ค้นหา :

ผลการค้นหา "กระทิงแดง"

เศรษฐกิจ
09 พ.ค. 62

จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 62 'ตระกูลซีพี' ยังยืนหนึ่ง แต่ทรัพย์สินลดลง

Forbes Thailand จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2562 โดยภาพรวมพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่ติดทำเนียบ 50 บุคคลร่ำรวยที่สุดในประเทศไทยมีทรัพย์สินลดลง รวมถึงมหาเศรษฐี 4 อันดับแรก   โดยพี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิที่ 2.95 หมื่นล้านเหรียญ (9.41 แสนล้านบาท) ลดลงเล็กน้อยจาก 3 หมื่นล้านเหรียญเมื่อปีที่แล้ว   อันดับ 2 เป็นของตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีทรัพย์สินสุทธิ 2.1 หมื่นล้านเหรียญ (6.70 แสนล้านบาท) แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วที่ 2.12 หมื่นล้านเหรียญ   อันดับ 3 เฉลิม อยู่วิทยา แห่งกระทิงแดง ความมั่งคั่งลดลงมาอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านเหรียญ (6.35 แสนล้านบาท) จาก 2.1 หมื่นล้านเหรียญในปีก่อนหน้า   อันดับ 4 เจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ มีทรัพย์สินมูลค่า 1.62 หมื่นล้านเหรียญ (5.17 แสนล้านบาท) ลดลง 1.2 พันล้านเหรียญ จาก 1.74 หมื่นล้านเหรียญ ในปี 2561   อย่างไรก็ตาม 1 ใน 3 ของมหาเศรษฐีที่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในทำเนียบปีนี้ มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่มั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้คือ สารัชถ์ รัตนาวะดี นักธุรกิจใหญ่ด้านพลังงาน กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ซึ่งทรัพย์สินทะยานขึ้น 1.8 พันล้านเหรียญ (5.74 หมื่นล้านบาท) ไปอยู่ที่ 5.2 พันล้านเหรียญ (1.66 แสนล้านบาท) ส่งผลให้เขาคว้าตาแหน่งท็อป 5 มาได้เป็นครั้งแรก   ด้านตระกูลโอสถานุเคราะห์ อยู่อันดับ 8 มีทรัพย์สิน 3 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 2.3 พันล้านเหรียญเมื่อปีที่แล้ว   สำหรับในปีนี้ มีมหาเศรษฐีหน้าใหม่อีก 4 ราย ได้แก่ ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเครือเบทาโกร บริษัทอาหารและอุตสาหกรรมเกษตร ติดอันดับ 23 มีทรัพย์สิน 1.8 พันล้านเหรียญ   อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ซีอีโอ คิง เพาเวอร์ สานต่องานจากเจ้าสัววิชัย ผู้เป็นพ่อ ติดอันดับ 6 มีทรัพย์สิน 4.7 พันล้านเหรียญ) ซึ่งถือเป็นผู้อายุน้อยที่สุดที่ติดอันดับในวัย 33 ปี   ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ติดอันดับ 29 1.1 พันล้านเหรียญ   ด้านนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ เจ้าของทีพีไอ โพลีน หวนคืนสู่ทำเนียบอีกครั้งในอันดับ 45 มีทรัพย์สิน 640 ล้านเหรียญ ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/h-VXjWNnCSc

 895
เศรษฐกิจ
01 มี.ค. 62

ไทยมีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับ 9 ของโลก คนรวยตระกูลซีพี-กระทิงแดง เกิดใหม่เพียบ

สถาบันวิจัยหูรุ่น (Hurun) ในจีนเปิดเผย รายงานมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2562 ว่า ไทยเป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดอันดับ 9 ของโลก โดยมีจำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 6 คน มาอยู่ที่ 50 คน   โดยอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีมหาเศรษฐีมากที่สุดจำนวน 27 คน ตามมาด้วยเครือบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลายประเภท ซึ่งมีมหาเศรษฐี 6 คน   ทั้งนี้บริษัท ซีพี กรุ๊ป ของไทย เป็นบริษัทที่สร้างมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลกด้วยจำนวน 17 คน เพิ่มขึ้น 5 คนจากปีที่แล้ว ตามด้วยบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง 12 คน   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/ON7wEyZcRG8

