรณี ทีมจับลิขสิทธิ์ล่อซื้อสินค้า ก่อนบังคับไกล่เกลี่ยจ่ายค่าเสียหายแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี กับเด็กสาวอายุ 15 ปี ที่สั่งทำกระทงลายการ์ตูนลิขสิทธิ์ เรียกรับเงินค่าปรับเพื่อจบคดี โดยพบว่ามีประชาชนถูกกลุ่มลิขสิทธิ์นี้กระทำลักษณะเดียวกันอีกหลายรายในภาคอีสาน   ล่าสุด ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ก็มีกลุ่มผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความกว่า40 ราย  โดยมีพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบตร. สอบปากคำ และเข้าตรวจสอบเรื่องนี้ได้ทำหนังสือประสานไปยังต้นสังกัดการ์ตูนเหล่านี้ไปที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสอบถามขั้นตอนและตัวแทนลิขสิทธิ์ และเตรียมรวบรวมหลักฐาน ขอหมายจับผู้เกี่ยวข้อง    โดยตำรวจคัดแยกผู้เสียหายที่เข้าข่ายถูกกรรโชกทรัพย์ ได้จำนวน 16 คน เป็นสินค้าที่มีลายการ์ตูนโดเรม่อน เนื่องจากลิขสิทธิ์ของลายการ์ตูนโดเรม่อน บางประเภทสินค้าหมดอายุการคุ้มครอง แล้วตั้งแต่ปี 2537 และการไปจับกุมสินค้าแต่ละชนิดจะต้องระบุประเภทของสินค้าให้ชัดเจน เช่น เสื้อลายโดเรม่อน แก้วลายโดเรม่อน กระเป๋า ฯลฯ ไม่ใช่ระบุรวมไม่ได้   แต่ทีมจับลิขสิทธิ์กลับไม่แสดงรายละเอียดในการเข้าจับกุม ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานว่าเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์หรือไม่ เพราะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ คือสั่งให้ ผู้เสียหายนำสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มาขาย และสั่งให้ทำผิด ซึ่งเข้าข่ายเช่นนี้ก็จะดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่ตร.ที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลว่ามีตำรวจรู้เห็นกับกลุ่มนี้หรือไม่ และขอให้ประชาชนที่ทีเบาะแสแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ  เรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าตนไม่ได้สนับสนุนสืนค้าละเมิดลิขสิทธิ์ แต่กลุ่มคนเหล่านี้ฉวยโอกาสช่องว่างกฎหมายก่อเหตุกรรโชกทรัพย์   สำหรับกลุ่มผู้เสียหายนั้นพบว่าส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมาและเป็นกลุ่มผู้หญิง ที่หารายได้เสริมจากการขายของออนไลน์ อย่างเช่น กรณี นางสาวสุกัญญา เล่าว่า ถูกแก๊งลิขสิทธิ์นี้จับกุมเช่นกัน มาสั่งทำช่อดอกไม้รูปโดราเอมอน 18 อัน ซึ่งตนทำช่อดอกไม้กระดาษขายอยู่แล้วเพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ดูแลลูกป่วยโรคมะเร็ง ช่วงนั้นก็อยากมีอาชีพเสริม และเห็นในยูทูปมีการทำช่อดอกไม้การตูนน่ารักดี จึงหัดลองทำ จากนั้นก็มีกลุ่มนี้เข้ามาแชทสั่งของให้ทำเฉพาะลายโดราเอมอน และก็แสดงตัวจับกุม โดยเรียกค่าปรับไป 5 หมื่นบาท แต่ต่อรองลงมาเหลือ 1 หมื่นบาท ซึ่งพอทราบข่าวว่ามีพฤติกรรมคนเหล่านี้เข้าข่ายกรรโชกทรัพย์จึงแจ้งความ   เช่นเดียวกับ คุณพลอย ถูกปรับไป 1แสนบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดในบรรดาผู้เสียหาย โดยเธอขายแก้วน้ำเก็บความเย็นลายการ์ตูนต่างๆ.ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เมื่อเดือน พค.นี้กลุ่มลิขสิทธิ์นี้ก็มาสั่งเฉพาะลายโดราเอมอน และลายอื่นๆรวม 15 ใบ เมื่อถูกเรียกรับเงินโดยขู่ว่าหากไม่จ่ายก็จะติดคุกมีคดี สอบข้าราชการไม่ได้ จบอนาคต ตอนนั้นตนก็กลัว เพราะจะไปสอบข้าราชการพอดี จึงยินยอมจ่ายในราคา 1 แสนบาท ให้กับนายนัน ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่ไปจับน้องทำกระทง    นอกจากนี้ยังมีชายอ้างตัวว่า เป็นพันตำรวจเอกรายหนึ่งมาถามว่าจ่ายเงินค่าปรับไปเข้าบริษัทแค่ 2 หมื่น แล้วยังไม่ครบ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อและไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้อีก    ในกลุ่มผู้เสียหายนี้ ยังพบว่า มีผู้เสียหายบางรายยอมสู้คดีกับแก๊งลิขสิทธิ์นี้  อย่างเช่น เจ๊เป้า เจ้าของธุรกิจใน จ.นครราชสีมา เล่าว่าเมื่อ 5-6ปีที่แล้ว น้องชายเปิดร้านขายของกิ๊ฟช้อป ถูกกลุ่มนี้เข้าไปจับสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ตอนนั้นก็ยอมรับผิด พอจับมาที่โรงพัก ตนก็บอกให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ขอเจรจาไกล่เกลี่ยกับกลุ่มนี้ แต่กลุ่มนี้ก็พยายามเจรจาให้จ่ายค่าปรับ 5 หมื่นบาทเพื่อจบเรื่อง และตร.ก็ยังไม่ยอมรับทำคดี จนตนโมโหและบอกว่าถ้าไม่ทำจะขู่เผาโรงพัก    เจรจากันตั้งแต่บ่ายสองถึงสามทุ่ม ตร.จึงยอมลงบันทึกคดีให้ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยื่นศาลขอประกันน้องชายและต่อสู้คดี จนถึงที่สุด ศาลพบว่า บุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ได้เป็นตัวแทนจริง ศาลก็สั่งปรับในราคา2,000 บาท ซึ่งส่วนที่ทำผิดตนก็ยอมรับ ซึ่งแก๊งนี้มาหากินกับสินค้าลิขสิทธิกับชาวบ้านไม่มีทางต่อสู้ จึงต้องยอมจ่ายค่าปรับเพื่อจบ    นอกจากนี้ เจ๊เป้ายังพบข้อมูลว่ากลุ่มนี้มีการซื้อขายใบลิขสิทธิ์กัน ในราคา 3 แสนบาท ก่อนจะไปกระจายขายต่อและออกหากินกับคนที่ไม่รู้กฎหมาย  อยากให้ตร.ขยายผลไปถึงกลุ่มนี้ และดำเนินการกลุ่มนี้ให้หมด     ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/nlFdnikbuO4

 5,773

Top