 7,326
สังคม-อาชญากรรม
12 ก.ย. 60

ตำรวจสากล เผยแพร่ หมายจับ "บอส กระทิงแดง" เจอที่ไหนจับส่งไทยได้ทันที

  อินเตอร์โพล เผยแพร่หมายจับ “บอส อยู่วิทยา” อย่างเป็นทางการ ระบุข้อหาชัดเจน เจอที่ไหนจับส่งไทยได้ทันที   องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือตำรวจสากล ได้เผยแพร่หมายจับนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง บนเว็บไซต์แล้ว โดยมีการระบุถึงรายละเอียดส่วนตัวของนายวรยุทธ และข้อหาที่ถูกดำเนินคดี ส่วนการออกหมายแดงเป็นการแจ้งให้ประเทศสมาชิกอินเตอร์โพล ตามจับนายวรยุทธเพื่อส่งกลับมาดำเนินคดีที่ประเทศไทยได้ทันทีที่พบตัว    นายวรยุทธ มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกออกหมายจับ หรือหมายแดง(Red Notice) ของอินเตอร์โพล ซึ่งเพิ่งเผยแพร่แบบเปิดต่อสาธารณะในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเทศต่างๆ สามารถเข้าถึงหมายดังกล่าวได้ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา   โดยนายวรยุทธ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ฐานขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหายและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที ในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่จราจร สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555   ทั้งนี้ นายวรยุทธเป็นหนึ่งใน 15 ผู้มีสัญชาติไทยที่ถูกออกหมายแดง โดยในหมายแดงระบุว่าเขาเป็นที่ต้องการตัวของทางการไทย โดยมีการระบุข้อหาต่างๆอย่างชัดเจน ได้แก่ ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต , ขับรถโดยประมาทจนทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น , ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ และไม่รายงานต่อเจ้าหน้าที่ , ขับรถขณะอยู่ในภาวะมึนเมาสุราจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และขับขี่ยานพาหนะเกินกว่าความเร็วที่กฎหมายกำหนด   ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 10,365
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 60

รองโฆษกตร.เผย ตำรวจสากล ออกหมายจับ 'บอส อยู่วิทยา' เร่งดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสผู้ต้องหา คดีขับรถชน ด.ต.สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2555 ว่า ทางกองการต่างประเทศได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ตั้งแต่การออกหมายสีน้ำเงิน และยกระดับเป็น หมายจับสีแดง จนกระทั่ง กองการต่างประเทศได้ร้องขอไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดง หรือหมายต้องการตัวของตำรวจสากลแล้ว ซึ่งตำรวจสากลได้ออกหมายแดงแล้ว    รองโฆษกตร.กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นของอายุความในการดำเนินคดีนั้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ออกหมายจับในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี หมดอายุความ 3 กันยายน 2570 และขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที อายุความ 5 ปี หมดอายุความ 3 กันยายน 2560 ในส่วนของการดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี นั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาจากตำรวจสากล   ซึ่งที่ผ่านมา ทางกองการต่างประเทศและตำรวจสากล ได้ประสานงานร่วมกันในการติดตาม มาโดยตลอดอยู่แล้ว หากพี่น้องประชาชน ทราบเบาะแส หรือพบเห็น สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผ่านทางศปก.ตร. โทร 1599 ได้ตลอด 24 ชม.   ที่มา มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,698
สังคม-อาชญากรรม
28 ส.ค. 60

รองโฆษกตร.เผย ตำรวจสากล ออกหมายจับ 'บอส อยู่วิทยา' เร่งดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสผู้ต้องหา คดีขับรถชน ด.ต.สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี พ.ศ.2555 ว่า ทางกองการต่างประเทศได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ตั้งแต่การออกหมายสีน้ำเงิน และยกระดับเป็น หมายจับสีแดง จนกระทั่ง กองการต่างประเทศได้ร้องขอไปยังตำรวจสากล เพื่อออกหมายแดง หรือหมายต้องการตัวของตำรวจสากลแล้ว ซึ่งตำรวจสากลได้ออกหมายแดงแล้ว    รองโฆษกตร.กล่าวว่า ในส่วนของประเด็นของอายุความในการดำเนินคดีนั้น เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2560 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ได้ออกหมายจับในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี หมดอายุความ 3 กันยายน 2570 และขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรและไม่แจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ในทันที อายุความ 5 ปี หมดอายุความ 3 กันยายน 2560 ในส่วนของการดำเนินการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดี นั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาจากตำรวจสากล   ซึ่งที่ผ่านมา ทางกองการต่างประเทศและตำรวจสากล ได้ประสานงานร่วมกันในการติดตาม มาโดยตลอดอยู่แล้ว หากพี่น้องประชาชน ทราบเบาะแส หรือพบเห็น สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ผ่านทางศปก.ตร. โทร 1599 ได้ตลอด 24 ชม.   ที่มา มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 4,698
สังคม-อาชญากรรม
19 ก.ค. 60

ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบ ตร.ถูกกล่าวหาช่วยเหลือ 'บอส กระทิงแดง' ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตร.ดับ

   สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหาพลตำรวจตรีกฤษฎิ์ เปียแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กับพวก ได้แก่ พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5, พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ, พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ, พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม    สอบสวนช่วยเหลือนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาไม่ให้ถูกดำเนินคดีฐานขับรถขณะเมาสุรา ขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนดและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นเหตุให้ผู้ต้องหาหลบหนีและไม่ได้ตัวมาฟ้องภายในอายุความ โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และได้แจ้งคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทราบ หรือคัดค้านรายชื่ออนุกรรมการไต่สวนแล้ว    ที่มา มติชน

 5,477
สังคม-อาชญากรรม
05 พ.ค. 60

กต. เพิกถอนพาสปอร์ต 'บอส กระทิงแดง' ผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจดับแล้ว

     น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต) ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยทางกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการเพิกถอนหนังสือเดินทางของนายบอส ผู้ต้องหาตามหมายจับแล้ว โดยเป็นการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยหนังสือเดินทาง ปี 2548

 18,132
สังคม-อาชญากรรม
28 เม.ย. 60

อสส.ออกหมายจับ 'บอส' ทายาทกระทิงแดง หลังเบี้ยวนัดอัยการ ประสานอังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

อัยการสูงสุด ให้ออกหมายจับ บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง หลังไม่มารายงานต่อพนักงานอัยการ วันนี้ พร้อมประสาน ตร. อังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน   ร้อยโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกแถลงข่าวว่า วันนี้ (27 เม.ย.60) ได้มีการเรียกผู้ต้องหาให้มารายงานตัวเพื่อส่งฟ้อง ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และชนแล้วหนี แต่ทางผู้ต้องหาได้ส่งทนาย ผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนเป็นครั้งที่ 6 อ้างติดภารกิจในต่างประเทศ พร้อมทั้งยังร้องขอความเป็นธรรมในส่วนของคดี   ทั้งนี้ อธิบดีสำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานตามคำร้องเรียน ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานในคดีได้ และผู้ต้องหามีการเลื่อนพบอัยการมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนนัด หากไม่มารายงานตัวในเวลาราชการ ภายในวันที่ 27 เม.ย. 2560 จะประสานไปยังอธิบดีสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ให้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายวรยุทธ ต่อไป   ทั้งนี้ กรณีที่มีหมายจับ พนักงานสอบสวน สามารถติดตามจับกุมได้ทันที แต่กรณีที่มีรายงานข่าวว่าอยู่ประเทศอังกฤษ พนักงานสอบสวน ต้องสืบสวน หาข้อมูลจนแน่ชัด ว่านายวรยุทธ มีการเดินทางออกนอกประเทศจริงหรือไม่ และเมื่อใด และปลายทางคือประเทศใด หากแน่ชัดว่าอยู่อังกฤษ ประเทศไทยมีสนธิสัญญากับสหราชอาณาจักร กรณีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พนักงานสอบสวนต้องสรุปข้อมูล รายงานต่อกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานไปยังตำรวจอังกฤษ ให้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/eVBs03CfoYk    

 18,547
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 60

อสส.ออกหมายจับ บอส ทายาทกระทิงแดง หลังเบี้ยวนัดศาล-ประสานอังกฤษส่งตัวข้ามแดน

 อัยการสูงสุด ให้ออกหมายจับ บอส วรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทกระทิงแดง หลังไม่มารายงานต่อพนักงานอัยการ วันนี้ พร้อมประสาน ตร. อังกฤษส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน    เวลา 14.00 น. ร้อยโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกแถลงข่าวว่า วันนี้ได้มีการเรียกผู้ต้องหา ให้มารายงานตัวเพื่อส่งฟ้อง ในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และชนแล้วหนี    แต่ทางผู้ต้องหาได้ส่งทนาย ผู้รับมอบอำนาจมาขอเลื่อนเป็นครั้งที่ 6 อ้างติดภารกิจในต่างประเทศ พร้อมทั้งยังร้องขอความเป็นธรรมในส่วนของคดี    ทั้งนี้ อธิบดีสำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณาแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานตามคำร้องเรียน ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานในคดีได้ และผู้ต้องหามีการเลื่อนพบอัยการมาแล้วหลายครั้ง จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนนัด หากไม่มารายงานตัวในเวลาราชการ ภายในวันที่ 27 เม.ย. 2560 จะประสานไปยังอธิบดีสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ให้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายวรยุทธ ต่อไป    ทั้งนี้ กรณีที่มีหมายจับ พนักงานสอบสวน สามารถติดตามจับกุมได้ทันที แต่กรณีที่มีรายงานข่าวว่าอยู่ประเทศอังกฤษ พนักงานสอบสวน ต้องสืบสวน หาข้อมูลจนแน่ชัด ว่านายวรยุทธ มีการเดินทางออกนอกประเทศจริงหรือไม่ และเมื่อใด และปลายทางคือประเทศใด หากแน่ชัดว่าอยู่อังกฤษ ประเทศไทยมีสนธิสัญญากับสหราชอาณาจักร กรณีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน พนักงานสอบสวนต้องสรุปข้อมูล รายงานต่อกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประสานไปยังตำรวจอังกฤษ ให้ติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่งกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย     ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 8,717
สังคม-อาชญากรรม
27 เม.ย. 60

ทนายบอส ขอเลื่อนนัดอีก อ้างติดภารกิจต่างประเทศ ด้าน อสส.จ่อออกหมายจับ

              วันนี้ (27 เม.ย.)พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้นัดนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง นัดฟังคำสั่งฟ้อง กรณีขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 หลังจากเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา นายวรยุทธได้ส่งทนายร้องขอความเป็นธรรมทางคดีและอ้างว่าติดภารกิจ จึงขอเลื่อนมาพบอัยการในวัน 27 เมษายน โดยเมื่อถึงเวลานัดหมาย ที่นัดไว้คือประมาณ 10.00 น. จนถึงขณะนี้ ก็ไม่ปรากฏตัวของนายวรยุทธ และทนายความ มาที่สำนักงานอัยกายสูงสุด กรุงเทพใต้แต่อย่างใด             ล่าสุด นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เปิดเผย ว่าทนายความของนายวรยุทธ ประสานขอเลื่อนโดนอ้างเหตุผลเหมือนเดิม ว่า ติดภาระกิจต่างประเทศ ซึ่ง อัยการยืนยันว่า จะไม่ยอมให้เลื่อนรับฟังคำสั่งฟ้งได้อีกแล้ว ส่วนรายละเอียดหนังสือขอเลื่อนได้ส่งให้ อัยการสูงสุดพิจารณา และคาดว่าอัยการสูงสุดจะมีความชัดเจน เรื่องการออกหมายจับและการนำตัวนายวรยุทธมาดำเนินคดี ช่วงบ่ายวันนี้             ด้าน เรือโท สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เตรียมร่วมแถลงข่าวคดีกล่าว ที่สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะเวลา 14.00 คาดว่าจะมีความชัดเจน ว่าจะดำเนินการกับนายวรยุทธอย่างไรต่อไป             สำหรับ นายวรยุทธ ยังเหลือข้อหาที่อัยการจะสั่งฟ้อง คือ ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ และไม่แจ้งเจ้าพนักงานงาน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน โดยคดีจะหมดอายุความเดือนกันยายนปีนี้ และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ยังเหลืออายุความ 10 ปี   ที่มา มติชนออนไลน์ ข่าวที่เกี่ยวข้อง  

 23,925
สังคม-อาชญากรรม
31 มี.ค. 60

'ชูวิทย์' โพสต์ถามคดีทายาทกระทิงแดง เหน็บกฎหมายไทยจัดการคนรวยไม่ได้

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชูวิทย์ I'm Back ต่อคดีทายาทกระทิงแดงขับรถหรูชนตรวจ ซึ่งคดีไม่คืบหน้ามานาน 5 ปี โดยหลายข้อหาใกล้หมดอายุความ ซึ่งชูวิทย์ระบุ   กฎหมาย สองมาตรฐาน? วันนี้เวลา 10.00 น. ผมไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อฟังการแถลงข่าวคดีของนายบอส หรือ นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดงที่ขับรถชนตำรวจตายแล้วหนี ที่ย่านทองหล่อเมื่อปี 2555 ในฐานะสื่อมวลชน ผมต้องไปเพื่อให้ความเป็นธรรมกับสังคมที่ตั้งข้อกังขาต่ออัยการ 1.ตลอดระยะเวลา 5 ปี นายบอสไม่เคยมารายงานตัวตามที่อัยการเรียกแต่อย่างใด 2.นายบอสอ้างว่าติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ แต่มีภาพจากสำนักข่าวต่างประเทศว่านายบอสบินไปรอบโลก ทั้งกิน ทั้งเที่ยว ดูรถแข่ง ใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่ตามประสาคนมีเงิน ซึ่งไม่ใช่ภารกิจจำเป็นที่จะนำมาอ้างในการไม่ไปพบอัยการ 3.มีการเลื่อนนัดทุกครั้งที่อัยการเรียกตัว โดยในปี 2559 เลื่อนถึง 6 ครั้ง ไม่เคยมาแม้แต่ครั้งเดียว ให้เหตุผลว่าติดธุระอยู่ต่างประเทศ และอยู่ระหว่างยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมาย ยุติธรรม และตำรวจ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2560 (วันนี้) นายบอสก็ยังอ้างเป็นครั้งที่ 7 ว่าติดภารกิจอยู่ที่ประเทศอังกฤษ อัยการก็ยังใจดีให้เลื่อนออกไปอีกเป็นครั้งที่ 8 ในวันที่ 27 เมษายน 2560 4.ไม่เคยมีการออกหมายจับนายบอส โดยอัยการอ้างว่ามีหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากนายบอส จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้ออกหมายจับ 5.จวบจนปัจจุบัน คดีความข้อหาทั้งสิ้น 5 ข้อหา หมดอายุความ 2 ข้อหา ไม่สั่งฟ้อง 1 ข้อหา และกำลังจะหมดอายุความในเดือนกันยายนอีก 1 ข้อหา (คาดว่าเดือนกันยายนนี้ก็คงไม่มามอบตัว ปล่อยให้หมดอายุความไปอีก) ท้ายสุดคงเหลือเพียงคดีหนักที่สุดคือ ม.291 ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งมีอายุความ 15 ปี ผมได้ตั้งข้อสงสัยถึงประเด็นที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ 1.คดีไม่มีความสลับซับซ้อน พยานไม่มาก เหตุเกิดชัดเจน ผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจ ผู้ต้องหามีพฤติกรรมบ่ายเบี่ยงในการมารายงานตัว อีกทั้งตอนต้นก็มีการสับเปลี่ยนผู้ต้องหา โดยให้ผู้อื่นรับสมอ้างรับผิดแทน จึงเป็นเหตุให้ไม่น่าไว้วางใจ แล้วเหตุใดอัยการจึงยอมให้เลื่อนนัดมาโดยตลอด นับถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 5 ปี? 2.อีกทั้งบางข้อหายังปล่อยให้หมดอายุความไป โดยไม่เคยมารายงานตัว ย่อมแสดงถึงพฤติกรรมหลบเลี่ยง ประวิงเวลา เพื่อให้คดีหมดอายุความ จึงเป็นเหตุสมควรที่จะออกหมายจับ แต่อัยการกลับให้เลื่อนนัดออกไปทุกครั้ง 3.ผมเคยเป็นกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร เมื่อรับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม ไม่ได้หมายความว่าจะไปกระทำให้กระบวนการยุติธรรมล่าช้า เพราะเป็นการพิจารณาคนละส่วน กระบวนการทางกฎหมายก็ต้องเดินต่อไป ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายล่าช้าได้ 4.การร้องขอความเป็นธรรมของนายบอส จะเป็นมาตรฐานให้กับคดีอื่นๆในการอ้างเพื่อเลื่อนสั่งฟ้องหรือไม่? ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคดีของนายบอส มีความชัดเจนและไม่ได้สลับซับซ้อนแต่อย่างใด การใช้กฎหมายกับประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะต้องใช้กับทุกคนทุกหมู่เหล่าอย่างเสมอภาค ไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าคนใดได้รับการยกเว้น หรือมีความแตกต่างกับอีกคน เรื่องของนายบอสทายาทกระทิงแดงจึงเป็นเรื่องที่สังคมตั้งข้อกังขา ว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่? เพราะไม่ใช่แค่นายบอสที่ร้องขอความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด ดวงวิญญาณของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ และครอบครัว ก็กำลังรอความเป็นธรรมจากท่านอยู่เช่นกัน หรือว่ากฎหมายไทยใช้จัดการกับคนรวยอย่างนายบอสไม่ได้?   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/LbOpBUOJrVo    

 11,792
สังคม-อาชญากรรม
31 มี.ค. 60

อัยการสูงสุดเลื่อนนัดคดีทายาทกระทิงแดงชนตร. เป็น 27 เม.ย. อ้างติดภารกิจที่อังกฤษ

อัยการสูงสุด แจง 'บอส' ทายาทประทิงแดงขอเลื่อนเข้าพบอัยการอีกครั้ง จากเดิมในวันนี้เป็นวันที่ 27 เมษายน หลังมีการขอเลื่อนและร้องขอความเป็นธรรมให้สอบพยานใหม่มานาน 5 ปี   จากกรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ขับรถเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะยืดเยื้อทางคดีมานานกว่า 5 ปี ซึ่งล่าสุด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยืนยันว่าตำรวจได้ส่งสำนวนคดีนายวรยุทธ ให้อัยการแล้ว   ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ยืนยันสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีมาโดยตลอด   ส่วนการนัดผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการในวันที่ 30 มี.ค. ผู้ต้องหามีหนังสือมอบอำนาจให้ทนายความขอเลื่อนเข้าพบอ้างว่าติดภารกิจที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 27 เม.ย.นี้ ซึ่งในวันดังกล่าวหากผู้ต้องหาไม่เดินทางมาพบ โดยขอเลื่อนหรืออ้างเหตุผลเดิม ก็จะทำการออกหมายจับ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาส่งฟ้อง   ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/37NEN-NTLWQ    

 10,685
สังคม-อาชญากรรม
30 มี.ค. 60

อัยการสูงสุดเลื่อนนัดคดี 'บอส' ลูกเจ้าของกระทิงแดงชนตำรวจ เป็น 27 เม.ย. ผู้ต้องหาอ้างติดภารกิจที่อังกฤษ (มีคลิป)

    นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงความคืบหน้าคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทกระทิงแดง ขับรถชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ขณะนี้คดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ยืนยันสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีมาโดยตลอด    ส่วนการนัดผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการในวันนี้ (30 มี.ค.) ผู้ต้องหามีหนังสือมอบอำนาจให้ทนายความขอเลื่อนเข้าพบอ้างว่าติดภารกิจที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ ได้อนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 27 เม.ย.นี้    ซึ่งในวันดังกล่าวหากผู้ต้องหาไม่เดินทางมาพบ โดยขอเลื่อนหรืออ้างเหตุผลเดิม ก็จะทำการออกหมายจับ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาส่งฟ้อง    

 10,494

Top